ฝากติดตามนิยายเรื่องใหม่ของไรท์ด้วยนะ

RISK.!! ความเสี่ยง 03

ชื่อตอน : RISK.!! ความเสี่ยง 03

คำค้น : Dark Shadow, RISK.!!, ความเสี่ยง, อาชา, ธาม, สายลับ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 484

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2562 17:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
RISK.!! ความเสี่ยง 03
แบบอักษร

RISK.!! ความเสี่ยง 03

“ตกลงเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น” จะให้ผมนั่งก่อนไม่ได้เลยหรือไง

“พอเกิดปัญหาพวกมันก็ขึ้นมาเช็ก ใครจะไปรู้ว่ามันจะทำอะไรผมก็ต้องป้องกันไว้ก่อน” ช้าเร็วผมก็ต้องตอบทำงานเป็นทีมกฎข้อตกลงสำคัญคือการไม่มีความลับต่อกัน

“ระวังไว้ก็ดีแต่ทีหลังควรบอกกูก่อน ถึงมึงจะเคยทำงานมาแต่มันคนละแบบกับที่นี่ถ้าพลาดคือตาย งานมันไม่ง่ายเหมือนตอนที่เราวิ่งไล่จับพวกเล่นไพร่ในป่าอ้อยที่สุพรรณหรอกนะมึง ไม่ว่าจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบไม่อย่างนั้นแม้แต่ชีวิตก็จะไม่เหลือกลับไป กูยังอยากมีคู่หูวิ่งเล่นในป่าอ้อยนะไอ้ธาม อ่ออีกอย่างกูไม่บังคับถ้ามึงรู้สึกว่างานนี้มันเสี่ยงเกินไปจะถอนตัวกลับไปก่อนก็ได้มึงยังเด็กไม่ต้องรีบโตตอนนี้เอาชีวิตไว้ก่อน” ผมรู้สิว่ามันเสี่ยงก็พึ่งเจอมากับตัว แต่ถึงมันจะเสี่ยงมากกว่านี้ผมก็ไม่เคยคิดจะถอนตัวหรอกครับ คำว่าคู่หูที่หัวหน้าให้กับผมมีค่ามากพอที่ผมจะยอมเสี่ยง นอกจากนั้นผมเองก็ยังมีเหตุผลส่วนตัวอีกด้วย

“ผมจะทิ้งลุงแก่ๆ ให้ทำงานคนเดียวได้ไงครับ”

“แก่แต่เข็ดฟันนะมึง” ผมต้องยอมเพราะคำตอบ

“หมายถึงฟันลุงมันสึกกร่อนใช่ไหม ก็อย่างนี้แหละอายุมากแล้ว”

“เออ.. มึงเองก็อยู่ให้ได้นานจนฟันสึกกร่อนเหมือนกูก็แล้วกัน” หึๆ อันนี้ผมก็ไม่มั่นใจ ก่อนมาที่นี่ผมมีความคิดอีกแบบนะ ตำรวจหรอหึ นอกจากจับไพร่จับหวยก็ไม่เห็นจะมีอะไรแต่แม่งโคตรผิดเลยครับ ทุกความคิดผมถูกเปลี่ยนตั้งแต่ได้ก้าวเข้ามายืนตรงนี้ก็อย่างที่ลุงชาติบอกพลาดเท่ากับชีวิต

หัวหน้าทีม หรือที่ผมเรียกบ่อยๆ ว่าลุงชาติ ผมได้มาอยู่กับเขาตอนได้เป็นหมวดนี่แหละครับทีแรกผมก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมทุกคนเอาแต่บอกว่าผมน่าอิจฉาที่ได้มาทำงามร่วมกับผู้ชายคนนี้ ทั้งปากหมา พูดมาก ขี้บ่น โอ๊ยสารพัดจะบรรยายเรียกง่ายๆ คือไม่ดีอย่างที่ผมฟังๆ มาเลยสักนิด แต่พอได้ทำงานด้วยผมกลับเริ่มเข้าใจที่พวกเขาพูด ลุงชาติเป็นมากกว่าหัวหน้า แต่ลุงเป็นทั้งคู่หูทั้งเพื่อน ทั้งพี่ บางทีก็เหมือนกับพ่อด้วยซ้ำในความรู้สึกของผม

ผมไม่มีใครเลยตั้งแต่เด็กหมายถึงผมเติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้าแต่โชคดีที่ได้มีโอกาสเดินมาไกลขนาดนี้ ผมไม่เข้าใจความรู้สึกของการมีพ่อกับแม่หรอกครับว่ามันเป็นยังไงและก็ไม่ได้คิดน้อยใจอะไรด้วยเพราะทุกวันนี้ที่ผมมีมันก็ดีมากกว่าคนอื่นเยอะแล้ว แต่พอมาเจอหัวหน้าคนนี้ผมกลับรู้สึกอบอุ่นอยากอยู่กับลุงแก่นี่ไปนานๆ


..พาร์ทอาชา..

ครืด... ครืด...!!

“เป็นไง”

(รถที่เราตามขับเข้าไปในห้างที่ลานจอดรถชั้นสี่แล้วก็วนออก)

“มันได้ไปจอดตรงไหนบ้างหรือเปล่า”

(มีชะลอตรงประตูหนีไฟครับ) หึ ยากนักนะ

“แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน”

(ถ้าเดาไม่ผิดผมว่ามันกำลังจะกลับเข้าไปที่ IF ครับ) แสดงว่าออกไปรับกันสินะ มันต้องรู้แน่ว่ากำลังถูกตาม แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใครไอ้เจ้าของตัวจริง

“ตามไปห่างๆ”

(ครับ)

ผมกดตัดสายก่อนส่งข้อความให้คนของตัวเองที่เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว ถ้ามันทำถึงขนาดนี้แผนชั้นเดียวคงใช้ไม่ได้ผลไม่ยอมมาด้วยตัวเองแต่เลือกที่จะให้คนในร้านออกไปรับ ถ้าไม่สังเกตคงคิดว่าคนที่นั่นออกไปข้างนอกแล้วก็กลับเข้ามาแต่ผมไม่ได้โง่แบบนั้นไง เรื่องเมื่อคืนทำให้ผมมั่นใจว่ายังไงวันนี้ก็ต้องได้รู้ว่าใครคือเจ้าของตัวจริงของ IF


..............................................

บริเวณสี่แยกไฟแดงจุดใหญ่ของการสัญจรไปมาคงไม่ต้องบอกว่าการจราจรมันจะอัดแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออกขนาดไหน แต่มันอาจจะเป็นเรื่องปกติของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ๆแบบนี้ไปแล้ว รวมถึงคนที่อยู่ในรถหรูสีขาวที่ไม่ได้เดือดร้อนอะไรแถมยังดูอารมณ์ดีผิดปกติจนทำเอาคนขับถึงกับร้อนๆหนาวๆ เชื่อเถอะถ้าไปถึงที่หมายเขาต้องถูกลงโทษเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นแน่ ยิ่งคนด้านหลังอารมณ์ดีมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งน่ากลัวมากเท่านั้น

ปัก! เพล้ง!! “เฮ้ย!!” เจ้าของรถถึงกับร้องออกมาเพราะตกใจถึงจะสวยมากยังไงก็เคยเป็นผู้ชายอยู่ดีจากนั้นก็รีบหันไปมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับรถราคาแพงของตน อยู่ๆ ไม่รู้ว่าไอ้เด็กบ้าที่ไหนมันเอาหินมาปาใส่เข้าที่กระจกและมันไม่ใช่แค่ร้าวแต่มันแตกแถมยังเป็นฝั่งที่เจ้านายนั่งอยู่อีกต่างหากซวยซ้ำซ้อนจริงๆ ซินคิดแบบนั้นในใจ

“นาย!!” ทั้งคนขับและลูกน้องคนสนิทต่างร้องออกมาอย่างตกใจ คนเป็นนายพอตั้งสติได้ก็รีบหมอบลงทันทีแต่คงไม่รู้ว่านั่นมันสายไปซะแล้ว

“ไม่ต้องลงไป” ทันทีที่ซินจะจอดรถเพื่อลงไปจัดการปัญหาตรงหน้าเขากลับถูกห้าม และนั่นยิ่งทำให้ซินหัวเสียเพิ่มขึ้นไปอีก รถคันนี้เขารักมันมากเลยไม่ค่อยได้เอาออกมาใช้เจอแบบนี้ใครมันจะทนไหว ยิ่งเห็นไอ้เด็กนั่นล้มคว่ำอยู่ไม่ไกลยิ่งอยากจะลงไปจัดการให้รู้แล้วรู้รอด ทำรถใครไม่ทำมาทำรถเขาอยากตายนักใช่ไหม

“แต่นาย”

“กูบอกว่าไม่ไง มึงไม่เห็นหรือไงว่าใครกำลังมา” ซินรีบหันไปมองทางด้านหลังรถตำรวจกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ ยิ่งสร้างความแปลกใจเข้าไปใหญ่เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก

“รถคันหน้าก็โดนเหมือนกันครับนาย” ลูกน้องคนสนิทเอ่ย

“จนได้” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงที่กดต่ำของผู้เป็นนายทำเอาคนที่นั่งอยู่ในรถด้วยวางหน้าไม่ถูกกันทั้งคู่

การจราจรติดขัดมากกว่าเดิมหลายเท่าและมันสร้างความเดือดดาลให้ผู้เป็นนายมากยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากรถจะติดเพราะเหตุการณ์เมื่อกี้แล้ว รถคันที่เขานั่งยังเป็นเจ้าทุกข์ฝ่ายที่ถูกกระทำอีกนั่นหมายความว่าเขาต้องเสียเวลาจัดการปัญหานี้กับตำรวจ ทำไมเขาจะต้องมาเสียเวลากับเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ด้วย

มองยังไงมันก็ไมใช่แค่เรื่องบังเอิญแต่ว่าใครล่ะที่มันกล้าสร้างปัญหากลางสี่แยกใหญ่ขนาดนี้ แล้วจุดประสงค์หลักของมันคืออะไรขู่หรือมากกว่านั้น ชายหนุ่มใบหน้าครบเครื่องไร้ที่ติเอาแต่ครุ่นคิดทั้งที่ยังหมอบหลบอยู่เพราะไม่ต้องการให้ใครได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา

ลูกน้องคนสนิทถูกสั่งให้ไปจัดการเคลียร์กับตำรวจส่วนเรื่องไอ้เด็กที่ก่อปัญหาเขาจะจัดการหลังจากไปถึงที่หมายเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นใครเขาสัญญาว่าจะตอบแทนกลับไปอย่างงามโทษฐานที่ทำให้เขาอารมณ์เสียได้มากขนาดนี้ไอ้คนที่คิดอยากจะลองดี

..............................................

ครืด... ครืด...!! รูปที่ถูกส่งเข้ามาทำให้ผมยิ้มออกอยากรู้ก็ต้องได้รู้ผมบอกแล้วไง เหตุการณ์ที่ผมทำให้มันเกิดขึ้นก็แค่เบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น แต่ประเด็นสำคัญคือเด็กที่ขายพวงมาลัยแถวนั้นต่างหากไม่เสียแรงที่ส่งไปทำงานตามสี่แยกตั้งแต่กลับมาที่ไทย ที่เหลือก็แค่หาตัวตนของมัน

“ถอนกำลังออกมาอย่าให้ผิดสังเกต”

(เรื่องเด็กที่ปาหิน)

“เรื่องนั้นพ่อจะเป็นคนจัดการ”

(ครับ)

“รีบมาแบล็ค เขียดมันบ่นไม่หยุดกูรำคาญ” ช่วงนี้ลูกค้าเยอะ

“ครับ”

หลังจากวางสายจากคนสนิทไปผมก็ต้องหยิบรูปขึ้นมาดูอีกครั้ง ไม่ว่าตัวตนของมันจะเป็นใครและมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เดี๋ยวอีกไม่นานคงได้รู้กัน

..สามเดือนก่อน..

‘ พี่ชาเมื่อไหร่จะกลับเมื่อไหร่จะจบภารกิจนี้ซักที ผมเรียนจบมาเป็นปีแล้วนะไหนบอกจะกลับมาหาไงเบี้ยวตลอดเลย ถ้าไม่กลับมาอย่างที่บอกผมจะหนีไปไกลๆ ให้พี่หาไม่เจอบ้าง แล้วอย่ามาร้องไห้คิดถึงน้องชายคนนี้ก็แล้วกันฮ่าๆ หยอกนะ ผมคิดถึงพี่จะแย่แล้วรีบกลับมาฟังนายพลพยัคฆ์บ่นเป็นเพื่อนเร็วหูพังหมดแล้วเนี้ย บ่นเช้ากลางวันเย็นก่อนนอนเลยนะเหมือนเดิมทุกอย่าง ผมคิดถึงพี่รีบกลับมามีเรื่องจะเล่าให้ฟังเยอะเลย ’  ได้ดูคลิปที่คชาน้องชายผมส่งมาก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้กี่ปีแล้วนะที่ผมกับน้องไม่ได้อยู่ด้วยกันรอพี่อีกไม่นานไอ้น้องชายจบภารกิจนี้พี่ทำตามสัญญาแน่นอน



“ครับพ่อ” อยู่ๆ ผมก็ถูกเรียกตัวกลับมาที่ฐานขณะกำลังปฏิบัติภารกิจ ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถึงไม่เข้าใจแต่ผมก็ต้องยอมทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

(อาชาถึงเวลาที่แกต้องกลับมาได้แล้ว) นอกจากถูกเรียกตัวกลับมาแล้วผมยังได้รับสายจากพ่ออีกต่างหาก ซึ่งทุกอย่างมันไม่ควรจะเกิดขึ้นเพราะพ่อเองก็รู้ว่าผมกำลังทำภารกิจสำคัญ

“เกิดอะไรขึ้น” เสียงของพ่อทำให้ผมมั่นใจว่าต้องมีอะไรผิดปกติ

(น้องแก) ตัวผมชะงักนิ่งจากตอนแรกที่ตั้งใจว่าจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้

“คชาทำไม” ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้มันเดาได้ไม่กี่เรื่องหรอกครับ แต่ที่ถามเพราะผมไม่อยากจะให้เป็นอย่างที่คิด

“เกิดเรื่องขึ้นเมื่อคืน และเมื่อเช้ามีคนเจอน้องแก” พอแค่นี้พอแล้วผมไม่อยากได้ยินอะไรอีกทั้งนั้น

“พ่อช่วยจัดการเรื่องที่ผมติดทางนี้ให้หน่อย”ขาผมอ่อนยวบลงกับพื้นแต่ก็พยายามทำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด พ่อคงอ่อนแอมากกว่าผมตอนนี้มาก

“กลับมาได้ทันทีพ่อจัดการทุกอย่างให้แล้ว” ผมทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรงไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้น ทุกอย่างที่พ่อบอกทำให้ผมไม่เข้าใจ

“หลานโอเคหรือเปล่า”ลุงทิมเพื่อนรักของพ่อและเป็้นเจ้าขององค์กรที่ผมเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ร่วมสิบปีถามพร้อมกับจับที่ไหล่เบาๆ

“ไม่เลยครับ”ผมตอบไปตามตรงถึงจะเจอเรื่องแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนในการฝึกและภารกิจที่ได้รับแต่มันไม่เหมือนกัน คนพวกนั้นไม่ใช่ครอบครัวผมและที่สำคัญพวกมันเป็นคนเลว น้องผมไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องใครมีสติทุกครั้งใช้เหตุผลก่อนอารมณ์ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ ผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ผมเดินทางกลับบ้านทันทีที่จัดการเรื่องทางนั้นเรียบร้อย ใจจริงอยากมาคนเดียวแต่เพื่อนร่วมทีมของผมมันไม่ยอมส่งรุ่นน้องสองคนตามผมมาที่นี่ด้วย ทางนี้ผมก็มีคนเหมือนกันถึงจะไม่รู้ใจเท่าคนที่เคยฝึกด้วยกันมาแต่มันก็ดีกว่าดึงคนที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเข้ามาเกี่ยวด้วย แต่ในเมื่อมันอยากมาผมเองก็หมดปัญญาที่จะห้าม


พ่อมารับผมด้วยตัวเองโดยไม่มีคนติดตามที่สนามบิน ตลอดช่วงสิบปีที่ผมไปฝึกพ่อไปเยี่ยมผมอยู่สองครั้งแต่ผมก็เข้าใจว่าพ่อต้องการให้ผมเติบโตเรียนรู้ทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ถึงเจ้าขององค์กรนั้นจะเป็นเพื่อนพ่อแต่ผมไม่ได้รับสิทธิพิเศษอะไรทั้งสิ้น ทั้งฝึกทั้งเรียนอย่างหนักเหมือนกับคนอื่นๆ

“สวัสดีครับพ่อ”ผมยกมือขึ้นทักทายก่อนเดินเข้าไปสวมกอดคนเป็นพ่อทันทีอีกคนที่ผมเป็นห่วงก็คือแม่ถึงครอบครัวเราจะเป็นทหารกันหมดรวมถึงแม่ด้วย แต่ขึ้นชื่อว่าเสียลูกเสียคนในครอบครัวใครจะมาเข้มแข็งอยู่ได้

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” เสียงพ่อแหบแห้งยิ่งได้ยินผมยิ่งรู้สึกเจ็บ การกลับมาของผมถือเป็นความลับ หลายคนที่ไม่สนิทจะคิดว่านายพลพยัคฆ์มีลูกชายคนเดียวคือคชา เพราะผมไม่ค่อยได้อยู่บ้านตอนเรียนที่ไทยก็อยู่โรงเรียนประจำเรียนจบก็ถูกส่งตัวไปที่โน่นเลย แต่ที่พูดมานี้ไม่ใช่ว่าถูกพ่อบังคับพ่อบอกเสมอว่าถึงครอบครัวเราจะเป็นทหารแต่พ่อก็ไม่บังคับถ้าชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็บอกไม่ต้องมาฝืนใจทำ ผมเองที่ตั้งใจเลือกเดินทางนี้แต่คชาไม่ชอบน้องเลยเข้าเรียนในสายที่มันต้องการ ตั้งใจว่าจบมาจะทำร้านอาหารอย่างที่เลือกเรียนทุกคนสนับสนุนรวมถึงผม


พ่อพาพวกเรากลับมาที่บ้านตลอดทางมีแต่ความเงียบ ผมยังนึกไม่ออกว่าจะทำหน้ายังไงตอนเจอแม่ขนาดพ่อยังดูแย่มากขนาดนี้แล้วแม่ผมล่ะ คชาเป็นทุกอย่างของบ้านน้องเป็นคนพูดเก่งหัวเราะเก่งบ้านไม่เหงาตั้งแต่คชาเกิดมา น้องสามารถอยู่ได้กับทั้งพ่อและแม่ผมไปอยู่ที่โน่นอย่างสบายใจเพราะมีน้องอยู่ทางนี้

“แม่เป็นยังไงบ้างครับพ่อ”

“ไม่ดี” เหมือนมีก้อนอะไรวิ่งขึ้นมาจุกที่คอเพราะผมไม่สามารถที่จะพูดอะไรต่อไปได้อีก แค่คิดว่าต้องกลับไปที่บ้านแล้วไม่เจอน้องผมก็ไม่โอเคแล้ว

“เรื่องคดีไปถึงไหนแล้ว”

“ไม่มีอะไรคืบหน้าสักอย่าง” น้ำเสียงของพ่อเหมือนกำลังขัดใจบวกกับอารมณ์หลายๆ อย่างที่รวมกันจนอยากจะระเบิดออกมา แต่ก็ทำมันไม่ได้

“เอาข้อมูลที่พ่อมีมาให้ผม ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”

“มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ขนาดคนของพ่อเองยังไม่เจออะไร” น้องผมไม่น่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอะไรที่มันอันตรายแบบนี้

“แล้วก่อนเกิดเรื่องคชามันมีท่าทางอะไรแปลกบ้างหรือเปล่า” สามวันก่อนมันยังส่งคลิปมาให้ผมอยู่เลย

“ไม่เลย ตอนหัวค่ำยังกินข้าวด้วยกันฝนก็ตกไม่รู้ว่าออกไปจากบ้านตอนไหน” พ่อพูดเสียงเบา เร็วขนาดนี้ใครมันจะไปตั้งตัวทันจริงไหม

“แล้ว.. เจอน้องที่ไหน” ผมหยุดพูดไปเพราะมันยากที่จะถามต่อ แต่เพื่อข้อมูลที่ต้องใช้หาความจริงผมจำใจต้องถามต่อ

“แถวท่าเรือ” นั่นมันไกลจากบ้านเรามาก

“แล้วร่องรอยตามตัว”

“ถูกตีที่หัวจากทางด้านหลังหลายครั้ง มีรอยแตกยาวที่หัวหลายจุดตามตัวไม่มีอะไร” หัวอย่างเดียวแถมจากด้านหลัง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่เจออะไรเลยได้ยังไงหรือไม่มีใครพยายามทำมันกันแน่

ผมไม่ได้ถามอะไรต่อเพราะยิ่งพูดเสียงพ่อก็ยิ่งไม่ค่อยดี พอกลับมาถึงบ้านผมก็รีบตรงเข้าไปหาแม่ที่ห้องทันทีพอเจอผมแม่ก็ร้องไห้ออกมาไม่หยุด ผมเองก็ร้องไห้ไปกับแม่ด้วยเหมือนกันทำไมเราจะต้องกลับมาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้ด้วย ทำไมผมต้องรับทำภารกิจนี้ทำไมผมไม่กลับบ้านตามสัญญาทำไม ไม่เคยคิดเลยว่าบ้านมันจะเงียบขนาดนี้เวลาที่ขาดคชาไป

หลังจากจัดการเรื่องของคชาเรียบร้อยผมก็เริ่มสืบหาความจริงของวันเกิดเหตุทันที แต่ยิ่งพยายามตามหาหรือตรวจสอบมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเหมือนถูกปิดกั้นมากเท่านั้น จนผมแน่ใจว่ามันต้องมีใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ไม่อย่างนั้นเรื่องทุกอย่างมันจะเงียบขนาดนี้ไม่ได้ จิตใจผมมันก็ยังไม่ได้ดีมากเต็มร้อยรวมถึงทุกคนด้วยแต่ถ้าเราเอาแต่นั่งเสียใจแล้วปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปการสืบหาความจริงมันอาจจะยากมากกว่านี้

“ผมรู้สึกว่าไม่มีใครอยากให้ข้อมูลเกี่ยวเรื่องนี้เลย” แบล็คบอก

“นั่นสิพี่ มันต้องมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นแน่ผมมั่นใจ” เควินท์เองก็มีความเห็นไม่ต่าง

“ในเมื่อวิธีดีๆ มันใช้ไม่ได้ผลงั้นก็เอาแบบที่เราถนัดก็แล้วกัน” ผมตัดสินใจเด็ดขาดก่อนจะบอกออกไป

“จัดให้ครับ”

“พวกมึงไปหาร้านอะไรก็ได้ที่ใกล้กับกองสืบมากที่สุด ยิ่งใกล้มากเท่าไหร่ยิ่งดี” ในเมื่อหาข้อมูลแบบปกติไม่ได้งั้นคงต้องใช้วิธีที่ไม่ปกติดู

“กองสืบไม่เสี่ยงไปหรอพี่” หึ

“ที่ที่ปลอดภัยที่สุดคือที่ที่อันตรายที่สุด อีกอย่างใกล้แบบนี้มึงจะได้เข้าไปหาข้อมูลได้ด้วยไง” ผมบอกให้เควินท์เข้าใจ

“ผมจะจัดการให้”จริงอยู่ที่สองคนนี้ไม่ใช่คนไทยไม่เคยอยู่ที่ไทยมาก่อนแต่ประสบการณ์ของการทำภารกิจทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น ไม่ต้องแปลกใจที่พวกมันพูดไทยได้ผมเองที่สอน มันสองคนเข้ามาฝึกหลังผมสามปีผมที่ช่วยสอนช่วยฝึกทุกอย่างพวกมันเลยติดผมไม่ยอมห่างแบบนี้ไง


หลังจากนั้นไม่นานเรื่องที่ผมสั่งให้จัดการก็เรียบร้อยแต่เป็นพ่อผมนะที่หามาให้แต่ก็ช่างเถอะใครหาก็เหมือนกัน เราได้ร้านกาแฟครับเป็นร้านที่คนในกองสืบชอบมานั่งบ่อยที่สุดพ่อช่างรู้ใจแบบนี้ก็เข้าทางผมเลยสิผมสามารถเก็บข้อมูลได้จากหลายทาง ราคาแพงแค่ไหนผมพร้อมแลกถ้ามันทำให้ผมได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ และที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือที่นี่ดันมีห้องใต้ดินไม่รู้ว่าพ่อตั้งใจหรือเปล่า


เราใช้เวลาเกือบสองเดือนเปลี่ยนที่นี่ใหม่หมดหมายถึงเอาตามที่เราต้องการตอนนี้นอกจากผมสามคนไม่มีพนักงานคนไหนที่รับเข้ามาเพิ่มอีก เควินท์หรือชื่อใหม่ของมันในไทยคือเขียดแบล็คมันเป็นคนตั้งครับ ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหนไอ้คนที่ถูกเรียกดันชอบซะด้วยมันคงไม่รู้หรอกว่าเขียดคืออะไร ผมส่งเขียดไปเรียนชงกาแฟถึงอุปกรณ์ทุกอย่างจะมีพร้อมแต่ไม่มีใครชงเป็นเลยก็ไร้ประโยชน์ ส่วนดำผมหมายถึงแบล็คผมให้ตามเรื่องคดีแต่เหมือนระยะเวลาสองเดือนของเราที่พยายามกันมาโคตรจะไร้ประโยชน์

“ได้อะไรมาบ้าง”หลังจากสั่งงานสองคนนั้นเรียบร้อยผมก็กลับเข้ามาที่บ้านตอนนี้แม่ไม่อยู่ครับคุณยายพาไปปฏิบัติธรรมผมคิดว่ามันก็ดี ใจผมอยากให้พ่อไปด้วยแต่คงไม่ได้เพราะหน้าที่ที่รับผิดชอบ

“ยังเลยครับ ยิ่งสืบเหมือนเรื่องจะยิ่งถูกปิด” ผมบอกก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับพ่อ

“คนของพ่อกำลังช่วยอีกแรงถ้ามีข่าวอะไรจะบอก”

“ครับ”


เราเริ่มเปิดร้านหลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยรวมถึงห้องปฏิบัติงานชั้นใต้ดินของพวกเราด้วย เมื่อเราเริ่มเปิดร้านหมายถึงผมจะไม่สามารถกลับไปที่บ้านได้จนกว่าเรื่องนี้จะจบหรือถ้าจำเป็นก็ต้องแอบเข้าไป ถ้าพ่อกับแม่อยากมาเจอผมต้องมาที่นี่เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต คงไม่ได้มีแค่เราที่กำลังตามเรื่องนี้ผมว่าคนร้ายคงเริ่มอยู่ไม่สุขตั้งแต่รู้ว่ามีคนตามสืบเรื่องนี้แล้ว ยังไงเราต้องระวังไว้ก่อน รู้หน้าไม่รู้ใจ

“พี่พ่อฝากนี่มา” เขียดวิ่งหน้าตื่นเข้ามา ผมรู้อยู่แล้วเพราะกำลังดูบรรยากาศในร้านผ่านจอคอมฯ ตรงหน้า

“ให้กูหาคนมาช่วยหรือเปล่า”ผมถามเพราะเห็นว่ามันเหนื่อยตั้งแต่เปิดร้านมานี่ก็เดือนนึงแล้วน่าแปลกใจที่คนเยอะทุกวัน ไม่รู้ว่าติดใจในรสมือหรือหน้าตาของมันสองคนกันแน่ยิ่งเวลาที่ดำออกไปช่วยร้านจะคึกคักเป็นพิเศษ

“ผมไหวครับพี่”

“ไม่ไหวก็บอก”

หลังจากที่มันออกไปผมก็จัดการเอากระดาษที่รับมาเมื่อกี้ขึ้นมาดูพ่อตั้งใจมาที่นี่เพื่อแจ้งข่าวแสดงว่าสายข่าวของพ่อต้องได้อะไรมาบ้างแล้ว

**(หาตัวเจ้าของ****IF)**ผมจัดการหาข้อมูลตามที่ได้รับมาทันทีถ้าแปลมันตามความหมายตรงตัวก็ไม่มีอะไรหรือจะเป็นสถานที่วะ ทันทีที่ผมกดข้อมูลทุกอย่างก็ขึ้นหราเต็มหน้าจอเหมือนจะเป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ

“เจ้าของงั้นหรอ” ขั้นแรกผมต้องเข้าไปดูให้เห็นกับตาก่อนว่าที่นั่นมันเป็นยังไง ผมจัดการหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่เป็นเป้าหมายเท่าที่จะหาได้ มันเป็นข้อมูลที่ใครก็สามารถรู้ได้เพราะมันคือข้อมูลพื้นฐาน

หลังจากร้านปิดเราก็รวมตัวกันที่ห้องใต้ดินเพื่อแบ่งงาน มีคนเสนอตัวเพราะอยากเห็นแสงสีของประเทศนี้คุณคิดว่าใคร


เขียดก้าวเข้าไปใน IF ในฐานะเศรษฐีต่างชาติน่าโง่ที่คันไม้คันมืออยากจะเสี่ยงโชคพร้อมกับผู้ติดตามหน้าโหดคุณคิดว่าเป็นใครครับ หึๆ ผมเอง วันนี้ดำรับหน้าที่เฝ้าฐานฟังจากการรายงานมันจะเทียบกับการมาเห็นด้วยตัวเองได้ยังไงครับ

“มึงจะมายืนกันโชคกูอีกนานไหมไม่ต้องมาเฝ้า จะไปไหนก็ไป” หึ ไอ้เขียดดัดจริตแกล้งทำพูดไทยไม่ชัดไล่ผม

“ครับนาย” ผมก้มหัวให้ก่อนเดินออกมา ตั้งแต่เราย่างก้าวเข้ามาในนี้สายตาหลายสิบคู่ก็จ้องมองมาที่เราสองคนตลอดเวลา อย่าว่าแต่เก็บข้อมูลเลยขยับตัวยังเป็นจุดเด่น


วันนี้คงทำอะไรได้ไม่มากต้องรอก่อนอย่างน้อยก็ให้พวกมันคุ้นหน้าโง่ๆ ของไอ้เขียดรอให้มันวางใจ โดยเฉพาะไอ้หน้าโหดนั่นผมว่ามันน่าจะเป็นคนดูแลชั้นนี้นะเห็นมองมาทางผมหลายครั้งแล้ว คงต้องเดินเข้าไปทักทายสักหน่อย

“ขอโทษนะครับที่นี่มีอะไรแนะนำบ้าง” ผมถามออกไปเป็นภาษาอังกฤษ

“คุณต้องการอะไรล่ะ” คู่สนทนาตอบกลับมาเป็นภาษาเดียวกันพร้อมกับรอยยิ้มเสแสร้ง

“ผมต้องการปลดปล่อย” ผมเองก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน หวังว่าฝีมือการติดหนวดของดำมันจะสมจริงมากพอนะ

“แนวไหนที่คุณชอบ” ผมรู้ครับว่าที่นี่มันมีอะไรบ้างแค่อยากถามไปอย่างนั้นเอง ถึงไม่ได้อะไรแต่มันจะจำได้ว่าผมเคยเข้ามาที่นี่แล้ว

“ผมชอบแบบไม่ธรรมดาครับ” ผมบอกแบบนั้น

“เดี๋ยวผมจัดการให้” มันยกมือเรียกเด็กในร้านก่อนที่ผมจะถูกพาลงลิฟต์มายังชั้นสี่ ทันทีลิฟท์ถูกเปิดออกเสียงเพลงดังกระหึ่มแล่นมากระทบเข้ากับโสตประสาทผมทันที ไม่อยากจะเชื่อว่าที่นี่จะใหญ่โตขนาดนี้ยิ่งกว่าในรูปซะอีก ลูกค้าก็เยอะจนหาที่ว่างไม่เจอ


ผมตรงไปที่โซนเครื่องดื่มเพื่อสั่งมันทันที นอกจากลูกค้าแล้วเด็กบริการก็เยอะไม่ได้ต่างกันแต่ทำไมไม่มีใครเข้ามาหาผมเลยวะหรือผมดูจน

“ถ้าผมต้องการเด็ก” ผมสอบถามกับเด็กบริการเครื่องดื่ม

“เสียใจด้วยครับเหมือนวันนี้ลูกค้าจะจองเต็มหมดแล้ว” รอยยิ้มหวานๆ ถูกส่งมาอย่างเป็นมิตร พึ่งรู้ว่าที่นี่คนขายดีกว่าเครื่องดื่มนะ

“ผมคงมาช้า แล้วที่นี่ใครเด็ดสุดคราวหน้าผมจะได้มาให้ทัน” ผมยกเครื่องดื่มขึ้นจิบก่อนสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ อย่างตั้งใจ

“มีเด็ดหลายคนนะครับ แต่ถ้าเป็นคนที่ลูกค้าติดมากตอนนี้คงจะเป็นพี่นนท์” นนท์?

“มาตอนนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้เจอตัวจริงแล้วสินะ”

“นี่ครับนามบัตรของที่นี่ด้านล่างมีเพจของทางร้านด้วย ลองเข้าไปสมัครดูนะครับถึงจะเสียค่าสมัครแต่รับรองว่าคุณลูกค้าจะพอใจ ในเพจมีทุกอย่างที่คุณต้องการสามารถจองผ่านเพจได้ด้วยนะครับ พี่นนท์เด็ดจริงผมรับรอง” มีทุกอย่างครอบคลุมทั้งหน้าร้านทั้งออนไลน์สินะ

“ถ้าต้องการผมสามารถพาออกไปข้างนอกได้ไหม” ผมยังคงหาข้อมูลต่อ

“ที่ร้านไม่มีนโยบายนั้นนะครับ แต่เรามีห้องไว้ให้ชั้นห้า” เงินทองไม่รั่วไหลจริงๆ ด้วยสินะ

“ดีจังนะ ว่าแต่คุณชื่ออะไรครับ” ผมตะแคงคอมองก่อนยิ้มกว้างออกมา

“หึๆ น่าเสียดายที่ผมบริการคุณไม่ได้” ขนาดคำตอบยังมีชั้นเชิงผมเชื่อแล้วว่าที่นี่แม่งไม่ธรรมดา ได้เลยแล้วพรุ่งนี้ผมจะกลับมาใหม่ ถ้าถามมากกว่านี้มันอาจจะผิดสังเกต

..จบพาร์ทอาชา..


“มีการเคลื่อนไหวแล้วค่ะ” ทั้งผมและหัวหน้ามุ่งตรงไปยังหน้าคอมที่จ่าเมย์เตรียมพร้อมรออยู่ก่อนแล้ว ตอนที่เราทราบเรื่องการเข้าร่วมทีมของจ่าเมย์บอกตามตรงทั้งผมกับหัวหน้ามีความคิดเดียวกันคือทำไมต้องให้ร่วมทีมกับผู้หญิงด้วยนะ แต่คนเรามันดูแต่หน้าไม่ได้จริงๆ จ่าเมย์มีความสามารถมากพอที่จะทำให้ผมกับหัวหน้าไม่ติดขัดอะไร ไม่เป็นตัวถ่วงแถมยังช่วยงานได้เยอะมาก ผู้หญิงไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการทำงานจนตอนนี้เราไม่ได้สนใจแล้วว่าจ่าเมย์อยู่ในเพศไหน

“ทำไมภาพมันไม่ค่อยชัดวะมึงไปซ่อนไว้ตรงไหนหรือกล้องมีปัญหา”กล้องไม่ได้มีปัญหาแต่เหมือนการตัดสินใจของผมเองที่น่าจะมีปัญหา

“ในตู้ปลาครับ”

“ฮะ! /ฮะ!”

“ก็เท่าที่ดูไม่เห็นว่าจะมีตรงส่วนไหนที่มันปลอดภัย”

“เจริญล่ะกูว่าแล้วทำไมเสียงมันแปลกที่แท้ก็เสียงเครื่องออกซิเจนในตู้ปลา”ลุงชาติหันมามองผมพร้อมกับส่ายหน้าระอา

“มาแล้วค่ะ” ต่อไปผมจะเรียกแค่ชื่อแล้วกันนะครับ เราทั้งสามคนหันไปสนใจที่หน้าจอทันทีถึงเสียงกับภาพจะมีอุปสรรคแต่มันก็ทำให้เห็นอะไรได้บ้างแหนะน่า..

‘ไม่อยากจะเชื่อว่าคนสวยจะทำงานไม่รอบคอบขนาดนี้’ เสียงมาแล้วครับถึงมันจะไม่ชัดอะไรมากแต่ผมก็พอฟังออกว่ามันพูดอะไรกัน แต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นอะไรนอกจากโซฟาถ้าเดาไม่ผิดเป้าหมายเข้ามาในห้องแล้วแต่มันยังไม่ได้เดินเข้ามาในจุดที่ผมตั้งกล้อง

‘ซินจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อคืนอีกค่ะ’ เป็นบ้าอะไรถึงต้องไปยืนคุยกันตรงนั้นที่นั่งก็มีทำไมไม่เข้ามาวะโธ่..

‘ก็ดี เข้าไปเช็กความเรียบร้อย’ หือ..

‘ครับนาย’ แปลว่าอะไรเช็กความเรียบร้อยมันคงไม่ได้ทำอย่างที่ผมกลัวหรอใช่ไหม เราสามคนหันมองหน้ากันทันที

ผู้ชายสวมชุดดำเดินเข้ามาในห้องไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะใส่ผ้าปิดจมูกเข้ามาด้วยแถมในมือยังมีเครื่องตรวจจับเดินถือไปรอบห้อง

ติ๊ด...!! ‘นายครับ’ และทันทีที่มันเดินเข้ามาใกล้ตำแหน่งที่ผมซ่อนอุปกรณ์ไว้ไอ้เครื่องเวรตะไลนั่นก็ทำงานอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

‘กูว่าแล้ว’ ปัง! เคร้ง! ไม่อยากจะเชื่อเสียงกระสุนที่ถูกยิงใส่ตู้ปลาที่แตกกระจายในเวลาเดียวกันมันทำให้รู้ว่าคนยิงไม่ได้มีความลังเลใจสักนิด กึกๆ วืบ!! ทั้งภาพและเสียงดับวูบหายไปหลังจากที่รองเท้าของใครสักคนเหยียบลงมาบดขยี้ อุปกรณ์ผมมันสามารถกันน้ำได้ครับแต่กันตีนไม่ได้จริงๆ


“ขอโทษครับหัวหน้าเป็นความผิดผมเองที่เลือกซ่อนมันไว้ตรงนั้น” เฮ้อ..ไม่รู้จะด่าตัวเองว่ายังไงดี

“มันตรวจสอบทุกตารางนิ้วแบบนั้นซ่อนที่ไหนก็ไม่รอด” หมดกันความหวัง แล้วคราวนี้จะเอายังไงต่อวะเนี้ยหลังจากนี้มันต้องระวังมากกว่าเดิมแน่

“นั่นสิคะขนาดหน้าลูกน้องมันเรายังไม่มีโอกาสได้เห็นเลย”

“อะไรคือเหตุผลที่ทำให้มันต้องคอยระวังมากขนาดนี้ ในเมื่อเงินที่มันจ่ายทุกเดือนก็ไม่มีใครเข้ามายุ่งกับมันอยู่แล้วหรือเพราะเรื่องที่เรากำลังตามอยู่ครับลุง” สุดท้ายผมก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้มันเหมือนร่างกายหมดแรง บอกแล้วว่าเราเริ่มจากลบศูนย์สองเดือนแล้วยังไม่ได้อะไรกลับมาเลยสักอย่างนอกจากที่ที่เราจับตาดูมันน่าสงสัย

“มันต้องมีมากกว่านั้น” แต่อย่างนึงที่ทำให้ผมมั่นใจคือมันต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรบ้างแน่นอนกับเรื่องที่เราตาม

“แล้วเราจะเอายังไงต่อดีคะ” นั่นสิ

“ตอนนี้อย่าพึ่งรีบร้อนเราต้องรอเวลา ถ้ารีบทำอะไรตอนนี้นอกจากไม่ได้อะไรกลับมาแล้วทุกอย่างที่เริ่มกันมาอาจจะพัง” ผมยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเองแน่น งานนี้ยากกว่าที่ผมคิดไว้จริงๆ ต่างจากวิ่งเข้าป่าอ้อยมากกว่าเป็นล้านเท่า


.................................................


To Be Continued……….

**ฝากติดตามด้วยนะ เม้นท์มาให้กำลังใจกันได้อ่านทุกคนเลย หรือไม่เข้าใจอะไรทิ้งคำถามไว้ได้เลยนะ**

ความคิดเห็น