ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2562 21:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10
แบบอักษร

10

วันนี้เป็นวันที่อากาศดีมากอีกวันและเพราะอากาศดีมาก ข้าจึงขอคุณสามีพาลูกๆทั้งสามที่ตอนนี้วิ่งโดยไม่เซซ้ายเซขวานักแล้วออกมาเที่ยวชมทุ่ง ในคราแรกคุณสามีที่กำลังจะออกไปล่ากับพี่เกรย์ พี่กรายและพี่กราฟของข้า และแน่นอนว่าคุณสามีก็ไม่อนุญาตให้ข้าไปตามที่คิดไว้เป๊ะๆ สุดท้ายข้าจึงต้องใช้แผนเด็ดทำตาละห้อยเอ่ยเสียงเศร้าคล้ายจะมีน้ำที่ตาไหลออกมาแล้วเอ่ยขออีกครั้ง คุณสามีและพี่ๆเมื่อโดนแผนเด็ดของข้าเข้าไปถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่ง ซึ่งข้าก็ไม่ยอมแพ้ รีดเค้นน้ำที่ตาสุดชีวิต จนสุดท้ายก็ได้คำตอบอันน่าพอใจกับคำสั่งกึ่งขู่เข็ญ

'

อย่าออกนอกเขตฝูง'

นั้นแหละ! ข้าที่เป็นภรรยาตัวน้อยๆ(ที่แสนดี)ก็ปฎิบัติตามคำสั่งของคุณสามีตัวโตอย่างเคร่งครัด พาลูกๆเดินเที่ยวแต่ในเขตฝูง แต่ไม่รู้ทำไมเดินไปเดินมาดันมาโผล่แถวลำธารที่คุณสามีเคยพาข้ามาขี่ใต้โพรงหินซะงั้น

...ไหนๆก็เดินมาถึงแล้วเดินเล่นอีกหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง?...

ข้าไม่ได้ขัดคำสั่งคุณสามีซักนี้ดดดดดดด~เดียว แต่แค่ไม่รู้ว่าเขตฝูงที่ว่านั้นมันอยู่ที่ไหนก็เท่านั้นเอง

...ข้าไม่ผิดเสียหน่อย!...

"คุณแม่ๆข้าเล่นน้ำได้มั้ย?" ลูกชายตัวโตของข้าเอ่ยขอ พรางส่งสายตามองข้าปริ้งๆหลังจากเจ้าตัวยืนมองลำธารสายน้อยตรงหน้าได้ครู่เดียว

"เจ้าลงไปแช่ทั้งตัวขนาดนั้นยังจะขอแม่อีกเหรอ?"  ข้าเอ่ยเสียงดุ เพราะยังไม่ทันที่ข้าจะได้อนุญาตหรือเจ้าตัวดีจะขออนุญาตข้า เจ้าลูกตัวแสบก็ได้ทำการลงไปแช่ตัวในลำธารจนขนเปียกลู่แนบกายเสียแล้ว ยังดีที่ตรงนั้นมันเป็นกองหินน้ำในลำธารจึงไม่สูงมากนัก ความลึกของน้ำพอๆกับที่จะให้ลูกหมาตัวเล็กเดินได้ แต่ถ้าหากที่ที่เจ้าตัวแสบลงไปมันไม่มีกองหินและน้ำลึกว่าที่เจ้าตัวแสบจะยืนได้ ข้าก็ไม่อยากคิดภาพที่จะเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นข้าจะไม่ติเตียนไม่ได้! ข้าสาวเท้าเข้าไปคาบเจ้าตัวแสบขึ้นจากน้ำก่อนเอ่ยดุ "เจ้าขออนุญาตแม่มันคือเรื่องดี แต่มันต้องเป็นก่อนที่เจ้าจะขอแม่หรือหลังเจ้าลงน้ำเพราะได้รับอนุญาตจากแม่เสียก่อน แล้วนี่อะไร!หากน้ำลึกเกินกว่าที่เจ้าจะยืนได้จะทำยังไง! อยากตายเหรอ?! ไม่อยากอยู่กับแม่แล้วหรือ?"

หงิง

เจ้าตัวแสบพอถูกดุก็ครางเสียงอ่อน นั่งก้มหน้าหูหางลู่เหลือบตามองข้าอย่างกลัวๆ

"ไม่ต้องมาทำท่าทีแบบนี้ใส่แม่นะ ครั้งนี้เจ้าทำผิดรู้ตัวรึเปล่า"

หงิง งืดๆ

เจ้าตัวแสบครางงืดๆรับ ก่อนจะลุกเข้ามาคลอเคลียข้าทั้งที่หางตกอย่างออดอ้อน พรางส่งสายตาออดอ้อนใส่ข้าที่พยายามทำใจแข็ง จนแล้วจนรอดข้าก็ใจอ่อนยวบราวขี้โคลนโดนเหยียบ แต่กระนั้นก็ไม่ลืมที่จะย้ำเตือนเจ้าตัวดี

"จำคำแม่!และอย่าให้มีครั้งหน้าอีก" ข้ากล่าวเสียงแข็ง ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ารัวๆหางส่ายไปส่ายมาอย่างดีใจ ข้าถอนหายใจอย่างปลงๆแล้วหันไปมองลูกอีกสองตัวของข้า ก่อนที่ข้าจะถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่กับภาพลูกหมาขนสีน้ำตาลที่กำลังหมอบกับพื้นใช้ขาหน้าข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะๆน้ำในลำธารเล่นโดยมีเจ้าลูกหมาอีกตัวซึ่งตัวเล็กกว่ากัดหางรั้งไว้สุดฤทธิ์

...แต่ละตัว! เฮ้ออออออ~...

"ฟังที่แม่พูดรึเปล่า!"

เหง๋ง!

เอ๋ง!

ตูม!

คล้ายข้าจะพูดเสียงดังไปหน่อย เจ้าลูกหมาตัวดีของข้าจึงล่วงลงไปในน้ำเพราะถูกเจ้าตัวเล็กวิ่งชนเนื่องด้วยว่าคงตกใจเสียงข้าจนกลิ้งลงน้ำไปอย่างสิ้นท่า ก่อนจะร้องออกมาระงมเพราะตกใจ

...โอ้ย!ข้าอยากจะบ้า...

.……………………………………………….……………………..

"หยุดทำไมละพราน" เจฟเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยหลังจากนายพรานเฒ่ามือฉมังหยุดเดินและไม่มีทีท่าว่าจะเดินไปต่อตรงเส้นทางที่แยกออกเป็นสองทางเส้นทางหนึ่ง

"ตรงนี้เป็นสุดเขตพื้นที่ปลอดภัยก่อนเข้าเขตป่าปีศาจที่คนปกติจะไม่เข้าไป" ชายชราเอ่ยก่อนจะชี้มือไปทางเส้นทางด้านซ้าย "ฝั่งนั่นเป็นทางไปดงงูผี ป่าที่มีงูชุกชุมที่สุดในป่าปีศาจ"

"หา?"~เจฟครางออกมาด้วยน้ำเสียงเซ็งๆปนงุนงง

...ยังไม่จบอีกเหรอกะไอ้เรื่องงมงายอย่างป่าปีศาจ แถมนี่ยังมีดงงูผีอีก มันจะแฟนตาซีเกินไปแล้วนะเฟ้ย!...

แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่พูดสิ่งที่คิดออกมาแต่สีหน้าที่ไม่มีการเก็บอารมณ์และเปิดเผยสิ่งที่กำลังคิดอย่างชัดเจนก็ไม่สามารถทำให้พรานเฒ่ามือฉมังย่อท้อแต่อย่างใดและเอ่ยสิ่งที่ตนกำลังจะพูดต่อจากนั้นต่อไป พรางชี้นิ้วไปทางขวามือประกอบการพูด

"ส่วนทางนั้นเป็นทางไปทุ่งหมาป่า เขตป่าที่มีหมาป่าชุกชุมมากที่สุด"

"..." เจฟกอกตาไปมา

"ถ้าจะแค่สำรวจที่ สำรวจสิ้นสุดแค่นี้ก็คงพอแล้วละมั้ง เพราะคงไม่มีคนสติดีที่ไหนเดินเข้าป่าปีศาจกันโต่งๆแบบนี้" ชายชราเอ่ยแขวะ ทำเอาคนฟังมีคิ้วกระตุกเบาๆ

"ผมว่าเราตกลงกันรู้เรื่องแล้วนะ" เจฟกล่าวด้วยน้ำเสียงเซ็งปนกดดัน เพราะตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะเดินทางออกจากหมู่บ้านมาจนถึงที่นี่ ตนได้ทำการตกลงกับอีกฝ่ายแล้ว(แม้ว่าเจ้าตัวจะดูไม่ค่อยยินยอมก็ตาม)แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะกลับคำ หมอหนุ่มเอ่ยต่อ "ผมจ่ายค่าจ้างคุณเพื่อให้คุณพาเรามาสำรวจที่ดินที่เราเซ็นสัญญาซื้อขายกัน..."

"ซึ่งก็เดินสำรวจไปแล้ว" พรานเฒ่าเอ่ยแย้ง

"หา?" เจฟถึงกับเหวอออกมาอย่างพูดไม่ออก ก่อนจะได้สติเมื่อเห็นพรานเฒ่าเริ่มรื้อสำภาระออกมาวางกองไว้

"แต่ในสัญญาคือคุณต้องพาเราเข้ามาและพาเราออกไป" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแข็งอย่างไม่ยอมแพ้

"ก็ใช่" พรานชราขานรับ

"แล้ว?!"

"แล้วฉันก็จะรอพวกนายที่นี่ไง" พรานชราเอ่ยโดยไม่เงยหน้ามองคู่สนทนา สายตาจับจ้องไปที่กองสำภาระทั้งมือเป็นระวิง

"หะ?ได้ไง" เจฟอุทานออกมา เหล่าลูกน้องที่เดินทางร่วมมาด้วยเริ่มมองหน้ากันนิดๆ ราวกับกำลังส่งสัญญาณหากันทางสายตาเพื่อช่วยกันคิดว่าจะเอาอย่างไรดี แม้ระหว่างทางจะทำสัญลักษณ์เอาไว้ตลอดแต่พวกเค้าก็ไม่มั่นใจว่าพวกตนจะสามารถออกไปจากป่าที่ชาวบ้านลือกันว่าเป็นป่าอาถรรพ์หรือป่าปีศาจนี้ได้อย่างปลอดภัย โดยขาดพรานผู้ชำนาญได้รึเปล่า

...ถึงแม้จะไม่เชื่อเต็มร้อยก็ตามที...

"ได้สิ" ชายชรากล่าว ก่อนจะเหยียดกายขึ้นแล้วชี้นิ้วไปทางซ้ายและขวา "อยากไปทางไหนก็ไป เลือกเอาเลย แต่ถ้าให้ฉันเลือก ฉันไม่ไปสักทาง"

"..."

"แต่ถ้าอยากแส่หาเรื่องจริงๆ ทางนั้นก็ไม่เลว" เมื่อเห็นคู่สนทนาอ้าปากพงาบๆราวหาเสียงตัวเองไม่เจอชายชราก็แอบยิ้มบางๆ

"..."

"ทางทุ่งหมาป่าก็น่าลองนะ ถ้าโดนขย้ำก็ไม่น่าจะเจ็บเท่าไหร่ ตายง่ายๆแบบวูบเดียวจบ"

"..."

.……………………………………………….……………………..

"ไอ้พรานบ้าเอ้ย!!!!!" เจฟตะโกนออกมาสุดเสียงอย่างอดกลั่นในขณะที่เดินตามหลังลูกน้องร่างกำยำคนหนึ่งซึ่งกำลังใช้มีดเล่มใหญ่ถางทาง จนเหล่าลูกน้องคนอื่นๆต่างพากันสะดุ้งกันไปตามๆกัน

"นะ...นาย ถ้าตะโกนแบบนั้นเดี๋ยวสัตว์ก็ตื่นกันหมดหรอก" ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"รู้แล้วโว้ย!" เจฟหันไปตอบลูกน้องคนนั้นเสียงดัง "แกไม่รู้สึกรึไงว่าไอ้พรานบ้านั้นมันแสบขนาดไหนนะฮะ"

"คะ...ครับ" ลูกน้องผู้หวังดี(?)แต่แสนโชคร้ายขานรับเสียงอ่อนอย่างไร้คำโต้แย้ง

"ครับ?!แค่ครับเนี้ยนะ!ไอ้พรานบ้านั่นมันแสบขนาดไหนแกไม่เห็นเหรอฮะ เจ้าเล่ห์นะที่หนึ่งเลย!" เจฟขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเจ็บใจและแค้นเคืองไปตลอดทาง เหล่าลูกน้องผู้ร่วมชะตากรรมเหลือบตามองกันนิดๆก่อนจะลอบถอนหายใจกันอย่างไร้หนทาง ได้แต่ปล่อยให้คุณหมอหนุ่มคุณชายตระกูลนายหน้าค้าที่รายใหญ่ได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นออกมาทางคำพูด โดยที่ตนเองก็ได้แต่หวังไว้ลึกๆว่าคงจะไม่มีอะไรได้ยินเสียงผู้มาเยือนจนออกมาทักทายระหว่างทาง

...กูลาออกตอนนี้ทันมั้ยเนี้ย...

 

.……………………………………………….……………………..

 

ในระหว่างที่ข้านอนเกยคางเฝ้าเหล่าลูกหมาจอมซนตัวน้อยเล่นน้ำอยู่ในลำธารตรงตลิ่งใกล้ๆนั้น ลมเย็นๆและเงาไม้ที่คอยบังความร้อนจากแสงแดด เสียงน้ำไหลและเสียงนกร้องคลอมาตามลม ทำให้ข้าที่นอนมองเด็กๆอยู่เริ่มเคลิบเคลิ้มก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว จนกระทั้งหูได้ยินเสียงร้องเรียกแว่วๆมาและสัมผัสอันคุ้นเคยเหมือนมีบางอย่างมามุดๆใกล้ๆขาหน้าที่ให้วางรองหัว

"อื้ออออ..." ข้าครางงึมงำออกมาอย่างงัวเงียก่อนจะค่อยๆปรือตาขึ้นมองเจ้าสิ่งที่กำลังรบกวนการนอนของข้า

"ท่านแม่ข้าหิว" กาเบลลูกชายตัวเล็กของข้าเอ่ยเสียงใส ดวงตากลมโตสีดำสนิทที่มองสบตากับข้านั้นใสแจ๋ว

"อือ~...เอาสิ" ข้าครางตอบงึมงำทั้งตาปิดก่อนจะค่อยๆเอียงตัวนอนตะแคงเพื่อนที่จะให้เจ้าตัวเล็กสามารถแทรกตัวเข้ามากินนมได้ถนัดๆ แต่หลังพลิกตัวได้เพียงนิด ข้าก็รู้สึกได้ว่าแผ่นหลังของข้าเหมือนไปถูกกับอะไรบางอย่างเข้า

หงิง~

เสียงครางหงิงดังแว่วมาทำให้ข้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ข้าจะเหลือบตาไปมองด้านหลังของตัวเองแล้วพบเข้ากับร่างเล็กๆสองร่างที่มานอนกองกันซุกแผ่นหลังข้า

...มานอนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?...

ข้าย่นคิ้วน้อยๆก่อนจะค่อยๆขยับตัวไปด้านหน้าน้อยๆเพราะกลัวว่าตัวเองจะพลิกไปทับเจ้าตัวแสบทั้งสองตัวเข้า

"มาสิ" หลังขยับกายจนเข้าที่ข้าก็หันกลับไปหาเจ้าตัวแสบที่ยืนส่ายหาง น้ำลายไหลตรงหน้าอีกครั้ง

หงิง หงิง

หลังได้รับอนุญาตเจ้าตัวแสบก็ครางรับอย่างระริกระรี้ก่อนจะรีบพุ่งเข้ามาใช้ปากยื่นๆเล็กๆของตนเองงับเข้าที่จุกนมของข้าแล้วเริ่มดูดนมทันที ขาเล็กๆแตะๆกดๆที่เต้านมของข้าเบาๆตามแรงของเจ้าตัวเหมือนเป็นการรีดนม มีบ้างที่ฟันน้อยๆที่เริ่มขึ้นของเจ้าตัวแสบจะขบเข้าที่จุกนมของข้าบ้างจนรู้สึกเจ็บ แต่ข้าก็รู้สึกชินเสียแล้ว เพราะตอนโดนคุณสามีกัดมันเจ็บกว่านี้เยอะ

...ถึงหลังจากเจ็บข้าจะโดนอย่างอื่นด้วยก็เถอะ...

จุ๊บจุ๊บ

เสียงดูดนมของเจ้าตัวเล็กดังขึ้นมาเป็นระยะ ปากเล็กๆดูดนมจากจุกอย่างเอาเป็นเอาตาย ปากเล็กๆนั้นเลอะไปด้วยน้ำนมสีขาวนวลจนขนเปียกลู่เป็นหย่อมๆ ข้ามองเจ้าตัวเล็กของตัวเองพรางคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะก้มลงใช้ลิ้นเลียตามลำตัวเล็กๆนั้นอย่างเอ็นดู ดูท่าทางเจ้าตัวแสบจะพากันขึ้นจากน้ำมาได้พักใหญ่แล้วเพราะดูจากขนตามตัวที่เริ่มแห้งลงบางแล้ว

...เล่นจนหมดแรงเลยนะเจ้าตัวแสบเอ้ย!...

ข้าลอบคิดอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะแอบคิดโทษตัวเองที่หลับจนไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้ขึ้นมา ยังดีที่ไม่เกิดอะไรขึ้นในระหว่างที่ข้าหลับ ไม่งั้นข้าคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่

จุ๊บ

เสียงจุ๊บดังขึ้นเบาๆหลังจากเจ้าตัวเล็กถอนปากออกจากหัวนมเปียกๆของข้า ข้าก้มเลียใบหน้ามอมๆของกาเบลเป็นการทำความสะอาด

เอิ้กกกกกก~

เสียงเรอดังออกมาจากปากเล็กๆเหมือนเป็นเครื่องยืนยันว่าเจ้าตัวเล็กทำการกินจนอิ่มแล้ว ข้าคลี่ยิ้มก่อนจะก้มลงฟัดเจ้าตัวเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว

แง่งแง่ง

กาเบลนอนดิ้นแด่วๆหลังจากโดนข้าจับฟัด ข้าสั้นๆเล็กๆบิดไปบิดมา ปากเล็กๆพยายามหันมาขบกัดข้าเพื่อเป็นการเอาคืน แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างเจ้าตัวแสบจึงสู้แรงของข้าไม่ได้ สุดท้ายก็ได้ดิ้นร้องแง้วๆโดนข้าจับฟัดจนหนำใจ

หงิง

เบรทที่กำลังนอนหลับสบายถูกเสียงกาเบลปลุกออกจากนิทรา เจ้าตัวเล็กครางหงิงก่อนจะปรือตาขึ้นมองไปตามเสียงนั้นแล้วพบว่าเจ้า(น้อง)ตัวเล็กกำลังโดนมารดากลั่นแกล้งอยู่ มันบิดขี้เกียจน้อยๆเร็วๆก่อนจะรีบรุดขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปร่วมวง

หงิง แง่ง

โฮ่ง

จากเสียงร้องระงมที่แต่แรกไม่ดังมากพอมีเจ้าตัวแสบอย่างเบรทมาสำทับ เสียงร้องเสียงเห่าก็เริ่มดังขึ้นๆส่งผลให้ ซิทพี่ใหญ่ของคอกที่กำลังฝันหวานถูกปลุกให้ตื่นนอนก่อนเวลาเข้าอีกตัว

งี้ดดดดด~

ซิทครางงึมงำออกมาอย่างรำคาญใจ ดวงตากลมโตปรือขึ้นมองอย่างขัดใจก่อนที่มันจะเบิกกว้างและกลายเป็นเบิกบานหลังเห็นน้องๆกับคุณแม่ตัวโตกำลังเล่นสนุกกันอยู่ ความงุนงงและงัวเงียถูกสลัดหายไปทันที ขาเล็กๆรีบยันกายลุกขึ้น แต่ด้วยความที่ยังไม่ตื่นดีเลยทำให้ขาเล็กๆสั้นป้อมนั้นมันไม่เป็นไปตามใจคิด เมื่อออกตัววิ่งได้สองสามก้าวขาเล็กๆนั้นก็อ่อนแรง ส่งผลให้ร่างลูกหมากลมๆหน้าทิ่มพื้นไปกับดิน

เอ๋ง!

เสียงร้องดังลั่นทำให้ข้ากับเจ้าตัวเล็กทั้งสองชะงักไปก่อนจะรีบหันไปตามเสียง จนพบร่างเล็กๆของพี่ใหญ่ในคอกนอนคว่ำหน้าทิ่มกับพื้น

"ซิทเป็นอะไรรึเปล่า?" ข้าเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง แต่ดูเหมือนเจ้าตัวแสบทั้งสองจะไม่คิดเช่นเดียวกับข้า

โฮ่ง

แง้ววววว~

ได้ทีเบรทและกาเบลก็ออกตัววิ้งดุ๊กดิ๊กๆไปรังแกพี่ชายของตัวเองทันที ส่วนด้านซิทที่เป็นพี่ใหญ่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้เจ็บอะไรมากที่ร้องเอ๋งออกมาก็คงจะเพราะว่าตกใจ ดูจากการที่เจ้าตัวผงกหัวขึ้นมาเล่นกับเจ้าตัวแสบอีกสองตัวซึ่งพุ่งเข้าใส่ต่อได้ก็พอจะรู้ ข้าคลี่ยิ้มบางๆอย่างเอ็นดูก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆอย่างอ่อนใจ

 

.……………………………………………….……………………..

 

ในขณะที่ไม่มีใครทันตั้งตัวที่หลังพุ่มไม้ใหญ่ไม่ไกลกับปรากฏดวงตาแห่งนักล่าคู่หนึ่งจับจ้องไปที่ร่างของเด็กหนุ่มและเหล่าลูกหมาป่าทั้งสามอย่างมุ่งร้าย ก่อนที่มันจะค่อยๆถอยห่างออกไปอย่างเงียบเชียบ

แกรก!

เสียงบางอย่างที่ดังแว่วๆมาเรียกสายตาคู่น้อยของซิทที่กำลังโดนน้องๆแทะหูแทะหางอยู่ให้หันไปมอง

แง้งงงงง~

กระนั้นเสียงแทะแง้งๆที่ดังมาเป็นระยะจากเจ้าน้องตัวแสบซึ่งกำลังใช้ปากแทะใบหูของมันอยู่ก็ดึงสติของมันให้กลับมา ซิทหันไปใช้ปากแง่มใส่เจ้าน้องเล็กตัวแสบเพื่อเป็นการเอาคืน ละความสงสัยใคร่รู้จากเสียงปริศนานั้นให้หายเลือนไป

 

.……………………………………………….……………………..

 

หลังจากพาลูกๆไปเล่นน้ำที่ลำธารในวันนั้นมันก็ผ่านมาแล้วหลายวัน ข้าก็ไม่แน่ใจนักแต่นับตามเวลาที่ท้องฟ้ามืดเอา โชคดีมากที่วันนั้นคุณสามีออกล่านานกว่าปกติเพราะเหมือนสัตว์ในป่าจะพยายามซ่อนตัวจากอะไรบางสิ่งอย่างผิดปกติ(คุณสามีบอกมา) แต่มันก็ดีที่มันทำให้ข้ากับลูกๆสามารถกลับถึงโพรงได้ก่อนคุณสามีแบบเฉียดฉิวเช่นเดียวกับวันนี้

"อย่าออกไปไหนไกลละ" คุณสามีเอ่ยพรางใช้หัวคลอเคลียข้าอย่างรักใคร่ ซึ่งข้าก็คลอเคลียคุณสามีกลับเช่นกัน เพราะการคลอเคลียแบบนี้ของคุณสามีมันทำให้ข้ารับรู้ถึงความรักของคุณสามีที่มีให้ข้าได้และข้าสามารถแสดงความรักต่อคุณสามีกลับได้โดยไม่เหนื่อย "แล้วข้าจะรีบกลับ"

คุณสามีใช้ลิ้นเลียใบหน้าของข้าเบาๆก่อนจะเดินออกจากโพลงไปรวมกลุ่มกับเหล่าตัวผู้ตัวอื่นๆในฝูงที่กำลังรวมกลุ่มกันเพื่อเตรียมจะออกล่า ใช่แล้ว!คุณสามีกำลังจะออกล่า

...ส่วนข้ากำลังจะออกเที่ยว!...

"ล่ากระต่ายมาเยอะๆนะคุณสามี" ข้าวิ่งตามออกมาหน้าโพรงแล้วตะโกนบอกคุณสามีเสียงดัง ซึ่งคุณสามีก็หันกลับมามองข้าแต่ก่อนที่เจ้าตัวจะได้พูดอะไรตอบกลับมา ก็มีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นเสียก่อน

"เดี๋ยวพี่ล่ามาให้เจ้าเอง"

พี่ๆของข้าที่จะไปออกล่าเช่นเดียวกันตะโกนตอบข้าเสียงดัง ข้าได้แต่ส่งยิ้มแหยๆกลับไปน้อยๆก่อนจะหุบยิ้มฉับ

กรร

"อย่าสอด" คุณสามีคำรามออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ปนรำคาญใจ ข้าคิดว่าคงเพราะถูกพี่ๆพูดขัดนั่นแหละ ซึ่งก็แน่นอนว่าพี่ของข้าก็ดูเหมือนจะชอบใจแถมยังทำทียียวนใส่คุณสามีอย่างไม่ลดละพี่ห้านี่ตัวดีเลย ส่วนข้าก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมา

"ไปกันได้แล้ว" เสียงคำรามจากหมาป่าหนุ่มขนสีดำสนิทดวงตาสีทองเช่นเดียวกันกับคุณสามีดังขึ้น ก่อนที่ร่างนั้นจะนำกลุ่มออกวิ่งเข้าไปในป่าพร้อมตัวผู้ตัวอื่นๆ หมาป่าขนสีดำมี่เหมือนกับคุณสามีตัวนั้นมีชื่อว่ากาเซล กาเซลเป็นพี่ใหญ่ในคอกเดียวกันกับคุณสามีที่นานๆทีจะโผล่มา(ข้าเคยเห็นกาเซลแค่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองเอง) กาเซลจะกลับเข้าฝูงไม่บ่อยนักซึ่งข้าเองก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปอยู่ที่ไหนเหมือนกัน คุณสามีเคยบอกว่ากาเซลคือหมาป่าเดียวดายอย่างแท้จริงเพราะนางหมาป่าที่คิดจะจับคู่ด้วยป่วยตายไปเสียก่อน เรื่องมันน่าเศร้าสุดๆไปเลยใช่มั้ย? คุณสามีบอกว่าแต่ก่อนกาเซลก็มีนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว แต่พอนางหมาป่าที่ชอบตายอีกฝ่ายก็ยิ่งเป็นหนักกว่าเดิม กาเซลมักจะชอบออกไปอยู่นอกฝูง อยู่ตัวเดียวล่าตัวเดียว นานๆทีถึงจะกลับฝูงมาออกล่าที

โบ๋วววววว~

กาเซลหอนออกมาส่งสัญญาณแห่งการเตรียมออกล่า ซึ่งหมาป่าหนุ่มตัวอื่นๆก็หอนตอบรับกันเป็นทอดๆจนเสียงหอนค่อยๆเบาลงเรื่อยๆตามระยะทางที่เหล่าฝูงล่าออกวิ่งไป ข้ายืนมองตามเสียงหอนและร่างของพี่ๆพร้อมคุณสามีไปจนลับตาก่อนจะหันไปยิ้มกับลูกๆที่นั่งส่ายหางจนตูดบิดส่งสายตาระริกระรี้ให้ข้า ข้าคลี่ยิ้มกว้าง

"ได้เวลาสนุกแล้ว"

...วันนี้ข้าจะพาลูกๆวิ่งให้ทั่วฝูงเลย! วะฮ่าฮ่า...

 

.……………………………………………….……………………..

 

หลังจากแยกจากพรานป่ามือดี(แบบไม่ยินยอมเท่าไหร่นัก)กลุ่มนักเดินทางเฉพาะกิจของหมอเจฟก็เดินทางท่องเขาไปในป่าสำรวจพื้นที่เป็นเวลาสามวันแล้ว หมอเจฟหันกลับไปมองเหล่าผู้ร่วมทางอย่างสังเกตสังกาก่อนจะเอ่ยขึ้น

"วันนี้เราจะพักกันตรงนี้" คุณหมอหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากพบสถานที่ที่เหมาะแก่การตั้งแค้มป์ชั่วคราว เหล่าผู้ร่วมทางขานรับก่อนจะแยกย้ายกันจัดแจงที่พักสำหรับคืนนี้ หมอหนุ่มสอดส่องสายตามองไปรอบๆกายก่อนจะย่นคิ้วน้อยๆเมื่อรู้สึกขนลุกแบบแปลกๆราวกับว่ากำลังถูกจ้องมองจากอะไรบางสิ่ง

"เลย์" หมอเจฟเอ่ยเรียกลูกน้องในทีมคนหนึ่งที่กำลังใช้มีดพร้าเล่มใหญ่ถางเปิดหญ้า

"ครับ" ชายร่างกำยำขานรับก่อนจะเก็บมีดเหน็บไว้ข้างเอวแล้วเดินเข้าไปหาเจ้านายตน "คุณชายมีอะไรรึเปล่าครับ"

"ฉันอยากให้นายไปสำรวจรอบๆนี้หน่อยว่าเป็นยังไง พาเพื่อนไปด้วยซักคนสองคนนะ จะได้ช่วยกันดูเผื่อมีอะไร"เจฟกล่าว

"ครับ" เลย์ขานรับก่อนจะหันไปเรียกเพื่อนที่กำลังจัดกางเต็นท์ให้ไปกับตนแล้วเดินเข้าป่าไป

"..." หมอเจฟกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างแปลกใจ เมื่อความรู้สึกแปลกๆนั้นมันหายไปแล้ว เงี่ยหูฟังเสียงรอบๆก็ปกติดีจนน่าแปลกใจ "หรือจะคิดไปเอง..." เจฟครางในลำคองึมงำก่อนจะส่ายหัวน้อยๆแล้วหันไปจัดเต็นท์ของตัวเองบ้าง โดยที่ไม่รู้เลยว่าตนเองและคนอื่นๆกำลังถูกจับจ้องจากดวงตาคมวาววับ

พบค่ำเหล่ากลุ่มนักเดินทางก็มานั่งรวมตัวกันอยู่หน้ากองไฟตรงจุดศูนย์รวมเพื่อทานอาหารเย็น กระต่ายตัวอ้วนสองสามตัวซึ่งถูกหมักและทาอย่างดีด้วยเครื่องปรุงซึ่งติดกระเป๋ามาด้วยส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย หมอหนุ่มใช้มีดผ่าแบ่งเนื้อกระต่ายอย่างชำนานก่อนจะแจกจ่ายให้ตนเองและคนในกลุ่ม ปลาที่ถูกย่างเสียบไม้ถูกแจกจ่ายต่อกันราวกับครอบครัวสุขสรรค์มาแค้มป์ปิ้ง

"ดีหน่อยที่แถวนี้มีลำธาร" เจฟเอ่ยขึ้นขณะที่มือกำลังฉีกเนื้อกระต่ายเข้าปาก

"เป็นลำธารเล็กๆไม่ใหญ่มากครับ ลึกเลยเอวมาหน่อย น้ำใสมากคงเป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่าแถวนี้" เลย์เอ่ยต่อ เพราะหลังจากที่ตนกับเพื่อนเดินสำรวจรอบๆสถานที่ค้างคืนเฉพาะกิจได้สักระยะ หูก็ได้ยินเสียงน้ำไหลจึงพากันเดินไปตามเสียงจนเจอลำธารสายหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ

"ก็ดีเราจะได้มีน้ำไว้ใช้ไว้กินตุนไว้ พรุ่งนี้สำรวจอีกหน่อยเราก็จะกลับกันแล้ว" เจฟกล่าวพรางทำหน้าเหม็นเบื่อเมื่อนึกถึงคำพูดของพรานเฒ่าเจ้าเล่ห์

'ห้ามอยู่เกิน 7 วันไม่อย่างนั้นพวกเธอจะไม่ได้ออกมาอีกเลย'

...เหอะ!ไร้สาระ...

 

....................................................................................................................................................................................................................

26 พ.ค 62

ดีจ้า

ไรท์กลับจากต่างจังหวัดละน้าทุกคน เลิกส่งกระแสจิตมาเผาบ้านไรท์ได้เล้ว!!!!

สำหรับใครที่ไม่ทราบว่าไรท์หายไปไหนนะคะ

ก็ตามที่แจ้งในเพจอะเนอะ คือไรท์กลับต่างจังหวัดค่ะ ประจวบกับคุณตาผ่าตัดด้วยไรท์ก็เลยอยู่ดูคุณตายาวเลย พึ่งกลับมาถึงเมื่อวาน เหนื่อยๆก็เลยไม่ได้อัพ

ช้าไปนิดดีกว่าไม่มาเน้อ

 

 

6 เม.ย 62 20:32

ช้าไปนิดขอโทษน้าาาาา

พอดีไรท์ลืมตามที่โพสต์แจ้งไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วนั้นแหละคะ(ไม่รู้ใครอ่านทันมั่ง 555)

ครึ่งบทนี้ไม่แน่ใจว่าจะค้างรึเปล่าแต่ไรท์ว่าก็คงไม่(มั้ง?)

ก็ตามที่แจ้งในเพจนะคะช่วงสงกรานต์​ไรท์จะกลับต่างจังหวัด อาจจะหายไปนานพอดู กลับมาจะรีบอัพให้ทันที  แล้วอีกอย่างคือก็ใกล้จะได้ออกฝึกงานแล้วด้วยไรท์ก็อาจจะมาอัพต่อช้าลงอีกหน่อย อย่าพึ่งส่งกระแสจิตมาเผาบ้านไรท์กันนะ!!!!

สงกรานต์​นี้ก็ขอให้ทุกคนทีความสุขมากๆนะคะ อย่าเที่ยวจนลืมระมัดระวังตัวเองและทรัพย์สินกันด้วยล่ะ มีความสุขมากๆ สวัสดีปีใหม่ไทยล่วงหน้าค่ะ ❤​

เมนท์ติชมแสดงความคิดเห็นได้นะคะ

แล้วเจอกันค่ะ

:)

ความคิดเห็น