เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

13 บางคนก็ไม่รู้หัวใจตัวเอง

ชื่อตอน : 13 บางคนก็ไม่รู้หัวใจตัวเอง

คำค้น : เจาหลิน,นางเอกแร่ด,อ๋อง,พรรคมาร, หยวนเหว่ยกวง,จำปีหอม,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 22:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
13 บางคนก็ไม่รู้หัวใจตัวเอง
แบบอักษร

​201/04/06

สองพี่น้องตระกูลหลี่นั่งพุ้ยข้าวเข้าปากอย่างเชิ่องช้าทั้งพี่ทั้งน้อง สำหรับเจาหลินที่นกมาจากอ๋องหยวนเหว่ยกวงเมื่อคืนนั้นเป็นที่เข้าใจได้แต่มิทราบว่าหลิ่วอ้ายเกิดเรื่องใดขึ้นเมื่อคืนจึงมีท่าทีเช่นนี้ได้

"เฮ้อ.." สองพี่น้องถอนหายใจพร้อมกัน

"เมื่อคืนไม่ได้ความสิ่งใดสินะ" เจาหลินเอ่ยปากก่อน

"พี่ก็ไม่ได้เบาะแสเลยหรือ" หลิ่งอ้ายย้อนถาม ไม่ยอมบอกว่าเกิดการปะทะคารมกับองค์ชายสิบสามเมื่อคืนนี้เลยกลับบ้านมือเปล่าทั้งคู่

"ไม่ได้อะไรเลย ไม่มีผู้ชายตกถึงท้องเลย แค่ลูบๆคลำๆนิดหน่อยมันจะพอได้อย่างไรเล่า" เจาหลินตบโต๊ะเปรี้ยง

"แล้วพี่คิดจะทำอย่างไรต่อ" หลิ่งอ้ายรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นโต๊ะที่ทำจากไม้เนื้อดีแหว่งหายไปเป็นรูปมือของพี่ชาย ท่าทางเมื่อคืนจะนกแรงมาก

"จะทำอะไรได้ล่ะ พวกมันวางแผนมาดีเราคงไม่สามารถสืบได้ง่ายๆ ให้คนของท่านพ่อไปสืบแล้วกัน วันนี้ข้าต้องการเยียวยาจิตใจ" เจาหลินหมดอารมณ์เล่นเป็นนักสืบ

"เยียวยาจิตใจ อย่างไร พี่ป่วยหรือ" หลิ่งอ้ายหยิกแก้มพี่ชายตัวเล็กก็เห็นว่าตัวไม่ร้อน

"ไปหาของว่างรับประทานกันไงล่ะ" เจาหลินชูกำปั้นประกาศกร้าวนั่นเป็นสาเหตุที่พวกเขามานั่งที่ร้านน้ำชาหรูหราแห่งหนึ่งมาครึ่งชั่วยามแล้ว ขนมที่ถูกสั่งมาเต็มโต๊ะเป็นเพียงของประกอบฉากระหว่างที่เจาหลินนั่งมองบุรุษหนุ่มเป็นอาหารตา มีหลายคนที่ถูกใจเขาแต่คนยังสงวนท่าทีอยู่

"นี่นะหรือของว่างของพี่" หลิ่งอ้ายหน้าบูดเขาคิดว่าจะออกมาหาของอร่อยรับประทานกันประสาพี่น้อง นี่อะไร! พี่ชายเขามานั่งยิ้มหวานให้หนุ่มๆโลมเลียอีกแล้ว หลิ่งอ้ายบ่นในใจแล้วก็หันไปแยกเขี้ยวใส่บุรุษที่ทำท่าจะเดินเข้ามาทำเอาคนเหล่านั้นถอยกลับไป เจาหลินเห็นทุกอย่างแต่มิได้ว่าอะไรเพราะยังไม่มีผู้ใดโดนใจ ถึงอย่างไรเขาก็ยกให้ท่านอ๋องเป็นที่หนึ่ง ผู้อื่นล้วนเป็นของว่างก่อนที่จะได้อาหารหลักเขาไม่ปล่อยตัวให้บุรุษเหล่านี้ง่ายๆ.. ถ้าไม่รูปงามพอ

เจาหลินตากระจ่างวาบเมื่อเห็นบุรุษที่เดินเข้ามาใหม่ เขาจะไม่สนใจชะนีน้อยที่อยู่ด้ายข้างด้วยการทำเป็นมองไม่เห็นก็แล้วกันนะ บุรุษหนุ่มผู้เรียกความสนใจจากเจาหลินได้นั้นมีรูปร่างสะโอดสะอง คิ้วเฉียงดวงตาสุกใสรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ผิวพรรณสะอาดสะอ้านชวนอยากทำให้แปดเปื้อน

"พี่ น้ำลายหยดแล้ว" หลิ่งอ้ายขัดแต่เจาหลินหาได้สนใจไม่

"อีกครึ่งชั่วยามการประชันโคลงจะเริ่มขึ้นแล้ว ท่านผู้ใดสนใจลงแข่งเชิญแจ้งได้ที่เสี่ยวเอ้อ ท่านผู้ใดที่จะลงขันเงินรางวัลอีกสักครู่เสี่ยวเอ้อของเราจะถือถาดวนไปที่โต๊ะเชิญพวกท่านลงเงินได้" เถ้าแก่ร้านน้ำชาประกาศ

"การประชันโคลงกลอนคืออะไรหรือ" หลิ่งอ้ายเรียกเสี่ยวเอ้อมาถาม

"เรียนนายท่าน ร้านของเรามีการประชันโคลงกลอนทุกยามอุ้ย(13.00-14.59 น.)ขอรับ ดังที่ได้เห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนเป็นคุณชายและบัณฑิต ส่วนเงินรางวัลนั้นมีเพียงนิดหน่อยพอสนุกๆขอรับ แล้วแต่ว่าแขกในร้านจะช่วยสมทบเงินให้เท่าไหร่ ผู้ชนะก็จะได้เงินรางวัลทั้งหมดไปขอรับ"

"ความคิดไม่เลว" เจาหลินหายสงสัย เหมือนร้านหนึ่งในยุคที่เขาจากมาก็ใช้วิธีเช่นนี้เช่นกันเพียงแต่การแข่งนั้นออกจะ.. ไม่พูดดีกว่า

"ข้าขอสมทบเงินรางวัลด้วยแล้วกัน" เจาหลินวางง่วนป้อทองก้อนหนึ่งลงในถาดอย่างใจกว้าง เรียกความสนใจจากผู้คนได้ไม่น้อย

"มิคิดเลยว่าท่านก็เป็นผู้ชื่นชอบในบทกวีผู้หนึ่ง" บัณฑิตท่าทางสุภาพจากโต๊ะข้างๆประสานมือคารวะให้เจาหลิน เขาเองเป็นเป็นผู้หนึ่งที่ลงแข่ง หากชนะได้เงินก้อนนี้คงดีไม่น้อย

"เพียงอยากสนับสนุนบุรุษหนุ่มเท่านั้น" เจาหลินประสานมือกลับ ในใจคิดว่าหากเป็นบุุรุษหนุ่มรูปงามข้าจะยินดียิ่ง

เสียงกระดิ่งดังขึ้นต่อเนื่องเป็นสัญญาณว่าการแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้น เสียงพูดคุยในร้านๆค่อยๆเงียบลง เหล่าผู้ลงแข่งขันทะยอยเดินขึ้นไปบนเวทีเตี้ยๆกลางร้าน ในจำนวนนี้มีทั้งบัณฑิตยากไร้ คุณชายรูปงาม รวมทั้งดรุณีผู้สดใใสอีกหลายนาง รวมได้ถึง11คน

"วันนี้พกเราได้รับเกียรติจากอาจารย์อวี้ถงเป็นผู้ให้หัวข้อการประชันว่า.. " เถ้าแก่ทอดเสียงยาวทิ้งให้คนฟังเผลอกลั้นหายใจ

"หัวข้อวันนี้คือ ความรักต้องห้าม ข้าจะเรียกตามลำดับผู้ลงชื่อแข่งขัน เชิญคุณชายโจว"

เจาหลินชมดูการประชันโคลงกลอนจึงเห็นว่าบุรุษรูปงามที่สะดุดตาเขาก็ลงแข่งด้วย จากที่เถ้าแก่ประกาศจึงได้ทราบว่าเขาชื่อเหอกว่างเฟย ตอนนี้มีหลายคนตกรอบไปแล้วแต่คุณชายเหอยังต่อกลอนได้อย่างไม่ติดขัด

"รูปงามมากความสามารถ" เจาหลินละเมอ

"แค่ต่อกลอนเอง ทำมาหากินเลี้ยงพี่ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้" หลิ่งอ้ายขัด เพราะโตมาในพรรคอธรรมที่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบุรุษหยาบกร้าน พอเห็นบุรุษสุภาพอ่อนแอทำให้ขัดตายิ่ง

"ไม่จำเป็น หากข้าถูกใจข้าหาเลี้ยงเขาเอง" เจาหลินกล่าวอย่างใจป้ำ ทำหลิ่งอ้ายแค่นเสียงใส่อย่างไม่พอใจ

การแข่งขันดำเนินไปเรื่อยๆจนตอนนี้เหลือเพียงคุณชายเหอและคุณชายโจวเพียงสองคนที่ยังต่อโคลงกันอยู่

"เจ้าว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะ" เสียงซุบซิบดังมาจากรอบๆ

"ไม่เห็นต้องถาม ย่อมเป็นคุณชายเหออยู่แล้ว"

"พี่เอาอะไรมาวัดว่าเขาจะเป็นผู้ชนะ" หลิ่งอ้ายเห็นความเชื่อมั่นของเจาหลินที่มีให้บุุุรุษอื่นก็ไม่พอใจขึ้นมา

"เพราะเขารูปงามกว่าไงเล่า" เจาหลินยิ้มหวานให้เหอกว่างเฟยที่มองมา สุดท้ายคนเป็นผู้ชนะจริงๆ เหอกว่างเฟยสนทนากับเหล่าบัณฑิตอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้าวมาหาเจาหลินพร้อมประสานมือคารวะอย่างสุภาพ

"ข้าได้ยินว่าท่านเป็นผู้สนับสนุนรางวัลก่อนใหญ่ ขอขอบพระคุณท่านมากทำให้พวกเราเหล่าบัณฑิตมีกำลังใจศึกษาต่อไป"

"เรื่องแค่นี้มินับว่าเป็นอย่างไรได้ ข้าเองก็เป็นผู้นิยมโคลงกลอนผู้หนึ่ง เชิญท่านนั่งลงสนทนากันเป็นอย่างไร" เจาหลินเชื้อเชิญ

"เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว ข้ามีนามว่าเหอกว่างเฟย มิทราบว่าคุณชายทั้งสองคือ.."

"ข้ามีนามว่าหลี่เจาหลิน นี่คือน้องของข้านามหลี่หลิ่งอ้าย" เจาหลินแนะนำเผื่อไปถึงหลิ่งอ้ายที่นั่งหน้าบูดอยู่ เพราะมีคนมาขวางเวลาของเขากับพี่ชายที่รัก

เจาหลินสนทนากับเหอกว่างเฟยอย่างเพลินรเพลิน หลิ่งอ้ายตอบคำถามอย่างเสียไม่ได้เมื่อถูกดึงเข้าร่วมสนทนา จนกระทั่งสมควรแก่เวลาเหอกว่างเฟยจึงลากลับ

"เหนื่อยชมัด" เจาหลินบ่น

"พี่จะเหนื่อยได้อย่างไร ข้าเห็นยิ้มอ่อยเขาตลอดเวลา" หลิ่งอ้ายแขวะ

"แสร้งปั้นหน้าเป็นบัณฑิตสิเหนื่อย เดินกลับบ้านไม่ไหวแล้วให้พี่ขี่หลังนะ" เจาหลินส่งสายตาออดอ้อนแบบที่น้องชายไม่เคยขัดใจได้สักครั้ง

"ก็ได้" หลิ่งอ้ายหมุนตัวหันหลังให้ด้วยท่าทางไม่เต็มใจแต่มุมปากแอบยิ้ม เจาหลินเองก็ไม่เกรงใจโดดขึ้นหลังน้องชายทันที ไม่สนใจว่าผู้ใดจะมองบ้าง

ระหว่างทางกลับบ้านเจาหลินร้องเพลงหงุงหงิงทำให้หลิ่งอ้ายได้ตีหน้าเหี้ยมใสคนที่มองมา พวกองครักษ์ก็พลอยดึงหน้าตึงสร้างความคร้ามเกรงให้แก่ผู้ที่อยากเข้ามาทำความรู้จักกับเจาหลินเป็นอันมาก

ดีจริงที่บางทีพี่ก็โง่ หลิ่งอ้ายคิดในใจพลางเหลือบมองพี่ชายบนหลังที่ไม่ได้มองข้างทางเลยว่าเป็นที่สนจของบุรุษมากเพียงไหน แต่เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วเขายังไ่อยากมีพี่เขยเร็วนัก โดยไม่ทราบเลยว่ามีสายตาหลายคู่แอบมองอยู่

"เรียนท่านอ๋อง คุณชายหลี่สนทนาเรื่องโคลงกลอนกับบัณฑิตที่ร้านน้ำชา จากนั้นคุณชายหลี่เจาหลินก็ขี่หลังคุณชายหลี่คนน้องกลับบ้านพ่ะย่ะค่ะ ข้าให้คนเฝ้าไว้แล้ว" สายลับรายงาน อ๋องหยวนเหว่ยกวงสะบัดมือครั้งหนึ่งสายลับผู้นั้นก็ค้อมตัวออกจากห้องไป

"เราไปคุมตัวพวกเขามาสอบสวนไม่ดีหรือพ่ะย่ะค่ะท่านอา ให้สายลับคอยจับตาดูแบบนี้เสียเวลายิ่งนัก" องค์ชายสิบสามนึกถึงเมื่อคืนที่ปะทะฝีปากกับหลิ่งอ้ายแล้วก็มีโทสะขึ้นมาอีกครา เขายินดีที่จะอาสาเป็นคนไปจับกุมตัวฝ่ายนั้นยิ่งนัก

"ด้วยฝีมือเช่นเจ้าอย่างนั้นหรือ ข้ามั่นใจว่าพอจะมีชัยเหนือพวกเขาคนหนึ่งคนใดได้ แต่หากพวกเขาลงมือพร้อมกันก็หมดทางชนะแล้ว" อ๋องหยวนเหว่ยกวงมองหลานชายด้วยหางตา

"เช่นนั้นพวกเราก็ผนึกกำลังกันบ้างเป็นอย่างไร ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถมีชัยเหนือพวกเขาได้" องค์ชายสิบสามกล่าวอย่างดื้อดึง

"หากพวกเจ้าลงมือด้วยก็มีแต่แพ้เท่านั้น จนกว่าความจริงว่าสองพี่น้องตระกูลหลี่เป็นใครและมีจุดมุ่งหมายอันใดห้ามเจ้าลงมือกับพวกเขาเป็นอันขาด ข้ามิอยากสร้างศัตรูเพิ่มโดยไม่จำเป็นในยามนี้เข้าใจหรือไม่ หากเจ้ายังดื้อด้านข้าจะทูลขอสมรสพระราชทานให้เจ้าทันที"

"ท่านอา" องค์ชายสิบสามฟังแล้วแทบจะกอดขาผู้เป็นอาร่ำไห้ แค่คิดถึงเหล่าคุณหนูในห้องหอที่แสนอ่อนแอ ร่างกายเต็มไปด้วยน้ำหอมฉุนจนเวียนศีรษะเขาก็อยากร้องไห้แล้ว ส่งเขากลับชายแดนยังดีกว่าเลย

"ออกไปได้แล้ว วันนี้เจ้าต้องไปรับประทานอาหารเย็นกับพ่อเจ้า อย่าได้ไปสาย" อ๋องหยวนเหว่ยกวงเตะดด่งหลานชายออกจากห้อง จากนั้นรอจนมือแล้วเปลี่ยนเป็นชุดรัดกุมกลมกลืนกันความมืดลอบออกจากวังไป

 

ท่านอ๋องจะไปไหนเอ๋ย ขอโทษที่ทิ้งไปนานค่ะ หลังจากนี้จะพยายามมาต่อให้เร็วขึ้นนะคะ ไหว้ย่อ

จำปีหอม

 

 

ความคิดเห็น