facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 16 NC เบาๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2562 01:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 NC เบาๆ
แบบอักษร

หัวใจขายฝาก

บทที่ 16



“เปา”


ภาคภูมิยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นปาณัทเดินเคียงคู่มากับจอมภพในวันนี้ ตั้งแต่เปิดกล้องละครมาจนใกล้จะถ่ายจบปาณัทยังไม่เคยมาที่กองถ่ายเลยสักครั้งในฐานะผู้จัดการของจอมภพ ทั้งที่เขาเพียรหาโอกาสเหมาะที่จะสร้างความสนิทสนมกับปาณัทมานาน แต่วันนี้ที่ภาคภูมิแวะมาเจรจากับแผนกธุรกิจของค่ายเรื่องงานเปิดตัวและงานอีเวนท์เมื่อละครออกฉาย เขาก็ได้พบกับปาณัทตามที่ต้องการเสียที


“จอม ไปเถอะ ไม่ต้องกังวลน่า”


ปาณัทเห็นแล้วว่าชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้างขมวดคิ้วเข้าใส่เมื่อเห็นภาคภูมิเดินตรงมาหา เขารุนหลังให้จอมภพเดินไปที่ฝ่ายเสื้อผ้าหน้าผมก่อนจะหันไปยิ้มรับอดีตเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยเดียวกัน


“สวัสดีภาคภูมิ”


“ไม่นึกว่าจะได้พบเปาวันนี้ เปาไม่เคยมากองถ่ายเลยนี่”


เอ่ยเสียงนุ่มหวังจะสร้างความประทับใจให้แก่ปาณัท ยิ่งได้มายืนใกล้ๆมองเห็นใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าวัยคล้ายสมัยเรียนคลาสเดียวกันเมื่อสิบปีก่อน ภาคภูมิก็ยิ่งใจเต้น


“ผมไม่ว่างเลย ทำงานที่โรงงานเพราะต้องเร่งผลิตสินค้า ต้องปล่อยให้จอมดูแลตัวเอง รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันนะ”


แววตาหลังกรอบแว่นใสแสดงถึงความห่วงใยในชายหนุ่มที่กล่าวถึง ทำให้ภาคภูมิอดอิจฉาไม่ได้


“ไม่เป็นไรมั้ง เด็กมันก็โตแล้วดูแลตัวเองได้  ข้างๆสตูดิโอมีร้านกาแฟอยู่ รสชาติใช้ได้ เราไปนั่งรอเด็กกันที่นั่นดีกว่า อยู่แถวนี้ก็เกะกะคนในกองเขา”


ฉวยโอกาสยกมือแตะข้อศอกของปาณัทโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันฉุกใจคิด ปาณัทเดินไปยังร้านกาแฟตามที่ภาคภูมิแนะนำ เมื่อสั่งเครื่องดื่มกันแล้วทั้งคู่จึงเลือกโต๊ะนั่ง ภาคภูมิเปิดฉากสนทนาอย่างต่อเนื่อง


“จอมภพมีชื่อเสียงมากในตอนนี้ เด็กวัยรุ่นรู้จักเขามากขึ้นเพราะกระแสทางโซเชียลไปเร็ว เขารูปร่างหน้าตาบุคลิกดีมาก ไม่รู้ว่าเปาไปได้เขามาจากไหน”


เลือกที่จะเปิดประเด็นด้วยการยกยอเด็กของปาณัท เจ้าตัวยังคงสงบนิ่งและมีเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าเท่านั้น จนภาคภูมิเดาทางไม่ออกว่าปาณัทคิดอะไรอยู่


“จอมเป็นลูกของอาจารย์ภวัตที่เคยสอนกฏหมายเบื้องต้นตอนเราเรียนมหาวิทยาลัยไงล่ะ คลาสที่ผมเรียนกับคุณนี่แหละ”


ภาคภูมิทบทวนความทรงจำ ก่อนจะร้องอ๋ออยู่ในใจ เขานึกย้อนไปถึงหนุ่มใหญ่หน้าตาสะอาดสะอ้านที่ยืนสอนหน้าชั้นเรียน นึกออกแล้วว่าตอนนั้นเขานั่งมองปาณัทจากหลังห้อง สายตาของปาณัทจับจ้องแต่อาจารย์คนนั้นไม่วางตา สายตามีแต่ความชื่นชมจนเขานึกอิจฉา ใครจะนึกว่าจอมภพคือลูกของผู้ชายคนนั้น


“แล้วจอมภพมาอยู่กับคุณได้ยังไง”


สังเกตเห็นวูบหนึ่งที่สายตาของปาณัทเปลี่ยนไปก่อนจะกลับมาสงบนิ่งเหมือนเดิม


“ผมกับจอมรู้จักกันโดยบังเอิญ ต่อมาผมรู้ทีหลังว่าเขาเป็นลูกของอาจารย์ภวัตที่กำลังป่วยหนัก อาจารย์จึงฝากจอมให้ผมดูแลหลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปน่ะ อาจารย์ไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว”


แม้จะยังคลางแคลงใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ภาคภูมิฉลาดพอที่จะหยุดคำถามไว้แค่นี้ หากเขาละลาบละล้วงมากเกินไปปาณัทอาจจะหมดความไว้วางใจลงได้


“จอมน่าสงสารนะ เพราะอย่างนั้นคงต้องช่วยกันดันให้เขาประสบความสำเร็จ ถ้าเปามีเวลาว่างพอผมก็อยากจะพาเปาไปรู้จักกับผู้ใหญ่ในวงการ แต่น่าเสียดายเพราะผมรู้ว่างานของเปารัดตัว ถ้าเปาไว้ใจผมนะ จะให้ผมดูแลจอมก็ได้ รับรองว่าเขาจะกลายเป็นดาราที่มีชื่อเสียงแน่ๆ”


ปาณัทนิ่งคิด เขาเองก็ใช่จะมีเวลาดูแลจอมภพในเรื่องนี้ ปาริชาติก็ยังไม่มีเวลาช่วยหาใครได้ หรือเขาอาจจะต้องให้ภาคภูมิมาเป็นผู้จัดการให้จอมภพ


“ขอบใจนะภาคภูมิ ผมขอเวลาปรึกษาจอมเขาก่อน ถ้าจอมเขายังอยากจะอยู่ในวงการนี้ต่อ ผมจะให้เขาอยู่ในสังกัดของคุณ”





ชานนท์เห็นตั้งแต่จอมภพมาถึงกองถ่ายแล้วว่าชายหนุ่มมาพร้อมกับปาณัท มองทั้งคู่ยามอยู่เคียงข้างกันแล้วดวงตาร้อนผ่าวไปด้วยความอิจฉา สายตาของจอมภพอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัดยามเขามองปาณัท แต่กับชานนท์กลับเต็มไปด้วยความรำคาญ ความมั่นใจในเสน่ห์ของตนเองแทบจะมอดไหม้ก็เพราะจอมภพนี่เอง


“วันนี้เมียมาคุมเหรอ”


ชานนท์เอ่ยถามเมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกันลำพังก่อนจะเข้ากล้องถ่ายทำ น้ำเสียงติดจะประชดประชันแต่จอมภพไม่สนใจนัก เขาเพ่งสมาธิไปกับการท่องบท


“เสี่ยเปาคงหวงจอมมากสินะ ก็แน่ล่ะเป็นใครก็ต้องหวงผัวเด็ก”


“ถ้าไม่มีอะไรทำก็ท่องบทเหอะนิค สมองจะได้ไม่ว่างคิดเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องตัวเอง”


หน้าตายขณะเอ่ยประโยคกรีดแทงทำให้ชานนท์เจ็บจี๊ด และยิ่งจอมภพลุกขึ้นเดินหนีไปยังหน้ากล้องถ่ายทำชานนท์ก็ยิ่งขัดเคือง แต่เขาก็ยังทำอะไรไม่ได้ รอจนถ่ายทำเสร็จไปหลายซีนแล้วและผู้กำกับให้พักกลางวันเขาจึงปลีกตัวโทรศัพท์ไปหาภาคภูมิ


“พี่ภาค นั่นนั่งอยู่กับเสี่ยเปาที่ร้านกาแฟใช่ไหม ดีแล้ว ช่วงบ่ายผมจะต้องถ่ายซีนดราม่ากับจอม พี่พาเสี่ยเปามาดูด้วยนะ เหอะน่า อย่าถามมาก คนยิ่งหงุดหงิดอยู่”


ชานนท์ลอบยิ้ม เขานึกแผนการที่จะทำให้จอมภพและปาณัทหมางใจกันได้แล้ว ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปยังหน้ากล้องเมื่อบิ๊กเรียกประชุมการถ่ายทำในซีนต่อไป


“ซีนนี้นะไอ้จอมกับไอ้นิคทะเลาะกันเพราะจอมเข้าใจผิด ไอ้นิคต้องร้องไห้ฟูมฟายขอร้องให้ไอ้จอมมันอยู่ต่อ ไม่ทิ้งมึงไป เอาให้แบบน่าสงสารน่าเวทนา เอาล่ะ ลองซ้อมกันก่อน”


ใช้เวลาซ้อมและวางมุมกล้องกันพักใหญ่ก่อนที่จะเริ่มถ่ายจริง เทคแรกยังติดขัดและดึงอารมณ์กันได้ไม่เต็มที่นักจนกระทั่งชานนท์มองเห็นภาคภูมิเดินมาพร้อมปาณัท เขาจึงนึกกระหยิ่มอยู่ในใจ


“อย่าทิ้งผมไป อย่าทิ้งผมไปนะ”


ขานนท์ในบทบาทการแสดงร้องไห้จนน้ำตานองหน้า เขาเหนี่ยวรั้งและกอดร่างสูงของจอมภพไว้สองแขนดึงไหล่กว้างเผชิญหน้าก่อนที่เขาจะโผเข้าหาและบดขยี้จูบไปที่ปากของจอมภพทั้งที่ไม่มีในบทสักนิด และในเมื่อบิ๊กยังไม่สั่งคัทมีหรือที่จอมภพจะกล้าผลักไสเขา ทั้งหมดย่อมอยู่ในสายตาของปาณัทที่ได้แต่มองอย่างตะลึงงัน


“คัท!”


สิ้นเสียงของบิ๊กจอมภพก็รีบผลักชานนท์ออกห่าง สายตาคมมองอย่างเกรี้ยวกราดในขณะที่บิ๊กเดินหัวเราะเข้ามาอย่างถูกใจ


“เออ ไอ้นิค ดีว่ะ เข้ากับเรื่องมาก จูบของมึงนี่เด็ดสุด ดูเว้าวอนผัวดีมาก”


ชานนท์ยิ้มรับคำชื่นชม เขายักไหล่ไม่ยี่หระเมื่อเห็นสายตาของจอมภพ บิ๊กสั่งให้ถ่ายเจาะใบหน้าของทั้งคู่อีกไม่นานก็สั่งเลิกกอง จอมภพทำท่าจะรีบเดินหนีทันที


“จอม รีบไปไหนล่ะ อ้อ เสี่ยเปาคงมีธุระต่อสินะ ฝากบอกเสี่ยด้วยว่าอย่าคิดมากเรื่องจูบเมื่อกี้ มันก็แค่บทบาทการแสดงเท่านั้นแหละ”


ชานนท์มองเห็นจอมภพเม้มปากสะกดอารมณ์ก่อนที่เขาจะก้าวไปหาปาณัทแล้วเดินจากไป แต่ธุระของชานนท์ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะเขาเห็นสุมาลีมาที่กองถ่ายวันนี้ด้วย ชานนท์จะไม่ปล่อยโอกาสดีให้พลาดไปแน่


“สวัสดีครับพี่สุ”


เขายกมือไหว้ทักทายภรรยาเจ้าของค่ายละครเสียงหวานฉ่ำ เรื่องฉอเลาะเข้าหาผู้ใหญ่นั้นบอกได้เลยว่าชานนท์ยืนหนึ่งเรื่องนี้ ใครๆก็ชอบคนปากหวานด้วยกันทั้งนั้น


“พี่สุสวยจังเลยครับวันนี้”


“พูดจาดีนะน้องนิค”


สุมาลียิ้มรับ หล่อนคาดหวังกำไรจากละครเรื่องนี้มาก ช่วงนี้ละครแนวชายรักชายกำลังมาแรง นักแสดงนำเองก็โด่งดังในหมู่วัยรุ่น ขนาดยังไม่ออนแอร์หล่อนก็ขายโฆษณาได้เกือบหมดแล้ว


“พี่สุได้ดูซีนเมื่อครู่นี้หรือเปล่าครับ นิคเล่นเต็มที่เลยนะครับ”


“ดูอยู่ แสดงกันได้ดีทั้งคู่เลยนะ”


“ขอบคุณครับ แสดงดีจนพี่เปาผู้จัดการของจอมมองตาขวางเลย ไม่รู้คิดอะไรมากหรือเปล่า”


เชื้อไฟก้อนแรกถูกโยนเข้าไปในบทสนทนา สุมาลีชะงักทันที


“เสี่ยเปาเขาไม่พอใจเรื่องอะไรล่ะ”


ชานนท์ยักไหล่ เขาแสร้งประดิษฐ์เสียงไร้เดียงสาอย่างแนบเนียนที่สุด


“ก็ไม่รู้สิครับ อาจจะไม่พอใจที่นิคเล่นนอกบท ไปจูบกับจอมให้เขาเห็น ทำไงได้ล่ะนิคอินกับบทมากเกินไป ไม่นึกว่าพี่เปาเขาจะหวงจอมมากขนาดนั้น”


สุมาลีสงสัยความสัมพันธ์ของจอมภพกับปาณัทตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และเมื่อได้ฟังคำยืนยันจากชานนท์หล่อนก็ยิ่งมั่นใจ


“ทำไมเสี่ยเปาต้องหวงจอมขนาดนั้นด้วยล่ะ ก็เป็นแค่ผู้ปกครองไม่ใช่เหรอ”


“โธ่ พี่สุ จอมน่ะ ทั้งหล่อทั้งสมาร์ท ขนาดผมเป็นผู้ชายยังต้องยอมแพ้เลย พี่เปาเขาก็ต้องหวงมากนั่นแหละครับ แล้วทั้งคู่ก็สนิทกันมาก จนผมยังล้อจอมไปตั้งหลายครั้งว่าเหมือนเป็นแฟนกันเลย”


ชานนท์โยนเชื้อไฟเข้าไปอีกก้อน และดูเหมือนจะจุดติดแล้ว สีหน้าของสุมาลีเริ่มเปลี่ยนไป


“จอมน่ะ เท่จริงๆนะ ถ้าใครได้ลอง เอ่อ ใกล้ชิดเขาก็คงติดใจมากๆแน่”


“นั่นสิ ของดีแบบนี้ใครเคยกินแล้วก็ต้องติดใจทั้งนั้นแหละ”


สุมาลีหลุดปากออกมาโดยไม่ทันได้ยั้งคิด ชานนท์แทบจะกระโดดตบมือ เขายังคงทำหน้าตาใสซื่อไร้เดียงสาหลอกล่อสาวใหญ่


“พี่สุ พูดเหมือนเคยกินแล้วเลยนะครับ”


“พี่พูดอะไรไม่ได้หรอกจอม เอาเป็นว่าสังคมมันแคบกว่าที่คิดก็แล้วกัน และของดีมันก็ทำให้เราอยากกินอีกเพราะความอร่อยของมันยังไงล่ะ”


ชานนท์หัวเราะในใจเมื่อสุมาลีเผยไต๋ออกมา แต่อีกใจหนึ่งเขานึกริษยาที่หล่อนเคยได้กินจอมภพมาแล้ว


“อิจฉาพี่สุจังที่ได้กินของดี พี่ไปรู้แหล่งจากที่ไหนพอจะบอกบุญให้นิคได้ไหมครับ”


“โถ นิค เห็นว่าเราน่ะไม่ทันเรื่องพวกนี้ พี่จะบอกให้ ไอ้เฟซบุ๊คทวิตเตอร์น่ะ มันไม่ได้มีไว้แค่ตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างเดียวนะ ของกินอร่อยๆมันก็ขายกันทางนี้แหละ พี่ต้องไปก่อนแล้วนะ ขอไปดูเด็กทำงานก่อน”


เมื่อคล้อยหลังสุมาลีไป เขาจึงยิ้มด้วยความลิงโลด หน้าซื่อใสของเขาทำงานได้ดีอีกครั้ง ชายหนุ่มเดินตามสุมาลีไปห่างๆ เขาป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณที่สุมาลีวางกระเป๋าถือราคาแพงไว้ ในขณะที่เจ้าตัวยืนสั่งงานลูกน้อง ชานนท์รีบดึงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าใบนั้นทันทีแล้วรีบกลับอย่างรวดเร็ว


ชานนท์คิดถึงอดีตคู่ขาเก่าคนหนึ่งที่ทำงานซ่อมโทรศัพท์มือถือ เขาอาจจะต้องขอความช่วยเหลือในการปลดล็อกหน้าจอแล้วเข้าไปดูข้อมูลในโทรศัพท์เครื่องนี้ ค่าจ้างก็คงต้องใช้ตัวเองกับเซ็กส์สนุกๆสักยก หลังจากนี้อนาคตของจอมภพจะต้องอยู่ในมือของเขาอย่างแน่นอน






จอมภพไม่สบายใจเลยกับสีหน้าของปาณัท ทั้งที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีท่าทีโกรธขึ้งแต่อย่างใด มีเพียงร่องรอยบางอย่างที่สะกิดใจจอมภพตั้งแต่ชานนท์เล่นนอกบท


“พี่เปา เป็นอะไรครับ ทำไมเงียบไป”


จอมภพเอ่ยถามเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เขาคว้าแขนปาณัทให้หยุดตั้งแต่เดินเข้าไปถึงห้องรับแขก ปาริชาติยังไม่กลับมาจากเมืองจีน คืนนี้มีแค่เขากับปาณัทเท่านั้น


“ไม่ได้เป็นอะไรนี่”


ปาณัทยักมือลูบหน้า ยอมรับว่าโกหก ความจริงแล้วภาพที่ชานนท์จูบกับจอมภพค่อนข้างบาดความรู้สึก ทั้งที่ปาณัทบอกตัวเองว่านั่นคือการแสดง และจอมภพกำลังทำงานอยู่ ไม่ควรเป็นเหตุที่เขาต้องมาคิดมากแบบนี้


“โกหกไม่เก่งเลย”


จอมภพรวบร่างโปร่งเข้ามากอด พาไปนั่งบนโซฟายาวในห้องรับแขก เขาจะไม่ปล่อยให้ปาณัทกังวลเรื่องนี้เด็ดขาด


“ไม่ชอบที่ผมจูบกับนิคใช่ไหม พี่เปาอย่าคิดมากนะครับ เรื่องงานจริงๆ มั่นใจในตัวผมนะว่าผมไม่เถลไถลไปไหนแน่ๆ”


สายตาหนักแน่นของจอมภพทำให้ปาณัทถอนหายใจยาว เขาสบตากับจอมภพแล้วยิ้มออกมาได้


“ขอโทษนะจอม ผมรู้นั่นแหละว่าเป็นงาน สมองมันบอกแบบนั้น แต่พอเห็นจอมจูบคนอื่นไอ้ฝั่งเหตุผลมันก็ไม่ทำงานเอาเสียเลย”


จอมภพคลี่ยิ้ม นัยน์ตาพราวขึ้นพลางเชยคางของปาณัทไว้


“หึงล่ะสิ ดีใจนะครับที่พี่เปาหึง”


“เด็กบ้า” ปาณัทหัวเราะพลางทุบไหล่กว้างแก้เก้อ “ชอบแซวชอบล้อเหลือเกิน ไม่พูดด้วยแล้ว”


“ไม่พูดก็ดี ผมจะได้จูบพี่เปาถนัด”


กดริมฝีปากลงไปบนกลีบปากกระจับเต็มอิ่ม ปลายลิ้นตวัดเลาะเข้าไปด้านใน ความฉ่ำหวานรออยู่แล้วให้จอมภพได้ตักตวงจนลมหายใจแทบขาดห้วงกว่าจอมภพจะยอมถอนปลายลิ้นออกมา


“จอม...”


ปาณัทเกือบสำลักลมหายใจตัวเอง จูบของจอมภพดึงพลังงานออกไปจนเกือบหมด ร่างกายของเขาอ่อนระทวยจถูกมือแกร่งผลักให้หงายหลังไปบนเบาหนังนุ่มของโซฟารับแขกที่นั่งอยู่


“ผมสิ ยังไม่ได้คิดบัญชีที่พี่เปาหายไปกับไอ้หมอนั่นเลย”


จอมภพโถมกายลงมาพลางขบเม้มที่ซอกคอระหง เขาจงใจทิ้งร่องรอยสีแดงเรื่อบนเนื้อขาว มือไวปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของปาณัทอย่างชำนาญ


“ไปกินกาแฟกัน คุยเรื่องจอมกับงาน ไม่มีอะไรเลย”


คำชี้แจงนั้นสั่นพร่าเมื่อยอดอกของตนถูกโรมรัน ปาณัทมองจอมภพที่กำลังถอดเสื้อโปโลและกางเกงออกพลางเบิกตากว้าง


“ดะ เดี๋ยว จอม นี่มันห้องรับแขก”


“เป็นไรไปล่ะครับ พี่ปลาไม่อยู่ เราจะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”


ห้ามไม่ได้เมื่อในที่สุดร่างเปลือยเปล่าก็ประกบแนบเข้าหากันอยู่บนโซฟานั่นเอง มือร้อนของจอมภพวางนาบลงมาจนปาณัทสะดุ้งตามติดไปทุกจุด ชายหนุ่มปลุกเขาด้วยไฟร้อน และปาณัทก็พร้อมที่จะปะทุไปกับจอมภพ


“จูบกันนะครับ”


แว่นใสถูกดึงออกจากใบหน้าและโยนไปบนโต๊ะรับแขก ใบหน้าอ่อนเยาว์เกลี้ยงเกลารอรับริมฝีปากร้อนที่ไล่จูบจนมาประกบที่เรียวปากนุ่มอีกครั้ง ท่อนล่างบดเบียดแนบชิดถูไถ จอมภพจับท่อนขาของปาณัทพาดพนักเพื่อเปิดทางให้กว้างให้เขาได้ดันเอวเข้าไปโดยง่าย


“อา จอม”


ช่องทางเปิดรับราวกับจะรู้ว่านี่คือเจ้าของร่างกายนี้ ปาณัทขยับเอวต้อนรับอย่างไม่อิดเอื้อนเพราะเขาเองก็ต้องการให้จอมภพเติมเต็ม สองแขนตวัดคล้องยามเอวสอบเริ่มขับเคลื่อน ลมหายใจร้อนระอุราวกับเปลวไฟ


“แน่นมาก”


จอมภพส่งเสียงถูกใจ เขายันขาข้างหนึ่งไว้กับพื้นพลางทรงตัวกระแทกกระทั้น โซฟาแม้จะแข็งแรงก็ยังสะเทือนเพราะแรงของเขา


“จอม จอมจ๋า อีกนิดเดียว”


ปาณัทครางหวาน สีหน้าบิดเบี้ยวเมื่อไกล้ถึงฝั่งฝัน มือเรียวคว้าจุดอ่อนไหวของตนรูดรั้ง จอมภพรีบเร่งจังหวะทันที


“โอ๊ย จอม”


ปาณัทแหงนหน้าพ่นเสียงยาว ร่างกายที่บิดเกร็งผ่อนคลายรวดเร็ว สีหน้าอิ่มเอิบไปด้วยความสุขสม เมื่อเห็นดังนั้นจอมภพก็รีบกระแทกกาย เขากัดฟันคำรามลั่น


“โว้ย”


น้ำอุ่นพุ่งวาบอย่างยั้งไม่อยู่ เขาหอบหนักขณะทิ้งกายลงไปบนร่างชื้นเหงื่อของปาณัท


“พี่เปา ผมยั้งไม่ทัน ขอโทษนะแตกในเลย”


ปาณัทหน้าแดงก่ำ ความต้องการฉุกละหุกทำให้จอมภพหาถุงยางไม่ทัน แต่เพราะทั้งคู่เคยไปตรวจเลือดมาด้วยกันแล้ว เขาจึงไม่กังวลมากนัก


“เด็กบ้า ห่ามเหลือเกิน”


จอมภพหัวเราะเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนและช้อนแขนอุ้มปาณัทขึ้นมาอย่างไม่รู้สึกหนักสักนิด


“งั้นผมพาไปล้างนะครับ พี่เปาจะได้สบายตัว เผื่อว่าพี่เปาอยากให้ผมทำอีกรอบ”


ร่างสูงเดินขึ้นบันไดทั้งที่ยังเปลือยเปล่า แล้วปาณัทจะว่าอย่างไรได้นอกจากจะปล่อยให้จอมภพพาเขาเข้าไปในห้อง แล้วยอมตามใจหากว่าจอมภพจะทำอะไรอีก เพราะสิ่งที่จอมภพทำเขาเองก็มีแต่สุขสม ตอนนี้ปาณัทได้แต่ยิ้มอยู่กับอกกว้างของจอมภพเท่านั้น



TBC

จอม แกจะปล้ำเสี่ยทุกวันไม่ได้นะ เดี๋ยวเสี่ยช้ำหมดว้อยยย

​อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ

ความคิดเห็น