facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมกดไลค์ให้เค้าน้าาาา

ราตรีที่ 5~ แค่วันนี้เท่านั้น~

ชื่อตอน : ราตรีที่ 5~ แค่วันนี้เท่านั้น~

คำค้น : ราตรี,ขยี้สวาท,วิศวะ,พันไมล์,ไนท์,handson,love,sex,fuck,kiss,joojoe888

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 77

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2562 12:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 5~ แค่วันนี้เท่านั้น~
แบบอักษร

แค่วันนี้เท่านั้น~ 

 

ที่_โถงทางเดิน 

เท้าเรียวของผู้หญิงคนเดียวท่ามกลางชายในชุดสูทก้าวอย่างระมัดระวัง ไนท์เดินตามพันไมล์ไปตามทาง ผ่านทางเดิน ผ่านประตูห้อง ผ่านห้องโถง ทางเดินที่เริ่มลึกลับ และต่ำลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายเท้าเล็กๆก็ยืนที่ประตูสีแดงเข้มเกือบดำ 

ประตูบานใหญ่ที่ต้องผ่านหลากทางเดิน หลายประตูก่อนจะมาถึงมัน ประตูสีแดงเหลือบดำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านท้าสายตาคมของร่างบาง 

“เราจะไปไหนหรอคะ?” 

ไนท์ถามคนข้างหน้า 

“.....” 

“ไหนบอกว่าจะพาไปเดินเล่นไงคะ” 

ตากลมมองข้างๆ ซ้ายที ขวาที 

“จะเดินเล่นตรงไหน ผมจะพาไปเลือก” 

ไม่เข้าใจเลย 

ร่างบางไม่เข้าใจว่าพันไมล์ตอบอะไรกลับมา เพราะที่เค้าพาเธอเดินจนมาถึงตรงนี้ ผ่านห้อง ผ่านทางเดิน ผ่านจุดที่น่าสนใจตั้งเยอะ 

“ผมจะให้ไนท์เลือกว่าอยากเดินเล่นตรงไหน” 

เจ้าของชื่อพยักหน้า 

ประตูบานยักษ์ถูกเปิดออก ร่างบางเดินตามพันไมล์เข้าไปในห้องประตูสีแดง 

 

ที่_บ่อชีวิต 

ประตูเปิดออกเผยให้เห็นภายในห้องที่ประตูสีแดงกั้นไว้ 

“โหหห” 

แสงสีเหลืองนวลตัดกับไปโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงจนร่างบางอุทานด้วยความตื่นตะลึง ตรงหน้าของเธอคือห้องโถงขนาดใหญ่ ใหญ่มาก เหมือนที่จัดแสดง หรืองานนิทัศน์การแห่งหนึ่ง ใหญ่แบบหอศิลปะแห่งชาติเลยก็ว่าได้ 

“ใหญ่จัง” 

“ภาพบนฝาผนังคือประวัติความเป็นมาของตระกูล เจเคสมิธ” 

“ค่ะ” 

“มาตรงนี้ก่อน” 

พันไมล์ผายมือออกให้ไนท์เดินไปที่โต๊ะตรงกลางห้องโถง 

“ตรงที่เรายืนอยู่ที่นี่เรียกว่า คิงส์คลับ เป็นคาสิโนกลุ่มลับที่แยกตัวมาจากแลนด์ยาร์ด มาเก๊า เซาท์แอฟริกา ในครอบครัวของผมจะเรียกที่นี่ว่าแดนใต้” 

ไนท์ฟังที่พันไมล์บอกพร้อมกับมองแบบจำลองที่เป็นแผนที่และมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ หันไปมองข้างหลังคนติดตามของพันไมล์ไม่ได้เดินเข้ามาด้วย 

“พวกเค้าไม่เข้ามาหรอคะ?” 

“ห้องต้องห้ามครับ” 

“คะ?” 

“ตรงนั้นคือด้านบนของห้องนี้เป็นส่วนของคาสิโนครับ” 

นิ้วเรียวชี้ไปที่ผนังเพื่อเปลี่ยนให้คนอายุน้อยกว่าเลิกสนใจบทสนทนาเมื่อสักครู่ 

“ในประเทศไทยจะเรียกว่าบ่อน ที่เรียกว่าบ่อนมันเริ่มจากบ่อนชนไก่ในสมัยก่อน พอมีการพนันอื่นๆ เลยเรียกตามๆกันว่าบ่อนจนถึงปัจจุบัน” 

“อ๋อออ” 

ร่างบางพยักหน้ารับ 

“คาสิโนเริ่มจากแหล่งพักผ่อนอย่างเวกัส มาเก๊า จริงๆแล้วคาสิโนจะอยู่ในเรือสำราญ ใกล้โรงแรม หรือว่าห้าง” 

ร่างบางทำหน้างง เพราะที่ที่เธออยู่ไม่ใกล้เคียงคำว่าเรือสำราญ โรงแรมหรือว่าห้างเลย 

“ทำหน้าแบบนี้คือสงสัยว่าที่นี่ไม่เห็นจะเหมือนที่ผมพูดใช่มั้ย?” 

“ค่ะ” 

“มองภาพรวมสิครับ ในภาพนี้ทั้งหมดคล้ายกับอะไร” 

ร่างบางถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วมองแผนภูมิขนาดใหญ่ 

“เรือหรอคะ?” 

“ครับ เรือสำเภาใบเฉียง” 

“อ่าา พี่บอกว่าที่นี่คือคาสิโนใช่มั้ยคะ?” 

ร่างหนาพยักหน้า 

“ที่นี่ไม่ได้ถูกกฎหมายใช่มั้ยคะ?” 

“มีโครงการผลักดันให้มันถูกต้อง เมื่อก่อนที่ประเทศไทยมีบ่อนที่ถูกกฎหมายถึง 403 แห่ง แล้วก็ลดมาเหลือ 9 แต่เพราะคนไทยติดการพนันกันมากเลยถูกยกเลิกไปในรัชกาลที่ 6” 

“อ่ออ” 

“แต่ในความเป็นจริงบ่อนไม่ได้หายไป เพียงแต่ถอยหลังมาอยู่ในที่ลับตาคนเท่านั้น” 

“อ่อค่ะ แล้วบ้านพี่อยู่ที่นี่หรอ?” 

พันไมล์ส่ายหน้า 

นิ้วเรียวชี้ไปที่คฤหาสน์เจเค สมิธ ที่อยู่ด้านหลังของอาคารแห่งนี้ 

“ตามจริงที่นี่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 คุณทวดของคุณทวดของคุณทวดมาสอนภาษาไทยที่นี่ แล้วแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของโรงฝิ่น นี่โรงฝิ่นเก่า” 

ไนท์มองตามมือพันไมล์ที่ชี้อาคารหลังเล็กให้เธอดู 

“นี่บ้านพี่กับน้องชาย คนภายนอกจะคิดว่าบริเวณบ้านพี่มีแค่หลังนั้น แต่ที่จริงบริเวณบ้านพี่คือ ทั้งหมดนี้ นักพนันจะเข้ามาที่คิงส์คลับทางนี้ตรงด้านข้างของเรือ และกลับออกไปอีกทางตรงเฉียงๆกับหัวเรือ” 

นิ้วเรียวชี้ไปที่บริเวณเนื้อที่สักยี่สิบไร่ที่เป็นส่วนของบ้านกับน้องชายตัวเอง แล้ววาดวงแขนกว้างขึ้นเพื่อบอกพื้นที่ทั้งหมดของเค้า ความกว้างที่ร่างบางกะขนาดอาจจะเป็นหนึ่งร้อยถึงหนึ่งร้อยห้าสิบไร่เลยทีเดียว 

“ทั้งหมดกว้างเท่าไหร่คะ?” 

“หนึ่งตารางกิโลเมตรครับ” 

“คะ?” 

“อ่าา หกร้อยยี่สิบห้าไร่ครับ” 

“โหห อย่างกว้างเลยอ่ะ” 

“ก็..ครับค่อยๆรวบรวมเรื่อยๆ” 

“แล้ว...นี่คืออะไรคะ” 

บ้านเล็กหลังคฤหาสน์ของเค้าเป็นของน้องชายกับเพื่อน เป็นสถานที่ที่ไม่ควรให้ร่างบางรับรู้ และไม่ควรมีอยู่ในแผนที่นี้ด้วย สถานที่ในบริเวณบ้านก็มีตั้งเยอะ แต่ไนท์ก็ดันไปชี้บ้านหลังนั้น 

เค้าเลือกคำตอบอื่นไม่ได้ นอกจากพูดความจริง 

“บ้านของเล่นครับ” 

“ที่เอาไว้เก็บของเล่นหรอคะ?” 

พันไมล์ส่ายหน้า 

“เป็นสถานที่สุดท้ายก่อนที่คนเป็นจะแปรสภาพ” 

“คือ.....” 

“โลกใบนี้มีสิ่งที่น่ากลัวอยู่ ผมไม่อยากให้ไนท์รู้เรื่องพวกนี้ เป็นนักศึกษาที่มีพาร์ทไทม์เป็นนางแบบก็ดีอยู่แล้ว” 

ร่างบางกอดอก 

“เอาจริงๆ โลกของหนูก็ไม่ได้สดใสอะไร ชีวิตหนูผ่านการสูญเสียมาหมดแล้วทั้งพ่อ รถ บ้าน หนูเกือบถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน แม่มาช่วยแต่ก็เอามาขาย ถูกจับแก้ผ้าอาบน้ำ นั่งโป๊ในห้องที่มีผู้ชายตัวใหญ่ๆเป็นสิบคน” 

พันไมล์แทบจะยกขาขึ้นมากุมขมับ 

“มีพี่ชายที่เหมือนไม่มี อยู่วงการนางแบบที่เหมือนเวทีต่อสู้ เบื้องหลังที่มีทั้งการแย่งงาน รุ่นพี่ที่ทำตัวน่ารำคาญ พวกมืออาชีพที่อีโก้สูง เห็นเด็กใหม่ทำดีกว่าไม่ได้ เจอทั้งเหล้า กัญชา ยาไอซ์ สารเสพติดแทบทุกชนิด ไหนจะเรื่องเรียนที่ถูกเขม่นว่าไม่ค่อยเข้าเรียนแต่เวลาสอบได้คะแนนเต็มอีก เฮ้อออ” 

ร่างบางถอนหายใจ 

“เนี่ย ยังไม่หมดนะ ถ้าพี่พันรู้ทั้งหมดพี่จะต้องอึ้งกว่านี้แน่” 

“หึ หึ” 

“พี่ยิ้มอะไรอ่ะ” 

“ยิ้มให้คนเก่ง ผ่านมาเยอะขนาดนี้เก่งมากๆเลย รู้ตัวมั้ย?” 

เสียงทุ้มบอกพร้อมกับยกมือวางบนกลุ่มผม 

“ต่อไปก็ต้องเจอเยอะกว่านี้ สู้เค้านะครับคนเก่ง” 

ร่างบางพยักหน้ารับเบาๆ เธอปล่อยให้พันไมล์ลูบหัวเธอด้วยความรู้สึกอบอุ่นจากอุ้งมือที่อยู่บนหัวเธอ มันแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า ลำคอ จนถึงเนินอก 

ความคับฟูและอาการใจเต้นแรงสลับการตีขึ้นของความตื้นตันใจ 

เหมือนความเหนื่อยทั้งหมดที่เธอเจอมาในชีวิต ถูกยกออกไป โดยไม่เหลือความทรงจำที่น่าอึดอัดอยู่เลย 

พันไมล์อบอุ่น 

“พี่ก็ผ่านมาเยอะเหมือนกันใช่มั้ย?” 

“ก็คงงั้น” 

“มีคาสิโนเป็นของตัวเองได้ก็ไม่ธรรมดาเลย” 

“รับช่วงต่อหลังจากพ่อกับแม่ที่เสียไปน่ะ” 

“กี่ปีแล้วคะ?” 

“ทำเต็มตัวมาสามปีครับ แต่พ่อกับแม่เสียมานานแล้วตั้งแต่ตอนน้องชายผมอยู่มัธยมต้น” 

“พี่เลยต้องเลี้ยงน้องชายด้วย ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยหรอ?” 

“ครับ เรียนรู้งานของพ่อกับแม่ พร้อมกับเรียน แล้วก็เลี้ยงน้องชายไปด้วย” 

พันไมล์บอก 

“งั้นพี่ก็เป็นคนเก่งด้วยเหมือนกัน” 

มือเรียวจะยกขึ้นไป แต่ก็ชะงักไว้กลางอากาศ 

“ขอโทษค่ะ” 

ร่างบางรู้ตัวว่าไม่ควรทำ เธอเป็นเพียงลูกหนี้เท่านั้น คนยิ่งใหญ่แบบพันไมล์ที่ลูกน้องเรียกแทนตัวว่า “ท่าน” ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าพันไมล์ใหญ่โตแค่ไหน แต่ที่เธอต้องสูญเสียทั้งหมดไปให้คนตรงหน้านี้ และแม่ของเธอที่พยายามขายเธอให้ก็การันตีได้ว่า ไม่ใช่คนธรรมดาที่เธอจะเล่นหัวได้ 

แต่ 

ร่างหนากลับย่อเข่าลง ตั้งขาข้างหนึ่งไว้ให้ตัวเค้าต่ำกว่าร่างบาง พันไมล์จับข้อมือเรียวแล้ววางลงบนหัวของตัวเอง 

“เหนื่อยมามากเหมือนกันครับ ตอนนี้ก็เหนื่อยอยู่” 

มือเรียวยังคงวางอยู่นิ่งๆเธอไม่กล้าขยับไปไหน จนร่างหนาเงยหน้าขึ้นสบตาของเธอ ไนท์เห็นแววตาอ้อนวอนของพันไมล์ นัยน์ตาร่างสูงมีเพียงความอ้างว้างแต่เต็มไปด้วยความดุดัน 

มือของเธอขยับเมื่อพันไมล์หลับตาลง 

ร่างบางลูบหัวร่างหนาเหมือนกับที่เค้าลูบหัวของเธอ 

“ต่อไปก็ต้องเจอเยอะกว่านี้ สู้เค้านะคะคนเก่ง” 

คำพูดให้กำลังใจของคนอายุมากกว่าที่ถูกคัดลอกออกมาจากปากของร่างบาง พันไมล์ย่อตัวให้ไนท์ส่งผ่านความห่วงใยมาจากปลายนิ้วที่สัมผัสกับเรือนผม น้ำเสียงจริงใจของคนอายุน้อยกว่าบอกให้เค้ามีแรงทำงานต่อไป บอกเค้าว่าความหนักหนาที่เค้าผ่านมามันไม่มีอยู่จริง เพราะมันได้หายไปเพียงได้ยินถ้อยคำจากน้ำเสียงนุ่มๆนี้ 

“วันนั้นที่......พี่เมา” 

“คะ?” 

ไนท์ถาม ถามเพราะสรรพนามแทนตัวเองของพันไมล์เปลี่ยนไป 

“ไนท์กอดพี่” 

“ใส่เสื้อให้ค่ะ หนูถอดเสื้อแล้วคลุมให้พี่” 

ร่างบางนิ่งคิด 

“อาจจะโอบนิดๆมั้งคะ” 

“ทำแบบวันนั้นได้หรือเปล่า?” 

“คะ?” 

“วันนี้ไม่มีเสื้อ แต่ช่วยโอบพี่ได้มั้ยครับ” 

เสียงทุ้มแทบกระซิบ ไนท์มองคนที่หลับตา ความยิ่งใหญ่ราวราชสีห์เจ้าป่ากลับหดหายหลงเหลือเพียงลูกแมวตัวน้อยๆที่ออดอ้อนขอความเมตตาจากเธอ 

ร่างบางไม่ได้ตอบ เธอพยักหน้ากับตัวเองอย่างงงๆ แล้วก็ยกมือขึ้นโอบกอดร่างหนาเข้ามาในอก 

พันไมล์เอียงหน้าซึบซับความอบอุ่นจากร่างบาง 

“นิ่มจัง” 

ไนท์ชมกลุ่มผมที่เธอสัมผัส 

“ลูบอีกซิครับ” 

. 

. 

. 

“แล้วสรุป บ้านของเล่นคือ?” 

ไนท์ถามเมื่อเธอเล่นกับผมของพันไมล์จนพอใจ 

“นึกว่าจะลืม” 

ร่างหนาลืมตามองเจ้าของอ้อมกอด 

“หนูสงสัย” 

พันไมล์ยืดตัวขึ้น 

“บอกหนูมาเถอะ หนูไม่เอาไปบอกใครหรอก” 

“พี่ไม่ได้กลัวใครจะรู้ ที่พาไนท์ลงมาก็อยากให้รู้เหมือนกันว่าทั้งหมดที่พี่ดูแลที่นี่มีอะไรบ้าง แต่พี่คิดว่าบ้านของเล่นมันคือข้อมูลที่น่าจะหนักเกินไป รอเราทำความรู้จักกันมากกว่านี้ก่อนดีกว่า เพราะในนี้ยังมีสวนดอกไม้ หรืออะไรอีกตั้งเยอะที่เหมาะกับการเดินเล่น” 

“หนูอยากรู้” 

“เฮ้ออ “ 

ร่างหนารู้สึกพลาด เค้าไม่อยากให้เธอรู้ แต่พอเธอมองมาที่เค้า เค้าก็จำต้องบอกเธอไป 

“บ้านของเล่น คือที่ๆคนเป็นเข้าไปได้ แต่ออกมาไม่ได้ เวลาที่มีของเล่น พวกเราจะออกห่างจากตัวบ้าน จะไม่มีใครเข้าใกล้บริเวณนั้น พวกเราเรียกเวลานั้นว่าการสังสรรค์ของเหล่าปีศาจ เวลาสังสรรค์อาจจะกินเวลาเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน หรือเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมง” 

“......” 

พันไมล์ไม่อยากอธิบายต่อ แต่ร่างบางยังคงอยากรู้ เค้ามองจากดวงตาของเธอ เหมือนมีคำถามแบบไม่ที่สิ้นสุดพุ่งออกมา 

“ถามมาเลยครับ” 

“ปีศาจมีจริงหรอคะ?” 

พันไมล์ส่ายหน้า 

“ปีศาจเป็นชื่อเรียกกลุ่มคน และกลุ่มปีศาจเรียกมนุษย์เหลือเดนว่าของเล่น พวกเราเลยเรียกบ้านนั้นว่าบ้านของเล่นตามพวกปีศาจ” 

“แล้วของเล่น กับพวกเหลือเดนคืออะไรคะ” 

“ของเล่นคือมนุษย์ที่ทำชั่วกับบุคคลที่ปีศาจรัก คนชั่วที่ชั่วสุดๆเรียกว่าเหลือเดนไง” 

“ค่ะ” 

“พวกเค้าจับตามอง คัดเลือก แล้วก็...” 

“ก็.....” 

“ทรมาน” 

“คะ?” 

“ทรมานครับ” 

พันไมล์มองร่างบางที่ยังสงสัยไม่เลิก แววตาอยากรู้อยากเห็นจนเค้าต้องถอนหายใจ 

“ของเล่นหรือคนที่ถูกปีศาจเลือกจะถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ ของเล่นจะร้องขอเพียงอย่างเดียว คือ ความตาย แต่ของเล่นจะไม่มีวันได้รับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพอใจของปีศาจ” 

“เป็นปีศาจที่เอาแต่ใจหรอคะ?” 

“ขึ้นชื่อว่าปีศาจน่ะ พวกเค้ามักชอบล้อเล่น อ่าา ไม่สิ ล่อลวง ทำให้ของเล่นหลงกล ทำทุกอย่างตามที่ปีศาจต้องการ” 

“แล้วปีศาจมีเยอะมั้ยคะ?” 

“ปีศาจมีทั้งหมดหกคน” 

“เค้าเป็นพี่น้องกันหรอคะ” 

“ไม่ใช่พี่น้อง แต่พวกเค้าผูกวิญญาณไว้ด้วยกัน” 

“ผูกวิญญาณ?” 

“ปีศาจทั้งหมดมีนิสัยต่างกัน พวกเค้าต่างที่มา ได้รับการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันแต่คงเพราะถูกกำหนดไว้แล้ว พวกเค้าเลยเชื่อมต่อกัน” 

“งั้นพวกเค้าก็คือกลุ่มคนที่มีความชอบเหมือนกัน” 

“สรุปได้ดีจะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่สำหรับพี่ พวกเค้าไม่ใช่คนธรรมดา” 

“แล้วบ้านของเล่นมันคือของเก่าแล้วหรือว่ายังใช้งานอยู่คะ?” 

“ทำไมคิดว่ามันเป็นของเก่าล่ะ” 

“ก็พี่บอกว่าที่นี่สร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลที่ 3 “ 

“บ้านของเล่น สร้างเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ยังใช้งานเรื่อยๆ” 

ตากลมเลิกขึ้น เธอทั้งสงสัย และแปลกใจ คิ้วสองข้างเริ่มขยับเข้าหากัน แต่พันไมล์ใช้นิ้วชี้กดมันไว้ 

“สงสัยก็ถาม อย่าคิดเองครับ” 

“พี่ก็เป็นปีศาจ?” 

“คิดว่าไง” 

“ไม่ใช่พี่” 

ไนท์มองร่างหนา เธอมีสายตาที่เชื่อมั่นว่าคนตรงหน้าจะไม่ทำเรื่องแบบนั้น 

“เดาถูก” 

ไนท์ยิ้ม 

“บ้านของเล่นเป็นของคนในครอบครัวพี่ ที่จริงแล้วพวกเค้าไม่มีชื่อกลุ่ม อย่างที่ไนท์บอก การรวมกลุ่มของพวกเค้า ก็แค่คนที่มีความชอบเหมือนกัน แค่วิธีการ มันต่างจากคนอื่นไปหน่อย เลยถูกเรียกว่าปีศาจ” 

“ค่ะ” 

“ความชอบของพวกเค้า ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ แต่อันที่จริงคือไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้มากกว่า” 

“เป็นบ้านที่น่ากลัวใช่มั้ยคะ?” 

“อืออ น่ากลัว” 

“พี่กลัวมั้ย?” 

พันไมล์ส่ายหน้าปฏิเสธ 

“พวกปีศาจไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคนในครอบครัว พี่รักพวกเค้า....” 

ร่างบางมองหน้าชายที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก..ท่วมท้น สายตาของพันไมล์จริงใจและมันเป็นของจริง เค้าหนักแน่นและไม่เสแสร้ง 

“รักของพี่ที่มีให้พวกเค้า เทียบเท่ากับอะไรคะ? 

พันไมล์ส่ายหน้า 

“ไม่มีอะไรเทียบได้ ต่อให้พี่รักชีวิตตัวเอง แต่ถ้าปีศาจต้องการ พี่ก็ไม่มีคำถามว่าพวกเค้าต้องการชีวิตพี่ไปทำไม” 

ไนท์ทึ่งกับความคิดของพันไมล์ เธอไม่เคยเจอผู้ชายแบบคนตรงหน้า ไม่เคยสัมผัสรักที่ไม่ต้องการผลตอบแทนแบบที่พันไมล์มี 

“แล้วถ้าพี่มีแฟน พี่คิดว่าแฟนพี่กับปีศาจจะอยู่ร่วมกันแบบพี่กับปีศาจได้มั้ย?” 

“พี่กับปีศาจเป็นครอบครัว” 

ร่างหนามองหน้าไนท์ 

“ถ้าพี่รักใครพวกปีศาจก็จะรักด้วย แบบไม่มีคำถามเช่นกัน ส่วนคนที่พี่จะรัก พี่จะรักมากกว่าพวกปีศาจ” 

“แต่ปีศาจคือคนในครอบครัวไม่ใช่หรอคะ จะรักคนอื่นมากกว่าครอบครัวตัวเองได้ยังไง” 

“แยกกันสิ” 

“งง” 

“รัก แต่รักคนละแบบ พี่จำกัดความไม่ได้หรอก อธิบายให้ฟังตอนนี้ก็ไม่ได้ด้วย” 

ร่างบางขมวดคิ้ว 

“ข้อมูลเริ่มแน่นมากเกินไปแล้ว สบายๆหน่อย” 

พันไมล์ลูบบ่าร่างบาง 

“ขอโทษค่ะ หนูใจร้อน” 

สองคนสบตากัน 

เหมือนมีถ้อยคำนับพันพุ่งออกมาจากสายตาของพันไมล์ ทำให้ร่างบางเบี่ยงสายตาหลบ เป็นความอึดอัดเล็กๆ ที่ร่างบางหลงลืมไป 

เพราะถูกปฏิบัติแบบคนใกล้ชิด เธอเลยลืมว่าตัวเองยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะอะไร 

“ช่างเถอะ กลับมาที่นี่ดีกว่าอันนี้คือหอคอยคู่ เมื่อคืนไนท์นอนตรงนี้ อีกอันเป็นของน้องชายพี่กำลังปรับปรุงอยู่ ที่จริงพี่ไม่ค่อยชอบแต่น้องชายพี่ชอบมากเลยต้องยอมสร้างแบบนี้” 

ร่างหนายังคงบอกร่างบางว่าสิ่งก่อสร้างเล็กๆตรงหน้าเค้าคืออะไร ประวัติความเป็นมายังไง บรรยากาศที่อึดอัดก็ผ่อนคลายลง 

. 

. 

“ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่พี่ดูแลแทนพ่อกับแม่” 

“ใหญ่มากๆเลยนะ พี่เดินทั่วหรือยังคะ” 

“อืมมม วิ่งเล่นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว คิดว่าทั่วนะ” 

“ที่นี่คือชีวิตพี่หรอค่ะ” 

“ทั้งหมด” 

“งั้นถ้าคนที่จะมาเป็นภรรยาของพี่ก็ต้องดูแลที่นี่ได้ด้วยใช่มั้ยคะ?” 

“ถ้ามีอ่ะนะ” 

“ถ้ามี?” 

“พี่ไม่คิดว่าจะมีใครยอมมายืนข้างๆพี่หรอก” 

“โหยยย สาวๆเพ้อถึงพี่กันเต็มเลย” 

“เพ้อ?” 

“ก็พี่ไมล์ทั้งหล่อ เท่ เวลาเป็นพี่ระเบียบยิ่งเท่ไปกันใหญ่ แถมยังเรียนเก่งอีกด้วย ทั้งพี่แล้วก็กลุ่มบิ๊กบราเทอร์เพื่อนพี่อ่ะ ระดับตำนานเลย” 

“อันนั้นแค่ส่วนเดียว พี่เลือกให้พวกเค้าเห็นแค่นั้น” 

“แต่เพื่อนหนูบอกว่าพี่เป็นอีกแบบ” 

“เพื่อนไนท์พูดถึงพี่ว่ายังไง” 

เสียงทุ้มถาม 

“เป็นพี่ระเบียบสุดเนี๊ยบ ขึ้นชื่อเรื่องความ...” 

“หื้มมม” 

“คือเพื่อนหนูมีข่าววงใน เค้าคงรู้ว่าพี่เป็นเจ้าของคาสิโน เค้าบอกว่าพี่ไมล์โหด แต่ว่าพี่หล่อมาก มีเสน่ที่น่าค้นหา เพื่อนหนูเลยคิดว่าพี่น่าสนใจ” 

“แล้วสำหรับไนท์ล่ะ” 

“คะ?” 

“พี่เป็นคนยังไง” 

น้ำเสียงและสำเนียงค่อนข้างคาดหวัง แต่ร่างหนาเลือกเบนสายตาไปทางอื่น เค้าเลือกทิ้งสายตามองภาพวาดที่เห็นตั้งแต่เด็กจนโต มองมันแบบไม่รู้สาเหตุว่ามองมันทำไม 

“เป็นคนที่ให้เกียรติผู้หญิง แล้วพออยู่ใกล้ๆก็รู้สึกอบอุ่นค่ะ” 

“อืมม” 

พันไมล์พยักหน้ารับน้ำเสียงจริงใจของไนท์ เพราะถือว่าเป็นคำตอบที่ดีในระดับหนึ่ง มันไม่ได้ดูแย่ 

“แล้วกลัวพี่มั้ย?” 

ร่างบางยกไหล่ 

เธอไม่สนใจว่าพันไมล์จะทำอะไร จะเลวเรื่องไหน ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เธอแค่ฟังเรื่องที่เพื่อนพูด ออกความเห็นบ้างเมื่อเพื่อนถาม 

วงจรของเธอไม่เคยเข้าใกล้พันไมล์อยู่แล้ว 

“ตอนนี้พี่เป็นเจ้าหนี้ คงเกรงใจมากกว่า” 

“แล้วน่าสนใจมั้ย?” 

“คะ?” 

“ทีนี้ ได้เห็นพี่แล้ว คิดว่าพี่ดูน่าสนใจมั้ย?” 

“หนูไม่รู้ว่าจะตอบยังไงค่ะ เพราะฐานะที่เรามีต่อกัน หนูไม่มีสิทธิ์ที่จะสนใจหรือไม่สนใจในตัวพี่เลย” 

“แล้วถ้าได้สิทธิ์ล่ะ” 

“.........” 

“.........” 

เหมือนคำถามถูกดูดกลืนเข้าไปกับปฎิมากรรมรอบๆห้อง ไนท์ไม่สามารถตอบได้ และพันไมล์รู้ตัวว่าเวลานี้ไม่ควรมีประโยคเมื่อสักครู่ออกมา แต่เมื่อเค้าพูดไปแล้ว  

ก็ไม่ควรคืนคำ~ 

“หมายถึงลองคิดว่าถ้าตัวเองเป็นผู้หญิงคนนึงที่ได้รู้จักพี่น่ะ ลองคิดดูว่าพี่ที่เป็นเจ้าของกิจการแบบนี้ ไนท์จะสนใจพี่มั้ย?” 

“แล้วคนที่พี่ชอบล่ะคะ เค้ายังไม่รู้จักพี่แบบที่พี่บอกหนูหรอ?” 

ไนท์เปลี่ยนเรื่อง เธอวกกลับไปเรื่องที่เธอต้องสอนคนอายุมากกว่า 

“น่าจะรู้บ้างแล้วนะ แต่เค้ายังรู้ไม่หมด” 

“แล้วเค้ามีท่าทางยังไงตอนที่รู้” 

ร่างหนาโคลงหัว มองหน้าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเค้า ผมสีดำสนิทยาวประบ่า เสื้อตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์พับขา รองเท้าเดินในบ้านที่ให้อารมณ์สบายๆ 

“เค้าระวังตัว น่าจะเข้าถึงยาก” 

“อ่อ งั้นถ้าพี่ลองเข้าหาเค้าอย่างจริงใจดูล่ะ” 

“พี่ก็ทำอยู่นะ จริงใจที่สุดในชีวิตแล้ว” 

พันไมล์มองตาร่างบาง 

“คิดว่าจะได้ผลมั้ย?” 

“ถ้าเป็นหนูก็ชอบผู้ชายแบบนั้นนะ เป็นผู้ใหญ่ที่จริงใจ ดูอบอุ่นพึ่งพาได้” 

“ครับ” 

พันไมล์จ้องบ่าเล็กจนคนถูกมองเสหน้าไปมองภาพบนผนัง 

... 

“ท่านครับ” 

พันไมล์หันไปมองที่ประตู เรเยสเป็นคนเรียกเค้า 

“มีอะไร” 

“ขออนุญาตนำมือถือเครื่องใหม่เข้าไปให้คุณไนท์ครับ” 

“เข้ามา” 

เลขาตัวสูงเดินเข้ามาในห้อง 

“กู้ข้อมูลเรียบร้อยครับ เหลือแค่เปิดใช้งาน” 

พันไมล์หยิบโทรศัพท์ส่งให้ร่างบางที่เอาแต่ชื่นชมภาพวาด 

“ไนท์” 

“คะ? ....อันนี้?” 

ร่างบางมองมือถือที่ไม่ใช่ของตัวเอง 

“ตัดเอาจากเงินเดือนไง” 

“แล้วเมื่อไหร่หนูจะใช้หนี้หมดล่ะ” 

“ตั้งใจทำงานเดี๋ยวก็หมด” 

ไนท์ถอนหายใจแล้วหยิบมือถือเครื่องหรูขึ้นมา ยังไม่ทันตกลงทำงานก็ถูกตัดเงินเดือนแล้ว ทีนี้จะปฏิเสธยังไงได้ล่ะ 

“ใช้ไม่เป็นแน่เลย” 

“ก็เหมือนเครื่องเก่า” 

“จากห้าเอสขึ้นมาเป็นเท็นเอ็กซ์แม็กซ์เนี่ยนะคะ” 

“เอาไปใช้เถอะ” 

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” 

“ลองเล่นดู” 

“ค่ะ” 

ไนท์เดินเลี่ยงจากพันไมล์และเรเยสเพื่อเปิดใช้งานเครื่องใหม่ 

“หรูจัง แต่แอบหนักไปหน่อยนะเนี่ย” 

ร่างบางดูจอมือถือไปด้วย เดินไปด้วยจนสะดุดล้ม 

“โอ๊ะ!” 

แต่มือหนาประคองเอาไว้ทัน ร่างบางลอยเข้ากระแทกอกพันไมล์ดัง อึก!! 

“ระวังด้วย” 

เสียงทุ้มเตือนที่หลังหู ทำเอาคนโดนโอบหน้าแดง 

“คะ...ค่ะ” 

พันไมล์ปล่อยเอวร่างบางให้ยืนปกติแต่เค้ายังยืนซ้อนหลังอยู่ แขนเรียวอ้อมมาข้างหน้า พร้อมกับวางคางบนหัวคนเตี้ยกว่าที่อยู่ในอ้อมแขน 

“เริ่มต้นการใช้งานกันก่อนเลยมั้ย เรเยสยังไม่ได้ตั้งให้หรอก ต้องให้ไนท์ทำเอง เดี๋ยวพี่ช่วย” 

“ค่ะ” 

เพราะว่าไม่ถนัด พันไมล์เลยใช้ทั้งสองมือช่วยไนท์ตั้งค่าแอปพลิเคชั่นต่างๆในมือถือ 

กลายเป็นว่าร่างบางเข้าไปอยู่ในตัวร่างหนาไปโดยปริยาย ความอบอุ่นและเสียงทุ้มทำให้คนตัวเล็กทำตัวไม่ถูก 

เพราะเด็กผู้หญิงที่อยู่ท่ามกลางความมืดแบบไนท์ ไม่เคยได้รับสัมผัสอบอุ่นแบบนี้จากใคร 

ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เธอเริ่มอยากเป็นเจ้าของความอบอุ่นนี้แผ่เข้ามา แต่ความผิดชอบชั่วดีที่เธอมีนั้นมากกว่า 

(อาจเป็นเพราะพี่เค้าเผลอคิดว่าเราเป็นน้องสาวก็ได้) 

ไนท์หลับตากลืนความอยากได้เอาไว้ แล้วตั้งใจฟังพันไมล์สอนใช้มือถือรุ่นใหม่อย่างตั้งใจ 

“ครบแล้วครับ ทีนี้ก็เช็คดู เผื่อมีใครโทรมา” 

“ค่ะ” 

ไนท์ตอบ 

“ท่านครับ” 

ร่างหนาหันไปหาเลขาคนสนิทโดยไม่ลืมที่จะคว้าเอวร่างบางให้หันตามกันไปด้วย 

ตาโตของไนท์ ทำเอาเรเยสอดยิ้มให้ไม่ได้ 

“คุณครูส คุณเคิร์ท คุณสโนว์ แล้วก็พวกคุณฟาร์มาครับ” 

“จัดคนดูแลเรียบร้อยนะ” 

“ครับ” 

“อืม” 

“ท่านจะขึ้นไปมั้ยครับ ผมจะได้แจ้งให้คุณๆทราบ” 

“ไม่ล่ะ ผมจะอยู่กับไนท์” 

“ครับผม” 

“เอาสัญญาของไนท์ไปไว้ที่ห้องผมนะ จะเดินเล่นกันสักพักแล้วขึ้นไป ให้แม่บ้านเตรียมของว่างให้ไนท์ด้วย” 

“ครับท่าน” 

เรเยสเดินออกไป เหลือเพียงชายในชุดสูทที่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ห่างชนิดที่ว่า อยู่กันตรงประตูเท่านั้น 

“ไม่ไปทำงานหรอคะ?” 

“ช่างเถอะ สรุป รู้หรือยังว่าอยากเดินเล่นที่ไหน” 

“พี่พาหนูเดินจนอาหารย่อยไปหมดแล้ว” 

“อ่าว หรอ?” 

“ค่ะ” 

“งั้น...ก็ไปพักผ่อนก่อนสิ เดี๋ยวตอนเย็นพี่ไปส่ง” 

“คะ?” 

“หื้ม สงสัยอะไรอีก?” 

“หนูคิดว่าต้องอยู่ที่นี่ซะอีก แบบเป็นครูพี่” 

“ที่นี่ไม่เหมาะกับเรื่องรักๆหรอก” 

“ความรัก....มันไม่เลือกสถานที่หรอกค่ะ ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจ” 

“อืมม ก็จริง” 

พันไมล์พยักหน้ารับ 

“งั้นเราพักเรื่องรักแล้วไปพักผ่อนที่ห้องพี่ก่อน สัญญาน่าจะเสร็จแล้ว เราไปอ่านพร้อมกัน แล้วดูข้อตกลงกันอีกที เผื่อข้อไหนไนท์ไม่โอเคเราจะได้ปรับแก้กัน” 

“ค่ะ” 

มือเรียวถูกจูงโดยเจ้าของบ้าน 

พันไมล์พาไนท์เดินอ้อมไปอีกทางเพื่อให้เธอได้เห็นเรือนกุหลาบพันปีของคุณย่าของเค้า 

“อันนั้น” 

เป็นอย่างที่พันไมล์คิด ไนท์ดูสนใจดอกไม้เป็นพิเศษ จากที่เค้าสังเกตว่าเธอมองอะไรบ้างระหว่างพาเธอไปทานอาหาร 

“แปลงพันปี ข้างในเป็นดอกกุหลาบพันธุ์พิเศษ อยากเข้าไปดูมั้ย?” 

“ค่ะ” 

 

ที่_บนหอคอย ตรงโต๊ะทำงาน 

ร่างบางยังคงสาละวนกับมือถือเครื่องใหม่ 

“รูปมันมาไม่ครบอ่ะพี่ ในคลังภาพมีรูปหนูคนเดียวเลยรูปเพื่อนๆหายหมด อ่ะ มีรูปพี่ด้วย มีได้ไงอ่ะ” 

ร่างหนายิ้มมุมปากที่เลขาคนสนิทรู้ใจเค้าเหลือเกิน 

“สงสัยเรเยสใช้คอมฯพี่มั้ง รูปอาจจะติดไปตอนแบคอัพข้อมูล” 

“อ่อ ค่ะ” 

“แล้วคอนแทคของพวกที่ทำงานล่ะ” 

“เบอร์โทรศัพท์ยังอยู่ค่ะ แค่รูปที่หายไป” 

“คงเพราะมือถือตกน้ำ ข้อมูลบางอย่างเลยมาไม่ครบ” 

“อ่อออ จริงๆด้วย” 

“มือถือโอเคแล้ว ลองอ่านสัญญาดูนะ พี่ขออาบน้ำก่อน” 

“ได้ค่ะ” 

“ตามสบายนะ นั่งตรงไหนก็ได้ถือว่าเป็นห้องตัวเอง” 

“ไม่ดีมั้งคะ” 

พันไมล์มองหน้าร่างบาง เค้าดุเธอทางสายตา แม้จะไม่รู้ว่ามีความหมายอะไร แต่ถ้าให้เธอเดา คงเพราะเมื่อคืนเธอเคยนอนที่นี่แล้ว จะนั่งตรงไหนเค้าก็อนุญาตละมั้ง 

“ก็ได้ค่ะ” 

พันไมล์เดินเข้าห้องไปแล้ว เหลือเพียงร่างบางที่กำลังหยิบแฟ้มสีเลือดหมูขึ้นมาอ่าน 

“โอ้โหวว เป็นภาษาอังกฤษด้วย Miss Sirina rattikul งืมม อันนี้ชื่อพี่พันไมล์ หรือเปล่า? Mr michael J.K.smith อ่ะ อ่านได้แค่ชื่อ เห้อออ” 

ร่างบางถอนหายใจเมื่อเปิดแฟ้มไปเจอเแต่ภาษาอังกฤษ 

“แค่หน้าเหมือนลูกครึ่งเอง ใช่ว่าจะอ่านออกนะ” 

ไนท์ปิดแฟ้มแล้วกอดอกจ้องแฟ้มตรงหน้าไม่วางตา 

“อ่านไม่ออกก็ต้องลองดูอ่ะเนอะ” 

แฟ้มสีเลือดหมูถูกเปิดอีกรอบ เธอเปิดผ่านหน้าแรกที่มีแค่สองชื่อ อักษรภาษาอังกฤษถูกอ่านผ่านสายตาคม เธอพยายามเท่าที่ทำได้ ปะติดปะต่อคำตามความเข้าใจที่มีน้อยนิด 

“น่าจะตั้งใจเรียนภาษากว่านี้” 

Rrrr 

อ่านไปได้สักพักมือถือของพันไมล์ก็ดังขึ้น 

“พี่พัน มีคนโทรมาค่าาา” 

ร่างบางเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ 

“ไม่ได้ยินแน่เลย” 

ไนท์หยิบมือถือแล้วเดินเข้าไปที่ห้องแต่งตัว เดินเลยไปที่ประตูห้องน้ำ 

ก๊อก ก๊อก 

“พี่พัน” 

“ครับบ” 

“มีคนโทรมาค่าา” 

“ครับผมม” 

เสียงน้ำในห้องน้ำถูกปิด 

“ไนท์ดูให้หน่อย ใครโทรมา” 

ร่างบางพลิกหน้าจอขึ้นมาดู 

“เอ่ออ ไอ้เหี้ยครูสค่ะพี่” 

“กดรับแล้วเปิดลำโพงให้พี่หน่อย” 

ร่างหนาตอบแล้วเปิดประตูออก 

ไนท์ทำตามที่พันไมล์บอก 

(ไอ้สัส รับช้า) 

“อาบน้ำอยู่ ” 

(แล้วรับได้ไง) 

“ให้ไนท์ถือ เปิดลำโพงอยู่ พูดดีๆ” 

(อ่าา ขอโทษครับเพื่อน ขอโทษคนถือโทรศัพท์ด้วยที่ผมหยาบคาย) 

“ไม่ทันไอ้เหี้ย” 

พันไมล์ยิ้มที่ได้ด่าเพื่อน 

(สัส.......) 

บทสนทนาอื่นๆไม่ได้เข้าหูคนตัวเล็กที่ถือโทรศัพท์เอาไว้ สายตาเธอมองอย่างเดียว 

~รอยยิ้มของพันไมล์~ 

จนคนถูกจ้อง มองกลับเธอจึงได้สติ แต่ก็ไม่วายใจหายวาบเมื่อสบตากับเจ้าของรอยยิ้มนั้น 

ทำให้เกิดคำถามมากมาย 

ว่านี่นะหรือคนเลวที่เพื่อนสนิทของเธอบอก คนที่รวบรวมความเลวทุกอย่างเอาไว้กับตัว ทำไมถึงได้ยิ้มสดใสถึงเพียงนี้ ตอนที่เป็นเจ้านายของคนที่นี่ก็ให้ความรู้สึกแบบนึง ตอนที่คุยกับเธอก็ให้ความรู้สึกแบบนึง และตอนพูดคุยกับเพื่อนก็ให้ความรู้สึกอีกแบบนึง แต่ละแบบก็มีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนกัน 

(กูกับน้องมึงมาใช้บริการ ไม่มาหาเลย) 

“จะอยู่กับไนท์” 

เสียงเงียบไปพันไมล์เลยยกผ้าขึ้นเช็ดหัว ไนท์เห็นว่าพันไมล์ไม่ถนัดเพราะมือนึงจับผ้าขนหนูที่เอวอยู่ เธอเลยใช้มือที่ว่างยกขึ้นไปช่วยซับผมให้ร่างหนา 

(เชี่ยท่าน) 

“ที่เงียบคือไปถามเรเยส” 

(เออ แต่อยากคุยกับมึง ด่วนเหี้ยๆ) 

“ไม่ต้องด่วนเหี้ยๆ จะถามอะไร จดไว้เดี๋ยวไปตอบ ขอเวลาส่วนตัว” 

(เออก็ได้ อยู่กับไนท์ไปมึง เดี๋ยวเราค่อยคุยก็ได้) 

“อืม” 

(แต่อยากเตือน) 

“กูรู้” 

(มึง...) 

“ไม่เป็นไร แค่นี้เองกูเอาอยู่” 

(เค เจอกัน) 

“อืม เจอกัน” 

บทสนทนาแปลกๆที่ไนท์ไม่เข้าใจอีกแล้ว ทั้งสโนว์กับกราฟที่เธอต้องเดาเอง หรือแม้แต่พันไมล์ที่บทสนทนาไม่เหมือนกับเธอ 

คงเพราะโลกของเธอต่างกับเค้าจริงๆ 

ร่างบางคิด 

“ขอบคุณครับ” 

“ค่ะ” 

ไนท์ชักมือกลับเมื่อมือหนาทาบลงบนมือของเธอ พันไมล์จัดการกับผ้าเช็ดตัวที่พันท่อนล่างของเค้าเรียบร้อยแล้ว จึงขยับขึ้นมาเช็ดผม 

เมื่อเห็นว่าพันไมล์จัดการตัวเองได้แล้วและสายสนทนาก็จบลงแล้วเธอจึงหันหลังเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม ไนท์หยิบแฟ้มขึ้นมาอ่านอีกรอบจนมือถือตัวเองสั่น 

ครืดดด ครืดดด 

สเตฟ~ 

“ฮัลโหลลล” 

(ตัวดี อยู่ไหนเนี่ย โทรหาตั้งนานเพิ่งจะติด) 

“อยู่ เอ่อออ อยู่” 

(อ้ำอึ้งทำไมมม ตอบมาเลย) 

“ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนนี่” 

(สตินะไนท์ มีสติแล้วตอบมาว่าอยู่ที่ไหน!!) 

“ดุจังเลยนี่เพื่อนหรือผัว” 

(เป็นเพื่อนจ่ะ เป็นผัวไม่ได้ไม่มีแท่งหฤหรรษ์) 

“โอ้ยยย เลิกเรียกแบบนั้นได้แล้ววว” 

(ก็ตอบมาสักทีว่าอยู่ที่ไหน ตอบไม่ได้ก็แชร์โลเคชั่นมา) 

“แชร์ไม่ได้เพิ่งเปลี่ยนมือถือใหม่กำลังอัพเดตพวกแอปอยู่” 

(โหยยยย เรื่องเยอะมากกกกก แล้วทำไมเปลี่ยนมือถือล่ะ เอ๊ะ! แต่ก็ช่างเถอะ เปลี่ยนได้ก็ดี อันนั้นเล็กจิ๊ดเดียวเอง) 

“พูดคนเดียวเก่งงงงง” 

ก๊อก ก๊อก 

เสียงเคาะประตูทำให้ไนท์หันไปมอง เธอกำลังจะลุกไปเปิด แต่พันไมล์เดินออกมาจากห้องแต่งตัวพอดี เห็นว่าไนท์ติดสายอยู่ เค้าจึงกดไหล่ร่างบางเอาไว้ 

“เดี๋ยวพี่ไปเปิดเอง คุยต่อเถอะ” 

เสียงทุ้มบอกเบาๆแต่คนในสายกลับได้ยินชัดเจน จนเกิดคำถาม 

(ใคร!!!) 

“สเตฟฟฟ หูจะแตก” 

(ตอบมาเลย นั่นเป็นเสียงผู้ชาย และไม่ใช่วินเพราะแฟนผีเข้าผีออกเนี่ยอายุเท่ากันไม่แทนตัวว่าพี่แน่นอน) 

“ตั้งคำถามเก่ง ไปเป็นนักข่าวมั้ยอย่าเป็นเลยนางแบบเนี่ย” 

(โหยยยตอบมาเถ้อออ) 

“ไม่ใช่วิน” 

(ว่าแล้วววว ต้องฉลองงง) 

“เดี๋ยววว ต่อมเชื่อมโยงพังแน่ๆ ถ้าไม่ใช่วินแล้วจะฉลองทำไม” 

(ก็นังตัวดีมีแฟนใหม่สักทีไง ไปฉลองกันเดี๋ยวไปรับที่หอ เอ๊ะ ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนเลยอ่ะ ตอบมาสักที เอาคำถามว่าอยู่ที่ไหนก่อนก็ได้) 

“เราไม่รู้จริงๆฟานี่” 

(เลิกเรียกฟานี่เดี๋ยวตีปากช้ำเลยนังตัวดี” 

“ขู่เก่งจังยัยหมาจิ้งจอก” 

“หึหึ” 

คนที่ยืนฟังอยู่เผลอหัวเราะออกมา ร่างบางจึงหันขึ้นไปมอง 

“ขอโทษครับ คือพี่จะถามว่าไนท์อยากทานสมูทตี้มั้ย หรืออยากทานน้ำสดชื่นๆหรือเปล่า ของว่างตอนบ่ายเป็นขนมกลีบลำดวนครับ” 

ร่างบางใช้มือปิดลำโพงเพื่อกันคนในสายได้ยิน 

“เอาเป็นอิตาเลียนโซดาก็ได้ค่ะ” 

“ชอบกลิ่นอะไรครับ” 

“สตอเบอรี่ค่ะ” 

“ครับ” 

ร่างบางยกมือขึ้นเพื่อคุยต่อ 

(หายต๋อมเลย) 

“พี่เค้าถาม” 

(ไม่ต้องบอก ได้ยินหมดแล้ว) 

“โอ้ยยย อะไรอ่ะ” 

(เจอกันหน่อยมั้ย) 

“เดี๋ยวถ้าได้กลับหอจะโทรหา อีกทีล่ะกัน” 

(ดูแลตัวเองดีๆ เป็นผู้หญิงก็พกถุงยางได้นะรู้ยัง) 

“สเตฟ!!” 

(ไม่ต้องดุ แค่เป็นห่วง และใส่ไว้ให้แล้วตรงซิปเล็กในเป้ประจำตัวของเธอนะนังตัวดี) 

“ฟานี่ง่ะ เราทะเลาะกับวินเพราะถุงยางมาแล้วลืมยังงงง” 

(ไม่ลืมและไม่สนใจด้วยยย) 

“จ่ะ ไม่สนใจชีวิตรักของเพื่อนเลยย” 

(เรามาก่อนวินนะอย่าลืม ถึงเราจะไม่มีแฟนและไม่รู้ว่าชีวิตรักมันเป็นยังไง แต่เรารู้ดีว่าหน้าของนังตัวดีเวลามีความสุขมันเป็นยังไง) 

“จ่ะรู้ลึกรู้ดีกว่าเราก็ฟานี่นี่แหละ” 

(ย่ะ ไปล่ะ ขี้เกียจคุยแล้วอ่ะ เมื่อยมือขี้เกียจถือโทรศัพท์ด้วย) 

“จ้าาา” 

(ดูแลตัวเองด้วย แล้วก็อย่าลืมโทรมา) 

“ค่าาา” 

สายของเพื่อนสนิทจบลง ร่างบางวางมือถือลงบนโต๊ะ 

“หนักเหมือนกันแฮะ ถ้าใส่เคสกันกระแทกอีกก็ต้องหนักอีกอ่ะดิ” 

ไนท์บ่นกับตัวเองเบาๆ 

“ก็ไม่ต้องใส่ครับ” 

ไนท์เงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยืนข้างหลังเก้าอี้เธอ พันไมล์ประคองศีรษะของไนท์เอาไว้เพราะกลัวว่าจะปวดคอ 

“ไม่ใส่เคส แล้วถ้าหนูทำหล่นคือแตกเลยนะคะ” 

“ก็อย่าทำหล่นสิครับ” 

พันไมล์ตอบแล้วเบี่ยงตัวหลบแม่บ้านที่กำลังจัดโต๊ะของว่าง เค้านั่งลงข้างๆร่างบางแต่มือหนายังจับท้ายทอยของเด็กอายุน้อยกว่าอยู่ 

“ทำไมเรียกเพื่อนว่ายัยหมาจิ้งจอกล่ะครับ” 

“เพื่อนหนูเรียกหนูว่านังตัวดี” 

ร่างบางฟ้อง 

“อ่าาา” 

เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนผู้หญิงที่พันไมล์ไม่เข้าใจ 

“แล้วอ่านสัญญาไปถึงไหนแล้วครับ” 

“อ่านถึงชื่อหนูกับพี่ค่ะ” 

“หน้าแรกเอง” 

ร่างบางพยักหน้า 

“พี่อ่านให้หนูฟังหน่อย หนูไม่ได้ภาษาอังกฤษ” 

“ครับ” 

พันไมล์พยักหน้าแล้วเอื้อมไปหยิบแฟ้มที่อยู่ตรงข้ามกับร่างบาง 

“พี่ไม่ถามหนูหรอว่าทำไมอ่อนภาษาอังกฤษ” 

“ไม่ครับ” 

พันไมล์ตอบแล้วเปิดแฟ้ม 

“แต่ถ้าไนท์อยากเรียนเพิ่มเดี๋ยวพี่สอนให้” 

เสียงทุ้มตอบแล้วขยับตัวมาข้างๆไนท์เพื่อที่จะอ่านข้อความในสัญญาว่าจ้างให้ฟัง 

“อันนี้ชื่อไนท์ แล้วก็ชื่อพี่” 

“สงสัยความหมายชื่อหนูมั้ย?” 

“พี่รู้ครับ” 

“รู้ความหมาย?” 

“ครับ รู้ความหมาย แล้วก็รู้ว่าไนท์ไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อจริงด้วย” 

“ค่ะ” 

“แต่พี่ชอบความหมายของทั้งชื่อแล้วก็นามสกุลของไนท์เลยนะครับ” 

“มันมืดสนิทเลย” 

“ความมืดก็มีส่วนดีนี่ครับ” 

“ข้ามเรื่องชื่อหนูเถอะค่ะ พี่อ่านสัญญาให้หนูฟังต่อดีกว่า” 

“ครับ” 

เสียงทุ้มบอก 

เค้าเริ่มอ่านสัญญาที่เป็นภาษาอังกฤษและแปลเป็นไทยให้ไนท์ฟัง ร่างบางไม่ทักท้วงถึงรายได้ที่ได้รับเพราะดูสมน้ำสมเนื้อกับงานที่พันไมล์ให้ทำ 

“โอเคมั้ยครับ ติดตรงไหนหรือเปล่า?” 

“ไม่ติดค่ะ” 

“งานของพี่กับช่วงที่ไนท์รับงานเป็นนางแบบอาจจะพอดีกันไปหน่อย พี่จะให้เลขาของพี่จัดตารางงานให้ไนท์ด้วย ไนท์จะได้ไม่ต้องกังวล ส่วนเวลาเดินทางเราจะปรับกันอีกทีเพราะไนท์ใช้รถสาธารณะใช่มั้ย?” 

“ค่ะ” 

“เลขาของพี่จะเป็นคนดูแลไนท์ทั้งหมดเอง” 

“คอยรับส่งน่ะหรอคะ?” 

“ครับ ช่วงที่ทำงานทั้งนางแบบและเป็นครูให้พี่แค่นั้น ไนท์มีเวลาส่วนตัวไม่ต้องกลัวครับ” 

“คือหนู...เอ่อออ” 

“อย่าลืมว่าไนท์คือคนของพี่ การดูแลคนของพี่ให้ทำงานได้สะดวกก็เป็นหน้าที่พี่เช่นกัน ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ” 

“ค่ะ” 

ร่างบางยิ้มรับสายตาอบอุ่นของพันไมล์ 

“เซ็นชื่อตรงนี้ได้เลยครับ” 

พันไมล์ยื่นแฟ้มกลับไปให้ร่างบางเมื่อเค้าเซ็นชื่อเสร็จแล้ว นิ้วเรียวบรรจงเขียนชื่อตัวเองลงในสัญญาว่าจ้าง 

“ไนท์นั่งเล่นรอพี่ก่อนนะ พี่ต้องอ่านเอกสารสักพัก เสร็จแล้วพี่จะไปส่ง” 

“ได้ค่ะ” 

ร่างหนานั่งทำงานตามเดิน ส่วนไนท์ก็ย้ายตัวเองขึ้นไปนอนบนเตียงตามความเคยชิน ที่หอเธอไม่มีโต๊ะนั่งเล่น เวลากินข้าวก็เอาโต๊ะเขียนหนังสือมาตั้ง ห้องแคบมากเวลานั่งก็นั่งบนเตียง อย่างเวลาแบบนี้ เธอใช้เวลาอ่านหนังสือในมือถือแล้วก็นอนเอนหลังบนเตียง 

“ดีจัง” 

ไนท์ยิ้มเมื่อเธออ่านหนังสือได้สะดวก ไม่ต้องเลื่อนปรับตัวอักษรให้ขยายทีละบรรทัด 

“มือถือใหญ่ขึ้นเลยอ่านหนังสือได้สะดวกขึ้นใช่มั้ยครับ” 

“ใช่ค่ะ” 

ตอบไปทั้งๆที่สายตาก็อ่านหนังสืออยู่ 

พันไมล์หันกลับมาตั้งใจทำงานแทนที่จะกวนเวลาร่างบาง 

. 

. 

. 

“จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะพี่ เดี๋ยวกลับรถลำบาก” 

“ไม่ลำบากหรอก หออยู่ตรงไหนล่ะ” 

“ทางซ้ายมือค่ะ ด้านล่างมีร้านข้าวอยู่” 

“หอนั้นหรอ?” 

“ค่ะ” 

“อยู่ชั้นไหนล่ะ ท่าทางจะไม่มีลิฟต์” 

“ชั้น 5 ค่ะ ไม่มีลิฟต์จริงๆนั่นแหละค่ะ เดินขึ้นเอา ได้บริหารช่วงขากับกระชับก้น” 

“ดูแลตัวเองเก่งนะครับ” 

พันไมล์ลูบหัวร่างบาง 

“บอกแล้วว่าหนูเก่ง พี่ก็ไม่เชื่อ” 

“เชื่อครับเชื่อ ป่ะ เดินขึ้นหอดีๆ ดึกแล้ว” 

“เพิ่งสามทุ่มเองค่ะ” 

“เด็กวัยรุ่นเค้าไม่นอนเร็วๆหรอ ฮื้มม” 

“พูดเหมือนคนแก่เลย พี่อายุมากกว่าหนูแค่ 3 ปีเองนะ“ 

“แถมตอนนี้พี่ก็เป็นนักเรียนของไนท์ด้วย” 

“ใช่ค่ะ นักเรียนขับรถกลับบ้านดีๆนะคะ ขอบคุณที่มาส่ง เจอกันอาทิตย์หน้าเลยเนอะ” 

“วันศุกร์ตอนเย็นครับ” 

“ค่ะ หนูไปนะพี่พัน ขอบคุณที่มาส่ง ขับรถดีๆนะคะ” 

“ครับผม” 

พันไมล์มองตามไนท์ขึ้นบันไดไป เค้าจึงเลี้ยวรถออกมา ขับตรงไปที่ไมล์ไฮด์คลับ 

 

ที่_ชั้น 2 ห้อง we vip 

“กว่าจะมา” 

ครูสมองเพื่อน 

“ไปส่งไนท์” 

“รู้อยู่แล้ว” 

พันไมล์กรอกตา คงเป็นเลขาของตัวเองที่บอกเพื่อนสนิทว่าเค้าไปไหน 

“เลขากูหรือเลขามึงกันแน่ว่ะ” 

“กูถาม เรสตอบ” 

“เรเยสไอ้สัส ทำไมชอบเรียกแบบนั้น” 

“สักพักจะเรียกเยดเฉยๆ” 

“เรียกเรสเถอะ ถือว่ากูขอ” 

เพื่อนสนิทกระดกเหล้าพร้อมกัน ก่อนมองไปที่ประตู แก็งค์ปีศาจเดินเข้ามาทีละคนสองคน 

หวัดครับเฮีย/ ดีพี่ / หวัดดีครับ 

ยกมือไหว้กันเสร็จทักทายกันเสร็จก็แยกย้ายกันไปนั่งตามความชอบ 

“มึงกับไนท์นี่ยังไง” 

น้องๆทักทายเสร็จครูสก็ถามเพื่อนทันที 

“ทำไม?” 

“นั่นมันของกำนัลไม่ใช่หรอ? มึงไม่เคยเป็นแบบนี้” 

“กูรู้” 

“ขอซื้อคำว่ากูรู้ไปทิ้งได้มั้ย?” 

“แล้วจะให้กูพูดยังไง” 

“มึงรู้จักเค้าดีแค่ไหน เรเยสบอกว่ามีประวัติก็ไม่ยอมอ่าน” 

“มึงซื้อตัวเลขากูไปแล้วใช่มั้ย?” 

“กูแค่เป็นห่วงเวอร์จิ้นของมึง” 

“ไม่ต้องห่วงครับขอร้อง กูอยู่รอดมาจนทุกวันนี้คิดว่าโชคช่วยหรือไง” 

“รู้ว่าจะเก็บเอ็นทองคำไว้ให้คนที่มึงรัก แต่กูว่ามึงต้องอ่านประวัติหน่อยมั้ย?” 

“ไม่” 

“ทำไมว่ะ” 

“รู้แล้วได้อะไรขึ้นมา” 

“ก็ได้รู้จักไง” 

“กูอยากทำความรู้จักเอง” 

“โอโห รักเค้าแล้วใช่มั้ย?” 

“ไม่” 

“เอ้า!! แล้วที่ดึงผ้าไปห่ม อุ้มขึ้นไปนอน กินข้าวร่วมโต๊ะกัน แถมยังพาลงไปในบ่อชีวิตอีก มึงไม่รักเค้า?” 

“ก็เหมือนจะรู้สึก แต่ต้องหยุดเอาไว้ เพราะเค้ามีแฟนแล้ว” 

“ห่าเอ้ยยย” 

ครูสกุมขมับ 

พันไมล์ถือเป็นเพื่อนคนละกลุ่มที่เค้าเริ่มสนิทช่วงที่ทำโปรเจ็คตอนเรียนจบ แต่ก็รู้จักกันบ้างเพราะน้องชายของพันไมล์มาเที่ยวที่คลับของน้องชายเค้าบ่อย พันไมล์เป็นคนพูดน้อยแต่พอได้คุยกันก็ถูกคอ เลยสนิทกันแบบตั้งใจแกมเผลอ 

แม้จะอายุเท่ากันแต่ความสัมพันธ์ของครูสกับพันไมล์เป็นความสัมพันธ์ที่ครูสมองพันไมล์เหมือนน้องชายตัวปัญหา เพราะร่างหนายืนอยู่ในจุดสีดำที่เจ้าตัวเต็มใจเข้าไปอยู่ แต่ครูสไม่เคยเห็นด้วยเลย การค้าขายในตลาดมืด หรือธุรกิจที่พันไมล์ทำเสี่ยงชีวิตทั้งนั้น 

พันไมล์ไม่เคยรักชีวิตตัวเอง เค้ามองความตายเป็นเหมือนขนม มองเซ็กซ์เป็นอาหาร โลกของพันไมล์มืดสนิท ความสดใสมันพังลงตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้นที่พรากคุณแม่และคุณพ่ออันเป็นที่รักจากไป 

“แล้วมึงได้บอกเค้ามั้ย ว่ามึงชอบเค้า” 

“เกือบชอบ” 

“เออนั่นแหละ เกือบชอบน่ะ บอกเค้าไปยัง?” 

“ป่าว ไม่ได้บอก” 

“ทำไมว่ะ” 

“ไม่อยากให้ความรู้สึกของกูทำให้เค้าไม่สบายใจ แต่ไนท์น่าจะมองกูออก อยู่กับไนท์กูทำตัวไม่ถูก เค้าอาจจะรู้” 

“แล้วคือ...” 

“อะไรอีกว่ะ” 

“ก็ถ้าไนท์ฉลาด จะปล่อยมึงไปหรอ ใครๆก็อยากได้มึง” 

“เค้ามีแฟนแล้ว กูมาทีหลัง ที่บอกว่าเค้าฉลาด คือฉลาดวางตัวด้วย อีกอย่างไนท์ดูรักแฟนมาก” 

“โว๊ยยย” 

“เป็นเหี้ยไรอีก” 

“ขัดใจไอ้สัส” 

“กูรู้ตัวกูเอง ความรู้สึกของกูมันควบคุมได้” 

ครูสมองหน้าเพื่อน 

“ขึ้นชื่อว่าความรัก ไม่มีใครควบคุมมันได้หรอก เชื่อกู” 

“มึงยังไม่มีแฟน อย่าริมาสอน” 

“แต่กูมีความรัก” 

“ไม่เห็นมึงมีแฟน” 

“กูบอกว่ากูมีความรัก ฟังไอ้สัส ฟังแล้ว คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” 

“ก็คือด่ากูว่า ค ว ย” 

“ให้ฟัง ไอ้เหี้ย มึงนี่ดื้อด้านจังวะ?” 

“อ่ะ พูดมาสิ” 

“ไม่พูดแล้วไอ้เหี้ย” 

“ขี้งอน” 

ครูสยกแก้วดื่ม 

สองคนต่างมองหน้ากันไปมา ครูสเงียบเพราะการกระทำของพันไมล์ขัดใจเขา ส่วนพันไมล์เงียบเพราะไม่มีอะไรจะพูด 

“จีบกันอยู่หรอมม” 

เสียงใสขัดขึ้นมาระหว่างร่างหนาทั้งสองคน 

“ตัวเล็ก!!” 

“สโนว์!!” 

เด็กหน้าตาน่ารักนั่งอยู่บนพื้น ระหว่างพี่ชายทั้งสองคน เธอมองใบหน้าของพี่ชายสลับไปมา 

“ที่จ้องกันเมื่อกี้เหมือนมีไฟฟ้าพุ่งออกมาเลย ระวังผีผลักเด้อออ” 

ครูสส่ายหน้าให้น้องสาว 

“ผีผลักไม่ไหวหรอกตัวเล็ก” 

สโนว์ยิ้มแล้วลุกไปนั่งมองหน้าพันไมล์ มือเล็กวางบนต้นขาพี่ชายของเพื่อน 

. 

. 

. 

“เผื่อใจมั้ยคะ” 

สโนว์รู้ทุกอย่าง เธออ่านใจผมออก เหมือนกับกราฟ เพื่อนของน้องชายผม หนึ่งในปีศาจที่ไม่เคยมีใครโกหกได้ คนที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผม 

“ไม่จำเป็นครับ” 

ผมตอบน้องสาวเพื่อน สโนว์ฉลาดกว่าเพื่อนผมที่เป็นพี่ชายของเธอ 

“งั้นพี่ก็ต้องรู้จักคนนั้น” 

เสียงสโนว์สะกิดผมให้รู้สึกตัว มองไปตามสายตาของเธอ 

วิน? 

“รู้จักครับ เคยเจอกันครั้งนึง” 

เด็กแสบรู้จักแฟนของไนท์ด้วย? อืม ไม่น่าแปลกใจหรอก เพราะสโนว์ชอบไนท์ เรื่องของคนที่เธอชอบ จะไม่รู้ได้ยังไง 

“แฟนของพี่ไนท์ไม่ใช่ผู้ชายที่ดี” 

“พี่รู้” 

“แล้ว?” 

สโนว์ต้องการให้ผมทำเรื่องบางอย่าง ผมรู้ว่าเธอต้องการอะไร เด็กดื้อคนนี้แค่เป็นห่วง 

ผมยื่นมือไปวางบนหัวสโนว์ 

“ไม่เอาดีกว่าครับ พี่ไม่อยากเข้าไปแทรก” 

“ทำไมอ่ะ” 

เด็กแสบงอแง เป็นเด็กเอาแต่ใจที่น่าเอ็นดูไม่เคยเปลี่ยน 

“เค้าก็รักแฟนของเค้า” 

“แต่แฟนเค้านิสัยไม่ดี” 

“ไม่ได้แปลว่าถ้าเค้ารู้แล้วเค้าจะไม่รัก” 

เด็กดื้อขมวดคิ้วเป็นปม จนไอ้กราฟต้องเอานิ้วมาวางตรงหว่างคิ้ว 

“คนดีครับ” 

“โนว์ชอบพี่ไนท์” 

“แต่เรื่องพวกนี้เราบังคับกันไม่ได้นะครับ” 

“ถ้าพี่ไนท์เห็นจะเสียใจ” 

“พี่ส่งไนท์ที่หอแล้ว คงไม่มาเจอกันแบบนี้หรอก” 

“ไม่ใช่วันนี้อาจเป็นวันอื่นก็ได้” 

“เด็กดื้อจริงๆนะเราเนี่ย” 

ผมบอกแล้วกระดกเหล้าดื่ม ที่เด็กแสบพูดก็มีส่วนเป็นไปได้ แต่คนอย่างผม ไม่เคยคิดจะรัก หรือได้รัก ผมชอบไนท์แต่นั่นก็แค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น 

แค่ความคิด ณ ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน 

ผมแค่อยากรัก ไม่ได้หวังว่าเธอจะรักผม ความรู้สึกของผม ผมอยากให้มันเป็นแค่ความรู้สึกของผม เพราะเราไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ความรู้สึกของผมในตอนนี้ แม้แต่ผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าต่อไปมันจะเป็นยังไง 

ผมไม่มีทางสัญญาหรอกว่าจะเก็บความรู้สึกที่มีกับไนท์ไว้ตลอดไป ผมรู้เพียงอย่างเดียวว่า ไนท์จะเป็นความชอบหนึ่งเดียวของผม 

....ที่มันจะอยู่กับผมนานที่สุด 

“สักวันพันไมล์จะมีโดยไม่ต้องร้องขอ” 

สโนว์นั่งบนตักแฟนตัวเอง เธอเอนหลังซบอกไอ้กราฟ แต่ตาแป๋วมองมาทางผม 

“แดนใต้ที่ปกครองโดยมิเชลอันเป็นที่รัก” 

หืมม ชื่อผม michael ที่อ่านได้ทั้ง ไมเคิล และ มิเชล 

“เทวดาตกสวรรค์จะพบรักต้องห้าม” 

ผมขมวดคิ้ว 

“มิเชลจะถูกความมืดกลืนกิน” 

ผมกลืนน้ำลายเมื่อเห็นสายตาของทั้งกราฟและสโนว์ ใครกันนะที่กำหนดให้ทั้งสองคนเป็นคู่กัน 

“พี่ชื่อไมเคิล” 

ผมตอบน้องสาวเพื่อน 

“หนูไม่ได้บอกว่าพี่คือมิเชลซักหน่อย” 

อ่าาา.....ก็จริง ประโยคของเด็กแสบมันดูกำกวม 

“แต่แดนใต้เป็นของพี่พันไมล์นะครับ” 

แฟนของเด็กแสบพูด 

ผมกับไอ้ครูสมองหน้ากันทันที 

“เลิกแกล้งเพื่อนพี่ได้แล้ว กราฟพาตัวเล็กลงไปแท่นดีเจได้เลย” 

ไอ้ครูสบอกน้องเขยมัน 

ผมมองสองคนที่ยิ้มหวานให้กันก่อนที่จะหายวับไปจากห้อง 

“มึงไม่สงสัยหน่อยหรอว่าทำไมเรเยสถึงบอกกูเรื่องไนท์ คนอื่นที่ดูเข้าท่ากว่ามีตั้งเยอะ” 

ผมส่ายหน้า 

“เพราะแค่มึงพูดถึงไนท์สายตามึงยังเอ็นดูเลย ถ้าอยู่ต่อหน้าไนท์สายตามึงคงมากกว่านี้” 

ผมย่นคิ้ว 

“ไม่รู้ตัวสินะ” 

“....” 

“ไม่แปลกที่ไนท์จะรู้ เพราะสายตามึงโกหกคนที่มึงรักไม่ได้” 

“กู...” 

“ไม่ต้องปฏิเสธเลย มึงก็โกหกกูไม่ได้เหมือนกัน” 

“......” 

“อย่าลืมว่าตัวเองคือ พันไมล์ เจ้าของแดนใต้ ไมเคิล เจเค สมิธ ถ้าไมเคิลผู้เป็นที่รักอยากได้ ก็ไม่ต้องขออนุญาตใคร” 

“ชีวิตกูอันตราย กลัวว่าไนท์จะไม่ไหว” 

“กลับตัวทันมั้ยล่ะ” 

“ยังไม่ได้ชอบเลย” 

“ครับเพื่อนเหี้ย ไม่ได้ชอบเลย ทั้งสายตาทั้งน้ำเสียง เอ็นดูเค้าขนาดไหน รู้ตัวมั้ยเนี่ย” 

ร่างหนามองหน้าเพื่อน 

“พันไมล์ มึงฟังกูนะ แค่คิดว่าจะชอบ มึงก็หยุดมันไม่ได้หรอก” 

“ทำไมจะหยุดไม่ได้?” 

“เดี๋ยวก็รู้ว่ากูพูดจริงมั้ย?” 

ผมยกแก้วเหล้าดื่มแก้ฝืดคอ สายตามองไปที่วิน เจ้าของแท้จริงของไนท์ 

ไนท์..ความมืดที่แสนอบอุ่นของผม 

. 

. 

. 

“พันไมล์” 

“หื้มม” 

ผมรับปากเพื่อน 

“ไนท์ของมึง หน้าตาเป็นยังไง” 

“ตัวสูงเท่าคางกู ผิวน้ำผึ้ง ตาคม เวลามองเหมือนจะหยิ่งนิดหน่อย แต่คงเพราะหางตาและคิ้วที่ตวัดขึ้นดูเฉี่ยวๆ” 

“ผมสีอะไร” 

“สีดำ ยาวประบ่า” 

“มึงบอกว่าเพิ่งไปส่งเค้าที่หอ?” 

“ใช่” 

“แล้วมายืนตาเฉี่ยวที่นี่ได้ไงว่ะ” 

ผมมองตามสายตาเพื่อน 

“ไนท์!!” 

ความคิดเห็น