สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 16 : สัญญาณเตือน (NC)

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 16 : สัญญาณเตือน (NC)

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 16 : สัญญาณเตือน (NC)
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 16

สัญญาณเตือน



     ร่างเละสภาพขาดวิ่นถูกหิ้วออกมาจากเต็นท์ เสือโคร่งหนุ่มต้องเร่งทำเวลาก่อนที่จีมินกับโฮซอกจะมาถึง ครั้งนี้เขาไม่สนเรื่องการทิ้งหลักฐาน เพราะอีกไม่นานก็จะได้เวลาปิดฉากการล่าที่แท้จริงเสียที เขามั่นใจว่าลูกแกะอีกสองตัวนั้นไม่มีทางหนีรอดกรงเล็บมรณะได้แน่

     เขาเหลียวมองเต็นท์ของจองกุกครู่หนึ่งก่อนออกตัวเดินต่อ ข้ามไปยังเขตอุทยานเพื่อนำเนื้อชิ้นโตไปฝากลูกชายที่รัก ตลอดทางทุกย่างก้าวเป็นไปด้วยความหวาดระแวง เพราะกลัวว่าจะมีใครมาขโมยอาหารอีกเหมือนครั้งที่แล้ว เมื่ออยู่ในร่างเสือ บาดแผลที่อุ้งเท้าและใต้ท้องของเขายังคงไม่หายดี แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ติดเชื้อเหมือนอย่างที่กังวลไว้ นับว่าโชคเข้าข้าง

     อีกไม่นานจวนจะถึงที่หมายแล้ว หากเขาไม่บังเอิญได้กลิ่นเหม็นเน่าที่โชยมาจากอีกฟากหนึ่ง จมูกสีชมพูอ่อนสูดอากาศเพียงน้อยนิด ทว่าแค่นั้นก็สามารถทำให้วิโอเรลรู้ทิศทางของกลิ่น รวมถึงชนิดของสิ่งมีชีวิตผู้เป็นเจ้าของกลิ่นอันไม่พึงพิสมัย บางอย่างสั่งให้เขาซ่อนศพของยุนกิและเดินตามกลิ่นนั้น เขารู้อยู่ตลอดทางว่านั่นคือกลิ่นของพวกเดียวกัน มันดึงดูดเขาจนยากจะหวนกลับได้ และความอยากรู้อยากเห็นก็มีมากเกินจะดับ

     อุ้งเท้าสีส้มหยุดขยับ วิโอเรลทอดมองร่างอาบเลือดของเสือโคร่งตัวใหญ่ที่นอนห่างออกไปไม่กี่เมตร เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ เขาจำกลิ่นนี้ได้ กลิ่นของโบกอม...

     บาดแผลเป็นวงเหมือนถูกยิงได้ตรึงสายตาของเขาไว้ เขาตัดสินใจเดินเข้าไปดูใกล้ๆด้วยความฉงน เพราะไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถฆ่าเสือสมิงได้ หากคนคนนั้นไม่ใช่นักล่าหรือนักปราบเสือสมิง

     ความคิดนั้นทำให้เขาจมดิ่งในภวังค์ ภาพเหตุการณ์ในอดีตไหลซ้อนเข้ามาเป็นฉากๆ ลูกกระสุนที่วิ่งผ่านร่างของชายหนุ่มผู้เป็นอดีตคนรัก ขณะที่เขาในสภาพร่อแร่ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ นอกจากวิ่งอุ้มท้องเข้าป่าเพื่อเอาชีวิตรอดตามคำขอของสามี

     เขาสะบัดหัวไล่ภาพเหล่านั้น อดีตอันโหดร้ายทำให้ของเหลวเริ่มปริ่มบนหน่วยตา เขาซับน้ำสีใสด้วยการก้มหน้าไปถูแขน เมื่อทำใจได้แล้วก็พุ่งความสนใจมาที่ศพต่อ ดูจากสภาพและกลิ่นบ่งบอกว่าเจ้าตัวเพิ่งถูกฆ่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน นี่เป็นสัญญาณถึงความไม่ปลอดภัยของลูกชายรวมถึงตัวเขา ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อทำให้วิลไม่ถูกมันเจอ เช่นการหาที่ซ่อนอันแน่นหนาและต้องอยู่ใกล้เขากับจองกุกมากที่สุด

     อุ้งเท้าทั้งสี่เร่งวิ่งจ้ำ เขาวกไปที่อาหารและคาบกลับไปหาวิลอย่างรีบร้อน โชคดีที่เขากินไปได้เกือบครึ่งตัวแล้ว ทำให้น้ำหนักของศพไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ทว่าจิตใจอันกระวนกระวายทำให้เขาอยากวิ่งเร็วกว่านั้น เพราะเขากลัวว่าตอนนี้วิลอาจตกอยู่ในอันตราย

     เสียงหอบฟืดฟาดดังคู่กับเสียงวิ่ง ในที่สุดเขาก็มาถึงบ้านด้วยเวลาเพียงไม่ถึงสิบนาที ร่างไร้วิญญาณถูกปล่อยลง เขาส่งเสียงร้องต่ำๆเรียกลูกชายตรงปากโพรง

     “วิล”

     ความเงียบยิ่งทำให้ใจของคนเป็นแม่ร่วงลงตาตุ่ม แต่ไม่นานดวงตากลมใสแป๋วคู่เดิมก็โผล่ออกมาจากความมืด

     เขาถอนหายใจโล่งอก

     “คุณแม่กลับมาแล้ว!” ลูกเสือน้อยวิ่งเข้าไปคลอแข้งคลอขาของวิโอเรล ก่อนยืนกอดใบหน้าและเลียแก้มเสียเปียกชื้นเพราะความคิดถึง เขาดีใจที่คุณแม่กลับมาเร็วและคาบอาหารชิ้นใหญ่มาฝาก

     วิลเอาจมูกดุนท้องเพื่อขอดูดนม แต่วิโอเรลไม่ให้และส่งเสียงดุ ก็จริงอยู่ที่น้ำนมของเขายังไม่หมด แต่นี่ไม่ใช่จังหวะเหมาะแถมเขากำลังรีบ

“นี่ไม่ใช่เวลามากินนมนะ”

“แต่ผมคิดถึงน้ำนมของแม่นี่ฮะ” วิลพูดตามความจริงพลางส่งสายตาออดอ้อน

“เอาไว้เราย้ายออกไปจากที่นี่ก่อน หลังจากนั้นแม่จะให้ลูกกินเท่าที่ลูกต้องการเลย ตกลงไหม”

 ดวงตากลมโตทอประกายเมื่อได้ยินคำว่าเรา “ผมกับแม่ เราจะย้ายไปอยู่ที่อื่นเหรอฮะ!?”

“ใช่ครับ” น้ำเสียงของวิโอเรลอ่อนลง

“ที่ไหนเหรอ?”

“ที่ที่พ่อใหม่เขาอยู่ไง”

 วิลเอียงศีรษะ “พ่อใหม่?”

 “อือฮึ”

 “แล้วพ่อเก่าอยู่ไหนล่ะฮะ?”

 คำถามนั้นทำเอาวิโอเรลนิ่งงันไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกโกหกเหมือนเดิม “เขาไม่กลับมาอีกแล้วล่ะ”

 “ทำไมฮะ ทำไมพ่อถึงไม่กลับมา พ่อไม่รักเราแล้วเหรอ?”

 เขาลอบกลืนน้ำลาย “แม่ก็ไม่รู้...”

 หางของวิลลู่ตกอย่างเศร้าสร้อย เขาไม่เคยเห็นหน้าคุณพ่อมาก่อนเลย ตอนนี้กลับมีพ่อใหม่เสียแล้ว หวังว่าพ่อใหม่จะไม่ใจจืดใจร้ายกับเขาและแม่เหมือนคุณพ่อคนเก่าหรอกนะ

 วิลเก็บความเศร้าไว้และเลือกที่จะถามผู้เป็นแม่ “แล้วพ่อใหม่คือใครเหรอฮะ?”

“เขาเป็นมนุษย์ครับ”

 ลูกเสือสีขาวกระโดดหยอง “แต่แม่บอกว่ามนุษย์เป็นอาหาร!”

 วิโอเรลมองตามใบหน้าของลูกชายที่พยักเพยิดไปทางศพ

“แต่เขาแตกต่าง”

“ยังไงเหรอฮะ?”

“เดี๋ยวลูกก็รู้เอง” แม่เสือใช้อุ้งเท้ายีหัวลูกชายเบาๆ “ไปกินอาหารเร็วคนเก่ง เรายังต้องเดินทางอีกนะ”

 แต่วิลยังคลางแคลงใจ มนุษย์คนนั้นมีดีอะไรถึงทำให้แม่ของเขาหลงรัก เขาละอยากรู้จริงๆ เนื้ออร่อยหรือ? ต้องใช่แน่

“ผมกินพ่อใหม่ได้ไหมฮะ?”

“อย่า! แม้แต่จะคิด”



     ความว่างเปล่าบนแผ่นอกทำให้จองกุกตื่นเต็มตา เขาพยุงกายขึ้นพร้อมกวาดมองรอบเต็นท์เพื่อหาแฟนตัวเล็ก

     “หายไปไหนของเขานะ”

     จองกุกนั่งจมอยู่ในความเงียบ ภาพตอนที่เขาจับได้ว่าวิโอเรลแอบมีอะไรกับยุนกิและคลิปวิดีโอได้ผุดแวบขึ้นกลางหัว เขาหันไปยังโน้ตบุ๊กซึ่งมีกล้องของนัมจุนวางอยู่ เขาจ้องมันนิ่งๆด้วยความรู้สึกว่างเปล่า รู้ว่าอีกคนนอกใจแต่เขากลับไม่นึกโกรธ เขาพยายามคิดหาสาเหตุนั้น ทว่ามีบางอย่างได้ตัดความตั้งใจของเขาลงกลางคัน ทั้งยังลบความรู้สึกสงสัยจนสมองเขากลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง ตอนนี้ตัวเขาไม่ต่างจากตุ๊กตาที่ไร้ความรู้สึก

     เขานิ่งไปนานมาก ไม่มีความคิดใดๆอยู่ในหัว รู้ตัวอีกทีคือตอนที่ซิปเต็นท์ถูกรูดจนปรากฏรอยยิ้มหวานอันคุ้นตา เขาถึงเพิ่งมานึกออกว่ากำลังตามหาอีกคนอยู่

     “ขอโทษทีนะ วีไปชิ้งฉ่องมาอ่ะ”

     เขายิ้มกลับบางๆ อ้าอ้อมแขนรับร่างของคนรักที่เข้ามานั่งตัก “ตกใจหมดเลย นึกว่าหายไปไหน”

     “แหม วีไม่หนีไปไหนหรอกน่า” วิโอเรลชกเข้าที่อกจองกุกเบาๆอย่างหยอกเย้า แต่โดนอีกคนกุมมือไว้

     “ใครจะไปรู้ ก็วีอาจหนีไปเหมือนครั้งที่แล้ว---”

     เสียงท้ายประโยคแผ่วลงเรื่อยๆกระทั่งเงียบดับ ร่างบางเอียงคอเมื่อจู่ๆแฟนหนุ่มไม่ยอมพูดให้จบ

     “อะไรเหรอ จองกุก?”

     คนถูกถามมองหน้าด้วยแววตาสับสน เหตุการณ์ในตอนนั้นได้ฉายขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้หัวใจของเขากลับกระตุกวูบ... เพียงวูบหนึ่งจริงๆ

     เขาจึงไม่นึกเอะใจอะไร

     “อ๋อ เปล่าหรอก กุกแค่ลืมว่าจะพูดอะไรต่อน่ะ”

     จองกุกลูบท้ายทอยกลบเกลื่อน แต่รอยยิ้มและสายตาไม่อาจปกปิดความจริง

     วิโอเรลสังเกตเห็น แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร “จองกุกเนี่ยลืมง่ายจังเลยนะ ยังไม่ทันแก่เลย”

     มือเรียวยกขึ้นมาสางผมของร่างสูงเพื่อหาผมหงอก ทำเอาคนถูกล้อหลุดขำ ลืมเลือนเหตุการณ์ทรมานนั้นเสียสนิท

     “ไม่ต้องมาทำเป็นหาผมหงอกเลย กุกไม่มีหรอก”

     “นี่ไง! เจอแล้วเส้นนึง”

     ว่าแล้วร่างบางก็ดึงผมเส้นนั้นออกมาสุดแรง

     “โอ๊ย! ซี๊ด เจ็บๆๆ มันเจ็บนะวี” จองกุกลูบศีรษะจนความเจ็บเริ่มทุเลาลง และเมื่อเห็นเส้นผมบนมือเรียวเป็นต้องแหวใส่ “นั่นมันแค่ผมคันไม่ใช่เหรอ!?”      

     “อ้าว นึกว่าผมหงอกซะอีก” คนแกล้งก็ยิ้มสนุก ทำเป็นไร้เดียงสาต่อไปโดยไม่กลัวอีกฝ่ายหมั่นเขี้ยว

     “อย่าให้ถึงทีของกุกละกัน”

     ช่วงเวลาของทั้งคู่ถูกขัดด้วยเสียงรถยนต์ที่ดังอยู่ข้างนอก จองกุกโผล่ศีรษะออกมาจากผ้าร่ม เห็นโฮซอกเดินนิ่วหน้ากลับเต็นท์ ส่วนจีมินกำลังเดินมาทางนี้ด้วยสีหน้าราบเรียบแกมตึง

     “เป็นไงบ้าง” เขาเป็นคนเปิดบทสนทนาก่อน

     จีมินถอนใจยาว “เจ้าหน้าที่บอกว่าพรุ่งนี้จะมาดูให้”

     “บอกทีว่านั่นรีบที่สุด”

     “เสียใจที่ต้องบอกว่า ใช่”

     จองกุกแค่นยิ้มขำอย่างเสแสร้ง ส่วนวิโอเรลยื่นหน้าออกมาฟังเงียบๆ

     “แล้วไอ้กิล่ะ มันโผล่หัวออกมาลืมตาดูโลกบ้างรึยัง”

     เขายักไหล่ “ไม่รู้ กูกับวีนอนดูหนังอยู่”

     “พวกมึงเนี่ยน้า” จีมินยิ้มแซวพลางมองไปทางร่างบาง

     “สงสัยมันคงนอนอืดเหมือนเดิมแหละ ไม่ต้องไปกวนมันหรอก”

     “อืม กูก็คิดแบบนั้นอยู่แล้ว”




     กองไฟดับลงภายใต้ท้องฟ้ารัตติกาล วิโอเรลเดินแยกเข้ามาในป่าหลังจากทำทีเป็นขอตัวไปเดินเล่น เขาเร่งฝีเท้าไปยังที่ซ่อนของวิล ที่นั่นมีต้นไม้ดกหนาเยอะพอและมีโพรงเล็กๆให้ลูกชายเขาได้ซ่อนตัว ลูกเสือสีขาววิ่งเข้ามาคลอเคลียทันทีที่ได้กลิ่นเขา

“ลูกอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

มือเรียวของแม่ลูบขนนุ่มของลูกน้อย

“ฮะ แต่มาเยี่ยมผมบ่อยๆได้ไหมอ่า”

“ได้สิ เดี๋ยวคืนต่อไปแม่มานอนเป็นเพื่อน”

“เย้*! ขอบคุณฮะ”* วิลกระโดดกอดขาของวิโอเรลด้วยความดีใจ “แล้วพ่อใหม่ล่ะ แม่จะพาเขามาไหมฮะ?”

     คนถูกถามนิ่งเงียบอย่างไตร่ตรอง เขาคิดว่าเรื่องมันจะยิ่งยุ่งยากหากจองกุกได้เจอกับวิล และทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามที่เขาวางหมากไว้ เอาไว้ให้เขาฆ่าพวกที่เหลือเสร็จก่อนแล้วค่อยพาไปหาละกัน “เรื่องนั้นแม่ต้องขอคิดดูก่อนนะ”




     หลังรับประทานมื้อค่ำ จองกุกหาเสื่อมาปูหน้าเต็นท์และนั่งดื่มเบียร์คนเดียว คืนนี้เขาอยากเมาเพื่อคลายความเครียดจากการหายตัวไปของเพื่อนทั้งสองคน ยามนี้อากาศเย็นฉ่ำและท้องฟ้าไร้เมฆ เหมาะแก่การนั่งดูดาวพักผ่อนหย่อนใจ แต่จะดีกว่านี้หากข้างๆเขามีร่างบางคอยนั่งดื่มเป็นเพื่อน

     “เอ๋ จองกุก ทำไมมานั่งดื่มคนเดียว”

     พูดถึงก็มาพอดี ขอบคุณพระเจ้าที่ได้ยินคำขอของเขา

     “ไม่เย็นหัวรึไง ทำไมไม่หาหมวกมาใส่” วิโอเรลเอาใจใส่ด้วยการหาหมวกไหมพรมในเต็นท์มาสวมให้แฟนหนุ่ม นั่งลงข้างๆมองเขาดื่มเบียร์เงียบๆ ก่อนช้อนสายตามองกลุ่มดาวที่ทอแสงแข่งกันบนท้องฟ้าสีหมึก “ดาวสวยจังเลยเนอะ”

     “แต่วีสวยกว่า”

     คนฟังหัวเราะกิ๊กกั๊ก ส่งฝ่ามือตีเบาๆบนต้นแขนอย่างเหนียมอาย “ทีงี้มาทำเป็นปากหวาน”

     จองกุกหัวเราะลงลูกคอเสียงแผ่ว กระดกเบียร์อึกหนึ่งแล้วค่อยยื่นแก้วให้วิโอเรล

     ตารีเรียวเพ่งมองฟองซู่ซ่าในแก้ว วิโอเรลระบายยิ้มและรับแก้วมาจิบหนึ่งครั้ง

     “เอาอีกไหม” ร่างสูงถามขณะรับแก้วจากอีกฝ่าย

     “ไม่เป็นไร จองกุกดื่มเถอะ” เพราะเขาไม่อยากเมาไปด้วยอีกคน

     จองกุกพยักหน้าตกลง ยกขวดเรียวยาวรินน้ำเมาและดื่มต่อ วิโอเรลเฝ้ามองพักหนึ่งก่อนแหงนหน้าชมท้องฟ้าอีกครั้ง ดวงจันทร์สีนวลทำให้เขานึกถึงใบหน้าของอดีตสามี

     “จองกุกคิดว่าคนที่จากเราไปแล้ว เขาจะเฝ้ามองเราจากบนฟ้าไหม”

     “หือ?” เขาส่งเสียงประหลาดใจทั้งที่ปากยังคาขอบแก้ว “ทำไมจู่ๆถึงถามอะไรแบบนี้” เขาอยากให้บรรยากาศดูหวานชื่นมากกว่าเศร้าหมองที่ร่างบางพยายามทำให้เป็นอยู่ แต่ไม่ได้ถึงกับทำให้เขาไม่พอใจเสียทีเดียว

     “แม่ของวีบอกว่าคนที่ตายไปจะเฝ้ามองเราจากบนนั้น”

     แสงสว่างวูบไหวในดวงตาเรียว จองกุกไม่มั่นใจว่ามันเป็นผลจากแสงของดวงจันทร์หรือของเหลวบางอย่างกันแน่

     “ไม่รู้สิ แต่สำหรับกุกนะ พวกเขาอยู่ตรงนี้”

     เขาเอามือทาบอกซ้าย

     “พวกเขาจะปรากฏตัวพร้อมกับรอยยิ้มทุกครั้งที่เราคิดถึง เพราะพวกเขาอยู่ตรงนี้เสมอ คอยอยู่ข้างๆเราแม้จะไม่ได้เฝ้าดูจากบนฟ้าก็ตาม”

     วิโอเรลมองตาม ไม่นานก็ค่อยๆคลี่ยิ้ม

     “นั่นสินะ ดูใกล้ชิดกว่าเป็นไหนๆเลย”

     “ก็แค่ความคิดเห็นส่วนตัว” จองกุกไหวไหล่พลางยกแก้วจรดปาก

     “เอ๊ะ นั่นอะไรน่ะ?”

     “มีอะไรเหรอ”

     “เมื่อกี้มีอะไรวิ่งผ่านด้วย” ร่างบางชี้ท้องฟ้า นัยน์ตาเป็นประกายเพราะความอยากรู้

     จองกุกกำลังคาดเดา บางสิ่งที่วิ่งผ่านเมื่อครู่อาจเป็นดาวตก “คงเป็นดาวตกล่ะมั้ง”

     “ดาวตก?”

     อีกคนเอียงคอ อะไรกัน นี่เจ้าตัวไม่รู้จักดาวตกอย่างนั้นหรือ เขาแอบขำเอ็นดูในใจ

     ความไร้เดียงสาทำให้เขาไม่อยากนำความรู้เชิงวิทยาศาสตร์มาอธิบาย “อ่าฮะ เขาบอกว่าถ้าเห็นดาวตกแล้วให้รีบอธิษฐาน... ประมาณนี้”

     เสือที่ไม่ได้จับหนังสือท่องตำราอย่างวิโอเรลไม่รู้หรอกว่าดาวตกคืออะไร ยิ่งการเขียนคงไม่ต้องพูดถึง

     “แล้วมันจะเป็นจริงไหม”

     “อยากรู้ก็ต้องลองดู”

     จากนั้นวิโอเรลก็รีบยกมือขึ้นมากุมอก ปิดเปลือกตาลงขณะที่ใบหน้าถูกอาบด้วยแสงยวงเงิน จากผิวสีน้ำผึ้งกลายเป็นผิวสีขาวผ่องแผ้ว จองกุกเฝ้ามองพลางเผลอคิดว่าอีกฝ่ายคือสิ่งมีชีวิตที่งดงามที่สุด สวยสดเสียยิ่งกว่ารูปปั้นวีนัส เดอ มิโล*เสียอีก

(**Venus de Milo คือประติมากรรมยุคกรีกซึ่งแกะสลักด้วยหินอ่อนเป็นรูปเทพีวีนัสหรือแอโฟรไดที จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส)

     เขาเลื่อนสายตามองท้องฟ้าเพราะอยากขอพรบ้าง แต่เขาไม่ได้หลับตาและยกมือกุมอก เขาแค่มองกระจุกดาวกับดวงจันทร์เหลืองนวลขณะอธิษฐานในใจเงียบๆ เมื่อการขอพรเสร็จสิ้น ร่างบางจึงหันมาฉีกยิ้มแป้น

     “จองกุกไม่ขอพรบ้างเหรอ”

     “ขอไปแล้วเมื่อกี้”

     เขาตาลุกวาว “ขอว่าอะไรอ่ะ! บอกวีได้ไหม”

     ปากกระจับบางยกยิ้มขำ “บอกของวีก่อนสิ เดี๋ยวกุกจะบอก”

     “ก็ได้...” วิโอเรลยู่ปากเพราะไม่ได้รับความยุติธรรมจากแฟนหนุ่ม “วีขอว่าให้พวกเราอยู่ด้วยกันตลอดไป ขอให้ไม่มีอะไรมาพรากพวกเราจากกัน”

     “กุกสัญญาว่าจะไม่ทิ้งวีไปไหน”

     คำมั่นนั้นทำให้คนฟังยิ้มพอใจ “แล้วจองกุกล่ะ ขอว่าอะไรบ้าง”

     ร่างสูงก้มหน้ายิ้มครู่หนึ่งก่อนกลับมาสบตา “กุกขอแค่ข้อเดียว”

     “ขอว่า?”

     “ขอให้กุกเป็นคนสุดท้ายของวี”

     วิโอเรลตัวแข็ง รู้สึกเขินจัดกับคำตอบ แต่มันก็พาลให้เขานึกถึงเหตุการณ์ในช่วงกลางวันเช่นกัน เป็นความรู้สึกสุขที่เต็มไปด้วยความขมขื่น ต่างกับจองกุกที่พอนึกถึงกลับไม่รู้สึกอะไร

     “ได้ไหม?”

     เสียงทุ้มใสผะแผ่ว เห็นได้ชัดว่าดวงตากลมส่องประกายเพราะความหวัง และวิโอเรลไม่คิดปฏิเสธความปรารถนานั้น

     “ก็เป็นอยู่นี่ไง...”

     เสียงของเขาเบาลงเพราะความเขิน รอยยิ้มกว้างที่ออกมาจากความดีใจของจองกุกยิ่งทำให้เขาหน้าแดง

     “จริงนะ”

     เขาพยักหน้า

     “พูดจริงใช่ไหม”

     “อยากให้วีพิสูจน์ไหมล่ะ”

     ดวงตาของทั้งคู่ทอประกาย ต่างคนต่างรู้ในความหมายนั้น แต่จองกุกแสร้งใสซื่อเพื่อวัดความใจกล้าของร่างบาง

     “ด้วยอะไรเหรอ”

     วิโอเรลไม่ตอบ แต่กลับโน้มใบหน้าเข้าหาคนถาม ร่างสูงยิ้มชอบใจก่อนหลับตาลง ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เขาโอนอ่อนผ่อนตาม ยอมรับจุมพิษแสนหวานโดยไร้ซึ่งการขัดขืน หัวใจทั้งสองดวงเต้นแรงขึ้นเช่นเดียวกับปอดที่เริ่มขยายตัว ร่างบางหายใจหอบถี่เมื่อโดนแย่งอากาศ จองกุกไม่ยอมเว้นช่วงให้เขาพักหายใจหนำซ้ำยังกรีดลิ้นร้อนขมๆเข้ามาในโพรงปาก กระหวัดรัดฟัดเหวี่ยงกับลิ้นเขาอย่างเมามันส์ ทำเอาสติอันน้อยนิดที่มีพร่าเลือนเข้าไปทุกขณะ

     ในที่สุดปากอุ่นก็ยอมถอนออก ปรากฏใยของเหลวเส้นบางที่เชื่อมระหว่างสองลิ้น รสชาติปากของอีกฝ่ายทำให้จองกุกติดใจ วินาทีต่อมาจึงฉกจูบเข้ากับปากแดงสดอีกครั้งแบบแนบแน่น ไฟปรารถนาชักนำให้เขาสอดมือเข้าไปในเสื้อตัวโคร่ง ลูบผ่านหน้าท้องเนียนลื่น กระทั่งถึงแผ่นอกบางที่สะท้านเผยิบผยาบ เขารู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจยามได้กอบกุมเต้าข้างซ้าย มันเต้นระรัวราวกับจะระเบิด นิ้วสากถูขยี้เม็ดถันเบาๆมอบความซ่านสยิว วิโอเรลบิดกายรุนแรงพร้อมหนีบขาเข้าหากัน ซอกขาเสียดสีจนกลางกายพาลร้อนรุ่ม เขาแอ่นอกสู้นิ้วแข็งที่ยังรังแกยอดอกเขาไม่หยุด

     ขณะที่เขาตัวอ่อนระทดระทวยภายใต้อุ้งมือหนา จองกุกได้ก้มลงมากระซิบเสียงพร่าข้างหู

     “เข้าไปต่อในเต็นท์กันไหม”

     เขาเห็นพ้องที่สุดกับคำชวนนั้น จึงผละออกแล้วค่อยคลานเข้าไปในกระโจมเต็นท์ ส่วนจองกุกกำลังเก็บกวาดข้าวของบนเสื่อ จากนั้นค่อยคลานตามทีหลังก่อนรูดซิปผ้าร่มเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว

     ร่างบางนอนรอในสภาพเปลือยเปล่า เขาถือโอกาสถอดเสื้อตอนที่อีกคนเก็บของ ผ้าห่มผืนใหญ่คลุมท่อนล่างไว้ทำเอาจองกุกเกิดความอยากรู้อยากเห็น เขาอยากเชยชมความสวยงามที่ถูกซ่อนอยู่ ว่าแล้วก็ดึงสิ่งกีดขวางออกอย่างช้าๆไม่เร่งรีบ

     แม้จะไร้ซึ่งตัวเกะกะ แต่วิโอเรลทำเป็นหนีบขาไว้และใช้มือปิดส่วนสงวน จองกุกไม่รีรอที่จะดึงข้อเท้าบางทั้งสองให้แยกออกด้วยความนุ่มนวล อีกคนไม่ได้คิดห้ามอะไรจึงยินยอมถ่างขา สิ่งสวยงามตรงหน้าเร้าอารมณ์ของจองกุกเป็นอย่างดี

     เขากลืนน้ำลายหนึ่งครั้งเพราะความตื่นเต้น มือไม้สั่นเทายามได้เห็นอีกฝ่ายทุกซอกทุกหลืบ วิโอเรลงดงามเสียเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มสำรวจส่วนไหนก่อนดี

     “จ้องนานๆแบบนี้ วีก็เขินเป็นเหมือนกันนะ”

     คนถูกจ้องบ่นเสียงอุบอิบด้วยอาการหน้าแดง จองกุกสบตาครู่หนึ่งจากนั้นทำการสำรวจเรือนร่างขาวสะอาดตรงหน้า

     มือใหญ่ลากขึ้นไปตามหน้าท้องเรียบนุ่ม เคล้าคลึงยอดทรวงช้าๆแต่หนักหน่วง นิ้วทั้งห้ากางออกและขยำเฟ้นแรงๆอย่างสนุกมือ ส่วนหน้าอกอีกข้างกำลังถูกปากอุ่นโลมเลียจนเปียกฉ่ำ วิโอเรลตัวสะท้านวาบเมื่อเขารัวลิ้นกับเม็ดสีแดงสลับดูดเม้มแบบหื่นกระหาย

     “ฮ่าห์! จองกุก...”

     ฟันคมที่ขบกัดแรงเกินทำให้คนโดนกระทำต้องเม้มปากระบายความเจ็บปนเสียว จองกุกเลียวนรอบๆปานสักพักก่อนดูดจ๊วบ ย้ายริมฝีปากไปยังอีกข้างและทำรุนแรงเหมือนกับข้างเดิม ทั้งขบทั้งดูดดึงด้วยความหมั่นเขี้ยว โดยมีมือทั้งสองช่วยกันประสานงานคอยบีบฐานอก

     วิโอเรลครวญครางเสียงหวาน เขาพร้อมตั้งแต่จองกุกปรนเปรอหน้าอกข้างแรกแล้ว และเขาก็ไว้ใจเจ้าตัวเต็มที่ เรียวขาจึงยกขึ้นมาเสียดสีกับเอวสอบอย่างเร่งเร้า แต่จองกุกยังคงใจเย็น

     ปากหยักบางถอดถอน ปะพรมจูบไปตามหน้าท้องราบเพื่อสำรวจความหวานอีกจุดหนึ่ง เขาจูบแก่นกายที่ชี้โด่แล้วค่อยปาดลิ้นเลีย เมื่อเห็นมันกระตุกสั่นจึงอ้าปากครอบครองส่วนหัว ขณะเดียวกันมืออีกข้างก็ทำหน้าที่อย่างรู้ดี นิ้วอุ่นลูบวนรอยจีบสีสดก่อนแยงเข้าไปช้าๆ ค่อยๆดุนเข้าหาความอุ่นที่บอบบางยิ่งกว่าส่วนใด

     “อึ้ก... อ้า...”

     มือเรียวกำผ้าปูที่นอนแน่น สีหน้าเหยเกบอกไม่ได้ว่าวิโอเรลเจ็บหรือรู้สึกดี แต่ตอนนี้เจ้าตัวเกร็งช่องทางจนเขาดันนิ้วต่อไม่ได้ ทั้งที่ใส่เพียงแค่นิ้วเดียวแท้ๆ

     “วี ผ่อนให้กุกหน่อย” เขาไม่อยากหยาบคายจึงชะงักนิ้วข้างนั้นไว้ พร้อมไล่จูบต้นขาให้อีกคนผ่อนคลาย

     วิโอเรลพยายามทำตามที่บอก เขาสูดหายใจลึกๆพลางคลายความเครียดเกร็งของกล้ามเนื้อ โพรงอุ่นชื้นหย่อนออกนิดๆ ก้านนิ้วยาวจึงสอดเข้าไปได้อีกครั้ง

     จองกุกเริ่มจากจังหวะเนิบนาบ นิ้วแข็งที่ขยับครูดไปกับผนังนุ่มได้รีดเสียงครางจากเจ้าของร่าง ความรู้สึกจั๊กจี้คันๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความเสียวกระสัน มันแล่นปลาบไปทั่วทั้งสรรพางค์ราวกับกระแสไฟฟ้า กระตุ้นให้สะโพกกลมกลึงขยับรับกับนิ้วสาก ร่างสูงกระตุกยิ้ม เร่งจังหวะนิ้วเร็วขึ้นเพราะอยากเห็นความร้อนแรงในตัวอีกฝ่าย ยิ่งเขาเพิ่มความเร็ว สะโพกอิ่มก็ยิ่งสวนแรงสู้

     “อ๊า!”

     นี่มันมากเกินไป วิโอเรลทิ้งสะโพกลงและกลับมานอนตัวเกร็งอีกครา เสียงแฉะข้างในเริ่มดังชัดเมื่อร่างสูงแทงนิ้วเข้ามาไม่ยั้ง เสียงครางสั่นไปตามร่างก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลงหลังจากนิ้วยาวถอนออก

     จองกุกหายใจแรง รู้สึกตื่นเต้นกับของเหลวเหนียวใสบนนิ้ว

     “ไม่เห็นแฟร์เลย... จองกุกมีแต่ทำให้” ร่างบางบ่นงึมงำ “ขอวีทำให้จองกุกบ้างสิ”

     เขายิ้มขำระคนเอ็นดู ยอมถอดเสื้อผ้าของตัวเองทีละชิ้นกระทั่งมีสภาพเหมือนกับอีกคน

     วิโอเรลเบิกตากับมังกรที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า รีบดันตัวลุกขึ้นและจับอีกฝ่ายนอนราบแทน

     “วี... จะทำอะไร”

     “ก็จะทำให้จองกุกบ้างไง”

     เจ้าตัวไม่ได้ทำแค่พูด ยังปีนขึ้นมาคร่อมทั้งยังหันก้นให้ จองกุกหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นช่องทางรักใกล้ชิดขนาดนี้

     “อ่ะ... ซี๊ด”

     ทันทีที่ลิ้นเล็กลามเลียโคนอวบ เขาก็หลุดครางสูดปากกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความนุ่มและความชื้นของเรียวลิ้นทำเอาเขาจวนถึงขอบสวรรค์ ยิ่งในยามที่โพรงปากอุ่นโอบอุ้มท่อนของเขาไว้อย่างอ่อนโยน ความเสียวที่มีมากอยู่แล้วก็ยิ่งพุ่งทะยานจนเขาต้องเผลอเด้งสะโพกขึ้นเบาๆ

     “อื้ม!” วิโอเรลครางในลำคอเมื่อต้องรับแรงหื่นจากแฟนหนุ่ม หัวลึงค์ที่กระทุ้งเพดานปากทำให้เขาอึดอัด แต่ถึงกระนั้นปากอิ่มยังคงสานหน้าที่ รูดดูดแท่งร้อนด้วยความเต็มใจ มือก็ชักในส่วนที่เขาอมไม่หมด

     “อ่าส์” จองกุกรีบหยุดสะโพกก่อนที่จะหักห้ามใจไม่ได้ ตอนนี้เขาอยากทำให้แฟนตัวน้อยมีความสุขด้วย มือหนาแหวกแก้มก้นขาวเนียน เขาลอบเลียปากยามเห็นช่องทางรักขมิบเหมือนเชื้อเชิญ ไม่รอช้า เขาแหย่ลิ้นเข้าหาความนุ่มนั้นจนวิโอเรลสะดุ้งโหยง หยุดอมแท่งเอ็นพักหนึ่งเพราะต้านแรงเสียวไม่ไหว

     ท่อนลิ้นหนากำลังดิ้นอยู่ในโพรงฉ่ำ ปัดละเลงความชื้นกระทั่งข้างในกลายเป็นแอ่งน้ำ วิโอเรลครางหงิงอย่างวิงวอน แอ่นบั้นท้ายขึ้นสูงด้วยความต้องการ

     เมื่อเห็นว่าอีกคนพร้อม จองกุกจึงดึงร่างผอมบางให้กลับมานอนข้างล่าง ส่งปากอุ่นกดจูบซอกขาเนียน ก่อนแกล้งด้วยการไล่เป่าลมร้อนๆใส่ให้อีกฝ่ายขนลุกชัน

     “งื้อ อย่าแกล้งวี!”

     “ครับๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้”

     ร่างสูงแทรกเข้าไปตรงกลางกาย มือกอบกำแท่งปรารถนาด้วยความกังวล

     เพราะนี่คือครั้งแรกของเขา...

     เมื่อวิโอเรลเห็นท่าทีลังเลของอีกฝ่ายจึงแปลกใจ เขาคิดว่าจองกุกเคยผ่านประสบการณ์ทางนี้มาก่อนแล้ว

     “ไหวไหมจองกุก?”

     “ไหวสิ...” ไม่ ไม่ใช่เลยต่างหาก ตอนนี้เขาสารภาพว่ากังวลมาก เขาศึกษาทฤษฎีมามากก็จริงแถมเล้าโลมได้ดีเยี่ยม แต่ต่อจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำออกมาได้ดีหรือเปล่า

     เขาต้องทำให้วิโอเรลมีความสุขให้ได้

     “จะใส่ละนะ”

     “อืม ใส่เข้ามาเลย” วิโอเรลรวบขาตัวเองให้ชิดกับแผ่นอก ส่งผลให้สะโพกลอยเด่นหราล่อตาล่อใจ “เร็วๆสิ... วีอยากเป็นของจองกุกจะแย่แล้วนะ”

     จองกุกกลืนน้ำลาย อย่างน้อยนั่นก็ถือว่าเป็นกำลังใจอย่างหนึ่ง หัวใจเขาเต้นโครมครามแต่ก็ยังประคองแท่งกายได้แน่นิ่ง เขากดส่วนหัวลงกับช่องทางก่อนถูเป็นวงกลม ลอบมองสีหน้าคนรักที่แสดงท่าทีทรมาน เขาเองก็ทรมานไม่แพ้กัน หนำซ้ำยังประหม่าอีกต่างหาก

     มือที่ชื้นเหงื่อจากความตื่นเต้นเริ่มบังคับหัวลึงค์ ค่อยๆยัดเข้าไปในรูสวาทที่เขาเชื่อว่าน่าจะรู้สึกดีกว่าเป็นไหนๆ

     แต่เขาคิดผิด

     “อั่ก...”

     เขาขบกรามแน่น ความรู้สึกแรกที่วิ่งแล่นเข้ามาคือความเจ็บ อาการเจ็บตึงที่หัวแก่นกายทำให้เขาอยากเอาออก ทว่าความปวดหนึบจากความต้องการได้ผลักดันเขาให้กดสะโพกเข้าไปถึงครึ่งทาง

     ทันใดนั้นเขารู้สึกเจ็บแปลบอย่างรุนแรง ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างฉีกขาด เขาลองก้มลงไปดู ปรากฏว่าแก่นกายของเขาเลือดออกจากการขาดของเส้นสองสลึง

     “ซี๊ด ขยับเลยจองกุก”

     วิโอเรลว่าเสียงกระเส่าเพราะความเสียดเสียว เปลือกตาที่ปิดอยู่ทำให้ไม่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของอีกคน

     จองกุกวางขาให้เข้าที่ เริ่มขยับเอวเบาๆแม้จะยังทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บระบม เขาโยกเอวแบบเงอะๆงะๆเพราะไม่เคยทำมาก่อน และมันทำยากกว่าที่เขาคิด ผนังนุ่มที่ขูดครืดกับแท่งเอ็นทำให้เขารู้สึกดีอยู่บ้าง ทว่าความเจ็บไม่ได้ลดหย่อนลงเลย

     “อื๊ม จองกุก... อ๊ะ”

     ร่างบางครางสุขสมเมื่อข้างในตัวมีแท่งรักของแฟนหนุ่ม เขากัดปากระบายความเสียวพลางเล่นกับยอดอกตัวเองไปด้วย ขณะที่จองกุกได้แต่เฝ้ามองใบหน้าอิ่มเอมนั้นทั้งที่ตัวเขาทรมานแทบขาดใจ

     เขาเปลี่ยนท่าเป็นยันแขนกับที่นอน เล็งสะโพกและวางขาให้ถูกตำแหน่ง ก่อนขยับกายด้วยความทุลักทุเล พอเห็นสีหน้าบิดเบี้ยวและได้ยินเสียงครางรัญจวนก็อยากลองขยับเร็วๆบ้าง เผื่ออีกคนรวมถึงตัวเขาจะมีความสุขขึ้น

     “อ๊ะ ฮ๊า... จองกุก อื้อ วีเสียว...”

     “ชอบไหม”

     “ชะ... ชอบ”

     “ดีจัง” เขาดีใจที่อย่างน้อยตัวเองก็ทำให้คนรักมีความสุขได้ สะโพกสอบเพิ่มแรงผลักขึ้น ดันเข้าไปให้มิดด้าม ความเสียวเริ่มทวีคูณมากกว่าความเจ็บ ตอนนี้เขาอยากได้รับความสุขที่ผู้ชายควรได้ จึงลองโถมแรงให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น เร็วขึ้น เขาถึงได้สัมผัสกับความหฤหรรษ์ที่มากล้นหลาม แต่ความเจ็บปวดก็ตีคู่กันมาให้เขาหงุดหงิดอยู่เรื่อย

     “อือ จูบหน่อย...”

     วิโอเรลอ้าแขนส่งสายตาอ้อนขณะตัวสั่นคลอนไปตามแรงกระแทก จองกุกจึงต้องก้มลงไปจูบเอาใจ เสียงหยาบโลนช่วงล่างดังแข่งกับเสียงจูบจ๊วบจ๊าบ ปากกระจับบดขย้ำปากอิ่มครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้เบื่อ การหยอกล้อกับลิ้นเล็กทำให้จองกุกลืมความเจ็บไปชั่วขณะ จนเขาเริ่มเพลิดเพลินกับการดื่มด่ำความสุขไปกับคนรัก

     ทั้งคู่ผละจูบออก ร่างบางซับหยาดเหงื่อบนโครงหน้าเรียวให้ จองกุกยิ้มกลับ ตอบแทนด้วยการก้มลงดูดยอดถันพร้อมซอยสะโพกถี่ๆ วิโอเรลครางกระเส่าพลางหอบหายใจรุนแรง ยกขาเกี่ยวกับเอวสอบไว้แน่นหนึบ ไม่นานตัวเขาก็กระตุกเกร็งก่อนปล่อยธารสีขาวขุ่นเลอะหน้าท้อง

     ร่างสูงที่เห็นก็เร่งเครื่อง แต่น่าฉงนที่เขาไม่ยอมเสร็จสักที อาการเจ็บที่เส้นสองสลึงก็ยังอยู่เหมือนเดิม นี่อาจเป็นตัวขัดขวางในการถึงฝั่งฝัน เขายอมกระแทกกระทั้นกายสุดแรง ทว่ากลับไม่เห็นขอบประตูสวรรค์เลยสักนิด ครั้นมีแต่จะทำให้เมื่อยขากับสะโพกเปล่าๆ

     สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ แอบผิดหวังเล็กน้อยที่ครั้งแรกของตัวเองทำไม่สำเร็จ เขาถอนตัวตนออก จ้องมองเลือดจางๆที่เปรอะเลอะทั่วแก่นกายใหญ่

     วิโอเรลเงยหน้าด้วยความสงสัยเพราะจู่ๆชายหนุ่มก็หยุดไปกลางคัน แต่เมื่อเห็นเลือดและสีหน้าซึมๆจึงเริ่มตกใจ เขามั่นใจมากว่านั่นไม่ใช่เลือดของเขาแน่

     “จองกุก เจ็บรึเปล่า!”

     “หืม? ก็... ไม่เจ็บเท่าไรหรอก” จองกุกโกหกเพื่อคลายความกังวลให้ร่างบาง เขาเอี้ยวตัวไปหาทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาด ทว่ายังคลานได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกอีกคนฉุดแขนไว้ พละกำลังกายมหาศาลทำให้เขาล้มตึ้งนอนแผ่หลา “อึ้ก ทำอะไรน่ะวี?!”

     “ทำไมไม่บอกว่าเป็นครั้งแรก”

     ตอนนี้วิโอเรลกำลังนั่งคร่อมเขา จะให้ตอบว่า‘ก็วีไม่ได้ถาม’ก็ดูกระไรอยู่ และหากให้สารภาพออกไปตรงๆก็น่าอายเป็นที่สุด ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเงียบเพราะไม่อยากมีปัญหา

     “จองกุกดื้อ”

     ร่างบางเอ็ดดุแบบไม่จริงจัง ค่อยๆยกสะโพกขึ้นพร้อมจับแท่งร้อนที่ยังตั้งชันให้จ่อกับช่องทาง ทำเอาคนเห็นใจเต้นแรง

     “จะต่ออีกเหรอ”

     “ใช่ ก็วีอยากให้จองกุกเสร็จด้วยกันนี่นา”

     ใบหน้าสวยโน้มลงจูบปากบางกระจับ วิโอเรลยันศอกกับฟูกนอน แอ่นสะโพกขึ้นจนความแข็งขืนทิ่มบั้นท้ายงอนงาม

     “ให้วีช่วยจองกุกนะ”

     ร่างสูงครางเสียงต่ำเมื่อสะโพกกลมถูขึ้นลงบนความเป็นชาย เขาจับประคองแท่งกายไว้ขณะที่อีกคนทำหน้าที่กดสะโพก กระทั่งส่วนหัวผลุบหายเข้าไปในโพรงอุ่นอีกครั้ง

     “อ๊าส์ ซี๊ด...”

     เขาสูดปากหลังจากช่องทางรักกลืนกินท่อนเนื้อจนหมดลำ ถ้ำสวาทโอบรัดแท่งของเขาพร้อมตอดรึงแบบถี่รัว วิโอเรลเอนหลังโดยใช้แขนค้ำไว้ ยกสะโพกขึ้นเกือบสุดจากนั้นทิ้งตัวลงมาช้าๆ เมื่อแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายหายเจ็บจึงเร่งความเร็ว ย่อขย่มแท่งเอ็นอย่างชำนาญผิดกับรูปลักษณ์ภายนอก

     “อ่าส์! วี...”

     “เสียวไหม”

     “อืม เสียวสุดๆเลย ซี๊ด...”

     รอยยิ้มพอใจแต้มบนหน้า เขาเลียปากก่อนชะงักสะโพก หมุนควงท่อนกายหลายครั้งแลดูพลิ้วนักหนา

     “อั่ก เดี๋ยว... ถ้าวีทำแบบนั้น กุกจะ...”

     “ไม่ต้องกลัว ปล่อยออกมาเลย” เขาหยุดร่อนเอว กลับมาขี่ควบอีกฝ่ายอย่างเร่าร้อนพร้อมครางระงม หัวลึงค์กระแทกโดนจุดกระสันหลายทีจนเขามีอารมณ์อีกรอบ เขาซบศีรษะบนแผงอกกว้างโดยที่ยังรักษาจังหวะได้อย่างไม่บกพร่อง จองกุกที่เริ่มมันส์กับลีลารักของอีกฝ่ายก็เด้งเอวขึ้น จับก้นอวบไว้พร้อมซัดแรงกระหน่ำอย่างป่าเถื่อน ทำเอาวิโอเรลเจ็บจุกต้องเกร็งสะโพกไว้นิ่งๆ ปล่อยให้แฟนหนุ่มได้ระบายความอัดอั้นจากยกแรกตามอำเภอใจ

     “ซี๊ด จองกุก อ้า! แรงอีก อึ้ก... ทำวี... ทำวีเยอะๆ”

     จองกุกสูดปาก เสียงครางของอีกคนดังเกินไปจนเขากลัวว่าพวกโฮซอกจะได้ยิน จึงดึงคางคมและประกบจูบ กลืนกินเสียงร้องหวานๆที่ตอนนี้กลายเป็นเสียงอู้อี้ไม่ได้ศัพท์

     “อึ๊ อื้อๆๆ”

     วิโอเรลพยายามประคองสติในการแลกลิ้นกับอีกฝ่าย แรงเสียดสีตรงช่องทางกำลังแผดเผาเขาจากข้างใน เขาเริ่มเจ็บสะโพกเพราะต้องรับแรงปรารถนาอันแรงกล้าของแฟนหนุ่ม รู้สึกเหมือนร่างกายใกล้จะแตกละเอียดเต็มที

     ในที่สุดจองกุกก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ แรงกระแทกสุดท้ายจบลงเมื่อน้ำกามฉีดพุ่งเต็มช่องรัก ร่างบางค่อยๆหย่อนสะโพกลงอย่างนึกโล่งอก ส่วนแก่นกายเล็กก็ทะลักสารแห่งความสุขเป็นครั้งที่สอง

     ทั้งคู่พักหอบหายใจ ร่างสูงวางคนรักให้นอนข้างๆโดยยังไม่ยอมผละอ้อมกอด เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นวิโอเรลยิ้มร่า

     “ไง ครั้งแรกรู้สึกดีไหม”

     “ดีมาก... ทรมานมากด้วย” เขาตอบเสียงอ่อย เปลือกตาสีขาวปรือลงอย่างอ่อนล้า

     ร่างบางไม่ขัดเพราะเข้าใจดีว่าเจ้าตัวเสียพลังงานไปมาก “วีรักจองกุกนะ”

     จองกุกฝืนลืมตา “กุกก็รักวีเหมือนกัน”

     ปากอิ่มสีแดงจรดจูบบนหน้าผากชื้นเหงื่ออย่างอ่อนโยน จองกุกคลี่ยิ้ม ความเหน็ดเหนื่อยทำให้เขาลืมความปวดระบมของแท่งกายถึงขั้นผล็อยหลับอย่างห้ามไม่ได้

     วิโอเรลยิ้มเอ็นดู พยุงกายลุกขึ้นเพื่อหากระดาษทิชชู่มาทำความสะอาดให้

     “ราตรีสวัสดิ์นะ ที่รัก”



​To be continued

​_______________________________

ในที่สุดจกุกก็เสียซิงให้วีจนได้ เห่อๆ -.,- ถ้าภาษาในตอนนี้แปลกๆไม่ลื่นไหลก็ขออภัยด้วยนะคะ พอดีว่าไรท์ไปเตรียมเซอร์ไพรส์ให้กับเรื่องเก่าอยู่ ห่างหายจากการเขียนไปนานก็อาจมีตกๆไปบ้าง เดี๋ยวจะมาแก้คำผิดให้ทีหลังน้า

ส่วนเรื่องที่วีมีน้ำนม อันนี้เกิดขึ้นจากความกังวลของไรท์ค่ะ เพราะไรท์กลัวว่าลูกคนที่สองจะอดตายเลยให้วีมีน้ำนมดีกว่า แต่มีเฉพาะในร่างเสือเท่านั้นนะ :p

หลังจากตอนนี้เป็นต้นไปวีจะหยุดร่านแล้วนะคะ เพื่อเข้าสู่ช่วงปัจฉิมบทแล้ว


ความคิดเห็น