ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทาสสาว:ตอนที่ 9 สารภี

ชื่อตอน : ทาสสาว:ตอนที่ 9 สารภี

คำค้น : ทาสสาวจ้าวดวงใจ โบราณ ย้อนยุค เสียว สาวน้อย โคแก่ หญ้าอ่อน NC เมียน้อย เมียหลวง แอบฟัง ตัวร้าย แย่ง ทะเลาะ ตบตี

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2563 15:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทาสสาว:ตอนที่ 9 สารภี
แบบอักษร

ทาสสาวจ้าวดวงใจ ตอนที่ 9 

สารภี 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น แก้วที่หายไข้ดีแล้วกำลังส่องกระจกดูว่าตาที่เป็นกุ้งยิงนั้นเป็นอย่างไรบ้าง แต่กระจกทองเหลืองที่มีอยู่ทั้งบานเล็กทั้งขุ่นมัว ทำให้ดูได้ไม่ชัดนัก เด็กสาวจึงเดินไปหายายของตนเพื่อให้แกช่วยดูให้หน่อย

“ยายจ๋า ตาของฉันยังบวมอยู่มากไหมจ้ะ”

ยายเฒ่าหรี่ตามองอย่างพินิจ พอเห็นว่าดวงตาของหลานสาวไม่บวมปูดอย่างเมื่อวานแล้ว แกจึงเอ่ยว่า “ไม่มากแล้ว ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็ดูไม่รู้หรอก”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กสาวจึงไปทำงานบนเรือนใหญ่ตามปกติ ทว่าพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้เผชิญหน้ากับท่านเจ้าพระยาโดยตรง เพราะไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์วาบหวิวที่ชวนให้รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว

เจ้าพระยาปุรงค์เดชมองอาหารบนโต๊ะ แล้วกวาดตามองไปรอบตัวเพื่อหาคนที่หายหน้าไป แม่ตัวยุ่งไม่ได้มานั่งรวมกลุ่มกับพวกทาสบนเรือนเพื่อรอรับใช้อย่างวันก่อนๆ หากแต่ไปหลบอยู่มุมหนึ่งทำอะไรไม่รู้ยุกยิกยุกยิกอยู่คนเดียว

“หลบหน้าข้า…” คิ้วคมขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ

“เจ้าคุณพี่ว่ากระไรนะเจ้าคะ” คุณหญิงดาวเรืองเอ่ยถามเพราะได้ยินไม่ชัด

“ไม่มีอันใด กินข้าวเถอะ ข้าจักรีบไปเข้ากรมโดยไว” ท่านเจ้าคุณบอกปัดแล้วลงมือกินอาหารเช้า คุณหญิงก็ไม่ได้ต่อความ เพียงนั่งกินอาหารด้วยกันอย่างเงียบๆ อยู่เรือนเดียวกัน แต่เหมือนระยะห่างระหว่างหล่อนกับสามีเริ่มมากขึ้นทุกที

“ไหน เอ็งทำไปถึงไหนแล้ววะ” ยายอิ่มเดินมาดูความคืบหน้า วันนี้คุณหญิงดาวเรืองจะไปถวายเพลที่วัด จึงสั่งให้คนร้อยมาลัยและพับกลีบดอกบัว แก้วพอมีฝีมืออยู่บ้างจึงรีบขันอาสา และถือโอกาสหลบหน้าท่านผู้นั้นไปด้วย

“มาลัยใกล้เสร็จแล้วจ้ะยาย แต่ดอกบัวยังไม่ได้พับเลย” เด็กสาวตอบ นอกจากยายอิ่มแล้ว ป้ารื่นกับป้าเยื้อนก็ตามมาด้วย แสดงว่าท่านเจ้าพระยาออกไปทำงานแล้ว แก้วลอบโล่งอก

ทั้งสี่คนนั่งล้อมวงและช่วยกันพับกลีบดอกบัวจนเสร็จ จากนั้นก็ตามคุณหญิงดาวเรืองไปทำบุญที่วัด นี่เป็นการออกมาข้างนอกครั้งแรกหลังจากได้มาอยู่ที่นี่ แก้วจึงตื่นเต้นมาก

หลังถวายภัตตาหารคาวหวานแด่พระสงฆ์จนเรียบร้อย คุณหญิงดาวเรืองก็นึกอยากไปเดินเที่ยวที่ตลาดกลางเมือง เหล่าทาสที่ติดตามมาจึงได้รับอานิสงค์ไปด้วย แต่คนที่ดีใจที่สุดเห็นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแก้ว เด็กสาวทำท่าหลุกหลิกตื่นเต้นจนโดนยายเอ็ดเอาเสียหลายหน

ในตลาดมีเสียงจ้อกแจ้กจอแจของทั้งคนซื้อและคนขาย ผู้คนขนัดแน่นเดินเบียดเสียดกันไปมาเพื่อเลือกหาของที่ต้องการ นังสา นังรื่น และนังเยื้อน สามบ่าวช่วยกันอยู่ด้านหน้าไม่ให้พวกไพร่ทาสเนื้อตัวสกปรกเดินมาชนคุณหญิงได้ ส่วนแก้วกับยายอิ่มนั้นคอยเดินตามอยู่ด้านหลัง

แก้วสังเกตทาสเรือนอื่นที่ติดตามเจ้านายมา หลายคนเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าที่ใส่ก็สกปรกมีรอยขาดรุ่งริ่ง แถมบางคนยังมีรอยเขียวช้ำคล้ายถูกทุบตี สาวน้อยรู้สึกสงสารเห็นใจพวกเขา ขณะเดียวกันก็นึกยินดีนักที่ตนเองไม่ได้มีเจ้านายเยี่ยงนั้น

“โอ๊ะโอ ดูสิว่าวันนี้ข้าเจอใครที่นี่ เป็นคุณพี่ดาวเรืองนั่นเอง บังเอิญเสียจริงนะ” หญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาดคนหนึ่งขยับพัดในมือพร้อมทั้งเดินเข้ามาใกล้ ด้านหลังมีทาสตามมาด้วยสามคน หนึ่งในนั้นแต่งกายดีกว่าคนที่เหลืออยู่หน่อย คาดว่าเป็นบ่าวคนสนิทของหญิงผู้นี้

คุณหญิงดาวเรืองตวัดตามองผู้มาใหม่แต่ไม่ให้ค่า หันเดินไปทางอื่นอย่างไม่อยากเสวนาด้วย แต่หญิงคนนั้นไม่ยอมรีบมาดักไว้ “จะรีบไปไหนเล่า อยู่คุยกันก่อนสิเจ้าคะ”

“หล่อนมีอะไรจะพูดก็ว่ามา” คุณหญิงดาวเรืองถามเสียงสะบัด นอกจากเจ้านายที่ดูไม่ถูกกันแล้ว บ่าวของทั้งสองฝ่ายยังตั้งท่าคล้ายจะเข้าไปตบตีกันได้ทุกเมื่อ แขนของแก้วถูกยายอิ่มรั้งให้ถอยห่างออกมา บอกกลายๆ ว่าอย่าเข้าไปยุ่งเป็นดีกว่า

สารภีเหยียดยิ้มมองคุณหญิงตรงหน้าด้วยสายตาแบบเดียวกับที่ใช้มองคนชั้นต่ำ “แหม คุณพี่ก็… ข้าก็แค่เป็นห่วง อยากถามข่าวคราวว่าเมื่อใดคุณพี่จักมีทายาทให้ท่านเจ้าพระยาเสียที” สารภีจีบปากจีบคอพูด ก่อนจะเหลือบมองไปที่ท้องของคุณหญิงดาวเรืองอย่างดูหมิ่นดูแคลน “เอ๊ะ! หรือว่าไม่มีปัญญาเจ้าคะ”

คุณหญิงดาวเรืองหน้าเขียวคล้ำกำมือแน่นที่ถูกศัตรูพูดกระทบปมในใจ ท่ามกลางคนมากมายในท้องตลาด

“คุณสารภี พูดจาอันใดกรุณาให้เกียรติกันด้วย อย่างไรนายข้าก็เป็นถึงคุณหญิงท่านเจ้าพระยา” อีสาทนไม่ไหวที่เจ้านายของมันโดนลบหลู่ จึงพูดโพลงออกมา

สารภี หม้ายสาววัยสามสิบจะเกรงกลัวก็หาไม่ หล่อนเป็นน้องสาวของคุณหญิงจำปา ภริยาเอกในท่านพระยาวิไชยประสิทธิ์ดำรง เจ้ากรมเวียงผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยในพระนครหลวง และที่สำคัญคือหล่อนเป็นบุตรสาวจากตระกูลขุนนาง ถือเป็นชนชั้นสูงโดยกำเนิด แล้วนังคุณหญิงดาวเรืองนี่เป็นใคร ก็แค่บุตรสาวของพ่อค้าเล็กๆ คนหนึ่งในเมืองโกมุท ที่พอพี่สาวตายไปก็รีบปีนขึ้นเตียงของพี่เขย อำนาจบารมีใดหนุนหลังก็หามีไม่ แล้วหล่อนจะต้องให้หน้ามันไปไย

“ขี้ข้าอย่างมึงอย่ามาสอดปากพูดให้ระคายหูของนายกู” อีแย้มบ่าวคนสนิทของสารภีชี้หน้าว่าอีสา อีสาทนไม่ได้ถลาเข้าไปจะตบอีแย้ม อีแย้มเองก็ไม่ยอมง่ายๆ จับข้อมืออีสาไว้แล้วร้องตะโกนเสียงดังว่าคุณหญิงดาวเรือง ภริยาเอกของท่านเจ้าพระยาปุรงค์เดชสั่งคนของตนให้รังแกบ่าวของเรือนอื่น เรียกสายตาของคนในละแวกนั้นให้หันมามองกันเป็นแถบ

“กลับมานังสา!” ใจจริงคุณหญิงดาวเรืองนั้นอยากจะตอบโต้อีกฝ่ายให้รู้ดำแดง แต่เพราะไม่อยากเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าผู้คน จึงจำต้องกัดฟันเรียกนังสาให้ถอยกลับ

นังสาแค่นเสียง “ฮึ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” ก่อนจะรามือออกมาตามคำสั่งของเจ้านาย

“ข้าเหนื่อยแล้ว กลับเรือนเถอะ” คุณหญิงบอกกับบ่าวไพร่แล้วหมุนตัวเดินนำไปก่อน นังสาตามเจ้านายของมันไปติดๆ รื่นกับเยื้อนเห็นดังนั้นจึงค่อยตามหลังนังสาไปอีกที ส่วนแก้วกับยายอิ่มทำตัวกลมกลืนไปกับฝูงชน ค่อยๆ ถอยออกไปและตามไปสมทบทีหลังอย่างแนบเนียน

ชาวบ้านร้านตลาดแม้ไม่เคยเห็นท่านเจ้าพระยา แต่ก็ล้วนเคยได้ยินชื่อและเรื่องราวของท่าน ทุกคนทอดถอนใจ ท่านเจ้าพระยาหนึ่งในใต้หล้านั้นกลับอาภัพเรื่องคู่ครองและทายาทนัก ภรรยาคนแรกกับลูกคนแรกต่างป่วยตายไปทั้งคู่ นางอนุก็ไม่เคยมีลูกให้ แถมภรรยาเอกคนปัจจุบันยังเป็นคนเช่นนี้อีก พื้นเดิมของหล่อนก็เป็นคนต่ำต้อยเหมือนกัน แต่ตอนนี้กลับมาหาเรื่องรังแกระรานคนอื่นเขา

“ทำดีมากอีแย้ม เอ้านี่ รางวัลของมึง” สารภีมองไปโดยรอบที่มีเสียงกระซุบกระซิบให้ได้ยินอย่างสาสมใจ แล้วตกรางวัลให้กับบ่าวคนสนิท

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ คุณสารภี” อีแย้มรับถุงอัฐที่ถูกโยนมาให้อย่างลิงโลดดีใจ ทาสอีกสองคนที่เหลือมองมาที่มันอย่างอิจฉา พลางคิดว่าคราวหน้าจะรีบออกไปวิวาทกับศัตรูของเจ้านาย เผื่อตนจะได้รับรางวัลแบบอีแย้มบ่าวคนสนิทบ้าง

“พวกเอ็งจะไปทำอะไรก็ไป แล้วก็ไม่ต้องสะเออะขึ้นมาจนกว่าข้าจะเรียก” หลังจากกลับมาถึง คุณหญิงดาวเรืองก็ไล่ทาสทุกคนลงไปจากเรือนใหญ่ ยกเว้นนังสาบ่าวคนสนิทเท่านั้นที่ให้รั้งอยู่ด้วย

วันนี้คาดว่าจะว่างตลอดทั้งบ่าย แก้วไม่มีอะไรทำจึงไปคุยเล่นกับจันทร์ที่โรงครัว ประจวบเหมาะว่าจันทร์นั้นนึกอยากกินมะม่วงขึ้นมา ทั้งคู่จึงชวนกันไปเก็บมะม่วงที่อยู่ท้ายสวนของเรือนท่านเจ้าพระยา

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

เสียงสิ่งของตกแตกดังติดกันหลายครั้ง ทำให้แก้วและจันทร์ที่กำลังเดินเฉียดเรือนใหญ่ไปยังสวนด้านหลังหยุดชะงักแล้วมองหน้ากัน ทั้งคู่กลอกตาลอกแลกไปมาก่อนจะขยับตัวเข้าหาเรือนมากขึ้นเพื่อแอบฟัง

“อีสารภี! อีนังหม้ายผัวตาย! มึงอย่าหวังเลยว่าจะได้มาแทนที่กู”

เสียงด่าทอของคุณหญิงดาวเรืองทำให้แก้วตกใจ ด้วยเพิ่งเคยได้ยินคุณหญิงด่าทออย่างโมโหโทโสขนาดนี้เป็นครั้งแรก ‘คงเจ็บแค้นคุณสารภีคนนั้นที่เจอกันในตลาดกลางเมืองมากกระมัง’ แก้วคิด

จันทร์กระตุกแขนเพื่อนเบาๆ ส่งสายตาว่าอย่าแอบฟังต่อเลย แล้วลากแก้วออกมาจากตรงนั้น

“คุณสารภีคนนั้นเป็นใครหรือจันทร์ ทำไมถึงไม่ถูกกับคุณหญิง” สาวน้อยเอ่ยถามเพื่อนเมื่อคิดว่าออกมาห่างจากเรือนใหญ่มากพอแล้ว จันทร์อยู่ที่นี่มานาน คงพอจะรู้อะไรมาบ้างกระมัง

นังจันทร์หันซ้ายแลขวา พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ก็ป้องปากบอกที่ข้างหูของแก้ว “น้องภรรยาของพระยาวิไชยประสิทธิ์ดำรง เป็นแม่ม่ายสามีตายน่ะ นางเลยอยากแต่งงานใหม่กับท่านเจ้าพระยา แต่เป็นคนถือยศถือศักดิ์ ไม่อยากแต่งเข้ามาเป็นรองคุณหญิงดาวเรือง เพราะดูถูกว่าคุณหญิงดาวเรืองมาจากครอบครัวที่ต่ำต้อยกว่ามาก”

“มิน่า… พวกเขาถึงได้หาเรื่องกระทบกระเทียบกัน แทบจะตบกันกลางตลาดเลยแน่ะ” แก้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดกลางเมืองให้เพื่อนฟัง

“ถึงว่าคุณหญิงท่านจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้” จันทร์พึมพำเบาๆ ก่อนจะบอกเพื่อนว่า “เราอย่าไปยุ่งเรื่องของคุณสองคนนี้เลยแก้ว สุดท้ายไม่ว่าใครจะได้เป็นภริยาเอกหรือภริยารอง บ่าวอย่างพวกเราก็ต้องรับใช้เจ้านายทุกคนอยู่ดี ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เอ็งก็ทำอย่างยายของเอ็งนั่นแหละ ถอยออกมาดูอยู่ห่างๆ อย่าไปเลือกฝักฝ่าย เผื่อผลสุดท้ายไม่เป็นอย่างที่เราคิด จะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนทีหลัง” จันทร์ทำงานเป็นทาสมานานจนเข้าใจถึงข้อนี้ดี และอีกอย่างคือท่าทีที่ท่านเจ้าพระยามีต่อคุณสารภีคลุมเครือยิ่ง

“อื้อ ข้าจะจำไว้” แก้วพยักหน้ารับคำเตือนของเพื่อน แต่อดคิดไม่ได้ว่าตัวต้นเหตุของเรื่องนี้ก็คือท่านเจ้าพระยาปุรงค์เดชคนนั้น สาวน้อยเม้มปากอย่างนึกฉุน ‘ฮึ ดีจริงนะ ทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องทะเลาะกันเพื่อแย่งตัวเอง’

มาแล้วค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว