ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4

คำค้น : พ่อเลี้ยงเถื่อน หื่น ส้ม สวนส้ม ก่อการ รินท์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2562 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4
แบบอักษร

​บทที่ 4

 

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่เมื่อคืนเกิดสมรภูมิรบอันแสนหื่น เช้านี้ปภาวรินท์ตื่นขึ้นมาด้วยความปวดเมื่อยแต่ไม่มากเหมือนอย่างครั้งแรก ตอนนี้เธอกำลังนั่งคิดทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เธอจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ วันนี้ต้องคุยกับพ่อเลี้ยงให้รู้เรื่อง ยังไงเธอก็ต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอต้องอยู่ที่นี่แค่นี้เธอก็เสียให้พ่อเลี้ยงไปเยอะแล้ว...และสิ่งสำคัญที่ทำให้ปภาวรินท์อยากกลับบ้านคือยายของเธอที่ตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาล เธอคิดถึงยายใจจะขาดและอยากจะไปหาท่าน

“แม่เลี้ยงค่ะ”เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ปภาวรินท์ที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนโต๊ะหน้าบ้านหันไปมอง เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุราวๆ30ในมือนั้นถือปิ่นโตมาด้วย ไม่รู้ว่าเธอฟังผิดหรือป่าว พี่เขาเรียกเธอว่าแม่เลี้ยงงั้นหรอ

“พี่เรียกหนูว่าอะไรนะคะ”ถามออกมาด้วยความสงสัยทันที

“แม่เลี้ยงค่ะ”

“เออ...ไม่ใช่นะคะ หนูไม่ใช่แม่เลี้ยง”ปภาวรินท์รีบปฏิเสธคำเรียกของคนตรงหน้าทันที

“แต่ว่า...แม่เลี้ยงอยู่บ้านหลังนี้เรียกแม่เลี้ยงถูกแล้วค่ะ”เพราะก่อการไม่เคยพาใครมาบ้านหลังนี้เมื่อคนงานเห็นปภาวรินท์อยู่ที่นี่จึงคิดว่าต้องเป็นแม่เลี้ยงของไร่แน่ๆและพ่อเลี้ยงก็ดูจะห่วงๆด้วยถึงบอกให้เอาหารมาให้และหากอยากได้อะไรก็จัดหามาให้ ในเมื่อให้ความสำคัญแบบนี้ ถ้าไม่ใช่แม่เลี้ยงจะเป็นใครไปได้

“เออ..”

“มาค่ะ แม่เลี้ยง นี่ก็สายแล้วคงหิวแล้วใช่ไหมคะ พ่อเลี้ยงเป็นคนบอกให้ดิฉันเอาอาหารมาให้แม่เลี้ยงที่บ้าน”ดูเหมือนว่าคนของพ่อเลี้ยงจะไม่ปล่อยให้เธอได้ท้วงหรือพูดปฏิเสธเลย เหมือนเจ้านายตัวเองไม่มีผิด

“พี่ชื่ออะไรจ๊ะ”ในเมื่อไม่ฟังกันปภาวรินท์จึงถามชื่ออีกคนไป ตอนนี้คนของพ่อเลี้ยงกำลังจัดโต๊ะอาหารให้เธออยู่ บอกว่าไม่ต้องก็ไม่ฟังกัน

“ดิฉันชื่อสายหยุดค่ะ แม่เลี้ยงไม่ต้องเรียกดิฉันว่าพี่หรอกนะคะ เรียกสายหยุดก็พอค่ะ”

“ไม่ได้ๆพี่แก่กว่าหนู เรียกพี่ถูกแล้ว ส่วนพี่เรียกหนูว่ารินท์ก็พอนะคะ หนูไม่ใช่แม่เลี้ยงสักหน่อย”

“ไม่ได้หรอกค่ะ แม่เลี้ยงยังไงก็คือแม่เลี้ยงค่ะ ทานข้าวนะคะเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน”สายหยุดพูดแล้วก็เลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง แต่ปภาวรินท์ก็ดื่อรั้นไม่ยอมนั่งลง

“ถ้าพี่ไม่เรียกหนูว่ารินท์ หนูก็ไม่นั่งและจะไม่ยอมกินข้าวด้วย”เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างงอนๆแต่กลับเป็นกริยาที่น่ารัก สายหยุดมองเจ้านายคนใหม่ของเธอด้วยความเอ็นดู

“โถ่...แม่เลี้ยงค่ะ ทานข้าวเถอะนะคะสายหยุดเรียกแบบนั้นไม่ได้”เหมือนจะไม่ได้ผล ยิ่งได้ยินคำว่าแม่เลี้ยงปภาวรินท์ก็ไม่ยอมขยับตัวเลย จนสายหยุดอ่อนใจ

“คุณรินท์ทานข้าวนะคะ”

“รินท์เฉยๆค่ะ แล้วก็แทนตัวเองว่าพี่ด้วย”

“พี่ขอเรียกคุณรินท์นะคะ พี่เรียกรินท์เฉยๆไม่ได้ คุณคือแม่เลี้ยงของไร่ก่อการรักษ์นะคะ”

“หนูไม่ใช่แม่เลี้ยงสักหน่อย ไม่ได้เป็นอะไรกับพ่อเลี้ยงด้วย ฐานะหนูก็เหมือนอย่างพี่สายหยุดหรืออาจจะต่ำกว่าก็ได้”ปภาวรินท์พูดออกมาด้วยสำเสียงเศร้าๆเจ็บแปลบที่ใจจี๊ดๆเมื่อคิดว่าเธอกับพ่อเลี้ยงไม่ได้เป็นอะไรกัน

“ทานข้าวก่อนนะคะ”สุดท้ายแล้วปภาวรินท์ก็ยอมทานข้าวเธอไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอไปมากกว่านี้

“พี่สายหยุด พ่อเลี้ยงไปไหนคะ”หลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้วปภาวรินท์ก็มานั่งที่ห้องรับแขก เมื่อเห็นสายหยุดที่เสร็จจากงานบ้านที่เธอพยายามจะช่วยแต่ก็ถูกปฏิเสธ เดินผ่านก็อดถามไม่ได้ นี่มันก็บ่ายแล้วเธอยังไม่เห็นหน้าเขาเลยตั้งแต่ตื้นขึ้นมา

“พ่อเลี้ยงเข้าเมืองค่ะ”

“กลับตอนไหนคะ”

“ไม่ทราบเลยค่ะ”เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการปภาวรินท์ก็เงียบลงทันที เมื่อไหร่จะกลับมานะมีเรื่องจะคุยด้วย หรือเราจะหนีออกไปเลย....

“คุณรินท์มีอะไรจะใช้พี่ไหมคะ พี่ว่าจะกลับไปเตรียมอาหารเย็น”

“ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณพี่สายหยุดมากเลยนะคะ”

.

.

.

เสียงรถยนต์ที่แล่นเข้ามาบริเวณหน้าบ้านทำให้ปภาวรินท์ที่นั่งรอพ่อเลี้ยงมาทั้งวันลุกขึ้นจากโซฟาภายในห้องรับแขก แล้วรีบเดินออกไปเปิดประตูหน้าบ้านทันที

ก่อการนั้นกำลังก้าวออกจากรถมาที่ประตูบ้าน เขาเห็นร่างบางของปภาวรินท์กำลังเดินมาหาเขา

“พ่อเลี้ยงมาช้า หนูรอตั้งนาน”ทันทีที่เห็นหน้ากันปภาวรินท์ก็เอ่ยทักพ่อเลี้ยงก่อนจนทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ แต่ถึงจะแปลกใจแต่ก็อดจะแกล้งเธอไม่ได้

“จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ คิดถึงฉันมากขนาดนั้นเลย”เมื่อเธอเดินมาใกล้เขา ก่อการจึงอดแกล้งไม่ได้ เขาดึงเธอมากอดแล้วจุ๊บแก้มเธอซ้ายขาวและจบลงที่จุ๊บหน้าผาก

“อือ...พ่อเลี้ยงห้ามจุ๊บนะคะ”เธอพยายามขืนตัวและหันหน้าหนี แก้มทั้งสองข้างแดงปลั่งด้วยความอาย

“ใครว่าฉันจุ๊บ ฉันหอมแก้มเธอต่างหาก หึหึ”เขาแย้งเธออย่างอารมณ์ดี

“ห้ามค่ะ ไม่ให้จุ๊บ ไม่ให้หอม”เธอหันหน้าหนีเขา

“งอนฉันซะแล้ว”ท่าทางหน้าเชิดๆนั้นมันน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ

“ไม่ได้งอนซะหน่อย พ่อเลี้ยงอ่ะแกล้งหนู”เธอสะบัดหน้าหนีเขาอีกรอบด้วยความลืมตัว ปากคว่ำหน้างออย่างงอนๆท่าทางสีหน้าแบบนี้ใครเห็นก็รู้ว่างอน เห็นแล้วอยากกัดปากชะมัด

“ฉันแกล้งอะไรรินท์ หือ..”

“ก็พ่อเลี้ยงอ่ะ หอม”เธอกำลังจะพูดคำว่าหอมแก้ม แต่ถ้าพูดขึ้นมาคนหื่นตรงหน้าต้องหอมแก้มเธออีกแน่ๆๆ

“หอมอะไร ใช่หอมแบบนี้หรือป่าว ฟอดๆ”พูดเสร็จก็หอมแก้มเธอไปฟอดใหญ่ เขาสาธิตการหอมให้เธอได้เห็น

“พ่อเลี้ยง!! หนูไม่คุยกับพ่อเลี้ยงแล้ว คนบ้า”ปภาวรินท์เดินหน้าแดงเข้าบ้าน ส่วนก่อการก็หัวเราะเดินตามเข้าบ้านไป

เมื่อก่อการเข้ามาในบ้านเขามองไปที่ร่างบางของปภาวรินท์นั่งหน้าแดงหน้างออยู่ที่ห้องรับแขกเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้จริงๆ เขากับเธอพึ่งรู้จักกันไม่ถึงอาทิตย์แต่ทำไมเหมือนรู้จักกันมาเป็นเดือน

“ไหนใครบอกรอฉันนาน มีเรื่องจะคุยกับฉันไม่ใช่หรอ”เขาเดินเข้ามาหาเธอที่นั่งอยู่บนโซฟาให้ห้องรับแขก

“ห้ามทำอะไรหนูนะ คุยกันเฉยๆ”

“ได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา แต่ฉันขออาบน้ำและกินข้าวก่อนนะ รินท์ไม่รีบใช่ไหม”

“ค่ะ”เธอรอเขามาทั้งวันแล้วจะรออีกนิดจะเป็นไร ตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้ว ถึงคุยกันยังไงก็ต้องกลับบ้านพรุ่งนี้อยู่ดี คำว่ากลับบ้านทำให้มันโหวงๆในใจเหมือนกับไม่อยากจากที่นี่ไป

“หยุดคิดเดียวนี้นะรินท์ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเรา เราต้องดีใจสิพรุ่งนี้ก็จะกลับบ้านแล้ว”ปภาวรินท์พึมพำเบาๆเพื่อเตือนสติตัวเอง

.

.

.

.

“พูดอีกครั้งสิ รินท์ว่าอะไรนะ”หลังจากที่ทานมื้อค่ำเสร็จปภาวรินท์ก็เริ่มบอกสิ่งที่เธอต้องการกับก่อการทันที แต่ดูเหมือนว่าคำขอของเธอจะทำให้เขาหงุดหงิด

ก่อการกำลังพยายามระงับอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองเมื่อได้ยินว่าปภาวรินท์ขอกลับบ้าน

“หนูขอกลับบ้านค่ะ”เธอตอบเขาไปอย่างกล้าๆกลัวๆ

“ทำไม”

คำว่าทำไมของเขาทำให้สะดุ้งตกใจ น้ำเสียงที่เขาใช้มันช่างดุดันและเกรี้ยวกราดไหนจะสีหน้าของเขาอีก

“เออ...หนูอยู่นี่หลายวันแล้ว บ้านก็ยังไม่ได้กลับ เดี๋ยวคนที่บ้านจะเป็นห่วงค่ะ”

“พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปเอง แล้วเธอก็บอกคนที่บ้านซะว่าจะมาอยู่กับฉัน”

“ไม่ได้นะคะ หนูจะกลับบ้านแล้วจะไม่มาที่นี่อีก”

“รินท์ เธอกำลังทำฉันโมโหนะ”

“นะ หนูไม่ทำอะไรผิด ทำไมพ่อเลี้ยงต้องโมโหด้วย”

“ฉันโมโหที่เธอจะออกไปจากที่นี่”

“ที่นี่ไม่ใช่บ้านของหนู แล้วอีกอย่างนะ หนูไม่ได้เป็นอะไรกับพ่อเลี้ยงด้วย”

“ไม่ได้เป็นงั้นหรอ คืนนั้นที่ฉันเอาเธอมันไม่ได้บอกหรือไงว่าเธอเป็นเมียฉัน”เขากระชากเธอเข้าหาตัวเอง

“ว้ายยย ปะปล่อยนะคะ ยังไงหนูก็ไม่ใช่เมียพ่อเลี้ยง”เธอเถียงเขากลับไป

“อะไรว่ะ ไม่อยากเป็นเมียฉัน หรือเธออยากเป็นนางบำเรอหรือไง”เขาสบถคำหยาบออกมาใส่หน้าเธอ

“หนูไม่ได้อยากเป็นอะไรทั้งนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นหนูจะลืมมัน พ่อเลี้ยงไม่ต้องรับผิดชอบอะไร”น้ำเสียงเศร้าๆของเธอเอ่ยบอกเขา ใช่แล้วเธอจะลืมมันให้หมดทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่

เพราะความโมโหเขาจึงไม่ได้สังเกตน้ำเสียงของเธอว่ามันเศร้าแค่ไหน

“อ๋อ แสดงว่าให้ฉันกินฟรีว่างั้น หึ”เขามองเธออย่างดูถูกทันที ไม่มีแล้วสายตาที่อ่อนโยน

ปภาวรินท์สายหน้าให้เขาเธออ่อนใจที่จะขอร้องเขาแล้ว ทำไมกันเขาน่าจะดีใจไม่ใช่หรอที่ไม่ต้องรับผิดชอบ

“ไหนๆเธอก็ให้ฉันเอาฟรีๆ งั้นจัดกันสักรอบก่อนเธอจะกลับบ้านเป็นไง แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันไม่เอาเธอฟรีๆหรอกฉันจะจ่ายให้เธออย่างงามเลย มานี่”ก่อการไม่รอให้เธอได้ตั้งตัวเขากระชากเธอให้เดินตามเขาขึ้นไปบนห้องนอนของเขา คืนนี้จะจัดให้ลุกไม่ขึ้นเลย

.

.

.

.

.

 

สวัสดีค่ะทุกคนรอบนี้เราก็มาช้าอีกแล้ว ขอสารภาพว่าเราใช้เวลาแต่งตอนนี้เป็นอาทิตย์เลยค่ะมันแต่งไม่ออกจริงๆลบแล้วลบอีกหลายครั้งมาก อาจจะดูเปล่งๆไปบ้าง ยังไงก็ติติงได้เลยนะคะ เเล้วก็อยู่เป็นกำลังใจในการแต่งตอนต่อๆไปของเราด้วยนะคะ

เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะทุกคน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว