ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 2 : มนุษย์หน้านิ่ง

ชื่อตอน : Chapter 2 : มนุษย์หน้านิ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 329

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2562 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 2 : มนุษย์หน้านิ่ง
แบบอักษร

​Chapter 2 : มนุษย์หน้านิ่ง

​วอดก้า past

"ไอ้ก้า"

"..."

"ไอ้ก้า"

"..."

"ไอ้เชี้ยก้า!!"

"มีไร-_-"

"มึงจะนั่งหน้านิ่งไปถึงเมื่อไหร่ กูเรียกมึงตั้งนานแล้วนะเว้ย" เสียงโหวกเหวกโวยวายอันน่าคำราญนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้พันไมล์ไงจะใครล่ะ

"มีอะไร ถ้าเรียกกูมาแล้วเป็นเรื่องไร้สาระกูกลับ"  ผมตอบมันไปพลางลุกขึ้นเพื่อออกจากที่นี่ทันที

เบื่อ-_-

"ไรวะ เพื่อนแค่อยากพูดด้วยทำมาเป็นขรึมไปได้"  เสียงรันเวย์ที่เดินควงสาวมันมาสองคนเดินมาสมทบกับพันไมล์

"น้องแอมกับน้องเชอรี่ไปนั่งรอเฮียตรงนู้นก่อนนะ เฮียขอคุยกับเพื่อนแปบนึง"

"ค่ะ/ได้ค่ะเฮีย^^"  สองสาวยิ้มหวานใส่ไอ้รันเวย์พลางลากสายตามองมาทางผมกับไอ้พันไมล์ด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้มราวน้ำผึ้งเดือนห้า

"น่ารักที่สุดเลยอ่ะ"  รันเวย์หันไปหยิกแก้มทั้งสองสาวอย่างหมันเขี้ยวตามประสาผู้ชายเฟลนลี่ หยิกแก้มกันเสร็จพวกเธอก็เดินออกไป

"เฮ้เพื่อนเวย์"

"เฮ้เพื่อนไมล์"

ทั้งสองชนกำปั้นใส่กันเหมือนที่เคยทำๆมาเวลาเจอหน้ากัน

ผมเคยบอกไหมว่า..ถ้าไอ้สองตัวนี้มันมาอยู่ด้วยกันแล้ว ยิ่งกว่างานวัด-_-

"จะว่าไปไอ้ก้ากูมีเรื่องจะปรึกษามึงว่ะ ตอนนี้กูเครียดกับเรื่องแม่งฉิบหาย"  ไอ้รันเวย์หันมาพูดกับผมแล้วทำหน้าเคร่งเครียด คิ้วทั้งสองข้างของมันชนเข้าหากันอย่างมีเรื่องให้คิดไม่ตก

เรื่องแม่งฉิบหาย? เรื่องอะไรของมัน-_-

"มึงว่ากูควรเอาคนไหนดีวะ ระหว่างน้องแอมกับน้องเชอรี่อ่ะกูเลือกไม่ถูกเลยว่ะ น่าเอาทั้งคู่=0="

ฟังคำถามมันแล้วอยากจะกระโดดถีบขาคู่ใส่-*-

"ไปถามพ่อมึง เผื่อเขาจะตอบมึงได้-_-"  ผมไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ

"วาจาชั่งหยาบคาย~รับไม่ได้"  ไอ้รันเวย์พูดไปก็ทำท่าดัดจริตประกอบท่าทางไปด้วย

"โวะ! มึงก็เอาแม่งสองคนเลยดิ เด็ดทั้งคู่แบบเนี่ยกูเสียดายแทนฮ่าๆๆ"  พันไมล์หัวเราะกับความคิดตัวเอง

"กูกลับละ-_-"  ว่าเสร็จผมก็เดินออกจากวงสนทนาทันที

ผมไม่รอฟังเรื่องไร้สาระของพวกมันเลยเลือกที่จะกลับแทน เพราะว่ามีคนสำคัญรอผมอยู่ ผมจึงต้องรีบไปหาเธอคนนั้น พอคิดแล้วก็อยากด่าตัวเองที่ไม่น่ามาเสียเวลากับไอสองตัวนี้เลยจริงๆ

"เฮ้ เดี๋ยวไอ้ก้ามึงจะรีบกลับไปไหนวะ มาแดกเหล้ากับพวกกูก่อนเส้"  ไอ้รันเวย์เดินมารั้งแขนผมเอาไว้ไม่ให้เดินไปไหน

"เออนั่นดิ คือมึงกลัวโจรวางเพลิงโชว์รูมมึงหรือกลัวเมียมึงหายกันวะ เอะอะๆก็จะกลับๆ"  พันไมล์ก็พูดเสริมขึ้นมาอีก

"ไม่เสือก-_-"  หันไปด่าพวกมันสองตัวเสร็จก็สะบัดแขนตัวเองออกจากการกอบกุมแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากที่นี่ทันที

"กูเพื่อนมึงนะโว้ยยยย"  ไม่วายได้ยินเสียงไอ้สองตัวนั้นจากด้านหลังดังมาเป็นระยะๆ

กริ๊ง~

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเป็นสัญญาณว่ามีคนโทรเข้ามา ร่างสูงที่กำลังขับรถอยู่กดรับทันทีเมื่อเห็นชื่อปลายสายที่โทรเข้ามา

"..."  ผมกดรับแต่ไม่พูดอะไร

'ก้าคุณอยู่ไหนคะ?'  

น้ำเสียงอ่อนหวานจากปลายสายทำเอาความเหนื่อยล้าจากที่ทำงานกับอารมณ์ที่เสียจากเพื่อนๆอยู่กลับหายไปพริบตาเพียงเพราะแค่ได้ยินเสียงเธอ

"ขับรถอยู่กำลังไปหา"  ผมตอบเธอไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆตามฉบับตัวเอง

'อ่าวงั้นหรอ แพรขอโทษนะที่โทรมากวนก้าอ่ะ'  ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดดูท่าจะโทษตัวเองเพราะพึ่งรู้ว่ากำลังกวนผมตอนขับรถอยู่

"อืม ไม่เป็นไรรอที่เดิมเดี๋ยวไปรับ"  พูดจบก็ตัดสายทิ้งแล้วรีบขับไปยังจุดหมายทันที

ทุกคนคงสงสัยว่าปลายสายเมื่อกี้ที่คุยกับผมคือใคร? เธอชื่อ ' แพรไหม ' แฟนของผมเอง เราสองคนตรงลงคบกันเป็นแฟนได้ห้าปีแล้ว เธอเป็นคนสวย น่ารัก อ่อนโยน มองโลกในแง่ดี เป็นที่รักสำหรับใครหลายคนและก็เป็นหนึ่งคนที่ผมรักมากที่สุดเช่นกัน

ทุกคนคงสงสัยว่าทำไมผมถึงได้พูดจาดูเย็นชากับเธอนักทั้งๆที่เราสองคนเป็นแฟนกันแท้ๆแต่ผมกลับดูเฉยชากว่าคู่รักทั่วไปมาก ผมขอตอบเลยว่าผมก็คือผม ผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร และก็ไม่ขอให้ใครมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผมเช่นกัน  ผมไม่ใช่คนโรแมนติก ไม่ใช่คนที่พูดจาอ่อนหวานเอาใจใครหรือการซื้อของเพื่อแทนความรู้สึก แต่เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนนึงที่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีแค่นั้น แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตากับทำให้ผมได้เจอกับแพรไหม เธอกับแตกต่างจากผู้หญิงเหล่านั้น เธอไม่เรียกร้องอะไรจากผมสักอย่างและเธอกับรับในนิสัยของผมได้ ไม่ใช่แค่หน้าตาหรือฐานะ แต่เธอ..กับรักในตัวตนของผมจริงๆ

ขับรถไปก็พลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนถึงจุดหมาย ก็คือ โรงพยาบาล ผมขับรถวนไปจอดที่หน้าทางเข้าเฉพาะเจ้าหน้าที่ ก็เห็นร่างบางของแพรไหมกำลังยืนรอผมอยู่ พอจอดเสร็จก็ปลดล็อคประตูรถเพื่อให้ร่างบางเข้ามานั่ง

"ทำไมดื้อ บอกหลายครั้งแล้วว่าให้รอในห้องเดี๋ยวไปหาเอง-_-"  พูดไปสายตาก็มองทางถนนตลอด เว้นแต่หูที่คอยฟังเธอพูดนั่นพูดนี่ไปเรื่อย

"ไม่เอาอ่ะแพรหึง แฟนแพรยิ่งหล่อๆอยู่ด้วย เดี๋ยวพวกพี่ๆมารุมจีบทำไง"  เธอหันมาพูดกับผมแล้วหยิกแก้มผมเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว

"เจ็บ"  ผมพูดไปปากก็บิดเบี้ยวไปเพราะแพรกำลังเล่นกับแก้มผมอยู่

"ฮ่าๆ ทำไมก้าน่ารักจัง ถ้าแพรเป็นผู้ชายนะแพรจะจับก้าปล้ำเดี๋ยวนี้เลย"  มือเล็กก็ยังคงทำงานหยิกแก้มผมไม่เลิก ผมไม่ได้หันไปมองเธอแต่ก็พอรู้ว่าเธอยิ้มอยู่แน่ๆ

"ปล้ำสิ ให้ปล้ำทั้งคืนเลย:)"  ผมจับมือเธอที่กำลังเล่นกับแก้มผมอยู่ไปแนบที่อกข้างซ้ายแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์สายตาก็มองเธออย่างเสน่ห์หา

"บะ บะ บ้าคนบ้า ขับรถไปเลยนะ"  ร่างบางรีบชักมือออกจากการกอบกุมอย่างไวพลางตีไหล่คนข้างกายด้วยความเคอะเขิน พวงแก้มขึ้นสีแดงระรื่น

เธอเขินแฟนตัวเองมาก ถึงแม้ว่าจะคบกันมาห้าปีกว่าแล้ว แต่เวลามันก็ไม่ได้ช่วยให้เธอขี้อายหรือเขินน้อยลงเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เขาเป็นแฟนที่ดีมาโดยตลอด ไม่เคยมองใครนอกจากเธอ ถึงแม้ใครๆจะบอกว่าเขาหยิ่งหรือเย็นชาต่อเธอมากแค่ไหนเธอก็ไม่สนเพราะเธอยอมรับในตัวตนของเขาได้เรื่องนิสัยใจคอเลยไม่ใช่อุปสรรคที่จะรักเขาเลย

ไม่นานรถหรูก็มาถึงคอนโดของหญิงสาว

"วันนี้นอนด้วย"  ผมหันไปบอกเธอแล้วเปิดประตูรถลงจากรถทันที

"หะ? อ่ะก้าเดี๋ยว ทำไมวันนี้อยากนอนกับแพรล่ะ"  แพรเปิดประตูออกมาถามผมอย่างงุนงง เพราะปกติแล้วผมจะนอนที่โชว์รูมตัวเองซะมากกว่า

"ไม่มีไรหรอกแค่เหนื่อยขี้เกียจขับรถ"  พูดจบก็กดล็อครถตัวเองแล้วเดินนำหน้าเธอไปทางเข้าคอนโดโดยไม่รอเธอ

"อะไรของเขาเนี่ย"  แพรไหมเกาหัวตัวเองอย่างงงๆกับพฤติกรรมของแฟนหนุ่มของเธอ ถึงเธอจะครบกับเขามานานแต่เธอก็ไม่อาจอ่านใจหรือเดาใจเขาได้เลย เพราะเวลาเขารู้สึกอะไรหรือคิดอะไรสีหน้าท่าทางก็จะนิ่งๆอยู่ตลอดเวลา เป็นผู้ชายที่เดาอารมณ์ยากมากจริงๆ

หลังจากที่ผมและแพรขึ้นห้องมาได้สักพัก เธอก็ขอตัวไปอาบน้ำก่อนด้วยเหตุผลที่ว่าเหนียวตัว ส่วนผมก็หนีมานั่งโซฟาคนเดียวแล้วคิดเรื่องของตัวเองเพื่อทบทวนในสิ่งที่พบเจอมาในวันนี้


'แม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับผม'  ผมยืนมองแผ่นหลังร่างบางที่มีศักดิ์เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดผมเอง

'หนูเจนนี่กลับมาแล้ว'  แม่พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆต่างจากปกติ ที่จะดีใจหรือดี้ด้าเมื่อเห็นหน้าผม เพราะผมไม่ค่อยกลับบ้านไปหาท่านสักเท่าไหร่ นานๆทีจะไปหา

แม่ยังคงยืนหันหลังใส่ผมอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งท่านหันหน้ามามองหน้าผมแล้วยิ้มๆใส่

ยิ้มแบบ..มีเล่ห์นัย

'^^'

'ผมไม่แต่ง'  ผมไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าแม่ต้องการอะไร..เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะชื่อของผู้หญิงคนนั้นไง คนที่แม่พึ่งพูดออกมา แม่ชอบพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นให้ผมฟังอยู่บ่อยๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นน่ารักอย่างนู้นน่ารักอย่างนี้ เธอทั้งเก่งทั้งสวยและมีเสน่ห์  บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ

จนทุกวันนี้ผมหลอนชื่อผู้หญิงคนนั้นมากจริงๆ-_-

'แหม๋~สมกับเป็นลูกแม่จริงๆ ตาก้ารู้ใจแม่ที่สุดอ่ะ^^'

แค่พูดชื่อผู้หญิงคนนั้นผมก็เดาได้ไม่ยากหรอก

'แม่ผมมีแพรอยู่แล้วนะ'  ใช่ผมมีแพรไหมอยู่แล้ว แล้วชีวิตนี้ผมก็ไม่ต้องการใครอีก

'แล้วไง?'

'แพรคือแฟนผม และผมก็รักเธอ'  ถึงคำพูดผมจะดูนิ่งๆแต่ภายในใจนั้นกับหนักแน่นยิ่งกว่าอะไร

'ก็แค่ แฟน แต่หนูเจนนี่คือคู่หมั้นของลูก และแม่จะไม่เอาใครหน้าไหนทั้งนั้นมาเป็นลูกสะใภ้ของบ้านหลังนี้ ยกเว้นหนูเจนนี่เพียงคนเดียวเท่านั้น!!'

'แม่..'

'หมดเวลาของลูกแล้วตาก้า ตลอดมาแม่ตามใจลูกมาทั้งชีวิต แม่คนนี้ไม่เคยขออะไรลูกเลย แต่วันนี้แม่ขอใช้สิทธิ์นั้น สิทธิ์ของความเป็นแม่ ลูกต้องแต่งงานกับหนูเจนนี่ แม่ขอเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นทำให้แม่ได้รึเปล่าตาก้า'

น้ำเสียงเชิงขอร้องปนบังคับนี่คืออะไร?

ผมทำเป็นไม่สนใจแล้วกำลังจะหันหลังหนีแต่แล้ว..

'ถ้าลูกก้าวออกไปจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว..เราสองคนแม่ลูกขาดกัน!!!' สิ้นน้ำเสียงนั้นกลับเหมือนมีมีดพันเล่มทิ่งแทงทะลุหัวใจผมแทบไม่มีชิ้นดี

'แม่!!'  หันกลับไปมองผู้เป็นแม่ด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ง ความคิดมากมายสับสนปนเปกันไปหมด

'เพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียว ทำมะ..' ผมยังพูดไม่ทันจบ

'แม่รักหนูเจน..และแม่เชื่อว่าหนูเจนจะเป็นคนสุดท้าย..ที่จะเปลี่ยนหัวใจเย็นชาของลูกได้ เชื่อแม่เถอะนะ'  น้ำเสียงดูอ่อนลงพร้อมดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำใสๆที่ไหลลินลงมาตามพวงแก้มของแม่

ซึ่งมันเป็นภาพที่มองแล้วเจ็บปวดตาม

'...'

ผมที่ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตตัวเองดี ก็ได้ทำเพียงแค่ยืนนิ่งๆเป็นรูปปั้นไม่มีชีวิตอยู่อย่างนั้น

'ระหว่างแม่กับผู้หญิงคนนั้น ลูกจะเลือกใคร.."

จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน ผมก็ไม่รู้ว่าทำต้องยังไง? ปวดหัวชะมัด-*-

หมับ

"ก้าคะคุณไปอาบน้ำได้แล้วน๊า~แพรเตรียมน้ำร้อนๆไว้ให้คุณอาบด้วย"  เสียงหวานของแพรมันปลุกให้ผมตื่นจากภวังความคิดตัวเอง เธอเข้ามาสวมกอดผมจะทางด้านหลัง กลิ่นสบู่ที่เธอชอบใช้เป็นประจำมันก็พอทำให้ผมครายเครียดได้บ้าง

"อืม"  

ตอบเสร็จร่างสูงก็ลุกพลวกพาดไปห้องน้ำทันทีโดยปล่อยให้แฟนสาวงงกับการกระทำของเขา

ผมอาบน้ำชำระกายเสร็จก็มานอนแช่อ่างเพื่อทบทวนเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น

เรื่องระหว่างแม่กับแพรและก็..

ผู้หญิงที่ชื่อว่า 'เจนนี่'

​100%

ความคิดเห็น