email-icon

ขอบคุณสำหรับการเข้ามา "คอมเม้น" เป็นกำลังใจให้ไรท์ ถ้า "ติดดาว" ให้จะเป็นกำลังใจให้ไรท์มากๆ เลย

ตอนที่ 47 ตำหนักพันดารา

ชื่อตอน : ตอนที่ 47 ตำหนักพันดารา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2562 00:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 47 ตำหนักพันดารา
แบบอักษร

“องครักษ์หลี่” ซุนหลี่ทักทาย

“หวงโฮ่ว” องค์รักษ์หลี่เคารนาง

“ใต้อ๋องทรงงานอยู่หรือ”

“พะยะค่ะ”

ซุนหลี่จึงเดินเข้าไปในตำหนัก ไม่เห็นหลงหลานมู่ เห็นเพียงความว่างเปล่า

“ไปไหนของเขานะ องครักษ์หลี่บอกว่าอยู่ในห้อง เขาไม่โกหกข้าหรอก” 

นางเดินไปที่ชั้นวางฎีกาอยู่เป็นจำนวนมาก เรียงให้เข้าที่ แล้วมือนั้นกลับผลักชั้นวางเบาๆ มันทำให้นางประหลาดใจ เห็นเขานั่งอยู่ตรงกลางห้องดวงตาทั้งสองข้าปิดสนิท มังกรหนึ่งตน หมุนรอบตัวเขาเป็นแสงสีทอง เขาลืมตาขึ้นเพราะรู้ว่าใครเข้ามา มังกรจึงเลื้อยมาอยู่บนไหล่ของเขา

“ซุนหลี่เจ้าเข้ามาได้อย่างไง...ข้ามิเคยบอกให้ผู้ใดรู้”

“ข้าเพียงแค่จัดวางกองฎีกาให้เรียบร้อยเท่านั้น แต่มือข้ากลับไปโดนกลไกที่ทำให้เปิดอีกห้อง” นางเดินเข้าไปหาเขา แล้วนั่งลงข้างเขา

“เจ้านี่นะ”

“ข้าไม่คิดว่าในราชวังจะมีห้องแบบนี้ด้วย” ซุนหลี่นางมองไปรอบห้อง เป็นรูปผนังตรงกลางเป็นลายมังกร ตบแต่งเหมือนทรวงสวรรค์

“ข้าได้เนรมิตห้องนี้ไว้หลังจากครองราชย์ เดิมทีห้องนี้เป็นห้องทางเชื่อมไปตำหนักเงาจันทร์ แต่ข้าปิดฝังของเจ้าไว้ เพราะถ้ามิปิดไว้ข้าคงไม่มีสมาธิ และที่แห่งนี้ มีกลไกที่ซับซ้อน เพียงคนผลักจากชั้นหนังสือมายังมิได้ หรือที่เจ้าทำเมื่อสักครู่ แต่ว่าเจ้ามีหงส์ในกายเจ้าที่สามารถเปิดได้”

“มันเป็นแบบนี้นี่เอง เจ้างูนี่ชื่ออะไร” นางยิ้ม แล้วมังกรเลื้อยมาหานาง แล้วมาอยู่บนฝ่ามือแล้วมองหน้า

"มันชื่อหยางหลง มันไม่ค่อยปรากฎตัวให้ใครเห็น แต่ดูๆ มันชอบเจ้า เหมือนที่ข้าชอบเจ้า" เขายิ้มให้นางแล้วหยางหลงก็เลื้อยลงบนพื้นแล้วเลือนหายไป

"ข้าไม่อยากรู้ว่าเจ้าเลี้ยงงูไว้" 

"ข้าเก็บไว้ไม่ให้ใครเห็น ช่วงนี้ข้าอารมณ์ร้อนผิดปกติ...พอข้าโมโหเหมือนกับว่าไฟมันสุมอยากจะพ้นออก” เขาพูดจริงจัง

“ต่อไปข้าต้องมาฝึกวิชาเหมือนแต่ครั้งยังเด็ก ครั้งนั้นข้าฝึกกำหนดจิต...สามารถรู้กลศึกของศัตรูทั้งที่ยังไม่ได้ออกรบ...สามารถมองเห็นผลแพ้ชนะของตนเองล่วงหน้า...หลังจากได้เจอเจ้า...พลังของข้ากล้าแกร่งยิ่งขึ้นเป็นอันมาก...แต่ตอนนี้ ข้ากลับควบคุมมันไม่ค่อยได้” นางเห็นเขาแบมือไฟลุกขึ้นมาเล็กน้อย แล้วอีกข้างเป็นน้ำที่ไหลเป็นวงกลม

“ข้าจะฝึกเป็นเพื่อนกับเจ้า เฟิ่งในกายข้าสามารถทอนพลังงานที่มีเกินของเจ้าได้” นางจึงเดินไปนั่งอีกฝั่งตรงข้ากับเขา แล้วนั่งสมาธิหลับตาลง เขาจึงหลับตานั่งสมาธิเช่นกัน (เฟิ่ง  หมายถึง หงส์)

หลังจากทั้งสองนั่งสามาธิได้สักพัก ฝ่ายหลงหลานมู่ปรากฏขึ้นเป็นดวงไฟสีแดง และฝ่ายซุนหลี่ปรากฏขึ้นตามเป็นดวงไฟสีขาว ทำให้ทั้งสองลืมตาขึ้นช้าๆ มองดูดวงไฟผสานกัน แล้วจางหายเป็นควันสีขาว

“มันคือหลงเฟิ่งเทียน ที่ผสานกันทำให้ข้าและเจ้ามีพลังที่แกร่งกล้าขึ้น” เขาพูดขึ้น

“ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ ที่มังกรจะผสานเข้ากับหงส์ได้” ซุนหลี่พูดด้วยความตะลึง

“คุณของมันทำให้เรามีพลังขึ้นและควบคุมธาตุทั้งสีได้แต่ก็มีโทษเช่นกัน”

“อันใดหรือ” ซุนหลี่ถามด้วยความใคร่รู้

“โทษของมันถ้ามีมนต์ดำกล้ำกายเจ้า ทำให้เราเสียพลังทั้งหมดไปชั่วขณะ แล้วคืนพลังในภายหลัง”

“แบบนี้นี่เอง...แต่ตอนนี้เจ้าต้องไปดูสนมของเจ้าได้แล้วนะ” นางยิ้มให้เขา เขาจึงคลานเข้าไปนอนที่ตักนาง

“ข้าอยากอยู่กับเจ้า...ทำไมต้องผลักไสข้าไปอยู่กับคนนู้นทีคนนี้ที” เขาพูดเหมือนน้อยใจ

“นี่เจ้าเป็นใต้อ๋องไม่ใช่เด็กน้อยที่มาอ้อนข้าเหมือนเด็กน้อย” นางลูบใบหน้าเขา

“เจ้านี่ก็แปลก...มีแต่อยากให้ผัวอยู่กับตัวแค่คนเดียว แต่ดูเจ้าซิ ผลักไสข้าไปหาเมียคนอื่น”

“ข้าก็อยากมีผัวเดียวเท่านั้น...แต่เจ้ายังต้องมีรัชทายาท...อาจจะไม่ได้เกิดกับข้า...อาจจะเกิดกับคนอื่นก็ได้”

“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าลูกคนแรกต้องเกิดกลับเจ้าก่อน...เป็นคนแรก...เจ้าลืมไปได้เลยว่าข้าจะมีลูกกับคนอื่น” เขาลุกขึ้นยืนหันหน้าหนีนาง

“หลง เจ้าโกรธข้าหรือ” ซุนหลี่กอดเขาด้านหลัง

“หาไม่...ข้าโกรธที่สวรรค์มิยอมส่งโอรสธิดามาให้ข้าได้เชยชม” หลงหลานมูพูดเบาๆ

“ค่อยๆ ทำไปเดี๋ยวก็มีเอง” ซุนหลี่พูดด้วยความเขินอาย แต่ทำให้เขายิ้มได้ และหันกลับมาหานาง

“ไปทำลูกกัน” เขายิ้ม

“ใต้อ๋อง...ว้ายยยย...”

เขาอุ้มนางขึ้นเดินไปทางประตูเชื่อมกับห้องบรรทมของตำหนักหมิงเทียน


“คุณหนูทุกท่านต้องพักตำหนักพันดารา ตำหนักนี้มีมากกว่าพันห้อง หน้าห้องจะเขียนสลักชื่อพวกเจ้าไว้แล้ว”

“เจ้าค่ะ” 

“คุณหนูจะได้รับตำแหน่งขึ้นแรกเป็นสนมขึ้นที่ห้าในตำแหน่งไฉเหริน พอถึงวันรุ่งพรุ่งนี้ พวกเจ้าจะถูกคัดเลือกเป็น กุ้ยเฟย ซูเฟย เต๋อเฟย เสียนเฟย ตามลำดับ และในฝ่ายในแห่งนี้คือซุนหมี่หลินเหม่ย นางคือซุนหวงโฮ่ว พระนางใหญ่ที่สุดในฝ่ายใน ต้องให้ความเคารพนางเมื่อพบหน้านาง ตอนนี้สมควรแก่เวลา ข้าต้องขอตัว” จางกงกงเดินไปพวกนางต่างเคารพจางกงกง แล้วเดินจากไปในห้อง


“หวงโฮ่วนางเป็นคนแบบไหน”

“พระนางโอบอ้อมอารี เป็นที่รักยิ่งของใต้อ๋อง และใต้อ๋องโปรดปรานพระนางมากที่สุดเจ้าค่ะ”

“แล้วมีใครในตำหนักในได้ถวายตัวให้ใต้อ๋องหรือไม่”

“หาไม่...ใต้อ๋องมิโปรดใครเลยนอกจากหวงโฮ่ว”

“ข้าอยากจะรู้จักนางแล้วสิ”


นิยายฟรี ขอมากกว่า 20 เม้นนะจ๊ะ

1 เม้น 1 กำลังใจ

ความคิดเห็น