ศรีมณีเองจ้า

ชื่อตอน : Back to square one 10

คำค้น : ศรีมณี,นิยายyaoi,เมียหลวง,ท้องได้,มีลูก,คอสโม่,มิเกล,ครูส,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.5k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2562 22:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Back to square one 10
แบบอักษร




And everything I know​

tells me that I should walk away

และทุกอย่าง​

มันบอกว่าฉันควรไป​







ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าตึกสีขาวสะอาด4ชั้น เป็นตึกเล็กๆอารมคล้ายๆกับบ้านสี่ชั้น บริษัทนี้ตั้งอยู่ในซอยต้องขี่รถเข้าไป ไม่ได้อยู่ติดถนนเหมือนที่บริษัทส่วนมากทำ 


รอบๆตึกนี้ ยังมีบรรยากาศที่ดีมาก มีสวนเล็กๆเอาไว้ให้นั่งเล่นด้วยเรียกได้ว่าคนที่เป็นเจ้าของบริษัทที่นี่รสนิยมดีมากเลยละ แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คือ พี่ว่าน พี่ของไอวี


หลังจากที่ผมโทรหามันเมื่อเช้าว่าอยากทำงานมันก็ส่งโลเคชั่นมาให้ผมทันที จะไม่ทันทีได้ไงมันเล่นโทรศัพทั่งวันทั่งคืนติดเกมในมือถือจนพี่ว่านเอือมระอา​


แล้วตอนนี้ผมก็กำลังจะเข้าไปด้านใน ไอวีบอกว่ามันกับพี่ว่านรออยู่ที่ชั้น4ถ้า ผมมาถึงแล้วให้เดินขึนไปเลยย้ำนะว่าเดินเพราะที่นี่ไม่มีลิฟท์เพราะถ้ามีลิฟท์ไอวีมันคงลงมารับผมแล้วละ คนอย่างมันขี้เกียจอย่างกับก้อนขนมีหรือจะลงบันไดมา

เมื่อผมเดินข้ามาภายในบริษัทมันถูกแต่งสไตล์โมเดิร์นๆเน้นไปทางสีขาวกับสีเทาเมื่อขึนไปชั้นสองก็เปลี่ยนจากสีขาวกับสีเทากับสีขาวกับทองอ่อนๆ แต่ละชั้นจะมีสีที่ต่างกันมันสวยมากอย่างที่บอกไปเมื่อตอนแรกว่ารสนิยมเขาดีจริง ๆ


เมื่อผมเดินจนมาถึงชั้นสี่สีมันต่างจากสามชั้นที่ผ่านมาเพราะชั้นนี้มันขาวล้วนไม่มีสีอืนมาตัดด้วยเลยแต่ถูกวาดลวดลายอาร์ตๆตามผนังด้วยหมึกสีดำแต่ก็ไม่เยอะมากจนดูรกหูรกตา แปลกแต่สวย


ด้านซ้ายสุดจะมีห้องห้องนึงนึงส่วนทางขวาสุดก็จะมีอิกห้องนึงส่วนตรงกลางเว้นว่างเอาไว้ไม่มีกำแพง ตรงกลางที่ถูกเว้นเอาไว้น่าจะเป็นที่รับประทานอาหารเพราะมีโซฟามีโต๊ะอะไรให้นั่งติดกับกระจก ที่ตอนนี้ถูกผ้าม่านสีครีมปิดเอาไว้อยู่


ถ้าให้ผมเดามันจะต้องเป็นวิวที่สวยแน่ๆถ้าผมเปิดผ้าม่านออกไปแต่ผมไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่


ถ้าจำไม่ผิดไอวีน่าจะบอกว่าเป็นห้องด้านซ้ายนะ เมื่อผมนึกได้อย่างนั้นจึงเดินไปตามที่คิด ผมชอบกลิ่นที่ชั้นนี้นะมันหอมกลิ่นเมล็ดกาแฟอ่อนๆ มันดูนิ่มนวลอบอุ่นเหมื่อนเจ้าของบริษัท​ดี  เมื่อเดินไปถึงหน้าห้องผมก็เคาะประตูตามมารยาท



ก๊อก ก๊อก ก๊อก !



“ข้ามาได้เลยครับ“​ 

เสียงอบอุ่นแบบนี้มีคนเดียวและก็ไม่ใช่ไอวีแน่นอนถ้าเป็นเสียงไอวีผมคงกัดลิ้นตายเพราะความแสบหูไปแล้ว​


เมื่อผมได้ยินเสียงของพี่ว่านพูดอนุญาตให้ผมเข้าไป ผมก็เปิดประตูทันที


“ กูรอจนรากงอกแล้วเนี้ย “


ผมมองไอวีที่นอนเล่นมือถืออยู่บนโซฟาแต่ปากยังขยับแขวะผมไม่เลิก


“ อิกสองนาทีพี่กูกับกูกลายเป็นฟอสซิลไปแล้วจ้ะ “


คิ้วของผมกระตุกกึกๆอยากเดินไปทุบหัวมันสักทีสองที แต่ไม่เอาดีกว่าถ้าทุบไปจากที่มันโง่อยู่แล้วโง่มามากกว่าเดิมให้ทำไง ถ้าโง่กว่านี้ผมเป็นวีฆ่าตัวตายแล้วจริงๆอะ


“ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอกคอส “​


พี่ว่านพูดขัดไอวีก่อนที่จะส่งยิ้มมาให้ผม ผมก็ยิ้มตอบพี่ว่านไปบางๆ​


“ มานั่งนี้สิคอส เรามาคุยเรื่องงานกัน “


พี่ว่านชี้ไปเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะของพี่แก เท่าจากที่ผมมองดูแล้วพี่แกน่าจะจริงจังในการทำงานมากเลยทีเดียวถ้าชืนชักช้าหรือทำตัวเหมือนว่าตัวเองไม่อยากทำมีหวังเจ้าตัวโชว์บทบอสสุดโหดใส่ผมแน่ๆ


“ คอสถนัดการออกแบบใช่มั้ยครับ “


เมื่อผมนั่งลงบนเก้าอี้พี่ว่านก็ยิงคำถามใส่ผมทันที ผมพยักหน้าตอบกลับไป ผมว่าพี่ว่านน่าจะรู้ข้อมูลของผมมาเยอะแล้วจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องพรีเซนต์ตัวเอง 


“ พี่ตัดสินใจแล้วว่าคอสควรอยู่ตำแหน่งอะไร “


ถ้าผมเดาไม่ผิดก็ต้องค่อยออกแบบผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว คิดตำแหน่งอืนไม่ออกจริงๆ 


“ เลขา คอสต้องเป็นเลขาให้พี่ หน้าที่ก็คือค่อยเช็คตารางงานที่ลูกค้านัด “


ห้ะ …. ผมอาจจะหูฟาด เลขาเนี้ยนะ ผมน่ะหรอ


“ แต่หน้าที่หลักๆก็คือ อยู่กับพี่


อืมผมไม่ได้หูฟาดจริงๆ แต่ว่านะพี่เขาคิดอะไรอยู่หรือว่าเห็นผมเป็นเพื่อนของน้องชายตัวเองเลยทำแบบนี้ ผมไม่รู้สึกไม่ชอบเพราะมันเหมื่อนกับพี่ว่านดูถูกความสามารถของผมเกินไป 


“ คือว่าพี่ว่าน.. “

“ บางครั้งพี่ก็ต้องการคำปรึษาจากเลขาเหมื่อนกันนะ พี่คิดว่าถ้าได้คนที่พี่คุยด้วยแล้ว มีความสุข พี่ก็อยากให้คนนั้นเป็นเลขา “

“.... “


แล้วผมจะตอบอะไรกลับไปดีละแบบนี้ ผมมองแววตาที่แสนจริงจังของพี่ว่านในแววตานั้นมันเหมื่อนกำลังขอร้องให้ผมตอบตกลงในหน้าที่เลขาให้เขา 


เห็นท่าว่าผมจะปฏิเสธไม่ได้แล้วละครับ 


หลังจากนั้นเราก็คุยเรื่องรายละเอียดการเป็นเลขาส่วนตัวเล็กน้อยก่อนที่ผมจะขอตัวกลับบ้านก่อนโดยให้เหตุผลว่า ถ้ามิเกลไม่เจอผมอาจจะงอแงได้ แต่จริงๆแล้วมิเกลเป็นเด็กดี มิเกลคงไม่งอแงเพราะเรื่องแต่นี้หรอก


ผมตั้งใจที่จะโกหกออกไป ผมแค่อึดอัด อืม ไม่รู้สิบางทีผมแค่อาจจะกำลังสับสนพฤติกรรมที่อบอุ่นของพี่เขา ผมไม่ได้คิดไปเองนะ แต่เหมื่อนว่าเขากำลังจีบผมอยู่ หรือ อาจจะแค่สนใจในตัวผม ผมค่อนข้างมั่นใจนะ 


ผู้ชายดูง่ายจะตายเวลาอยากได้อะไร เขาก็จะหาทุกวิถีทาง ทำทุกอย่างจนได้มันมา อยากที่จะเอาชนะ ผมก็เป็นผู้ชายเหมื่อนกันผมยอมรับว่าบางครั้งผมก็ต้องการที่จะเอาชนะ ผมอยากที่จะชนะทุกอย่าง แม้บางเรื่องผมจะไม่มีทางชนะก็เถอะ 

ไม่ ไม่เอา ไม่คิดดีกว่า


ผมสะบัดหัวไล่ความคิดตัวเองออกเล็กน้อยถึงมันจะไม่ค่อยช่วยอะไรก็เถอะ 


บางทีผมอาจจะต้องเริ้มใหม่กับอะไรหลายๆอย่าง ถึงมันจะไม่ค่อยมั่นคงเป็นแค่ก้าวเล็กๆแต่อย่างน้อยๆผมก็กล้าที่จะขยับตัวออกมาจากอ้อมกอดของปีศาจสักที 


ไม่สิเขาไม่ได้กอดผมแต่เขาเอาเชือกมัดผมเอาไว้เชือกนั้นมันทั่งร้อนทั่งเจ็บสร้างบาดแผลให้ผมจนไม่รู้ว่ากี่แผลแล้ว มันเจ็บซ้ำๆวนอยู่ที่เดิม มันมรมาณ 


สักวันที่ผมเคยหวังเอาไว้ว่าความเจ็บปวดจะหายไป ตอนนี้มันก็ยังไม่มาถึง แต่ความเจ็บมันเริ้มน้อยลงแล้วละครับถึงจะไม่ใช่วันนี้ แต่มันต้องมีวันนั้นแน่ๆ 


เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผมนี้ ผมวันที่ผมหายเจ็บ ผมที่ผมพร้อมที่จะออกไปเริ้มต้นใหม่อิกครั้ง เพราะทุกๆวันเมื่อก่อน ผมเอาแต่รอวันที่ครูสหันกลับมารักผม กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอิกครั้ง หวังว่าความเจ็บปวดที่ได้รับมันจะชินชาสักที ผมไม่เคยหวังให้มันหาย 


แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ ผมหวังให้มันหายไป ผมหวังที่จะเริ้มต้นใหม่ ผมเชื่อว่าวันนั้นมันมีจริง






[ ครูส ]




ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่กลางบ้านพร้อมกับอารมณ์ที่สามารถพังโซฟาแปดหลักอันนี้ได้แบบง่ายๆ

มันหายไปไหน? ปกติถ้ามันรู้ว่าผมกลับมาแล้วมันต้องเสนอหน้าโง่ๆของมันมาให้ผมหงุดหงิดเล่นสิ ตอนนี้มันไปไหน สวนที่มันชอบไปนั่งอ่านหนังสือก็ไม่มี ที่ไหนในบ้านหลังนี้ก็ไม่มี คงต้องสั่งสอนกันสักหน่อย


เหมื่อนมันจะมีความกล้ามากเกินตัวไปนะตอนนี้ ทั่งเรื่องเบล ต้องขอชมว่ามันเก่งขึน แต่มันไม่เท่าผมหรอก ผมจะแสดงให้ดูคำว่า เลว จริงๆมันเป็นยังไง


“ ไปไหนมา “


ผมถามเสียงเย็นออกไปเมื่อเห็นร่างบางของคอสเดินเข้ามาในบ้าน


“ กูรู้สึกว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของกูนะที่ต้องมารายงานมึง “


อืมม เก่ง โดยเฉพาะสายตาคมกริบที่ตวัดมามองผมอย่างกินเลือดกินเนี้ย ผมชอบมันจริงๆ


“ มึงลืมไปแล้วหรอว่ามึงมีผัวอยู่แล้ว เลิกร่านไปหาผู้ชายคนนู้นคนนี้ทั่งที “

“ มึง!! “


ถึงผมจะยังไม่รู้ว่ามันไปไหนแต่ก็ไม่ใช่ที่ผมจะไม่รู้ว่ามีผู้ชายมาป้วนเปี้ยนกับมัน 

ยอมรับว่าผมรู้สึกไม่ชอบใจเวลามันหรือใครมาแตะต้องตัวมัน ไม่แปลกหรอกเนอะที่ผมจะหวง ผมลงทุนไปเยอะต้องเก็บไว้เล่นนานๆใครหน้าไหนก็มาแตะต้องของของผมไม่ได้



“ มึงจะสนใจทำไม มันไม่ใช่เรื่องของมึง “

“ มึงจำได้ใช่ไหมว่ากูเคยพูดอะไรกับมึง.. “



ผมก้าวเท้าไปหาร่างบางในขณะที่ร่างบางก็ก้าวถอยหลังออกห่างจากผมเช่นกัน ผมชอบนะดวงตากลมคมที่มองมาที่ผมอย่างไม่เคยยอมแพ้ 

ถึงตัวจะสั่นเป็นลูกนกหรือแม้แววตาที่สั่นระริกเหมือนกำลังจะร้องไห้ มองกี่ทีก็มีเสน่ห์อยากขยี้ให้แหลกคามือ



“ โอ้ย!! “

“ ของที่เป็นของกู กูหวง กูไม่ชอบใช้ร่วมกับใคร “

“ แล้วกูละ!! มึงเคยยถามกูบ้างไหมว่ากูชอบใช้ร่วมกับใครรึป่าว “



ผมกระชากแขนของคอสอย่างแรง มันบางและเล็กมากผมกลัวว่ามันหักจริงๆเข้าสักวัน แต่ใครสนกันละถ้ามันหักขึนมาจริงๆอิกข้างก็ยังมี

ผมไม่สนสักนิดว่ามันจะชอบรึป่าว ผมมีได้แต่มันมีไม่ได้ มันน่าจะภูมิใจนะถึงผมจะมีบ้านเล็กบ้านน้องแต่ก็ไม่เคยให้ใครอยู่สูงเท่ามันเลย แล้วจะเรียกร้องอะไรอิก



“ ตอนนี้ ฮึก กูยอมแล้ว ฮือ กูไม่ไหวแล้ว “


ผมก้มลงมองใบหน้าคมสวยของคอสที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาจากดวงตากลมสีหน้าของมันเจ็บปวดไม่เหมือนครั้งก่อนๆที่ทะเลาะกัน


เหมื่อนกับว่ามันยอมแพ้แล้วไม่ไหวแล้วจริงๆ…


“ ตอนนี้ก็ไม่หวังอะไรกับมึงแล้วครูส ฮึก กูเหนื่อยกูรู้ว่ากูควรออกไปจากเชือกของมึงได้แล้ว “


อะไร…


หย่ากูอยากที่จะหย่ากับมึง


เพล้ง!!!



" โอ้ย!!! "

“ มึง-ไม่-มี-สิทธิ-ไป “​

ผมเหวี่ยงร่างบางของคอสไปกระแทกกับตู้วางแจกันจนแกกันตกลงมาแตกก่อนที่จะก้มลงไปหยิบแล้วจ่อไปที่คอคอระหงของมัน 

ดวงตาของผมเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมาตอนที่ผมกดความคมแหลมเข้าไปที่เนื้อขาวนวลของมันจนมีเลือดสีแดงซึมออกมา



“ มึงจะไปจากกูได้ก็ตอนที่กูต้องการให้มึงไป “​

“ มึงก็ฆ่ากูเลย!!! เพราะกูจะไป “

“ มึงอยากตายนักใช่มั้ย!!! “



ผมกดเศษแจกันแรงกว่าเลือดที่ตอนแรกซึมๆแต่ตอนนี้มันไหลออกมาตามความยาวของเศษแจกันแล้ว​



“ เออ !! กูอยากตายมึงจะบังคับกูไม่ได้อิกต่อไปแล้ว ฮึก “

“ มึงจะตายได้ก็ต่อเมื่อกูให้มึงตาย ถ้ามึงไม่อยากอยู่แต่กูบอกให้มึงอยู่มึงก็ต้องอยู่กับกู!!!!! “



ผมปาเศษแจกันทิ้งลงพื้นก่อนที่จะกระชากมันขึนบรรไดมาโดยที่ไม่สนว่าผมจะล้มหรือไปกระแทกกับราวบันไดอะไรแค่ไหน


ผมจะไม่มีทางให้มันหายไปจากผม ไม่มีทาง ถ้าผมยังไม่เบื่อมันก็ไม่มีวันที่จะไปจากผมได้ ต่อให้ความตายที่มันอยากได้นักอยากได้หนาผมก็จะพรากความตายไปจากมัน!



“ โอ้ย! มึงเป็นบ้าอะไรของมึง!! “

“ ต่อไปนี้มึงต้องอยู่ที่นี่มึงจะไม่ได้ออกมาเจอหน้าลูกมึงอิก “



ผมเหวี่ยงมันเข้าไปในห้องนอนรับแขกที่ไม่ค่อยเปิดใช้เท่าไหร่เพราะบ้านผมไม่ได้รับแขกอะไรขนาดนั้น​



“ อย่านะครูส ฮึก ฮือ !! “



ผมเหยียดสายตามองมันที่คลานเข่าเข้ามากอดขาผมเอาไว้อย่างน่าสงสาร แต่สำหรับผมมันไม่เลยสักนิด



กูเตือนมึงแล้ว


ผมก้มลงแกะแขนของคอสที่กำลังกอดขาผมเอาไว้อยู่​



“ ขอร้อง ครูสจะขังคอสก็ได้แต่ขอให้คอสเจอลูกเหอะนะ ครูส “​


ผมได้ยินเสียงคอสพึมพำคำว่าได้โปรดซ้ำไปซ้ำมา 


ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาอย่างน่าสงสารกำลังขอร้องอ้อนวอนกับผม น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกมาจากดวงตามันหลดลงไปผสมกับเลือดจากคอที่ผมฝากรอยแผลเอาไว้



“ มึงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อลองอะไรกับกูได้ “​



ปัง!!!! 



ผมปิดประตูกระแทกจนเสียงดังลั่นบ้านพร้อมกับคล้องกุญแกเส้นใหญ้เอาไว้อย่างหนาแน่น​



ปัง!! ปัง!! ปัง!!!



“ ปล้อยกู!! ฮึก! ปล้อยกูเดี๋ยวนี้!!!!!!!!“



ผมเดินลงจากบันไดพร้อมกับเสียงอาละวาดของคอส เสียงตู้ เสียงแจกัน ล้มละเนละนาด พร้อมกับเสียงกรีดร้องของคอส





มันเพราะดีนะ ผมคิดว่าผมชอบมัน ..
























-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ไม่ได้หายไปไหนค่ะ ศรีแค่ดองไว้เฉยๆ พระเอกใกล้ได้รับบทเรียนแล้วค่ะทูกกคลล 

เป็นกำลังใจน้องคอสด้วยสงสารนางเนอะ 

ตอนนี้ศรีเปิดเรื่องใหม่ด้วยนะคะ เรื่อง แย่ง รับรองว่าทุกคนจะได้รับความจิตของตัวเอกที่ไม่เหมื่อนใครแน่นอน ศรีลงไปตอนนึงแล้ว ศรีรับรอบว่าน้องใหม่ที่ศรีพึ่งคลอดออกมานั้น ไม่แพ้ คอส หรือ ซา(จากเรื่องมึงแย่งผัวกู) แน่ๆค่ะ

แต่ศรีจะลงเรื่องนี้ให้จบก่อน ฝากติดตามให้กำลังใจศรีด้วยเด้อ 


ปล. ศรียังไม่ได้ตรวจคำผิด 


1 คอมเม้น = 1 กำลังใจ ยิ่งมีกำลังใจศรียิ่งอยากลงนิยาย ตอนต่อไปศรีแต่งไว้อยู่แล้วค่ะไว้จะลงทีหลังนะคะ








ความคิดเห็น