facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Regain Control : Part 5 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 22:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Regain Control : Part 5 [100%]
แบบอักษร

​5


ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าการเล่นสนุกในครั้งนี้จะส่งผลร้ายกับตัวเอง แค่เรื่องธุรกิจยังพอว่าเพราะคนอย่างมาคัสกู้คืนกลับมาได้อยู่แล้ว แต่นี่เขากลับถูกจำกัดอิสรภาพด้วยนี่สิ! ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าไอ้เจ้าของโรงแรมนั่นต้องการอะไร และเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องทั้งหมดนี้ทำไม ไหนจะยังข้อเสนอบ้าๆ ที่เคยยื่นให้กันนั่นอีก

ยอมเป็นคนของหมอนั่นเนี่ยนะ!**?

แค่เพราะเขาใช้โรงแรมนี้ในการเจรจาธุรกิจเท่านั้นน่ะหรือ ไร้สาระสิ้นดี ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

ไม่น่าถลำเข้ามาเล่นเกมนี้ตั้งแต่แรก!

มาคัสกวาดตามองไปรอบๆ ห้องชั้นบนสุดของโรงแรมหรู เดาเอาว่าคงจะเป็นชั้นเดียวกับห้องทำงานของโยฮัน แต่ฝั่งนี้เป็นฝั่งห้องพัก และคงเป็นห้องของโยฮันไม่ผิดแน่ ดูได้จากเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงตกแต่งต่างจากห้องอื่นๆ ที่เขาเคยเห็น ประตูถูกล็อกจากด้านนอกเพราะไม่สามารถเปิดออกไปได้ แถมชายชุดดำที่พาเขามาก็หายตัวไปแล้วเสียด้วย

หวังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาลูอิสแต่กลับหาเจ้าเครื่องอิเลคทรอนิคส์นั่นไม่พบ ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีอะไรเลยนอกจากเสื้อผ้าที่สวมอยู่

ให้ตายสิวะ!

หางตาเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ประจำห้อง แต่เมื่อลองยกหูขึ้นฟังก็พบว่าไม่ใช้ไม่ได้ จึงกระแทกวางลงตามเดิม ไร้ประโยชน์สิ้นดี เท่านี้เขาก็ขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้แล้ว

คิดได้ดังนั้นจึงเดินกระทืบเท้าตรงมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำเนื้อดีกลางห้องแทน หันหน้าออกสู่วิวเมืองสุดลูกหูลูกตา แต่ตอนนี้ต่อให้ตรงหน้าสวยงามมากแค่ไหนก็ดับความขุนมัวในใจเขาไม่ได้อยู่ดี ยิ่งคำพูดของโยฮันวันนี้ลอยกลับเข้ามากระทบความคิดให้อารมณ์เสียมากขึ้นไปใหญ่

‘เราตกลงกันแล้วไงว่าคนนี้ของฉัน นายจัดการส่วนของนายไป’

ใครเป็นของใครวะ เขาไปเป็นของหมอนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!

ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าก็ยังไม่มีทีท่าว่าเจ้าของห้องจะกลับ เขาจึงไม่รู้ว่าจะระบายความโกรธที่มีอยู่ลงกับใคร แถมท้องดันร้องขึ้นมาเสียด้วย 

ในเมื่ออยากจับเขามาขังไว้นักก็รับผิดชอบด้วยแล้วกัน

มาคัสเดินไปเคาะประตูหน้าห้องซึ่งมั่นใจว่ามีคนเฝ้าอยู่แน่ และเอ่ยเรียก

"นี่ มีใครอยู่บ้างนอกหรือเปล่า"

"...." ไร้เสียงตอบรับ

"ฉันรู้นะว่ามี"

"...." แต่ฝั่งนั้นก็ยังคงเงียบให้นึกหงุดหงิดใจอยู่ดี

"จะขังฉันไปจนถึงเมื่อไหร่ แล้วเมื่อไหร่เจ้านายของพวกนายจะกลับ ฉันหิวแล้วนะ นี่มันได้เวลากินข้าวเที่ยงของฉันแล้ว" คนที่ไม่เคยนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำลงไปบ่นด้วยความเซ็ง จะให้หาทางหนีในความสูงขนาดนี้ก็คงทำไม่ได้ อีกอย่างเอกสารการค้าของเขาดันอยู่ในมือโยฮัน เกิดหมอนั่นเอาไปให้ตำรวจล่ะเป็นเรื่องใหญ่แน่

คุกไม่ใช่สถานที่น่าอยู่สักนิด

"ถ้าจะขังกันไว้แบบนี้ก็เอามื้อเที่ยงมาให้ฉันด้วย"

นี่คงเป็นนักโทษที่ไม่สำเหนียกสถานะของตัวเองที่สุดแล้ว ชายชุดดำหน้าห้องได้แต่มองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะนายสั่งไว้เพียงเฝ้าไม่ให้คลาดสายตาเท่านั้น แต่คนด้านในยังคงไม่ลดละ สุดท้ายจึงต้องต่อสายหาเจ้านายตัวเอง

ไม่นานหลังจากนั้นบานประตูที่ล็อกอยู่ก็เปิดออก พร้อมกับบริกรเข็นรถอาหารเข้ามาภายใน กลิ่นหอมฟุ้งโชยคลุ้งจนนักโทษกิตติมศักดิ์ลุกขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ

ก็ไม่คิดว่าจะได้ตามที่ขอจริงๆ แถมเป็นอาหารชั้นเลิศในเลานจ์ของโรงแรมเสียด้วย หันไปมองทางประตูก็เห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าอยู่จริงๆ แต่ไม่ใช่ไคล์ที่เป็นคนพาเขามา

"โยฮันอยู่ไหน" มาคัสถามเสียห้วน ทั้งสองคนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนหนึ่งในนั้นจะตอบกลับมา

"กำลังเดินทางกลับมา"

ก็พูดได้นี่ แล้วทำไมเมื่อกี้เรียกตั้งนานไม่ยอมตอบ

"แล้วเขาพาฉันมาที่นี่ทำไม" 

แต่กลับไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ เมื่อบริกรจัดการกับอาหารที่นำเข้ามาให้เสร็จก็เดินออกไป พร้อมๆ กับที่ประตูห้องปิดลงตามเดิม 

ให้มันได้อย่างนี้สิ ง้างปากยากพอๆ กัน

แต่ด้วยเพราะกระเพาะยังคงส่งเสียงประท้วง ร่างโปร่งจึงจัดการกับอาหารที่ถูกนำเข้ามาเสิร์ฟอย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ

เมื่อท้องได้รับการเติมเต็ม จิตใจจึงสงบและสมองโลดแล่นเหมือนอย่างเคย ประเมินจากสถานการณ์ตอนนี้ดูท่าเขาจะแย่จริงๆ เสียแล้ว แต่แน่นอนว่ามาคัสก็คือมาคัส

แค่เขายอมรับข้อเสนอโดยการ อยู่ที่นี่ เพียงเท่านั้นโยฮันก็จะไม่นำข้อมูลของเขาส่งให้ตำรวจแล้ว ง่ายๆ แค่นั้นเอง แต่แน่นอนว่าเราต้องตกลงเงื่อนไขเรื่องนี้กันอย่างจริงจังอีกครั้ง มีหลักประกันอะไรว่าเขาจะไม่เอาเรื่องนี้ส่งให้ตำรวจจริงๆ และเขาต้องอยู่แบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ ที่สำคัญ...

อยากรู้เหมือนกันว่าคนแก่แบบนั้นจะกำราบเขาอย่างไร

เป็นคนเริ่มเรื่องนี้เองก็คอยดูเอาเถอะว่าใครจะเป็นฝ่ายปวดหัวกันแน่

มาคัสลุกขึ้นเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องเพื่อเก็บข้อมูล ตัวห้องเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ที่คงจะกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของชั้นหรืออาจจะมากกว่า แยกโซนห้องนอน ห้องครัว และห้องโถงออกเป็นสัดส่วน จากที่กวาดตาดูผ่านๆ น่าจะมีห้องมากกว่าสองห้อง 

คงใช้ที่นี่แทนบ้าน

จริงจัง บ้างาน รักความถูกต้อง เป็นคนที่เกิดในยุคนี้แน่เหรอเนี่ย ช่างตรงไปตรงมาแตกต่างจากมาคัสอย่างสิ้นเชิง แถมโทนสีภายในยังเป็นเอิร์ธโทนสบายตา

ก็เหมาะกับคนแก่พันธุ์นั้นล่ะนะ

ไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเลย 

มาคัสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย นั่งลงบนโซฟาตัวเดิม ยกขาที่ยังคงสวมรองเท้าขึ้นพาดโต๊ะกระจกตรงหน้ารอเวลาเจ้าของห้องกลับ

และก็เพียงไม่นาน เมื่อบานประตูเปิดเข้ามาอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ในเชิ้ตขาวที่บัดนี้ไม่เรียบร้อยเหมือนเคย กระดุมบนปลดออก เนคไทหายไปแล้ว ในมือถือเสื้อสูทยับย่นเอาไว้  

ภาพแรกที่เห็นเมื่อเดินเข้ามาคือเจ้าเด็กพยศนั่งไขว้ขากระดิกเท้าสบายใจอยู่บนโต๊ะของเขา แถมฮำเพลงอย่างไม่ทุกข์ร้อนสักนิด และไม่คิดจะเปลี่ยนท่าทางทั้งที่เจ้าของบ้านกลับมายืนอยู่ตรงหน้านี้แล้ว โยฮันจดเรื่องนี้เอาไว้ในใจว่าเจ้าเด็กแสบต้องถูกอบรมเรื่องมารยาท

"มาสักที รอจนจะหลับอยู่แล้วเนี่ย" ไม่พูดเปล่าเมื่อมาคัสทำท่าหาวเป็นภาพประกอบด้วย

กินอิ่มนอนหลับ ต่างจากเด็กเล็กๆ ตรงไหน ไหนจะยังไอ้นิสัยรักสนุกจนไม่รู้จักคิดนั่นอีก เป็นลูกเป็นหลานจะจับสั่งสอนเสียให้เข็ด แต่ในกรณีนี้แค่ตีคงไม่พอ

"อเล็กตายแล้ว" โยฮันมองข้ามท่าทางเหล่านั้นไปก่อน และเลือกบอกข่าวที่คิดว่าจะทำให้มาคัสสำนึกอะไรได้บ้าง แต่เจ้าของร่างโปร่งกลับชะงักไปเพียงนิด จับสังเกตได้ไม่ถึงสิบวินาทีด้วยซ้ำ ก่อนจะไหวไหล่อย่างช่วยไม่ได้ และไม่ใช่ความผิดของตน

"จัดการศพให้แล้วใช่มั้ย"

เพียงเท่านั้นความอดทนของคนที่อายุมากกว่าก็ขาดผึง

"นั่นคือสิ่งที่นายควรจะพูดงั้นเหรอ! นี่มันไม่ใช่เกมที่พอตายแล้วจะใช้ยาชุบชีวิตให้ฟื้นขึ้นมาได้ใหม่นะ นี่มันหมายถึงชีวิตของคนคนหนึ่ง"

"แล้วไงล่ะ ฉันเป็นคนยิงหมอนั่นหรือไง นายเองต่างหากที่พาดีแลนมาที่นี่ อีกอย่างมันก็รนหาที่ตายเอง แถมยังแว้งกัดคนที่ชุบเลี้ยงดูมันเพื่อเอาตัวรอดอีก คิดว่าฉันควรเสียใจที่มันตายหรือไง"

"แต่เขาเป็นคนสนิทของนายนะ" โยฮันแย้งด้วยความไม่อยากเชื่อ เขารู้ว่ามาคัสไม่สนใจอะไรนอกจากตัวเอง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเฉยชาถึงขนาดคนตายแล้วยังไม่รู้สึกอะไรแบบนี้

"มันไม่ใช่ตั้งแต่โบ้ยความผิดมาให้ฉันแล้ว" มาคัสวาดขาลงมาด้านล่างและเถียงกลับไป

ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักลูกน้อง แต่คนอย่างอเล็กทำตัวของมันเอง สมควรแล้วกับสิ่งที่มันทำ ขัดคำสั่งเขาโดยไม่เห็นหัว แบบนี้แล้วจะให้อาลัยอาวรณ์อะไร ลูอิสต่างหากที่เขานึกห่วง เพราะหมอนั่นหายไปตั้งแต่กลับมาถึงที่บ้านแล้ว ไม่รู้ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง

แต่ก่อนที่มาคัสจะได้เอ่ยปากถามถึงลูกน้องคนสนิท ประตูก็เปิดเข้ามาอีกครั้ง ไคล์เดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางในมือ 

"ขอโทษครับ ผมเอาของเข้ามาให้" กระเป๋าถูกเลื่อนมาหยุดอยู่ด้านข้างโยฮัน ก่อนร่างสูงในชุดดำจะผละออกไป ความคุ้นตาของกระเป๋าใบนั้นทำให้มาคัสลุกขึ้นยืน

"นั่นมันอะไร"

"ของของนาย"

"แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่" เจ้าตัวหันไปมองหน้าโยฮันอย่างเอาเรื่อง ทั้งที่เขายังไม่ได้ตอบตกลง แต่ก็พอเดาอนาคตของตนได้ลางๆ แล้ว

"เพราะนายจะมาอยู่ที่นี่...กับฉัน"

แม้รู้อยู่แล้วว่าการถูกพาตัวมาที่นี่หมายความว่าอะไร แต่ความไม่เข้าใจมีมากกว่า ผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรจากเขากันแน่ เที่ยวเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตของใครต่อใครเป็นเรื่องปกติหรือไง ถ้าทนเห็นคนทำความผิดไม่ได้ ไม่ต้องลากชีวิตตัวเองเข้าไปพัวพันกับคนครึ่งโลกเลยหรือ ทำไมต้องเป็นเขา

"พิศวาสฉันมากขนาดนั้นเลยหรือไง" มาคัสหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเล่นงาน เพราะสัมผัสในห้องอาหารวันนั้นยังคงเจือจางอยู่ที่ริมฝีปาก และโยฮันเป็นฝ่ายเริ่มมันก่อน จะไม่ให้คิดแบบนี้ได้ยังไง "ฉันสงเคราะห์ให้ได้นะถ้านายอยากสานต่อ"

"ในตำแหน่งไหนล่ะ" ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาหามาคัสด้วยสายตาแปลกไปจากเดิม ไม่ใช่นักธุรกิจหนุ่มผู้สุขุมอย่างทุกที เวลานี้ประกายสีทองวิบวับในดวงตาสว่างจ้าจนมาคัสต้องมองเขาใหม่เสียแล้ว

มือหนายกขึ้นปลดกระดุมเสื้อออกเพิ่มเป็นสามเม็ด เผยแผงอกแกร่งรำไร ดวงตาจ้องคนตรงหน้าไม่วางตา แต่คนอวดดีกลับยกยิ้มและผลักร่างสูงลงกับโซฟาและเป็นฝ่ายตามไปคร่อมทับเสียเอง ระยะห่างเพียงคืบทำให้สัมผัสความร้อนผ่าวจากร่างกายกันและกันได้ดี

มาคัสก้มหน้าลงไปใกล้อีกนิด เพื่อเอ่ยสำทับ

"ฉันไม่เคยอยู่ข้างล่างให้ใคร"

ประโยคนั้นได้รับรอยยิ้มกว้างตอบกลับ "ฉันไม่เกี่ยงหรอกว่าอยู่ตรงไหน เพราะต่อให้อยู่ตรงนี้" ใบหน้าหล่อเหลายกขึ้นใกล้คนด้านบนอีกนิด จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจขวางกั้น "ฉันก็ลงโทษนายได้เหมือนกัน"

จบคำพร้อมกับแรงกดจากด้านหลังคอล็อกใบหน้ามาคัสให้รับการจู่โจมจากคนด้านล่าง ฟันคมขบกัดริมฝีปากจนได้เลือดราวกับอยากสั่งสอน แรงขัดขืนเกิดขึ้นทันที แต่เพราะท่อนแขนแกร่งอีกข้างล็อกเอวมาคัสไว้แน่นทำให้ไม่สามารถถอยหนีไปได้ การต่อสู้ที่ใช้แรง ริมฝีปาก และน้ำลายจึงเริ่มขึ้น แน่นอนว่าคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายย่อมพ่ายแพ้ เพราะในเวลานี้ลิ้นสากร้อนกำลังกวาดต้อนคนด้านบนจนจนมุม ทั้งที่ร่างโปร่งมั่นใจว่าตัวเองเก่งแต่เวลานี้กลับไล่ไม่ทัน ในปากคละคลุ้งไปด้วยคาวเลือด แต่ไม่มีใครสนใจ เมื่อคนหนึ่งตั้งใจจะสั่งสอน ส่วนอีกคนสู้เต็มที่ จนเมื่อผละออกจึงมีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวพ่นใส่กัน

มาคัสผละออกจากร่างสูงได้สำเร็จ ยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายที่ไหลย้อนลงมาจากมุมปากตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก่อนสะดุ้งเมื่อแตะโดนแผลที่อีกฝ่ายสร้างไว้ ไม่ใหญ่มากแต่ก็ทำให้เจ็บจี๊ดได้เหมือนกัน

"เห็นหรือเปล่าว่าฉันไม่มีปัญหา ...ต่อให้นายอยู่ข้างบน"

จากที่เป็นฝ่ายสบประมาทกลับถูกตอกกลับเสียเอง มาคัสกัดฟันกรอด พึมพำรอดไรฟันเบาๆ 

"อย่าเผลอแล้วกัน"

"หึ" นักธุรกิจหนุ่มขำให้กับท่าทางราวแมวยักษ์กำลังพองขน จะว่าน่าเอ็นดูมันก็น่าเอ็นดูอยู่หรอก แต่นิสัยร้ายเหลือรับคงต้องดัดกันอีกนาน

มาคัสถอยกลับไปยืนตัวตรงและจัดการกับเสื้อผ้ายับย่นของตัวเองให้เข้าที่ สถานการณ์เสียเปรียบตรงหน้าทำให้เขามองหาข้อต่อรอง

"สรุปว่าจะให้ฉันอยู่ที่นี่ใช่มั้ย" 

"ขึ้นอยู่กับนาย ฉันไม่ได้บังคับ"

ไม่ได้บังคับบ้าอะไรวะ**เอาข้อมูลลับมาขู่กันขนาดนั้น!

"ถ้าฉันเลือกที่จะไม่อยู่ นายจะเอาข้อมูลของฉันไปให้ตำรวจงั้นสิ"

"ฉันทำเป็นไม่เห็นสิ่งที่นายทำไม่ได้"

"ก็เลยจะขังฉันไว้ที่นี่แทนที่จะส่งเข้าคุก?" 

โยฮันจ้องท่าเลิกคิ้วถามกวนอารมณ์กลับมาของมาคัสด้วยความไม่ชอบใจ ทั้งที่เมื่อครู่นึกเอ็นดูอยู่หยกๆ ยิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งทำให้เขามั่นใจในความคิดของตัวเอง

"ฉันจะทำให้นายเปลี่ยน มันยังไม่สายถ้านายคิดจะกลับตัว"

"มั่นใจจริงนะ"

รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนอายุน้อยกว่า อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำยังไง ไม่ใช่ว่าดีแต่ปากหรอกนะ อีกอย่างก็ไม่เสียหายอะไรนี่ ไม่ถูกส่งเข้าคุก แถมได้อยู่ฟรีกินฟรีในโรงแรมหรูแบบนี้ ไหนจะยังผลกระทบกับงานของเขาอีก แน่นอนว่าคนที่สูญเสียไม่ได้มีแค่เขาและคนพวกนั้นย่อมไม่อยู่เฉยแน่ ในเมื่อเขาเสียกำลังคนทั้งหมดไป อยู่ที่นี่ก็คงปลอดภัยดีเหมือนกัน เมื่อคิดถึงข้อได้เสียแล้วมาคัสก็ยังได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้อยู่บ้าง

ในฐานะที่ทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวาย หมอนี่ก็ต้องรับผิดชอบล่ะนะ

"ก็ได้ ฉันอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่เราต้องมาทำข้อตกลงกันหน่อย"

"ไม่จำเป็น"

คนที่กำลังจะยื่นข้อเสนอหน้าตึงขึ้นมาทันที เมื่อโยฮันโบกมือบอกปัดไปโดยที่ยังไม่ทันได้ฟังข้อตกลงอะไรด้วยซ้ำ และยิ่งกำมือเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดกับประโยคสุดท้ายที่ได้ยิน

"นายไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตกลงอะไรได้อีกแล้วเด็กน้อย เพราะนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

...นายคือคนในปกครองของฉัน"





TBC.

>>>>>

หายไปหลายวันเลย ขอโทษนะคะ 

ตอนนี้ปิดอีกเรื่องไปแล้ว น่าจะมีเวลาให้คู่นี้ได้มากขึ้น จะรีบมาต่อน้าา

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจค่า

ฝากเพจของนิลด้วยน้า >>> 

https://www.facebook.com/ninyamanee/

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว