ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20 :: หลงเลย

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 :: หลงเลย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 10:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 :: หลงเลย
แบบอักษร

หลงเลย

ถึงช่วงสี่ห้าวันที่ผ่านมาผมกับมิคจะเจอกันไม่บ่อยแต่ความฟินที่เกิดขึ้นจากการได้ทำอะไรบางอย่างด้วยกันในวันนั้นยังคงอยู่ ยอมรับว่าหน้าบานมาหลายวัน พวกเพื่อนๆที่อยู่ด้วยกันก็แสดงความหมั่นไส้ผมเต็มที่พวกมันก็ไม่ได้รู้หรอกว่าทำไมผมถึงมีความสุข ผมไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวลึกขนาดนั้น แต่ที่มันหมั่นไส้ก็คงเห็นแหละว่าช่วงที่ผ่านมาผมอารมณ์ดี

“นี่มึงจะนั่งยิ้มทั้งวันเลยไหมไนท์ เห็นหน้ามึงแล้วโคตรหมั่นไส้” ไอ้โดมเริ่มต้นพูดคนแรก มันจ้องจะพูดเรื่องนี้ตั้งแต่เข้ามาในห้องเรียนแล้ว  จริงๆแม่งก็แซวทุกวัน แต่วันนี้ถี่หน่อยเพราะผมมีนัดกับมิคว่าจะเอามาตินกับไอ้เหมี้ยวไปฝากแม่เลี้ยงสักอาทิตย์ สาเหตุเนื่องจากอาทิตย์หน้าผมต้องไปสำรวจคล้ายกับพวกพี่เกรท มิคเองก็ต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือ เพราหลังจากที่สำรวจค่ายเสร็จกลับมาอีกไม่เกิน 2 อาทิตย์ ก็เข้าช่วงสอบมิดเทอมพอดี คือผมก็ไม่ใช่คนเก่งอะไร จริงๆแม่งไม่เก่งเลยเหอะ เกรดก็น้อย ไม่รู้จะโดนไทน์ตอนไหน เชี่ยพี่เกรทก็ยังให้ผมไปสำรวจค่ายกับมัน ยังดีที่ไปแค่สองคืน มันบอกว่าได้ที่แล้วแค่ไปดูรายละเอียดว่าวันที่ไปจัดค่ายอาสาจริงๆต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรไปบ้าง ซึ่งจริงๆมันไปกับทีมมันก็ได้ไม่จำเป็นต้องลากผมไปด้วยซ้ำ แต่ถึงจะบ่นเป็นหมีกินผึ้งยังไงคนอย่างกูก็ไม่มีทางขัดไอ้พี่เกรทได้หรอก อำนาจเต็มมือขนาดนั้น มันบอกให้ผมไปซ้ายผมจะไปขวาได้เหรอ

“แหงดิ ก็คนมีความสุข” ผมยิ้มมุมปากแล้วยักไหล่ส่งไปให้มัน พวกไอ้ต้นเบ้ปากอีกรอบ

“กูล่ะอยากรู้จริงๆว่าน้องทำอะไรให้มึงมีความสุข”

“เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องที่กูอยากเก็บไว้ในความทรงจำของกูคนเดียวว่ะ” เสียงอ้วกจากพวกมันดังขึ้นพร้อมกันจนพวกที่นั่งอยู่ข้างหน้าหันมามอง

“มองไรวะเดียร์แอบชอบกูเหรอ”

“ชอบพ่อมึงสิต้น เสียงดังฉิบหายเงียบๆหน่อยเหอะ”

“อาจารย์ยังไม่เข้าเลยมึงรีบเหรอ”

“ถึงยังไม่เข้ามึงก็ควรมีมารยามหรือเปล่า ไอ้สัด” ด่าพร้อมขว้างยางลบมาใส่หน้าไอ้ต้นด้วย เชี่ยต้นไม่ได้ทำอะไรแค่หัวเราะขำเฉยๆ ส่วนเดียร์ก็ยกนิ้วกลางใส่ไอ้ต้นก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนต่อ

เป็นไงครับผู้หญิงคณะผม นี่แค่ส่วนหนึ่งที่เห็นนะ

ทั้งไอ้ปลาและไอ้เดียร์แต่ล่ะคนแม่งน่ากลัวสุดๆ จริงๆแม่งก็น่ากลัวทั้งคณะแหละ ภาพลักษณ์สวยๆไม่ได้ช่วยอะไรเมื่ออยู่คณะนี้ เหมือนผู้หญิงคณะวิศวะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งที่มากกว่าผู้ชายไปแล้ว

“แล้วนี่น้องมันยอมไปบ้านมึงได้ไงวะ” ไอ้กู๊ดที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันมาถามผมด้วยความสงสัย

“กูบอกน้องว่าแม่อยากเจอ”

“แล้วน้องยอมไปง่ายๆอ่ะนะ” ปลาที่นั่งอยู่ด้วยกันก็หันมาเสือกอีกคน จริงๆพ่อกับแม่ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องการคบใคร เขาสองคนหัวสมัยใหม่พอกับเรื่องพวกนี้ ผมเคยพาหมิวแฟนเก่าสมัยมัธยมไปบ้านครั้งนึงแต่ครั้งนั้นที่พาไปพาไปในฐานะเพื่อน ส่วนมิคครั้งนี้ที่พาไป ผมก็ยังไม่ได้บอกพวกท่านว่าน้องเป็นอะไรกับผมบอกแค่ว่าเป็นเจ้าของแมวที่จะเอามาฝากไว้และเป็นรุ่นน้องที่มหาลัยเท่านั้น

“ก็งอแงนิดหน่อยแต่ระดับกูแล้วถ้าอยากได้ต้องได้” มิคงอแงเรื่องจะไปบ้านผมจริงๆ ขนาดผมบอกกับน้องไปแล้วว่าจะพาไปในฐานะรุ่นน้องที่มหาลัยเขาก็ยังยืนยันว่าจะไม่ไปท่าเดียว สุดท้ายเลยเอาของกินมาล่อ บอกกับเขาว่าแม่ทำกับข้าวอร่อยมากเคยเป็นเชฟระดับโรงแรมมาก่อนแถมทำบานอฟฟี่พายอร่อยติดอันดับโรงแรมด้วย แน่นอนว่าตอนที่บอกไปผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ามันจะได้ผล แต่พอเห็นเด็กตรงหน้าเม้มปากแน่นแล้วเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาแวววาว ก็รู้ทันทีว่าเขาเสร็จผมแล้ว

น้องตอบตกลงทันทีหลังจากที่ผมถามกลับไปอีกรอบว่าเอาไง

เด็กเห็นแก่กินอย่างมันมีไม่กี่อย่างหรอกที่จะเอามาเป็นข้อต่อรองได้

“แหมพูดอย่างนี้ เหมือนมึงได้น้องแล้วเลยค่ะ”

“หึ” ผมไม่ตอบเพราะรู้ว่าไอ้ปลากำลังหลอกถาม คนอย่างมันถ้ายังไม่มั่นใจอะไรก็จะหลอกถามไปเรื่อย ครั้งนี้ก็เหมือนกันผมเลือกที่จะยิ้มมุมปากแล้วยักไหล่บอกมันเป็นภาษากายให้ไปคิดเอาเอง ไอ้ปลาเห็นผมทำแบบนั้นมันเลยยิ่งหงุดหงิด

“เชี่ยไนท์นิสัยเสีย” มันหันไปโวยวายกับไอ้กู๊ดเพราะเห็นว่าผมไม่คิดจะโต้ตอบอะไรมัน

“ก็จะไปอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเขาทำไมล่ะครับ”

“ก็แค่อยากรู้ไหมอ่ะ” กู๊ดยิ้มแล้วยกมือขึ้นลูบหัวแฟนมัน

“ก็แค่อยากรู้ไหมอ่าาา” พวกไอ้โดมไอ้ต้นเลียนเสียงไอ้ปลาเสร็จก็ผิวปากแซวสองคนนั้นต่อเนื่อง อย่างที่บอกไปครับกู๊ดกับปลาเป็นแฟนกันแล้ว ตอนแรกไอ้ปลาจะไม่บอกด้วยแต่โดนพวกผมจับได้ก่อน

คนขี้เสือกอย่างไอ้ต้นไล่บี้ความสัมพันธ์ของมันสองคนจนไอ้กู๊ดออกมายอมรับว่าคบกันจริง

ซึ่งหลังจากที่ยอมรับว่าคบกัน มันสองคนโดนแซวยับ ไอ้ปลาเป๋ไปอยู่พักนึง ยังดีที่กู๊ดเป็นผู้ชายหนักแน่นไม่หือไม่อือแค่ยิ้มเบาๆแล้วยืนให้แฟนมันเกาะตอนด่ากลับพวกไอ้ต้น

ผมดีใจนะที่เพื่อนมีความสุข เพราะช่วงนี้ความสุขมันก็เข้ามาทักทายผมจนแทบกระอักเหมือนกัน แต่จะมีความสุขกว่านี้ถ้ามิคยอมมานอนช่วงเสาร์อาทิตย์กับผม ซึ่งเรื่องนี้ผมยังไม่ได้ยื่นข้อเสนอกับน้องเลย กำลังหาจังหวะคุยอยู่กลัวว่าเข้าไปคุยแบบโต้งๆน้องจะหาว่าผมไปเร่งรัดเรื่องแบบนั้นกับเขา

“อ่าวเงียบๆหน่อย” ไม่รู้ว่าอาจารย์เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ห้องเรียนขนาดคนจุเกือบ 300 คนแบบนี้กว่าจะเงียบหมดก็ใช้เวลาเกือบ 5 นาที เด็กสาขาผมมีอยู่ประมาณร้อยกว่าคนกระจายอยู่ทั่วห้องหันไปมองอาจารย์และกลุ่มนักศึกษาที่เข้ามาใหม่ “พวกวิศวะช่วยขยับที่ให้คณะอื่นเขานั่งบ้าง แบ่งกันไปนั่งฝั่งซ้ายเลยก็ได้”

“คณะอื่นไรจารย์ ปกติที่เรียนห้องนี้ก็มีแค่พวกเราไม่ใช่เหรอครับ”

“ใช่ แต่หลังจากนี้ไปจะมีน้องๆเภสัชปีหนึ่งมาเรียนกับเราจนจบคลาสเพราะอาจารย์ sec นู้นเขาลาคลอด รู้อยู่แล้วนี่ว่าวิชาเลือกมหาลัยมันต้องเรียนรวมกับคณะอื่น ขยับให้น้องๆเขานั่งหน่อย” พอได้ยินว่าจะมีคณะอะไรมาเรียนรวมด้วยผมก็รีบเงยหน้าขึ้นทันทีมองดูว่ามีคนที่อยู่ในหัวมาด้วยไหม

และก็มาจริงๆเขาเข้ามาพร้อมกับพวกเพื่อนๆในกลุ่มเขา

“ฮิ้ววว เด็กเภสัชน่ารักจังเลยครับอาจารย์”

“ใส่กาวบางๆถ้ายังไม่อุ่นมารับช็อปจากพวกพี่ไปใส่ได้เลยนะครับน้อง”

“จำได้ว่าน้องคณะนี้มีแฟนไอ้ไนท์ใช่เปล่าวะ อยากเห็นหน้าชัดๆครับคนไหนยกมือแสดงตัวหน่อยเร็ว”

“เออว่ะ คนไหนวะไนท์ วันนั้นงานขายบัตรพวกกูก็ยังไม่เห็น” มิคพอรู้ว่ามีคนพูดถึงตัวเองก็ดึงชีทขึ้นบังหน้าแทบจะทันที เขาเดินเกาะกลุ่มพื่อนมานั่งอยู่แถวหลังสุดของห้อง แถวเดียวกับผมแต่คนล่ะฝั่ง

Nighteiei::ไงครับแฟน หน้ายู่เชียว*สติ๊กเกอร์หมีกอด*

ตอนแรกน้องยังไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเขาหยิบแค่ชีทออกจากกระเป๋า หยิบแว่นขึ้นมาใส่  ซึ่งพูดกันตามตรงครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นน้องในห้องเรียน และก็เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขาใส่แว่น

ไม่แน่ใจว่าน้องสายตาสั้นเท่าไหร่ แต่คิดว่าไม่น่าสั้นมาก เพราะชีวิตปกติประจำวันเขาก็ไม่ได้ใส่จริงๆการใส่แว่นของน้องมันก็ดูเนิร์ดๆนั่นแหละ แต่ความน่ารักกับความขาวแม่งทะลุแว่นออกมาเลย

แม่งเอ๊ย นี่ผมยังมีอะไรอีกไหมวะที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับน้องมิคมีเรื่องให้ผมตื่นเต้นได้เสมอเลย ทำไมมึงต้องน่ารักขนาดนี้ด้วยวะมิค กูจะตายแล้วเนี่ย

Mmmicx :: พี่ไนท์นั่งอยู่ตรงไหน

Nighteiei–แถวเดียวกับมึงแต่อีกฝั่งมานั่งด้วยกันไหม**

ผมชะโงกหน้าบอกน้องพร้อมกับส่งสัญญาณมือให้เขาเห็น มิคหันมามองเสร็จก็หันกลับไปพิมพ์ไลน์ต่อ

Mmmicx :: *สติ๊กเกอร์กระต่ายพูดNo!*

Nighteiei :: ปฏิเสธแบบนี้เอามีดมาแทงกันเหอะ

Nighteiei :: *สติ๊กเกอร์ปิดหน้าร้องไห้*

Mmmicx :: อาจารย์จะสอนแล้วผมไม่คุยแล้วนะ

Nighteiei :: เด็กเรียนเหรอ

Mmmicx*::* เออดิ

ผมส่งสติ๊กเกอร์ตอบกลับไปให้น้อง เขาอ่านแล้วแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา สุดท้ายผมเลยทำได้แค่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้วหันหน้าไปมองฝั่งที่มิคนั่งอยู่ การนอนฟุบกับโต๊ะโดยที่คนอื่นนั่งเรียนกันอยู่มันเลยทำให้ผมเห็นหน้ามิคค่อนข้างชัด เวลาน้องเรียนดูตั้งใจจังวะ จดตลอด คิ้วขมวดด้วย

“เยอะสาดดดด” ไอ้โดมที่นั่งอยู่ข้างๆมันม้วนชีทเป็นวงกลมแล้วตีเข้าที่หัวผมสองสามที “มองกันที่ห้องไม่พอรึไงครับเพื่อน”

“ไม่พอว่ะ จริงๆอยากมองตลอด 24 ชั่วโมง”

“นี่ถ้าแม่งเอาล่ามขาตัวเองไว้ได้คงล่ามไปแล้ว” ไอ้ต้นพูดเสริม ผมไม่ได้ตอบรับเสียงแซวพวกมัน แค่มองตรงไปยังน้อง มุมปากยกยิ้มเบาๆภายใต้แขนที่ฟุบอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมองน้องอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เพื่อนๆมิคสะกิดให้น้องหันมามองผม

*“อะไร”* เขาขยับปากพูดแบบไม่มีเสียง ส่วนผมทำได้แค่ส่ายหน้าตอบน้องกลับไป ก็มันไม่มีอะไรจริงๆนี่หว่าผมก็แค่อยากมองหน้าน้องตอนเรียนเฉยๆ

*“ประสาท”* พอด่าเสร็จมิคก็ยกมือข้างนึงขึ้นกั้นหน้าตัวเองไว้ไม่ให้ผมมอง ผมขำให้กับท่าทางเขาแป๊บนึงก็เลิกสนใจเขาแล้วหันมามองกระดานที่อาจารย์เริ่มสอนตั้งแต่เมื่อ 10 นาทีก่อน  เกือบ 1 ชั่วโมงอาจารย์ประจำคลาสถึงปล่อยให้นักศึกษาพักเบรค วิชานี้เรียนอาทิตย์ล่ะครั้งมันเป็นวิชาเลือกมหาลัยที่ทุกคนต้องเรียนและแม่งก็เรียนครั้งล่ะ 2 ชั่วโมงครึ่ง สำหรับผมมันเยอะมากและมีความรู้สึกว่าเยอะไป วิชาเรียนเกี่ยวกับพวกตรรกศาสตร์ที่คนอย่างผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

“มิคเอาอะไรไหม” เพื่อนผู้ชายในกลุ่มน้องคนนึงถามเจ้าตัวที่กำลังจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ผมมองตรงไปเห็นเขาส่ายหน้าปฏิเสธเพื่อนที่ถาม หลังจากบอกเสร็จมิคก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที

ในแถวผมหลายคนไปเข้าห้องน้ำซื้อขนม เพื่อนๆผมก็เหมือนกัน บางคนลงไปสูบบุหรี่ ยืดเส้นยืดสายบ้าง เพราะงั้นตอนนี้เลยทำให้คนที่อยู่ในห้องมีไม่ถึง 20 คนจากปกติเกือบ 300

รวมถึงเพื่อนๆของมิคที่นั่งเรียนอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว ผมเลยตัดสินใจเดินมาหาเขา

“เมื่อคืนนอนดึก” อัญเชิญตัวเองลงนั่งที่ว่างข้างๆแล้วยกมือขึ้นลูบหัวน้อง

 “อื้อ” ก็คงรู้แหละว่าเป็นผมถึงไม่ได้ปัดมือออกหรือเงยหน้าขึ้นมามอง

“แล้วขับรถมาได้ไง”

“ก็ค่อยๆขับมา”

“ครั้งหลังถ้านอนดึก ตอนเช้าโทรบอกก็ได้นะจะไปรับ” ผมปล่อยให้น้องขับรถมาเองแล้วครับ ถึงจะเคยบ่นเขาแต่คนดื้อแบบมิคมีเหรอจะฟังผม ยิ่งช่วงหลังมานี้เพื่อนเขาที่ชื่อนัด คนที่เคยติดรถมาด้วยประจำย้ายมาอยู่หอ มันเลยยิ่งทำให้มิคต้องขับรถมาเองทุกวัน ถ้าวันไหนน้องมีเรียนบ่ายเหมือนผมเขาจะเอารถมาจอดที่หอผมก่อนแล้วมามหาลัยพร้อมกันกับผม แต่วันนี้เขาไม่ได้เอามาจอดแสดงว่าเขามีเรียนเช้า

“เหนื่อยไหมล่ะ”

“นิดนึง”

“ก็บอกแล้วว่าให้ย้ายมาอยู่กับกู”

“..............”

“รถไม่ต้องขับ แถมไม่ต้องตื่นเช้าด้วย...”

“...........”

“จริงๆทดลองเริ่มจากการมาอยู่ช่วงเสาร์อาทิตย์ก็ได้นะ...จะได้ชินเวลาย้ายมาอยู่ด้วยกันจริงๆ” ผมฟุบตัวนอนกับโต๊ะหันหน้าเข้าหาน้อง มือข้างที่ลูบหัวน้องอยู่เปลี่ยนเป็นสางเข้าไปในเส้นผมเขาแบบที่ชอบทำแทน “แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแฟนนะครับ กูไม่ได้บังคับอะไรมึง แค่ยื่นข้อเสนอเฉยๆ แหะ แหะ”

เผื่อฟลุ๊ค

ผมหัวเราะกลบเกลื่อนความเงียบที่มิคไม่ได้ตอบอะไรออกมา จนเกือบนาทีน้องถึงเงยหน้าขึ้นมอง

“พี่ไนท์...”

“หืม”

“เอาไว้สักเทอมหน้าล่ะกันนะ ขอผมคุยกับแม่ก่อน”

“หมายถึงจะย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันหรือเสาร์อาทิตย์อ่ะ”

“ทุกวัน” ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะได้คำตอบแบบนี้กับน้อง จริงๆการที่ผมถามเขาบ่อยๆยอมรับว่าส่วนหนึ่งอยากให้เขาใจอ่อนและก็อยากได้ยินคำตอบแนวๆนี้ แต่สิ่งที่เกินความคาดหมายของผมไปก็คือไม่คิดว่าคำตอบที่ออกมามันจะเร็วขนาดนี้ไง

ตอนนี้หน้ากูคงไม่ได้กำลังยิ้มอยู่ใช่ไหมวะเชี่ยเอ๊ย หุบยิ้มไม่ได้อ่ะ

“จริงนะ”

“เออ”

“ไม่หลอกกันนะเว้ย”

“ถามมากเดี๋ยวผมก็ไม่ไปซะเลย” น้องเงยหน้าบึ้งๆส่งมาให้ผม เขาทำปากเป็ดจนผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปจับปากเขา

“อยากจูบจังเลยครับ”

“ไปไกลๆเลยพวกเพื่อนๆพี่เริ่มทยอยเข้ามาแล้ว เดี๋ยวพวกนั้นก็แซวอีก” มิคดึงมือผมออกจากปากแล้วพยัดเพยิดไปที่กลุ่มเพื่อนผมที่ทยอยเข้ามาในห้อง

“ฮิ้วๆ อิจฉาจังเลยครับผม อะไรจะหวานเบอร์นี้” ไม่ทันขาดคำพวกเด็กวิศวะที่เดินเข้ามาก็ตะโกนแซวทันที ยังดีที่อาจารย์ยังไม่เข้า ไม่งั้นคงโดนอาจารย์แซวไปด้วยอีกคน

“พอเลยพวกมึง” ผมลุกขึ้นยืน ขยี้หัวคนที่ยังนอนฟุบอยู่อีกทีถึงค่อยเดินกลับมาที่โต๊ะตัวเอง พวกเพื่อนเลิกแซวหลังจากที่อาจารย์เข้ามาสอนต่อ กว่าจะหมดคาบพลังงานที่ใช้ไปก็แทบหมด มิคไม่มีเรียนต่อแล้วเขาขับรถไปรอผมที่หอ ส่วนผมยังต้องเรียนต่ออีกคาบ เสร็จอีกทีก็ปาไปเกือบ 4 โมงเย็น กลับมาห้องก็ไม่ต้องเดาว่าแขกที่กำลังตามหาน่าจะหลับอยู่บนเตียงเหมือนเดิม

คนตัวขาวกับเตียงนอนสีขาวมันก็ดูเข้ากันดี

แต่ผมจะปล่อยให้น้องนอนไม่ได้ไงมีนัดกับที่บ้าน

“ตื่นเร็วมิค ไปอาบน้ำ เย็นแล้วเดี๋ยวแม่รอกินข้าว”

“ห้ะ อะไร...กินข้าวเหรอ” เขาสะดุ้งแล้วรีบลุกขึ้นนั่ง หัวฟูๆของน้องแม่งตลก แล้วเรื่องกินนี่จำเป็นต้องอยู่ในหัวตลอดเวลาเลยไหมครับ ทำไมเขาถึงได้น่ารักแบบนี้วะ

“เออกินข้าว ไปอาบน้ำไป”

“หิวอ่ะ”

“เดี๋ยวได้กินแน่ เชฟดังระดับโรงแรม ท่องไว้มิค ท่องไว้”

“อ่า” เหมือนน้องโดนสะกดจิตเขาพยักหน้าแบบเบลอๆแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำ เราใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะเตรียมตัวเสร็จ มาตินอยู่ในกรงหลังรถ ส่วนมิคอุ้มเจ้าเหมี้ยวไว้บนตัก ระยะทางจากหอผมไปที่บ้านไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก็ถึงมิคดูตื่นเต้นจนผมจับความรู้สึกได้

“ตื่นเต้น??”

“ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย แม่กับพ่อกูใจดี เดี๋ยวถ้ามึงเจอจะได้เห็นไอ้แสบสองคนด้วย”

“ใครอ่ะ”

“ลูกกูเอง”

“พี่ไนท์มีลูกแล้วเหรอ” หน้าไอ้มิคดูเหวอไปเลย “แล้วเมียพี่ไนท์อ่ะ”

“มึงไง”

“ตลกป่ะผมยังไม่ได้เป็นเหอะ”

“สรุปเตรียมใจได้แล้วนะว่าตัวเองจะอยู่ตำแหน่งนี้”

“ถามแบบนี้แสดงว่าพี่อยากเป็นเมียผมงั้นเหรอ” หน้าตอนถามแม่งโคตรตลกอ่ะ นี่คงไม่ได้คิดจะกดผมจริงๆใช่ไหมวะ ผมผลักหัวน้องไปที

“ฝันเหรอครับ”

“หึ” มันพ่นลมออกจากจมูกแล้วหันไปมองข้างทาง “สรุปว่าคนที่พี่พูดถึงนี่ลูกพี่จริงๆเหรอ”

“มึงคิดว่าไงอ่ะ”

“ไม่รู้ดิ คิดไม่ออก”

“ฮ่า ฮ่า เหมือนกูเห็นคนหึงหนึ่งอัตราว่ะ”

“ไม่ใช่ผมเหอะ” ปฏิเสธแล้วโยกหัวหลบมือผมที่เอื้อมไปจับ แต่สุดท้ายผมก็จับหัวน้องได้อยู่ดี ผมขยี้หัวมิคแรงๆตอนที่รถติดไฟแดง ฟุบหน้ากับพวงมาลัยแล้วจับหน้าเขาให้หันมามองผม

“ลูกพี่สาวกู เด็กแฝดชายหญิง อายุใกล้จะ 5 ขวบแล้ว กำลังซนเลยแหละ ถ้ามึงไปเห็นกูว่ามึงจะหลงรัก”  ลูกพี่สาวผมเป็นเด็กแฝดชายหญิง มันเอาเด็กสองคนนั้นมาฝากพ่อกับแม่เลี้ยงแล้วมันกับแฟนก็ไปเที่ยวยุโรปเป็นเดือน เข้าใจมันอยู่หรอกเพราะช่วงเวลาฮันนีมูนของมันหมดไปกับการเลี้ยงลูก เพิ่งจะว่างก็ตอนที่เด็กเริ่มโตนี่แหละ

“อืม”

“หึหึ”

“หัวเราะอะไรเล่า”

“ก็หัวเราะเด็กขี้หึงไง”

“ไม่ได้หึงครับ”

“แค่หวง??”

“พี่ไนท์ ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้หึงพี่...” ผมพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจแต่สีหน้าที่แสดงออกมากลับตรงกันข้ามออกไปทางกวนตีนเล็กๆ

“ถ้ามึงจะว่าแบบนั้นกูก็จะเชื่อ”

“ก็ต้องเชื่ออยู่แล้วเพราะผมพูดจริง”

“ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะของผมดังคลอไปกับเสียงวิทยุในรถ เพลงหลงเลยของไทเทเนียมมันดูเข้ากับผมมากในตอนนี้

เพราะผมกำลังหลงเขาจนหัวโงหัวไม่ขึ้น

ทั้งอยากกอดและกลืนกินเขาทั้งกายอย่างที่เพลงเขาว่าไว้จริงๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว