ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SPECIAL [ RAM x LOOKJUN ] : EP.3

คำค้น : ราม ลูกจัน ละมุน หื่น โคแก่กินหญ้าอ่อน 18+

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2562 23:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SPECIAL [ RAM x LOOKJUN ] : EP.3
แบบอักษร

ใครจะไปคิด ว่าผู้หญิงที่อยู่บนเวทีจะเป็นผู้หญิงคนนั้น คนที่ผมเกือบขับรถชนเมื่อเช้า คนที่ผมเพิ่งรู้ว่าเธอทำงานเป็นแม่บ้านที่โรงแรมผม คนที่ทำให้ผมเอาแต่คิดถึงแต่หน้าเธอจนลืมการลืมงาน แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมรู้สึกจุกได้ไง 

“ทำไมถึงเป็นเธอ” ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกผิดหวังแบบนี้ ทั้งผิดหวังทั้งจุกอยู่ในหัวใจไม่หาย ผมไม่คิดเลย ว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ หรือตกอับจนถึงขั้นต้องเอาตัวเองมาให้ผู้ชายประมูล แบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับขายตัวเลยสักนิด นี่เธอต้องการเงินขนาดนั้นเลยเหรอ หน้าตาก็ยังเด็กอยู่แท้ๆ ทำไมถึงทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้วะ!

“ห้าหมื่นครั้งที่หนึ่ง...”

“ห้าหมื่นครั้งที่สอง...”

“ห้าหมื่นครั้งที่สะ...”

“ห้าแสน!” นั่นเสียงผมเอง ที่ผมร่วมประมูลเธอ ไม่ใช่เพราะผมบ้าจี้อยากกินเด็กเหมือนไอ้พวกเฒ่าหัวงูในห้องนี้หรอกนะ จริงอยู่ ผมยอมรับว่าผมสนใจเธอ แต่ดูก็รู้ว่าเธอยังเด็กเกินไป ถึงผมจะอยากได้เธอแค่ไหน ผมก็ต้องอดใจเอาไว้ ผมไม่อยากมาตบะแตกเอาตอนแก่ แต่ที่ผมเอ่ยปากประมูล เพราะผมอยากเอาเธอมาถามให้รู้เรื่องต่างหาก ว่าเธอมีเหตุผลห่าเหวอะไรถึงได้คิดขายตัว

“โอ้! มาแล้วครับ สุภาพบุรุษใจป้ำของเรา ห้าแสนครับ มีใครให้มากกว่านี้มั้ย ห้าแสนครั้งที่หนึ่ง ห้าแสนครั้งที่สอง ห้าแสนครั้งที่...สาม!”

ปึก!

“ปิดประมูลครับ เป็นอันว่าสาวน้อยของเราตกเป็นของสุภาพบุรุษใจป้ำท่านนั้นไปอย่างไร้คำครหา โอ้โห เล่นประมูลสาวน้อยของเราไปในราคาสูงลิบลิ่วขนาดนี้ ผมไม่เชิญขึ้นมารับสาวน้อยถึงเวทีไม่ได้แล้วครับ คุณสุภาพบุรุษสุดหล่อครับ ขอเชิญขึ้นมารับสาวน้อยบนเวทีหน่อยนะครับ” เล่นเชิญกันขนาดนี้ ผมคงไม่มีทางเลือก โอเค ไปก็ไปดิ แค่ไปรับผู้หญิง(ใจแตก)บนเวทีคนเดียว มันจะไปยากอะไร! 

ผมบอกตัวเองในใจก่อนเดินตรงไปที่เวที และไม่รู้ว่าผมตาฝาดรึเปล่า ที่เห็นว่าผู้หญิงบนเวทีกำลังมองผมด้วยสายตากล้าๆกลัวๆ หน้าก็ซีด ตัวก็เหมือนจะสั่น

“เชิญครับ” ไอ้พิธีกรมันเอ่ยปากเชิญอีกทีเมื่อผมเดินไปถึงเวทีและกำลังจะก้าวเท้าขึ้นไป กระทั่งผมขึ้นเวทีแล้วเดินไปถึงตัวผู้หญิงคนนั้น ผมถึงได้รู้ ว่าเมื่อกี้ตาผมไม่ได้ฝาด เธอเหมือนกำลังกลัวจริงๆ หน้าซีดมาก ตัวก็โคตรสั่นเลย ยิ่งมือเธอยิ่งสั่นเข้าไปใหญ่ แล้วถ้าถามว่าผมรู้ได้ไงว่ามือเธอสั่นน่ะเหรอ คำตอบคือ ตอนนี้ผมถือวิสาสะจับมือเธอแล้วดึงมายืนติดกับผมแบบไม่ต้องรอให้ใครสั่ง

“เอ่อ คุณคะ...”

“ไม่ต้องพูด ฉันยังไม่ได้ถาม” ผมกระซิบตอบเธอไป เพราะเมื่อกี้เธอเป็นคนเริ่มต้นกระซิบขึ้นมาก่อน

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้พูด เพราะฉันซักเธอหมดเปลือกแน่ แค่ไม่ใช่ตอนนี้” ผมแทรกด้วยเสียงกระซิบเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือย้ำชัดถ้อยชัดคำ

“คุณสุภาพบุรุษครับ รบกวนกล่าวอะไรสักหน่อยจะได้มั้ยครับ” ไอ้พิธีกรมันพูดขึ้นมา แต่ผมไม่มีอารมณ์จะพูดอะไรทั้งนั้น

“ขอโทษครับ พอดีผมรีบ ขอตัวนะ ส่วนเรื่องเงิน พอดีผมไม่รู้ล่วงหน้าว่ามีประมูล เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมโทรให้ลูกน้องมาจัดการละกัน นี่นามบัตร รับรองไม่ชิ่ง” ผมล้วงนามบัตรให้ไอ้พิธีกร จากนั้นก็จูงมือยัยลูกไก่หน้าซีดปากสั่นให้เดินลงเวทีมาพร้อมกันเลย มือก็พลางล้วงโทรศัพท์มาโทรบอกลูกน้อง ก่อนจะวางสายแล้วรีบเร่งพาเธอไปที่รถ

“เดี๋ยว! จะพาหลานฉันไปไหน จ่ายเงินมาก่อน!” มีใครเดินตามหลังมาก็ไม่รู้ แถมกระชากแขนยัยลูกไก่ซะแรงเลย ดีนะผมจับมือเธอไว้แน่น ไม่งั้นเธอคงปลิวไปตามแรงแล้ว

“ปล่อยเธอ” ผมหันไปบอกเสียงเข้ม รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเอาดื้อๆ ผมไม่อยากให้ใครแตะต้องเธอ

“ไม่ปล่อย นี่หลานฉัน เอาเงินมาก่อน ฉันถึงจะยอมให้เอามันไปได้” ตอบมาแบบนี้ ผมรู้สึกว่าผมเริ่มเข้าใจอะไรๆขึ้นมาสักหน่อยแล้วล่ะ

“เรื่องเงินผมบอกให้ลูกน้องมาจัดการให้แล้ว คุณไม่ต้องห่วง แต่ตอนนี้ กรุณาปล่อยเธอ เธอไม่ใช่สิทธิ์ของคุณอีกต่อไป”

“ทำไมจะไม่ใช่สิทธิ์ของฉัน ฉันเลี้ยงมันมาเอง!”

“เลี้ยง? หึ งั้นผมจะบอกอะไรให้นะ เผื่อคนใจไม้ไส้ระกำอย่างคุณจะคิดไม่ได้ ว่าบุญคุณที่คุณเลี้ยงเธอมา มันหมดไปตั้งแต่คุณเอาเธอมาขายแล้วล่ะครับ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้คุณไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเธอทั้งนั้น และคุณไม่ต้องห่วง เพราะต่อจากนี้ผมจะเป็นคนดูแลเธอเอง รับรอง ว่าผมดูแลเธอได้ดีกว่าคุณอย่างแน่นอน” ผมบอกผู้ชายใจอำมหิตคนนั้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนหันไปแกะมือสกปรกของมันออกจากแขนของเธอแล้วเงยขึ้นมองเธอ 

“ไปกันเถอะ” ผมบอกแล้วจูงมือเธอไปที่รถ แต่เธอก็ทำให้ผมรู้สึกขัดใจจนได้ ด้วยการหันไปมองไอ้ผู้ชายคนนั้น

“มองทำไม อาลัยมากเหรอ ทั้งๆที่มันไม่ได้รักไม่ได้ห่วงเธอ ไม่งั้นคงไม่ทำกับเธอแบบนี้!” ผมหมั่นไส้เธอ เลยใส่ไปเต็มๆ ลืมไปว่าเธอขี้กลัว กว่าจะนึกออกก็ตอนที่เห็นว่าเธอเม้มปากทำท่าจะร้องไห้นี่แหละ

“เอ่อ ฉัน...ฉันไม่ได้จะว่าเธอ แค่จะบอกว่ากับคนแบบนั้น ตัดๆไปได้ก็น่าจะดี” คราวนี้ผมพยายามปรับเสียงให้อ่อนลง เพราะเห็นเธอน้ำตาซึมแล้วหัวใจมันอ่อนยวบชอบกล เธอจะมามีอิทธิพลอะไรกับผมมากมายขนาดนี้วะ ก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ(น่ากินๆ)คนนึง

“แต่ว่าเขาเป็นลุงฉันค่ะ ถ้าจะให้ตัดไปเลยก็คง...”

“ตัดได้!” ผมตัดสินใจให้เอง ใครจะไปยอมให้เธอกลับไปหาไอ้ลุงเฮงซวยนั่นของเธอ ไม่มีทาง!

“แต่ว่าฉัน...”

“ขึ้นรถ!” ผมไม่ใช่แค่บอก แต่เปิดประตูแล้วยัดเธอเข้าไปด้วยมือของผมเอง เพื่อความรวดเร็ว

ก่อนผมจะตามขึ้นไป

ปัง!

แล้วปิดประตูอย่างแรง

“เล่ามา!”

“คะ?” ไม่แปลกหรอกที่เธอจะตกใจ เพราะผมขึ้นรถมาปุ๊บ ผมก็หันไปถามเธอปั๊บ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำไงได้ ก็คนมันใจร้อนนี่ครับ

“เล่าอะไรคะ”

“ต้นเหตุที่ทำให้ไอ้ลุงใจชั่วของเธอมันเอาเธอมาขายไง เล่ามาให้หมด บอกฉันมาด้วยว่าทำไมเธอถึงยอมมา มีเหตุผลอะไร ไม่เอาแบบย่อนะ เอาแบบละเอียด” ผมยิงรัวเลย ก็บอกแล้วไงว่าใจร้อน

“เอ่อ คือฉัน...” อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ ขัดใจผมจริงๆ เลื่อนหน้าเข้าไปถามใกล้ๆแม่งเลย

“ฉันอะไร” 

“เอ่อ...”

“ว่าไง” ผมเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้เธออีกนิด ก็ใครใช้ให้เธอถอยหลังไปจนติดประตูล่ะ ผมก็ต้องตามน่ะสิ

“คะ...คือ คือว่า คุณ คุณถอยออกไปสักนิดได้มั้ยคะ แบบนี้มัน เอ่อ มันใกล้เกินไป” เสียงเธอสั่นๆนะผมว่า แต่โทษที นั่นมันเรื่องของเธอ

“ใกล้แบบนี้แหละดี จะได้ฟังชัดๆ เล่ามาเร็วๆ หรืออยากให้ใกล้กว่านี้” ผมไม่ใช่แค่พูด แต่ทำท่าจะเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมด้วย

“เอ่อ มะ...ไม่ ไม่ค่ะ” เธอห้ามแทบไม่ทัน หึ

“งั้นก็เล่ามา”

“คา...ค่ะ” เธอพยักหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ แล้วทำท่าจะเล่า

“เห้ยเดี๋ยวก่อน” ผมเบรกเธอกลางคัน พอดีผมนึกอะไรขึ้นออก

“คะ?” 

“เธอชื่ออะไรแล้วนะ” เรื่องนี้แหละครับ ที่ผมบังเอิญนึกขึ้นออก ตอนนั้นหัวหน้าเธอเหมือนจะเรียกให้ผมได้ยินแล้วล่ะ แต่เหมือนผมจะได้ยินไม่ชัด เลยต้องถามใหม่อย่างที่เห็น

“ชื่อ...ลูกจันค่ะ” 

“ลูกจัน?” ผมเอียงหน้าถามเธอเพื่อความแน่ใจอีกที ก็เธอเล่นตอบมาไม่เต็มเสียง ผมก็กลัวฟังผิดน่ะสิ

“ค่ะ ชื่อลูกจัน” ชื่อลูกจันจริงๆด้วยแฮะ แสดงว่าผมฟังไม่ผิด หึ ชื่อโคตรน่ารัก งั้นเอาเป็นว่าคราวนี้ผมจะจำชื่อเธอให้ขึ้นใจเลยละกัน

“โอเค สรุปว่าชื่อลูกจัน”

“ค่ะ” เธอพยักหน้านิดๆ เหมือนจะกลัวผมซะเหลือเกิน เพราะเห็นเธอไม่ค่อยจะกล้ามองหน้าหรือสบตาผมสักเท่าไหร่ ไม่รู้จะกลัวอะไรผมนักหนา ผมไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไรแบบนั้นซะหน่อย

“ส่วนฉันชื่อราม” ถามชื่อเธอแล้ว ผมก็ต้องแนะนำชื่อตัวเองให้เธอรู้ด้วยถูกมั้ย

“เอ่อ ค่ะ ฉันทราบจากนามบัตรของคุณแล้ว”

“งั้นเหรอ” ทำไมรู้สึกดีแปลกๆ ที่เธออ่านนามบัตรผมแล้ว

“ค่ะ” 

“โอเค เอาเป็นว่าเรารู้จักกันแล้วนะ”

“คา...ค่ะ”

“ดี งั้นกลับเข้าเรื่องที่เมื่อกี้เราค้างกันอยู่เลยละกัน“ ผมจ้องเธอนิ่งขึ้นกว่าเดิม

“เล่ามาว่าตกลงเรื่องมันเป็นมายังไง ทำไมลุงเธอถึงเอาเธอมาขาย แล้วทำไมเธอถึงยอม”

“ฉันไม่ได้ยอมนะคะ!” เธอแทรกขึ้นมาทันที อารมณ์ประมาณว่าเธอไม่ได้ผิดแล้วผมไปปรักปรำยังไงอย่างงั้นเลย

“ไม่ได้ยอมแล้วมาอยู่นี่ได้ไง” ผมจ้องเธออย่างจริงจังกว่าเดิม

“เอ่อ คือ...คือว่าลุง ลุงหลอกฉันมาค่ะ ฉันไม่รู้จริงๆว่าลุงจะพามาทำอะไรแบบนี้”

“แล้วทำไมลุงเธอถึงทำแบบนี้”

“ลุง เอ่อ ลุงติดการพนันค่ะ” นั่นไง ผมว่าแล้วเชียว พาเด็กมาขายในบ่อนมันคงไม่พ้นเรื่องเฮงซวยนี่หรอก

“แล้วทำไมถึงไม่ปฏิเสธล่ะ ยอมขึ้นเวทีทำไม”

“ฉันไม่มีทางเลือกค่ะ ลุงเอาเรื่องบุญคุณมาขู่ แล้วฉัน...ฉันก็ไม่อยากเป็นคนเนรคุณ เพราะลุงอุตส่าห์เลี้ยงฉันมา” เธอก้มหน้าตอบเสียงสั่นๆ และผมก็สงสารเธอนะ เพียงแต่ผมไม่เห็นด้วยกับเธอ

“เลี้ยงไว้เผื่อเอามาขายแบบนี้น่ะสิ! สารเลว! ฉันจะบอกอะไรให้นะ ว่าถ้าลุงเธอมันเลี้ยงเธอมาเพราะรักจริงๆ ต่อให้ลำบากยังไง มันก็ไม่มีวันทำกับเธอแบบนี้ แล้วอีกอย่าง เธอเองก็ไม่จำเป็นจะต้องตอบแทนบุญคุณลุงเธอด้วยวิธีนี้เหมือนกัน!” พูดไปพูดมา ผมแม่งของขึ้นซะงั้น รู้สึกโมโหลุงเธอโคตรๆ อดคิดไม่ได้ ว่าถ้าคนที่ประมูลเธอไปไม่ใช่ผม แล้วเธอจะเป็นยังไง

“ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดี เอ่อ ขอบคุณคุณมากนะคะ ที่ช่วยฉันไว้อีกแล้ว” แล้วเธอก็ยกมือไหว้ผม เห้อ! อีกแล้วเหรอวะเนี่ย 

“ฉันจะรีบหาเงินห้าแสนมาคืนคุณนะคะ” 

“ไม่จำเป็น” ผมบอกอย่างไม่ต้องคิด เพราะผมไม่ได้คิดจะเอาเงินคืนจากเธออยู่แล้ว 

“ทำไมล่ะคะ ในเมื่อคุณอุตส่าห์ช่วยฉัน ฉันก็ต้องหาเงินมาคืน ไม่ถูกเหรอคะ”

“ไม่ถูก“

“...” เธอเงียบแล้วมองผมอย่างไม่เข้าใจ ได้ งั้นเดี๋ยวผมเฉลยให้

“ฉันบอกเหรอว่าฉันช่วยเธอ”


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว