facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

End จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.13 [ ในที่สุด สมุดเล่มนี้ก็ถูกบันทึกมาจนถึงหน้าสุดท้าย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : End จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.13 [ ในที่สุด สมุดเล่มนี้ก็ถูกบันทึกมาจนถึงหน้าสุดท้าย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.7k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2562 20:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
End จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.13 [ ในที่สุด สมุดเล่มนี้ก็ถูกบันทึกมาจนถึงหน้าสุดท้าย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

​13

ในที่สุด สมุดเล่มนี้ก็ถูกบันทึกมาจนถึงหน้าสุดท้าย

(Talkด้านล่างมีชี้แจงสำหรับคนไม่สะดวกไปซื้อน้องที่งานหนังสือนะคะ)








สองปีต่อมา


ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ร่างสูงมักจะมานั่งโง่ๆ เล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โรงพยาบาลเหมือนคนไม่มีอะไรจะทำอยู่ที่นี่มาสามวันโดยไม่เบื่อ


คำตอบก็คือ...ไม่รู้


แต่มันก็คงจะนานเท่ากับที่เจ้าวาฬถูกเชิญให้มาบรรยายในฐานะแขกของคุณหมอพี่ชาย ไอ้หัวข้อเรื่องตื่นจากฝันร้ายหายจากโรคซึมเศร้าอะไรนั่น ทุกๆ นาทีที่นี่เลยเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษของเขา เพียงเพราะมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในระยะสายตา


ร่างบางกำลังยิ้มให้กับกล้องของช่างภาพที่สาดแสงแฟลชเข้าใส่ แม้ช่วงเวลาหลังจากนี้เขาจะต้องวิ่งวุ่นไปนั่นมานี่ แต่คุณตัวเล็กก็ยังยืนยันว่าจะมาขึ้นบรรยายให้พี่หมอครบ 3 วันตามสัญญา ต้นเหตุมาจากเจ้ากระทู้นั่นกลายเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายคนจนโด่งดัง ช่องโทรทัศน์จะมาซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็นละคร โดยผูกเรื่องเล่าของความเศร้าหม่นเข้ากับความรักของพระจันทร์ที่เป็นดั่งแสงสว่างเดียวของหัวใจ


สองปีมาแล้วที่ร่างเล็กวิ่งไปมาระหว่างมหาวิทยาลัยกับกองถ่ายละครเพื่อให้ความช่วยเหลือตามที่ผู้กำกับร้องขอเอาไว้ ไม่ให้อารมณ์ของเรื่องมันเปลี่ยนไป จึงไม่อาจพึ่งใครได้นอกจากเจ้าของเรื่องเอง


เจ้าวาฬแทบจะไม่สนตัวเลขในสัญญา สนแค่อยากให้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้กระจายไปในวงกว้าง แค่อยากให้ญาติผู้ป่วยเริ่มหันมาทำความเข้าใจกับโรคนี้มากขึ้นว่ามันต้องรักษาด้วยการแพทย์ควบคู่ไปกับการรักษาทางจิตใจ ไม่ใช่ยื่นทิชชูให้ตอนเขาร้องไห้แล้วมันจะหาย


ผู้ป่วยจะผ่านหินโสโครกกลางมหาสมุทรไปเพียงผู้เดียวไม่ได้ เพราะพายุโหดร้ายหนักหนาเหลือเกินกับคนที่ยืนอยู่ลำพัง


โปรดกุมมือเขา


ฝ่าฝันแสนร้ายไปด้วยกันจนได้ยินเสียงเพลงหวานแว่วเมื่อรุ่งสาง มองเห็นคืนวันอันเบิกบานเบื้องหน้า เหมือนหน้าหนังสือที่ถูกพลิกตอนผ่านอุปสรรค


จ้าวฟ้าคลี่ยิ้มเมื่อฟังจบประโยคสุดท้าย ดวงตาซุกซนสดใสกำลังจับจ้องมาที่เขา เอ่ยคำขอบคุณผ่านรอยยิ้มที่ตอบกลับมา เขาหัวเราะในลำคอก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงกลับมารอที่รถยนต์คันที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่เป็นคันที่กว้างกว่าเดิมและติดฟิล์มดำ เนื่องจากประวัติศาสตร์ที่หาดบางแสนยังฉายซ้ำ หากเรื่องราวในรถไม่ใช่ความลับแล้วจะเป็นอย่างไร


เจ้าวาฬตามกลับมาที่รถโดยมีคุณหมอมาส่ง เอ่ยคำล่ำลาก่อนจากไกล ร่างเล็กหัวเราะเมื่อก้าวเข้ามานั่งในรถยังไม่ทันจะเรียบร้อย ริมฝีปากบางก็ถูกประกบแผ่วเบา คนเจ้าเล่ห์ยิ้มขบขัน นิ้วเรียวเกี่ยวเส้นผมที่ปรกหน้าออกให้เลื้อยไปถึงลำคอ


ความร้อนที่รุ่มเร้าอยู่ในดวงตาทำให้ผู้ถูกจ้องมองต้องหลบสายตา


“ได้ไง” น้องเอ่ยแผ่ว


“ผมจะฟ้องแม่”


คนพี่เงยหน้าขึ้นหัวเราะก่อนจะยกมือขึ้นทั้งสองข้างอย่างยอมแพ้ อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าทั้งสองคนจะข้ามฟ้าไปฉลองปีใหม่ที่อิตาลี พร้อมกับครอบครัวของเจ้าวาฬที่คงจะเตรียมการต้อนรับรออยู่แล้ว


“รถฟิล์มดำแล้ว กลัวอะไร”


“ใครกลัว” ดวงตาหวานปรายมอง ยักคิ้วจนคนมองหมั่นไส้


“ผมเหรอ บ้าน่า”


“ทำเป็นพูดดี พอพี่เอาจริงก็ร้องทุกที”


ร้องงอแง แล้วก็ซุกตัวลงใต้ผ้าห่ม โผล่ออกมาแค่ดวงตาสั่นระริก


เด็กน้อยของพี่ฟ้า


ร่างสูงส่ายหัวเมื่อเจ้าวาฬเบะปากทั้งที่ดวงตายังระบายรอยยิ้ม วนรถกลับเข้ามาที่คณะของเจ้าตัวเล็กเพราะน้องตั้งใจว่าจะเอาของมาสวัสดีปีใหม่เพื่อนรักล่วงหน้าก่อนจะบินไกลหลายวัน


ร่างสูงรออยู่ที่ม้านั่งหน้าคณะ ขณะที่ร่างเล็กวิ่งเข้าไปกอดสองเพื่อนรักที่นั่งกินขนมอยู่ในโรงอาหาร เขาไม่เข้าไปด้วยเพราะวันนี้แต่งตัวไม่เรียบร้อย กระนั้นเสื้อยืดสีขาวก็แอทแทครุนแรงจนทำให้ใครหลายคนที่จ้องมองพ่ายแพ้ไปโดยไร้สักคำบรรยาย


เจ้าวาฬเคยเอาแฮชแท็ก #ลัทธิผัวพี่ฟ้า มาให้ดู แต่ก็ปล่อยเบลอไม่ใส่ใจ


“มึง พี่ปีสามคนเมื่อกี้ชื่อไรนะ ที่น่ารักๆ”


“พี่เจ้าวาฬ หน้าสวยสัด ใจกูอ่อนไหว”


“ทำไมกูเพิ่งเคยเห็นเค้าวะ โห โคตรน่ารัก”



“เหมือนพี่เค้าได้ตำแหน่งขวัญใจเฟรชชี่ด้วยมั้ง ตอนรุ่นเค้าประกวด แต่ใครได้เดือนกูก็จำไม่ได้ละ”


“...”


“มึงชอบผู้ชายเหรอ”


“แบบพี่เจ้าวาฬ หรือมึงไม่”


“ก็เปล่า กูก็ไม่ได้อะไร พี่เค้าก็น่าเอ็นดู”


“...”


“แต่เหมือนแว่วๆ ว่าพี่ชายเค้าดุ อันนี้กูก็ไม่รู้ว่ายังไง”


“เค้ามีพี่ชายด้วยเหรอ”


“ไม่แน่ใจ กูก็เข้ามาพร้อมมึง ต้องลองไปสืบจากพี่ปีสามขึ้นไปคงรู้ คงไม่ใช่แฟนเพราะในเฟซบุ๊กเค้าก็ไม่มีสถานะคบกับใคร แต่กูเคยเห็นคนมาส่งดุพี่เจ้าวาฬให้แต่งตัวให้เรียบร้อย ติดกระดุมให้ แล้วก็บอกว่าวันหลังให้ใส่เสื้อกล้ามซับใน กูก็นึกว่าเป็นพี่ชาย”


“แล้วดุยังไง”


“ก็คงมีลงไม้ลงมืออะ พี่เค้าปากแดงเจ่อลงมาจากรถ ไม่ตบก็ต่อยแล้วป้ะวะ ไม่งั้นไม่ช้ำขนาดนั้นหรอก”


“เชี่ย...”


“หล่อมากนะมึง แต่ดุสัด เปลี่ยนเป้าหมายเหอะ พี่ต้นข้าวก็น่ารักดี...”




- - - - -




กลิ่นหวนชวนหอมลอยมาเตะจมูกจนต้องละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อปไปมอง


เจ้าวาฬไขว่ห้างอยู่บนโซฟา อมยิ้มให้กับร่างสูงที่กำลังคุยกับเด็กๆ ฝั่งไทยผ่านจอคอมพิวเตอร์ ตอนนี้ทางโน้นกำลังรวมตัวกันจัดงานปีใหม่ในบ้านของหมูหยอง จับสลากของขวัญกันสนุกสนานต้อนรับวันที่ 1 มกราคมของศกใหม่ แล้วนักเรียนพวกนั้นก็เอาของขวัญมาอวดระหว่างรอผู้ปกครองปิ้งบาร์บีคิวอยู่ในเตา


เขาชี้ที่มุมปากของร่างบาง ทำให้คนถูกทักใช้นิ้วปาดมุมปากของตัวเองเพื่อเอาคราบเลอะของโกโก้ออก แววตาคู่คมหรี่ลงนิดหนึ่งตอนที่เจ้าวาฬดูดนิ้วมือ อดคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ถ้าตอนนี้ในเรียวปากอิ่มสวยนั้นไม่ใช่นิ้ว...


“ผมรู้นะ ว่าพี่คิดอะไร” ร่างเล็กบนโซฟาเอ่ยขณะที่ยกแก้วโกโก้จิบ จ้าวฟ้าคลี่ยิ้ม หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วหันกลับมาคุยกับเด็กๆ ในจอต่อ


โดนจับได้ซะแล้ว


หลังจากที่เอ่ยคำลาและสัญญาว่าครูฟ้าจะซื้อขนมไปฝากเด็กๆ แล้ว ร่างสูงจึงเดินมาก้มลงประทับริมฝีปากร้อนลงบนแก้มนุ่ม ก่อนจะหายเข้าห้องน้ำไปจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมง กรุงโรมก็กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีใหม่เช่นเดียวกัน


“ของขวัญวันปีใหม่จากแม่จ้ะเด็กๆ”


สองคนในห้องเตาผิงเดินออกมาตามเสียงเรียก ร่วมโต๊ะอาหารค่ำมื้อพิเศษตามแบบของการเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวอิตาเลียน ซี่โครงเนื้อย่าง สลัดหัวกะหล่ำ เรียกน้ำย่อยด้วยปลาแฮริ่งดอง และของหวานที่กำลังอบอยู่เป็นคุกกี้รูปหมู


ครั้งแรกที่ฟ้าเห็นหน้าพ่อแม่ของเจ้าวาฬ เขาคลี่ยิ้มออกมาเพราะรู้สึกว่าเจ้าวาฬได้โครงหน้าของมารดามาเยอะ ร่างเล็กถลาเข้าสู่อ้อมกอดของหญิงร่างท้วมก่อนจะแนะนำเขาให้บุพการีรู้จัก ในฐานะคนของใจ


และไม่มีการเล่าเรื่องราวของฝันร้ายให้ฟังแม้แต่คำเดียว


ท่านดูตกใจตอนที่รู้ว่าลูกชายสุดรักมีคู่รักเป็นเพศเดียวกัน แต่กลับไม่มากเท่าที่คิดเอาไว้ นั่งคุยกันตั้งแต่หัวค่ำถึงความเป็นไปของความรู้สึกผูกพันที่เกิดขึ้น ความรักที่มอบให้กับลูกชายผู้เป็นดั่งดวงใจจึงทำให้ยอมเปิดใจ ฝากน้องตัวเล็กให้พี่ดูแลปกป้อง


หรือถ้าน้องดื้อ แม่ให้ตีได้ แต่อย่าแรง


เจ้าวาฬอมยิ้มตอนที่แกะห่อของขวัญออกมาแล้วพบว่ามันคือน้ำผึ้ง ตามความหมายของการเฉลิมฉลองของชาวอิตาเลียนแล้วมันหมายถึงความรักและสันติภาพ แลกกับของขวัญที่เจ้าวาฬมอบให้พ่อและแม่เป็นโคมไฟ ที่หมายถึงแสงสว่างให้กับปีใหม่ที่กำลังจะเข้ามา


ของขวัญที่พี่ฟ้าเลือกเอง


ให้แสงสว่างเหมือนที่เจ้าวาฬก็เคยได้รับ


อาหารค่ำมื้อสุดท้ายของปีจบลงพร้อมคำอวยพร ก่อนที่ร่างสูงจะขออนุญาตพาน้องออกมาเคานต์ดาวน์ด้วยกันด้านนอก ด้วยเจตนาลึกๆ คือหลบสายตาของผู้ใหญ่ หากว่าจะมีอะไรๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาดีๆ


ร่างกายร้อนวูบด้วยฤทธิ์ของเบียร์สด ดนตรีในเทศกลางเฉลิมฉลองเพลินฟัง พลุบนฟ้าประสานเสียงกัน อวดแสงเบ่งบานกลางค่ำคืนเหน็บหนาว


ใบหน้านวลเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าหลังจากเดินออกจากบ้านได้ไม่นาน เสียงสลับหญิงชายหลายเชื้อชาติประสานเสียงคล้องกัน ราวกับทั้งโลกล้วนมีภาษาเดียว แสงจันทร์ลอยเด่น แต่กลับไม่เท่าแสงไฟจากหลอดไฟหลากสี ดอกไม้เบ่งบานบนท้องฟ้าเหนือมหานครที่ไม่ยอมหลับใหล เงาของผู้คนนับพันบนสะพานที่ทอดลงบนผืนน้ำ บ้างจ้องมองบ้างถ่ายรูปพันหมื่นแสงตะวันเทียม


ร่างบางคลี่ยิ้มตอนที่ถูกดึงไหล่เข้าไปโอบกอด ฟ้ายกโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพของคนทั้งคู่เอาไว้ เบื้องหลังคือแสงดอกไม้ไฟและท้องฟ้าที่ดารดาษไปด้วยพลุสลับสีมากมาย มันอาจไม่น่ามองถ้าข้างกายเขาไม่ใช่ผู้เป็นดั่งความฝัน เจ้าวาฬจ้องโครงหน้าของเจ้าชายผู้มาจากฟ้า ผู้เดียวที่ถูกเลือกให้มาลอยข้ามฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวไปด้วยกันในคืนนี้


ริมฝีปากบางประทับเบาที่ปลายคาง ได้ยินเสียงหัวเราะของร่างสูงแผ่วๆ ก่อนจะถูกคาดโทษด้วย Dirty talk ใส่จนแก้มนวลขึ้นสีเรื่อ


“พี่ฟ้า”


พอถูกอุ้มจนลอยหวือ ร่างบางก็ร้องพร้อมกับเอามือจับไหล่ของคนพี่เอาไว้มั่นเพราะกลัวร่วงลงมา แขนแกร่งโอบรัดต้นขาของเด็กตัวเล็กให้หันหน้าเข้าหากัน จรดหน้าผากสัมผัสเพื่อรอฟังว่าจะใช้คำเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอุทธรณ์


“ปล่อยดีไหมครับ กลัวร่วง”


“ไม่ร่วงครับ”


“ฮือ เดี๋ยวคนมอง”


“ไม่มีใครสนเรา”


“ผมหนัก”


“ก็โลกทั้งใบไม่หนักได้ไง”


เจ้าวาฬซุกหน้าลงกับไหล่กว้างอย่างยอมแพ้ ปล่อยให้ตัวเองถูกอุ้มลอยจากพื้นอยู่อย่างนั้นจนเสียงปังหลายร้อยทีบนฟ้าหายไป ผู้คนปรบมือ ในขณะที่ทั้งสองผละออกมาสบตา


ร่างบางถูกปล่อยลงกับพื้นอย่างเบามือ ความสุขของดวงจันทร์และความอ่อนไหวของสายน้ำปรากฏอยู่ในดวงตาของคนทั้งคู่ หิมะบนยอดไม้สูงร่วงลงมาอย่างเชื่องช้า ตกลงบนแก้มใสก่อนจะไหลลงไปหาเพื่อนมันบนพื้น


ผู้คนในเมืองต่างวุ่นวายกับงานเฉลิมฉลอง จึงไม่มีใครใส่ใจชาวเอเชียสองคนที่อิงแอบแนบชิดใต้เสื้อโค้ทตัวใหญ่ที่ยกขึ้นบังกลีบดอกซากุระที่ถูกบดขยี้ด้วยน้ำมือของจันทรา ร่างบางกรีดเสียงในลำคอ รู้สึกเหมือนกำลังจะตายตกลงไปในไม่ช้า ถูกรวบเอวเข้าชิดตอนที่สายลมหนาวเงียบเสียงทว่านาฬิกากำลังเดิน


อากาศหนาวแต่เราสองอบอ้าว จิตใจวุ่นวาย เงี่ยฟังเสียงของหัวใจที่สะท้อนผ่านแววตา


บทสรุปหลังการเฉลิมฉลองของค่ำคืนแสนหวาน คือสองร่างที่โถมเข้าปะทะกาย ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกเรียกร้องหาพากันไต่ขึ้นสู่ที่สูงแล้วร่วงหล่นลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า ยั่วเย้าด้วยเสียงหอบกระเส่าเมื่อความกระสันซ่านปลาบทั่วร่างกายตอนริมฝีปากร้ายเอ่ยเสียงบอกรัก


ห้องนอนข้างๆ เป็นบิดามารดาจึงไม่อาจทำลายความเงียบสงัดได้ด้วยเสียงหยาบโลน โอบรัดตัวตนของอีกคนไว้ขณะซุกหน้าลงกับหมอน เกาะเกี่ยวกลืนกินความเป็นหนึ่งเดียวซ้ำๆ เสียงผิวเนื้อกระทบเจือเสียงครางบางเบาหวีดหวิวในลำคอไม่อาจมีใครได้ยินนอกจากผู้แนบชิด


บทเพลงรักหวานหอม อบอวลบรรเลงท่ามกลางไอรักกรุ่นละมุนของพระจันทร์แสนร้าย


ไม่เคยเชื่อว่าพระจันทร์มีแต่ด้านเฉียบเย็นเฉยชาไร้หัวใจ ตั้งแต่สถานะถูกเปลี่ยนไปเมื่อสองปีที่แล้ว


พระจันทร์ที่เจ้าวาฬรู้จักดุจะตาย แต่ผู้อื่นกลับคุ้นชินว่าเขานั้นแสนอ่อนโยน



- - - - -





ช่วงเวลาของวันหยุดผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย


บางวันอากาศดี และบางวันก็หนาวจนเกินทน


ในขณะที่พระจันทร์และเจ้าวาฬน้อยยังอยู่ด้วยกัน


ฟ้าชอบช่วงเวลาแบบนี้ ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า พบว่าอีกคนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอด สัมผัสลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดต้นคอ จรดปลายจมูกลงกับหน้าผากเนียน ดวงตาคู่สวยปรือขึ้นมาสบตาแล้วอมยิ้ม ก่อนจะมอบจุมพิตแผ่วบางตอบกลับเพื่อบอกอรุณสวัสดิ์ตอนเช้า


ทุกการกระทำที่บ่งบอกว่าไม่จำเป็นต้องฝืนเสียงเรียกร้องของหัวใจ


เจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนชันตัวลุกขึ้น หมายจะก้าวลงจากเตียงหากแต่แขนแกร่งรวบรั้งตัวไว้ ล้มลงในแผงอกกว้างพร้อมเสียงหัวเราะสดใส ประติมากรรมที่พระเจ้าสร้างอย่างงดงามคลี่ยิ้มและบีบปลายจมูกเชิดรั้นเล่น ดวงตาสีรัตติกาลล่อล่วงเด็กด้อยประสบการณ์ให้ตกลงไปในหลุมลึกที่เรียกว่าความหลงใหลอยู่ซ้ำๆ


แววตาเปี่ยมความรู้สึกทำให้คนมองอมยิ้มตาม


“มองแบบนี้จะเอาอะไรครับ”


“ถ้าบอกไปแล้วจะให้เหรอ” มือที่ก่ายกอดลูบแผ่วเบาตรงเชิงกราน


น้องหน้ามุ่ยตอนส่ายหัว ทำให้คนมองหัวเราะ เพราะไม่คิดจะทำจริงเสียหน่อย


“ไม่อยากลุกเลย อยากนอนกอดนานๆ”


“จะนอนให้หมอนขาดไปเลยหรือไงครับคุณฟ้า” เอ่ยถามกลั้วหัวเราะ


ร่างสูงกระชับแขนแน่นขึ้น ลูบผมเส้นเล็กละเอียดที่กระจายอยู่บนแผงอกของตัวเอง


“ขาดไปด้วยกัน”


เจ้าวาฬคลี่ยิ้มพร้อมกับเอี้ยวตัวไปหยิบโทรศัพท์มากดเล่น ไม่ให้ลุกก็จะไม่ลุกไปไหน ยังไงเสียก็ยังเช้าอยู่ ก่ายกันอีกชั่วโมงค่อยไปอาบน้ำทานมื้อเช้าก็ยังไม่สาย


“ผมมีนิทานมาเล่าให้พี่ฟัง”


“ครับ”


“เรื่องนกฮูกตกส้วม”


“ฟังดูน่าสงสาร...”


เรียบง่ายเช่นนั้น แค่นอนเอกเขนกบนเตียงอย่างเกียจคร้านด้วยกัน จับมือก้าวผ่านอดีตอันเลวร้ายมาไกล รู้ตัวอีกทีสองใจก็หลอมรวมเป็นหนึ่งใจ


หมากริมม์สีดำตัวนั้นตายไปแล้ว ตัวที่มีชื่อว่าโรคซึมเศร้า มันจะไม่มีวันกลับมาปรากฏตัวอีก จะไม่มีทางสร้างความรู้สึกว่างเปล่า เหมือนชีวิตมันเดินไปอย่างเชื่องช้า ไม่มีอีกแล้ว ใครที่จะมาตัดสินคุณได้


ฟ้าจ้องมองริมฝีปากบางที่ขานเสียงหวานเจื้อยแจ้วจนคนถูกมองรู้สึกตัว เงยหน้าช้อนสายตาขึ้นหาคนรักที่คลี่ยิ้มบางให้ขณะลูบวนนิ้วโป้งบนหัวไหล่ เลิกคิ้วเป็นคำถามว่าเจ้านกฮูกตัวจ้อยยังไม่ทันเข้าส้วมพี่ก็เบื่อจะฟังเสียแล้วหรือ


ที่จริงแล้วฟ้าแค่คิด


“รู้ใช่ไหมว่าพี่รัก”


จะรักมากกว่านี้อีกสักนิดได้ไหมนะ หรือที่เป็นอยู่คือรักมากที่สุดแล้ว


“ฟ้า...”


“...”


“รู้ใช่ไหมว่าเจ้าวาฬก็รัก”


ถูกจับฟัดจนน้ำตาแทบไหล


เสียงหัวเราะคิกคักทำให้มารดาที่กำลังจะเคาะประตูต้องชะงักเปลี่ยนใจ ถอนหายใจอย่างเบาใจและกลับไปเตรียมมื้อเช้าต่อในครัว


คำเรียกแทนตัวเองแสนน่ารักที่ไม่ว่าจ้าวฟ้าจะได้ยินอีกกี่ครั้งก็ต้องสยบพ่ายแพ้ หัวใจของเขาต่างหากที่บอบบางสู้ตัวตนของอีกคนไม่ไหว แค่ถูกอ้อนด้วยดวงตาแสนหวานก็แทบแหลกสลาย ไม่ไหวแล้วหัวใจ อยากม้วนเป็นก้อนแล้วกินลงไปทั้งตัว


ซุ้มของต้นเมเปิ้ลยังหลงเหลือสีเหลืองสลับแดงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก


กิจวัตรของทั้งสองวันนี้คือการเดินทอดน่องใต้ร่มเงาของมัน กระชับเสื้อโค้ทห่มกายคลายหนาว หัวเราะตอนคนข้างกายพูดว่าถ้าเกิดใหม่ได้ก็อยากเป็นคนตัวเล็กๆ เท่าดอกไวโอเล็ต


รูปปั้นของเทพารักษ์ยืนร่างเปลือยเปล่าต้านกระแสลมหนาว แต่สำหรับคนสองคน มันจะไม่มีวันเดียวดายเช่นนั้น


รอยเท้าย่ำเป็นทางยาวบนพื้นหิมะขาวหยุดลงตอนที่ร่างเล็กกุมมือเขา เขย่งปลายเท้าขึ้นมอบริมฝีปากให้ก่อน ใช้ภาษากายมอบความรู้สึกที่อัดแน่นล้นใจ


ต้นเมเปิ้ลสะบัดใบสีสวยในสายลมใบแล้วใบเล่า นกสกายลาร์คร้องเพลงอย่างอิสระไร้พันธนาการทั้งปวง


“กลับไปโดนแน่”


คาดโทษอย่างล้อเล่น ประคองใบหน้าเนียนแสนรักสูดกลิ่นหอมอ่อนข้างแก้มและโอบกอดกันและกันเอาไว้เนิ่นนาน


“กลัวแล้ว พี่ฟ้าดุ”


ร่างสูงอมยิ้ม ก่อนจะจูงมือเล็กออกเดินต่อไป


พ่ายแพ้ ทั้งที่ยังไม่ทันจะแข่งอะไร


เป็นเขาเองที่แพ้มาตั้งแต่ต้น


“อยู่กับผมนานๆ ได้ไหมครับ”


“Forever?”


“No...It’s Always”


ตลอดเวลา ที่มีความหมายหนักแน่นมั่นคงกว่าตลอดไป


พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ทุกวันที่มีกัน ความเรียบง่ายก็พร้อมจะกลายเป็นความพิเศษ


“Thank you for always being there for me.”


“...”


“I wouldn't know what to do without you.”


“Don't worry, baby.”


“...”


“All you gotta do is turn this way and you'll always see me right by your side because...” 


“...”


“You’re the apple to my eyes.”


“...”


“I’m yours…”

ต่างสบตาจ้องมองดวงตาที่มีน้ำใสเอ่อคลอของกันและกัน


เรามองเห็นโลกอีกครึ่งใบอยู่ในนั้น...โลกที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้เพื่อรอคนที่จะมาใช้คำว่า always ร่วมกันมาค้นพบ


เส้นทางยาวไกลปกคลุมด้วยหิมะและใบเมเปิ้ลตลอดสาย...เสียงนกหลายพันธุ์ร้องเจื้อยแจ้ว


คนสองคนกุมมือกัน ออกเดินไปพร้อมๆ กันอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง


ตีตราความรู้สึกเอาไว้จนลึกสุดใจ...แม้วันพรุ่งนี้จักรวาลและดวงดาวจะจางหาย แต่ความรักของเราจะยังอยู่


จักรวาลของวาฬจะถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มของพระจันทร์ โอบอุ้มไออุ่นด้วยท้องฟ้าสีฟ้าเสมอ


Always


...And...


Never change...




E N D




T A L K

((( กระซิบ : พระเอกเราในตอนพิเศษ ดุกว่านี้อีกค่ะคุณพี่ )))

(ยิ้มอ่อน)

​ขอบคุณทุกคนที่ติดตามน้องมา และขอบคุณทุกกำลังใจทุกคอมเม้นต์จากทุกช่องทาง ไรท์อ่านหมดแล้ว ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

ขอบคุณทุกความรักที่มอบให้น้องเจ้าวาฬและคุณพระเอกของเรา ก่อนจะจบตอนก็ยังอยากย้ำอีกทีว่า อยากให้ทุกคนได้อ่านตอนพิเศษในเล่มจริงๆ เพราะไรท์ตั้งใจเขียนมันมากๆ ตั้งใจเขียนให้พี่ฟ้าในตอนพิเศษนั้น ก็คือพิเศษแบบโอ้โหววววววพึ่มึ้งงงงงงไปเลยค่ะ

แล้วเจอกันในงานสัปดาห์หนังสือศูนย์ที่สิริกิตติ์นะคะ น้องวางแผง 28มีนาคม-7เมษายนที่บูทอุ๊คบี X02 หรือใครไม่สะดวกจะไปซื้อในงานก็รอรอบไปรษณีย์ที่สนพ.จะมาเปิดก็ได้ หรือ ใครที่อยากได้เร็วกว่านั้น ก็ฝากไรท์ซื้อเลยค่ะ ไรท์ไปงานแจกลายเซ็นวันที่ 30 มีนาคม เวลา 12.31-13.00 ลงจากเวทีแล้วจะรีบไปส่งหนังสือให้เลย 555

ติดต่อได้ที่ Facebook.com/LittleMuggleWriter​ หรือ Twitter : @Littlemuggle55



เลิ้บเลิ้บบบ~

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว