ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

EP.1 ลมหวน

​:: ๑ ::

ลมหวน

          ความวุ่นวายกำลังเกิดขึ้นในสตูดิโอถ่ายภาพขนาดใหญ่ เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าก็จะมีการถ่ายภาพนิ่งเพื่อโปรโมตผลงานเพลงอัลบั้มใหม่ล่าสุด ของนักร้องซูเปอร์สตาร์ชื่อดังของเมืองไทย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างก็ตั้งใจทำงานแข่งกับเวลาอย่างขะมักเขม้น

            เปรมิกา กิจโภคิน หรือ ‘กอหญ้า’ สาวสวยวัยเบญจเพสกำลังนั่งตั้งค่ากล้องคู่บุญอยู่บนโต๊ะในมุมหนึ่งของสตูดิโอ เธอเป็นช่างภาพอิสระรับงานถ่ายภาพทั่วไป ที่ได้มีโอกาสมารับงานนี้ก็เพราะ ‘ณดล’ เจ้าของบริษัทผลิตรายการธุรกิจบันเทิงชื่อดังเป็นฝ่ายชักชวนมานั่นเอง

            “สวัสดีครับคุณกอหญ้า”

            ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เจ้าหล่อนที่กำลังงุ่นอยู่กับการตั้งค่ากล่องจึงเงยหน้าขึ้นมามอง ก็เจอกับรอยยิ้มบาดใจของณดล ยืนสวมชุดสูทสีกรมท่าเก็กท่าหล่ออยู่ตรงหน้า

            ทั้งสองรู้จักกันจากการไปรับไปส่งลูกที่โรงเรียน ได้มีโอกาสเจอกันบ่อย ๆ แถมลูกของแต่ละฝ่ายยังสนิทสนมและเรียนชั้นเดียวกันอีกต่างหาก

            “สวัสดีค่ะคุณณดล” เปรมิกาวางกล้องลงบนโต๊ะ ยกมือไหว้ผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้ม ซึ่งวันนี้อยู่ในฐานะนายจ้าง

            “มานั่งรอนานหรือยังครับ”

            “ไม่นานค่ะ เชิญนั่งก่อนสิคะ”

            “ขอบคุณครับ”

            ณดลเลือกที่นั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อจะได้เห็นใบหน้าสวย ๆ ได้ถนัดตา หลังจากเลิกรากับภรรยาคนก่อน เจ้าตัวยังไม่ได้สานสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนอีกเลย เพราะยังคงมีความสุขกับการเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว แต่พอได้รู้จักกับช่างภาพสาวสวยที่นั่งอยู่ตรงหน้า ก็ทำให้เขาอยากมีความรักขึ้นมาอีกครั้งเสียแล้ว

            “ขอบคุณมากนะคะที่ให้โอกาสช่างภาพตัวน้อย ๆ อย่างฉัน ฉันจะตั้งใจให้สุดฝีมือเลยค่ะ”

            “ยินดีครับ ที่ให้งานนี้กับคุณไม่ใช่เพราะเรารู้จักกันหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะฝีมือถ่ายภาพของคุณต่างหาก ถ้ามีงานดี ๆ อย่างนี้อีกผมจะติดต่อเรื่อย ๆ นะครับ”

            “ขอบคุณมากนะคะ เกรงใจคุณณดลจังที่คอยหางานให้อย่างนี้”

            “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ เราคนกันเองนี่นา”

            “ขอบคุณนะคะที่ลดตัวลงมาคลุกคลีกับคนระดับฉัน” เธอกล่าวอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นนักธุรกิจมีชื่อเสียงในแวดวงบันเทิงมาก ใคร ๆ ต่างก็ให้ความเคารพนับถือ ส่วนเธอเป็นเพียงช่างภาพตัวเล็ก ๆ ไม่มีชื่อเสียงอะไรมากมาย

            “ทำไมคุณกอหญ้าพูดอย่างนี้ล่ะครับ คำว่ามิตรภาพไม่ได้วัดกันที่ชนชั้นวรรณะ หรือฐานะทางสังคมนะครับ ผมคบคนที่นิสัยใจคอมากกว่า”

            “อย่างนี้สินะถึงทำให้ผู้หญิงค่อนประเทศอยากเป็นแม่เลี้ยงของน้องออโต้ คุณคือไอดอลของฉันเลยนะคะเนี่ย” เปรมิกากล่าวด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ เธอสบายใจทุกครั้งเมื่อได้พูดคุยกับผู้ชายคนนี้

            “แต่คนที่ผมแคร์กลับไม่ใช่ผู้หญิงกลุ่มนั้นน่ะสิครับ มันแย่ตรงนี้”

            “ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณณดลมีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้ว” เปรมิการู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา เขาไม่เคยพูดเรื่องผู้หญิงให้ได้ยินเลยสักครั้ง

            “จริง ๆ แล้วผมชอบเธอคนนั้นมานานแล้วล่ะครับ แต่ยังไม่มีโอกาสบอก”

            “ระดับนี้ยังจะมีใครกล้าปฏิเสธอีกหรือคะ ฉันว่าแค่คุณเอ่ยปากเธอคงจะตอบตกลงโดยเร็วแน่นอน” เจ้าหล่อนเชียร์อย่างออกหน้า โดยไม่รู้ว่าคนที่ณดลแอบชอบอยู่คือตัวเธอเสียเอง

            ณดลแอบมอบความรู้สึกดี ๆ ให้กอหญ้าหลังจากรู้จักกันได้เพียงหนึ่งเดือน เพราะไปรับลูกที่โรงเรียนเจอกันบ่อย ๆ จนกลายเป็นความคุ้นเคยและสนิทสนม จากวันนั้นมาถึงวันนี้ระยะเวลาก็ร่วมปีแล้ว

            “ผมเองก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกันครับ”

            “ฉันเอาใจช่วยเต็มที่เลยค่ะ”

            “ขอบคุณครับ”

            ทั้งสองส่งยิ้มน้อย ๆ ให้กัน จากนั้นเปรมิกาก็เริ่มวนเข้าสู่เรื่องงานวันนี้ เธอรู้ว่าจะต้องมาถ่ายภาพให้กับซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง แต่ณดลกลับไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร นั่นทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เพราะงานที่ได้รับส่วนมากจะเป็นนายแบบนางแบบโนเนมเท่านั้น

            “ว่าแต่จะบอกได้หรือยังคะว่าวันนี้ใครจะมาเป็นแบบให้ฉัน”

            “อีกไม่นานเดี๋ยวก็มาแล้วครับ เป็นนักร้องซุปตาร์ในค่ายผมเองล่ะ”

            เปรมิกาได้แต่หวังว่าคงไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น คนที่เธอเกลียดเข้าไส้ เกลียดจนไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า เขาได้ทำลายชีวิตเธอมาแล้วครั้งหนึ่ง และสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่มีทางญาติดีกับคนพรรค์นั้นอีกเด็ดขาด

            “ผู้ชายหรือผู้หญิงคะ” เธอถามแล้วลุ้นรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

            “ผู้ชายครับ ตอนนี้กำลังดังมากด้วย ผมคิดว่าคุณน่าจะเป็นแฟนคลับเขาด้วยล่ะ เพราะซุปตาร์คนนี้มีแฟนคลับสาว ๆ คลั่งไคล้เกือบค่อนประเทศ” ณดลกล่าวด้วยรอยยิ้ม ราวกับภูมิใจในตัวศิลปินในสังกัดมากเหลือเกิน

            ได้ยินอย่างนั้นเธอก็พอจะเดาออกแล้วว่าเป็นใคร ‘เรย์’ นักร้องและนักแสดงที่มาแรงสุดในตอนนี้ เธออยากจะปฏิเสธงานนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่คงสายไปแล้วเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก

            “กรี๊ด!!!! พี่เรย์”

            “พี่เรย์ขาขอถ่ายรูปหน่อย”

            “พี่เรย์ยิ้มหน่อยค้า…”

            เสียงดังมาจากนอกสตูดิโอ ทำให้คนทั้งสองต้องหันไปมองยังต้นเสียง เปรมิกาหัวใจเต้นแรงเมื่อรู้ว่าจะได้เจอหน้าเขาอีกครั้งในรอบห้าปี ยังคิดไม่ออกเลยว่าหากเจอหน้ากันจะต้องปั้นสีหน้ายังไง

            “มาโน่นแล้วครับ นายแบบของคุณกอหญ้า”

            “พี่เรย์” เจ้าหล่อนเปรยออกมาเบา ๆ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด นั่นทำให้ณดลเกิดความสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

            “ใช่ครับ…เรย์…ที่ใคร ๆ ก็อยากจะเจอตัวจริง อยากจะได้ร่วมงานด้วย แต่ทำไมดูเหมือนคุณกอหญ้าไม่ดีใจเลยล่ะครับ”

            “เอ่อ…สีหน้าฉันมันบอกคุณอย่างนั้นเหรอคะ” เธอเริ่มได้สติจึงเปลี่ยนสีหน้าให้ดีขึ้น ฉีกยิ้มน้อย ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายควายความสงสัย

            “ใช่ครับ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ฉันแค่ตื่นเต้นไปหน่อยที่จะได้ร่วมงานกับซุป’ตาร์ระดับประเทศ มันเหมือนฝันมากจริง ๆ ต้องขอบคุณสำหรับงานดี ๆ อย่างนี้นะคะ” เธอพยายามหาเหตุผลมาอ้าง ควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงพิรุธออกมา ไม่ยอมให้ใครรู้เด็ดขาดว่าเธอและเรวัฒน์เคยรู้จักกันมาก่อน

            เปรมิกาได้แต่หวังว่ารูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป จะทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถจดจำเธอได้ ตอนนั้นเธอสวมแว่นหนาเตอะ ใบหน้าไม่เคยแต่งแต้มเครื่องสำอาง เป็นเพียงผู้หญิงที่ไม่มีจุดเด่นอะไรเลย แตกต่างจากเขาที่หล่อยังไงวันนี้ก็ยังคงหล่อไม่เปลี่ยน แต่ทว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหล่อคือความระยำ ที่เธอได้สัมผัสมันมาด้วยตัวเอง และคิดว่าคงมีผู้หญิงอีกหลายคนที่โดนเขากระทำเหมือนอย่างเธอ

            หลังจากฝ่าด่านแฟนคลับนับร้อยชีวิตเข้ามาได้แล้ว เรวัฒน์ก็เดินหน้าบึ้งเข้ามาพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัวสาวประเภทสองด้วยความเร่งรีบ เขามีเวลาสำหรับการถ่ายภาพเพียงไม่ถึงสองชั่วโมง ก็ต้องไปงานอีเวนต์ร้องเพลงเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์หนึ่งในห้างหรู

            “ผมขี้เกียจปั้นหน้ายิ้มให้กับผู้หญิงพวกนั้นเต็มทีแล้วนะพี่แอนนา” ซุป’ตาร์หนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายซะเต็มประดา ขณะเร่งฝีเท้าเดินเข้ามาในสตูดิโอ สวมแว่นสีชาอำพรางสายตาคมกริบที่หากหญิงใดได้สบตาแล้ว เจ้าหล่อนจะต้องหลอมละลายได้ในพริบตาเลยทีเดียว

            “อย่าพูดอย่างนี้อีกเด็ดขาดนะ หากใครได้ยินเข้ามีแต่พังกับพัง เป็นซุป’ตาร์ต้องระวังคำพูดรู้ไหมยะ” ผู้จัดการสาวสองรีบทักท้วงด้วยสีหน้าจริงจัง

            “รู้แล้วน่า…ก็พูดเฉพาะเวลาอยู่กับพี่นี่ล่ะ”

            การเป็นซูเปอร์สตาร์มันคือความฝันอันสูงสุดของเรวัฒน์ก็จริง แต่พอได้ขึ้นมาอยู่ถึงจุดนี้แล้วก็ทำให้ชีวิตเขาไม่มีความเป็นส่วนตัวเอาซะเลย จะไปไหนมาไหนก็ต้องถูกสายตาจับจ้องตลอด ไม่เว้นแม้กระทั่งการเข้าไปปลดทุกข์ในห้องน้ำสาธารณะ จะดีหน่อยก็ตอนอยู่ที่บ้านเท่านั้น บางทีเจ้าตัวก็อยากหนีไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง สถานที่ซึ่งไม่มีคนรู้จักแม้แต่คนเดียว แต่มันคงเป็นไปได้ยากเพราะตอนนี้ชื่อ เรย์ เรวัฒน์ ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ยันผู้สูงอายุเลยทีเดียว

            “ดีมาก…สิ้นเดือนนี้ฉันจะเคลียร์คิวให้ละกัน ไปเที่ยวพักผ่อนสักอาทิตย์ดีไหม”

            “ผมนึกว่าจะไม่ได้ยินประโยคนี้ซะแล้ว เห็นรับงานมาไม่เคยถามผมสักคำ” เจ้าตัวบ่นให้

            “ที่ทำอย่างนั้นก็เพราะแกไม่ใช่หรือไอ้เรย์ ฉันอยากให้แกมีงานมีเงินมาไม่ขาดสาย น้ำขึ้นก็ให้รีบตักสิยะ”

            “ทุกวันนี้ก็แทบไม่มีเวลาใช้เงินแล้ว ไม่รู้จะหาไปทำไมเยอะแยะ”

            “เลิกบ่นได้แล้ว รีบเดินเข้าไปทักทายคุณณดลก่อน ไม่นึกว่าวันนี้จะมาดูงานด้วยตัวเอง”

            เรวัฒน์หันไปมองก็เห็นเจ้าของค่ายที่ตัวเองอยู่ในสังกัดยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งตัวทะมัดทะแมง สวมเสื้อยีนสีซีดเข้ารูปทับเสื้อยืดเอวลอยสีขาวเอาไว้ เรือนผมยาวดัดเป็นลอนสยายตัวลงมา ทำให้ดูเซ็กซี่ไม่หยอก แม้จะเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนแต่ทว่าทำให้เขาสนใจได้ไม่น้อย

            “ใครยืนอยู่กับคุณณดล เซ็กซี่โคตร ๆ” ความเป็นแบดบอยที่อยู่ในสายเลือดเขายังคงไม่จางหาย เจ้าตัวยกนิ้วชี้ขึ้นมาไล้ริมฝีปากเบา ๆ ยกยิ้มร้ายราวกับเสือที่เห็นเหยื่ออันโอชะ

            “หยุดความคิดของแกเลยนะ ฉันล่ะเบื่อกับความเจ้าชู้ของแกจริง ๆ กี่รายแล้วที่ฉันต้องเคลียร์ปัญหาให้ อย่าให้มีข่าวฉาวเรื่องผู้หญิงอีกเด็ดขาดเข้าใจไหม” ผู้จัดการสาวชี้หน้าขู่ด้วยความเหนื่อยใจ เมื่อนึกถึงวีรกรรมของเด็กในปกครอง

            “รู้แล้วน่าพี่…แค่มองก็ไม่ได้เหรอ ผมเป็นผู้ชายนะถ้าไม่มองผู้หญิงสิแปลก” เขาเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ ชะเง้อมองหญิงสาวอย่างสนใจ

            “เฮ้อ! ฉันละเบื่อนิสัยแกเรื่องนี้เรื่องเดียวนี่ล่ะ”

            แอนนาเหลือบตามองอีกฝ่าย พลางถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นเดินนำหน้าเข้าไปหาณดลและเปรมิกาทันที

            เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เปรมิกาได้แต่พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ พรูลมออกจากปากนับครั้งไม่ถ้วน แม้อากาศจะเย็นสบายแต่กลับมีเม็ดเหงื่อผุดออกมา จนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าซับอยู่เรื่อย ๆ

            “สวัสดีค่ะคุณณดล” เมื่อมาถึงแอนนาก็ยกมือไหว้อย่างมีสัมมาคารวะ แม้ว่าเธอเองจะมีอายุมากกว่าก็ตามที

            “สวัสดีครับคุณแอนนา” ณดลรับไหว้ผู้จัดการสาวด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะแอนนามีเด็กในสังกัดที่อยู่ในค่ายของณดลหลายคน

            ในวินาทีนี้เปรมิกาต้องดับเครื่องชนเท่านั้น เธอจะทำเป็นไม่รู้จักเขา และจะไม่มีทางให้อีกฝ่ายรับรู้เด็ดขาดว่าการเลิกราในครั้งนั้น เขาได้ทิ้งให้ชีวิตน้อย ๆ ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้

            “สวัสดีครับคุณณดล” เรวัฒน์ยกมือไหว้ผู้บริหารค่าย จากนั้นถอดแว่นสีชาเหน็บไว้ที่คอเสื้อ นั่นเพราะอยากเห็นดวงหน้าสวยให้ถนัดตา เขารู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน มั่นใจว่าต้องเคยรู้จักกันมาก่อนเป็นแน่

            “หวัดดีเรย์” เมื่อเห็นเรวัฒน์เอาแต่จ้องหน้าเปรมิกา ณดลจึงเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย

            “นี่คุณกอหญ้า เป็นช่างภาพที่จะมาถ่ายงานวันนี้ไง คุณกอหญ้าครับนี่คุณแอนนาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเรย์ ส่วนคนนี้คงไม่ต้องแนะนำนะครับ”

            “สวัสดีค่ะคุณแอนนา ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

            “เช่นกันค่ะคุณกอหญ้า”

            ทักทายแอนนาแล้ว เปรมิกาก็หันมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้า ในที่สุดเธอก็ทำได้ ทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

            “กอหญ้างั้นเหรอ” เรวัฒน์จ้องมองดวงหน้าสวยให้ชัด ๆ อีกครั้ง โลกจะกลมอะไรขนาดนี้นะ จะใช่ยัยแว่นคนนั้นจริง ๆ หรือ ทำไมสวยขึ้นเป็นกองขนาดนี้

            “ใช่ค่ะ…ฉันชื่อกอหญ้าเป็นช่างภาพอิสระ ดีใจจังที่ได้เจอคุณเรย์ตัวเป็น ๆ ครั้งแรก ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ” เจ้าหล่อนกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม ทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

เมื่อได้ยินเสียงและจ้องตาในระยะประชิด สำหรับเรวัฒน์แล้วเขามั่นใจว่าใช่เธอคนนั้นแน่นอน คนที่เขาเคยหลอกฟันแล้วทิ้งเมื่อห้าปีก่อน จนทำให้คนที่ชื่อเปรมิกาก็หายไปจากชีวิตเขานับตั้งแต่วันนั้น

            “กอหญ้าใช่ไหม?” เรวัฒน์ถามย้ำอีกครั้ง เจ้าตัวไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะจำตัวเองไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้เปลี่ยนไปขนาดนั้น

            “ใช่ค่ะ…ฉันชื่อกอหญ้าคุณเรย์มีอะไรสงสัยงั้นเหรอคะ”

            “เธอจำฉันไม่ได้จริง ๆ หรือ”

            “ฉันงงไปหมดแล้วค่ะ คุณเรย์พูดอะไรก็ไม่รู้” เธอแสร้งทำเป็นงง หันไปมองหน้าณดลเชิงตั้งคำถามว่าซุป’ตาร์หนุ่มเป็นอะไรไป

            “เรย์เคยรู้จักคุณกอหญ้ามาก่อนหรือ”

            “ปะ…เปล่า ผมคงจำคนผิด โทษทีนะครับคุณกอหญ้า คุณคล้ายกับคนที่ผมเคยรู้จักมาก ๆ” สีหน้าคนพูดยังไม่คลายความสงสัย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยืนยันว่าไม่รู้จัก แสดงว่ามีโอกาสเป็นไปได้สองประเด็น ข้อแรกจำไม่ได้จริง ๆ ส่วนอีกข้อคือแกล้งทำเป็นจำไม่ได้ และหากเป็นอย่างหลังเขารู้ตัวดีว่าเป็นเพราะอะไร

            เมื่อนึกย้อนกลับไปในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เขายอมรับว่าได้ทำร้ายจิตใจผู้หญิงคนนี้เอาไว้เยอะพอสมควร เพื่อตอบสนองความสนุกและคึกคะนองของตัวเอง หากเป็นไปได้เขาอยากจะเอ่ยคำว่าขอโทษให้เธอได้ยินสักครั้ง เผื่อว่าจะช่วยทำให้เรื่องที่ยังติดค้างในใจมันเลือนหายไปเสียที

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น