ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4.1 Alpha rich (ครึ่งแรก)

ชื่อตอน : บทที่ 4.1 Alpha rich (ครึ่งแรก)

คำค้น : omegaverse , yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 22:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4.1 Alpha rich (ครึ่งแรก)
แบบอักษร

บทที่ 4

Alpha rich

หลังจากที่ทำสงครามบนเตียงจนสปริงแทบหักผมก็หลับยาวยันเช้า ข้าวยงข้าวเย็นมีคนมาป้อนให้ถึงเตียงนอนไม่ลุกไปไหนทั้งนั้น เหนื่อย เพลีย ตื่นมาก็เพิ่มคำว่าปวดแสบไปด้วย แรงดีซะจนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าตอนที่พี่ชัชท์อยู่อเมริกานี่กินวันละกี่ราย

ใช่ครับ ต้องถามว่าเอาวันละกี่คน เชี่ยวขนาดนี้บอกไม่เคยนี่ ตอแหลแน่นอน ควงเอวซะจุกท้องเลย นี่ขนาดผมเป็นโอเมก้าที่ร่างกายรองรับอัลฟ่าได้นะ ยังเจ็บจี๊ด แล้วคุณอัลฟ่าที่เกาะพี่เขามาสิงบ้านด้วยนี่ทนไปได้ยังไง

ว่าแต่... พี่มันเคยกินเบต้าชายด้วยไหม? อยากรู้จังแหะ

ผมขยับตัวจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องทิ้งตัวลงนอนเหมือนเดิมเมื่อความปวดร้าวที่ช่วงล่างแล่นริ้วขึ้นมากลืนกินความตั้งใจที่จะลุกกลับห้องของผม ไม่นิยมทรมานสังขารตัวเองครับ ตอนนี้คือขาสองข้างปวดหนึบหุบก็เจ็บกางก็ปวดมันตึงไปหมดแล้ว ฮึ่ย ต้องมีคนรับผิดชอบ!

ผมเหลือบมองเจ้าของห้องที่นอนยิ้มหวานอย่างหมั่นไส้ ได้กินผมไปหลายทีสบายใจเชียวนะ ถึงมันจะไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันก็ห่างมาแปดปีแล้ว ไม่ได้ฮีทด้วยไม่ทะนุถนอมกันเลย แบบนี้ต้องรับผิดชอบกันหน่อย ผมคิดอยู่หลายอย่างแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะดึงป้าห่มนุ่ม ๆ มาห่มไว้คนเดียว เปิดแอร์เย็นเจี๊ยบเลี้ยงหมีขั้วโลกแบบนี้ก็จงหนาวไปซะ ถ้าไม่อยากนอนหนาวก็ตื่นขึ้นมาดี ๆ มีเรื่องจะใช้

“อื้อ...” ดวงตาคมปรือขึ้นมามองผมคนที่แกล้งเขาแต่เช้า ท่อนแขนใหญ่ตวัดมาโอบกอดผมที่ห่อตัวเป็นดักแด้เอาไว้ บอกก่อนว่าผมไม่ได้เปลือยนะครับ ยังใส่เสื้อฮู้ดตัวเดิมกับกางเกงในตัวใหม่อยู่ แน่นอนว่ามันยังคงคอนเซ็ปจีสตริงตามที่คนใส่ให้ชื่นชอบ

เอาเสร็จก็ไม่พอผมไปอาบน้ำให้เรียบร้อยนะพ่อคุณ

“ปวดขา” ผมเอ่ยออกมาเบา ๆ ไม่ ผมจะไม่ยอมให้ตัวต้นเหตุได้นอนสบาย ๆ แน่ “พี่ชัชท์ นวดขาให้ผมหน่อยสิ”

“อื้ออ พี่ง่วง” ผมมุ่นหัวคิ้วมองคนขี้เกียจสันหลังยาวอย่างไม่พอใจ “โอ๊ย ตะวันหยิกพี่ทำไม”

“ผมปวดขา” ผมพูดซ้ำคำเดิมอีกครั้ง ลุกขึ้นมานวดให้ผมเดี๋ยวนี้เลย

“อา ๆ” อัลฟ่าหนุ่มที่กินผมไปจนอิ่มยอมลุกขึ้นมานวดให้ผมแล้ว ดี! “พี่ไม่เคยนวดให้ใครเลยนะ”

พี่เขายกขาผมไปวางบนตักก่อนจะค่อย ๆ บีบน่องให้เบา ๆ เบาจนไม่รู้สึกอะไรเลย

“บีบแรงขึ้นหน่อย” ผมออกคำสั่งไป บีบแรงมดเดินแบบนี้มันจะหายเมื่อยได้ยังไงกัน “ผมปวดต้นขา...”

ดวงตาที่ง่วงงุนในตอนแรกนั้นประกายสดใสขึ้นมาทันที พี่ชัชท์เลิกผ้าห่มขึ้นอีกแล้วขยับมือมาบีบต้นขาผมด้วยแรงที่มากขึ้น

“ขาว” แน่สิ ผมไม่ค่อยได้ออกแดดนี่ ถึงจะชอบลอยแพเป็ดแต่นั่นมันก็เป็นเวลาเย็น ๆ ที่แดดร่มแล้ว “ปวดสะโพกไหมครับตะวัน”

ผมปรายตามองคนที่จะหาเศษหาเลยกับร่างกายผม นัยน์ตาที่ทอประกายระยับนั่นมองมาอย่างมีหวัง เฮ้อ เห็นแก่การนวดที่ไม่เลวผมพยักหน้าให้ก็ได้

พี่ชัชท์ยิ้มและไม่พูดอะไรอีก เขาบีบต้นขาผมไล่ขึ้นมาถึงสะโพกแล้ววนกลับลงไปใหม่ สัมผัสอุ่น ๆ จากฝ่ามือที่ทาบทับลงมามันทำให้ผมรู้สึกสบายจนเคลิ้มหลับไป

ตื่นมาอีกทีหมอนวดภาคบังคับของผมก็หายไปแล้ว อาการปวดก็ดีขึ้นแล้วด้วย แต่มันไม่ใช่เพราะการนวดหรอกครับ

“รู้ดีจริง ๆ” ผมลูบแผ่นแปะแก้ปวดที่ถูกเอามาแปะไว้ที่ขาและช่วงเอวของผม กลิ่นยานี่ลอยมาเตะจมูกผมเต็ม ๆ เลย แต่มันช่วยบรรเทาปวดได้เยอะจริง ๆ นั่นล่ะนะ “ซี๊ด”

แต่ตอนดึงออกแล้วขนหลุดไปด้วยนี่มันเหลือเกินเลยจริง ๆ ฮึ่ม

ตื่นสายสองวันติดมันผิดวิสัยตัวเองจนผมรู้สึกไม่ดีเลย ก็ถ้าผมตื่นสายพวกพี่ ๆ ในครัวเขาก็เก็บกวาดอาหารเช้าไม่ได้งานเขาก็ไม่เสร็จกัน เฮ้อ สงสัยต้องตั้งนาฬิกาปลุกอีกแล้วสิ

ผมลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้วลงไปอ้อนขอข้าวป้าน้อยกินแต่ต้องรออุ่นก่อนนะครับ มันเป็นนิสัยเสียของผมนี่แหละที่เลือกกินเฉพาะของร้อน ๆ แล้วทุกคนก็ตามใจไง โดยเฉพาะป้าน้อยที่ตอนนี้เอานมอุ่น ๆ มาให้ผมกินรองท้องไปพลาง ๆ

“เอ่อ...” ผมมองโจ๊กหมูเนื้อเนียนละเอียดที่โป๊ะไข่ลวกมาด้านบนสองฟอง ไข่ลวกเหรอ... ปกติผมไม่กินนะทุกคนก็รู้ แต่สายตาที่มองมามันทำให้ผมไม่กล้าถามอะไรออกไปเลย

เข้าตัวแน่ ๆ

ป้าน้อยบอกผมว่าพี่ชัชท์ไปบริษัทกับคุณน้าฌอณ และได้กำชับไว้ว่าถ้าผมว่างก็ให้ดูรายการอาหารที่จะใช้ในงานเลี้ยงต้อนรับให้ด้วย แล้วยังสั่งอีกว่าถ้าผมจะไปนอนแพเป็ดเล่นก็ให้ทาครีมกันแดดและใส่เสื้อแขนยาวขายาวแทน

สั่งนะ มีการสั่ง คิดว่าผมจะทำตามเหรอ ฝันไปเถอะ

ชีวิตประจำวันของผมในบ้านศิริภัทรกิจมันก็ไม่ได้มีอะไรมาก ตื่นเช้ามากินข้าว เดินไปเดินมารอช่วงบ่ายจะมีคนมาสอนโยคะช่วยให้แข็งแรงและคลอดง่าย ซึ่งตอนนี้ผมยังไม่ได้ท้องจะฝึกไปทำไมยังไม่รู้แต่คุณนายวษาเขาสั่งไว้ผมก็ต้องทำ แต่ไอ้ช่วยให้แข็งแรงนี้มันน่าจะขึ้นอยู่กับตัวคนด้วยล่ะ ผมนี่จองคิวป่วยทุกปีเลย วันนี้ตื่นสายจัดพอกินข้าวเสร็จยังไม่ทันจะย่อยดีคุณครูก็มาจับผมเข้าคอร์สทรมานละ

“ยืดค่ะ” ครับ ๆ ยืด ยืนจนกล้ามเนื้อผมเรียงเป็นเส้นตรงแล้วเนี่ย “ผ่อนลมหายใจ”

ผมมีเงินสดจ่ายเลยไม่ผ่อนว้อยยยย

นั่นล่ะครับ ชีวิตผม พอหลังจากเรียนโยคะเสร็จก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ บางวันก็ไปขโมยกรรไกรคนสวนไปตัดต้นไม้เล่น บางวันก็ออกไปถือของให้คุณน้าตอนช็อปปิ้ง แต่หลัก ๆ ก็คงเป็นนอนแพเป็ดลอยบนน้ำนี่ล่ะครับ เอื่อยเฉื่อยต่างจากชาติก่อนที่เช้าตื่นนอนไปทำงาน เย็นเอางานกลับมาทำ สุดท้ายก็โดนยิงตาย

ใช่แล้ว ผมโดนยิงตาย น่าจะโดนลูกหลงน่ะครับ ปุถุชนคนธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำวัน ๆ ก็ขึ้นวินซิ่งไปทำงานเพราะตื่นสายอย่างผมจบชีวิตลงด้วยกระสุนปืนกลางเมืองใหญ่ มันโคตรน่าเศร้าเลย ไม่รู้ประกันชีวิตที่ทำกับเงินที่เก็บออมไว้จะพอให้แม่ใช้จนน้องเรียนจบไหม ได้แต่หวังว่าน้องจะไม่ตายตามผมมาแล้วทิ้งแม่ไว้คนเดียวนะ

ผมเดินลากขาพาตัวเองมาห้องนั่งเล่นเห็นผมทอง ๆ โผล่พ้นมาจากโซฟาตัวประจำของผม อุบ๊ะ โดนแย่งที่เลื้อยไปอีก ทำไมไม่ไปนอนโรงแรมดี ๆ ล่ะ เนี่ย ลำบากผมต้องไปหาที่สิงสถิตใหม่อีก

“คิดว่านอนกับชัชท์แล้วเขาจะยกคุณเป็นคู่ชีวิตเหรอ” คำภาษาอังกฤษสำเนียงต่างชาติดังขึ้นมาก่อนที่ผมจะก้าวหลบออกไป นี่ว่าเดินเงียบ ๆ แล้วนะ ได้ยินได้ยังไงวะ “คุณยังไม่รู้จักเขาดีพอหรอกนะ”

“นั่นสินะ ผมก็ไม่คิดว่าผมรู้จักเขาดีพอ” จะไปรู้จักดีได้ยังไงในเมื่อพวกเรายังไม่เคยอยู่ด้วยกันจริง ๆ เลยสักครั้ง เพิ่งจะเคยพูดคุยกันจริง ๆ ก็ครั้งเดียว นอกนั้นก็... ป่ามป๊ามมมม ติดเตียงกันไปสิครับท่าน “แล้วคุณคิดว่าคุณรู้จักชัชท์ดีแค่ไหนกัน”

“มากกว่าคุณ” คำพูดที่ส่งมานั่นมั่นอกมั่นใจเหลือเกิน แต่ก็นะ เขาจะรู้จักคนที่ไปอยู่ประเทศเดียวกับเขามาเป็นปี ๆ มากกว่าคนที่เพิ่งจะได้อยู่กับคน ๆ นั้นเพียงแค่สองสามวันอย่างผมมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร “และฉันมั่นใจว่าฉันรู้จักเขามากกว่าคู่นอนของเขาทุกคน”

“อย่างนั้นเหรอ” ผมเดินเข้าไปยืนพิงพนักโซฟาที่หมอนั่นนั่งอยู่ “คุณรู้จักเขามากแค่ไหนกัน”

เขาเอากับเบต้าไหม ไหนบอกหน่อยสิ คำถามนี้ผมยังไม่ลืมหรอกนะจะบอกให้

“ฉันรู้ว่าเขาชอบกินอะไร ใส่เสื้อผ้าแบรนด์ไหน ทุกคือวันศุกร์จะไปเที่ยวที่ไหน ผับที่เขาชอบ รวมไปถึงเซ็กส์ของเขา” คุณริชปรายตามามองผม ดวงตาสีฟ้านั้นฉาบด้วยแววเย้ยหยัน “ฉันรู้จักทุกอย่างของเขา”

“ก็ดูไม่ต่างจากเพื่อนทั่วไปสักเท่าไหร่” นี่มันสต็อกเกอร์ชัด ๆ พี่ชัชท์โรคจิตแล้ว ยังมีโรคจิตตามตัวมากอีกเหรอเนี่ย มันจะพีคไปแล้วนะเฮ้ย “ชัชท์บอกว่าคุณเป็นอัลฟ่า”

“ใช่” ดวงหน้าขาวเชิดขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง ระวังคอจะเคล็ดเอานะพี่นะ “แน่นอน ฉันแตกต่างจากคู่นอนของชัชท์ทุกคนที่ผ่านมา”

“ทำไม? ที่ผ่านมาชัชท์เขานอนแต่กับโอเมก้าหรือสาว ๆ หรือยังไง” ตะล่อมสิครับ ใกล้ละ ใกล้จะได้รู้ในสิ่งที่ผมอยากรู้แล้ว

“ฉันเป็นอัลฟ่าคนเดียวที่นอนกับชัชท์” น้ำเสียงภูมิใจมาก ให้ตายสิ เรื่องนี้มันน่าภูมิใจเหรอเนี่ย แล้วก็ผมไม่ได้อยากจะรู้เรื่องนี้สักหน่อยนึง “พวกเราเข้ากันได้ดีกว่าใคร”

น่ะ ส่งสายตามาจะบอกว่ารวมถึงผมด้วยสินะ ความมั่นใจเหลือล้นดีจริง ๆ ผมปรบมือให้

“ดูคุณจะมั่นใจมาก” ผมบิดตัวน้อย ๆ ไล่ความเมื่อยขบ และแอบขยับเสื้อคอกว้างนี่ให้ไหล่ตกไปข้างนึงเปิดรอยรักที่คนในบทสนทนาทิ้งเอาไว้เมื่อคืน “คงนอนด้วยกันบ่อยสินะ”

“แน่อยู่แล้ว” มองชัดไหม ถ้าไม่ชัดเดี๋ยวจะขยับให้อีกหน่อย เอ้า ดูมองเข้าสิ จะมองกินเลือดกินเนื้อผมทำไมถ้านอนด้วยกันบ่อย “เซ็กส์ของเราร้อนแรงจนคุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ”

โอ้อวดมาก... ร้อนแรงหรือป่าเถื่อนกันน่ะ ผมไม่คิดว่าจะมีใครร้อนแรงเท่าผู้คนในพอร์นฮับแล้วนะ อ๊ะ ผมไม่ได้อยากดูหรอก แต่คุณน้าน่ะสิบอกให้ผมดูเพื่อศึกษาไว้ใช้ ร้อนแรงขนาดใช้โซ่ แส้ กุญแจมือ เทียนไขเลยหรือเปล่า

เดี๋ยวคืนนี้ให้ยืมไปนอนด้วย แต่มีข้อแม้นะ ขอผมเข้าไปนั่งดูความร้อนแรงนั้นหน่อย แถมยาทาภายในให้หลอดนึงด้วยอะ

“แล้วคุณเคยเข้าไปดูเวลาชัชท์เอากับคนอื่นเหรอริช” ผมยกยิ้มส่งให้คนที่เบิกตากว้างขึ้น “ถึงมั่นใจนักว่าเซ็กส์ระหว่างคุณกับชัชท์มันร้อนแรงกว่าคนอื่นเขา”

“...” เอ้า ไม่โต้กลับล่ะ ไม่เคยสินะ แหม ทำเป็นพูด “มันไม่ใช่เรื่องของคุณ”

ผมโน้นตัวเข้าไปหาคนที่นั่งนิ่งอยู่ ให้คอเสื้อตกลงอีกเอาให้เห็นหัวนมที่บวมแดงของผมลาง ๆ อืม ดูจากสีหน้าแล้วเขาจะต้องเห็นแน่นอน

“แล้ว... คุณเป็นคู่นอนของชัชท์มากี่ปีแล้วล่ะ”


@@@@@@@@@@@ ครึ่งแรก @@@@@@@@@@

วันนี้คนขี้เซามาต่อมืดมากเลยยย ฮือออ ไม่อยากคิดถึงตอนเริ่มทำงานจริง ๆ แล้วเลยค่ะ

ความเผ็ดของน้องไม่ได้มีแค่บนเตียงนะคะ (โบกป้ายเชียร์)

หวีดความเผ็ดของน้องแล้วอย่าลืมติดแฮชแท็ก #ตะวันเป็นโอเมก้า กันด้วยนะคะ คนขี้เซาแอบส่องอยู่น้าา

ฝากแชร์กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่า

ความคิดเห็น