ขอบคุณมากๆนะคะที่ให้การสนับสนุน กราบบบงามๆ

ชื่อตอน : หนี 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 14:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนี 1
แบบอักษร


หนี 1






ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!

ฟิ้ว! บึ้มมมมมมมมมม!

“เฮือก!!!”

ในคืนนั้นผมตกใจตื่น! ก่อนจะรีบลุกสังเกตดอกบัวจากปกติที่หุบกลับเปิดอ้าออก

“มาเยอะกว่าที่คิด” เจ้ารากบัวที่ใช้รากของมันชี้ไปบนท้องฟ้าทำให้ผมมองตามมันพบว่าด้านบนมีเกราะป้องกันสีขาวจางๆไว้อยู่

แต่ทว่า…

บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!

“เฮ้ย!”

เสียงพลังเวทจากด้านนอกพุ่งเข้าใส่เกราะป้องกัน ลูกไฟสีเพลิงขนาดใหญ่โจมตีเข้าใส่เกราะป้องกันอย่างไม่หยุดยั้งทั้งยังมีน้ำที่น่าจะมาจากทะเลโหมเข้าใส่กลายเป็นเกลียวคลื่นขนาดยักษ์ มีพลังของธาตุหลากหลายพุ่งเข้าโจมตีจนเกิดเป็นภาพที่น่ากลัวอย่างหนึ่งแม้จะดูเหมือนพลุที่อยู่บนท้องฟ้าแต่ความเป็นจริงแล้วมันคือสิ่งที่กำลังรุกรานพวกเราอยู่ต่างหาก!

ผมก้มหลบอยู่มุมดอกบัวด้วยสัญชาตญาณที่มีอยู่ มือของผมสั่นเทาไปหมดตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนราวกับ…สงคราม

สงคราม…

“ไม่ผิด มันคือสงครามระหว่างหุบเขาแห่งนี้และพวกเขาเหล่านั้น”

“จะเจ้ารากบัว พะพวกเขาต้องการอะไรกันแน่!”

ไม่เพียงแต่รุกรานแต่ยังโจมตีพวกเราอย่างโหมกระหน่ำแบบไม่หยุดหย่อนเสียงราวกับระเบิดเหมือนตัวเองหลุดออกไปในยุคของสงครามโลกปะทุอยู่ข้างหูวนเวียนซ้ำไปมา ภาพยนตร์ที่เคยดูในโลกเดิมอยู่ฉายออกมาในความคิด มันเป็นภาพที่น่ากลัวอย่างจับใจเพียงแต่เปลี่ยนซากคนมาเปลี่ยนซากสัตว์…

“สะสัตว์พวกนั้นจะตายไหม!”

“พวกเขาป้องกันตัวเองได้อย่าได้เป็นห่วงเลย”

โชคดีที่มีเจ้ารากบัวอยู่ มันค่อยๆใช้ปลายรากปลอบหลังผมเบาๆ เสียงด้านนอกยังคงปะทุดังสนั่นหวั่นไหวแม้จะมีเกราะป้องกันแต่ผมไม่รู้เลยว่ามันจะกันได้นานหรือเปล่า

ทันใดนั้น!

เหล่าขบวนสัตว์ก็พากันวิ่งเข้ามาพร้อมกับร้องบอกว่าแย่แล้ว!

เกราะป้องกันกำลังอ่อนลงผู้บุกรุกกำลังรุกคืบเข้ามาใกล้!

“ทำยะยะยังงะไงดี ผะผมกลัว ผมยังไม่อยากตาย”

“ใจเย็นก่อน เจ้ายังตายตอนนี้ไม่ได้หรอก”

“มะหมายความว่าไง”

“พวกนั้นมาเพื่อต้องการตัวเจ้า”

“อะไรนะ! ผม? ทำไมล่ะ นายเจ้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?”

“ฟังข้าให้ดี ต่อไปนี้จงหนีไปให้ไกลจากพวกนั้นถ้าเป็นไปได้อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกราชวงศ์ ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้าอีกต่อไปแล้วอีกไม่นานเกราะป้องกันคงต้านไม่ไหว ข้าเองก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะมาเยอะจริงๆ ความรู้ทั้งหมดจงเก็บรักษามันไว้ให้ดีแม้ตอนนี้เจ้าจะยังไม่มีประสบการณ์แต่ข้าเชื่อว่าในอนาคตเจ้าจะต้องทำได้ดีแน่ๆ เอาล่ะ ตามเจ้าม้าสีขาวนั้นไปมันจะช่วยพาเจ้าไปทางลับหลังหุบเขา ที่นั่นจะมีสัตว์ที่จะช่วยพาเจ้าข้ามทะเลไปสู่ผืนดินอีกฝั่งหนึ่ง”

“แล้วนายล่ะ! จะไปด้วยกันกับผมใช่ไหม?” ผมลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูกได้แต่มองคำตอบอย่างมีความหวังแต่ว่า...

“ข้าไปไม่ได้ ข้าต้องปกป้องสถานที่แห่งนี้ พวกเจ้าพาเขาไปได้แล้ว!”

“เดี๋ยว! ผมเองก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น! ผมจะไม่ทิ้งพวกนายไว้หรอกนะ”

พวกสัตว์พากันพากันขนของเอาใส่ถุงผ้าก่อนจะมัดไว้กับตัวม้าสีขาวที่ผมเคยเจอมันในวันแรก เมื่อผมลองมองบริเวณรอบๆดอกบัวพบว่าเสื้อผ้าของผมหายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ คาดว่าน่าจะเป็นเจ้ารากบัวที่แอบเก็บชุดรวมกับสัมภาระเหล่านั้น

ฟิ้วววววว บึ้มมมมมมมมมมมม!!!

“เฮ! บุกเข้าไป บุกเข้าไป!”

“อีกนิดเดียว!!!”

“นั่น! ตรงนั้นมีพวกสัตว์เวทอยู่!”

“ต้องใช่ที่นั่นแน่ๆ รีบไปเร็ว!”

แสงสีส้มของคบเพลิงและพลังเวทห่างออกไปอยู่ไม่ไกล พวกเขากำลังเดินเข้ามาใกล้ใจกลางหุบเขาแล้ว!

“กัส พาเขาหนีไปเดี๋ยวนี้! ส่วนตัวอื่นๆหาที่ซ่อนให้ดีอย่าได้ออกมาจนกว่าพวกเขาจะกลับไป!” เจ้ารากบัวสั่งยูนิคอร์นที่ชื่อกัสตัวนั้นให้รีบพาผมออกไปแต่ผมใช้มือยึดรากมันไว้

“ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”

“ไวท์ อย่าดื้อ!” คำพูดมันเหมือนกับพวกเกรย์และซันไม่มีผิดแต่สิ่งที่ทำให้ผมหดหู่ที่สุดก็คือมันสะบัดรากของมันให้หลุดจากมือของผม

เจ้ายูนิคอร์นที่ชื่อกัสมันคาบหลังเสื้อของผมออกมาจากเจ้ารากบัวก่อนจะลากผมให้หนีไปทางด้านหลังทะเลสาบแต่ผมกลับยื้อมันไว้ก่อนจะวิ่งไปหาเจ้ารากบัวแต่กัสไวกว่าพยายามคาบผมหนี

“เจ้ารากบัวอย่าทำอย่างนี้นะ! ไม่เอา! กัสปล่อยผม! ผมจะกลับไปหาเจ้ารากบัว!”

“ฮี้!!!” มันร้องเสียงเตือนเมื่อฝีเท้าหลายคู่ใกล้เข้ามา

ภายในใจของผมรู้สึกร้อนรนก่อนที่จะรู้สึกถึงความเปียกชื้นตา…น้ำตาผลเริ่มคลอเบ้าก่อนมันจะค่อยๆไหลออกมาด้วยความกังวล หดหู่และเสียใจที่จะต้องจากเจ้ารากบัวไป

“มะไม่…ไม่นะ กะกัส กัส…ปะปล่อยผม ปะปล่อย ฮึกก! ผมไม่อยากทิ้งมันไว้ ผะผมกลัว ผมไม่…ไม่เอา ฮือออ ฮือออ ฮืออออ”

สองมือของผมพยายามจะเอื้อมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแต่แรงกระชากทางด้านหลังทำให้ตัวผมเริ่มถอยห่างออกไปทุกที…

“ผะผมขอร้อง กัส ผมขอร้อง ขอร้องจริงๆ ได้โปรด…อย่าให้ผมไป ได้โปรดเถอะครับ ฮึกกกก…”

กัสคงรับรู้ความรู้สึกในใจที่ผมมี…มันค่อยๆลากตัวผมหลบเข้าไปในพุ่มไม้เพื่อคอยสังเกตการณ์ทั้งยังเตือนสติผมไม่ให้ออกไปเพราะอาจจะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงกว่าเดิม

“มะมีจริงๆ มีจริงๆด้วย พวกเราเจอแล้ว!”

“รีบจดบันทึกไว้เร็วเข้า! ข่าวนี้ต้องทำเงินให้ข้าได้หลายเหรียญแน่ๆ!”

“ในที่สุดตำนานก็เป็นเรื่องจริง!”

“เดี๋ยวก่อน! แล้วเจ้าสิ่งนั่นล่ะ? ทำมึงมีแต่เจ้าดอกนี่เล่า!”

“นี่มันดอกไม้น้ำ? ช่างเหมือนกับลิลลี่ไม่มีผิดเพียงแต่รูปร่างแปลกประหลาดพิกล”

“เป็นลิลลี่น้ำไม่มีผิด! เฮ้ พวกเจ้าช่วยกันมองรอบๆซิว่าเจ้าสิ่งนั้นอยู่แถวนี้หรือเปล่า”

“ข้าจะลองเข้าไปในดอกลิลลี่น้ำนั้นดู!”

เมื่อพวกเขาก้าวเข้าไปกลับถูกเวทป้องกันสะท้อนกลับมา เหล่าบรรดาเผ่าพันธุ์ที่อยู่ด้านหลังถึงกับถอยห่างไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าไปในใจกลางทะเลทราบได้

“เดี๋ยวก่อน พวกเจ้าดูสิ! ในนั้นมีหนังสือ เสื้อผ้าอยู่ด้วยหรือว่าเจ้าสิ่งนั้นจะเคยอยู่ที่นี่จริงๆ”

“เร็ว! ลองบุกเข้าไปอีกครั้ง ไม่แน่พวกเราอาจจะได้เบาะแสจากในนั้นก็ได้”

“พลังของพวกข้าไม่ไหว พวกเจ้าลองไปเรียกท่านแม่ทัพกับเจ้าชายมาเผื่อว่าพวกเขาจะช่วยได้”

ในขณะที่ผมกำลังเบิกตากว้างมองภาพเหล่านั้นด้วยความสับสนภายในร่างกายรู้สึกหนาวยะเยือกขนกายทั้งหมดต่างลุกชันไปหมดแม้แต่มือและขาที่กำลังหมอบอยู่ตอนนี้ก็ไม่กล้าพอที่จะก้าวออกไป พวกเขากำลังจะทำอะไร…ชายพวกนั้นที่ดูสูงส่งหลายคนกำลังใช้เวทมนตร์อะไรบางอย่างทำลายเกราะป้องกันที่ล้อมรอบทะเลสาบไว้

“มะไม่…พะพวกจะทำทำบะแบบ…แบบนั้นมะไม่ได้” เสียงของผมสั่นเครือในใจรู้สึกร้อนรนไปหมด จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี…หากเจ้ารากบัวโดนพวกนั้นโจมตี…ผมจะทำอย่างยังไงดี!

พวกโจมตีอยู่นานจนกระทั่งเกราะป้องกันที่ล้อมรอบอยู่ค่อยๆแตกสลาย ชายที่แต่งกายเป็นทหารหลายนายกำลังเดินข้ามผ่านสะพานแต่จู่ๆเจ้ารากบัวกลับใช้ปลายรากผลักพวกเขาตกลงทะเลสาบ!

ผั้วะ!!! ตูม!!!

“ระรากของมันกำลังกลืนกินพวกเรา! แย่แล้วรีบออกมาจากสะพานเร็วเข้า!”

“ใช้ธาตุน้ำกับดินไม่ได้เลย!” เจ้ารากบัวกำลังจับขาคนพวกนั้นให้จมสู่ลงก้นทะเลสาบ

มันกำลังฆ่าคน…

เพื่อสิ่งใด…หรือเพื่อตัวผม? ทำไมล่ะเพื่อปกป้องผมแล้วนายไม่กลัวตายเลยเหรอทั้งที่นายก็รู้ผมทิ้งนายไว้ไม่ได้แต่ทำไมขาของผมกลับไม่ขยับทั้งที่ตัวผมนั้นอยากจะเข้าไปช่วยนายเหลือเกิน

แล้วนั้นพวกเขาทำสิ่งใด…กำลังโจมตีเจ้ารากบัวอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมผมถึงนิ่งอยู่ล่ะ พวกนั้นกำลังใช้ไฟเผาสะพานและรากบัวที่โผล่พ้นออกมาอยู่นะ!

“พะพวกเขากำลังผะเผาเจ้ารากบัว! ผมต้องออกไป ตะตะต้องออกไปช่วย! ฮึก…ตะแต่แต่ทำไมขาผมมะไม่ขะขยับเลย ฮือออ…”

ภายในชั่วพริบตาปลายรากของมันถูกชายคนหนึ่งจับไว้ก่อนจะใช้ดาบตัดของมันทิ้งในทันที!

ผมรู้สึกตัวชาวาบ เบิกตามองภาพนั้นราวกับเวลากำลังหยุดหมุน ปากของผมไม่สามารถที่จะเอ่ยคำพูดใดๆออกมาในขณะที่พวกเขากำลังค่อยๆทยอยเผาดอกบัวที่อยู่บนทะเลสาบ ธาตุลมของพวกเขาใช้มันหมุนรากทุกต้นของดอกบัวขึ้นสู่ฟ้าก่อนจะใช้เพลิงสีส้มเผาพวกมันให้เหลือแต่เพียงเถ้าถ่าน

ชั่วขณะหนึ่งภาพในหัวของผมและเจ้ารากบัวกำลังตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ของพวกเราทั้งสอง ผมเกิดภายในตัวมัน…พวกเราเปรียบเสมือนเพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง เป็นสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาดแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆแต่กลับได้เรียนรู้ได้พูดคุยอยู่ด้วยกันทุกตลอดเวลา ผม ผม…ผมรู้สึกเหมือนเส้นใยบางๆกำลังตัดขาดจากภายในร่างกายของผม…หรือมันอาจจะเป็นสายใยของพวกเราที่กำลังเตือนสติให้ผมรับรู้ความจริงว่าเจ้ารากบัวไม่ได้อยู่กับผมอีกต่อไปแล้ว

ผมมีสามารถใช้เวทมนตร์ได้แต่ทำไม ทำไม ทำไม!

ทำไมภายในใจของผมรู้สึกกลัว!

กลัวจนไม่กล้าที่จะออกไปปกป้องเจ้ารากบัว!

ผมขอโทษ…ฮือออ…ผมขอโทษ ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ…

ปากของผมไม่กล้าขยับแต่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตแม้แต่ตัวเองก็ยังปกป้องไม่ได้

ผมมันขี้ขลาดเหลือเกิน!

พวกเขา พวกเขากล้าทำแบบนี้ได้อย่างไร! แม้ปากของผมจะไม่กล้าเอ่ยออกมาได้แต่ปล่อยน้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบๆจนกระทั่งในที่สุดความเงียบก็ไม่อาจชนะความอัดอั้นที่มีอยู่ภายในใจของผม

ผมค่อยๆลุกขึ้นขยับ เจ้ากัสเตรียมดึงชายเสื้อของผมพร้อมออกวิ่งแต่ก่อนที่มันจะออกวิ่งผมกลับตะโกนใส่พวกเขาราวกับกำลังระบายความโกรธ ความอัดอั้นที่พวกเขากำลังทำสิ่งที่ไม่สมควรทำ

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!”

เสียงกู่ร้องดังสะท้อนกึกก้องไปทั่วหุบเขาราวกับสายฟ้าร้องฟาดผ่าลงตรงใจกลางทะเลสาบ น้ำเสียงที่ได้ฟังดูปวดร้าวเหลือคณานับส่งผลให้ภายในจิตใจของพวกเขากำลังสั่นคลอนด้วยความรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง หุบเขาต้นไม้ใบหญ้าทุกสรรพสิ่งต่างตะโกนร้องกลับด้วยความเศร้า เสียงลมที่ส่งผ่านต่อใบไม้ของพืชแต่ละต้นกำลังกรีดร้องกลายเป็นเสียงโหยหวนชวนน่าขนลุก พวกเขารู้สึกได้ว่าหุบเขาแห่งนี้กำลังขยับ!

มันสะเทือนไปทั่วบริเวณ…ไม่สิมันสั่นไปทั่วรอบเกาะแห่งนี้เลยต่างหาก!

“รายงานด่วน! แย่แล้วพะยะค่ะ พวกสัตว์เวทกำลังโจมตีคนของเราอยู่ทางด้านนอก พวกมันมีเยอะกว่าที่คิดหากพวกเราไม่รีบกลับขืนชักช้าทางเราจะเสียกำลังพลไม่เพียงพอให้เดินเรือกลับ เจ้าชายเคอัสได้โปรดรีบตัดสินพระทัยด้วย!”

“ท่านแม่ทัพไม่ต้องกังวล ท่านสั่งคนของเราให้ถอยกลับไปที่ชายหาดเดี๋ยวนี้ส่วนที่เหลือตามข้าไปหาเสียงที่อยู่ด้านหลังดอกลิลลี่น้ำนั่น!”

“เคอัส เจ้าคงไม่ว่าอะไรหรอกนะหากข้าจะติดตามไปด้วย หึๆ”

“เจ้าชายเรนแดล? พวกเราต่างจับมือเป็นพันธมิตรกันช่วยเหลือกันย่อมจะดีกว่า”

“เคอัสพูดถูกแม้แต่ละเผ่าของพวกเราจะไม่ชอบหน้ากันอยู่บ้างแต่เรื่องตามหาสิ่งนั้นสำคัญกว่า”

“ที่ปรึกษาเซนของกษัตริย์เอ็ดมันด์ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะให้ความสำคัญกับเรื่องที่ไม่มีอยู่จริง”

“แม่ทัพโรเจอร์กล่าวเกินไปแล้วมั้ง หากไม่มีอยู่จริงแล้วสิ่งที่ท่านเห็นอยู่ตรงหน้านั้นคือสิ่งใด?”

“พวกเจ้าหยุดแล้วตามหาสิ่งนั้นก่อนจะได้รึไม่ ข้าไม่มีเวลาว่างพอมาฟังพวกเจ้าพูดคุยอยู่ที่นี่ทั้งวันหรอกนะ”

พวกเขาทั้งหมดคือเจ้าชาย เสนาบดี ที่ปรึกษาหรือแม้แต่แม่ทัพใหญ่ที่กษัตริย์แต่ละดินแดนมอบหมายภารกิจเพื่อตามหาสิ่งนั้นและนำมันกลับไป ในความคิดของพวกเขามันคือเรื่องที่เหลวไหลสิ้นดีแต่เมื่อได้มาพบจริงๆเรื่องเล่าที่เคยกล่าวไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกเขาทำให้เริ่มเชื่อเพิ่มมาครึ่งหนึ่ง

“เร็วเข้าตามมันไป!”

“มันกำลังหนีแล้ว สั่งการเผ่าใต้น้ำให้เตรียมพร้อมดักซุ่มรอมัน!”

“ใช้เวทสกัดมันเอาไว้!”

“เวทตาข่ายใช้ไม่ได้ผล!”

“อะไรนะ ตาข่ายเวทของอาณาจักรเจ้าคือผลงานชิ้นเอกทำไมจึงใช้ไม่ได้!”

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตามมันไปให้มันจนมุม!”

ขณะที่พวกชายที่ดูสูงส่งแต่งกายมีฐานะพวกนั้นกำลังไล่ล่าผม เจ้ากัสรีบคาบผมออกตัววิ่งทันที ร่างของผมที่ถูกมันคาบกำลังหันหลังมองเวทมนตร์ที่คล้ายตาข่ายกำลังพุ่งมาทางพวกเราแต่เจ้ากัสกลับกระโดดแล้วใช้เขาทิ่มตาข่ายเวทนั้นให้สลายหายไป

มันหลบซ้ายและขวาพยายามวิ่งให้เร็วที่สุดส่วนตัวผมที่โดนคาบอยู่แม้จะถูกพืชหรือกิ่งไม้ขูดตามเนื้อตามตัวกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิดเพราะความเจ็บจากแผลมันคือสิ่งภายนอกเทียบเท่าไม่ได้กับความเจ็บปวดที่ผมได้รับจากภายใน

เจ้าต้องรีบหนีไป

เสียงของกัสกำลังสื่อสารกับผมแต่ผมไม่ตอบรับ ดวงตายังคงเหม่อลอยมองภาพสีเพลิงส้มและเถ้าถ่านที่กำลังลอยอยู่เหนือฟ้า

“พวกเขาฆ่าเจ้ารากบัว...”

หน้าที่ของเจ้านั่นสิ้นสุดลงแล้ว*!*

“หมายความว่ายังไง หน้าที่สิ้นสุด? อย่ามาพูดแบบนี้ นายไม่ได้เจ็บเหมือนที่ผมเจ็บ นายไม่ได้รู้สึกเหมือนกับผมเลยสักนิด!”

ใช่ ข้าไม่ได้รู้สึกเจ็บเหมือนที่เจ้าเจ็บแต่ข้ากลับทนเห็นไม่ได้หากสิ่งที่เจ้านั่นปกป้องกำลังตกอยู่ในอันตราย หน้าที่ของมันก็คือหน้าที่ของพวกข้า*!*

“หึ…หน้าที่ของเจ้างั้นเหรอ หน้าที่ของเจ้าคืออะไรล่ะ พาผมหนี? แล้วให้ผมปล่อยเจ้ารากบัวตายทั้งที่ผมไม่ได้พยายามทำอะไรเลย!”

หยุดความคิดโง่ๆของเจ้าซะ*! เจ้าคิดถึงแต่เจ้ารากบัวแต่เคยคิดถึงสิ่งรอบข้างที่กำลังพยายามปกป้องเจ้าอยู่รึไม่! จงดูซะหน้าที่ของพวกข้า!*

วินาทีนั้นเจ้ากัสโยนผมชนกับต้นไม้แต่ก่อนที่ผมจะได้ร้องเพราะความเจ็บกลับต้องตกตะลึงเมื่อได้เห็นสิ่งอยู่เบื้องหน้าที่ห่างออกไปไม่ไกล พวกเขากำลัง…

ต่อสู้กับพวกสัตว์เวท!

สัตว์เวทบางตัวพลังน้อยนิดแต่กลับถูกพลังเวทของพวกเขาโจมตีใส่ไม่เหลือแม้กระทั่งเถ้าถ่าน บางตัวถูกฉีกกระชากจากภายในเลือดและอวัยวะของพวกมันกระเด็นออกมา บางตัวถูกพื้นดินสูบลงไป บางตัวขาขาดแต่กลับ…กลับสู้จนหัวของมันถูกตัดออกไปอย่างโหดร้าย

“อะอ่อกกกกกกกกกกกกกก” ผมอ้วกออกมาทั้งน้ำตา สิ่งที่เห็นมันทารุณและโหดร้ายมากสำหรับผม

พวกเขา…พวกเขากำลังทำหน้าที่เพื่อผม!

เห็นหรือยังสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่!

“ฮึก…ฮืออออ ผะผมขอโทษ ฮือออ ฮืออออ…”

หากเจ้าหนีไปหน้าที่ของพวกข้าก็จะจบลง อย่าให้ความตั้งใจของพวกเราได้เสียเปล่า

“ฮึก! อะอื้อ!...ฮืออออ”

นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เจ้ารากบัวต้องการและพวกเราทั้งหมดคือการได้เห็นเจ้ามีชีวิตต่อไปและจงอย่าได้ตกเป็นเครื่องมือของคนอื่น ความรู้ที่เจ้ารากบัวสอนเจ้าก็จงใช้มันให้เกิดประโยชน์*…ข้าได้กลิ่นพวกเขาใกล้เข้ามาพวกเราต้องรีบหนีต่อเดี๋ยวนี้*

“ขะขะขอโทษนะ ผมขอโทษ…ฮือออ…ผมขอโทษจริงๆ…”

ผมหันหลังให้สัตว์ที่กำลังต่อสู้อยู่ไม่แม้แต่จะกล้าหันหลังกลับไปมองก่อนจะขึ้นหลังเจ้ากัสให้มันพาผมมุ่งหน้าสู่ชายหาด เมื่อเห็นปลายทางเป็นสีขาวใสก็พบมันคือทรายละเอียดสีขาวหมายความว่าที่แห่งนี้คือเกาะจริงๆเพียงแต่เมื่อเดินเข้าสู่ด้านในจะเหมือนหุบเขาแห่งหนึ่ง

เจ้ากัสพาผมไปยังปลายทางหลังโขดหินซึ่งหลังโขดหินนั้นมีเรือลำเล็กๆถูกทิ้งเอาไว้อยู่ มีไม้พายและถุงอีกสองสามถุงรวมถึงผ้าเก่าๆสีซีดด้านบนมีเสามีใบเรือดูคล้ายกับมีคนเคยมาที่นี่แล้วถูกทิ้งไว้อยู่นานพอสมควร เจ้ากัสโยนสัมภาระผมลงเรือก่อนจะให้ผมเข้าไปนั่งอยู่ด้านใน

“ผมบังคับเรือไม่เป็น” แม้จะเคยอ่านมาบ้างแต่ก็ยังหวาดกลัวกับคลื่นทะเลลูกใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวเจ้าพวกนอร์ฟจะมารับเจ้าเอง

“มันคือ?”

นั่นไงมากันแล้ว!

ผมอ้าปากค้างก่อนจะมองปลาตัวใหญ่ ไม่สิ ต้องเรียกว่าวาฬตัวใหญ่ประมาณแปดตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ สัญลักษณ์อันโดดเด่นของพวกมันก็คือเขาที่งอกออกมาคล้ายยูนิคอร์น

นะนี่มันวาฬนาร์วาลชัดๆเลย!

พวกมันคล้ายคลึงกันมาก วาฬพวกนี้หากเป็นโลกเดิมถูกเรียกว่ายูนิคอร์นแห่งท้องทะเลอีกทั้งมีโอกาสน้อยมากที่จะพบมันเพราะมันจะชอบย้ายถิ่นฐานอยู่ตลอดเวลาไม่ได้อยู่ที่ไหนนานเท่าไหร่เพียงแต่ตัวที่อยู่ตรงหน้าผมมีขนาดใหญ่กว่าวาฬในโลกเดิมถึงสองเท่าทั่วทั้งตัวเป็นสีเทาบ้างสีขาวลายดำบางบางตัวสีดำสนิท

พวกมันจะพาเจ้าข้ามทะเลไปอีกฝั่งหนึ่ง

“ทำไมพวกมันถึงช่วยผม?”

พวกมันต้องการแค่พรของเจ้า มันใกล้จะสูญพันธ์แล้วและเจ้าเพียงคนเดียวที่ช่วยมันได้เมื่อถึงฝั่งเจ้าก็จะรู้เอง รีบไป*! พวกนั้นใกล้เข้ามาอีกนิดใกล้จะถึงตัวพวกเราแล้วเร็วเข้า!*

เจ้ากัสคาบเชือกที่อยู่หน้าเรือโยนลงสู่ทะเลก่อนจะใช้เท้าถีบเรือของผมให้ค่อยๆลอยออกไป

“กัส ไปกับผม!”

ข้าไปไม่ได้ ข้าต้องถ่วงเวลาพวกเขาและอยู่เฝ้าที่นี่

“แต่ผมอยากให้นายมาด้วย ได้โปรดเถอะ!”

ขอโทษนะไวท์ ดูแลตัวเองให้ดีอย่าทำให้พวกเราผิดหวังเด็ดขาด!

“กัสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส!!!”

เจ้าวาฬนอร์ฟพวกนี้ใช้เขาของมันคล้องกับเชือกหน้าเรือของผมก่อนจะรีบว่ายออกสู่ทะเลในทันที

“ตามไปเร็วเข้า เจ้าสิ่งนั้นมุ่งหน้าไปยังทะเลแล้ว รีบสั่งการเผ่าใต้น้ำให้จัดการด่วน!”

“ใช้เวทให้มันย้อนกลับมากก็ได้นี่”

พวกเขาพูดจบก่อนจะยกมือสูงขึ้นใช้เวทธาตุน้ำที่อยู่ทะเลค่อยๆหมุนเป็นเกลียวคลื่นแต่กลับถูกเจ้ากัสที่ปล่อยพลังเวทออกจากปากของมันทำลายลงเสียก่อน

“ไม่ทันแล้ว เรือเริ่มออกไปไกลแล้ว”

“สั่งคนของพวกเราให้หยุดโจมตีแล้วหันเรือกลับตามเรือนั่นไป!”

“พวกเจ้าไปก่อนอย่าลืมบอกคนของเผ่าข้าด้วยล่ะส่วนข้าจะจัดการเจ้านี่ก่อน”

“ไม่มีปัญหา หากพลาดกับเจ้าสิ่งนั้นขึ้นมาก็ให้ทหารบนฝั่งดักรอก็แล้วกัน”

“ส่วนเจ้าบังอาจมากที่ขัดขวางการจับกุมเจ้าสิ่งนั้น!”

พวกเขาทั้งหมดเตรียมปลดปล่อยพลังเวทอันรุนแรงออกมาแม้แต่เจ้ากัสก็ไม่อาจต้านทานได้

ร่างของมันลอยกระเด็นเสียงซี่โครงภายในหักเป็นสองท่อน ตัวของมันพลิกตลบหันหน้าไปทางทะเลและ…สิ่งสุดท้ายที่มันเห็นก็คือเรือเล็กนั้นได้หายออกไปจากสายตาของมันแล้ว

โชคดีนะไวท์





ความคิดเห็น