ขอบคุณมากๆนะคะที่ให้การสนับสนุน กราบบบงามๆ

เมื่อหลุดมาอยู่ต่างโลก 2

ชื่อตอน : เมื่อหลุดมาอยู่ต่างโลก 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 10:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมื่อหลุดมาอยู่ต่างโลก 2
แบบอักษร


เมื่อหลุดมาอยู่ต่างโลก 2




เจ้ารากบัวดูเหมือนจะรู้เรื่องราวของโลกกว่าที่คิด ผมเคยถามมีใครเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อนหรือเปล่าคำตอบของเจ้ารากบัวคือไม่รู้ซึ่งนั่นทำให้ผมไม่สนใจเรื่องนั้นอีกต่อไปก่อนจะตั้งใจอ่านหนังสือพวกนี้ เจ้ารากบัวสอนผมทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่การแต่งกาย วัฒนธรรมอันแปลกประหลาดรวมถึงชนเผ่าต่างๆที่ดูเหมือนจะหลุดออกมาจากในนิยายแฟนตาซีดังหรือในการ์ตูนดังของญี่ปุ่น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความฝันแต่มันมีอยู่จริงๆแม้ว่าจะมีหลายเผ่าพันธุ์แต่ภาษาที่พวกเขาใช้มีเพียงแค่สิบกว่าภาษาเท่านั้นถ้ายังไม่เหมารวมกับภาษาชนเผ่าโบราณอื่นๆก็ราวๆยี่สิบกว่าภาษาได้

เวลาผ่านพ้นไปราวๆเดือนเศษซึ่งผมคอยนับมันอยู่ทุกวันเพื่อไม่ให้ตัวเองลืมแต่ที่น่าแปลกใจคือสมองของตัวตนใหม่นี้สามารถจดจำทุกอย่างได้ภายในเพียงพริบตาถ้าหากตัวตนนี้อยู่ในโลกเดิมก็คงถูกเรียกว่าสุดยอดอัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัย เจ้ารากบัวสอนผมเขียนอ่านภาษา โชคดีที่พวกสัตว์ตัวน้อยช่วยกันหาขนนกที่ไว้ใช้เขียนและหมึกที่มีมากพอสำหรับขีดเขียนได้เป็นปีๆ เจ้าพวกนั้นบอกว่าไปหามาจากแถวๆด้านหลังถ้ำซึ่งมันมีซากของเรือและเอ่อ...โครงกระดูกคนตายนับไม่ถ้วน ในครั้งแรกที่ผมรู้ผมรีบโยนทิ้งในทันทีแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองทำอะไรแทบไม่เป็นสักอย่างจะทิ้งไปก็เสียของสู้เก็บไว้ใช้ให้เป็นประโยชน์ดีกว่า ถือว่า…ขอยืมไปก่อนละกันนะ

ผมเคยออกสำรวจอยู่หลายครั้งพบว่าที่นี่แห่งนี้มีภูมิศาสตร์เชิงพื้นที่ในรูปแบบของหุบเขาเสียมากกว่าเป็นป่าเพราะไม่ว่าจะไปทางไหนก็เจอแต่หุบเขาเต็มไปหมดบางทีเคยเดินไปไกลกว่าที่ทะเลสาบดอกบัวพบว่ามันเป็นทางชันสูงยาวของหุบเขา ที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการป้องผู้บุกรุกจากข้างนอกมากกว่าแต่ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วเกิดวันใดวันหนึ่งผมต้องการออกจากที่แห่งนี้แล้วจะหาทางออกได้อย่างไรเล่า

ถึงแม้ว่าจะยังหาทางออกไม่เจอแต่สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและพืชพรรณที่หายากหลายชนิด เวลาที่ผมเข้าใกล้พวกสัตว์น้อยใหญ่พวกมันกลับไม่ทำร้ายแต่ชอบให้ผมลูบและเล่นกับพวกมันมากกว่า…น่าแปลกแต่ดีแฮะ

บางทีผมหลงทางเจ้าพวกนี้ก็จะคอยนำทางช่วยเสมอไม่รู้ว่าถ้าเป็นคนอื่นๆจะสื่อสารได้แบบเดียวกับผมหรือเปล่าส่วนทางด้านเรื่องอาหารการกินทุกวันนี้มีแต่ผักกับพวกผลไม้เนื่องจากผมศึกษาสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของของโลกใหม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอะไรที่ควรกินอะไรที่ไม่ควรดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเท่าไหร่นัก เสื้อผ้าที่อยู่ในถ้ำผมก็นำมาเย็บแล้วทำเป็นชุดใหม่แม้ว่าจะไม่มีกรรไกรแต่ให้พวกสัตว์เหล่านั้นใช้ฟันอันแหลมคมฉีกให้ก็ไม่เลวนัก เพียงแต่การทำรองเท้าต้องใช้หนังสัตว์ทั้งยังอุปกรณ์มากมายซึ่งที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งเหล่านั้นให้ผมเลยทุกอย่างล้วนเริ่มต้นใหม่หมดทำให้ผมได้รู้ว่าสิ่งที่เราเรียนรู้ศึกษาทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งจำเป็นในยามคับขัน

ดูๆไปแล้วตัวผมคล้ายกับคนที่ติดเกาะในหนังหลายๆเรื่องเพียงแต่โชคดีที่มีพวกสัตว์และเจ้ารากบัวคอยชี้แนะโดยเฉพาะเรื่องรองเท้าที่ผมกังวลมากที่สุดนั้นเหละ เวลาเดินเหยียบหินกรวดเล็กๆบางทีเลือดออกพาทำให้เจ้าพวกนั้นตกใจร้องเสียงหลงดังนั้นพวกมันเลยช่วยแนะนำใบไม้หรือแม้แต่เถาวัลย์ของต้นไม้ที่มีความทนทานและยืดได้ รองเท้าของผมตรงฐานจึงเป็นเปลือกของต้นไม้และมีใบไม้ซ้อนกันอยู่หลายชั้นทั้งยังนำสิ่งอื่นๆมาประยุกต์จนได้รองเท้าฉบับอีแตะให้เห็นกันอยู่โลกเก่านั้นเหละเพียงแต่มันทำจากธรรมชาติ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรใส่ละนะ

ทางน้ำตกกลายเป็นสถานที่อาบน้ำของผมและเป็นทางระหว่างเข้าออกเอาหนังสือไปเปลี่ยนและกลับมาให้เจ้ารากลัวสอน ในครั้งแรกเจ้าราวบัวสอนภาษาของเผ่ามนุษย์ เมื่อผมกลับไปถ้ำน้ำตกอีกครั้งผมจึงเลือกที่มีภาษาของมนุษย์ทั่วไปใช้กันก่อน เจ้ารากบัวบอกว่าเป็นภาษาโบราณของมนุษย์ซึ่งแม้จะได้ใช้กันในปัจจุบันแต่ก็ยังมีบางตัวที่ผมสามารถพอเข้าใจได้อีกทั้งมันยังบอกว่ามันไม่รู้เรื่องภาษาประยุกต์ที่มนุษย์ใช้กันปัจจุบันแต่ภาษาโบราณก็พอช่วยให้อ่านออกเขียนได้จึงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่นัก

เริ่มต้นผมหยิบหนังสือทุกอย่างเกี่ยวกับภาษาของมนุษย์ที่ใช้กันนำมาศึกษาแผนที่ภูมิศาสตร์ของแต่ละแคว้นทั้งยังมีความบันทึกการสร้างดินแดนของแต่ละอาณาจักรรวมถึงเรื่องราวกษัตริย์หลายรุ่นสู่ยุคต่อยุคจนถึงปัจจุบัน เจ้ารากบัวรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับโลกใบนี้ผมมีคำถามหลายอย่างที่เคยเอ่ยปากามแต่มันบอกว่าทุกเรื่องมันรับรู้แต่บางเรื่องก็ไม่อาจเปิดเผยเพราะต้องรอให้ผมเติบโตเรียนรู้เอง ผมไม่เซ้าซี้เจ้ารากบัวเพราะผมนับถือมันเป็นอาจารย์ไปจริงๆเสียแล้ว กลยุทธ์ การทำสงคราม เศรษฐกิจ การค้าขาย การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างอาณาจักรมีอยู่ในบันทึกและหนังสือทั้งหมด ภายในเวลาเพียงแค่อาทิตย์เดียวผมกลับจำทุกรายละเอียดทุกตัวหนังสือจนน่าอัศจรรย์ใจ เจ้ารากบัวเคยบอกว่าตัวผมมีความพิเศษอยู่หลายอย่างถ้าหากสามารถจดจำข้อมูลทุกอย่างจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะไม่แน่ผมอาจจะต้องได้ใช้มันในเร็วๆนี้ พอผมถามกลับเจ้ารากบัวกลับไม่ตอบไม่ยอมบอกผมก็เลยไม่ถามต่ออีก ถ้าเจ้ารากบัวไม่ตอบต่อให้พยายามบังคับถามมันก็ไม่ตอบอยู่ดี

หลังจากนั้นก็เป็นผมก็เรียนภาษาของพวกเผ่าอื่นๆ ภาษาเผาอื่นยากกว่าเผ่ามนุษย์แม้จะซับซ้อนกว่าแต่ก็ไม่เกินความสามารถของผมอย่างแน่นอน ผมพบหนังสือบันทึกความเป็นมาของชนเผ่าเยอะมากและทำให้ผมสนใจมากเป็นพิเศษมันเหมือนกับพวกนิยายชุดดังอย่างลอร์ดออฟเดอะริงส์ แวมไพร์ทไวไลท์ แฟนแทสติกบีท…เอ่อเรื่องสุดท้ายแม้จะเกินจริงไปหน่อยแต่สัตว์ที่แปลกประหลาดพวกนั้นมีอยู่จริงๆ ทั้งยังมีหนังสือที่มีรูปภาพประกอบของสัตว์ต่างๆซึ่งผมประกายตาลุกวาวอยากจะเข้าไปสัมผัสและรู้จักมากจริงๆแม้แต่ผืนน้ำทะเลอันแสนไกลก็ยังมีสัตว์น้ำแปลกตาอีกตั้งมากมาย

ผมใช้เวลาเรียนรู้ทุกอย่างทั้งหมดใกล้จะสองเดือนเข้าไปแล้วจนสุดท้ายเจ้ารากบัวโยกตัวรากของมันไปมาราวกับกำลังดีใจที่ผมใกล้จะจบหลักสูตรแต่สิ่งที่ผมแทบจะร้องและเข้าไปกอดมันก็คือ

“วะวะเวทมนตร์อย่างนั้นเหรอ!”

ผมลุกขึ้นจากกองหนังสือก่อนจะดึงรากของมันมากอดด้วยความดีใจแต่ก็ต้องรู้สึกหดหู่เล็กน้อยเมื่อมันบอกว่าเรียนรู้ได้แต่จำไม่ให้ใช้นอกจากการฝึกเท่านั้น เจ้ารากบัวบอกสถานที่แห่งนี้มีไอเวทของธรรมชาติเข้มข้นเป็นพิเศษกลัวว่าหากผมใช้เวทมนตร์แล้วอาจจะทำต้นไม้ที่อยู่รอบๆนี้เสียหายได้

เริ่มเข้าสู่ช่วงเดือนที่สามผมและบรรดาสัตว์ทั้งหลายจากที่มีไม่กี่ตัวเริ่มมีมาเพิ่มเยอะขึ้นบางตัวก็เอาผลไม้มาให้แทบจะทุกวันเลยโดยที่ผมไม่ต้องออกไปหากินเอง พวกสัตว์ช่วยผมขนหนังสือเวทมนตร์ก่อนจะพากันเล่นอยู่รอบๆริมทะเลสาบ ความผูกพันระหว่างผม เจ้ารากบัวและบรรดาสัตว์เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนซี้กันก็ว่าได้ส่วนเจ้ารากบัวนั้นพิเศษเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนตายผมเลยล่ะ มันดูแลผมอย่างกับอยู่ตลอดเวลา วันไหนฝนตกหรือแดดร้อนก็จะมีดอกบัวคอยยื่นใบป้องกันให้ วันไหนที่ผมลืมกินผลไม้มันก็จะสะกิดเตือนผมทุกครั้ง เวลาเรียนผมไม่เข้าใจมันก็จะอธิบายอย่างใจเย็นทั้งยังเอ่ยชมผมอีกด้วย พวกเราเรียกได้ว่าผูกพันกันอย่างลึกซึ้งอาจจะเป็นเพราะผมเกิดในตัวดอกบัวของมันก็เป็นได้

ผมกำลังอ่านหนังสือเวทมนตร์พร้อมทั้งเขียนอักขระโบราณเพื่อเป็นตัวกลางในการนำพลังเวทมนตร์มาใช้ เวทมนตร์ดูเหมือนง่ายแต่ยากมากเพราะต้องมีตัวกลางเป็นสื่อพลังเวทมนตร์อย่างเช่นท่องเวทอักขระโบราณ ดูๆไปแล้วเหมือนกับในการ์ตูนพวกสาวน้อยทั้งหลายเลยแบบว่า เพลิงอัคคีเอ๋ยในนามแห่งบุตรของพระเจ้าได้โปรดจงมอบพลังแก่ข้าให้สำเร็จโทษผู้ที่คิดทำร้าย ในนามแห่งดวงจันทร์จะลงทัณฑ์พวกมันเอง เพ้ย! นี่มันใช่การ์ตูนสาวน้อยหรือเซเลอร์มูนซะที่ไหนเล่า!

มันช่างแตกต่างกับในการ์ตูนเสียมากกว่าเพราะเวลาหยิบยืมพลังเวทมนตร์ต้องอ่านอักขระโบราณที่ไม่เป็นภาษานี่เสียก่อนหากต้องการใช้มากก็ต้องร่ายยาวหน่อย พวกนี้คือการเรียกเวทมนตร์แบบโบราณซึ่งได้ประสิทธิภาพมากที่สุดแต่เจ้ารากบัวบอกว่า ณ ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนการใช้เวทมนตร์ไปอยู่ไกลโข สาเหตุเป็นเพราะการร่ายเวทนั้นใช้เวลาค่อนข้างมากและไม่สะดวกเวลาใช้ต่อสู้หรือใช้ในการทำสิ่งต่างๆดังนั้นพวกเขาจึงพัฒนาสื่อกลางของเวทมนตร์แบบใหม่นั่นก็คือ หินออร์แกน

หินออร์แกนสามารนำมาตีหลอมรวมกับพวกโลหะ เพชร ทองคำหรืออัญมณีชนิดอื่นๆส่วนมากจะหลอมรวมออกมาในรูปแบบเครื่องประดับไม่ว่าจะเป็นสร้อย แหวน กำไล ต่างหู ขอเพียงตีหลอมรวมกันก็ไม่จำเป็นต้องร่ายเวทอีกต่อไปเพราะหินออร์แกนจะเป็นตัวสื่อกลางนำพลังจากภายในตัวและพลังที่หยิบยืมจากธรรมชาติ เวทมนตร์คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากโลกใบนี้ทุกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์หรือเรียกง่ายๆก็คือธรรมชาตินั้นเหละ

รู้สึกเหมือนได้ดูการ์ตูนเรื่องจอมมารกับผู้กล้า นี่มันโลกแห่งแฟนตาซีขนานแท้!

เจ้ารากบัวยังสอนอีกว่าทุกคนคือบุตรของพระเจ้า ตั้งแต่เกิดพวกเขาจะได้รับพรอันประเสริฐจากเบื้องบนหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพรสวรรค์ ทุกคนจะได้รับพรสวรรค์ทางด้านเวทมนตร์ของแต่ละธาตุ ธาตุของเวทมนตร์จะแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดิน น้ำ ลม ไฟ แสง ความมืด สายฟ้า น้ำแข็ง โลหะ ธาตุที่พิเศษที่สุดคือ ความมืด สายฟ้าและโลหะซึ่งนั่นทำให้ผมแปลกใจมากก่อนจะเอ่ยถามว่าไม่ใช่ธาตุแสงเหรอที่พิเศษ? เจ้ารากบัวตอบกลับมาว่าธาตุแสงนั้นหายากก็จริงแต่ยังคงมีให้เห็นอยู่หลายคนไม่นับว่าถึงกับหายสาบสูญ ถ้าหากให้เทียบหนึ่งร้อยคนธาตุแสงจะมีอยู่ประมาณถึงสามสิบคนด้วยกันเรียกได้ว่าไม่ได้เยอะหรือไม่น้อยเกินไป

แต่ที่พิเศษยิ่งกว่านั้น เจ้ารากบัวบอกว่ามีธาตุหนึ่งที่สามารถควบคุมได้เกือบทุกธาตุนั่นก็คือธาตุวางเปล่า ผมทำหน้าไม่เข้าใจอะไรคือสิ่งวางเปล่าก่อนที่มันจะอธิบายว่าธาตุนี้สามารถควบคุมทุกอย่างดดั่งตามใจนึก ผมเลยถามกลับว่าใช่พลังจิตหรือเปล่าแบบในซีรี่ย์สเตรนเจอร์ธิงส์ เจ้ารากบัวทำหน้างงก่อนจะถามอะไรคือพลังจิตอะไรคือซีรี่ย์ ผมหัวเราะกลับก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าโลกนี้ไม่ใช่โลกเดิมที่เคยอยู่

ผมเลยอธิบายแบบง่ายๆว่าเวลาใช้พลังสามารถทำให้ทุกอย่างลอยขึ้นได้หรือเปล่าแล้วสามารถควบคุมทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่มนุษย์หรือเผ่าพันธุ์อื่นๆใช่ไหม เจ้ารากบัวผงกปลายรากบอกว่าใช่ก่อนจะถามผมว่าผมไปรู้มาจากไหนซึ่งผมบอกมันไปว่าแค่เดาเอาถ้าให้บอกพลังจิตหรือพลังเหนือมนุษย์มันคงจะไม่เข้าใจอยู่ดี

ไม่ผิดจากที่คิดสิ่งนั้นคือพลังจิตแต่ไม่ใช่ธาตุ!

ในโลกเดิมพลังจิตคือสิ่งสิ่งที่เหนือธรรมชาติอย่างกับในหนังภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่สามารถเป็นฮีโร่ได้ง่ายๆขอแค่มีเพียงพลังนี้แต่ก็นั่นเหละมันแค่ในหนังหากในชีวิตจริงมีจริงๆแล้วล่ะก็คงไม่พ้นโดนลากตัวไปเพื่อทดลองอยู่ดี

พอผมเอ่ยถามว่าตัวเองนั้นมีธาตุอะไรแต่เจ้ารากบัวกลับไม่ตอบผมจึงเปลี่ยนเรื่องคุยถามไปอีกว่าในโลกนี้เคยปรากฏคนที่มีพลังธาตุว่างเปล่าหรือยัง เจ้ารากบัวบอกว่าพลังธาตุว่างเปล่าหายสาบสูญไปหลายพันปีและไม่มีใครที่มีพลังชนิดนี้จวบจนกระทั่งปัจจุบัน

ผมถามอีกครั้งเกี่ยวกับมีสัตว์เวทอัญเชิญแบบในการ์ตูนไหม เจ้ารากบัวบอกว่ามีและนั่นทำให้ผมร้องโอ้เยส! เพียงแต่ว่าหนังสือในถ้ำมีรูปภาพและคำอธิบายเกี่ยวกับสัตว์เวทน้อยมากซึ่งเจ้ารากบัวให้ผมนำมาสอนควบคู่กับอักขระเวทโบราณเพราะผมยังไม่มีเครื่องประดับสื่อกลาง เจ้ารากบัวยังบอกอีกว่าผมไม่จำเป็นต้องใช้ตัวสื่อกลางขอเพียงร่ายเวทตามฉบับโบราณประสิทธิภาพของเวทมนตร์จะรุนแรงกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับคนที่ใช้ตัวสื่อกลางแม้จะสะดวกรวดเร็วแต่อนุภาพของเวทมนตร์นั้นน้อยกว่าเยอะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ารากบัวสอนไม่ต้องการให้ผมบอกแก่ใครทั้งสิ้นและผมเองก็รับปากแบบส่งๆไปเพราะตอนนี้ผมกำลังสนใจสัตว์เวทในหนังสือโบราณนี่อยู่ มีทั้งมังกร ไวเวิร์น ให้ตายเถอะครับ! เหมือนกับในการ์ตูนเป๊ะๆเลยสัตว์เวทจะถูกอัญเชิญก็ต่อมเมื่อสร้างพิธีกรรมร่ายเวทแบบโบราณส่วนมากจะอยู่ในความคุ้มครองของแต่ละอาณาจักรต่างกันไป

จนกระทั่งในที่สุดผมก็เรียนรู้ทุกอย่างสำเร็จ!

เวลาผ่านไปเข้าสู่เดือนที่สามเหลือเพียงแค่ทดสอบพลังเวทเท่านั้น เจ้ารากบัวให้คำแนะนำอยู่ใกล้ๆริมทะเลสาบ มันบอกให้ผมลองหลับตาทำสมาธิจิตใจต้องมั่นคงและแน่วแน่และนึกถึงธาตุที่ตัวเองอยากปล่อยออกมาเป็นอันดับแรก

น้ำ…

ผมจิตนาการถึงน้ำในทะเลสาบก่อนจะลืมตาแล้วเพ่งสมาธิร่ายเวทโบราณด้านลึกภายในจิตใจต้องการให้มันสร้างเป็นสะพานน้ำและมันกลับสร้างสะพานน้ำอยู่ด้านบนดอกบัวขนาดใหญ่!

ภาพของสะพานสะท้อนแสงจันทร์ในยามค่ำคืนดูงดงามราวกับภาพวาดหลังจากนั้นก็เป็นสายน้ำที่ลอดผ่านทางสะพานและดอกบัวน้ำที่ลอยเหนืออยู่

เจ้ารากบัวผงกปลายรากดีใจก่อนจะสั่งให้ผมหยุด จากมือของผมที่ยื่นไปด้านหน้าก่อนจะโบกครั้งหนึ่งน้ำจากทะเลสาบที่ผมสร้างขึ้นพลันหายไปในทันที

“ขอลองอีกหน่อยไม่ได้เหรอ?” ผมอ้อนวอนเจ้ารากบัวแต่มันปฏิเสธโดยการโยกรากของมันไปมา

ผมถามมันว่าทำไมก่อนจะทำหน้าบึ้งตึงใส่มัน เจ้ารากบัวบอกว่ามันดึกแล้วผมสมควรพักผ่อนและหลังจากนั้นก็ห้ามผมร่ายเวทอีก การที่ผมร่ายเวทถือว่าอันตรายมากและยังให้ผมสัญญากับมันอีกว่าจะใช้ในยามขับคันเท่านั้น

แต่ผมรู้แค่ตัวเองมีธาตุน้ำเองนี่ แล้วธาตุอื่นๆเล่า?

เจ้ารากบัวทำท่าทีดุผมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก่อนจะหุบดอกบัวไม่ให้ผมนอนที่นี่หากผมไม่ตกลงสัญญา…นี่มันดึกมากแล้วจะให้ผมออกไปนอนที่ไหนได้เล่า ในถ้ำน้ำตกเหรอ? คงได้หนาวตายกันพอดีหรือจะเป็นที่พุ่มไม้แถวๆนี้? ก็กลัวแมลงเข้ามากัดอีกอากาศก็เย็นเพียงแค่พุ่มไม้คงไม่ได้ช่วยคลายหนาวหรอกนะ

“เฮ้อ ก็ได้ ผมสัญญา” ผมทำหน้าปลงตกเล็กน้อยก่อนที่ดอกบัวจะบานออกให้ผมเข้าไปนอน

เจ้ารากบัวโยกปลายรากของมันราวกับผู้ชนะ ใช่สิ! เจ้านี่มันเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่แล้วนี่ สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาคำไหนคำนั้น เฮ้อ…

ในดอกบัวแม้จะไม่มีเครื่องนุ่งห่มกลับเพิ่มความอบอุ่นให้ผมโดยไม่ต้องพึ่งผ้าห่มเลยสักนิด เอ่อดีแฮะ เป็นดอกบัวที่ปรับร้อนปรับเย็นได้ด้วย ผมปรือตาก่อนจะหาวออกมาเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวฝันดีแก่เจ้ารากบัว

เจ้ารากบัวผงกปลายรากสองทีก่อนที่ดอกบัวจะค่อยๆหุบลงพร้อมกับเสียงอันเงียบสงัดของค่ำคืนนี้







ผมเรียนรู้ทุกอย่างภายในเวลาสามเดือนเต็มเมื่อเริ่มว่างๆก็ออกไปว่ายน้ำเล่นแถวน้ำตกหรือไม่ก็หาผลไม้กับพืชผักกินราวกับจะกลายเป็นมังสวิรัติตามเจ้าพวกสัตว์น้อยใหญ่ไปอีกคน เมื่อก่อนผมไม่เคยปีนป่ายต้นไม้แต่เมื่อมาอยู่โลกนี้เจ้าพวกนั้นกลับสอนผมทุกอย่างทั้งเรื่องปีนป่าย แอบซุ่มหรือเรื่องดักฟังเวลาสัตว์นักล่าเข้าใกล้ถ้าถามผมว่าแถวนี้มีสัตว์กินเนื้อไหมขอตอบเลยว่ามีแน่นอนแต่พวกมันไม่ค่อยเข้าใกล้ใจกลางหุบเขาเท่าไหร่นัก มีครั้งหนึ่งผมเคยหลุดออกไปด้านนอกหุบเขาพบว่ามันเป็นป่าทึบที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยพืชหลายชนิด ความอยากรู้ของผมชักนำให้พบกับเสือขาวลายพาดสีส้มซึ่งมันกำลังจับจ้องผมราวกับเหยื่อ ผมไม่รู้วิธีการต่อสู้แต่รู้วิธีหลบหรือทำท่าจำนนแก่ผู้แข็งแกร่งเมื่อผมลองคุกเข่าลงแล้วก้มหน้ามันกลับกระโดดมาตะปบผมแล้วใช้ลิ้นเลียใบหน้าผมเสียอย่างนั้น!

จะพูดว่ากลายเป็นแมวเชื่องๆก็ไม่มีผิด!

หลังจากนั้นพวกสัตว์กินเนื้อที่ซุ่มอยู่บางตัวก็กระโดดออกมาเลียหน้าผมด้วยความรักใคร่? เอ่อ หมายถึงพวกมันชอบเข้ามาตะปบให้ผมล้มก่อนจะเลียใบหน้าของผมน่ะ ผมสื่อสารกับมันว่าหลงทางพวกมันเลยอาสาพาไปส่งแต่เมื่อเข้าเขตใจกลางหุบเขาพวกมันกลับไม่กล้าเข้าไป สัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อแบ่งเขตระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วผมถามว่าพวกมันจะหาอาหารกันยังไง แต่ละตัวก็เลยบอกไปว่าด้านนอกหุบเขาส่วนมากจะเป็นพวกที่อ่อนแอกว่าและไม่มีสติปัญญาไม่สามารถสื่อสารได้

กลับมาที่เจ้ารากบัวผมจึงเอ่ยถามเรื่องนี้มันก็บอกว่าสัตว์ทุกตัวจะมีวิวัฒนาการเป็นของตัวเองดั่งเช่นสัตว์เวท สัตว์เวทในหุบเขานี่ก็มีอยู่บ้างแต่เป็นส่วนน้อยพวกมันรักสงบและมักไม่ค่อยตอบรับอัญเชิญจากใคร การที่จะวิวัฒนาการได้นั้นจำเป็นต้องมีสติปัญญาของตัวเองและหมั่นฝึกฝนควบคุมธาตุที่ได้มาทำให้ผมสงสัยอยู่ข้อหนึ่งดังนั้นผมจึงถามกลับไปว่าแล้วทำไมสัตว์พวกนี้ไม่ได้มีพลังเวทที่สามารถใช้ธาตุได้ตั้งแต่กำเนิดเหมือนแต่ละเผ่าพันธุ์หรอกเหรอ เจ้ารากบัวบอกว่าหากหมั่นฝึกฝนบรรลุได้ระดับหนึ่ง ธาตุที่พวกมันสามารถใช้ได้ก็จะปรากฏขึ้นแต่จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นก็ต่อเมื่อมีพันธะหรือนั่นก็คือมีเจ้านายเป็นของตัวเอง

การมีเจ้านายเป็นของตัวเองสามารถเพิ่มพลังให้แก่ตัวของสัตว์เวทได้เนื่องจากทั้งสองสามารถเชื่อมโยงและสื่อถึงกันและกันทั้งยังสามารถหยิบยืมพลังจากผู้เป็นนายได้อีกด้วย

เอาล่ะในระหว่างนี้ผมกำลังเย็บถุงเก็บถ้ำที่มีรอยรั่วอยู่ เจ้าพวกนั้นไปเจออยู่หลังถ้ำซึ่งต้องไม่พ้นของคนตายอีกนั่นเหละ ข้างๆน้ำตกมีน้ำที่ไหลจากต้นน้ำซึ่งน้ำที่ไหลจากด้านบนจะสะอาดกว่าน้ำจากน้ำตกตั้งเยอะและผมเองก็ไม่มีเวลามากรองน้ำฉบับตามละครย้อนยุคให้เห็นกันหรอกนะ ไหนจะต้องเย็บผ้าเอย เรียนหนังสือเอย ไปหาผลไม้เอยแค่นี้ตัวผมก็ยุ่งเกือบทั้งวันแล้ว

ช่วงสามสี่วันมานี้รู้สึกหุบเขาจะดูเงียบๆ เจ้าพวกสัตว์ทั้งหลายไม่มีตัวไหนโผล่ออกมาเล่นเลยสักตัว ผมลองเดินหารอบๆก็ไม่พบจึงเอ่ยถามกับเจ้ารากบัวแต่เจ้ารากบัวกลับบอกว่าให้ผมรีบนอนเร็วหน่อยจะดีกว่าช่วงนี้อาจจะมีคนเข้ามาบุกรุกพื้นที่

“บุกรุกพื้นที่!? มีคนข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่นี่ด้วยเหรอเนี่ย” ผมตกใจ ตกใจมากจริงๆ ใจหนึ่งรู้สึกกังวลอีกใจหนึ่งกลับดีใจที่จะได้เห็นคนอื่นนอกจากตัวเอง

ทันใดนั้นเจ้ารากบัวก็สื่อสารตอบกลับแล้วจู่ๆก็อธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับหุบเขา ที่แห่งนี้ห่างไกลมากยากที่จะเข้าถึงทั้งยังมีเวทมนตร์ป้องกันผู้บุกรุกจึงไม่แปลกหากบริเวณรอบๆหุบเขาจะเหมาะในแนวเชิงตั้งรับ

“ทำไมพวกเขาถึงมาบุกรุก? เราน่าจะคุยกันดีๆได้ไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่ได้!”

หือ! สะเสียงใครบางคนกำลังเอ่ยกับผมอยู่? หรือว่าผมหูฝาด!

“ไม่ได้หูฝาด ข้ากำลังพูดอยู่กับเจ้าอยู่”

“เจ้ารากบัว!”

ผมตาโตก่อนจะชี้รากของมันด้วยความงุนงงก่อนที่จะเข้าไปกระโดดก่อนรากของมันพร้อมกับดีใจที่มันสามารพูดได้แล้ว!

“พะพูดได้แล้ว! เจ้ารากบัวพูดได้แล้ว!”

“วะไวท์ ปะปล่อยข้า…แอ่กกก” ผมปล่อยมันออกทันที

“ทำไมถึงพูดได้แล้วล่ะหรือว่านายฝึกฝนพลังจนพูดได้? แต่นายเป็นพืชนี่”

“ใช่แล้ว ข้าฝึกฝนพลังตั้งแต่เจ้าลืมตาตื่น พลังของเจ้าช่วยให้ข้าพัฒนาการตัวเอง”

“อื้อ ดีมากๆเลยว่าแต่พลังของผม?”

“ข้าบอกเจ้าได้เพียงเท่านี้ส่วนเจ้าสัตว์พวกนั้นกำลังหาทางเตรียมรับมือผู้บุกรุก เจ้าเองก็อย่าเดินออกไปไกลนัก”

“ทำไมถึงเจรจากันดีๆไม่ได้ล่ะ”

“เจ้ายังไม่รู้ถึงความน่ากลัวของแต่ละเผ่าพันธุ์ พวกเขามาตามหาบางสิ่งจากที่นี่หากพวกเขาได้สิ่งที่ต้องการไปอีกไม่ช้าสงครามจะเกิดขึ้น”

“สงคราม…พวกเขาต้องการอะไร? เป็นสถานที่แห่งนี้หรือจะเป็นสมบัติในถ้ำกันล่ะ”

เจ้ารากบัวไม่ตอบแต่กลับเปลี่ยนเรื่องคุยว่าคืนนี้ก็ให้ผมรีบเข้านอนหน่อยส่วนเรื่องผู้บุกรุกก็ให้เป็นหน้าที่ของพวกสัตว์ที่คอยเฝ้าหุบเขาไว้






ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว