ขอบคุณมากๆนะคะที่ให้การสนับสนุน กราบบบงามๆ

เมื่อหลุดมาอยู่ต่างโลก 1

ชื่อตอน : เมื่อหลุดมาอยู่ต่างโลก 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 10:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมื่อหลุดมาอยู่ต่างโลก 1
แบบอักษร


เมื่อหลุดมาอยู่ต่างโลก 1






ในยามที่แสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วบริเวณใจกลางหุบเขาแห่งหนึ่ง เป็นแสงอาทิตย์แรกที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน แสงสีทองสว่างสไวครอบคลุมพื้นที่ทะเลสาบท่ามกลางหมู่พืชพรรณที่กำลังเติบโตอยู่รอบๆ ต้นไม้ดอกไม้และใบหญ้าหลากหลายชนิดกำลังแข่งกันเบ่งบานเพื่อต้อนรับบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าและสิ่งนั้นอยู่ในดอกบัวสีชมพูขนาดใหญ่ในใจกลางทะเลสาบ

รากบัวแตกแขนงอยู่ภายใต้ทะเลสาบสีฟ้าใสก่อนจะผุดออกมาเป็นดอกบัวรอบๆทะเลสาบ ดอกบัวเล็กๆเหล่านั้นต่างประสานกันก่อนจะเป็นสะพานทางเดินดอกบัวเชื่อมไปกับพื้นหญ้าอีกฝั่งเพราะว่าการกำเนิดครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น!

ทันใดนั้นเองกลีบดอกบัวที่ตูมอยู่ค่อยๆบานออกเผยให้เห็นแสงสีทองสองสว่างจากด้านใน ผีเสื้อสีขาวหลายพันชีวิตกำลังบินวนเวียนอย่างเริงร่าราวกับกำลังเฉลิมฉลองบางสิ่งที่อยู่ในนั้น แสงสีทองเจิดจ้าพุ่งขึ้นสู่ฟ้า ท้องฟ้าเปิดโล่งราวกับต้อนรับสิ่งมีชีวิตที่กำลังกำเนิดขึ้นโดยไม่รู้เลยว่าอีกฝากหนึ่งอันไกลโพ้นแม้จะไกลแค่ไหนแต่กลับเห็นแสงสีทองที่พุ่งขึ้นบนฟ้าราวกับอยู่ใกล้

ผู้คนต่างหยุดนิ่งไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามพวกเขาต่างหยุดนิ่งมองภาพแสงสีทองที่กำลังพุ่งขึ้นอยู่บนฟ้าซึ่งเป็นสัญญาณที่ทำให้ทุกดินแดนต่างเตรียมตัวเพื่อจะไปพบกับสิ่งนั้น

ดินแดนที่พวกเขาอยู่นั้นเป็นแผ่นดินใหญ่ซึ่งห่างไกลจากแสงสีทองนั้นเพราะต้องผ่านข้ามน้ำข้ามทะเลเกือบเก้าสิบวันกว่าจะถึงหุบเขาแห่งนั้น

คำทำนายหลายพันปีกำลังเกิดขึ้นจริง!

แสงสีทองขึ้นสู่ฟากฟ้าจะปรากฏความหวังแห่งคำทำนาย

เหล่ามนุษย์ ปีศาจ เอลฟ์หรือเผ่าพันธุ์อื่นๆจากบรรพบุรุษสู่รุ่นหลังได้ฝากฝังความหวังของดินแดนตัวเองไว้เพื่อตามหาสิ่งนั้นและทำทุกวิถีทางให้ได้มันมาครอบครอง

การเริ่มต้นไปสู่จุดจบและการออกล่ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น!

เสียงนกและบางสิ่งกำลังเรียกผมอยู่ข้างหู บางสิ่งบางอย่างกำลังปลุกให้ผมตื่น ผมขมวดคิ้วก่อนจะปัดสิ่งนั้นออกราวกับว่ามันกำลังรบกวนการนอนของผมแต่แทนที่มันจะหยุดกลับคอยสะกิดผมอยู่ตลอดเวลา

“ง่วง…” แปลก…เสียงที่น่าจะแหบแห้งของผมกลายเป็นเสียงที่ไพเราะน่าฟังได้อย่างไรกัน

สิ่งนั้นยังคงสะกิดผมไม่เลิกทำให้ผมต้องลืมตาตื่นขึ้นมาดูให้ได้ว่าใครกันมารบกวนผมในขณะที่กำลังนอนอย่างสบายๆ

“อะอะอะไร ตะตัวอะไร!” ผมขดตัวถอยหนีเมื่อเห็นรากสีเขียวกำลังโบกมือทักทายผม สัมผัสบางอย่างทำให้ผมรู้สึกว่ารากสีเขียวตรงหน้าไม่ได้ต้องการจะทำร้ายแต่มันใช้ปลายรากดันใบบัวที่มีผลไม้และน้ำให้ผมอยู่

“ฝะฝัน นี่ต้องฝันแน่ๆ” ใช่ มันต้องเป็นฝันแน่ๆ ผมจำได้ว่าก่อนสลบผมกับซันยัง…

“ไม่น่า! ซัน! ละแล้วนี่เราอยู่ไหน ที่นี่ที่ไหน! ซัน นายอย่าล้อเล่นกับเรานะ!” ภาษาบ้านเกิดถูกพ่นออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนด้วยความหวาดกลัว เจ้ารากสีเขียวดูเหมือนไม่เข้าใจแต่กำลังทำท่าหดหู่

“นะนาย นาย...นายพอจะจะรู้ไหม…ที่นี่ที่ไหน มะมีมีใครนำตัวผมมาทะที่นี่หรือเปล่า” ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตั้งสติก่อนจะเอ่ยถามรากสีเขียวตรงหน้า

มันส่ายหัวก่อนจะใช้ปลายรากชี้ไปบนฟ้า ผมแหงนมองตามก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“บนฟ้า?”

เจ้ารากสีเขียวผงกสองครั้งหมายความว่าผมมาจากบนฟ้า?

“เดี๋ยวนะ…เมื่อคืน ซันพูดว่า…ที่โลกนั้น…อย่าบอกนะว่า ละละโลกนี้น่ะ! ไม่จริงน่า! มันมีแต่ในนิยายเท่านั้นไม่ใช่เหรอ” ผมเบิกตากว้างแม้จะงุนงงมากแต่ก็ต้องรีบตั้งสติก่อนจะทบทวนคิดเรื่องราวต่างๆ

เมื่อมองไปรอบๆบริเวณเป็นทะเลสาบที่มีดอกบัวผุดขึ้นมา ตรงหน้าเป็นทางเชื่อมดอกบัวที่มีรากสีเขียวก่อตัวกันเพื่อเป็นทางเชื่อมกับอีกฝั่งบนพื้นหญ้า ไหนยังจะมีนกที่พบมาไม่เคยพบเห็นมาก่อนรวมถึงสัตว์เล็กๆน่ารักที่ไม่เคยเจอในหนังสือเรียนหรือหนังสือสารคดี

ถ้า…ถ้าหากผมมาอยู่อีกโลกหนึ่งจริงๆและนี่ก็ไม่ใช่ความฝันแล้วพี่เกรย์ล่ะ? จะเป็นยังไง…พี่จะอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีผม…

ตลอดชีวิตตั้งแต่เด็กเท่าที่จำความได้ข้างตัวผมจะมีพี่เกรย์คอยปกป้องจากพ่อที่เอาแต่ต่อว่าด่าทอผมและแม่ที่ไม่เคยสนใจใยดี

ผม…ผมเป็นห่วงเขา ผมเป็นห่วงพี่เกรย์

“ฮะฮึก…กะเกรย์…พะพะพี่ครับ ฮือออ ผะผมขอโทษนะ ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆฮึกฮืออออ…” น้ำตาของผมค่อยๆไหลออกมาแม้ผมพยายามปาดน้ำตามากเท่าไหร่มันก็ยิ่งไหลออกมาเพิ่มเรื่อยๆ ผมกลั้นร้องไห้ไม่ไหวจริงๆ

คล้ายกับกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างในชีวิตหรือเรียกได้ว่าเป็นครึ่งหนึ่งของอีกชีวิตผมกำลังหายไป…ไม่มีรอยยิ้มของเขาไม่มีความอบอุ่นจากเขา…ไม่มีแล้วสายตาที่เคยห่วงใยผม

ผมเป็นโรคติดพี่ชาย…ไม่ผิดหรอก ผมติดพี่เกรย์จริงๆในเวลาอยู่บ้านถ้าหากไม่มีพี่เขานอนอยู่ข้างๆผมก็จะนอนไม่หลับบางวันถึงกับร้องไห้แล้วถ้าหากเป็นแบบนี้ผมจะทำยังไงดี…

“ไวท์ จำไว้...ถ้าไม่มีเกรย์แล้วไวท์ต้องอยู่ให้ได้ เวลาที่ไวท์กลัวก็ให้นึกถึงเกรย์ ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นรอบตัวไวท์สักวันไวท์ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้”

“เกรย์พูดแบบนี้เหมือนจะทิ้งไวท์!”

“เกรย์จะทิ้งไว้ได้ยังไง หืม ก็ไวท์ติดเกรย์ขนาดนี้”

“ใช่ เกรย์ก็รู้นี่แล้วห้ามพูดแบบนี้อีกนะ”

“อืม…แต่ยังจำได้ใช่ไหม”

“ก็บอกว่าห้ามพูดไงเล่า”

“ไวท์!”

“อะอื้อ จำได้…”

คำพูดของเกรย์ในวันนั้นก็เพราะแบบนี้เองสินะ เขาเอาแต่พร่ำบอกหลายครั้งหลายหนตั้งแต่ผมเริ่มโตขึ้นแต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วถึงเพียงนี้แม้แต่คำบอกลายังไม่มีให้ได้เอ่ยสักคำและครั้งสุดท้ายก็เป็นภาพใบหน้าสลดของเกรย์ที่คอยพยายามยื้อผมไม่ให้ไปกับซัน

“ฮึก…อือ เอ๊ะ!” ขณะที่ผมกำลังร้องไห้ก็มีนก กระรอกน้อย กระต่ายและสัตว์ตัวอื่นๆกำลังหยอกเล่นกันไปมา พวกมันทำท่าตลกๆก่อนจะกลิ้งแล้วอีกตัวก็ทุบหัวตัวที่กลิ้งเล่นมันดูน่าตลกจนทำให้ผมหัวเราะเบาๆ

“พวกนายกำลังทำให้ผมหัวเราะเหรอ ฮ่าๆ” พวกสัตว์พยักหน้าก่อนจะกระโดดเข้ามาในอ้อมกอดของผม

“พวกนายเข้าใจผมพูด?”

พวกมันผงกหัวอีกครั้งแต่กลับใช้มือเล็กๆของมันชี้ไปที่ปากราวกับอยากบอกว่าพวกมันเข้าใจแต่พูดไม่ได้

“แล้วทำไมผมถึงเข้าใจพวกนายได้ล่ะ” พวกมันชี้ไปที่รากสีเขียวสดซึ่งผมมาสังเกตอีกทีมันคือรากบัวที่ผมกำลังนั่งอยู่ในดอกบัวอยู่ตอนนี้

ผมอ้าปากกว้างก่อนจะพบว่าผมนั่งอยู่ภายในดอกบัวจริงๆ!

พื้นที่ภายในดอกบัวอ่อนนุ่มและขนาดใหญ่เหมาะที่ผมจะนอนกลิ้งได้สบายข้างๆยังมีพื้นที่ว่างอีกด้วย

เจ้ารากบัวทำท่าทางประกอบถ้าคนอื่นมองอาจจะไม่เข้าใจแต่กลับกลายเป็นว่าผมสามารถสื่อสารและเข้าใจความรู้สึกของพวกมัน ผมเข้าใจทุกอย่างราวกับจิตใจของผมและเจ้ารากบัวกำลังสื่อถึงกันรวมถึงพวกสัตว์เหล่านั้นด้วย

“งั้นเหรอ เป็นแบบนี้เองสินะ” ผมผงกหัวหงึกๆ

พวกมันบอกว่าผมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่เบื้องบนประทานให้มาและกลับมาเกิดในดอกบัวที่ถูกกำหนดไว้แห่งนี้ ผมสามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตได้นั้นเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด หมายความว่าผมตายในโลกก่อนแล้วกลับมาเกิดใหม่?

ถ้างั้นผมจะตายได้อย่างไรหรือเป็นเพราะเอ่อ…กับซันมากเกินไปเลยทำให้ผมตาย?

ไม่จริงน่า ตอนที่ผม…กับซันก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจเลยสักนิด

ใช้สมองคิดไปก็เปลืองแรงเปล่าสู้ใช้ชีวิตใหม่ที่อยู่ตรงหน้าไปก่อนก็แล้วกัน ผมลองถามเจ้ารากบัวว่าพอมีหนทางที่จะกลับบ้านได้ไหม ผมบอกที่อยู่และทุกอย่างให้มันแต่มันกลับทำท่างุนงงก่อนจะส่ายหัวบอกว่าไม่รู้

ถ้าหากหาทางกลับไม่ได้แล้วล่ะก็…ก็คงต้องเริ่มชีวิตใหม่ทุกอย่างจริงๆสินะ เฮ้อ ถ้าเบื้องบนอย่างที่เจ้ารากบัวบอกว่ามีจริงๆทำไมถึงส่งผมมาอยู่ในอีกโลกกันล่ะแต่ถึงจะคิดไปตอนนี้ก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดีเดี๋ยวจะปวดหัวเสียเปล่าๆ

ผมเล่นกับกระต่ายและพวกกระรอกสักพักหนึ่งก่อนจะเริ่มรู้สึกหิวเมื่อเห็นว่าผมหิวเจ้ารากบัวยื่นใบบัวที่มีผลไม้และน้ำให้อีกครั้ง คราวนี้ผมปฏิเสธแต่กล่าวขอบคุณมันก่อนจะเริ่มลงมือกิน ผลไม้ทุกอย่างดูคล้ายกับโลกเดิมไม่มีผิดจะมีเพียงแต่บางชนิดที่แตกต่างกันไปอีกทั้งยังรสชาติดีกว่าผลไม้โลกในโลกเดิมอีกด้วย

เมื่อกินเสร็จในขณะที่ผมกำลังกินน้ำจู่ๆผมก็สังเกตเห็นใบหน้าของของตัวเองซึ่งนั่นทำให้ผมร้องตกใจจนเจ้ารากบัวยื่นปลายรากมาสะกิดถาม

“มะมะไม่มีอะไร นะนี่ใช่ตัวผมจริงๆเหรอ” ผมเอามือลูบใบหน้าตัวเองก่อนจะพบว่ามือของผมนั้นขาวเนียนมากทั้งยังชุ่มชื้นไม่รู้สึกแห้งเลยสักนิด

เจ้ารากบัวผงกปลายรากขึ้นลงหลายๆครั้งก่อนจะบอกกับผมว่าเขาคือสิ่งที่มีชีวิตที่สวยที่สุด? ฟังดูแปลกๆแต่ผมกลับหัวเราะ หลังจากนั้นผมยื่นหน้าลงไปมองเงาสะท้อนของตัวเองในทะเลสาบก่อนจะตกตะลึงอีกครั้งเมื่อใบหน้าของผมนั้นเปลี่ยนไปจริงๆ

จากที่เคยผอมแห้งผิวสีคล้ำหน้าตาที่มีแต่สิวกลายเป็นว่าใบหน้าของผมนั้นเนียนใสขาวละออราวกับหิมะเป็นสีขาวคล้ายกับหิมะจริงๆแต่มีสีชมพูอมฟาดอยู่บ้างเพราะแสดงให้เห็นว่าร่างกายนี้ยังมีเลือดเนื้ออยู่ คิ้วสีขาวอ่อนปนเทาโก่งสวยอย่างเป็นระเบียบ ดวงตาสีน้ำตาล…ไม่ใช่หากสังเกตดีๆมันเป็นสีทองประกายยิ่งถ้าอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์แน่นอนว่าต้องเป็นสีทอง ขนตาสีขาวยาวกว่าที่คิด ดวงตากลมโตเรียวสองชั้นดูน่าหลงใหลมันช่วยเสริมให้ดวงตาคู่นี้ดูมีเสน่ห์ จมูกเรียวโด่งสวยพอเหมาะเลื่องลงมาคือริมฝีปากบางกระจับได้รูปเป็นสีชมพูวาวราวกับกำลังอยากเชื้อเชิญให้ลิ้มลองโดยรวมแล้วใบหน้านี้งดงามยิ่งกว่าดาราดังฮอลลีวูดหรือยิ่งกว่าผู้หญิงผู้ชายคนอื่นในโลกเดิมผมเสียอีก!

ผมสีขาวเงินแปลกตาส่องระยิบระยับท่ามกลางแสงอาทิตย์มันดูโดดเด่นมากไม่ได้ดูเหมือนคนแก่แต่ดูงดงามน่าสัมผัส มันยาวไปจนถึงบั้นท้ายส่วนโครงหน้าเรียวไม่ผอมหรืออ้วนมากไปแต่กำลังพอดี ทุกอย่างบนใบหน้าดูราวกับประติมากรรมสรรค์สร้างจากสรวงสวรรค์เป็นความสมบูรณ์แบบชนิดที่ว่าไม่มีใครสามารถเทียบได้ถ้าผมไม่จับหน้าอกล่ะก็คงคิดว่าเป็นผู้หญิงไปจริงๆเสียแล้ว

ผมแอบดีใจลึกๆเพราะโลกเดิมแทบจะไม่มีคนเข้าใกล้เพราะหน้าตาของผมแต่ในวันนี้กลับมีใบหน้าที่ดูงดงาม ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้แม้จะไม่ค่อยชินแต่ก็ต้องพยายามคุ้นเคยกับร่างกายใหม่ถ้าไม่นับตัวเตี้ยล่ะก็คงจะดีกว่านี้ไม่น้อย

ส่วนสูงผมโลกเดิมหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแต่ร่างนี้ถ้ากะราวๆคงจะหนึ่งร้อยหกสิบห้าซึ่งมันเตี้ยมากๆสำหรับผู้ชายเลยนะ!

ผมมองผืนน้ำพบว่ามันลึกพอสมควรแต่น้ำใสมองเห็นถึงพื้นข้างล่างมีแต่ปลาเล็กปลาน้อยแต่ไม่มีปลาตัวใหญ่เลยสักตัวจู่ๆเจ้าราวบัวหันมาสะกิดผมให้เดินไปอีกทาง

“อยากให้ตามเจ้าพวกตัวน้อยไปเหรอ”

มันผงกปลายรากก่อนที่ผมจะเดินตามเจ้าสัตว์ตัวเล็กๆหลายตัวบางตัวถึงกับฉุดปลายชุดของผมให้เดินตาม ผมยกชายประโปรงชุดสีขาวเพื่อให้เดินสะดวกก่อนจะเดินออกไปตามทางเชื่อมดอกบัวสู่ผืนดินอีกฝั่ง

เมื่อเท้าของผมแตะถึงพื้นหญ้าพบว่ามันเขียวชอุ่มเย็นสบาย เจ้ารากบัวติดตามมาไม่ได้เพราะมันต้องการน้ำหล่อเลี้ยงถ้าหากมันออกไปไกลมากกว่านี้เกรงว่าจะเป็นอันตราย ผมเลยบอกมันว่าไม่เป็นไรแล้วจะรีบกลับมาก่อนจะตามพวกสัตว์ตัวอื่นๆออกไป

ผมเดินออกไปได้ไม่ไกลมากบริเวณรอบข้างเต็มไปด้วยป่าไม้พืชพรรณเขียวขจีหลากหลายชนิดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนพวกมันดูไม่อันตรายทั้งยังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆให้สดชื่นอีกด้วย ผมค่อยๆเดินตามอย่างช้าๆไม่ได้เร่งรีบก่อนจะเงี่ยหูฟังเสียงเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างไม่นึกกลัว มีกวางฝูงหนึ่งเดินออกมาอยู่ด้านข้างก่อนจะหมอบต่ำเล็กน้อยให้แก่ผม

“ตัวเล็กจังเลย” ผมหยุดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าไปลูบลูกกวางซึ่งเหล่าฝูงกวางเองก็เปิดทางให้ผมลูบลูกของพวกมันได้อย่างเต็มที่

เสียงกระรอกส่งเสียงเตือนผมอีกครั้งก่อนที่ผมจะโบกมือลาฝูงกวางแล้วเดินตามไป โลกแห่งนี้ผมยังไม่รู้จักมันดีนักแต่เชื่อว่าพวกสัตว์ตัวน้อยๆนี่หวังดีกับผมจริงๆดังนั้นผมจึงตามพวกมันไปอย่างไม่ลังเล ผมเดินผ่านพ้นพุ่มไม้ใหญ่ก่อนจะพบกับถ้ำน้ำตกเล็กๆที่ดูสวยงามน้ำสีฟ้าใสสะอาดและบรรยากาศอันร่มรื่น ผมอุทานในลำคอเบาๆก่อนจะพบว่าพวกสัตว์ตัวน้อยได้เข้าไปถ้ำแล้ว

มีทางเดินด้านข้างรอบน้ำตกไม่รอช้าผมรีบก้าวเดินตามทางแม้จะเจ็บเท้าอยู่บ้างที่ไม่มีรองเท้าใส่แต่ความตื่นเต้นกลับทำให้ความเจ็บน้ำเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับผม เมื่อผ่านหลังม่านน้ำตกก็เจอกับแสงสว่างจากด้านบนของถ้ำที่เป็นกลวงขนาดใหญ่และด้านในนั้นยังสว่างแทบไม่ต้องจุดไฟดูเลยด้วยซ้ำ

ใจกลางของถ้ำที่แสงส่องลงมามีอะไรบางอย่างอยู่ ผมรีบเดินเข้าไปใกล้ๆพบว่ามันคือชั้นหนังสือที่ทำจากไม้ดูเก่าแก่แต่กลับไม่เสื่อมสภาพหรือโดนอะไรกัดแทะเลยสักนิดแต่ที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือมีหนังสือเก่าแก่ ผมคิดว่ามันเก่าแก่และโบราณมากๆหลายพันเล่มตั้งวางอยู่เรียงรายเต็มไปหมด ในโลกเดิมผมชอบอ่านหนังสือมากแม้จะไม่เก่งเรื่องกีฬาเท่ากับเกรย์และซันแต่ผมถนัดในเรื่องความจำและการอ่านเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เด็กผมสอบได้ที่หนึ่งมาโดยตลอดทั้งยังสอบติดทุนอันดับหนึ่งของมหาลัยที่ตัวเองเรียนอยู่โดยไม่หวังพึ่งเงินของพ่อและแม่ ครอบครัวผมนั้นรวยมากก็จริงแต่ผมไม่อยากรบกวนพวกเขาเพียงแค่พ่อและแม่ผมดุด่าต่อว่าเรื่องตัวผมและใบหน้าก็ทำให้ผมรู้สึกไม่อยากให้พวกเขามาสนใจเรื่องของผมอีกไม่งั้นจะต้องเอ่ยปากด่าผมอีกแน่ๆ

ผมมองหนังสืออีกครั้งราวกับขุมทรัพย์ก่อนที่พวกสัตว์เหล่านั้นจะสะกิดให้ผมเดินเข้าไปด้านหลังตู้หนังสือ เมื่อสังเกตดีๆจะเห็นแสงประกายระยิบระยับจากสิ่งของบางสิ่งทำให้ผมรีบก้มหน้าลงดู

“นี่มัน…เพชร พลอย มีทองคำด้วย?”

นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆเลย!

มันตั้งกองสูงเท่าหัวผมแม้จะไม่ได้เยอะมากแต่ของพวกนั้นไม่ว่าจะเป็นถ้วยไวน์ทองคำ เครื่องประดับ อาวุธหลากหลายชนิดปะปนกันไปหมดส่วนด้านข้างพวกของมีค่าก็มีถุงขนาดใหญ่วางไว้ซึ่งผมเดินไปค้นดูพบว่ามันคือเสื้อผ้าผู้หญิงผู้ชายหรือทั้งเด็กอยู่รวมกัน เนื้อผ้าแม้จะเก่ามากแต่ก็ยังพอใส่ได้ ยังมีเข็มและด้ายสำหรับการปักอีกด้วย

“พวกนายรู้ไหมว่าเคยมีคนมาที่นี่ก่อนหรือเปล่า?”

พวกมันส่ายหัวบอกว่าไม่รู้ ผมจึงไม่ซักไซ้อะไรอีกอาจจะเป็นเพราะมันดูเก่าแก่มากส่วนเจ้าตัวน้อยทั้งหลายนี่คงมีอายุได้ไม่กี่ปีคงจะไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆกลับไปค่อยถามเจ้ารากบัวอีกทีก็แล้วกัน

ผมเดินสำรวจรอบๆพบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติอีกก็เริ่มเอาหนังสือเปิดออกมาอ่านซึ่งปรากฏว่าเป็นตัวหนังสือที่ไม่คุ้นเคยไม่เหมือนภาษาบ้านเกิดแล้วเหตุใดพวกสัตว์เหล่านั้นถึงฟังออกเวลาที่ผมพูด?

หนังสือบางเล่มก็เป็นภาษาอื่นสรุปแล้วมีหลายภาษามากซึ่งผมแทบจะไม่เข้าใจเลยสักนิด พวกสัตว์ตัวน้อยบอกให้ผมเลือกหนังสือกลับไปเพื่อให้เจ้ารากบัวช่วย

“หมายความว่าเจ้ารากบัวรู้หนังสือพวกนี้แล้วก็ภาษาแปลกๆนี่ด้วยเหรอ?”

พวกสัตว์ตัวน้อยผงกหัวหงึกๆ ก่อนจะสุ่มหยิบหนังสือแล้วช่วยกันเอาใส่ลงถุงผ้า พวกมันแยกผ้าออกก่อนแล้วดังนั้นจึงรีบใส่ให้ได้มากที่สุดแล้วใครจะขนของพวกนี้แน่นอนว่าก็ต้องเป็นผมน่ะซิ!

แม้ว่าพวกสัตว์จะออกแรงช่วยแต่ดูเหมือนมาป่วนเสียมากกว่ามือเล็กๆของพวกมันออกแรงดึงแทบไม่ไหวนั่นทำให้ผมหัวเราะก่อนจะจับพวกมันนั่งอยู่บนถุงผ้าส่วนตัวเองนั้นทำหน้าที่ขนหนังสือไปแทน ร่างกายนี้แม้จะบอบบางแต่ก็ยังพอมีแรงอยู่บ้างดังนั้นหากจะค่อยๆขนออกไปก็น่าจะไหวอยู่

ผมพยายามลากถุงหนังสือออกมาได้ครึ่งทาง ระยะทางไม่ไกลจากที่เจ้ารากบัวอยู่แต่ก็เล่นเอาหอบใช้ได้เลยระหว่างทางเจอม้าแปลกๆตัวหนึ่งคล้ายกับยูนิคอร์นในการ์ตูนเรื่องมายลิตเติ้ลโพนี่ซึ่งเป็นการ์ตูนโปรดผมเมื่อตอนเด็กๆ ขนของมันสีขาวฟูฟ่อง ตัวใหญ่พอสมควรแล้วมีเขาอยู่ตรงกลางสีขาวลายฟ้า ดวงตาสีฟ้าของมันกำลังจับจ้องผมอยู่ไม่คลาดสายตา

“มะมันจะทำร้ายผมหรือเปล่า…” ผมแอบกระซิบถามแต่มันกลับส่ายหัวก่อนจะบอกให้ผมยื่นถุงหนังสือให้กับม้าตรงหน้า ผมทำตามอย่างว่าง่ายก่อนที่เจ้าม้าตัวนั้นจะคาบถุงผ้าแล้วเดินนำไปอย่างสบายๆ

“นายมาช่วยผมเหรอ” ผมเอ่ยถามออกไปแล้วเจ้าม้าตัวนั้นก็ผงกหัวขึ้นลงและนั่นทำให้ผมถอนหายใจด้วยความโล่งใจไปเยอะเลย

เมื่อมาถึงทะเลสาบเจ้ารากบัวโยกรากของตัวไปมาราวกับกำลังดีใจที่ผมกลับมาแล้ว มันสื่อสารกับเจ้าม้าอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นผมค่อยๆลูบหัวม้าตัวนั้นพร้อมกับกล่าวขอบคุณซึ่งมันร้องฮี้และยินยอมให้ผมลูบขนนุ่มๆของมันได้ตามสบาย

แสงแดดเริ่มจ้ามากขึ้นทำให้ผมรู้สึกร้อนหน่อยๆถ้าให้เดาคงเป็นเวลาเที่ยงวันแล้วหลังจากนั้นเจ้ารากบัวใช้ปลายรากของมันรวบถุงหนังสือแล้วเอาไปวางไว้ในดอกบัวก่อนจะเรียกผมตามไป เจ้าพวกสัตว์น้อยต่างแยกย้ายกันไปแล้วส่วนผมที่เดินมานั่งอยู่ในใจกลางดอกบัวลงมือเปิดถุงผ้าพร้อมกับหนังสือเหล่านั้น

แม้ว่าแสงแดดจะเจิดจ้าและร้อนแต่เมื่ออยู่ภายในดอกบัวมันกลับเย็นสบายไม่รู้สึกร้อนเลยสักนิดจนกระทั่งเจ้ารากบัวสะกิดตัวผมให้เปิดหนังสืออ่านก่อนจะบอกบางสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น

“หือ จะนอนผมเรียนหนังสือพวกนี้จริงๆน่ะเหรอ!”

และมันเองก็ผงกปลายรากสองสามทีเป็นคำตอบ






ความคิดเห็น