ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 สายตาของใครบางคน ครึ่งแรก

ชื่อตอน : บทที่ 3 สายตาของใครบางคน ครึ่งแรก

คำค้น : omegaverse , yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 21:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 สายตาของใครบางคน ครึ่งแรก
แบบอักษร

บทที่ 3


สายตาของใครบางคน




สัมผัสหนัก ๆ ที่ช่วงเอวทำให้ผมที่กำลังหลับสบายรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในยามเช้าซึ่งเช้าเกินกว่าเวลาตื่นปกติของผม ปกติผมก็ไม่ได้ตื่นสายอะไรมากมายหรอก แปดโมงผมก็ตื่นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว แต่นี่ยังเพิ่งเกือบ ๆ เจ็ดโมงเอง ยังนอนได้อีกเป็นชั่วโมงเลยนะ




ผมมองคุณชายของบ้านที่มาเนียนนอนกอดผมตอนไหนไม่รู้ จำได้ว่าก่อนหน้าที่จะเอนตัวลงนอนพี่ชัชท์เขาก็กลับห้องเขาไปแล้วนี่หว่า แล้วโผล่เข้าห้องผมมาตอนไหนกัน แล้วกอดผมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมผมเพิ่งรู้ตัววะ หลับสนิทเกินละกู




“นอนต่ออีกนิดนะครับ” ไม่รู้ว่าพี่ชัชท์รู้สึกตัวหรือละเมอพูดขึ้นมา เพราะผมเห็นเปลือกตาสีขาวนวลนั่นยังปิดสนิทอยู่เลย แต่วงแขนที่โอบตัวผมอยู่มันกระชับแน่นขึ้นกอดผมไว้แนบอกตบตูดอีกต่างหาก หรือพี่แกฝันว่ากำลังโอ๋ลูกอยู่กันเนี่ย




จะขยับออกก็เห็นใจคนที่เพิ่งบินกลับมาอาจจะเจ็ตแล็กยังปรับตัวไม่ได้ นอนเป็นหมอนข้างให้ก็ได้ไว้สบโอกาสค่อยไปเก็บค่าตัวย้อนหลังเอา อืม อกกว้างและอุ่นดีจัง ชวนเคลิ้มเหมือนกันนะ




แล้วผมก็ตื่นมาอีกครั้งหลังจากที่คนที่ก่อนหน้าที่กอดผมไว้ตื่นนอนและน่าจะไปอาบน้ำแล้ว เนี่ย พอนอนมากมันก็รู้สึกขี้เกียจจะลุกจากที่นอนไง แต่เก้าโมงแล้วจะไม่ลุกก็ไม่ได้ ไม่ใช่ป่านนี้พวกคุณน้าเข้าใจผิดว่าลูกชายเริ่มผลิตหลานให้พวกเขาไปแล้วหรอกนะ เฮ้อ ลุกไปอาบน้ำบ้างก็ได้




ผมว่าต้องมีบางคนคิดอยู่ในใจใช่ไหมว่าเนี่ยจะมีลูกกันทำไมเร็วนักเพิ่งจะเรียนจบเอง ก่อนอื่นผมคงต้องอธิบายก่อนว่าครอบครัวศิริภัทรกิจเนี่ยเป็นตระกูลเก่าผู้นำตระกูลเป็นอัลฟ่ามาทุกรุ่น ซึ่งในรุ่นลูกตอนนี้มีครอบครัวของคุณน้าวษาคนเดียวที่มีรุ่นหลานเป็นอัลฟ่า เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นครึ่งเสี้ยว แต่ผู้นำตระกูลคนต่อไปก็ย่อมเป็นคุณชายชัชท์คนนี้ค่อนข้างจะแน่นอน แล้วทีนี้มันเกี่ยวกับการที่ต้องมีลูกเร็วยังไง ก็คืออัตราการเกิดของอัลฟ่านั้นมีเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำ และคงต้องใช้โชคอย่างมหาศาลถ้าจะฟลุ๊กได้อัลฟ่าตั้งแต่ท้องแรกเหมือนคุณน้าวษา นั่นล่ะครับ ผมอาจจะคลอดเด็กออกมาครบทีมฟุตบอลแต่ไม่ได้อัลฟ่าเลยก็ได้ และเพื่อเพิ่มโอกาสให้มีอัลฟ่ามาสืบทอดตระกูลต่อเราจึงต้องมีลูกเร็ว คุณน้าเขาไม่อยากให้ความทุ่มเทที่ลูกชายของเขาทำมาทั้งชีวิตไปตกอยู่ในมือของทายาทคนอื่นที่ไม่ใช่สายตรงจากคุณน้าเขาน่ะครับ ความคาดหวังเลยหล่นตุ๊บมาที่ผมนี่แหละ




พอนึกอย่างนั้นแล้วผมก็อดที่จะเลื่อนมือไปลูบ ๆ ส่วนที่จะต้องรองรับความใหญ่โตของคนอื่นไม่ได้ ตอนนี้มันปิดสนิทและไม่มีน้ำเมือกไหลเยิ้มออกมาเหมือนช่วงฮีท แต่ผมก็รู้ดีว่าถ้าถูกกระตุ้นมันก็จะเปียกขึ้นมาได้ไม่ยาก... โอเมก้าก็แบบนี้ล่ะ ผมทำใจปลงมานานแล้ว ขอแค่ไม่ทำจนเนื้อปลิ้นออกมาเหมือนครั้งแรกที่ผมโดนทำตอนสิบขวบมันก็คงโอเค... ล่ะมั้ง




ผมคลุมผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดที่เมื่อวานไม่ได้ใช้ออกไปนอกห้องน้ำ กะว่าจะมาหยิบเสื้อผ้าแต่งตัวเหมือนปกติ แต่ลืมไปไงว่าเจ้าของห้องข้าง ๆ ที่มีประตูเชื่อมกันไว้นั้นเขากลับมาแล้ว และตอนนี้เจ้าตัวหยิบชุดมาเตรียมให้ผมแล้วด้วย เสื้อยืดคอปกกับกางเกงขาสามส่วนมันก็เป็นเสื้อผ้าปกติของผมนั่นล่ะ แต่อันเดอร์แวร์นี่สิ




“พี่” ผมทำหน้าบึ้งใส่คนที่ถือกางเกงในลูกไม้สีแดงสดเอาไว้และแน่นอนว่ามันเป็นจีสตริง ไอ้สายเล็ก ๆ ที่มันจะพาดอยู่ในร่องก้นมันบาดตาบาดใจผมมาก “อีกแล้วนะ”




ผมมองคาดโทษคนที่ยังมีหน้ามายิ้มหวานให้ ก่อนจะยอมใส่เสื้อผ้าที่เขาจัดเตรียมไว้ให้หรือพูดอีกอย่างคือพี่ชัชท์จัดการสวมให้ผมเองเลย




“อ๊ะ” ความรู้สึกร้อนผ่าวที่หลังคอทำให้ผมสะดุ้ง “พี่...” เลียคอผม




พี่ชัชท์กดจูบหนัก ๆ ตรงที่เขาเคยทิ้งร่องรอยเอาไว้ ก่อนจะจูงผมไปหาข้าวเช้ากิน




สายตาที่ตวัดมามองผมด้วยความขัดเคืองใจของหนุ่มฝรั่งหน้าหวานชวนให้รู้สึกอยากพ่นน้ำออกมา มิสเตอร์จะมาเคืองอะไรผมกันล่ะ จะโกรธที่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียวก็ไปโทษคนไม่ยอมตื่นนอนโน้น อย่าพาล ถึงผมจะหลับอีกรอบแล้วตื่นหลังเขาก็เถอะ แต่ไม่ได้บอกให้รอนี่ ผมไม่ผิด




แต่ยังไม่ทันจะมีสงครามอะไรกันหรอกครับ ฝรั่งริชก็เข้าไปเกาะแกะเพื่อนของเขาซะก่อน เพื่อนหรือเปล่าไม่รู้ แต่พี่เขาบอกว่าเพื่อนก็เพื่อนละกัน ตอนแรกผมนึกว่าเขาจะเป็นโอเมก้าไซซ์ฝรั่งหรือเป็นเบต้าที่เป็นเกย์ แต่ทุกอย่างมันผิดหมดครับ ไอ้คุณริชเขาเป็นอัลฟ่าครับ แต่ผมถามแค่นั้นแหละไม่ได้ถามต่อว่าเป็นอะไรกันรอให้สารภาพออกมาเอง




“หนูตะวัน วันนี้ป้าให้คนทำข้าวต้มไว้ให้นะคะ” ป้าน้อยเดินมาหาผมหลังจากที่คนเอาข้าวผัดไปเสิร์ฟให้คุณชายชัชท์แล้ว “มีปลาเค็มกับไข่เจียวด้วยนะคะ”




“ป้าน้อยทำผมท้องร้องเลยครับเนี่ย” ผมเอามือลูบ ๆ ท้องที่เริ่มประท้วงเพราะกินข้าวไม่ตรงเวลาขึ้นมา “อยู่ในครัวใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมไปนั่งกินในครัวก็ได้”




“เอ๋?” ป้าน้อยคิดว่าผมจะมานั่งเป็นไก่ไข่ควายของคนอื่นเหรอครับ ไม่ล่ะ ไปตอดหาของกินเล่นจากพี่ ๆ น้า ๆ ในครัวดีกว่า “อ้อ... ตามใจหนูตะวันเลย”




“ป้าน้อยไปดินกันผมนะ” อ้อนครับ งานนี้ต้องอ้อนแล้วทิ้งคนที่เมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนยังกอดผมอยู่เลย ตอนนี้มานั่งอี๋อ๋อกับคนที่หิ้วมาด้วยจากอีกซีกโลกแล้ว ไม่นิยมเป็นตัวเลือกนะบอกก่อนเลย




ผมไปนั่งกินข้าวในครัวตามคำพูดผม แต่ยังไม่ทันจะได้อ้อนขอแซนวิชผลไม้โลว์แฟตแคลต่ำมากิน พี่ชัชท์ก็เดินเข้ามาก่อนหน้าที่นิ่ง ๆ แต่ก็พอจะดูออกว่าหงุดหงิดอะไรอยู่ แน่นอนว่ามีชาวต่างชาติคนเดิมติดสอยห้อยตามเข้ามาด้วย บุกรุกเขตหวงห้ามของผมเต็ม ๆ ตีนเลย




โกรธเว้ย!!!




“ต้องการข้าวเพิ่มเหรอครับ” ผมวางชามข้าวที่กินหมดแล้วในมือลงก่อนจะลุกขึ้นไปประจันหน้ากับคนที่กำลังอารมณ์ขึ้น “ถ้าต้องการอะไรเพิ่มบอกพี่ติ๋มที่ยืนรอให้เรียกใช้อยู่ก็ได้ ไม่ต้องเดินเข้ามาเองหรอก”




“ทำไมไม่ออกไปกินข้าวด้วยกัน” หืม... กินจนหมดแล้วเพิ่งรู้สึกได้เหรอว่าผมไม่ได้ร่วมโต๊ะด้วยเนี่ย




“พี่มีคนกินเป็นเพื่อนอยู่แล้ว” ผมมองเลยไปที่คุณริชซึ่งกำลังหมุน ๆ สตรอเบอรี่ลูกโต ๆ อยู่ “ผมไม่คิดว่าผมจำเป็นจะต้องไปนั่งเป็นเพื่อนพี่ ใช่ไหมครับ”




“ตะวัน” เสียงของพี่ชัชท์อ่อนลงหน่อย ดวงตาที่ทอดมองมาที่ผมก็ฉายแววออดอ้อนอยู่ในที “พี่อยากกินข้าวกับตะวันนะครับ”




ผมแกล้งไม่ได้ยินแล้วหยิบชามไปเก็บเข้าที่ อยากกินข้าวกับผมแต่นั่งหัวเราะคิกคักกับเพื่อนตัวเองทันทีที่นั่งลงบนโต๊ะน่ะนะ ให้เชื่อก็ยากละ




“ตะวันครับ” พี่ชัชท์เข้ามากอดเอวผมไว้ เป็นอะไรชอบมากอดเนี่ย เดี๋ยวก็กอด เดี๋ยวก็กอด ยืนเฉย ๆ ไม่เป็น? “โกรธอะไรพี่ครับตะวัน บอกพี่หน่อยสิ”




“เปล่าครับ” ประโยคที่พูดมามันก็ดูอ้อนดีแหละ แต่ฟัง ๆ แล้วทำไมเหมือนถูกออกคำสั่งไม่รู้ ไม่พอใจ ไม่บอก จบนะ




“ถ้าเป็นเรื่องของริชพี่อธิบายได้นะครับ” ผมเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ และไม่ตอบอะไร รอฟังสักหน่อย “เขาอยากมาเที่ยวไทยเลยตามพี่มาด้วย ตอนที่คุยกันเมื่อกี้เขาบอกว่าในบ้านนี้ไม่มีใครคุยกับเขาเลย พี่เลยนั่งคุยกับเพื่อน แค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเลย”




คำอธิบายนี้ไม่ให้ผ่าน ผมขอกากบาท




“อันที่จริงแล้ว...” ผมลากเสียงยาวในขณะที่เหลือบมองไปรอบ ๆ คนในครัวออกไปข้างนอกกันหมดแล้วอย่างรู้หน้าที่ และไม่ลืมที่จะลากเอาฝรั่งหัวทองออกไปด้วย สมกับที่คุณน้าให้ป้าน้อยเทรนด์หนัก ๆ จริง ๆ “ถ้าพี่ชอบกับเขาพี่บอกผมมาตรง ๆ ก็ได้ ผมไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว”




เพราะยังไงตอนนี้พวกเราก็ไม่ใช่คู่พันธะกันจริง ๆ แต่ถึงเป็นคู่จริง ๆ แล้วถ้าพี่ชัชท์จะไปผมก็ไม่คิดจะค้านอะไรอยู่ดีระหว่างเราในจุดนี้มันไม่ได้มีความรักมาเกี่ยวข้องสักหน่อย อย่างมากผมก็คงนอยด์ที่ต้องเสียเวลารอคน ๆ นึงเพื่อการจากลามาหลายปี




“ไม่ ตะวัน”




“ผมยอมรับว่าผมคงเสียใจ แต่ก็แค่เสียใจ มันคงจะดีกว่าถ้าพี่เลือกที่จะอยู่กับคนที่พี่รัก” ผมไม่ยอมให้พี่ชัชท์พูดขัด เรื่องพวกนี้ยิ่งจบไวเท่าไหร่ก็ยิ่งเริ่มต้นใหม่ได้ไวเท่านั้น “ระหว่างอัลฟ่าด้วยกันก็มีลูกได้ถึงมันจะยากสักหน่อย แต่พี่ก็จะไม่ต้องฝืนใจไปตามสัญชาตญาณเพื่อนอนกับโอเมก้าที่พ่อแม่เลือกไว้ให้ ถ้าพี่บอกคุณน้าไปผมเชื่อว่าคุณน้าเขาย่อมเข้าใจและยอมรับแน่ ๆ เพราะอย่างนั้น...”




“ใครบอกว่าพี่ฝืนใจ” คราวนี้พี่ชัชท์เป็นฝ่ายไม่ยอมให้ผมพูดจนจบบ้างแล้ว “ตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่ไปรับตะวันมา พี่ก็วางตะวันไว้ข้างกายพี่แล้ว ไม่เกี่ยวกับว่าใครจะเลือกตะวันมาให้พี่ แต่ในวันนั้นพี่เลือกตะวันแล้ว ตะวันอย่าพูดแบบนี้อีก”




เพราะมันทำให้พี่เสียใจ... ผมต่อประโยคที่เขาไม่พูดออกมาเองในใจ จากแววตาสั่นไหวที่เขามองผมมามันทำให้ใจผมสั่นสะเทือนไม่แพ้กัน




“พี่แน่ใจได้ยังไงว่าพี่วางผมไว้ข้างตัว” ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย “เด็กสิบขวบที่นอนบนเตียงรองรับอารมณ์ใครของพี่ในวันนั้นกับตัวผมในวันนี้ แม้ว่าจะเป็นคน ๆ เดียวกันแต่มันย่อมแตกต่างกัน อย่าลืมสิ พี่ไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับคนที่พี่บอกว่าจะวางเขาไว้ข้างกายด้วยซ้ำ พี่จะมั่นใจได้ยังไงว่าสิ่งที่พี่เลือกมันไม่ทำให้พี่เสียใจ” และโยนผมทิ้งไว้ในซอกหลืบของห้องมืด ๆ ในสักวันหนึ่ง




“ยังมีเรื่องราวตะวันยังไม่รู้ในบางเรื่อง” มืออุ่นเลื่อนมาประคองแก้มผมไว้อย่างอ่อนโยน “แต่พี่บอกตะวันได้เลยว่าถึงแม้ว่าพี่จะได้กอดตะวันไว้ในอ้อมแขนเพียงคืนเดียวก่อนที่เราจะห่างกัน แต่สายตาของพี่ไม่เคยละออกไปจากตะวันได้เลย”




๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑ ครึ่งแรก ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑


สวัสดีค่าาา


ตะวันของคนขี้เซายังไม่รู้เรื่องอะไรกันนะ แต่ยังไม่เฉลยหรอกนะคะ อิอิ


คนขี้เซาเป็นพนักงานกินเงินเดือนอยู่ในช่วงทดลองงานนะคะ


เพราะอย่างนั้น คนขี้เซาขอแจ้งเรื่องการอัปต่อจากนี้หน่อยนะคะ ^^ เนื่องจากคนขี้เซาเขียนเสร็จเช็คคำผิดแล้วอัพเลย(แต่ก็ยังมีผิดอยู่ดี แง๊ บอกกันได้นะคะจะมาแก้) แต่อยากจะอัปทุกวันเท่าที่จะทำได้ เลยจะขอแบ่งลงทีละครึ่งเพื่อไม่ให้เป็นงานเผานะคะ ไม่โกรธกันนะ


แล้วก็ ถ้าไปหวีดพี่ชัชท์หรือตะวันที่ไหน อย่าลืมติดแท็ก #ตะวันเป็นโอเมก้า กันด้วยน้า และถ้าต้องการติดตามการอัปเดตนิยาย สามารถติดตามได้ในทวิตเตอร์ของคนขี้เซาเลยค่า จิ้มจึ๊กไปทวิต

ความคิดเห็น