ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กอดครั้งที่9

คำค้น : #วินหมอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2562 13:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่9
แบบอักษร








Chapter 09









“น้องหมอกอยากกินอะไรไหมครับ”พี่วินหันมาถามผมขณะที่เรากำลังเดินออกจากโรงหนังมา

วันนี้ผมมาดูหนังกับพี่วินเพราะวันนี้ไม่มีซ้อมละครเวที เพราะมีรุ่นพี่หลายคนต้องไปช่วยทางมหาวิทยาลัยจัดงานนิทรรศการ จริงๆพี่วินก็ต้องไปช่วยแต่พี่เค้าปฏิเสธบอกว่ามีธุระ ซึ่งธุระของพี่มันก็คือผมนี่ไง

ตอนแรกผมนัดไอซุงไว้ว่าจะไปดูหนังกัน แต่มันเบี้ยวนัดผม โทรหาเท่าไหร่มันก็ไม่รับโทรศัพท์ พี่วินเลยอาสามาดูเป็นเพื่อนผมแทน เพราะผมต้องดูหนังเพื่อไปเขียนรายงานส่งเป็นคะแนนเก็บ

และจนกระทั่งตอนนี้ไอซุงก็ยังไม่รับโทรศัพท์ผม สงสัยมันใกล้ตายแล้วแน่ๆ

“ผมอยากกลับเลยครับ”หันไปตอบหลังจากที่กดวางสายจากการโทรหาไอซุง

“โอเคครับ”

พี่วินและผมเดินกลับมาที่รถเพื่อที่จะกลับไปที่หอพักผม ผมมั่นใจว่าไอซุงต้องอยู่ห้องเพราะวันนี้มันไม่มีเรียน แต่ทำไมมันไม่รับโทรศัพท์นี่สิน่าสงสัย มันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงหอพักผม ผมบอกลาพี่วินก่อนจะรีบเดินขึ้นห้อง หยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องไอซุงเพื่อที่จะเคาะประตูเรียก

โครม!!!!!!!

“ไอเวรเอ๊ย!!!!!”

เสียงไอซุงดังออกมาจากห้องเมื่อผมยกมือขึ้นจะเคาะประตู ผมรีบลดมือลงทั้งๆที่ไม่ได้เคาะห้องไอซุง ลืมความเป็นห่วงเพื่อนเมื่อตะกี้ไปได้เลยเพราะผมเปลี่ยนเป็นกลัวแล้ว

ผมเดินมาไขห้องตัวเองก่อนจะเดินเข้าห้อง ได้ยินเสียงโครมครามจากห้องไอซุงเป็นพักๆ แต่ไม่นานนักก็เงียบไป

ไอซุงไปโมโหอะไรมา ปกติมันไม่ค่อยโวยวายอะไรรุนแรงขนาดนี้ เอาไว้มันก็คงมาเล่าให้ฟังเองตอนที่มันอยากให้รู้แหละ ผมไม่อยากไปวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของไอซุงนัก เข้าใจว่ามันโลกส่วนตัวสูง ผมกับใยไหมก็เลยจะเว้นพื้นที่ไว้ให้ไอซุงค่อนข้างเยอะ ไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องของมันเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายถ้ามันแก้ปัญหาไม่ได้มันก็คงมาขอคำปรึกษาเอง ซึ่งไม่ได้บ่อยนักก็เถอะ

ครืด ครืด!!!

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับเมื่อเห็นสายโทรเข้า

‘ใยไหม’

(กลับหรือยัง)ทันทีที่กดรับปลายสายก็พูดออกมาแทบจะทันที

“กลับแล้ว อยู่ในห้อง”ผมตอบกลับขณะที่ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหลังจากชงโอวันตินมาวางไว้ที่โต๊ะให้หายร้อน

(กินอะไรไหม ฉันออกมาหาอะไรกิน)

“เอาของกินอะไรก็ได้ ตอนนี้หิวมาก”ผมตอบและยกแก้วโอวันตินขึ้นมาจิบ

(โอเค เดี๋ยวขึ้นไปหา)

พูดจบใยไหมก็วางสายไป ผมเข้าไปอาบน้ำระหว่างรอเพราะใยไหมเป็นคนซื้อของนานเพราะรายนั้นเลือกเก่ง ไม่ถูกใจนิดๆหน่อยๆก็ไม่เอา แถมบ่นเก่งด้วย แต่เอาจริงๆมันก็ดูน่ารักไปอีกแบบ เพราะมันบอกได้ว่าเค้าใส่ใจกับสิ่งรอบข้างแค่ไหน

เอ หรือว่าจริงๆแล้วผมแอบชอบใยไหมกันนะ

ก๊อก ก๊อก !!

ผมเดินไปเปิดประตูห้องให้ใยไหม ที่ซื้อของกินมาเยอะมาก ไม่แปลกใจเลยที่ใยไหมบ่นว่าตัวเองอ้วนขึ้น ก็ดูกินดิ นึกว่ากระเพาะเป็นหลุมดำ

“เห็นหน้าไปซุงบ้างยัง”ใยไหมพูดขณะที่วางของกินไว้บนโต๊ะหน้าทีวี

“ไม่อ่ะ เพิ่งกลับมาตอนใยไหมโทรมานั่นแหละ มีอะไรอ่อ”ผมถามขณะที่กำลังหยิบถ้วยกับช้อนไปวางที่โต๊ะ

ใยไหมมองหน้าผมด้วยสายตานิ่งๆ ไม่ยอมพูดอะไรต่อ

“ต้องบอกปะ”ใยไหมบ่นออกมาเบาๆ

“บอกอะไร?”ผมถามและแกะของกินออกจากถุงไปด้วย

“ตอนที่ฉันออกไปซื้อของอ่ะ ฉันเห็นพี่เรย์เดินออกมาจากห้องไอซุง”ใยไหมพูดเบาๆ

“พี่เรย์อ่อ”ผมทวนชื่ออีกครั้งและได้รับคำตอบกลับมาคือการพยักหน้าของใยไหม

พี่เรย์ไปทำอะไรห้องไอซุง แล้วตอนที่ผมกลับมาถึงไอซุงมันโวยวายอะไร? โอ้ย ทำไมวันนี้มีเรื่องไอซุงให้คิดเยอะจังวะ

“ฉันว่าไอซุงกับพี่เรย์ต้องมีอะไรอะไรกันแน่ๆ หมายถึงมีเรื่องกันนะว้อย!!! ไม่ใช่นอนด้วยกันอย่ามาทำหน้าตาตื่นเต้นขนาดนั้นหมอก”ใยไมดันหน้าผมออกห่างจนผมหลุดขำออกมาแต่ก็กลับไปทำหน้าเครียดเหมือนเดิม

“แล้วเรื่องที่ว่าไหมคิดว่าเรื่องอะไร”ผมถามกลับ

ไม่ได้อยากสอดรู้สอดเห็นเลยนะ ไม่เล๊ยยยยยย หมอกไม่ใช่คนแบบนั้น

ใยไหมนิ่งเพราะใช้ความคิดอยู่พักนึงก่อนจะหันมาพูดต่อ

“เรื่องแกแน่ๆหมอก...”

“ห๊ะ!! มาโผล่เรื่องหมอกได้ไงอ่ะ หมอกยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

อยู่ๆจะมาโยนปัญหาให้กันอย่างนี้ไม่ได้!!!

“คืองี้...เมื่อวันก่อนอ่ะ วันที่ซ้อมละครเวทีกันวันแรกหลังจากที่แกมีข่าวกับไอซุง พี่เรย์เค้าก็เข้ามาหาฉันแล้วถามว่าแกกับซุงเป็นอะไรกัน....”

พอบอกว่าเป็นเรื่องของผมนี่ หูตาผึ่งทันที ไม่เคยตั้งใจฟังอะไรขนาดนี้มาก่อน ขนาดตอนเรียนยังนั่งหลับเลย

“ฉันก็ตอบว่าก็เพื่อนกันปกติ แล้วพี่เรย์ก็ถามอีกว่า เพื่อนสมัยนี้เค้ากอดกันได้ด้วยหรอ เค้าพูดแบบไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่อยากให้แกเห็นหน้าเค้าตอนพูดเลยอ่ะ น่ากลัวมากๆ...”ใยไหมพูดต่อ

“แล้วไหมตอบเค้าว่าอะไรอีก”

“ฉันก็เลยตอบกลับว่า นอนด้วยกันยังมีเลย”

“ใยไหม!!!! พูดอะไรออกไปรู้ไหมห๊ะ!!!”

ไปบอกเค้าว่าเพื่อนกันนอนด้วยกันได้เนี่ยนะ พูดอะไรทำไมไม่ดูสถานการณ์ตอนนั้นเลยห๊ะ ปวดหัวจริงๆมีเพื่อนแบบนี้ แต่ก็รักนะ เดี๋ยวๆหมอก เมื่อตะกี้ยังโวยวายอยู่เลย

“ก็ฉันอยากรู้ว่าเค้าจะทำหน้ายังไง....”ใยไหมตอบ

“แล้วเค้าทำหน้ายังไง?”

“หึๆ เหมือนฆ่าคนได้เลย”ใยไหมพูดจบก็ตักยำลูกชิ้นเข้าปากไปหนึ่งคำ

แม่จ๋า ผมกลัวพี่เรย์แล้วอ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ไม่เล่นแล้วละครเวที ไม่อยากเจอพี่เรย์แล้ว

“เป็นอะไร”ใยไหมถามและตักยำลูกชิ้นเข้าปากอีกคำ

“ไม่ซ้อมละครแล้วได้ไหมอ่ะ ใยไหมไปเล่นแทนที”ผมเกาะแขนใยไหมไว้แน่น

“บ้าหรอ ฉันไม่ใช่ผู้ชาย”พูดและแกะมือผมออกไปด้วย

อือออออออ กลัวพี่เรย์ง่าาาาาาา

เอ๊ะ!! ผมยังมีพี่วินนี่เดี๋ยวใช่มารยาล่อพี่วินมาช่วยก็ได้ หุ้วๆ

ก๊อก ก๊อก!!

จู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ผมกับใยไหมหันมามองหน้ากันอย่างมิได้นัดหมาย

“ไม่ใช่พี่วินแน่ๆ เพราะไม่ได้ส่งข้อความมาบอก”ผมชิงพูดก่อน

“แล้วใคร?”ใยไหมทำหน้างงและหันไปมองประตูอีกครั้ง

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งเมื่อผมและใยไหมยังนั่งอยู่ที่เดิม

หรือว่าจะเป็น.....

“ไอซุง!!”ใยไหมหันมาพูด

เอาจริงๆเกือบคิดว่ามันเป็นพลังงานบางอย่าง ก็เป็นได้(ทำเสียงหลอนๆ)

ผมวิ่งมาเปิดประตูอย่างไวเพราะกลัวว่าไอซุงมันจะรอนานเดี๋ยวจะเมื่อยขา ไม่ใช่หรอกความจริงคือกลัวมันโมโหแล้วพังประตูห้องผมแล้วเดี๋ยวจะไม่มีประตูใช้ เดี๋ยวจะโดนคนเข้ามาทำมิดีมิร้าย ว้อยยย ไอหมอก สมองปล่อยวางบ้าง วนเข้าเรื่องทะลึ่งตลอด

ผมมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า สภาพไอซุงดูเหมือนคนง่วงมาก

หน้าแม่งเหมือนคนเพิ่งจะตื่น ทั้งๆที่ก่อนผมจะเดินเข้าห้องได้ยินเสียงมันโวยวายลั่น อย่าบอกนะว่าผมเจอดีแล้ว ฮืออ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย

“ได้กลิ่นของกิน หิว”ไอซุงพูดก่อนจะเดินแทรกตัวเข้ามาในห้องผม

เดี๋ยวมึง มาหากันถึงห้องนึกว่าคิดถึงกันอยากเจอหน้าเพื่อน แต่ไม่ใช่ มาเพราะหิวเนี่ยนะ ไอซุงไอเพื่อนเวร

ผมปิดประตูห้องก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม ไอซุงมันเลือกนั่งข้างใยไหมอีกฝั่งและเริ่มหาของกินที่ยังไม่ได้แกะ

“กลับมานานยังหมอก”ไอซุงถามหลังจากที่มันได้ลูกชิ้นปิ้งออกมาจากถุง

ถ้าบอกว่ากลับมานานแล้วไอซุงก็จะรู้ว่าผมได้ยินเสียงมันโวยวาย ถ้างั้นก็พูดไม่ได้เดี๋ยวไก่จะตื่น

“ไม่อ่ะ กูเพิ่งกลับมาได้แปปเดียว”ผมพูดและหันไปหยิบตาให้ใยไหม

ไอซุงมันยังคงวุ่นวายกับการหาของกินเพิ่มและมันก็ได้ ปลาหมึกย่างออกมาอีกถุง พ่วงด้วยของหวานอย่างสาคูเผือกที่มันชอบกิน เดี๋ยวนะ นี่มันกระเป๋าโดเรม่อนขนาดย่อมปะเนี่ยทำไมของกินมันเยอะขนาดนี้

คิดได้ดังนั้นก็เริ่มคุ้ยหาของกินบ้าง เผื่อจะเจอของโปรดตัวเอง

“ซูชิ!!! ฮืออออ”ผมกอดกล่องซูชิที่มีเพียงกล่องเดียวไว้แน่น เดี๋ยวจะมีคนแย่ง อันนี้ยอมไม่ได้จริงๆ เรื่องกินนี่ปัญหาระดับชาติ

“เกินไปอ่ะหมอก”ใยไหมหันมามองผมก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

อะไร นี่มันเรื่องปากท้องนะ ต้องเล่นใหญ่หน่อยสิ กินข้าวน้อยเนี่ยเป็นปัญหานะ เพราะน้ำย่อยในกระเพาะจะหลั่งออกมาเป็นปกติเท่าเดิมทุกๆวัน ถ้าไม่กินนี่มีสิทธิไส้ขาดได้เลยนะ เอ๊ะ!! ขาดหรือเปล่านะ จำไม่ได้อ่ะ ไม่ขาดมั้งอาจจะแค่อักเสบ เอ หรือขาดนะ เออช่างมันเถอะ มาสนใจของกินต่อดีกว่า

“พรุ่งนี้ออกไปไหนหรือเปล่า”ไอซุงหันไปถามใยไหม

ผมแกะกล่องซูชิอย่างละเมียดละไมก่อนจะคีบซูชิก้อนโตเข้าปาก หื้อ!อร่อยจนน้ำตาจะไหล

“ไปสอนพิเศษ”ใยไหมตอบไอซุงและแกะห่อของกินห่อใหม่ไปด้วย

“แล้วหมอกอ่ะ”หันมาถามผมต่อ

“ไปซ้อมละคร ซุงไปเฝ้าเค้าหน่อยนะพรุ่งนี้พี่วินไม่ว่างอ่ะ เค้าไม่อยากไปซ้อมคนเดียว”พูดเสียงอ่อนเสียงหวานใส่และมองหน้ามันด้วยสายตาอ้อนๆ ไม่ใจอ่อนก็ให้มันรู้ไป

“ไม่อ่ะ พรุ่งนี้ว่าจะไปหาพี่ซัน”ไอซุงหันหน้าหนีผมและยัดของกินเข้าปากต่อ

แล้วมึงถามกูเพื่อ!!!!

“ไอคนใจร้าย”

โกรธจริงๆด้วย ถ้าไม่ง้อภายในสามนาทีจะหายโกรธเองแล้วนะ อ้าว!!ไม่ได้หรอ ฮ่าาา

“อือ”ตอบรับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆไม่ได้สนใจผมเท่าไหร่นัก

“ซุง!! นี่หมอกไง ไม่ง้อเค้าหรอ”ทำไมทำแบบนี้กับเค้าอ่า งื้ออออออออ

“วันนี้กูเหนื่อยหมอก ไม่มีอารมณ์มาเล่น”ไอซุงพูด

กูก็ไม่ได้เล่นไง กูแค่ไม่อยากให้มึงเครียดไอซุง

ได้แต่คิดแต่ก็ไม่ได้พูด หันกลับมาสนใจซูชิในกล่องของตัวเองต่อ ก่อนจะคีบซูชิอีกคำเข้าปาก

อ่าาาาา อร่อยฝุดๆ

เดี๋ยวหมอกเมื่อกี้ยังโกรธไอซุงอยู่เลยไม่ใช่หรอ

เออ ช่างมันเถอะ อยากเป็นอะไรก็เรื่องของมัน

ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเอาขยะไปยัดใส่ถุงเดียวกันให้เรียบร้อย

“กูนอนแล้วนะฝากเก็บห้องที่เหลือด้วย”ผมเดินมาบอกใยไหมกับซุงด้วยน้ำเสียงนิ่งๆก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป

เล่นละครเป็นคนงอนเก่งปะ เห็นหน้าใยไหมเหวอด้วย ฮ่าาาาาาาาาา

ผมล็อคห้องนอนเรียบร้อยก่อนจะกระโดดขึ้นเตียง กดโทรศัพท์ส่งข้อความส่งให้พี่วิน

K’M: หลับหรือยังครับ?

ส่งข้อความไปได้เกือบสิบนาทีแล้วก็ยังไม่มีวี่แววตอบกลับมา ผมเลยกดปิดโทรศัพท์ก่อนจะปิดไฟล้มตัวลงนอน

นี่ก็ดึกแล้ว ผมคงต้องปล่อยให้พี่วินนอนได้แล้วแหละ พรุ่งนี้เค้าต้องไปช่วยงานมหาวิทยาลัยอีก







อ่าาาาาา ร้อนนนนนนน!!!!!

ผมเดินเข้ามาในโรงละคร ใช้เวลาเดินทางจากหอกว่าจะถึงก็เกือบชั่วโมงครึ่ง วันนี้พี่วินต้องช่วยงานมหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้ารบเร้าจะไปรับผมมาส่งให้ได้ กว่าจะบอกว่าไม่ต้องมาส่งได้เพราะผมจะไปเองก็ตั้งนาน

ส่วนไอซุง มันไม่คุยกับผมอีกเลยตั้งแต่เมื่อคืน ส่งข้อความไปหาก็ไม่ตอบโทรไปก็ไม่รับ เอาจริงๆผมควรจะโกรธมันปะ แต่นี่เหมือนผมเป็นคนทำให้มันโกรธเลยแถมพอไปหาที่ห้องมันก็ไม่ยอมมาเปิดประตูให้ผม

“น้องหมอก ทำไมเหงื่อเต็มหน้าแบบนั้นอ่ะ”พี่ใบหม่อนเดินถือกระดาษทิชชู่มาซับเหงื่อให้

“ผมจะตายแล้ว”ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หยิบพัดลมมือถือมาเปิดใส่หน้าตัวเองเพื่อประทังความเย็นให้ตัวเองไปด้วย

“ใจเย็นๆนะ ไปก้านไปเอาน้ำมาให้น้องหน่อย”พี่มินหันไปสั่งเพื่อนผู้ชายที่ยืนอยู่แถวนั้น

ไม่นานนักผมก็ได้น้ำเย็นมาครอง1ขวดในมือ

“เอาน้ำไม่เย็นครับ”ผมยื่นมือไปขออีกขวดที่พี่มินถือไว้

พี่มินยื่นน้ำให้ผมก่อนจะช่วยพัดเสริมให้อีกแรง

กินน้ำเย็นตอนที่เหนื่อยและร้อนแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะอาจทำให้ร่างการช็อคได้ เราต้องกินน้ำอุณหภูมิปกติเพื่อให้ร่างกายสามารถนำน้ำที่ได้รับไปให้ได้เลยไม่ต้องรอให้อุณหภูมิเท่ากับร่างกายก่อน นี่ความรู้ม.ต้นเลยนะเนี่ย เจ้าหมอกเก่งจริงๆที่ยังจำได้

ชื่นชมตัวเองในใจเสร็จก็หันไปบอกให้พวกพี่ๆเลิกพัดเพราะผมจะเป็นลมเพราะลมที่พวกพี่มันพัดให้เนี่ยแหละ

เห้อ หายใจไม่ทัน

“น้องหมอก!!!”เสียงนี้อีกแล้ว จะเป็นเสียงใครไปไม่ได้เลยนอกจากเสียงพี่เรย์ คนร่าเริงจนเหมือนคนบ้า

ผมหันไปมองเจ้าของเสียงที่เดินยิ้มร่าเริงเข้ามา และนั่งลงข้างๆผม

“พี่ซื้อขนมมาให้น้องหมอกด้วยครับ”ยื่นถุงขนมมาตรงหน้าผม”มีชาไข่มุกด้วย”ยื่นแก้วชามาให้ผมอีกมือ

ผมรับมาถือไว้และกล่าวขอบคุณ ผมยังไม่ได้เคลียกับพี่เรื่องที่อยู่ผมนะ ยังจำได้ไม่ลืม

“พี่ซื้อหรือใครฝากมาครับ”ผมถามกลับ

เพราะพี่วินส่งข้อความมาบอกผมว่าจะฝากขนมกับพี่เรย์มาให้ หื้อ คนอะไรก็ไม่รู้น่ารักจริงๆ แต่จริงๆคือรักไปแล้วแหละ ฮ่า

“ทำไมรู้ทันตลอดอ่ะ แต่ชาไข่มุกนี่พี่ซื้อนะ”เสนอตัวเองต่อเมื่อผมรู้ทัน

ผมนั่งกินขนมที่พี่เรย์เอามาให้เงียบๆ พลางซ้อมบทที่ยังจำไม่ได้ไปด้วย พวกพี่ๆคนอื่นๆก็พากันไปดูฉาก ส่วนพี่เรย์ก็คงดูร่าเริงอยู่คนเดียวเพราะวิ่งไปช่วยคนนั้นคนนี้ไปทั่ว

“น้องหมอก!! พี่เอาน้ำมาให้ครับ”ทำไมขยันเอาของกินมาให้จัง นี่ก็ยังกินไม่หมดเลย ผมว่าผมได้อ้วนตายก่อนได้แสดงละครเวทีแน่ๆ

ผมรับน้ำเปล่าจากพี่เรย์มาวางไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ

“ขอคุยด้วยหน่อยครับ”หลังจากกลืนขนมในปากผมก็พูดออกมา พี่เรย์ที่กำลังจะเดินไปก็หยุดหันกลับมามองผม

“พี่หรอ?”ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ผมเลยพยักหน้าเป็นคำตอบ

“พี่รู้ที่อยู่ผมได้ยังไงครับ”ถามด้วยน้ำเสียงเหมือนคนจริงจังมาก ทั้งที่ความจริงมันเป็นแค่การขู่ให้อีกฝ่ายกลัวแค่นั้นแหละ

“ไอวินบอกหรอครับ”

ผมพยักหน้ารับคำถามของพี่เรย์จนเจ้าตัวยิ้มออกมา แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามปากที่กำลังยกขึ้น

“จะตอบได้หรือยังครับ”ยังคงถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเหมือนเคย

“ก็ต้องรู้สิเพราะพี่อยู่หอตึกข้างๆ พี่เคยเห็นน้องหมอกออกมาจากตึกนั่นกับน้องซุงตั้งหลายรอบแหนะ”ยิ้มตอบกลับมา

“แต่ทำไมผมไม่เคยเห็นพี่”ผมถามกลับ

“พี่เพิ่งย้ายเข้าไปเดือนก่อนเอง หอเก่าพี่มันเสียงดังอ่ะตอนกลางคืนพี่นอนไม่หลับ”อธิบายคำตอบยาวเหยียด

ผมพยักหน้ารับก่อนจะยกบทในมือขึ้นมาอ่านต่อ

“เมื่อวานพี่ไปหาไอซุงทำไม”เพราะบทที่บังหน้าผมอยู่ผมจึงไม่รู้ว่าตอนนี้พี่เรย์ทำสีหน้าแบบไหน

พี่เรย์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม และยังคงเงียบไม่ได้ตอบคำถามที่ผมถามไป

ผมเลื่อนบทลงดูหน้าพี่เรย์ที่ยังมองผมอยู่

“พี่เอาของไปให้ครับ”

“หรอครับ? ต้องเป็นของที่ไอซุงไม่ชอบแน่เลยครับ ได้ยินเสียงไอซุงโวยวายลั่นเลย”ผมพูดต่อและส่งยิ้มกลับไปให้พี่เรย์

แววตาพี่เรย์วูบไหวเล็กน้อยก่อนเจ้าตัวจะส่งยิ้มตอบกลับมาให้ผม

“ครับ สงสัยพี่แกล้งแรงไปหน่อย”หัวเราะออกมาเบาๆ

ผมว่าพี่เรย์กับไอซุงต้องมีอะไรอะไรแบบที่ใยไหมบอกแน่ๆ แต่อะไรอะไรเนี่ยมันคืออะไร?

โอ้ย!! ทำไมมีแต่อะไรอะไร จนงงไปหมดแล้วเนี่ย

แล้วตกลงมันเรื่องอะไรเนี่ย!!! ว้อยยยยยย

จะรู้ได้ยังไงว่าอะไรอะไรระหว่างพี่เรย์กับไอซุงคืออะไร แล้วนี่มึงพูดอะไรรเนี่ยหมอก งงอะไรอะไรไปหมดแล้วเนี่ย

กูต้องรู้เรื่องอะไรอะไรของมึงให้ได้ซุง

พอแล้วหมอกก่อนที่จะงงอะไรอะไรไปมากกว่านี้

ฮือออออออ

งง อะไร!!!!!!!!!









--------------------------------------

อ่านตอนดึกท่านอาจจะมีสิทธิหิวได้

ทำไมตอนนี้มีแต่ของกินกับอะไรอะไร!!!!!

เพราะไรท์หิว

จบ แยก

ความคิดเห็น