ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 ใบหน้าของว่าที่สามี

ชื่อตอน : บทที่ 2 ใบหน้าของว่าที่สามี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2562 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ใบหน้าของว่าที่สามี
แบบอักษร

บทที่ 2


ใบหน้าของว่าที่สามี




แป๊ป ๆ ผมก็ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านศิริภัทรกิจนี่มาแปดปีแล้วครับ เรียนจบโรงเรียนนานาชาติใกล้บ้านมาเรียบร้อยและไม่ได้ต่อมหาวิทยาลัยเพราะคุณว่าที่สามีในอนาคตมีกำหนดการณ์บินกลับมาหลังจากเรียนจบจากอเมริกาและเที่ยวเล่นจนพอใจแล้ว ผมที่เป็นว่าที่ภรรยาเลยต้องหยุดอยู่บ้านเพื่อเตรียมตัวต้อนรับ




ยังดีว่าคุณเขามีกำหนดการณ์กลับหลังจากผมจบเกรดสิบสองนะครับ ไม่งั้นคงโดนให้ออกกลางคันเพื่อมารอเป็นแม่พันธุ์แน่ ๆ




อืม... จริง ๆ จะบอกว่าเป็นว่าที่สามีได้ไหมนะ ในเมื่อเขากัดคอผมไปแล้วตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อ แถมใส่ยับพรากผู้เยาว์ทิ้งให้เป็นแผลใจไว้เล่น ๆ ด้วย คิดถึงตอนนั้นแล้วเสียวสันหลังวาย มันเจ็บมากจริง ๆ นะ ตอนตื่นขึ้นมาถึงจะไม่เห็นคราบเลือดที่หว่างขาหรือรูก้นแล้ว แต่ที่มันเปรอะบนเตียงยังชัดเต็มตาอยู่ ตอนที่คุณน้าวษาให้หมอมาตรวจผมก็ร้องลั่นแบบลืมอายไปข้าง ตอนโดนเอานี่เจ็บแล้วนะครับ ตอนโดนล้วงเข้าไปทั้งที่รูก้นยังบวมตุ่ยนี่เจ็บไม่ต่างกันเลย กว่าจะหายก็เป็นสัปดาห์




อีกอย่าง... อาจจะเพราะโดนกัดหลังคอตั้งแต่สิบขวบล่ะมั้ง มันเลยทำให้ฮีทของผมมาไวกว่าที่ควร ฮีทแรกมาตอนสิบสี่เล่นเอาวุ่นวายไปทั้งระดับชั้นเพราะกลิ่นกระจายออกมาแรงมาก คุณหมอบอกว่าพันธะที่ทำไว้มันไม่สมบูรณ์แต่ก็ไม่รู้ว่าไอ้คำว่าไม่สมบูรณ์นี่หมายถึงชีวิตผมยังไม่ได้ถูกผูกเอาไว้กับคู่หรือว่าผูกแล้วแต่ยังไม่เต็มร้อยเพราะตอนนั้นฮอร์โมนบางตัวผมยังไม่สร้างกันแน่ รอยที่คอก็ยังเห็นอยู่จาง ๆ ไม่หายไป ในตอนที่ฮีททุกสามเดือนนี่ผมทรมานมากจะไปมีอะไรกับใครแก้ขัดที่คู่ไม่อยู่ก็ไม่ได้ที่บ้านไม่ให้และไม่กล้าเอาชีวิตน้อย ๆ ไปเสี่ยงเลยได้พึ่งของเล่นที่คุณชัชท์ส่งมาให้แทน อา... ใช่แล้วครับ คุณว่าที่สามีที่โดนพฤตินัยเป็นสามีผมไปเรียบร้อยแล้วชอบส่งของพวกนี้มาให้ กับกางเกงในจีสตริงที่ดูจะวาบหวิวบั้นท้ายไปสักหน่อยมาให้ เรียกได้ว่าถ้ามีคอลเลคชั่นใหม่มาเขาก็ส่งมาให้ตลอดเลย แน่นอน ผมไม่ใส่! รสนิยมเขาพิลึกชะมัด ให้ตาย แต่จะบอกว่าเขาชอบให้แต่งตัวครอสเดรสก็คงไม่ใช่ เพราะนอกจากของพวกนี้แล้วเขาก็ไม่เคยส่งเสื้อผ้าหรืออะไรอย่างอื่นที่เป็นของผู้หญิงมาให้ผมเลย




มันเป็นเรื่องที่น่าตลกนะครับที่แปดปีมานี้เราไม่เคยได้เจอหน้ากัน ทั้งที่คุณชัชท์ก็กลับมาไทยทุกปี แต่ผมก็ติดค่ายบ้างล่ะ ฮีทบ้างล่ะ หรือป่วยเข้าโรงพยาบาลอยู่เสมอ เลยกลายเป็นว่าจนถึงทุกวันนี้ผมยังไม่เคยเห็นหน้าสามีที่เอาผมซะจุกตอนสิบขวบนั่นเลย แต่ ๆ มั่นใจได้ว่าหน้าตาดี ดูจากเบ้าน้าฌอณกับน้าวษาแล้ว ยังไงก็ดีแน่นอน ลูกครึ่งด้วย ไอ้นั่นคงอวบยาวน่าดู ตอนเขาอายุสิบห้าก็ใช่ย่อย ตอนนี้ อืม... ยี่สิบสามแล้ว น่าจะโตเต็มที่แล้วมั้ง




แล้วผมจะมาคิดถึงเรื่องพวกนี้ทำไมเนี่ย บ้าบอ




ผมลากแพรยางเป็ดเหลืองมาเหวี่ยงลงสระว่ายน้ำส่วนตัว ก่อนจะตะกายขึ้นไปนอนเล่นอยู่บนแพรนั่น ลอยเท้งเต้งไปเรื่อย ผมไม่ค่อยชอบว่ายน้ำแบบจริงจังแต่ชอบลอยคอไปเรื่อย ๆ แบบนี้แหละครับ ผ่อนคลายอารมณ์ดี




นึก ๆ ดูแล้วการเป็นโอเมก้าของผมมันก็ไม่เลวร้ายนะ ไม่สิ มันสบายกว่าพวกโอเมก้าในความทรงจำที่ผมมีก่อนตายซะอีก อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากเที่ยวที่ไหนก็ได้ไป ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ถูกมองเป็นตัวประหลาด สายตาที่จ้องมาก็มีแต่ความสนใจไร้แววเหยียดหยามซึ่งแน่นอน สนได้อย่างเดียวเอาตัวไปไม่ได้เพราะผมมีเจ้าของแล้ว การเรียนก็อยู่ในระดับยอดเยี่ยมของเหล่าโอเมก้า เอ่อ มันก็แน่ล่ะเพราะสมองผมยังเป็นเบต้าที่เก่งระดับนึงนี่น่า ขออวยตัวเองหน่อย และผลการเรียนนั่นแหละมันทำให้คุณน้าทั้งสองเป็นที่อิจฉาของครอบครัวอื่น ๆ ที่ตาแหลมไปคว้าโอเมก้าเกรดพรีเมี่ยมมาให้ลูกชายได้




แหม่ ยิ่งพูดยิ่งอวยตัวเอง เราควรจะพอใช่ไหม




“ตะวัน” เสียงใครเรียกผมล่ะเนี่ย ไม่คุ้นหูเลย วันนี้ไม่ได้นัดใครมานั่งเล่นบ้านนี่น่า “ตะวัน...”




“หืม?” ผมเบือนหน้าไปมองที่ขอบสระหลังจากได้ยินเสียงเรียกครั้งที่สอง มีอะไรไม่พูดมาสักทีล่ะ “คุณ...”




ใคร? ร่างสูงโปร่งในชุดสบาย ๆ อย่างเสื้อโปโลกับกางเกงชิโน หัวคิ้วเข้มของเจ้าตัวมุ่นเข้าหากันเหมือนกำลังไม่พอใจกับอะไรบางอย่างแต่มันไม่ได้ลดทอนความหล่อเหลาไปจากใบหน้าของเข้าตัวเลย อื้ม หล่อมาก ผมอันเดอร์คัตที่ไม่ไถข้างจนเกรียนกับการเซ็ตวอลลุ่มมาอย่างดีไม่ยิ่งทำให้เขาดูหล่อขึ้นไปอีก




ผมไม่รู้จะหาคำจำกัดความอะไรให้ นอกจาก หล่อ หล่อมาก หล่อมากที่สุด เอาไปสิบคะแนนเต็ม แต่ขอหักสักห้าคะแนนเพราะมีเด็กหนุ่มหัวทองหน้าตาน่ารักตามมาข้างหลังนั่นล่ะ




“ตะวัน ไปลอยน้ำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ ขึ้นมา ๆ” น้าวษาที่เพิ่งเดินเข้ามากวักมือเรียกผมหยอย ๆ “พี่เขาอุตส่าห์กลับมาแล้วแทนที่จะมาต้อนรับ ไปลอยน้ำอยู่ได้ เด็กคนนี้นี่”




อ่าว โดยว่าเฉยเลยเรา ผมรีบตีน้ำพาแพรเป็ดเข้าฝั่งเพื่อจะคลานขึ้นไปยืนอยู่หลังคุณน้าด้วยความเร็วเป็ด ๆ แหม่ จะให้เร็วแบบติดสปีดเทอร์โบได้ยังไง น้ำมันไม่ได้เป็นใจให้ผมนี่ แล้วแพรยางไม่ใช่เรือกลด้วยจะได้บังคับทางง่าย ๆ เมื่อแพรเป็ดของผมใกล้จะถึงขอบสระแล้วก็มีคนมีน้ำใจมาดึงหัวเป็ดให้แพรแล่นปรื๊ดมาเกยขอบก่อนที่จะดึงตัวผมให้ลุกขึ้นยืนด้วย




แรงดีจริง ฮ่วย




ผมเงยหน้ามองคนที่ตัวสูงกว่าผมไปกว่าช่วงหัว จะสูงไปไหน สูงมาตอกย้ำความเตี้ยของโอเมก้าชายไทยที่มีพ่อแม่เป็นเบต้าเหรอ ผมก็ไม่อยากยอมรับไงว่าส่วนสูงมันไม่ถึงค่าเฉลี่ย 170 เซนต์น่ะ




“คุณชัชท์... เหรอครับ” ผมถามอย่างไม่แน่ใจ อย่างที่บอกล่ะครับว่าผมยังไม่เคยเจอหน้าพ่อคุณอัลฟ่าจริง ๆ จัง ๆ ในรูปก็... นั่นน่ะ รูปตอนเด็ก ๆ ที่ถ่ายเป็นครอบครัวแปะฝาบ้านไว้ตรงห้องรับแขก จะให้ฟังธงเลยว่าเฮ้ย คนนี้แน่นอนก็ใช่ทีไหม เดี๋ยวหน้าแหกกันพอดี




“อื้อฮึ” คนที่กอดเอวผมอยู่ตอบรับในลำคอ อ่า... คนที่ผมชมในใจว่าหล่อคนนี้เป็นคู่ผมเองเหรอเนี่ย เอ้อ มอง ๆ ไปก็มีส่วนคล้ายน้าฌอณอยู่เหมือนกันนะ “มาตากแดดแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”




คุณชัชท์รับเอาเสื้อคลุมอาบน้ำมาคลุมตัวผมที่ใส่แค่เสื้อฮู้ดตัวบางกับกางเกงว่ายน้ำขาสั้นเอาไว้ อีกที่จริงไม่ต้องก็ได้นะ ผมนอนตากความร้อนจะตัวแห้งแล้ว ช่ายย ตามความร้อน สระว่ายน้ำในบ้านศิริภัทรกิจมีโซนในร่มอยู่ด้วย ผมยังไม่ทันจะลอยไปถึงโซนแดดเลยก็โดนเรียกตัวแล้ว




“ชัชท์ คนนี้คือ??” คนที่ติดตามลูกชายของบ้านมาถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูจะหงุดหงิดหน่อย ๆ หงุดหงิดอะไรไหนบอกพี่สิ




“คู่ของผม” นี่ก็ตอบตรงไม่มีอ้อมเลย คนตัวเล็กนั่นหน้าซีดละไหม เอ่อ ถึงจะบอกว่าตัวเล็กแต่เขาก็สูงกว่าผมอยู่ดีนะเนี่ย แล้วผมจะใช้คำนี้จำกัดความเขาได้ไหมหว่า




“ชัชท์!” หยุด หยุดก่อน ถ้าจะมีปัญหากันช่วยปล่อยผมไปที่ปลอดภัยก่อนอย่าหาเรื่องที่จะนำเภทภัยมาสู่โอเมก้าตัวจ้อยอย่างผมเลย




“จะเถียงอะไรกัน หึ” คุณน้าวษาฮีโร่ของผมก้าวขาเข้ามาขัดคนทั้งสองก่อนเกิดสงครามข้างน้ำ เยี่ยมยอดที่สุดเลยครับ ยกนิ้วให้ “ตะวันไปอาบน้ำก่อนไป แล้วค่อยลงมาเจอกันที่ห้องรับแขก”




ผมค้อมตัวให้กับคนที่อายุมากกว่า ใครน้อยกว่าก็อย่ารับแล้วกันนะครับ เอาล่ะ ไปอาบน้ำกันดีกว่า วันนี้ผมมีเป็ดยางมาด้วยล่ะ




“ไม่ต้องแช่น้ำลอยเป็ดเหลืองล่ะ” ก้าบบบ รู้ทันผมไปอีก ใครหนอใจร้ายซะจริง “จะแช่น้ำลอยเป็ดก็พาพี่เขาไปแช่ด้วย รู้ไหม”




ผมส่ายหน้าดิ๊ก ๆ แล้วก้าวยาว ๆ ไปห้องของตัวเองเลย คุณน้าเปิดช่องซะกว้างขนาดนี้ถ้าคุณชัชท์เอาด้วยขึ้นมาผมจะทำยังไงกันล่ะ ผมยังไม่พร้อมนะเฮ้ย




เพราะโดนห้ามลอยเป็ดผมเลยอาบฝักบัว ขัด ๆ ถู ๆ ตัวอยู่ครึ่งชั่วโมงถึงจะออกมาแต่งตัวได้ ตอนเด็ก ๆ ผมวิ่งผ่านน้ำไม่ถึงห้านาทีหรอกครับ แต่พอมาอยู่บ้านนี้แล้วเขาสั่งให้ผมอาบน้ำให้สะอาดทุกซอกทุกมุม ย้ำ ‘ทุกซอกทุกมุม’ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอำนวยความสะดวกให้คุณลูกชายแค่ไหน




ในห้องรับแขกซึ่งเป็นห้องที่ผมบอกเลยว่าหรูหราที่สุดในบ้านหลังนี้แล้ว ทุกคนนั่งกันอยู่พร้อมหน้าแม้แต่ฝรั่งผมทองที่ผมยังไมรู้ชื่อคนนั้นด้วย นั่งเอาตัวชิดกับคุณชัชท์เลยทีเดียว เบาะเดี่ยวด้านข้างสองฝั่งก็โดนคุณน้ายึดไปแล้ว แบบนี้ผมควรจะนั่งตรงไหนกันล่ะเนี่ย




แล้ว... สรุปว่าที่ไม่เจอกันแปดปีนี่ คุณชัชท์เขามีคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตเขาแล้วใช่ไหม?




“ตะวัน” คุณชายชัชท์ตบที่นั่งที่ว่างอยู่ข้างตัวปุ ๆ ให้ผมไปนั่งตรงนั้น ผมหรี่ตามองคนที่ส่งยิ้มมาให้แล้วเหล่ไปหาคนข้าง ๆ เจ้าตัวที่แทบจะนั่งเกยตักกันอยู่แล้ว แบบนี้ให้ผมนั่งพื้นเหอะ




เหมือนเขาจะรับรู้ได้ถึงสายตาที่ผมมองไปนะครับ คุณชัชท์เลยขยับตัวให้ออกห่างจากคนน่ารักนั่น โอเค ผมยอมไปนั่งด้วยก็ได้ เห็นคนฝรั่งขมวดคิ้วแล้วอารมณ์ดี




“สรุปว่าริชเขาจะมาขอค้างบ้านเรา อย่างนั้นใช่ไหมชัชท์” ริช? อ่อ คงเป็นชื่อของเขาสินะ จะมาค้างที่บ้านด้วยเหรอเนี่ย




แต่คุยกันไม่รอผมเลยนะ ใจร้ายกันอีกแล้ว




“ครับ” คุณชัชท์พยักหน้ารับ ดูจากความใกล้ชิดแล้วนี่ ผมอยากจะถามเหลือเกินว่านี่เขามาขอนอนค้างที่บ้านหรือว่าไปชวนเขามานอน บ้านนะครับไม่ใช่โรงแรม แหม่




“เดี๋ยวแม่ให้คนพาเขาไปนอนห้องนอนแขกแล้วกัน” แววตาของคุณน้าวษาดูจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ทำไงได้ลูกชายพามาถึงบ้านเองแบบนี้ จะแหกหน้าลูกก็ไม่ได้อีกสินะครับ




เฮ้อ ผมถอนหายใจแทนให้ อะ แถมอีกที เฮ้ออออ


“ไปกินข้าวกันเถอะ” นายใหญ่ของบ้านตัดบทก่อนที่คุณหญิงของเขาจะใช้สายตาจิกแขกผู้มาเยือนจนพรุนเป็นรังผึ้งแล้งน้ำหวาน “วันนี้ป้าน้อยบอกว่าจะทำหมึกไข่นึ่งมะนาว เราไปบอกให้เขาทำใช่ไหมตะวัน”


“เพิ่มคอเลสเตอรอลในเลือดให้คุณน้าไงครับ” ผมหันไปยิ้มแฉ่งให้คนที่ตรวจสุขภาพมาแล้วไขมันเริ่มสูง ก่อนจะขยับไปควงแขนคนที่ทำหน้านิ่งอยู่ “มีกุ้งผัดพริกเกลือให้น้าวษาด้วยนะครับ”


“แหม รู้ใจ” นิ้วเรียวยื่นมาหยิกแก้มผมด้วยความมันเขี้ยว โตจนอายุสิบแปดแล้วแก้มผมก็ยังยุ้ยเหมือนเดิม ไม่เรียวขึ้นสักเท่าไหร่เลย เทียบกับชาติก่อนแล้ว เอ่อ เหมือนชาตินี้ผมจะป๊อปกว่าเยอะนะ “แล้วสั่งอะไรไว้ให้พี่เขาหรือเปล่า”


“...” ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณชัชท์จะกลับมาวันนี้ แต่สายตาคาดหวังนี่จะให้ตอบว่าไม่ก็รู้สึกลำบากใจแหะ “ต้มยำปลาเก๋าครับ”


“ชอบใจ” คุณชัชท์ก้าวเข้ามาดึงผมไปโอบไว้แล้วเดินไปห้องกินข้าวกันทั้งที่มีคุณริชควงแขนอีกข้างของเขาอยู่ด้วย เอ่อ ฮาเร็มเหรอ


“คุณชัชท์” คราวนี้เป็นผมที่มุ่นหัวคิ้วด้วยความไม่พอใจบ้างแล้ว เดินเป็นแพสามคนอย่างกับปลาวงมันอึดอัดนะเว้ยเฮ้ย


“ไม่เรียกคุณสิ” น่ะ เอาแต่ใจอีก “ไม่ดื้อนะครับ”


“ก็ได้... พี่ชัชท์” ดุเหรอ แค่นี้ต้องดุด้วย ไอ้คนที่ควงแขนอยู่นั่นยังไม่เคลียร์เลย เจ้าชู้ใช่ไหมเราน่ะ “ปล่อยผม เดินติดกันแบบนี้มันเดินลำบากนะครับ”


ไอ้คุณพี่ชัชท์ทำหน้าบูดหน่อย ๆ แต่พอเห็นสายตาที่แสนจะจริงจังของผมเขาก็ยอมปล่อยโดยดี แล้วหันไปดึงแขนออกจากเพื่อนเขาด้วยก่อนจะเดินนำลิ่วไปห้องอาหารเลย


“ชิ” คุณริชตวัดสายตามองผมไม่พอมาจิ๊ปากใส่อย่างไม่พอใจอีก แล้วเจ้าตัวก็ก้าวยาว ๆ ไล่ตามอัลฟ่าว่าที่คู่พันธะของผมไป


เอ้า ผมทำอะไรผิดเหรอวะเนี่ย


“...” ผมเดินมาถึงโต๊ะกินข้าวเป็นคนสุดท้ายแล้วต้องหยุดนิ่งอีกครั้ง เดจาวูห้องนั่งเล่นสุด ๆ เอาอีกละ ที่นั่งผมโดนยึดอีกละ นั่งไหนดีวะกู แต่คราวนี้ผมจะไม่รอให้พี่ชัชท์ชี้สั่งแล้ว ไม่งั้นพ่อคุณอาจจะชี้ให้ผมไปนั่งข้างฝรั่งขี้นกกระจิบก็ได้ ชิงนั่งข้างน้าวษาก่อนเลย ทำเลดี จ้องตาสีฟ้า ๆ ของหมอนั่นนี่แหละ โอเมก้าอย่างผมไม่กลัวอัลฟ่าอยู่แล้ว เอ๊ะ หรือหมอนี่เป็นเบต้าหว่า ไม่รู้ ช่างมัน


มื้ออาหารสำหรับครอบครัวมันก็ต้องมีคนที่แปลกแยกเป็นคนนอก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้พูดภาษาเดียวกัน นั่งเงียบไปสิครับ ฟังไม่รู้เรื่อง พวกคุณน้าก็กวน ปกติชอบพูดอังกฤษคำไทยคำ วันนี้พ่นแต่ภาษาไทยล้วน ๆ ต่างชาติก็มึนน่ะสิ เห็นแล้วน่าสงสารจังเลย แต่ไม่ชวนคุยนะ เดี๋ยวไม่คุยด้วยผมหน้าแหก พอดีวันนี้ฟิลเตอร์หน้ามันบางหน่อย ๆ น่ะ


“กลับมาแล้วแบบนี้เดี๋ยวต่องจัดงานเลี้ยวสักหน่อย ชัชท์อยากได้งานแบบไหน มีในใจไหม” น้าฌอณถามขึ้นหลังจากที่คุยสัพเพเหระเรื่องการไปท่องเที่ยวก่อนกลับมาหมดแล้ว


“ตะวันอยากได้แบบไหนไหมครับ” ผมไม่ตอบอะไร ผมเคือง ไม่ซื้อไม้กายสิทธิ์มาฝากผม หักบ้านไหนไม่รู้ร้อยแต้ม ไม่คุยด้วยหรอกกินข้าวดีกว่า “ตะวัน...”


เรียกเสียงอ่อยแค่ไหนผมก็ไม่พูดด้วยตอนนี้แน่ รอไป ยังไม่หายเคือง


“น้องคงเคืองที่ไม่มีของฝาก ไว้พาน้องไปเที่ยวสิชัชท์” ความคิดดีครับ ความคิดดี แต่สายตาดูจะเจ้าเล่ห์ไปหน่อยนะคุณนาย คิดอะไรอยู่ เอกราชผม... เออ ไม่มีแล้วนี่หว่า “ชัชท์ตัดสินใจเถอะ แบบนี้ต้องง้ออีกพักนึงโน้นถึงจะหาย”


ผมหันไปค้อนคนที่ยังไม่หยุดสวยทีนึง ก่อนจะหันไปอ้อนป้าน้อย คนดีคนเดิมคนเดียวในใจของผมจนได้น้ำส้มหวาน ๆ ใส่เกลือนิด ๆ มากิน ชื่นใจสุดอ่ะ


“ถ้าจะจัดก็ไม่ต้องจัดงานใหญ่หรอกครับ เอาเรียบ ๆ ชวนแค่คนใกล้ชิดก็พอ” คนใกล้ชิดนี่... ผมนึกถึงหน้าตาหุ้นส่วนและคู่ค้าที่เจอแต่ละงานออกเลย ใกล้ชิด ใกล้ชิด ใกล้ชิดทั้งนั้น ชวนคนนึงมาก็ต้องชวนคนอื่น ๆ กันเคืองด้วย งานไม่ใหญ่ก็แย่ละ


“งั้นเป็นงานค็อกเทลแล้วกัน” สตรีผู้มีอำนาจสูงสุดเป็นผู้สรุป ผมไม่ชอบงานแบบนี้ งานเน้นพูดคุยไม่มีที่นั่งแอบหลบฉากลำบากต้องหามุมดี ๆ ไม่งั้นได้มีคนมาชวนคุยยาว แล้วที่คุยนี่มีแต่เรื่องวงในไฮโซงานอดิเรกสุดแสนสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่นอนเกยเป็ดยางเหมือนผม สงสัยต้องจองมุมล่วงหน้าไว้ก่อนกันเหนียวครับ


ผมปล่อยให้ครอบครัวจริง ๆ เขาคุยกันไปแล้วกันมาเล่นเกมจ้องตากับคนที่เริ่มสีหน้าไม่ดีเพราะเป็นคนนอกมาตลอดการสนทนา มาชอบคนไทยถึงจะเป็นลูกครึ่งแต่ไม่รู้ภาษาไทยเลยมันก็เงี้ย เวลามาเจอพ่อแม่มันอยู่ยากนะคุณ ประโยคยาวเกินจะเข้าใจผมไหมเนี่ย อืม มองหน้าดูแล้วไม่เข้าใจ เห็นแต่อคติขุ่นเคือง งั้นไม่คุย


จะบอกว่าผมมาหลังตัวเองล่ะสิ บ้าบอ ผมมาก่อนแน่นอนเรื่องนี้ตะวันมั่นใจอย่างแรง


กินอิ่มแล้วก็ถึงเวลาแยกย้ายกันไปพักผ่อน ถ้าเป็นตามปกติผมจะออกไปเดินบริจาคเลือดในสวนเพื่อย่อยอาหารรักษาหุ่น แต่วันนี้มันดูจะไม่ปกติเท่าไหร่ผมเลยไปเดินย่อยในห้องตัวเองแทน วนไปวนมานั่นแหละครับสักสิบนาทีก็สบายละ


เฮ้อ คุณ... พี่ชัชท์กลับมาแล้วผมก็คงใกล้จะได้เวลาทำหน้าที่บ้าบอที่จนตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ค่อยจะได้แล้วสินะ ชีวิตโอเมก้าในภพนี้สบายทุกอย่างยกเว้นเรื่องที่ต้องท้องนี่แหละ ฮึ่ย


“คิดอะไรอยู่ครับเด็กดื้อ” เฮ้ย มาตอนไหนวะ ผมหันไปมองคนที่มายืนซ้อนหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ฝีเท้าเบาไปละ “หืม”


“ไม่มีอะไรหรอกครับ” ไม่บอกหรอกว่าคิดเรื่องอะไร เดี๋ยวโดนลากไปเสกเด็กเข้าท้องตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นหน้ามันจะพีคเกินไป มันจะเป็นแบบ เจอกันครั้งแรกผมโดนเอา เจอกันครั้งที่สองผมก็โดนเอา คู่พันธะหรือคู่นอนกันล่ะนี่


“ของที่ส่งมาให้ ถูกใจไหม” พี่ชัชท์ส่งของมาให้ผมชิ้นเดียวหรือไงครับ บอกมาด้วยสิว่าชิ้นไหน “ใช้ครบหมดหรือยัง”


“ของพวกนั้น...” ผมนึกถึงของเล่นที่สุมอยู่ในลิ้นชักข้างหัวนอน มีหลายขนาดหลายรูปทรงแต่... “ใช้หมดทุกอันแล้วครับ”


“แล้ว...” ดวงตาเรียวหลุบลงมองช่วงล่างของผม เฮ้ ๆ อย่านะ “ไหนดูสิ”


“เฮ้ย!!!” กางเกงนอนเอวยางยืดที่แสนจะถอดง่ายถูกดึงลงไปกองที่หัวเข่า ไอ้คนโรคจิต เจอหน้ากันทีต้องดึงกางเกงออกกันทุกทีหรือไง “พี่ชัชท์!”


“ไม่ใส่ของที่พี่ซื้อให้เหรอครับ” น้ำเสียงที่ดูจะไม่พอใจมาพร้อมสายตาติเตียน “เป็นเด็กที่ดื้อจริง ๆ”


“...” มีหน้ามาว่าผมอีก กางเกงในเปิดก้นแบบนั้นจะมีใครกล้าใส่กันล่ะ


พี่ชัชท์เดินไปเปิดลิ้นชักหากางเกงในจีสตริงที่เขาส่งมาให้ผมแล้วเลือกหยิบออกมาตัวนึง เป็นลูกไม้ปักเลื่อมที่ฟ้าอมเทา มันก็สวยแหละ แต่มันจะไม่สวยถ้าผมต้องใส่...


“มาเร็วครับ” ผมถอยกรูดไปชิดกำแพง อิพี่นี่มันโรคจิตชัด ๆ ชอบแบบนี้เหรอเนี่ย “เดี๋ยวพี่เปลี่ยนให้”


ในสายตาผมตอนนี้คือหนุ่มลูกครึ่งร่างสูงกำลังย่างเท้าเข้ามาหมายจะฆ่าผมอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่ความจริงแล้วพี่เขาก็เดินยิ้มมาเฉย ๆ นั่นแหล่ะ


แต่ไอ้ของที่อยู่ในมือน่ะ!


“ไม่เอา”


“ไม่ดื้อสิ”


ไม่... ไม่ทันจะได้เถียงต่อก็แผ่รังสีอัลฟ่าออกมากดข่มผม ฮึ่ย โอเมก้ามันน่าหงุดหงิดตรงนี้แหละ ถึงจะมีอภิสิทธิ์เหนือใครยังไง สุดท้ายแม่งก็โดนอัลฟ่าข่มไว้อยู่ดี


มืออุ่นขยับมาโอบสะโพกผมเอาไว้ ก่อนจะรูดกางเกงในสีขาวสะอาดของผมลงไปกองที่ข้อเท้าพร้อมกับกางเกงนอนที่ยังคงอยู่ เขาส่งสายตามาให้ผมยกขาขึ้นและต้องทำมันแต่โดยดี


“พี่...” ผมครางชื่อคนที่มองผมอยู่เสียงแผ่ว คือหน้าพี่ชัชท์เขาอยู่ตรงกับส่วนนั้นของผม... มันเป็นภาพที่น่าอายจนอยากจะวิ่งไปคลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่ม แต่การจะขยับออกจากตรงนี้ไปยังทำไม่ได้เลย


ปลายนิ้วเรียวแตะที่ขาผมแล้วไล้ลงชวนขนลุก ผมกลั้นใจยกขาขึ้นแล้วยอมให้เขาสวมกางเกงในเปิดก้นให้ ไม่โต้แย้งอีก ก่อนที่เจ้าตัวจะเกิดความคิดสร้างสรรค์อะไรมา


“น่ารัก” หมดคำพูดครับ ผมหมดคำพูดกับความอะไร ๆ ของคู่ผมละ “ตะวันหน้าแดง”


น่ารักหรือหน้าแดง... เอาดี ๆ เขินก็เขิน อายก็อาย ลมเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศที่พัดมาโอบล้อมช่วงล่างที่เกือบจะเปลือยเปล่าก็เย็นจนจะแข็ง


“ใส่กางเกงให้ผมด้วย” ถอดได้ก็ต้องใส่ได้ อย่ามาทำเฉย


“มา ๆ” กางเกงนอนตัวบางตัวเดิมถูกสวมให้ผมอย่างเบามือ แต่ก็เอากำไรจากผมไปอีกดอกด้วยการขย้ำก้นผมหนัก ๆ ไปที มีคำอื่นนอกจากโรคจิตให้ผมด่าไหม ฮึ่ม


พี่ชัชท์ดึงผมไปนั่งบนเตียง ส่วนเขาก็มานั่งซ้อนหลังผมไว้ อะ ๆ ผมรู้นะว่าต้องการอะไร เห็นแก่การไม่กินผมตั้งแต่วันแรกที่กลับมาบ้าน ผมยกตัวขึ้นไปนั่งตักก็ได้


“อยู่ที่นี่ชินแล้วใช่ไหม” ไม่ชินก็แย่แล้วไหมพี่ แปดปีแล้วนะ แต่บรรยากาศมันกำลังดี ๆ ผมก็ไม่ควรจะกวนประสาทเขาใช่ป่ะ


“ครับ” ผมเอนหลังไปพิงอกกว้าง อุ่นดีนะครับ “แล้วพี่ไปอยู่โน้นมา เจอคนถูกใจบ้างไหม”


เผื่อผมจะได้ไปทำอย่างอื่นได้...


“ไม่” ดับความฝันกันอย่างรวดเร็ว แต่ทำไมใจผมมันถึงพองฟูขึ้นมากันนะ “พี่ไม่ลืมตะวันหรอก ไม่งั้นจะส่งของมาให้บ่อย ๆ เหรอ”


“อา...” ของแต่ละอย่างนี่ไม่อยากจะพูดถึงเท่าไหร่ เอาเป็นว่าถ้าต้องหยิบออกมาค่อยบอกแล้วกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง “แล้วพี่จะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้วหรือจะไปเรียนต่ออีกฮะ”


“กลับมาอยู่ที่นี่แล้วครับ” อ้อมแขนที่โอบเอวผมไว้กระชับแน่นขึ้น “กลับมาอยู่กับตะวัน”


ผมกับพี่ชัชท์พูดคุยกันอยู่พักใหญ่กว่าพี่เขาจะกลับไปนอนห้องของตัวเอง มันทำให้ผมรู้จักเขามากขึ้นอีกหน่อย ได้รู้ว่าเขาเป็นคนช่างหยอด ชอบการวาดภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำ และอย่างน้อยก็รู้ว่าเขายังคิดถึงผม...




คิดถึงคนที่เจอกันเพียงครั้งเดียวอยู่ทุก ๆ วัน




@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@


มาอัพแล้วค่าาา น้องโดนพี่แกล้งด้วย ตีอิพี่เลยยย


ชัชท์(Schatz) มาจากภาษาเยอรมันนะคะ แปลว่า ที่รัก สิ่งของมีค่า ไม่ได้มาจาก ชัชช---


น้องตะวันเด็กดี ถอนหายใจแทนคุณแม่ด้วย บี้ชัชท์เลยลูกแม่ สู้!


หวีดความเป็นเด็กดีของตะวันกันแล้ว อย่าลืมติดแท็ก #ตะวันเป็นโอเมก้า กันนะคะ



ความคิดเห็น