สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 14 : ไม่ยอม (NC)

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 14 : ไม่ยอม (NC)

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 14 : ไม่ยอม (NC)
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 14

ไม่ยอม


รุ่งอรุณเบิกฟ้าในเช้าวันถัดมาระยะห่างระหว่างจองกุกกับวิโอเรลเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อวาน มันอาจจะเริ่มตั้งแต่เมื่อคืนที่วิโอเรลคิดแผนยั่วอีกฝ่าย ทุกอย่างจึงยุ่งเหยิงไปหมด เขาตัดสินใจให้เวลากับจองกุกถึงแม้จะรู้สึกทรมานก็ตาม เพราะคิดว่าถ้าตัวเขายังเข้าไปวอแวอยู่ ก็คงยากที่เจ้าตัวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

     “พวกมึง เดี๋ยวกูกับมินจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนนะ วันนี้ก็ถือว่าเป็นวันพักผ่อนละกัน”

     โฮซอกเอ่ยขึ้นท่ามกลางวงสนทนาในมื้อเช้า จองกุกพยักหน้ารับรู้นิ่งๆจากนั้นจึงทานข้าวต่อ ส่วนยุนกิยังคงบังคับเปลือกตาตัวเองไม่ให้หย่อนลง

     วันนี้วิโอเรลนั่งคนเดียวบนขอนไม้ เขาไม่ได้ทานอาหารเช้าเหมือนเคยเพราะเหตุผลเดิม

     อาหารของพวกมนุษย์ไม่สามารถทำให้เขาอิ่มท้องได้

     ดวงตาเรียวกวาดมองไปรอบๆ ตอนนี้เขาเริ่มหิวและต้องการเล็งเหยื่อไว้...

     เอาใครดีนะ?

     จีมินเหรอ หื้ม ก็ดูท่าไม่เลว หมอนั่นซื่อบื้อและเห็นแก่กินจะตาย ท่าทางจะหลอกง่าย แต่ติดตรงที่ว่าเจ้าตัวเดินทางไปกับโฮซอกน่ะสิ

     งั้นก็เหลืออยู่แค่คนเดียว

     “ไปแล้วนะเว้ย ฝากดูแลเต็นท์ด้วย”

     จีมินโบกมือลาก่อนเดินขึ้นรถจิ๊บไปกับโฮซอก ทุกคนมองตามจนลับหายไปในดงป่าโดยไม่มีใครพูดถึง

     บรรยากาศช่างเงียบหงอย จองกุกถลันตัวลุกทันทีที่ทานมื้อเช้าเสร็จ ไม่มีการหันมาถามวิโอเรลเรื่องอดข้าว ทำเอาคนถูกเมินเจ็บแปลบแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ร่างบางมองตามแผ่นหลังที่มุ่งตรงไปยังโซนล้างจาน เมื่อกลับมาก้มหน้างุดก็ถอนหายใจพรืดด้วยความอึดอัด

     จะต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานเท่าไร...

     “วิโอไม่กินข้าวล่ะ?”

     คำถามของพ่อคนตัวขาวได้เรียกสายตาของเขาให้ช้อนมอง

     กินก่อนแล้วค่อยไปง้อจองกุกละกัน

     “วีไม่หิวครับ” เขาตอบเสียงอ่อย ทำตัวให้ดูเศร้าสลดเพื่อเรียกความสนใจจากอีกฝ่าย และมันก็ได้ผล

     “เป็นไร ทำไมหน้าดูหมองๆ” ยุนกิถามพลางตักข้าวเข้าปากช้าๆสมเป็นสล็อธในกลุ่ม

     “ก็... มีเรื่องกังวลใจนิดหน่อย...”

     วิโอเรลยิ่งก้มหน้าทำเป็นอ่อนแอ คนเห็นก็นิ่งคิดครู่หนึ่งและเดาว่าคงเป็นเรื่องจองกุก

     “ไอ้กุกทำอะไรให้วีไม่สบายใจงั้นเหรอ” เขาแกล้งถาม

     “ยุนกิรู้ได้ไงว่าเป็นเรื่องของจองกุก”

     “ก็เห็นเงียบใส่กันแปลกๆ เลยลองเดาดู ตกลงว่าใช่ใช่มะ”

     ร่างบางเริ่มสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงรู้ แต่พอนึกถึงเมื่อวานที่จองกุกออกไปเดินเล่นกับยุนกิ จึงพอตีความไปได้บ้าง จองกุกคงบอกความกังวลใจให้เจ้าตัวได้ฟัง แล้วทำไมจองกุกถึงไม่บอกเขาบ้างล่ะ หรือว่าต้นเหตุจะมาจากเขา ต้องมีบางตอนที่เขาทำให้แฟนหนุ่มไม่พอใจแน่ๆ ถ้าไม่นับเรื่องเมื่อคืน

     “ก็ถูก”

     ยุนกิยกยิ้มมุมปาก ก่อนตั้งใจทานข้าวไม่ถามอะไรต่อ แต่ท่าทางนั้นแหละที่ทำให้เจ้าตัวดูมีพิรุธ

     “ยุนกิไม่ถามต่อเหรอว่าวีกับจองกุกทะเลาะเรื่องอะไร หรือถามว่าวีไปทำอะไรให้จองกุกโกรธ”

     “ก็แค่ไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน นั่นไม่ใช่นิสัยฉัน”

     คนตัวขาวแก้ตัวอย่างแนบเนียน ทำให้วิโอเรลเลิกสงสัย

     “อ๋อ ไม่ชอบสุงสิงสินะ” วิโอเรลคลี่ยิ้มหวาน “แต่เรื่องปลอบใจคนคงเก่งอยู่ใช่ไหม”

     “นายเดาผิด” ยุนกิพยักยิ้ม “นั่นเป็นเรื่องที่น่าเบื่อที่สุดสำหรับฉันต่างหาก แต่ถ้าเพื่อเพื่อนในกลุ่มก็นานๆทำที”

     ร่างบางหรี่ตา มุมปากเหยียดยิ้มด้วยความสนใจ เขารู้ในทันทีว่ายุนกิไม่ใช่คนโง่ และอาจจะเหลี่ยมจัดกว่านัมจุนเสียอีก “แล้วถ้าปลอบแบบอื่นล่ะ”

     “อะไร”

     “วีก็แค่อยากบอกว่าวีเหงา... เลยอยากหาคนปลอบใจ”

     วิโอเรลแยกปลายเท้าโดยที่เข่ายังชิดอยู่ ทำให้ส่วนของเป้ากางเกงถูกเผยออก ยุนกิแค่นหัวเราะให้ทีหนึ่งอย่างสังเวช

     “ถ้าปลอบแบบนั้น ฉันจะทำกับผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายหน้าสวยอย่างนายไม่ได้อยู่ในลิสต์ฉันด้วยซ้ำ และฉันจะไม่มีวันเพิ่มด้วย”

     ตาเรียวทอประกายวาวเพราะอยากท้าทาย

     “แล้วถ้าวีทำให้ยุนกิร้องขอได้ล่ะ?” เขาเอียงคอถามอย่างใสซื่อ แต่ขายังไม่หุบเข้าเพื่อลองใจอีกฝ่าย

     คนถูกถามเหลือบมองจุดนั้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนก้มหน้าทานข้าว “ก็ถ้านายแจ่มจริง ฉันอาจจะรับไปพิจารณา”

     วิโอเรลยกยิ้มพอใจ

     “แต่อย่างนายก็เหมือนกับของตาย

     ประโยคหลังถูกเน้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

     “นายมาอ่อยฉันยังงี้ ฉันแทบไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไร”

     รอยยิ้มเลือนหายบนดวงหน้างามทีละน้อย

     “แล้วยิ่งนายนอกใจแฟนตัวเอง มันยิ่งทำให้นายดูไร้ค่าในสายตาฉัน”

     ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ยุนกิยิ้มหยันขณะที่ร่างบางขบกรามอย่างขุ่นเคือง แม้สิ่งที่อีกคนพูดมาจะถูกต้อง แต่ที่เขาทำมันก็มีเหตุผล เพียงแต่เขาไม่สามารถบอกใครได้ก็เท่านั้น โดยเฉพาะเหยื่อที่รอวันตายอย่างยุนกิ

     เขาฝืนยิ้มหวาน กลับมาทำตัวร่าเริงเพื่อสานแผนการต่อ

     “แล้วไม่อยากลองให้คนไร้ค่าคนนี้ทำให้ยุนกิมีความสุขเหรอ”

     “มีความสุข?” คนตัวขาวหัวเราะร่วน “อย่างมึงเนี่ยนะจะทำอะไรได้ อม*วยกูอ่อ? ฮะ! เดิมๆว่ะ ผู้หญิงที่กูเอาก็ทำกันทั้งนั้น”

     จองกุกที่เพิ่งล้างจานเสร็จได้เข้ามาเจอทั้งสองกำลังคุยกันพอดี เขามองนิ่งๆค่อนเหยียดหยัน ก่อนเดินไปเก็บจานในเต็นท์

     วิโอเรลแค่นยิ้มหลังประเมินอีกคนอย่างถี่ถ้วน “ก็ลองดู ว่าวีจะทำให้ยุนกิมีความสุขได้จริงๆรึเปล่า”

     แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าคือของของเพื่อน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเสนอตัวมาให้ถึงที่ เขาก็อยากลองดู หนำซ้ำเขายังไม่ได้ระบายมาเป็นเดือนแล้ว เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับพวกนัมจุน

     ลองเปลี่ยนรสนิยมสักหน่อยคงไม่เป็นไร

     “แล้วกูจะรอดู...”

     สิ้นคำกล่าวนั้น ร่างบางจึงคว้ามือพาอีกคนไปยังป่าลึก หากทำในเต็นท์ก็เกรงว่าเสียงจะไปถึงหูของแฟนหนุ่ม

     ทั้งสองหยุดอยู่กลางดงต้นไม้ใหญ่และพุ่มหญ้าแผ่นหนา ระหว่างที่วิโอเรลกำลังวนหาบางอย่างในกอหญ้า ยุนกิผู้คิดว่าทุกอย่างเริ่มน่าเบื่อได้เอ่ยขึ้น

     “ทำไมมึงดูมั่นใจนัก”

     “ก็เพราะวีรู้ ว่ายุนกิชอบแบบไหน”

     คนตอบยกยิ้มอย่างผู้มีชัย ก่อนเดินกลับมาพร้อมกับกิ่งไม้ยาวๆในมือ

     “มึงจะเอามาทำอะไร” คนตัวขาวถามด้วยความระแวดระวัง เพราะสีหน้าร่างบางทำให้เขาไม่ไว้ใจ

     “รับไปสิ”

     เขารับมาถือไว้อย่างงงงัน

     เสียงหัวเราะใสกิ๊กดังในลำคอเบาๆ วิโอเรลเดินไปยันมือกับต้นไม้พร้อมแอ่นสะโพกอวบอัดไปทางอีกฝ่าย

     “อยากทำอะไรกับวีก็ทำได้ตามใจชอบเลย จะลองใช้ไม้นั่นตีก้นวีก็ได้นะ”

     คนธรรมดาอาจคิดว่ามันบ้าเมื่อได้ฟังประโยคนั้น แต่สำหรับยุนกิ นั่นถือว่าน่าตื่นเต้นแถมยังเป็นประสบการณ์ที่เขาเฝ้าฝันมานาน คือการมีเซ็กส์แบบทรมานอีกคนโดยที่ทั้งสองต่างมีความสุข

     “หืม? ไม่อยากลองตีก้นวีเหรอ”

     วิโอเรลส่ายบั้นท้ายอย่างเชิญชวน กางเกงขาสั้นที่รัดเนื้อทำให้ก้นอวบดูยั่วยวนสายตา ความหื่นกระหายเริ่มฉายชัดในดวงตาคู่คม ยุนกิกระตุกยิ้มพอใจนิดหนึ่งก่อนใช้ไม้ไล้ไปตามขาอ่อน ระเรื่อยขึ้นมายังก้นกลมสวย

     เมื่อเรียวไม้ลากขึ้นมาถึงกลางบั้นท้าย คนตัวขาวก็ออกแรงฟาดไปหนึ่งที

     “อ้า!”

     ร่างบางสะดุ้งสุดตัว ประกายความเจ็บปวดวิ่งผ่านใบหน้าสวยเพียงครู่เดียว เขากลับมาทำสีหน้ายั่วยวนอีกครั้ง พาลให้คนเห็นเริ่มสนุก ยิ่งพึงพอใจกว่าเดิม

     แต่ก็ยังอดเป็นห่วงคนตรงหน้าไม่ได้

     “เจ็บไหม”

     คนถูกถามรีบส่ายหน้าปั้นยิ้ม “ไม่ วีชอบที่ยุนกิทำ” เขาแอ่นก้นขึ้นสูงกว่าเก่า “ตีอีกสิ ทำเท่าที่ยุนกิอยากทำเลย”

     คนฟังหรี่ตา เลื่อนไม้ไปชิดกับก้นกลมอีกครั้ง

     ปั้ก!

     “อ๊า!”

     เรียวขาสวยเริ่มสั่นเทิ้มเพราะความเจ็บ แต่ร่างบางยังแอ่นสะโพกสู้กับแรงฟาดครั้งที่สาม

     “อั่ก... ตีอีกสิ ลงโทษวีเยอะๆสิ”

     “มึงนี่แม่ง...” เขายิ้มสะใจและสงสารไปพร้อมกัน ขณะสอดไม้เข้าไปในขากางเกงจนสัมผัสผิวนุ่ม

     “นายท่านอยากลงโทษทาสคนนี้แบบไหน... ก็ทำตามใจนายท่านเลยนะครับ ทาสคนนี้จะรับมันไว้ทั้งหมดเอง”

     คนที่ถูกยกเป็นนายเผยยิ้มแสยะ ใช้ไม้ถูบนก้นนิ่มภายใต้เนื้อกางเกง “ถอดเสื้อผ้ามึงออกสิ แล้วเหลือแค่กางเกงในไว้”

    ผู้เป็นบ่าวแย้มยิ้ม ทำการปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ตามคำสั่ง กระทั่งเหลือเพียงกางเกงซับในตัวขาว วิโอเรลหันไปเกาะต้นไม้อีกครั้ง แต่ไม่ได้แอ่นสะโพกให้อีกฝ่าย

     “อ๊ะ นายท่าน...” เขาสะดุ้งโหยงเมื่อกิ่งไม้หนาลากไปตามร่องก้น ยุนกิเดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมลงน้ำหนักแรงขึ้นจนเสียดสีถึงช่องทาง

     เขายิ้มกริ่มกับสะโพกที่เริ่มแอ่นสู้และขยับขึ้นลงรับจังหวะ

     “มึงในตอนนี้แม่งโคตรร่าน”

     “ร่านแล้วเอาไหมล่ะ”

     คนถูกถามนิ่งอึ้งก่อนกลับมาทำสีหน้าเดิม แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ตอบ แต่วิโอเรลรู้ว่าคำตอบนั้นคืออะไร

     “ย๊ะ... นายท่าน ตรงนั้น...”

     ลมหายใจของทาสตัวน้อยหอบถี่เมื่อกิ่งไม้ล้วงลงมายังกลางกาย ท่อนเนื้อถูกไม้แข็งกร้านถูไถซ้ำๆจนเริ่มตื่นตัว ยุนกิเลียปากแห้งผากก่อนสอดไม้เข้าไปในขอบกางเกง ค่อยๆเกี่ยวร่นมันลงมาและค้างไว้ที่หัวเข่า

     “หันหน้ามา”

     คนถูกสั่งทำตามอย่างไร้ขัดขืน

     “ชูแขนขึ้น ห้ามเอาลงมาจนกว่ากูจะสั่ง”

     แขนเรียวชูขึ้นเหนือศีรษะ วิโอเรลรับรู้ถึงสัมผัสหยาบแข็งในยามที่กิ่งไม้ไล้ผ่านบนเอว ไม่เว้นแม้กระทั่งหน้าท้องเรียบเนียนและแผ่นอกบาง

     เพี๊ยะ!

     “อื้อ!” กิ่งไม้ฟาดบนเอวคอดจนทิ้งรอยแดงปื้นจางๆบนผิวนวล ก่อนที่เขาจะร้องครางอีกเมื่อเอวอีกข้างถูกตี ตามด้วยต้นขา ไหล่ และแผ่นหลัง เขายืนนิ่งยอมให้ผู้เป็นนายใช้ร่างกายได้ตามใจชอบ ถึงจะเจ็บอยู่บ้างแต่ก็ต้องทน

     “เอาแขนจับต้นไม้”

     เขาทำตามทันที มองดูอีกคนเขยิบเข้ามาแนบชิดจนได้กลิ่นน้ำหอม ยุนกิก้มลงดูดยอดอกพลางถูกิ่งไม้กับแก่นกายเล็ก เสียงครางดังระงมให้กับฟันขาวที่ขบกัดเม็ดถันอย่างรุนแรง ถึงขนาดทิ้งรอยฟันและเลือดเริ่มดันตัวขึ้นมาจากผิว กลายเป็นว่ามีเลือดไหลออกซิบให้ลิ้นอุ่นกวาดชิม ร่างสูงคลี่ยิ้มหลังได้ลิ้มรสเลือดแสนหวานของอีกฝ่าย

     กิ่งไม้ถูกขว้างทิ้ง ยุนกิแทะเล็มแผ่นอกเนียนนุ่มขณะลูบไล้ท่อนกายลำเล็ก เขาลากเรียวลิ้นขึ้นมาถึงใต้วงแขนเรียบลื่น ทำเอาวิโอเรลจั๊กจี้และเสียววาบในเวลาเดียวกัน

     “หยะ... อย่าแกล้งกันสิ นายท่าน... อือ”

     “ทาสอย่างมึงมีสิทธิห้ามกูด้วยเหรอ”

     คนถูกกระทำตัวกระตุกภายในอุ้งมือหนา ทั้งรู้สึกสยิวกับลิ้นอุ่นที่ยังหยอกล้อไม่เลิก ความเปียกชื้นไล้ขึ้นมายังต้นแขน ตามด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวที่กดจูบบริเวณนั้นไปหลายที ส่วนแก่นกายยังคงโดนปลุกเร้า ถูกรูดรั้งจนเขาแทบเสร็จอยู่รอมร่อ

     “กูถามจริง มึงเอากับไอ้กุกรึยัง”

     เขาสั่นหัว “ยัง...”

     “แสดงว่ากูได้ชิมก่อนมันงั้นสิ? หึ เสียดายแทนไอ้กุกจริงๆ”

     มือใหญ่หมุนร่างบางให้หันไปจับต้นไม้ตามเดิม ยุนกิรูดซิปกางเกงลง ควักแท่งปราถนาให้ออกมาสัมผัสกับอากาศข้างนอก ก่อนเบียดสะโพกเข้าไปแนบก้นกลมดั่งลูกท้อนั้น วิโอเรลกลืนน้ำลายเอื้อกเมื่อรู้แล้วว่าทุกอย่างต่อจากนี้จะไปในทิศทางไหน

     “หันหน้ามาหน่อย”

     ทันทีที่เหลียวหลังไป ปากอิ่มก็โดนบดจูบแบบไม่ทันตั้งตัว ร่างบางครางอื้ออึง พยายามจูบตอบแม้จะถูกกัดขย้ำและถูกดูดดึงจนช้ำเจ่อ แต่เป็นต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะแท่งร้อนที่ถูร่องก้นอยู่ดีๆ กลับแทงเข้ามาในตอนที่เขาเผลอ

     “อื้ม!” เขานิ่วหน้าให้กับความเจ็บแสบ แต่ยังไม่คิดถอยสะโพกหนี

     “ซี๊ด... เห็นร่านยังงี้แต่แม่งแน่นฉิบหาย”

     ยุนกิสูดปากเสียวซ่านให้กับช่องทางที่ตอดตุบๆ แม้โพรงอุ่นจะแห้งแต่เขายังฝืนสาวตัวตนออกมาเกือบสุด และกระแทกส่งความกระหายเข้าไปใหม่อย่างลึกล้ำ สะโพกสอบเริ่มโยกเป็นจังหวะเนิบช้า ส่วนร่างบางก็สวนแรงลงมาทำเอาเขาพอใจไม่น้อย

     ร่างสูงยกเรียวขาข้างหนึ่งไว้บนข้อพับแขน ทำให้กางเกงซับในหล่นไปกองกับพื้น จากแรงโยกเนิบๆได้ทวีความเร็วกลายเป็นรุนแรง เร่าร้อนไปตามอารมณ์กำหนัด วิโอเรลกรีดร้องกับความเจ็บปวดที่ผสมความเสียดสยิว แก่นกายถูกชักรูดไปตามจังหวะ และเมื่อเขายิ่งครางดังเท่าไร ทั้งจังหวะรูดและแรงกระแทกก็ยิ่งโหดตามจนสุดท้ายต้องกลั้นเสียง เหลือไว้เพียงเสียงหอบหายใจที่ถี่ขึ้นตามแรงส่ง

     “อ๊ะส์ ซี๊ด นายท่าน... ทำวี อืม กระแทกวีเยอะๆ วีอยากเสียวกว่านี้...”

     “พูดยั่วแบบนั้น อย่าหวังให้กูจบแค่สองน้ำเลยวิโอ”

     “อ๊ะ! นายท่าน!”

     วิโอเรลร้องเสียงหลงเมื่อขาอีกข้างถูกยก ทำให้ทั้งร่างลอยเหนือพื้นและเขาต้องเอนพิงคนข้างหลัง เขารีบเอื้อมมือไปจับเอวสอบเพราะกลัวตก รู้สึกเหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆเพราะท่านี้ทำให้ท่อนลึงค์ยิ่งดันเข้ามาลึกขึ้น

     “ไม่ต้องกลัวหรอกน่า กูอุ้มมึงไว้อยู่”

     “อ๊ะ อั๊ง! นะ... นายทะ--- อ๊ะๆ!”

     ร่างบางเด้งกระดอนยามถูกสวนจากข้างล่าง แรงกระหน่ำทำให้ช่องทางบอบช้ำและเกิดเสียงเนื้อกระแทกอันน่าละอาย เมื่อยุนกิสอดตัวลึกขึ้น หัวแก่นกายชนถึงจุดกระสัน จากเสียงครวญครางอันทรมานได้เปลี่ยนเป็นครางเพราะความสุขสม อีกคนก็ตัวอ่อนปวกเปียก อยากจะสวนสะโพกลงไป แต่ก็ทำได้แค่ร้องครางขณะถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

     พออุ้มนานๆก็เมื่อยแขน ยุนกิจึงวางอีกฝ่ายลงก่อนดันให้พิงหลังกับต้นไม้ สะโพกหนาเริ่มบรรเลงบทรักต่อ แต่มือที่ยกขึ้นมากำรอบคอทำเอาวิโอเรลหายใจลำบาก เขาส่งเสียงติดขัด แต่เมื่อได้รับสายตาข่มขู่ ทำให้เขาต้องแสร้งยิ้มบางๆเหมือนว่าตัวเองชื่นชอบ และครางเสียงกระเส่ากระตุ้นอารมณ์ของอีกคนต่อไป โดยที่ร่างกายถูกใช้เป็นที่ระบายอย่างไม่รู้จบ




     ขณะเดียวกันทางด้านของจองกุก เกมส์มือถือที่เขากำลังเล่นอยู่ไม่ได้ช่วยให้ใจสงบลงเลย แค่เห็นสองคนนั้นอยู่ใกล้กัน ข้างในอกก็ร้อนรุ่มเหมือนมีคนมาแอบจุดไฟ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าเขายังรักวิโอเรลอยู่ เขารู้ตัวดี ไม่ว่าจะเกลียดอย่างไรก็ไม่อาจลบความรู้สึกรักได้ และการที่ต้องอยู่กับเจ้าตัวตลอดไป ก็ไม่มีทางลบความรู้สึกนั้นออกได้ง่ายๆแน่ นึกแล้วก็สมเพชตัวเอง เขาต้องทรมานแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไร

     ในตอนนี้เขาทั้งห่วงทั้งหวง วิโอเรลหายไปนานหลังจากเขากลับเข้าเต็นท์ได้ไม่ถึงสองนาที

     ท้ายที่สุดความอดทนก็ขาดผึ่ง เขาตัดสินใจลุกขึ้น มุดตัวออกจากเต็นท์เพื่อตามหาตัวอีกฝ่าย ขายาวเร่งก้าวไปยังเต็นท์ของเพื่อนตัวขาว เมื่อถึงที่หมายจึงเรียกเจ้าของเต็นท์

     “กิ มึงหลับอยู่ป่ะ”

     แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมามีเพียงความเงียบ เขาลองเงี่ยหูฟังก็ไม่เห็นมีเสียงกรน

     “กิโว้ย มึงอยู่ป่ะเนี่ย”

     จองกุกหมดสิ้นความอดทน ถือวิสาสะรูดซิปเต็นท์และได้รู้ว่าข้างในมีแต่ความว่างเปล่า

     ยุนกิไปไหน?

     แล้วทำไมต้องหายไปพร้อมกับวิโอเรล

     “จิ๊” ร่างสูงเริ่มกระวนกระวาย เขาลองไล่หาวิโอเรลในเต็นท์ของคนอื่น แต่สุดท้ายกลับไม่เจอ

     เขายืนขยี้ผมข้างกองไฟซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายที่เขาเห็นสองคนนั้น เขารู้ว่าแท้จริงแล้ววิโอเรลเป็นคนอย่างไร และยิ่งหายไปด้วยกันกับยุนกิ ความกังวลที่ว่าเจ้าตัวจะทำเรื่องแบบนั้นกับคนอื่นก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เพิ่ม... จนอาจกลายเป็นความโกรธได้ในไม่ช้า




     “อ่ะ... นายท่าน มันเจ็บ อื้อ...”

     “ใครอนุญาตให้มึงหนี”

     ร่างบางถูกกดสะโพกให้ชิดกับต้นไม้ข้างหลัง โดยที่แท่งแข็งขืนยังฝังตัวตนอยู่ข้างใน และกลับมาย่ำยีช่องทางรักบวมแดงเหมือนเดิมโดยไม่มีวี่แววว่าจะหยุดพัก ส่วนวิโอเรลก็หายใจหายคอไม่ทันกับแรงกระแทก ซ้ำแล้วริมฝีปากยังถูกรุกล้ำโดนอีกคนแย่งอากาศไปอีก หากฝืนรับมากกว่านี้ ตัวเขาก็คงไม่ไหวเหมือนกัน

     “โอ๊ย!” ผมตรงหลังศีรษะถูกมือหนาดึงทึ้งจนเขาต้องแหงนหน้าตาม เมื่อเห็นสีหน้าทุกข์ทรมานนั้นแบบเต็มตา คนตัวขาวจึงเหยียดยิ้มและยิ่งใส่ความโหดร้ายลงในแรงกระแทก ถ้าร่างบางร้องไห้ขึ้นมา เขารับรองว่าตัวเองต้องขาดสติ จับอีกฝ่ายปู้ยี่ปู้ยำคาพื้นเป็นแน่

     น้ำกามดีดกระเซ็นเข้าโพรงรักที่หดเกร็งแน่นจากอาการถึงจุดสุดยอด วิโอเรลหอบตัวโยนขณะปล่อยน้ำสีขาวให้ไหลอาบเรียวขาและหน้าท้องแกร่งของร่างสูง แต่ยังหยุดพักได้ไม่ทันไร ก็ต้องกลับมาครางเสียงแหบให้กับบทรักที่เริ่มดำเนินต่อ ยุนกิไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆเหมือนอย่างที่คิด แต่วันนี้เขามีเวลาเล่นกับเหยื่อทั้งวันจึงไม่นึกเร่งรีบอะไร ทุกอย่างที่ต้องทำก็แค่รอจนกว่าบทรักครั้งสุดท้ายจะสิ้นสุด และเมื่อช่วงเวลานั้นมาถึงเมื่อไร นั่นหมายถึงร่างของคนตรงหน้าต้องอยู่ในท้องเขากับลูกชายเท่านั้น

     ยุนกิดูดกลืนปากอิ่มอวบหลายรอบ เสียงแลกจูบดังประสานกับแรงพิศวาสเบื้องล่าง ซึ่งดังพอที่จะเรียกความสงสัยจากจองกุก ขายาวก้าวไปตามเสียงประหลาดที่ดังมาจากหลังต้นสน คิ้วหนาเข้มยิ่งขมวดเมื่อเสียงครางกระเส่านั้นช่างคุ้นหูเหลือเกิน และสิ่งที่เขาคิดไว้ก็เป็นจริง ภาพตรงหน้าประจักษ์แจ้งต่อสายตาแห่งความผิดหวัง

     ทันใดนั้นขอบตาของเขาก็เริ่มร้อนผ่าว

     “อ๊า! อย่า... อย่าทำแรง”

     “ทาสอย่างมึงไม่มีสิทธิห้าม มึงต้องครางชื่อกู! อ้อนวอนกูเท่านั้นเข้าใจไหม!”

     ไม่มีอะไรเจ็บไปกว่าการถูกคนที่รักนอกใจ

     และทำไม... ทำไมเพื่อนที่ตัวเองไว้ใจถึงได้หักหลังไปอีกคน

     กะว่าจะปล่อยไปแล้วเชียว

     แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันแทบห้ามตัวเองไว้ไม่ได้

     “ครางสิ! ครางชื่อกู!”

     “ยะ... ยุนกิ”

     “ดังๆ!”

     “ยุนกิ! อ๊า ยุนกิ!”

     พอสักที...

     เขาปล่อยให้พวกมันสนุกกันมามากพอแล้ว

     โดยเฉพาะอีตัวที่เอาแต่หลอกเขา!

     สนุกมากเลยใช่ไหม!

     “จะ... จองกุก!?”

     วิโอเรลแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าจะได้เห็นร่างสูงในสถานการณ์แบบนี้ เขาพยายามผลักยุนกิออกเมื่อแฟนหนุ่มตรงปรี่เข้ามาเรื่อยๆ

     “เห้ยกุก!”

     “ไอ้เวรตะไล!”

     สิ้นเสียงเดือดดาล หมัดหนักๆก็พุ่งเข้าไปฝากบนหน้าของเพื่อนตัวขาว คนถูกต่อยได้แต่หน้าสะบัดไปตามแรงแทบหัวทิ่มพื้น ไม่นานก็ถูกร่างสูงผลักจนล้มหงายหลัง โดนขึ้นคร่อมก่อนที่หมัดของอีกคนจะอัดเข้าปากเข้าแก้มรัวๆ

     “ไอ้เศษเดนนรก! มึงหักหลังกูทำไม!”

     ใบหน้าหล่อแดงก่ำจากฤทธิ์โทสะ ขณะที่คนถูกต่อยนอนเลือดกลบปาก

     “ก็เมียมึงมาอ่อยกูเอง!”

     “พอเถอะ จองกุก...”

     วิโอเรลที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จได้เข้ามาแตะไหล่คนรักให้สงบสติ แต่กลับถูกปัดมือพร้อมโดนตวาดกร้าว

     “มึงอย่าเสือก! กูจะทำอะไรก็เรื่องของกู!”

     คนฟังผงะหงาย ได้แต่ถอยรนออกมาตั้งหลัก

     ยุนกิใช้โอกาสนี้เป็นฝ่ายพลิกตัวขึ้นมาอยู่ข้างบน ปล่อยหมัดใส่จองกุกอย่างเอาคืน

     “มึงเองก็โง่!”

     ลูกหมัดกระแทกกรามคม ทิ้งรอยเขียวช้ำเป็นวงใหญ่

     “รู้ว่าเขาคั่วไปทั่วแต่ก็ยังรั้งไว้! ในเมื่อสมองโง่ๆของมึงคิดได้แค่นี้ จะให้เรียกว่าอะไรล่ะ! น่าสมเพชเหรอ!”

     จองกุกพยายามแกะมือที่รัดคอของตนอยู่ แต่แรงหมัดที่พุ่งมาตลอดทำให้เขาเริ่มหมดแรง

     “มึงคิดว่ามึงเก่งได้คนเดียวรึไง ห๊ะ! คิดว่ามึงเก๋าเหรอ!?”

     เป็นอีกครั้งที่หน้าหล่อสะบัดไปตามแรง

     “อย่างมึงอ่ะมันอ่อนแอ! โง่เง่ารักกะหรี่จนโงหัวไม่ขึ้น! แล้วมาทำตัวให้คนอื่นสงสารทั้งที่ตัวเองไม่ยอมตัดใจ! มึงมันโง่! โคตรบรมโง่จนกูเอียน!”

     “หยุด! พอได้แล้ว!” วิโอเรลน้ำตาคลอ เขาทนเห็นคนที่รักเจ็บปวดไม่ได้จนต้องเข้ามารั้งแขน ยุนกิเหลือบมองด้วยสายตาขุ่นมัวครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยหมัดครั้งสุดท้ายเข้าที่โหนกแก้มอีกคน

     “อั่ก!” จองกุกตัวงอเมื่อลูกเตะอัดเข้าที่ท้องเต็มๆ เขากุมตัวเองไว้ด้วยความเจ็บปวดขณะนึกสมเพชตัวเองในใจ

     ยุนกิเช็ดคราบเลือดบนมุมปาก มองดูสภาพสะบักสะบอมของร่างสูงด้วยสายตาเย็นชา

     “ที่กูทำในวันนี้เพื่อเตือนสติมึง กูยังไม่อยากมีเพื่อนโง่ๆที่คิดเองไม่เป็น”

     จบคำทิ้งทาย คนพูดก็แต่งตัวให้เข้าที่ก่อนเดินออกไปด้วยความหัวเสีย ทิ้งให้ร่างสูงนอนกุมท้องตัวเองอยู่อย่างนั้น วิโอเรลจึงรีบเข้ามาดูอาการไม่ยอมจากไปไหน

     “จองกุก... จองกุกเป็นอะไรไหม”

     มือเรียวประคองร่างกำยำให้ลุกขึ้นนั่ง พอสบตากันก็โดนไล่ตะเพิด

     “ออกไป”

     “จะให้วีทิ้งจองกุกได้ยังไง ก็จองกุก---”

     “กูบอกว่าให้ออกไป! ได้ยินไหม! อย่ามายุ่งกับกู!”

     มือเรียวถูกปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี สายตาแข็งกร้าวทำให้หัวใจคนฟังแทบแตกสลาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งเฉยๆมองดูร่างสูงลุกขึ้นด้วยลำแข้งของตัวเอง

     “จองกุก วีขอโทษ...”

     น้ำตาที่คลออยู่บนหน่วยเริ่มล้นเหมือนน้ำท่วมเขื่อน

     “วีไม่ได้ตั้งใจ...”

     “หยุดพูด กูไม่อยากฟัง” จองกุกกลืนก้อนสะอื้น เขาหันหลังให้ร่างบางเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของอีกฝ่าย เพราะแค่กลั้นน้ำตาของตัวเองก็ลำบากแทบแย่แล้ว

     “จองกุก ฮึก ฟังวีก่อนได้ไหม...”

     วิโอเรลคลานเข้ามากอดขา แนบหน้าจนขากางเกงเปียกชื้น จนคนฟังต้องเงยหน้ามองฟ้าเพื่อกักน้ำตาลูกผู้ชายไม่ให้ไหลตาม

     “ที่วีทำไปทั้งหมด มัน ฮึก วีไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ...”

     จองกุกหลับตาลง เก็บน้ำตาร้อนผ่าวไว้ที่เดิม สุดท้ายเขาก็ยอมฟังข้ออ้างแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่า ทุกอย่างไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมอยู่ดี    

     “ยุนกิเขา... ฮึก ขอมีอะไรกับวีด้วย แต่วีไม่ยอม ฮึก เขาเลย.. ฮึก เขาเลยข่มขืนวี...”

     คนฟังลืมตาขึ้น แววตายังคงเย็นยะเยือก

     “แล้วพวกนัมจุนล่ะ ในคลิปมันก็บอกไว้ชัดอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงต่ำ พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นตาม

     ร่างบางเบิกตาโต ค่อยๆแหงนหน้ามองแผ่นหลังกว้าง เป็นไปไม่ได้ที่จองกุกจะรู้เรื่องนี้ แต่พอนึกย้อนกลับไป... เขาเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมทำลายกล้อง จองกุกที่เข้าไปเจอศพจึงเก็บมาด้วยเป็นแน่ เก็บมาโดยที่เขาไม่ทันสังเกต ทำไมเขาถึงสะเพร่าอย่างนี้! เรื่องแค่นี้ก็ทำเป็นลืม

     เขาจึงเริ่มกุเรื่องขึ้นมา

     “ความจริงแล้ว... ฮึก วีถูกพวกนัมจุนแอบถ่ายวิดีโอตอนเล่นน้ำ... ตอนนั้นวีเปลือย และก็ไม่อยากให้คลิปตัวเองหลุด ฮึก นัมจุนเลยบอกว่า ถ้า... ฮึก วียอมมีอะไรกับเขา เขาก็จะเก็บเป็นความลับให้... ฮึก และวีต้องทำตามที่นัมจุนสั่งทุกอย่าง”

     แม้จะอยากบอกความจริงแค่ไหนว่าตัวเขาไม่ใช่มนุษย์ แต่ความกลัวที่ว่าจองกุกจะรับไม่ได้และทิ้งเขาไปนั้นมีมากกว่า

     “วีไม่ได้ขอให้จองกุกเชื่อ ฮึก คนที่ไม่มีหลักฐานอย่างวี ฮึก จะเอาอะไรไปซื้อความเชื่อใจได้...”

     ร่างสูงเริ่มเหลือบมอง

     “แต่วียืนยันคำเดิมนะ ว่า... ฮึก วีไม่ได้ตั้งใจ ฮึก วีไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้เลย”

     เมื่อเห็นว่าอีกคนไร้ปฏิกิริยาตอบรับ วิโอเรลจึงลุกขึ้นเดินอ้อมไปอยู่ข้างหน้า บีบน้ำตาให้ไหลอาบแก้มเพื่อทำให้ตัวเองดูน่าสงสารมากที่สุด

     “ขอร้องล่ะ จองกุก... ฮึก อย่าทิ้งวี... วีสัญญาว่าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก”

     เขาคว้ามือหนามากุมไว้ มองลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายอย่างอ้อนวอน

     “จองกุก ฮึก ได้โปรด... วีรักจองกุกจริงๆนะ”

     อย่างน้อย ความรู้สึกของเขาก็เป็นของจริง ไม่มีการแต่งเติมหรือหวังประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

     เขารักจองกุก และก็รักมาตลอด...

     แม้จะนอกกายสักกี่ครั้ง แต่หัวใจเขามีแค่จองกุกคนเดียว

     ร่างสูงหลบตา คำว่ารักของอีกคนทำให้เขาหวั่นไหวเล็กน้อย เขาอยากได้ยินคำนี้มานาน แต่กลับได้ยินในเวลาที่ไม่เหมาะสม

     ตอนนี้เขาอยากถอย มากกว่าอยากอยู่ต่อ

     คำบอกรักไม่อาจฟื้นคืนความเชื่อใจกลับมาได้ เช่นเดียวกับความรู้สึกที่สูญเสียไปแล้ว ก็ยากที่จะเอากลับคืน

     “คุณเห็นผมเป็นตัวอะไร”

     วิโอเรลเริ่มผิดหวัง

     “ถึงผมจะโง่ แต่ก็ไม่อยากโดนหลอกซ้ำซาก เก็บคำโกหกของคุณไปใช้กับคนอื่นที่โง่เหมือนผมเถอะ”

     เสียงสะอื้นดังขึ้นอีกครั้ง น้ำตาสายใหญ่กลับมาอาบนองแก้มใส

     “ปล่อยผมเถอะวี”

     “ฮึก ฮือ...” ร่างบางส่ายหน้า มือที่กำรอบมือหนายิ่งบีบแน่น

     “ผมรักคุณมากนะ”

     “ฮือ จองกุก...”

     “แต่มันก็แค่อดีต

     จองกุกบิดข้อมือกลับอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มนวลถูกเอื้อนเอ่ยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างสูงจะเป็นฝ่ายเดินออกมา ปล่อยให้ร่างบางน้ำตานองหน้า มองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย

     ความรู้สึกสูญเสียสิ่งสำคัญได้กลับมาหาเขาอีกแล้ว

     ไม่ชอบเลย

     อุตส่าห์เจอคนที่ใช่กว่า แต่เพราะความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย ทำให้เขาไม่อาจรักษาอีกคนไว้ได้

     เขาจะไม่ยอมให้อะไรมาพรากของรักไปอีก แม้จะเป็นจองกุกที่อยากเป็นฝ่ายจากไปก็ตาม

     และเขาจะยอมทำทุกอย่าง เพื่อรั้งจองกุกไว้ตลอดไป

     “ฮึก จองกุก”

     เขารีบเดินตาม เข้าไปกอดอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง

     “วีขออะไรอย่างนึงสิ... ช่วยจูบวีเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”

     จองกุกเริ่มเอือม

     “ผมไม่อยากจูบกับคนที่ผมเคยรัก”

     วิโอเรลแอบเจ็บจุก แต่เขายังไม่อยากยอมแพ้

     “งั้นไม่ต้องจูบก็ได้”

     เขาเปลี่ยนมากอดร่างสูงจากด้านหน้า ดวงตาเรียวฉ่ำน้ำช้อนมองอย่างเว้าวอน แต่จองกุกไม่แม้แต่จะชายตาลงมา

     “วีขอแค่... มองหน้าจองกุกเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้”

     เขาเอาคางแนบกับแผงอกแกร่ง มือข้างหนึ่งเริ่มลูบไล้ลำคอหนาถึงกรามคมสัน

     “นะ วีขอแค่นี้จริงๆ หลังจากนี้วีจะไม่เรียกร้องอะไรอีกเลย”

     จองกุกถอนใจด้วยความรำคาญเต็มประดา สุดท้ายก็ยอมก้มลงมามองหน้าเปื้อนน้ำตาของอีกฝ่าย

     ทุกอย่างสงบนิ่ง วิโอเรลทำอย่างที่พูดจริงๆ เจ้าตัวไม่ได้ใช้จังหวะนี้ฉวยจูบตามที่เขาคาดไว้ ดวงตากลมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย จู่ๆมันก็ทำให้เขารู้สึกหวั่นไหว จึงรีบถอนสายตาออกเพื่อกดความรู้สึกนั้นไว้

     แต่เขากลับละสายตาไปไหนไม่ได้ วินาทีต่อมาดวงตาเรียวคู่นั้นก็ทอแสงวาบเป็นสีฟ้า

     “จองกุก...”

     เขาได้ยิน แต่ไม่ได้ขานรับ เพราะวินาทีนี้เขารู้สึกงงงวยจนไม่อาจกระชากสติกลับมาได้

     “วีรักจองกุกนะ”

     ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป ความรู้สึกในอกที่เคยอัดแน่นค่อยๆคลายออก มันโล่งบรื๋อเหมือนไม่เคยเจ็บปวดอะไรมาก่อน

     “แล้วจองกุกล่ะ รักวีรึเปล่า”

     ใบหน้าสวยเริ่มยื่นเข้ามาใกล้ ขณะที่ปากกระจับบางกำลังขยับ

     “รักครับ...”

     “จะไม่ทิ้งวีใช่ไหม”

     “ไม่ทิ้ง”

     “จะอยู่ด้วยกันตลอดไปด้วยรึเปล่า”

     “อยู่”

     “แล้วถ้าวีขอจูบ จองกุกจะให้ไหม”

     จองกุกไม่ได้ตอบกลับ เขากุมดวงหน้างามไว้และค่อยๆจรดจูบอย่างนิ่มนวล ส่วนวิโอเรลก็จูบตอบด้วยจังหวะที่เร่าร้อนกว่า เอื้อมมือมารั้งท้ายทอยของเขาไว้

     เขานึกไม่ออกว่าเมื่อกี้เห็นอะไรบ้างในตอนที่ยืนจ้องตาอยู่ รู้เพียงแค่ว่าโลกมันหมุนไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนกลับมาตัวเบาโล่งทั้งสมองทั้งข้างในอก

     เขาไม่ได้ลืมอะไร ยังจำได้เสมอว่าวิโอเรลเคยนอกใจ

     แต่น่าแปลกที่พอนึกถึงเรื่องนั้น เขากลับไม่รู้สึกโกรธ

     เขารู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นเรื่องที่ควรโกรธ

     แต่พยายามให้ตายเท่าไร ก็โกรธไม่ลง...

     และที่น่าขันคือ เขาไม่รู้สึกแปลกใจอะไรในความผิดปกตินั้นเลย

     ความรู้สึกเร่าร้อนและแรงปรารถนาต่ออีกคนก็กลับมาเหมือนเดิม

     ซึ่งมันอาจเพิ่มขึ้นกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ

     “กลับไปที่เต็นท์กันเถอะ วีหิวอ่า...”

     เขาเลิกคิ้วให้ร่างบางที่ยืนลูบท้องทำหน้าง้ำงอ “ก็วีไม่ทานข้าวเช้าเองนี่นา งั้นเดี๋ยวผมลองไปดูของที่ตุนไว้ให้ก็ได้”

     “อื้ม ฝากด้วยนะ”

     วิโอเรลฉีกยิ้มแฉ่ง ร่างสูงยื่นนิ้วโป้งไปซับน้ำตาให้เบาๆ

     “ผมขอโทษเรื่องเมื่อกี้ที่เผลอตะคอกใส่วี”

     “ไม่เป็นไรหรอก วีเองก็ขอโทษด้วย”

     ทั้งคู่หัวเราะให้กันก่อนเดินจับมือออกไปจากป่าเหมือนไม่เคยมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น

     เขาบอกแล้วว่าจะทำทุกอย่างเพื่อได้อยู่กับจองกุกตลอดไป...

     ทำให้จองกุกหลงรักก็ทำมาแล้ว แค่เปลี่ยนใจอีกฝ่ายนิดหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร




​To be continued

​_______________________________

รางวัลสาขานักแสดงยอดเยี่ยมต้องยกให้น้องวีจริมๆ แต่ก็ยังสงสารจองกุกไม่หาย ตอนนี้เป็นอะไรที่แต่งยากที่สุดละ T^T อ้อ ส่วนตอนที่ยืนจ้องตากันเมื่อกี้ไรท์ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรเหมือนกัน ความสามารถของวีคือ ถ้าจ้องตาใครแล้วจะทำให้คนคนนั้นหลงใหล ชื่นชอบ รักได้หมด โน้มน้าวใจอีกคนให้คล้อยตามได้ จะเรียกว่าโดนสะกดจิตไหม? ก็ไม่หรอก

และประโยคสุดท้ายที่ทิ้งไว้ให้ ก็เป็นอันว่ารู้กันนะ :)


ความคิดเห็น