facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 4 เลขาจำยอม

ชื่อตอน : บทที่ 4 เลขาจำยอม

คำค้น : กรุ่นรักไอปรารถนา, กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, ใต้มนตร์อินทรา, มิสิ้นใยรัก, กรุ่นรักสลักทรวง, กรุ่นกลิ่นสิเน่หา, กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 66

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2562 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 เลขาจำยอม
แบบอักษร

​พาลิซ่านั่งอยู่มุมโซฟาที่คนอีกคนกำลังนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายใจ หญิงสาวเปิดทีวีเบาๆ เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบจนเกินไป เพราะถ้าเงียบฉี่ พี่ดีนอาจจะได้ยินเสียงหัวใจของพาลิซ่ากำลังเต้นจังหวะกลองเพลของทุกวัดรวมกัน รายการทีวีเป็นมิวสิควิดีโอเพลง พาลิซ่าไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก รอแต่ว่าเมื่อไหร่พี่ดีนจะดื่มชาเสร็จและกลับขึ้นเพนต์เฮาส์ไปซะที

"ชารสชาติดีมาก" 

ดีนเอ่ยหันไปมองคนที่สวมชุดนอนเสื้อกางเกงขายาวสีฟ้าอ่อน เจ้าหล่อนนั่งสุดมุมโซฟา จ้องมองจอทีวีเขม็ง

"ป้าไวน์ให้พลีสมาค่ะ" 

หญิงสาวเอ่ย เขาน่าจะรู้ดี พาลิซ่าคิดว่าพี่ดีนคงจะต้องการกวนมากกว่า ใบหน้าหล่อเหลาทำเลิกคิ้วแปลกใจ พาลิซ่าแอบหมั่นไส้ เพราะคิดว่าพี่ดีนอยู่ในอารมณ์ต้องการแกล้งพาลิซ่า เขาต้องรู้ดีเรื่องชาเพราะป้าไวน์เป็นคนชอบดื่มชามากกว่ากาแฟและบ้านของเขาก็มีชาชั้นเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก

"วันก่อนก็ให้พี่มา ไม่ยักเหมือนถ้วยนี้ หรือว่ามันเป็นเพราะคนชง พลีสใส่อะไร" 

คนอยากรู้อยากเห็นและชอบพิสูจน์เอ่ย พาลิซ่าทำท่าถอนหายใจให้เขาเห็น ชาเขียว มันจะใส่อะไรได้อีก นอกจากคนที่ชอบหวานหน่อยก็ใส่น้ำตาล นมหรือครีม แต่พาลิซ่าชอบแบบเพียวๆ เห็นอยู่ว่าน้ำมันสีออกเขียวเหลืองทองจางๆ แบบนั้น

"พี่ดีนดื่มหมดหรือยังคะ" 

พาลิซ่าทำเสียงเหมือนว่ามันหมดเวลาที่จะมานั่งจิบชาสบายอารมณ์ของเขาแล้ว ดีนยกชาขึ้นดื่มจนหมด วางแก้วลงบนโต๊ะ หันมามองเจ้าของห้อง

"พี่ไม่เคยถามเลยว่าตารางชีวิตประจำวันของเราเป็นยังไง อยู่ที่นี่เข้าฟิตเนสบ้างหรือเปล่า บนเพนต์เฮาส์มี จะไปเล่นก็ได้นะถ้าชอบความเป็นส่วนตัว เราตัวผอมเหลือเกิน แบบนี้ต้องบิลท์หน่อย ใครจะได้ไม่รังแกเอาได้ง่ายๆ" 

ดีนเอ่ย เรื่องที่คาดเดาว่าพาลิซ่าอาจมีปัญหาเรื่องถูกคนรังแกในอดีต จึงทำให้เป็นเด็กที่เหมือนตื่นตระหนกและหวาดกลัวง่ายอยู่ตลอดเวลายังติดค้างอยู่ในใจ ความจริงไม่ทราบว่าตื่นตระหนกตลอดเวลาหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เวลาอยู่ใกล้เขามักเป็นเสมอ

"ค่ะ" พาลิซ่ารับทราบสั้นๆ ตามความเคยชิน ดีนเอื้อมแขนมาคว้าแขนเล็กดึงทีเดียวมานั่งชิด แล้วก็ทำท่าจุ๊ปาก

"เห็นไหม พี่ดึงแค่นิดเดียวตัวปลิวติดมือแบบนี้ ต่อไปนี้ พลีสจะต้องเข้าฟิตเนสกับพี่ ตอนเช้าสักยี่สิบนาที หลังเลิกงานสักครึ่งชั่วโมง หรือจะค่อยลองจากน้อยไปหามากก็ได้ ดูตามกำลังของเราไปก่อน"

พาลิซ่าหัวใจเต้นแรงกับการที่ถูกมือใหญ่ดึงมานั่งชิด ตกใจจนตัวแข็ง เงยหน้าทำตาโตและอ้าปากค้างมองคนที่กำลังพูดไปเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับตารางชีวิตของพาลิซ่าที่ไม่เคยมีใครกล้ายุ่งเกี่ยวมาก่อน สายตาคมก้มมามองสำรวจใบหน้า พาลิซ่าได้สติก็รีบหุบปากฉับแล้วขยับตัวออกห่างปรู๊ดไปนั่งที่มุมโซฟาดังเดิม

"ดึกแล้วนะคะ" 

เอ่ยเตือนเขา ไม่สนใจเรื่องที่เขากำลังพูดอยู่ ดีนเห็นท่าคนนั่งซุกโซฟาทำตัวลีบหน้าตื่นก็ยิ้มขำแกมเอ็นดู ขี้กลัวขนาดหนัก ไม่น่าเชื่อว่าอาเบนจะปล่อยให้พาลิซ่าเติบโตมาแบบนี้ ทำไมดีนถึงไม่เคยสังเกตมาก่อนนะ คนในแก๊งนี้ส่วนใหญ่ใจกล้าหน้าด้านและเชื่อมั่นเกินร้อยกันทั้งนั้น ดีนรู้สึกผิดอยู่ในใจทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของตัวเอง ถ้าเขาใส่ใจเจ้าเด็กนี่สักหน่อย เขาคงจะช่วยดูแลให้อาเบนกับอาโจ และพาลิซ่าคงไม่มีท่าทางเป็นแม่กระต่ายน้อยขี้ตื่นอย่างนี้ ดีนเอื้อมมือไปดึงแขนเล็กอีกครั้ง แต่คราวนี้พาลิซ่าขืนตัวไว้เต็มที่ เขาจึงดึงไม่สำเร็จ เป็นผลให้ร่างสูงต้องขยับมานั่งใกล้แทน ยกมือขึ้นลูบผมพาลิซ่า

"เด็กเอ่ยเด็ก" 

ดีนพึมพำทำให้พาลิซ่างงไปกับกิริยาอาการของเขา แถมยังคว้าพาลิซ่าไปซบไหล่กว้างของเขา หญิงสาวขืนตัวเต็มที่

"พี่ดีน มันดึกแล้วนะคะ ขึ้นไปพักผ่อนเถอะค่ะ" 

พาลิซ่าเอ่ยปากไล่เขาอีกครั้ง ดีนก้มมามองคนที่ทำเสียงแข็งไล่เขา ดีนพยักหน้าลุกขึ้นยืนเพราะก็เริ่มง่วงขึ้นมาแล้ว

"เอาล่ะ พี่ไปก่อน พรุ่งนี้ต้องไปออฟฟิศกับพี่ ตั้งนาฬิกาด้วย พี่ออกจากที่นี่เจ็ดโมงครึ่ง ถ้าไม่ตื่นพี่จะลงมาปลุกเอง" 

เขาเอ่ยทิ้งท้าย จากนั้นก็เดินไปยังประตู พาลิซ่าได้แต่อ้าปากหวอมองตามคนเผด็จการที่สั่งพาลิซ่าอย่างไม่ให้โอกาสปฏิเสธ

********

รุ่งขึ้น พาลิซ่าตาลีตาเหลือกตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า เพราะกลัวพี่ดีนจะลงมาปลุกจริงๆ เขายิ่งเป็นคนพูดจริงทำจริงด้วย พาลิซ่าออกมาจากลิฟต์มาที่ล็อบบี้เวลาเจ็ดโมง โทรศัพท์ดังขึ้นเป็นพี่ดีน

"อยู่ไหน"

"ล็อบบี้ค่ะ" พาลิซ่าตอบเขา

"ดีมาก เดี๋ยวพี่ลงไป" 

เขาพูดเสร็จก็ปิดสาย ห้านาทีต่อมาร่างสูงสมาร์ตสวมสูทสีเข้มก็เดินออกจากลิฟต์ส่วนตัว สอดส่ายสายตาหาพาลิซ่า ซึ่งเมื่อเห็นว่าพาลิซ่านั่งอยู่ที่โซฟา ก็เดินเข้ามาหา ยื่นกระเป๋าหนังสี่เหลี่ยมให้ พาลิซ่าทำหน้างง

"หน้าที่เรา" 

เสียงทุ้มเอ่ยสั้นๆ เป็นประโยคคำสั่งกลายๆ พาลิซ่าจึงต้องเอื้อมมือไปรับกระเป๋าเอกสารมาถือ แอบนึกนินทาในใจว่ายังไม่ทันไรก็ใช้งานแล้ว

ดีนมองดูร่างบางสวมชุดเดรสสีน้ำเงินมีเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสวมทับ ผมมัดครึ่งศีรษะ ไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มใบหน้านอกจากปากจิ้มลิ้มที่มันวาวด้วยลิปกลอส ร่างสูงเดินนำมาที่หน้าโรงแรม วันนี้เขาอาศัยให้บอดีการ์ดขับรถให้ ปกติชอบขับเอง แต่วันนี้มีเลขานั่งไปด้วย เขาต้องการอธิบายงานคร่าวๆ ให้เจ้าหล่อนฟัง

พาลิซ่าก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลังตามคนร่างสูง บอดีการ์ดปิดประตูให้เรียบร้อยก็เคลื่อนรถออกจากหน้าโรงแรม

"งานพี่ค่อนข้างยุ่งและหนักในส่วนของเอกสาร พลีสรับตรงนั้นไปก็แล้วกัน ช่วยสกรีนให้พี่ก่อนจะส่งมาที่โต๊ะ" 

เขาอธิบาย พาลิซ่านิ่งฟังเสียงทุ้มที่เอ่ยอย่างเป็นงานเป็นการ เมื่อเขาคุยเรื่องงานทำให้พาลิซ่าผ่อนคลายลงไม่รู้ตัว ตั้งใจฟังจนกระทั่งถึงบริษัท

ออฟฟิศบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ในเครือแม็คเคนซี่สาขาลาสเวกัสได้รางวัลยอดเยี่ยมหลายปีติดต่อกันจนมาถึงรุ่นลูก แต่สาขาใหญ่ที่บอสตัน ซึ่ง ลีย์กับดิรัสยา แม็คเคนซี่ดูแลอยู่ก็เป็นอันดับหนึ่งไม่ทิ้งห่าง ความเป็นมาของธุรกิจเงินตราของบรรพบุรุษนั้นสืบทอดมาเนิ่นนาน จนกระทั่งรุ่นคุณปู่คือ มิคาเอล แม็คเคนซี่ ท่านได้ปลดภาระที่ล้นมือด้วยการขายบริษัทย่อยๆ ไปหลายแห่ง แต่มารุ่นของสเตฟาน แม็คเคนซี่ ผู้เป็นบิดาของดีน ท่านก็ขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกตามความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ มันเป็นครรลองของมันอย่างนั้น เรียกว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก ธุรกิจอะไรจะผลิดอกออกผลงดงามเท่าธุรกิจเงินตราเป็นไม่มี สาขาอื่นๆ นั้นมีพวกหุ้นส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารตามความเหมาะสม

ดีนมองดูร่างบางที่เดินถือกระเป๋าโน้ตบุ๊กให้เขา ท่าเดินเงียบเรียบร้อย ใบหน้านิ่ง ดวงตาสีแซพไฟร์กะพริบปริบๆ ดีนจุดยิ้ม เรียนจบปริญญาโทมาได้ยังไงกันหว่า ท่าทางยังเป็นเบบี้ขนาดนี้ ดีนคว้ากระเป๋าไปถือเสียเองอย่างอดไม่ได้ คิดว่าจะแกล้งเสียหน่อยแต่เห็นท่าแล้วก็รู้สึกสงสาร เขาไม่ควรแกล้งเด็กที่ตื่นกลัวอยู่แล้วให้รู้สึกแย่ลงไปอีก

"เคยมาแล้วนี่ พี่ต้องแนะนำอะไรอีกไหม" 

เสียงทุ้มเอ่ยถามพาขึ้นลิฟต์สำหรับผู้บริหารไปยังชั้นบนสุด พาลิซ่าเคยติดตามบิดามาเที่ยวบ้าง ตอนที่ท่านยังเทรนงานให้พี่ดีนเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ไม่ได้มาอีกเมื่อพี่ดีนมาเป็นผู้บริหารของที่นี่

"เดี๋ยวถ้ามีเวลาค่อยดูก็ได้ค่ะ" 

เสียงเรียบร้อยเอ่ยขึ้น เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งดีนกับพาลิซ่าก้าวออกมาก็ต้องชะงักกึก เมื่อมีผู้หญิงสาวสองคนกรูเข้ามา

"ดีนขาดีน จูเลียตมารอตั้งนาน เมื่อคืนนัดไว้ทำไมไม่ไปหาจูเลียตล่ะคะ โทรไปก็ไม่รับ" 

เสียงนางหนึ่งเอ่ยพร้อมกับโผเข้าเกาะแขนขวาของดีน

"โมนี่ผ่านมาลาสเวกัส ผ่านออฟฟิศคุณ เลยแวะค่ะ คิดถึงคุณจัง" 

หญิงสาวนามโมนี่โผเข้าไปเกาะข้างซ้าย พาลิซ่าขยับตัวหนีแทบไม่ทัน เกือบโดนโมนี่ชนเข้าอย่างหวุดหวิด เห็นใบหน้าคนเนื้อหอมขมวดมุ่น คิ้วเข้มชนกันยุ่งก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็ว มุมปากได้รูปจุดยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้านกับสถานการณ์รถไฟชนกันแต่เช้า

"สวัสดีจูเลียต ผมขอโทษที เมื่อคืนมีธุระกะทันหันลืมโทรไปบอกคุณ สวัสดีโมนี่ คุณแวะมาไกลจัง ตื่นแต่เช้าแบบนี้ทานอะไรกันมาหรือยัง ถ้ายังจะให้เลขาของผมพาไปทานที่แคนทีนของเรา ผมขอเคลียร์งานสักครู่แล้วจะตามไป" 

ดีนเอ่ยเสียงเป็นกันเองพลางพยักพเยิดไปที่ เลขา ที่ยืนกุมมือหน้าตาตื่นๆ มองสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยอยู่

ทั้งจูเลียตและโมนี่ต่างก็หันไปมองเลขาส่วนตัวของชายหนุ่มที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งแห่งลาสเวกัส

"โมนี่รอคุณได้ค่ะ ไปทานร้านสิคะ ทานโรงอาหารมันจะอร่อยอะไรคะดีน" 

โมนี่เอ่ยทำท่าไม่ถูกใจกับข้อเสนอ ซบศีรษะกับต้นแขนของดีนอย่างออเซาะ พาลิซ่าเมินสายตาไปมองทางอื่นทันที

"แสดงว่าคุณต้องลอง จูเลียตคุณเคยไปทานกับผมแล้ว อร่อยหรือเปล่า"

ชายหนุ่มหันไปถามจูเลียต ใช้มือแกะปลิงทะเลที่แต่งชุดหรูราวกับเดินออกมาจากแม็กกาซีนออกทั้งสองคน พาลิซ่าฟังดูก็รู้ว่าเขาเป็นพวกมีจิตวิทยาสูงปรี๊ดแค่ไหน มีการถามซาวนด์เสียงเพื่อหาพวกอย่างแนบเนียน

"อุ๊ย อร่อยสิคะ คาเฟทีเรียของที่นี่เหมือนที่อื่นซะที่ไหนกัน ออกจะหรูและอาหารระดับภัตตาคารทุกเมนูย่ะเธอ" 

จูเลียตเอ่ยเสียงอวดกับโมนี่ ซึ่งก็ทำหน้าเชิดคอตั้งแหงนเหมือนยีราฟใส่อีกคน

ดีนก้าวไปยืนที่หน้าห้อง หันไปทางพาลิซ่า

"คุณสองคนรอที่โซฟาก่อน ผมจะคุยกับเลขาสักเดี๋ยว" 

ชายหนุ่มกล่าว ส่งสายตาเข้มเรียกพาลิซ่าให้เดินตามเข้าไปในออฟฟิศ วางกระเป๋าไปบนโต๊ะ พาลิซ่าเห็นคนเจ้าเสน่ห์ยกมือขึ้นเสยผมทำหน้ายุ่ง ร่างสูงเดินมาหาพาลิซ่า จ้องมองตาราวกับต้องการสะกดจิตเพื่อหลอกใช้

"ต่อไปนั่นเป็นอีกงานหนึ่งของเรา" 

เขาเอ่ยเสียงจริงจัง ปุ้ยปากไปทางนอกห้อง พาลิซ่าทำหน้าเหลอหลาหันไปมองตาม 

"งานอะไรคะ" เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

"สกรีน แขก ให้พี่ อย่าให้มาบนนี้โดยไม่ได้เชิญอีกเด็ดขาด ไม่รู้ว่าโรเจอร์ปล่อยขึ้นมาได้ยังไง" 

ดีนกล่าวเสียงติดรำคาญ โรเจอร์คือผู้จัดการทั่วไปอยู่ชั้นออฟฟิศถัดลงไปชั้นหนึ่ง

"เอ่อ สกรีนยังไงคะ" พาลิซ่ายังงุนงงและไม่เก็ตกับหน้าที่ เลขา ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งสดๆ ร้อนๆ

"อย่างสองคนนี้ ห้ามมาอีกเด็ดขาด"

"อ้าว จะไปห้ามเขาได้ยังไงคะ" พาลิซ่าทำเสียงอ่อนแย้งเขา

"ก็แล้วแต่เราสิ จะห้ามยังไงก็ไปคิดเอา"

เขาตอบแบบกำปั้นทุบดิน พาลิซ่าได้แต่กะพริบตากับประโยคนั้น

"เอาเป็นว่า แก้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ให้พี่ก่อน พาไปแคนทีนแล้วก็ทำยังไงก็ได้ให้เขาหายไปจากชีวิตพี่"

ดีนเอ่ยสรุปง่ายๆ อย่างที่คนรับคำสั่งต้องอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าแบบนี้ก็มีด้วย

"ก็ทำไมพี่ดีนไม่พูดบอกเขาตรงๆ ละคะ ไม่ชอบไม่คบก็บอกเขาไปสิ จะได้ไม่ทำให้ผู้หญิงเขาเสียเวลามาวิ่งตามแบบนี้" 

พาลิซ่าเอ่ยตรงๆ ตามความรู้สึก อดทำเสียงฉุนใส่เขานิดหนึ่งไม่ได้ ไม่คิดว่าพี่ดีนจะมีมุมเหลวใหลแบบนี้ 

"พี่เคยบอกแล้ว แต่ก็อย่างที่เห็น มีใครฟังไหม แม่โมนี่โมน่าอะไรนั่นก็อยู่ถึงบอสตัน มาทำไมก็ไม่รู้ จูเลียตนั่น ครั้งก่อนทะเลาะกับจิลลี่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทำไมยังมาอีก"

เขาเอ่ยแล้วก็จับไหล่พาลิซ่า จ้องมองดวงตาโตของเจ้าหล่อน พาลิซ่าจ้องตอบทำตาโต จิลลี่นั่นใครอีกล่ะ...จะบ้าตาย!

"ต่อไปนี้พลีสรับหน้าที่คัดกรองคนพวกนี้ให้พี่ที...นะน้องรัก" 

เขาพูดเสร็จก็ก้มมาจูบหน้าผากพาลิซ่าดื้อๆ ทำเอา น้องรัก ถึงกับตัวแข็งทื่อกับกิริยาที่ไม่คิดว่าเขาจะทำ

ร่างสูงเดินไปนั่งที่โต๊ะ

"โทรไปที่แคนทีน สั่งแบล็คคอฟฟีเข้มข้นมาให้พี่ที ต่อไปพลีสเป็นคนชง มีห้องครัวเล็กอยู่ติดกับห้องนี้" 

สั่งงานแบบรัวๆ อย่างคนที่คุ้นเคยกับการออกคำสั่ง พาลิซ่ายังยืนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก

"อ้าว งงอะไรหือ งานง่ายๆ แค่นี้เอง ตอนนี้ยังไม่ต้องจับงานเอกสารหรอก เอาแค่นี้ก่อน ถือเป็นการวอร์มอัปก็แล้วกัน ออกไปแล้วปิดประตูให้พี่ด้วย" 

เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับส่งรอยยิ้มมีเมตตาปรานีมาให้เหมือนบอสใหญ่ใจดี มือใหญ่จับกระเป๋าไปเปิดหยิบเอาโน้ตบุ๊กออกมากางแล้วก็ก้มหน้าก้มตาพิมพ์อะไรก็ไม่ทราบ ไม่สนใจพาลิซ่าอีกต่อไป

 พาลิซ่าถอนหายใจ หมุนตัวเดินออกไปหน้าห้อง เห็นผู้หญิงสองคนนั่งหน้าเชิด กอดอกหันข้างใส่กันอยู่ พอพาลิซ่าเดินไปหา ต่างก็เงยหน้าขึ้นมามองพาลิซ่า หญิงสาวรู้สึกสมเพชพวกผู้หญิงเหล่านี้จริงๆ ที่วิ่งตามผู้ชายที่ไม่เคยจริงจังด้วย ต้องการเพียงแค่หาประโยชน์ชั่วคราวจากพวกเจ้าหล่อนเท่านั้นเอง พอเบื่อแล้วก็ไสหัวทิ้งแบบนี้

"คุณจูเลียต คุณโมน่า"

"โมนี่ย่ะ!" เสียงยายโมนี่เอ่ยแก้พร้อมกับค้อนให้พาลิซ่า

"โอเค คุณจูเลียต คุณโมนี่ คุณสองคนฟังฉันนะ เรื่องที่เป็นความลับสุดยอด ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าคุณรู้มาจากฉัน"

พาลิซ่าเอ่ยทำหน้าขึงขังและทำเสียงกระซิบกระซาบ จูเลียตกับโมนี่รีบเอียงหน้ามาฟังโดยอัตโนมัติ เพราะคำว่า ลับสุดยอด นั่นมันเป็นเครื่องการันตีว่าสมควรได้รับการเอาใจใส่อย่างสุดยอดเช่นเดียวกัน

"อะไรยะเธอ" จูเลียตเอ่ยเร่งทำสีหน้าอยากรู้จัด พาลิซ่าทำเป็นหันซ้ายหันขวาเหมือนกลัวใครจะมาได้ยิน

"คุณรู้ไหมว่า เจ้านายของฉันน่ะ ตอนนี้เขาเป็นกามโรคหนองในอยู่ คุณจูเลียตคุณโชคดีมากที่เมื่อคืนเขาไม่ไปหาคุณ พอดีคุณหมอโทรมาบอกเขาไงว่าให้หยุดกิจกรรมสานสัมพันธ์กับพวกคุณไว้ชั่วคราวจนกว่าจะรักษาหาย แต่ถ้าใช้ถุงยางก็โอเคพออนุโลมได้ ก็แล้วแต่พวกคุณนะ แต่เรื่องนี้ห้ามบอกใครเด็ดขาดฉันขอให้พวกคุณสาบานด้วย เจ้านายต้องฆ่าฉันแน่ถ้าหากเขารู้ว่าฉันเอา ของลับ เอ๊ย ความลับสุดยอดของเขามาบอกพวกคุณแบบนี้"

พาลิซ่าพูดกระซิบจบก็เห็นสองสาวนั่นหน้าซีดเผือด ทำตาเบิกกว้างถลน อ้าปากค้างจนน้ำลายเกือบไหลยืดออกมา

"เฮ้ย อย่าบอกนะว่าพวกคุณนอนกับเขาแล้วไม่ได้ป้องกันน่ะ?" 

พาลิซ่าทำเสียงตกใจถาม ทำสีหน้ากังวลเป็นห่วงคนแปลกหน้าที่เพิ่งได้เห็นแค่สิบนาที รู้สึกสนุกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่คิดว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนี้ได้ แต่ก็ทำไปแล้ว ทำยังไงได้ล่ะ พี่ดีนบอกว่าให้จัดการขั้นเด็ดขาดนี่...

จูเลียตกับโมนี่ต่างพากันส่ายหัวหลุกหลิกทั้งคู่

"เขาไม่เคยประมาท กลัวโดนจับทำผัวยิ่งกว่าอะไร ป้องกันทุกครั้งย่ะ" 

จูเลียตพูดเสียงหงุดหงิด แต่ที่ไม่ได้พูดออกไปก็คือได้ยินมาแบบนั้น เพราะจูเลียตได้มีโอกาสขึ้นเตียงกับเขาครั้งเดียวเท่านั้น แถมตอนเขาเมาอีกต่างหากและก็ไม่ได้สอดใส่ จูเลียตใช้ปากทำออรัลเซ็กส์ให้เขาด้วยความหลงใหลกับความสง่างามสมชายชาตรีทุกกระเบียดนิ้วของดิเอโก้ แม็คเคนซี่ แล้วทำไมเขาถึงเป็นโรคได้ โธ่ น่าเสียดายที่สุด

"ฉันยังไม่เคยย่ะ โชคดีจริงๆ" 

โมนี่เอ่ยเสียงเบาโหวงเหมือนโล่งอกปนเสียดาย ใครจะไม่อยากจับทายาทแม็คเคนซี่ผู้มั่งคั่ง โมนี่อุตส่าห์บินมาที่นี่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ แต่ก็ต้องมาพบกับข่าวร้ายอย่างไม่อยากเชื่อดวงของตัวเอง ทั้งสองลุกพรึ่บขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

"พอดีฉันมีธุระด่วน ไปละย่ะ" โมนี่เป็นคนกล่าวขึ้นก่อนจากนั้นก็เดินสะบัดก้นไปทันที

"ฉันก็เหมือนกัน" 

จูเลียตรีบเอ่ยแล้วก็ก้าวซอยเท้าเดินลิ่วตามโมนี่ไปยังลิฟต์ พาลิซ่าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หวังว่าจะเป็นการกำจัดตลอดไปนะ... ตามคำสั่งบอสใหญ่เป๊ะเลย!


ความคิดเห็น