facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

​ตอนที่ 11-1 ต่างจิตต่างใจ

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 11-1 ต่างจิตต่างใจ

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 622

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 17:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 11-1 ต่างจิตต่างใจ
แบบอักษร

11. ต่างจิตต่างใจ


เมื่อโดยองมาถึงโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ซอนอูก็หายตัวไปแล้ว แจโฮที่เคยอยู่กับอีกฝ่ายจึงเป็นคนอธิบายเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบให้คุณชายที่เหงื่อชุ่มร่างราวกับเพิ่งไปอาบน้ำมาได้รับฟัง โดยเล่าว่าตนเองบอกให้ซอนอูอยู่รอเจอหน้าคุณชายก่อนแล้ว แต่ฝั่งนั้นกลับบอกว่าไม่อยากเจอในสถานการณ์นี้ จะกลับบ้านก่อนแล้วก็ลากสังขารตัวเองกลับไป

โชคดีที่ไม่ใช่อุบัติเหตุร้ายแรง ในช่วงที่สัญญาณไฟจราจรสีเขียวเพิ่งเปลี่ยนเป็นสีแดง ซอนออูพุ่งข้ามทางม้าลายอย่างกับเป็นลูกศร และชนเข้ากับรถยนต์คันที่ไม่สนใจสัญญาณไฟก่อนจะล้มลงแล้วใช้ขารองนั่ง อาการบาดเจ็บจึงเกิดขึ้นเพราะข้อเท้าหัก เท่าที่ได้ยินก็คือช่วงนี้ต้องห้ามเล่นกีฬาไปก่อนและใส่เฝือกเพื่อกันไม่ให้ข้อเท้าถูกใช้งานหนัก แน่นอนว่าโดยองไม่ได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบหรือขั้นตอนการรักษาหรอก เขากลับตำหนิว่าแจโฮว่าทำไมถึงไม่จับยูซอนอูไว้ก่อนเขาจะมาถึง แจโฮรู้สึกไม่ยุติธรรมกับสถานการณ์นั้นจึงพยายามอธิบายให้รับรู้สภาพของซอนอู เขาไม่สามารถเอาชนะความดื้อรั้นของเด็กที่เกิดมาเป็นน้องชายคนเล็กในบรรดาพี่น้องสามคนจากครอบครัวอันอบอุ่นอย่างยูซอนอูได้ จากนั้นเสียงบ่นพรำของโดยองก็ยาวขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งบ่นยาวขึ้นการทักท้วงของแจโฮเองก็ยาวตาม สุดท้ายจึงตั้งใจว่าจะเรียกคุณชายแล้วยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเอง แต่ทว่า

“ทำไมเดี๋ยวนี้คิมแจโฮของโลกใบนี้ถึงพูดเยอะขนาดนี้ล่ะ ล้อกันเล่นรึไง”

เพราะสีหน้าที่เปลี่ยนราวกับยักษ์ของโดยอง แจโฮเลยได้แต่เม้มปากเอาไว้ ‘จะปรับปรุงครับ คุณชาย’ พร้อมกับโค้งหัวลง โดนบังคับครึ่งหนึ่งยอมรับครึ่งหนึ่งว่าเป็นความผิดของตัวเอง หลังจากนั้นทั้งสองคนจึงมุ่งหน้าไปบ้านของซอนอู ถึงแจโฮจะกังวลว่าใบแจ้งเตือนอัตราความเร็วเกินกำหนดจะถูกส่งไปที่บ้านแล้วต้องฟังคำด่าทอจากคุณผู้หญิง แต่พอจินตนการว่าจะถูกโดยองที่นั่งเบาะหลังชกเข้า ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเหยียบคันเร่ง

โดยองโทรหาซอนอูเพราะไม่อยากเดินดุ่มๆ เข้าไปในคอนโด แต่แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่รับสาย

เอ้า ไม่รับสายงั้นเหรอ ให้ตาย


ชายหนุ่มกระหายชัยชนะอย่างลีโดยองก็โทรจนกว่ายูซอนอูจะรับ จนผ่านไปเกือบสี่สิบนาทีถึงได้ยินเสียงของซอนอูผ่านโทรศัพท์ ‘คร้าบบ’ ด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและขาดหายเล็กน้อย ในอกข้างซ้ายของโดยองก็เจ็บแปลบขึ้นมาทันที ต้องเจ็บแค่ไหน ร้องไห้ขนาดไหน เสียงถึงเปลี่ยนแบบนี้กัน เขาเม้มปากอย่างไม่รู้จะทำยังไงดีกับความรู้สึกผิด

“รุ่นพี่”

“...ยองงี่เหรอ”

“ครับ ผมเองครับ”

“อืม...”

ไม่ใช่เสียงดังโวยวายเหมือนที่ผ่านมา แล้วก็แตกต่างกับเวลาถูกใช้งานแล้วเรียกชื่อเขาด้วยความประหม่าอย่างสิ้นเชิง โดยองคิดว่าที่ซอนอูบาดเจ็บคงจะเป็นเพราะตัวเขา และพอรู้สึกแบบนั้นก็คิดต่อว่าอยู่ห่างซอนอูดีไหม อยากขอโทษ แต่การเอ่ยขอโทษออกมาให้เท่ากับความรู้สึกผิดในใจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เฮ้อ โดยองถอนหายใจออกมาสั้นๆ พร้อมกับหลับตาแน่น

“ขอโทษครับ รุ่นพี่”

ถึงตอนเริ่มจะยากแต่หลังจากนั้นมันก็ไม่ยากแล้ว เมื่อเปิดประตูออกคำขอโทษก็ทะลักตามมาอย่างกับน้ำในเขื่อน พร้อมกับพูดต่อว่าที่จริงแล้ว เขาแค่หมั่นไส้ที่ถูกรุ่นพี่ทำแบบนั้นใส่เมื่อช่วงต้นเทอม พอเห็นว่าไหนๆ ก็รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้วเลยใช้โอกาสนั้นแกล้งคืนนิดหน่อย แต่ปิดเทอมก็จะหยุดทุกอย่าง บอกกล่าวแผนต่างๆ ที่วางไว้ในช่วงที่ผ่านมา กระทั่งคำพูดมากมายของโดยองจบลงซอนอูก็ไม่อ้าปากพูดตอบเลยสักครั้ง จนโดยองเป็นฝ่ายไม่สบายใจ จับความรู้ไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องพูดอะไร ต้องอ้อนวอนขอการให้อภัยยังไง ‘ตอบหน่อยไม่ได้ครับรุ่นพี่ รุ่นพี่ซอนอู ยูซอนอู’ โดยองพยายามร้องขอการตอบรับ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีแค่เพียงการตัดสายโดยไม่มีคำพูดใดๆ สักคำเดียว ทันทีที่สายถูกตัดไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจ ดวงตาของโดยองก็เบิกกว้าง แจโฮมองคุณชายผ่านกระจกหลังก่อนจะเปิดปากพูดอย่างระมัดระวัง

“วางสาย... แล้วเหรอครับ”

“...อืม วางไปแล้ว”

“ลองลงไปดูด้วยตัวเองสักหน่อยไหมครับ คุณชาย”

“ออกรถก่อนเถอะ วันนี้ต้องไปที่คลับนี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเช้ามาใหม่”

“ครับ? พรุ่งนี้เช้าเหรอครับ”

“ต้องให้พูดซ้ำเหรอ”

“ขอโทษครับ ผมสั่งให้คนเอาชุดไปไว้ที่คลับแล้ว จะไปส่งเดี๋ยวนี้เลยครับ”


เมื่อโดยองมาถึงคลับ แม้จะต้องจัดการสถานการณ์หลายๆ อย่างแต่เขาก็ยังเลิกคิดเกี่ยวกับซอนอูไม่ได้ ทุกครั้งที่มีเวลาก็ส่งข้อความไปหาเรื่อยๆ แต่ซอนอูก็ไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน เข็มของจิตสำนึกจิ้มเข้ามาจน ตอนนี้เริ่มเจ็บแปลบๆ แล้ว แจโฮสังเกตสายตาของคุณผู้ชายที่ไม่รู้ว่าจะระเบิดขึ้นตอนไหนและรู้สึกไม่ปลอดภัย เขาจึงภาวนาอย่างจริงจังขอร้องให้วันนี้ไม่เกิดเรื่องอะไรที่ทำให้คุณชายอารมณ์ไม่ดีมากขึ้นเลย โชคดีที่ฟ้าเหมือนจะสงสารเวทนาเขาก็เลยผ่านวันนี้ไปได้ตามที่ขอ เมื่อโดยองทำงานที่คลับเสร็จแล้วเรียบร้อย แจโฮก็รับหน้าที่ขับรถพาคุณชายกลับบ้าน

ตีหนึ่งแล้ว แต่ยังคงไม่มีการติดต่อจากซอนอู โดยองเช็กหน้าต่างข้อความล่าสุดอีกครั้งพร้อมกัดฟันกรอดๆ จากนั้นก็โยนโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะ ปลดกระดุมเม็ดบนสุดที่รั้งคออยู่อย่างอึดอัดแล้วโยนตัวเองลงบนเตียง นอนนิ่งอยู่บนเตียงที่กระเพื่อมน้อยๆ มองไปบนเพดานขาวสะอาด มีใบหน้าของซอนอูที่ยิ้มอย่างโง่งมคล้ายกับภาพสะท้อนจางๆ ปรากฏขึ้นก่อนจะหายไป เขาหลับตาแน่นบิดตัวเอาหน้าซุกเข้ากับหมอน แจโฮตามโดยองเข้ามาในห้องเก็บเสื้อที่คุณชายโยนทิ้งไว้ตรงนั้นตรงนี้ขึ้น ก่อนจะปิดไฟให้พร้อมกับกล่าวลาเบาๆ

“พักเถอะครับคุณชาย ผมสั่งให้เตรียมรถไว้พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ”

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูรุนแรงกว่าที่แจโฮคิดจนอดรู้สึกเห็นใจไม่ได้ เพราะถึงแม้จะโต้เถียงกันแต่ก็ไม่เคยเย็นชาถึงขนาดนี้ เหตุการณ์อย่างวันนี้ทำให้รู้สึกห่างไกลมากขึ้น ในขณะเดียวก็ไม่รู้ว่ามันมาจากตรงไหน ไม่ใช่เพราะบรรยากาศของซอนอูที่ต่างไปจากปกติ แต่ก็เป็นความห่างเหินที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ หลังจากต้องคอยดูแลอยู่ข้างๆ คุณชายที่ความรู้สึกไวอย่างกับมีตาทิพย์แตกต่างจากคนทั่วๆ ไป สายตาของคิมแจโฮก็ต้องว่องไวในระดับที่เหนือกว่า ดังนั้นกับสถานการณ์ค่อนไปทางประหลาดอย่างตอนนี้ก็ได้แต่เอียงหัวด้วยความสงสัย ถึงจะคุ้นชื่อซอนอูจากปากคนอื่นแต่ก็ยังปล่อยวางความสงสัยไม่ได้อยู่ดี คุณซอนอู... ไม่น่าเป็นคนแบบนั้นนะ... จากนั้นวันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสนและน่าสงสัยก็มืดสนิทลง


* * *


ก่อนแสงอาทิตย์ตอนเช้าจะสาดส่องและโผล่พ้นขอบฟ้า โดยองก็เตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก้าวออกไปนอกบ้านหลังจากสะพายกระเป๋าที่อัดแน่นด้วยหนังสือเรียนวิชาพื้นฐานของวันพุธ แจโฮเองที่ต้องเตรียมตัวเริ่มวันใหม่ให้เสร็จก่อนคุณชายก็กำลังรออยู่หน้าบ้าน โดยองเข้าไปนั่งตรงเบาะด้านหลังในรถยนต์จิบกาแฟที่ลูกน้องคนอื่นเตรียมมาให้พลางคาดเข็มขัดนิรภัย เขาคิดว่าจะต้องไปขอโทษและรับการให้อภัยจากซอนอูให้ได้ พร้อมกับกำมือแน่นราวกับมันจะแสดงความมั่นคงทางความคิดของตัวเอง


และในช่วงเวลาเดียวกัน

“หาวววว พี่... ขอน้ำ...”

ซอนอูก็แค่หลับๆ ตื่นๆ ถามว่าตั้งแต่เมื่อไรน่ะเหรอ ก็ตั้งแต่กลับถึงบ้านเมื่อวานยาวมาจนถึงตอนนี้ ตอนที่โดยองโทรศัพท์มาขอโทษอย่างเป็นทางการซอนอูก็อยู่ในสภาวะสะลึมสะลือ เขาไม่รู้หรอกว่าใครโทรมา แต่เพราะเสียงเรียกเข้ามันดังมากก็เลยแค่รับๆ สายไป ถึงเขาจะหลับในสภาพวางโทรศัพท์ไว้บนหน้าแต่แบตฯโทรศัพท์ก็หมดจนเครื่องดับไป ตื่นเช้ามาถึงรู้ ‘อ้าว เครื่องดับเหรอ’ แล้วพูดอย่างไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญอะไร พูดง่ายๆ ก็คือ ยูซอนอูในตอนนี้จำคำขอโทษที่โดยองพูดจนปากเปียกปากแฉะเมื่อคืนไม่ได้เลยสักคำ แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองรับโทรศัพท์ไปด้วยความสะลึมสะลือ เพราะฉะนั้นเลยไม่มีทางรู้ว่าลีโดยองกำลังนั่งรถออกมาแต่เช้า แต่หลังจากชาร์ตแบตเตอรี่ที่ตายลงในสงครามและเปิดเครื่องติดแล้วอ่านข้อความที่โดยองส่งมาตลอดทั้งคืน ซอนอูก็แค่พึมพำว่า ‘ทำไมจู่ๆ เจ้านี้กลายเป็นแบบนี้ล่ะ’ แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการใช้พี่สาวที่กำลังยุ่งให้หาของกินมาให้เขาแล้ว

“เอาไปกินซะ ไอ้ตัววุ่นวายเอ๊ย”

“โอ้ยยย ขา โอ๊ย... เพราะพี่ตะโกนอะ ขาก็เลยสั่น โอ๊ยยย...”

“นี่ๆๆๆๆ เฮ้อ แก้นิสัยไม่ได้สักที คิดว่าแม่ตามใจเพราะเป็นน้องเล็กใช่ไหม”

“หัวโบราณจังนะครับ พวกคุณป้า น้องเจ็บก็ไม่คิดจะปลอบใจเลย”

“นั่งพับขาได้แบบนั้นจะให้ปลอบใจบ้านแกสิ!”

“เสียงดังกันจัง! ไอ้พวกนี้นี่ ห้ะ อยากจะแก่กันขนาดนั้นเลยรึไง ตั้งแต่เช้าแบบนี้น่ะนะ?!”


โดยองยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าจึงได้ยินหมดทุกอย่าง เขาไม่ได้ฟังเพราะอยากฟังแต่เพราะเสียงของคนในบ้านดังมากจนลั่นออกมาข้างนอก โดยองกดกริ่งหน้าบ้านเพื่อจะแสดงตัวเป็นรุ่นน้องมาเยี่ยมรุ่นพี่พร้อมกับสูดลมหายใจเข้า แต่ก็พลาดจังหวะไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความละล้าละลังและตั้งใจจะกดกริ่งใหม่อีกครั้ง ประตูกลับเปิดออกอย่างกะทันหันเลยถูกมุมประตูแอทแทคเข้า โดยองไม่ทันคาดคิดว่าจะโดนโจมตีเลยไม่ทันได้กันไว้จนร้อง ‘โอ๊ย!’ ก่อนจะก้มลงนั่งโอดโอยตรงทางเดิน ผู้ร้ายที่ก็คือพี่สาวคนรองของซอนอูที่ตั้งใจจะเปิดประตูแล้วออกไปทำงานนั่นเอง เธอรู้สึกทะแม่งๆ กับชายแปลกหน้าที่นั่งย่อตัวอยู่หน้าบ้าน จึงตะโกน ‘แม่! พ่อออ!’ แล้ววิ่งกลับเข้าไปในบ้าน สมาชิกครอบครัวทั้งหมดห้าคนในบ้านจึงแตกตื่นกับความอึกทึกคึกโครมพากันวิ่งออกมาตรงทางเดิน ซึ่งในมือแต่ละคนกำลังถืออาวุธที่ไม่เหมือนอาวุธอยู่ ภาพตรงหน้าเป็นสถานการณ์ที่เหมือนซิทคอมที่สุดในชีวิตช่วงวัยยี่สิบของโดยอง

“ลีโดยองงงง”

ซอนอูไม่รู้เลยว่าทำไมคุณรุ่นน้องถึงมาอยู่หน้าบ้านเขาในเวลาแบบนี้ และความจริงที่ว่าการเข้าใจผิดทั้งหมดนี้มีต้นตอมาจากการนอนหลับของซอนอู เจ้าตัวก็ไม่รู้ โดยองเองก็ไม่รู้ด้วยเช่นกัน

สภาพร่างกายของโดยองกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วแต่ก็มีอย่างหนึ่งที่เขาไม่สบายใจ นอกจากพี่สาวคนรองที่ออกไปทำงานแล้ว สมาชิกในครอบครัวของซอนอูต่างก็ทิ้งสิ่งที่กำลังตัวเองทำอยู่มาจ้องมองโดยอง ตอนเช้าก็ล้างหน้ามาดีแล้ว แต่ก็อาจจะมีขี้ตาติดอยู่เลยลองใช้มือขยี้ดู แล้วก็จับคางเช็กว่าโกนหนวดแล้วใช่ไหม มันก็ไม่ได้มีอะไรแปลกไป แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงเอาแต่จ้องอยู่แบบนั้น

“คือ... มีอะไรติดหน้าผม...”

“อาหารถูกปากไหม”

“ครับ? เอ่อ... ครับ อร่อยครับ”

ใช่แล้ว ถึงจะจัดการอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว แต่มันก็ลำบากในการตักข้าวเพิ่มอีกสักคำอยู่ ก็เอาแต่จ้องอยู่แบบนี้ จะให้เขาทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรแล้วตักข้าวเข้าปากได้ยังไงกันล่ะ เลยกินไปแค่ไม่กี่คำก็หยุด รสชาติดี แต่ถ้าได้กินอย่างเต็มที่ก็คงจะดีกว่านี้

“แล้วทำไมถึงมาบ้านพวกเราตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ล่ะจ้ะ”

โดยองพยายามขบคิดกับคำถามที่ไม่คาดไม่ถึง ถ้าบอกว่ามาขอโทษก็คงต้องเกริ่นยืดยาวไปอีก จึงคำนวณในหัวก่อนจะพูดออกมา

“ทางผ่านน่ะครับ จะไปเรียนพร้อมกับรุ่นพี่ซอนอูครับ”

“อ้าวเหรอ แล้วโดยองพักอยู่ที่ไหนจ้ะ”

“ผมอยู่คังนัมครับ”

“ถ้างั้นก็คนละทางเลยนะ...”

“อะฮ่าฮ่าฮ่าๆ แม่ก็! มัวแต่ชวนคุย โดยองเลยไม่ได้กินข้าวเลย! กินเร็ว เสร็จแล้วไปเรียนกัน เดี๋ยวเราจะสายนะ!”

ซอนอูกลัวว่าโดยองจะลำบากใจที่จะตอบเลยพูดต่อพร้อมเสียงหัวเราะ ‘จริงๆ ถ้าวันนี้โดยองเข้าสายอีกครั้ง เกรดจะตกมาต่ำกว่าบีเลยนะเนี่ย’ ด้วยความที่แม่ไม่รู้ความเป็นจริงก็เลยเออออตามบอกให้กินข้าวก่อนออกไป แถมยังตักข้าวให้พูดจานอีก ซอนอูกลัวความจะแตกก็เลยปล่อยเลยตามเลยแล้วเอาแต่ตักเครื่องเคียงหลายๆ อย่างวางไว้บนข้าวของโดยองด้วยใจที่ร้อนรน โดยองค่อยๆ เคี้ยวข้าวพร้อมกับเครื่องเคียงที่ซอนอูตักให้ช้าๆ หลังจากกินข้าวหมดทุกเม็ดก็ดื่มกาแฟสำเร็จรูปที่แม่เตรียมให้ จนกระทั่งเหลืออีกสามสิบนาทีจะถึงเวลาเริ่มคลาสวิชาพื้นฐานซอนอูถึงได้ผละก้นออกมาจากเก้าอี้ กะเผลกๆ ดันหลังโดยองออกไปทางประตูหน้าบ้าน​ แม่ ผมไปก่อนนะ หวัดดีครับ! วันนี้นอนหอนะ ไม่ต้องโทรมาล่ะ! ทิ้งท้ายไว้ว่าห้ามโทรมาเด็ดขาดแล้วเดินไปทางลิฟต์ อีกด้านหนึ่งโดยองก็ก้มโค้งหัวทักทายคู่สามีภรรยาอย่างสุภาพก่อนจะตามหลังซอนอูไป ก็เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะได้เจอกันอีกนี่นา สร้างความประทับใจอันดีงามไว้ก่อนก็ไม่มีอะไรเสียหาย

ความคิดเห็น