ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ใจของโอรสสวรรค์นั้นยากแท้จะหยั่งถึง

ชื่อตอน : ใจของโอรสสวรรค์นั้นยากแท้จะหยั่งถึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 94

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2563 17:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ใจของโอรสสวรรค์นั้นยากแท้จะหยั่งถึง
แบบอักษร

ณ ท้องพระโรงแคว้นเมิ่งซู       

“ฝ่าบาทพะยะค่ะ ตอนนี้ทัพหนานฉีสามารถยึดชายแดนฝั่งบูรพาได้แล้วและกำลังมุ่งมายังเมืองหลวง องค์ไท่จื่อเองก็ทรงประชวรหากปล่อยไว้นานกว่านี้แคว้นเทียนหยางคงเสียหายเกินกว่าจะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นเช่นเดิมได้ ขอฝ่าบาททรงพิจารณาด้วยพะยะค่ะ” 

เสียงของใต้เท้าหม่าดังขึ้นเพื่อบอกกล่าวแก่บุรุษผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์ หย่งเจี้ยนฮ่องเต้มีสีพระพักตร์ลำบากพระทัยก่อนจะทรงตรัสออกไปว่า  

“ฉางกงกง ส่งม้าเร็วไปเมืองหนิงเสียน ให้หนิงเสียนอ๋องยกธงขาวแล้วเชิญกองทัพหนานฉีมาเมืองหลวง เจิ้นจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับ” 

ตรัสจบก็ทรงผินพระพักตร์ไปทางฉางกงกงที่ยืนอยู่ข้างพระวรกาย 

“รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ” 

เมื่อฉางกงกงพูดจบหย่งเจี้ยนฮ่องเต้ก็ทรงผินพระพักตร์กลับมาหาเหล่าขุนนางและตรัสว่า 

 “วันนี้พอแค่นี้” 

จบคำก็ทรงสะบัดแขนเสื้อเสด็จออกนอกท้องพระโรง ทำให้เหล่าขุนนางต่างต้องรีบน้อมส่งเสด็จ 

“น้อมส่งเสด็จฝ่าบาทขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น หมื่นปี” 

ณ ตำหนักคุนหนิง 

ตอนนี้เหล่าสนมยศน้อยใหญ่ต่างมารวมตัวกันที่ห้องรับรองปีกขวาด้านในของตำหนักคุนหนิงหลังจากที่รู้ข่าวว่าฝ่าบาทมีรับสั่งให้หนิงเสียนอ๋องยกธงขาว 

“ฮองเฮาเสด็จจจ” 

เสียงเล็กแหลมของเปากงกงพูดขึ้นทำให้เหล่าสนมรีบคุกเข่าลงถวายพระพรมารดาแห่งแผ่นดินทันที 

“ถวายพระพรฮองเฮาขอทรงพระเจริญพันปี พัน พันปี” 

“ตามสบาย อย่าได้มากพิธีเลย” 

เสียงอ่อนหวานแต่ทรงอำนาจของหม่าฮองเฮาตรัสบอกเหล่าสนมก่อนจะเส็ดจไปประทับ ณ เก้าอี้ไม้สลักลายหงส์ตามด้วยเหล่าสนมที่นั่งตามลำดับยศของตนเอง 

เมื่อนั่งครบทุกคนแล้วพระนางก็ทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนหวานเช่นเดิมว่า 

“พวกเจ้าคงรู้แล้วสินะ เรื่องที่ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้หนิงเสียนอ๋องยกธงขาว” 

พระนางเว้นช่วงจิบชาชั่วครู่แล้วตรัสต่อว่า 

“ฝ่าบาทเชิญพวกเขามาพักที่วังหลวง คาดว่ามิเกินสิบวันกองทัพหนานฉีจะมาถึงวังหลวงพวกเราฝ่ายในมีหน้าที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับ หวังว่าพวกเจ้าจะตั้งใจทำสุดความสามารถ” 

“เพคะ” 

เหล่าสนมต่างพร้อมใจกันตอบรับด้วยความนอบน้อม ก่อนที่จินหวงกุ้ยเฟยจะตรัสถามออกไปว่า 

“ตอนนี้เมิ่งซูก็มิต่างอันใดกับเมืองขึ้นของหนานฉี หากฝ่ายหนานฉีต้องการบรรณาการมีชีวิตเพื่อไปอยู่ในฐานะที่มิต่างจากเชลยพวกเราจะทำเช่นไรดีเพคะ” 

“หากต้องการบรรณาการมีชีวิตจริงก็คงเป็นไท่จื่อกับกู้หลุนกงจู่” 

สุรเสียงของพระนางยังคงอ่อนหวานแต่ผสมไปกับความเศร้าเมื่อต้องคิดว่า โอรสและธิดาของตนคนใดคนหนึ่งต้องจากบ้านจากเมืองไปอยู่ในฐานะที่มิต่างจากเชลย 

“หากเป็นฝ่าบาทคงเลือกกูหลุนกงจู่ แต่ฝ่ายนั้นคงเลือกผู้ที่จะสืบทอดบัลลังก์อย่างไท่จื่อ” 

“มิรู้สิ ใจของโอรสสวรรค์นั้นอยากแท้ยั่งถึงยิ่งนัก อีกอย่างเรื่องบ้านเมืองสตรีเช่นพวกเรามิต้องยุ่งหรอก” 

จบคำพระนางก็ทรงตกอยู่ในภวังค์ของตนแล้วตรัสกับเหล่าสนมว่า 

“นี่ก็ยามอู่แล้วพวกเจ้ากลับตำหนักเถิด” 

ความคิดเห็น