ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กอดครั้งที่7

คำค้น : #วินหมอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2562 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่7
แบบอักษร

เอาพี่วินมาโยน







Chapter 07








จะตายแล้ว

อีกนิดนึงจะตายได้แล้วเนี่ย

ไม่เคยนั่งเฉยๆแล้วอึดอัดเท่านี้มาก่อนในชีวิต

เมื่อไหร่จะถึงมหาลัยซักที แล้วนี่รถมันจะติดอีกนานไหม เพิ่งจะสี่โมงเองว้อยยยยยยยย

เอ๊ะ ! หรือปกติก็ติดเวลานี้อยู่แล้ว

ผมแทบจะเอาตัวเองแนบไปกับประตูรถได้แล้วตอนนี้เพราะไม่อยากจะนั่งใกล้พี่วินเท่าไหร่ เขาดูไม่ได้สนใจผมเท่าไหร่นักเอาแต่ก้มดูหน้าจอโทรศัพท์และถอนหายใจรอบที่ล้านแปด

เออที่อึดอัดเพราะพี่มันเอาแต่ถอนหายใจเนี่ยแหละ

อยากเสือกนะ แต่ก็กลัวโดนด่า

ติ๊ง!!!!

ฟาคคคค กูวอุตส่าเงียบแล้วใครมันทักกูวมาอีกเนี่ย

ล้วงหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงก็ต้องเบิกตากว้าง

WINN : ทำไมเงียบ??

ลืมตอบแชทพี่วินบันเทิงไหมหล่ะ แถมคนส่งยังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ข้างๆ

เอ่อ...ทำไมเงียบนี่คงไม่ได้หมายถึงสถานการณ์ในรถตอนนี้หรอกใช่ม่ะ

กดอ่านข้อความก่อนจะส่งกลับ

KUN-KOM : ขอโทษครับพอดีติดธุระ

กดปิดหน้าจอวางโทรศัพท์ไว้ที่หน้าตัก

ไฟแดงทำไมมันนานขนาดนี้เนี่ย กะจะให้แดงจนถึงพรุ่งนี้เลยไหมห๊ะ คิดแล้วก็หงุดหงิด

ได้ยินเสียงโทรศัพท์พี่วินสั่นก่อนเจ้าตัวจะรัวนิ้วตอบกลับมา

ติ๊ง!!!!

ฟาคคค ลืมปิดเสียง

กดเปิดข้อความดูอย่างรวดเร็วพร้อมตอบกลับและไม่ลืมที่จะกดปิดเสียง ถ้ารอบนี้เขาส่งกลับมาแล้วได้ยินเสียงโทรศัพท์ผมอีกรอบต้องมีงานเข้าแน่ๆหล่ะ

WINN : ธุระสำคัญ???

KUN-KOM : มากๆครับ

เงยหน้าออกจากโทรศัพท์ก็เจอสายตาพี่วินที่จ้องหน้าผมอยู่

มองทามมายยยยยยยยย

ผมไม่ได้คุยกับพี่ หมายถึงไม่ได้คุยกับพี่วินตัวจริงแต่คุยกับพี่วินในแชทก็เถอะ

พี่วินหันไปสนใจถนนอีกครั้งเมื่อรถคันข้างหน้าเริ่มขยับ

รถเคลื่อนตัวเข้าในเขตพื้นที่มหาลัยทำให้ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ อยากให้ถึงที่หมายเร็วๆจะได้ออกไปจากตรงนี้ซักที

ภาวนาให้ในเขตมหาลัยรถไม่ติด

หลังจากหาที่จอดรถได้แล้วพี่วินก็กดโทรศัพท์อีกครั้ง

ผมรีบปลดสายเบลท์ออกก่อนจะเปิดประตู แต่แม่งเปิดไม่ออก ฮือออ พี่มึงจะล็อคทำมายยยยยย

“เดี๋ยว!!”

จะเรียกทำไมปล่อยผมไปที่ชอบที่ชอบเถอะ

หันมามองหน้าคนพูด ทั้งที่ความจริงอยากจะกระโดดออกจากตรงนี้ไปแล้วก็ตาม

“เป็นอะไรกับซุง??”

“ห๊ะ!!!”

อยากจะตอบกลับว่า

‘เสือกทำไมครับ’

แต่กลัวจะโดนตบปากแตกด้วยปากเลยได้แต่อ้าปากค้างกับคำถามที่ได้ยิน

พี่มันจะมาอยากรู้เรื่องของผมทำไม เอ๊ะ!!หรือพี่มันเห็นในเพจที่แชร์กัน ต้องใช่แน่ๆ

“ถามทำไมครับ”พูดออกไปไม่เต็มเสียงนักเพราะกลัวจะโดนตอกกลับมาอีก

“เคยมีคนบอกไหมว่าถามอะไรให้ตอบให้ตรงคำถามด้วย”พี่วินหันมามองหน้าผมแสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมาจนเห็นได้ชัด

อยากจะตอกกลับว่า

“เคยมีคนบอกไหมว่าอย่ายุ่งเรื่องของคนอื่น”

ไอเหี้ย!!! ดันหลุดพูดจริงๆ

ไม่ใช่แค่พี่วินที่มองผมนิ่ง ผมก็นิ่งครับ

อยากยกมือขึ้นมาตบความปากไวของตัวเองจริงๆ

พี่วินละสายตาจากผมหันไปมองทางอื่นก่อนจะกดปลดล็อครถ

“ไปซ้อมละครไป…”พูดออกมาทั้งที่ไม่ได้หันมามองหน้าผม

ผมควรจะขอโทษแล้วบอกล้อเล่นครับแล้วพูดความจริงไหมวะ แต่เหมือนว่าความคิดผมจะช้าไปกว่าการกระทำเพราะรู้ตัวอีกทีผมก็เดินลงจากรถมาโผล่อยู่ในโรงละครแล้ว

ผมซ้อมต่อบทกับพี่เรย์ได้พักใหญ่ๆก่อนจะทดลองขึ้นแสดงจริงๆ เพื่อให้คนที่ทำหน้าที่เซ็ทฉากและตัวประกอบรู้ว่าต้องทำอะไรตรงไหน แถมรุ่นพี่ยังชวนกันไปเที่ยวนอกสถานที่เพื่อเพิ่มความสนิทสนมให้กับนักแสดง

กว่าจะซ้อมส่วนวันนี้เสร็จ ทำอะไรอะไรเสร็จก็ปาไปเกือบจะสี่ทุ่ม ผมลากสังขารตัวเองออกมานั่งรอไอซุงที่โต๊ะหินหน้าโรงละครเพราะมันบอกว่าจะมารับตั้งแต่ผมยังซ้อมไม่เสร็จ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหัวมันโผล่มา

ทำอะไรชักช้าจังวะซุง ต้องชักเร็วๆดิจะได้เสร็จ เห้ย!!!ผิดประเด็นละ ทำไมเป็นคนหมกมุ่นอย่างนี้หมอก

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าเฟสบุ๊ค เห็นแต่รูปคู่ผมกับไอซุงเต็มหน้าฟีดไปหมด

ไอพวกนี้ก็ขยันแชร์จัง แถมวันนี้ทั้งวันที่ผมเดินอยู่ใน มหาลัย ก็มีแต่คนมองผม นี่กลายเป็นคนเด่นคนดังไปแล้วหรอเนี่ย

ดีใจจนเนื้อเต้น!!

ไม่ใช่และหมอก ต้องบอกว่าไม่ชอบเลยสิ เป็นคนไม่ชอบชีวิตวุ่นวายไม่ใช่หรือไง

เออจะว่าไปเหมือนตัวเองเป็นคนบ้าเลยว่ะ นั่งเถียงกับตัวเองอยู่ได้

“น้องหมอก ยังไม่กลับอีกหรอ”หันไปมองก็เจอพี่เรย์เดินยิ้มร่าออกมาจากโรงละครพร้อมพี่วิน

“รอซุงมารับครับ”ตอบกลับไป

พี่เรย์ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผมก่อนจะขยับเข้ามาใกล้อีก

“ให้พี่นั่งเป็นเพื่อนไหม”ยิ้มออกมาจนเห็นฟันครบ32ซี่

“ม่ะ...ไม่เป็นไรครับ”จะให้นั่งเป็นเพื่อนทำไมดูสายตาพี่วินสิจะฆ่าผมอยู่แล้ว

“พี่ว่างนะ ไอวินก็คงไม่ติดธุระอะไรนั่งรอด้วยได้”ยังคงเสนอตัวเองไม่เลิก

จะติดธุระหรือไม่ติดผมก็ไม่สนเพราะเพื่อนพี่จะฆ่าผมด้วยสายตาอยู่แล้วเนี่ย

“เกรงใจครับ”ยิ้มตอบกลับไปทั้งที่ไม่ได้เต็มใจนัก

“ไม่หรอก เนอะไอวิน”หันไปคุยกับพี่วินเพื่อต้องการเสียงยืนยันเพิ่ม

“อือ”พี่วินพยักหน้าก่อนจะนั่งลงอีกฝั่ง

“ว่าแต่ น้องหมอกจะไม่ไปเที่ยวกับพวกพี่ๆกันหรอ ไม่เห็นลงชื่อไว้”พี่เรย์หันมาถามผม

พวกพี่ๆให้ลงรายชื่อคนที่จะไปเที่ยวไว้เพื่อจะได้จองสถานที่ให้พอกับจำนวนคน แต่ผมยังไม่ได้ลงชื่อไว้เพราะกะว่าจะไปชวนใยไหมให้ไปด้วยกันแต่ใจจริงก็ไม่ได้อยากไปเท่าไหร่

“เอ่อ...ขอกลับไปคิดดูก่อนครับ”

 “กลับไปคิดหรือกลับไปขออนุญาตใคร”พูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แต่สายตาที่มองมากลับไม่ได้แสดงอย่างที่พูดอยู่ มันเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรซักอย่าง

เออ แล้วพี่มันจะไม่พอใจอะไรหล่ะ เลิกคิดได้แล้วไอหมอก

“ไอซุงหรอครับ? ถ้าหมายถึงไอซุงก็ต้องขอมั้งครับ”พูดโกหกเพื่อที่จะดูว่าพี่เรย์จะทำยังไง

ที่ผมทำแบบนี้เพราะอยากรู้ว่าทำไมทั้งพี่วินทั้งพี่เรย์ถึงเอาแต่ถามเรื่องไอซุง ว่าเป็นอะไรกัน จริงๆอยากตะโกนมใส่หน้าเลยว่า เพื่อนกันว้อยยยยย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวันที่พี่เรย์ชวนผมพูดแล้ววกเข้าเรื่องนี้ พี่เรย์พูดแบบนี้กับผมตั้งแต่ตอนที่ซ้อมบทละครด้วยกัน ผมเลี่ยงการตอบคำถามมาตลอด แต่ครั้งนี้เริ่มจะอยากรู้ขึ้นมาแล้ว

“น้องหมอกคบกับน้องซุงหรอครับ?”ยิงคำถามมาอีกครั้ง

“อ๊ะ!!! ซุงมาแล้ว ขอบคุณที่นั่งรอเป็นเพื่อนนะครับ”

หันไปมองก็เห็นรถของไอซุงกำลังจอดที่หน้าโรงละครพอดี ผมกล่าวลาก่อนจะลุกขึ้นยืน

อยากจะกระโดดไปร้องเพลงให้ไอซุงฟังว่า

เธอมาได้ทันเวลาพอดี อย่างกับรู้ใจ.....**

“ไม่อยากเป็นเพื่อนครับ อยากเป็นอย่างอื่น”พี่เรย์ลุกขึ้นยืนตามผม

ผมหัวเราะแหะๆกลับไป ไม่รู้ว่าพี่มันแกล้งผมเล่นหรือพูดจริง แต่ผมไม่คิดเข้าข้างตัวเองแน่ๆ

เดินมาเปิดประตูรถก่อนจะก้าวขาเข้าไปนั่ง

“ทำไมพี่วินถึงอยู่ด้วย”

นั่นไง ว่าแล้วว่าต้องถามและก็ถามจริงๆด้วย

“เค้ารอพี่เรย์ไหมหล่ะ”พูดออกมาก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมากด

“กูว่าพี่เรย์อะไรเนี่ยต้องคิดอะไรกับมึงแน่ๆ”ไอซุงพูดขณะที่เคลื่อนรถออกจากหน้าโรงละคร

“อะไรที่ว่าคืออะไร”ผมหันไปถามไอซุงที่ขับรถอยู่

“เค้ามองมึงแปลกๆ ตอนที่เจอกูครั้งแรกสายตานี่เหมืออนจะฆ่ากูเลย”ไอซุงมันอธิบาย

อือ จะว่าไปก็จริง ครั้งแรกที่เจอพี่เรย์ตอนที่กลับจากดูหนังกับไปซุงพี่เรย์ก็มองไอซุงแปลกๆ เหมือนเจ้าคิดเจ้าแค้นไอซุงมาก เอ๊ะ หรือไอซุงมันไปแย่งแฟนเค้ามาแล้วผมไม่รู้วะ ไม่ใช่ล่ะหมอกไอซุงมันหวงเนื้อหวงตัวจะตายจะไปมีแฟนได้ยังไง

“เค้าจะฆ่ามึงหรือจ้องจะกินมึง”พูดน้ำเสียงหยอกล้อกลับไป

“หมอก ขนลุก เค้าจะมากินกูทำไม”

“เอ้า ใครจะไปรู้อ่ะ ความจริงเค้าอาจจะสนมึง แต่เข้ามาทำความรู้จักกู เข้าทางเพื่อนอ่ะเคยได้ยินไหม”

“สนกูก็ต้องเข้าหากูดิ อันนี้เค้าเข้าหามึงเค้าสนมึง”

“เออ แต่เอาจริงๆตอนที่กูพูดถึงมึงพี่เค้าทำสีหน้าแปลกๆด้วย แบบไม่พอใจ”

“เห็นม่ะ เค้าไม่ชอบที่มึงมายุ่งกับกู” ไอซุงพูดต่อ

“ใช่เพราะเค้าชอบมึง”

“ไม่ใช่ล่ะหมอก ทำไมวนมาเรื่องนี้อีกแล้วเนี่ย”ไอซุงบ่นอุบอิบ

ผมขำออกมาเมื่อแกล้งมันได้สำเร็จ

ไอซุงมันไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่จะมีคนมาชอบมัน มันบอกไม่อยากให้ใครมาสนมัน จริงๆมันหวงตัวเอง แบบคนรักตัวเองมากรักขนาดที่ว่าไม่อยากให้ใครมารักมัน เพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอรักคนอื่นจนลืมรักตัวเอง ตรรกะมันโครตเทพ แต่ผมไม่นับถือ

หลังจากค่ำคืนยันยาวนานผ่านพ้นไป วันใหม่ผมก็มานั่งทำหน้าโง่ๆอยู่ในห้องเรียนแบบเดิม

อยากเกิดมาฉลาดเหมือนคนอื่นบ้าง จะได้ไม่ต้องมารู้สึกว่าตัวเองกำลังเรียนอะไรอยู่ทำไมมันทำให้ตัวเองดูโง่ขนาดนี้

และแล้ว คาบเรียนอันแสนน่าเบื่อก็จบลง ผมเดินออกจากห้องเรียนด้วยสภาพอิดโรยเต็มทน วันนี้ต้องไปซ้อมละครเวทีต่อ และใยไหมไปรอผมที่โรงละครแล้วเพราะรายนั้นเลิกตั้งแต่เที่ยง

ผมเดินลงมาหน้าตึกยืนรอรถโดยสารของมหาลัยเพื่อที่จะไปโรงละคร ซึ่งตอนนี้ตาผมกำลังจะปิดแล้ว

ปริ้นปริ้น!!!

เสียงแตรรถดังอยู่ไม่ไกลก่อนรถเจ้าของเสียงจะจอดขนาบฟุตบาตตรงหน้าผม

ผมไม่ได้สนใจรถที่มาจอดเท่าไหร่นัก เพราะง่วงเต็มทน ห้าว!!เมื่อไหร่รถจะมาเนี่ย

“น้องหมอก!!”เจ้าของรถที่จอดเปิดประตูรถออกมาพร้อมกับเรียกชื่อผม

“พี่จ้าสวัสดีครับ”ยกมือไหว้คนที่กำลังเดินมาหาผม

“จะไปไหนหรอ ให้พี่ไปส่งไหม”พี่จ้ายิ้มออกมาขณะที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม

อยากไปนะ แต่ก็กลัว ผมไม่ค่อยชอบอยู่กับพี่จ้าเท่าไหร่ยิ่งไม่มีไอซุงอยู่ด้วยยิ่งไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่นัก แต่จะปฏิเสธก็กลัวจะเป็นการแหกหน้าพี่จ้าเกินไปหน่อย

“น้องหมอก!!!!”

ว้อยยย!!! ทำไมวันนี้มีแต่ผู้ชายเรียกวะ

หันไปมองเจ้าของเสียงผู้มาใหม่ก็เจอพี่เรย์ยืนยิ้มร่าอยู่ข้างรถบิ๊กไบค์คันโต เดินเข้ามาหาผมด้วยท่าทางกระตือรือร้นเป็นพิเศษ

เอ่อ ถ้าไม่รู้จักกันจริงๆคงคิดว่าพี่เรย์เป็นบ้า คนอะไรจะร่าเริงตลอดเวลาขนาดนี้

“เลิกเรียนแล้วหรอ ไปโรงละครกับพี่ไหม”พี่เรย์มายืนข้างๆผม ยิ้มพร้อมกับพูดไปด้วย

“เอ่อ....”ถ้าตกลงไปกับพี่เรย์พี่จ้ามันจะฆ่าผมปะวะ

“เห้ย!! กูมาชวนน้องก่อนมึงมายุ่งอะไร”พี่จ้าพูดออกมา

ว้อยพี่มึง จะมามีเรื่องกันตรงนี้ไม่ได้

“เอ้าคุณ ดูหน้าน้องก็รู้ว่าไม่ได้อยากไปกับคุณผมก็แค่เสนอตัวมาชวนเฉยๆ”พี่เรย์ตอบกลับ

อย่าโยนขี้มาทางนี้ ทั้งที่มันเป็นความจริงก็เถอะ

“เสือก!!!”พี่จ้าพูดเสียงดังจนคนหันมามอง

ตายแล้ว ปกติกูก็มีเรื่องให้เป็นประเด็นอยู่แล้ว จะมามีประเด็นเพิ่มไม่ได้

ผมจับแยกพวกพี่มันสองคนออกจากกันเพราะดูท่าแล้วพี่จ้าพร้อมจะกระโจนใส่พี่เรย์เต็มที่มาก เอาอะไรมาฉุดคงไม่อยู่แล้ว

“น้องหมอกไปกับพี่เถอะไหนๆพี่ก็ต้องไปอยู่แล้ว ส่วนคุณกลับไปเถอะ”พี่เรย์ดึงมือผมไปถือไว้

“กูเต็มใจไป มึงไม่ต้องมายุ่ง”พี่จ้าดึงมือผมอีกข้าง

แม่จ๋า หมอกโดนผู้ชายรุมฉุดทำไงดี

อะไรนะ เสนอตัวไปเลยหรอ

อุ้ย!!แม่อย่าตีหมอก

“งั้นเอางี้...”

เอางี้อะไรอย่าส่งสายตากดดันมาทางนี้

“น้องหมอกจะให้ใครไปส่งครับ”พี่เรย์ถามผมพร้อมรอยยิ้ม

ฮือออ ทำไมรอยยิ้มมันน่ากลัวแบบนี้ พี่พูดเหมือนผมเลือกได้อ่ะ แค่รอยยิ้มพี่ก็จะฆ่าผมให้ตายอยู่ตรงนี้ได้อยู่แล้ว หันไปมองพี่จ้าก็เจอสายตาที่โครตจะกดดัน นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่คณะไอซุงนะผมไม่เกรงใจแล้ว

(ไม่เกรงใจคือปฏิเสธเค้าอย่างเลือดเย็น:ไรท์หมี)

หมายถึงเสนอตัวให้เค้าอย่างไม่เกรงใจว่าไอซุงจะตามไปฆ่าทีหลัง อ้าว!! ผิดประเด็นหรอ เอาใหม่ขอเวลาคีพคูลสามวินาที

เอาไงดีวะหมอก

ผมยืนมองพี่เรย์กับพี่จ้าสลับกันไปมา ไปกับพี่จ้าก็ต้องเจอพี่เรย์ที่โรงละครอยู่ดี แต่ถ้าไปกับพี่เรย์ก็กลัวว่าจะมีปัญหากับพี่จ้าทีหลัง แต่ก่อนอื่นคือตอนนี้ง่วงมากฉะนั้นต้องรีบตัดสินใจก่อนจะหลับไปตรงนี้

อ๊ะ!!นั่นไงตัวช่วย เอาก็เอาวะ

“พี่วินครับ!!!”

ผมตะโกนเรียกคนที่ยืนพิงรถเล่นโทรศัพท์อยู่อีกฝั่งของถนนจนเจ้าของชื่อหันมามองพร้อมหัวคิ้วที่ขมวดรวมกันจนเป็นปม

พี่มึงอยู่ถูกที่ถูกเวลามาก ถ้าสนิทกันมากกว่านี้จะเดินไปฟัดแก้มเป็นการขอบคุณ ว๊าก แม่อย่าตีหมอก

ผมแกะมือพี่เรย์และพี่จ้าออกก่อนจะเดินข้ามไปอีกฝั่งไปยืนอยู่ตรงหน้าพี่วินที่ตอนนี้มองผมด้วยคำถามประมาณว่า

‘มึงเรียกกูเพื่อ คนมองกูหมดแล้ว กูอุตส่าอยู่เงียบๆ’

“ช่วยไปส่งผมที่โรงละครได้ไหมครับ”พูดกับพี่วินให้ได้ยินกันแค่สองคน”คือพี่สองคนนั้นเค้าแย่งกันจะไปส่งผมแล้ว...”

“ขึ้นรถสิ”พูดแทรกออกมาทั้งๆที่ผมยังพูดไม่จบ

เดินมาเปิดประตูฝั่งคนนั่งให้ผมเข้าไปนั่งก่อนเจ้าตัวจะเดินมานั่งอีกฝั่ง สตาร์ทรถและขับออกไป

เค้าเปิดประตูรถให้ผมนั่งด้วยอะแม่ นั่งบิดตัวเองอยู่ในใจเพราะแสดงออกมาไม่ได้

“เสน่ห์แรงนะ”พีวินพูดออกมาจนผมต้องหันไปมองหน้า

แรงแค่ไหนก็มัดใจพี่ไม่ได้หรอก

เออว่าแต่...กูมานั่งอยู่ในรถกับจระเข้ได้ไง

ไอหมอก!!!มึงง่วงจนเบลอไปแล้วหรอห๊ะ

“ไม่ได้อยากมีครับ”พูดออกมาและหันออกไปมองนอกรถ

ตอนแรกอยากมีนะคนมาตามจีบแบบนี้ แต่ตอนนี้เริ่มจะรำคาญล่ะ มาทีละคนก็ได้ไหมมึงทำไมต้องมารวดเดียวหลายๆคน

สับรางไม่ทันว้อย

อ้าว ไม่ใช่หรอ เอาใหม่ๆ

ทำไมต้องมาหลายๆคนมาทีละคนก็ได้ เดี๋ยวถ้ามาเพิ่มจะเลิกกับคนนี้แล้วไปคบกับคนนั้น โว้ยไอหมอก ไอคนใจง่าย ทำไมความคิดเป็นแบบนี้

“ไม่อยากมีคนมาจีบ?? ทำไมหล่ะ”ถามคำถามอีกครั้ง

“รำคาญ”เออรำคาญพี่มึงอ่ะ ถามอยู่ได้ กูง่วงครับ ง่วงมากๆ หนังตาจะปิดแล้วเนี่ย

และแล้วผมก็เดินทางมาถึงโรงละคร ตอนนี้พี่วินกำลังหาที่จอดรถอยู่ หลังจากจอดรถเรียบร้อยผมก็กล่าวขอบคุณก่อนจะปลดสายเบลท์

 “ขอโทษนะ”จู่ๆพี่วินก็พูดขึ้นมาจนผมต้องหันไปมองหน้า

พี่มันไม่ได้คุยโทรศัพท์หรือว่าคุยกับใครแต่กำลังมองหน้าผมอยู่

“เรื่องอะไรครับ?”ถามออกไปขณะที่หันหน้ากลับ

“คืนนั้น ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

คืนนั้น อ้อ หมายถึงคืนที่ผมนอนกับพี่มันแน่ๆ

“อ้อ!! ช่างมันเถอะ”

พูดแบบนั่นแต่ใจนี่กระตุกเลย รู้สึกเหมือนหัวใจมันหน่วงๆจนอยากจะร้องไห้ เดี๋ยวๆไอหมอก อย่าดึงดราม่าเดี๋ยวร้องไห้จริง

ทะเลาะกับตัวเองเสร็จก็หันไปเปิดประตูรถ

 “จีบได้ไหม...”

“ห๊ะ!!”วันนี้กูตกใจกี่รอบแล้วเนี่ย

อยู่ๆจะมาขอจีบได้ยังไง ต้องขอแต่งแล้วสิผมเสียตัวไปแล้วนะ อ้าว! ไม่ใช่หรอ ผิดประเด็นอีกล่ะ

“จริงจัง”

เหอะ ผมหัวเราะกับตัวเองในใจเมื่อได้ยินคำพูดจากคนตรงหน้า

“ผมไม่ตลก”พูดจบก็เดินออกจากรถทันที

คนอย่างพี่วินอะนะจะจริงจังกับใคร อย่าลืมว่าพี่วินเจ้าชู้ ฟันแล้วทิ้งไปทั่ว ผมไม่ใจอ่อนหรอก วันก่อนยังด่าว่าผมนอนให้ท่าผู้ชาย วันนี้จะมาขอจีบ นี่พี่มันเป็นไบโพล่าหรือเปล่าเนี่ย

อีกอย่างขอเล่นตัวก่อน เดี๋ยวพี่มันจะบอกว่าผมง่าย เออว่าแต่เล่นตัวแรงไปปะพี่มันจะวิ่งหนีผมหรือเปล่าเนี่ย ต้องกลับไปง้อไหมอ่ะ ไม่ๆต้องไม่ง้อ เราต้องหยิ่งเข้าไว้ ต้องเล่นตัวเยอะๆ

เออว่าแต่ ตกลงพี่มันเป็นไบโพล่าหรือกูเป็นเองเนี่ย งงอารมณ์ตัวเองแล้วเนี่ย

เอาจริงๆผมไม่ได้จีบยากนะ ไม่ได้เห็นแก่เงินด้วย

อยากจีบก็แค่เอาดอกไม้ช่อโตมาวาง

เอาแหวนเพชรมาล่อ

เอาชาบูมาประเคน

เดี๋ยวๆไอหมอก ไม่ใช่ล่ะ อันนี้เค้าเรียกใจง่ายว้อยยยยยยยยย

ให้กูได้เล่นตัวหน่อยไม่ได้หรือไง มึงหิวผู้ชายอะไรขนาดนี้ห๊ะ

เอ๊ะ!!! นี่ฝันอยู่หรือเปล่าเนี่ยไม่อยากหน้าแตกเหมือนคราวก่อน อุตส่าดีใจแต่มาดันเก้อเพราะแม่งดันเป็นแค่ความฝัน

ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นมาบีบแก้มตัวเองแรกๆ

“อ๊ากกกกก!! เจ็บชิบหาย”

เปลี่ยนจากบีบมาถูแก้มตัวเองแทน นี่ไม่ได้ฝันหรอเนี่ย พี่วินขอจีบเนี่ยนะ

ฮือออ ดีใจจนเนื้อเต้นที่มีผู้ชายมาจีบ

เอาตัวไปใส่พานถวายให้เลยดีกว่า

อ๊าก!! แม่อย่าตีหมอก หมอกขอโทษ

ฮืออออ











-----------------------------------------

#วินหมอก #ซุงหมอก #เรย์หมอก หรือ #จ้าหมอก ดีนะ

เค้ากลับมาแล้วววววววววว

ทำไมมีแต่คนรุมน้อง 

คิดถึงเค้ากันไหมเอ่ย ^^

ความคิดเห็น