facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

​ตอนที่ 9-2 การแกล้งนี่สนุกเว่อร์

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 9-2 การแกล้งนี่สนุกเว่อร์

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 567

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 17:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 9-2 การแกล้งนี่สนุกเว่อร์
แบบอักษร

​ซอนอูคว้ากระเป๋าแล้วเดินลัดมหาวิทยาลัยด้วยฝีท้าวหนักๆ มุมปากที่งอง้ำลงไปยังพื้นดินก็ไม่มีท่าทีว่าจะยกขึ้นมาเลย ลองก้าวเดินแล้วเตะพื้นถนนกระจายทีละก้าวๆ แต่ยังไงก็ความรู้สึกที่แน่นเอี้ยดมันก็ไม่ดีขึ้น โดยองมองภาพคนไร้เรี่ยวแรงเดินเข้ามาหาตัวเองก่อนจะจิ๊ปาก ถ้าเขาเรียกมาก็ต้องวิ่งมาด้วยความเร็วแล้วถึงให้ได้ภายในสองวินาทีแม้ท้องฟ้าจะแบ่งเป็นสองฝั่งสิ แต่ตอนนี้เกลับเดินค่อยๆ มางั้นเหรอ ไม่ได้การล่ะ มุมปากของโดยองที่คิดวิธีแกล้งแบบใหม่ออกก็ยกกระตุกขึ้น ‘หวัดดี โดยอง’ ซอนอูทักทายก่อนด้วยน้ำเสียงยืดยานอย่างไม่ได้จริงใจแล้วชิงนั่งลงข้างๆ เขา ริมฝีปากที่ยื่นออกมาระหว่างแกะกล่องทงคัตสึมื้อเที่ยงที่ห่อมาก็ไม่มีท่าทีว่าจะหุบเข้าไป ครืด ครืด โดยองค่อยๆ ติดเครื่องแล้วปากของเขาที่ขืนปิดเอาไว้อยู่ก็เปิดออกก่อนจะเริ่มพูดกับซอนอู

“เดี๋ยวนี้... เลทบ่อยนะครับรุ่นพี่”

“ห้ะ”

“ไม่ได้อยู่บ้านด้วยซ้ำ แล้วก็เห็นว่าอยู่แถวๆ มหาลัยก็เลยโทรไป แต่อืดอาดยืดยาดแบบนี้ก็เสียเวลาผมสิครับ”

“อะ เอ่อ... แต่ฉันเองก็กินข้าว...”

“รุ่นพี่ซอนอู”

โดยองเรียกซอนอูด้วยเสียงทุ้มต่ำแบบไม่เคยพูดออกมาก่อน ซอนอูจึงใจเต้นอยู่ครู่หนึ่งกับน้ำเสียงแบบนั้นที่ไม่ได้ยินมานานมากแล้ว ปัญหาก็คือมันแค่เพียงครู่เดียวจริงๆ

“ช่วยทำ... ตามที่ผมพูดเท่านั้นนะครับ”

“...”

“ผมก็ไม่ได้ค่อนข้างชื่นชอบการใช้กำลัง”

“...”

“เพราะผมเองก็ไม่ชอบการหมดแรงและการเคลื่อนไหวร่างกาย แต่รุ่นพี่ไม่ค่อยเป็นแบบนั้นใช่ไหมล่ะครับ”

ครับผม ครับผม ตามนั้นแหละครับ ครับๆ

ซอนอูไม่ตอบอะไรก่อนจะพยักหน้าอย่างแรงเหมือนเข้าอกเข้าใจในคำพูดของโดยอง จากนั้นก็พูดว่าฉันเองก็ขี้เกียจเลยไม่ค่อยชอบใช้จะร่างกายเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้ออกไปเที่ยวก็จะนอนแผ่งีบหลับที่บ้าน และยังชีพด้วยข้าวที่แม่ทำไว้ให้กับขนมที่พวกพี่สาวเอามาให้ เล่าฉอดๆ ถึงเรื่องราวอันไร้ประโยชน์ของตัวเอง ก่อนจะถูกด่าอีกครั้ง ‘มันเป็นความภูมิใจของรุ่นพี่สินะครับ’ โดยองที่ฉีกยิ้มอย่างนุ่มนวลช่างดูดีแต่ดุดัน ในสายตาของซอนอูแล้วมันเป็นแบบนั้น ยิ่งไปกว่านั้นข้อความที่สามารถจะอธิบายลีโดยองได้ก็เหมือนว่าจะไม่มีอยู่ในโลกนี้


* * *


ตามที่โดยองบอกไว้ ทั้งสองคนก็ทำการติวอย่างจริงจัง การติวสามครั้งต่อสัปดาห์ผสมกับการตัดสินของคุณรุ่นน้องนิดหน่อยจึงถูกเปลี่ยนเป็นสี่ครั้ง ซอนอูที่ถูกขู่เข็ญในชีวิตประจำวันก็ลุกขึ้นประท้วงอยู่ครู่นึงแต่ก็ค่อยๆ สงบลง

“มันเป็นเพราะรุ่นพี่ไม่ยอมอ่านหนังสือเตรียมไว้ต่างหาก ไม่รู้ทำไมถึงมาโทษผมจริงจังแบบนั้นนะครับ”

โดยองเพิ่มวันติวหนังสือและโทษว่าเป็นความปิดของยูซอนอู ก็รุ่นพี่เที่ยวไปบอกใครต่อใครว่าจะไปสอบโทอิกทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรในหัวเลยจนน่าอายนี่

‘รุ่นพี่ทำอะไรไม่ได้นอกจากอันนั้นแล้วเหรอครับ เตรียมสอบโทอิคอยู่แต่ไม่รู้คำศัพท์พื้นฐานพวกนั้นสักคำเลยเหรอครับ ไม่เข้าใจจริงๆ เลยนะครับ จนตอนนี้เอาแต่หนีเรียนแล้วไปเที่ยวใช่ไหมครับ เป็นวีดีโอที่ไม่เคยแม้แต่จะดูสินะครับ ถ้าคะแนนออกมาน้อยกว่าไซซ์รองเท้าจะทำยังไงกัน... น่าตกใจเลยนะครับที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยมาได้’

ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปโดยที่โดยองเป็นคนควบคุมทุกอย่างจะแทบไม่ได้หยุดพักจนรู้สึกเจ็บช้ำใจที่ไม่สามารถแสดงอารมณ์อะไรออกไปได้ เพื่อไม่ให้เห็นน้ำตาของความขุ่นเคืองและความไม่ยุติธรรมจึงได้แต่ฝืนเม้มริมฝีปากเอาไว้และพยายามจดจ่อกับการเรียน ถึงไม่อยากจะเห็นด้วยเท่าไหร่แต่มันก็ได้ผลมากทีเดียว พอลองปิดหูอย่างเต็มที่เพื่อจะหลีกเลี่ยงเสียงที่ไม่อยากได้ยิน สมาธิก็เพิ่มมากขึ้น เนื้อหาส่วนต่างๆ ที่ใช้เวลากว่าเดือนครึ่งอ่านคนเดียวแล้วก็ยังไม่เข้าใจ มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี

พอเป็นแบบนี้แล้วก็ต้องมีแรงจูงใจในการเรียนด้วยสินะ

เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่เพิ่งได้รับรู้ขณะเกิดความเครียดภายในจิตใจช่วงชีวิตวัยยี่สิบสี่

ภายในห้องที่กว้างขวางก็มีเด็กผู้ชายตัวใหญ่สองคนตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ด้วยจิตวิญญาณโดยไม่พูดอะไรกันสักคำมามากกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว โดยองมองซอนอูที่เริ่มบิดตัวไปมาก่อนจะส่ายหัว ยังไงก็คงต้องเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนาไปเรื่องอื่นถึงจะจดจ่อกับการเรียนได้ดี

“เออใช่ รุ่นพี่แปลงานที่ต้องเอาให้ผมพรุ่งนี้ได้ดีใช่ไหมครับ”

“งะ...งานเหรอ อ๋อ... ภาษาเยอรมันอันนั้น”

หลังจากเรียนคลาสภาษาเยอรมันเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจมันก็มีการบ้านที่จะต้องเขียนรายงานส่ง ซึ่งโดยองกะจะมอบหมายให้เบ๊ส่วนตัวอย่างซอนอูทำรายงานมาให้เลย แต่เห็นว่าใช้ชีวิตลำบากแล้วก็เลยรู้สึกผิดจึงตัดสินใจลองฝากแค่การแปลดูเพราะคิดว่าแค่แปลก็คงพิมพ์ออกมาได้ ถึงในความคิดของโดยองมันจะดูง่ายมากแต่จิตใจของคนที่ต้องแปลมันไม่ใช่แบบนั้นเลย

“เห็นจำได้ก็ดูท่าคงจะคืบหน้าอยู่นะครับ ถ้าขอตอนพรุ่งนี้สายๆ ก็คงจะกระชั้นชิดไปหน่อย งั้นไว้ค่อยตรวจแล้วคุยกันตอนมากินมื้อเที่ยงกับผมแล้วกันครับ”

เขาคิดว่าดื่มยาพิษที่พระราชาสมัยโชซอนมอบให้ยังจะดื่มแล้วกระปี้กระเปร่าเหมือนได้ดื่มสไปรท์ ยิ้มได้ก่อนตายมากกว่าเสียอีก ถ้าถามว่าทำไมแล้วล่ะก็ เพราะซอนอูไม่สามารแปลงานภาษาเยอรมันที่โดยองขอร้องได้ขนาดนั้นไงล่ะ เขาไม่รู้ภาษาเยอรมันและถึงจะเปิดเครื่องแปลภาษาก็คาดเดาไม่ได้อีกว่ามันถูกหรือเปล่า แล้วจะให้ไปตบตีกับพจนานุกรมเปิดหาด้วยตัวเองก็ไม่ชอบอีก แบบนั้นแหละ ก็ด้วยนิสัยบ้าๆ บอ ไม่ชอบก็ไม่ทำ ชีวิตเลยยุ่งเหยิงอีกครั้ง

“ถ้ารบกวนไปจนถึงรายงาน ก็ดูจะไร้จิตสำนึกไปหน่อยใช่ไหมล่ะครับ”

ซอนอูนึกถึงเรื่องที่เคยสั่งให้โดยองแปลเอกสารประวัติส่วนตัวของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษเมื่อตอนต้นเทอมขึ้นมา ตอนนั้นทำไมเขาถึงกระตือรือร้นอะไรแบบนั้นกันนะ เคยจินตาการบ้างไหมว่ามันจะเริ่มจากภาษาอังกษแล้วจบที่ภาษาเยอรมันน่ะ คืนนี้อย่าว่าแต่จะได้นอนเลยแค่จะหย่อนก้นลงบนเตียงคงยังไม่ได้ด้วยซ้ำ และด้วยความคิดว่าจะต้องเพิ่มน้ำตาลไว้ใช้เป็นพลังตอนกลาคืน ซอนอูจึงหยิบขนมราคาแพงพวกนั้นใส่ปากทีละนิดละหน่อย โดยองมองรุ่นพี่ที่แก้มทั้งสองข้างอวบพองเหมือนแฮมสเตอร์แล้วหัวเราะคิกคัก ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านก็ตัดสินใจให้ขนมกับเจ้ารุ่นพี่โง่ทึ่มนั่นถือกลับไปด้วย ในชั่วขณะที่ขนมชิ้นสุดท้ายเข้าปากซอนอู โดยองก็ง่วนกับการติดต่อหาแจโฮบอกให้ห่อขนมคุณภาพดีให้รุ่นพี่ซอนอูเซ็ตหนึ่ง

‘ให้ห่อเท่าไรดีครับ คุณชาย’

‘ใส่ไปเยอะๆ ก็พอ’

‘คุณชายของเราใจกว้างจริงๆ ด้วยนะครับ’

‘จะคนหรือสัตว์ก็แค่การให้อาหาร จะได้มาเป็นพวกเดียวกับผมไง’

‘อ๋อ’

‘พี่ก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว ยังไม่ซึมซับวิธีพื้นฐานแบบนั้นอีกสินะ’

‘จะปรับปรุงครับ’

‘ถึงเวลาจะผ่านไป แต่สิ่งที่จะเหลืออยู่กับคนๆ นั้นก็คืออายุ ปัญญาและประสบการณ์นั่นแหละ’

แจโฮได้รับการสั่งสอนอีกหนึ่งอย่าง ถึงโดยองเป็นคุณชายที่อายุน้อยแต่ในด้านนี้เขาก็ยังมีจุดที่ต้องเรียนรู้จากโดยองอีกเยอะ แล้วก็รับรู้อย่างชัดเจนว่าอย่าเป็นเป็นศัตรูกับคุณชายเด็ดขาด แจโฮสาบานมาตลอดว่าจะต้องนับถือคุณชายโดยองในฐานะคุณชาย ฝังเอาไว้ในที่ที่ลึกสุดของห้องหัวใจด้านขวาโพรงหัวใจด้านซ้ายเหมือนกับรอยสัก


หลังจากผ่านความยุ่งยากของการติวโทอิคที่เหมือนกับการหมุนลูกบิดประตูนรก เวลาของการเข้าไปยังนรกที่แท้จริงก็มาหาซอนอู เขาอารมณ์ดีขึ้นจากการได้รับขนมที่ลีโดยองให้มาเลยเดินกลับมาด้วยฝีท้าวเบาๆ แต่พอลองคิดดูแล้วมันก็ไม่ใช่การให้มาเฉยๆ มาจนถึงประตูหน้าบ้านถึงนึกได้ว่า ‘อ๋อ... วันนี้ฉันเป็นคนหัวอ่อนบิ๊กเบิ้ม… ฉันมันหัวอ่อนออฟหัวอ่อน แถมยังสมัครใจไปเองด้วยสินะ’ แล้วก็ตกอยู่ในความอับอายเหมือนชีวิตที่ไหลเทลงมาพร้อมน้ำที่ล้นเอ่อ แต่ก็ตัดสินใจว่าจะอ่านหนังสือตอนกลางคืนแล้วเคี้ยวขนมพวกนั้นไปด้วย เมื่อเข้ามาในบ้านก็โยนถุงขนมเหมือนกับทิ้งขยะแล้วไปอาบน้ำ ทว่าพออาบน้ำเสร็จออกมาก็พบว่าพวกขนมคุณภาพดีได้เดินก็ได้หายเข้าไปในท้องของพวกพี่สาวที่เป็นศัตรูของตัวเองไปแล้ว เขาเศร้าเสียใจอย่างหาที่สุดไม่ได้พูดจนน้ำลายเป็นฟองถามว่าทำไมถึงกินมัน ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปแล้วสิ่งที่ลอยกลับมาก็คือไซด์คิ้กจากพี่สาวคนโตกับไลท์ฮุกของพี่สาวคนเล็ก ‘ทำไม...ถึงกิน... มัน อร่อยใช่ไหม’ ถามด้วยความลำบากแล้วต้องก้าวผ่านไป ซอนอูก็เป็นน้องเล็กที่ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีก็จริง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนกระสอบทรายที่โดนเตะจนฝุ่นฟุ้งในวันฝนตกด้วย

“แล้วเอาเงินจากไหนถึงได้ซื้อของแพงๆ พวกนี้มา แถมยังเยอะซะขนาดนี้”

“มีสิ เงินเก็บ”

“โห ไม่มีทาง! ช่วยทำงานน่ะเหรอ อายุเยอะเงินเยอะแบบนั้นอะนะ”

“เฮ้อ ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ยัยป้า!”

“ไอ้บ้านี่ โตได้ไม่เท่าไรจะพูดย้อนคุณพี่สาวเหรอ อยากลองใช่ไหม”

“ช่วยทำให้พอๆ กับการใช้ชีวิตอยู่บ้านหน่อยเถอะ โหดร้ายจริงๆ มนุษย์  ตอนนี้ฉันงอนอยู่นะ ไม่ต้องมาชวนคุยเลย แล้วก็ยัดขนมกินเข้าไป พวกหมูอ้วน”

น้องเล็กซอนอูพูดถึงความจริงเมื่อไม่นานมานี้กับพี่สาวคนโตที่น้ำหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะรู้สึกถึงการข่มขู่เอาชีวิตจึงเข้าไปซ่อนตัวในห้องและไม่ลืมที่จะล็อคกลอนประตู ในที่สุดก็ได้อยู่ในห้องของตัวเองสักที ข้างในลิ้นชักก็มีขนมที่เขาแอบไว้อยู่ก็เลยพอมีเสบียงอยู่บ้าง และห้องเขาก็เป็นที่ติดกับห้องน้ำเพราะฉะนั้นก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวแล้ว ถ้าพี่สาวคนโตที่อยู่ข้างนอกไม่ได้พังประตูเข้ามา ซอนอูก็จะอยู่รอดปลอดภัยจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ปัญหาก็คือสิ่งถัดมา ก่อนจะถึงตอนเช้าการแปลงานจะเป็นไปด้วยดีได้หรือไม่ก็คือประเด็นหลัก ซอนอูวางพจนานุกรมภาษาเยอรมันที่ยืมมากับทอล์คกิ้งดิคชั่นนารีไว้ข้างๆ กันแล้วนั่งอยู่หน้าโต๊ะ ถ้ามีใครถามเขาว่าตั้งแต่เกิดมาตอนไหนคือตอนที่ตั้งใจเรียนมากที่สุด ก็สามารถตอบได้อย่างมั่นใจว่า ตอนที่คุณรุ่นน้องฝากงานมาให้แปลต้นฉบับภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่สามครับ


ขณะที่ซอนอูโต้รุ่งอย่างเต็มตัวแบบนั้น โดยองก็นั่งเหม่ออยู่คนเดียวโดดเดี่ยวในห้องกว้างๆ เหม่อมองไปในอากาศ แต่ริมฝีปากของเขายังคงยิ้มอยู่ หลังจากไฟลุกโชนกับการล้างแค้นเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนก็เพิ่งรู้ว่าการสั่งงานรุ่นพี่เหมือนสั่งงานลูกน้อง มันก็ทำให้รสชาติของการใช้ชีวิตบนโลกนี้กลายเป็นรสชาติที่หอมหวาน พรุ่งนี้จะต้องตำหนิการแปลต้นฉบับที่รุ่นพี่ทำมายังไงดี จะสะใจไหมนะ ความคิดค่อยๆ วนไปมาในหัวด้วยความอารมณ์ดีและตลอดเวลาที่คิดแผนของวันพรุ่งนี้ รอยยิ้มก็ยังไม่หายไปจากเรียวปากของโดยอง

แจโฮที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณชายช่วยจัดการข้อมูลต่างๆ ของโดยองก็เหลือบมอง เขาทำหน้าที่ช่วยเหลือคุณชายโดยองมาหกปีแล้ว แต่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่เคยเห็นโดยองใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างสดใสแบบนี้มาก่อนเลย ในสายตาแจโฮที่โตกว่าซอนอูกับโดยองพอสมควร จึงมองว่าภาพที่ทั้งสองคนโต้เถียงกันมันเป็นเรื่องที่ดี

“คุณชาย พรุ่งนี้มีเรียนสิบโมงเช้า ไม่นอนเหรอครับ ดึกมากแล้วนะครับ”

“อ๋อ... อือ พี่นอนก่อนเลย เดี๋ยวผมเขียนรายงานให้เสร็จก่อน”

“แปลต้นฉบับเสร็จแล้ว ก็เขียนรายงานก็เสร็จแล้ว แต่ทำไมยังไปแกล้งคุณซอนอู...”

“ลองนึกถึงเรื่องที่ผมเคยโดนมาสิพี่ จริงๆ นี่น่ะถือว่าเอ็นดูแล้วนะครับ ช่างเถอะ วันนี้ผมไม่ได้เข้าคลับแต่ดูท่าน่าจะราบรื่น ยังไงพี่ก็ช่วยจัดการที่คลับให้หน่อยนะ ค่อยมาเรียกผมตอนที่มีปัญหาที่ผมจะต้องไปจริงๆ เท่านั้นก็พอ”

“ครับ เข้าใจแล้ว ถ้างั้นเชิญพักผ่อนเถอะครับ”

ดูเหมือนว่าถึงจะความรู้สึกเกลียดชังแต่ก็คงจะไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่ากลัวกว่านี้ และมีเพียงผู้เกี่ยวข้องเพียงสองคนเท่านั้นที่ยังไม่รับรู้ถึงความจริงข้อนั้น

ความคิดเห็น