email-icon Instagram-icon

ปีศาจในร่างเจ้าชายที่เเสนดีพร้อมที่จะขี่ม้าขาวเข้าไปช่วยเจ้าหญิงเเล้วครับ :) :x:กดไลค์เเละคอมเม้นต์เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ:x:

คลั่งครั้งที่ 4 อยากปกป้อง

ชื่อตอน : คลั่งครั้งที่ 4 อยากปกป้อง

คำค้น : RAVE , ร้าย I คลั่ง I รัก , อวบ , น่ารัก , โหด , หื่น , ไอหมอก , ลิษา , ลิซ , Bad_devil

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2563 02:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คลั่งครั้งที่ 4 อยากปกป้อง
แบบอักษร

คลั่งครั้งที่ 4 อยากปกป้อง 

“เชี่ยแม่ง หูกู” เสียงโอดครวญดังขึ้นทันทีที่คลาสเรียนเช้าของอาจารย์ป้าสุดโหดที่กินเวลานานกว่าสามชั่วโมงจบลงไป 

และเสียงโอดครวญนั้นก็ไม่ใช่ของใครนอกจากไอหมอกที่รีบคลำหูตัวเองไปมาทันทีที่เจ้าของฉายาอาจารย์ป้าเดินออกจากห้องไป ก็ทันทีที่เขาขับรถกลับมาที่มหา’ลัยอย่างเอื่อยๆ เดินเอื่อยๆ เปิดประตูห้องเข้ามาแบบเอื่อยๆ เข้ามาปุ้บก็เจออาจารย์ป้าหวดหมับเข้าให้อย่างกับครูมัธยมจนเขาเด้งตัวหนีแทบไม่ทัน หลังจากนั้นยังทั้งบิดทั้งบี้หูเขาจนแดงก่ำอีก T^T 

ไม่เจ็บก็ให้มันรู้ไป 

“สมน้ำหน้ามึง ก็รู้ว่าจารย์แม่งโหดก็ยังจะหาเรื่องขาดอีก” 

“มึงก็ซ้ำเติมกูจังอ่ะธาร =_=” 

“ว่าแต่มึงจะลาไปไหน? มึงคงไม่ได้ไม่สบายจริงอย่างที่ตอแหลกับจารย์ไปช้ะ” ว่าน หนุ่มหน้าสวยเพื่อนในกลุ่มของไอหมอกอีกคนพูดขึ้นมาบ้างด้วยสีหน้าจับผิด 

“เอออ ก็มีเรื่องนิดหน่อย” 

“ปากบอกมีเรื่องนิดหน่อย แต่เสือกยิ้มนะครับคุณชาย!” โต๋ เจ้าของใบหน้ากวนบาทาประจำกลุ่มเองก็รีบโผล่เข้ามาร่วมบทสนทนาด้วย 

“เสือก” 

“อู้ยยยย ด่าโต๋แบบนี้โต๋เจ็บนะฮับ T^T” 

“=_=” 

“เดี๋ยวนี้มีอะไรไม่บอกเพื่อนบอกฝูงไง~” สายธารเองก็อดไม่ได้ที่จะหันมาแหย่เพื่อนสนิทไปด้วย 

“เอ๊ะ หรือว่าจะเกี่ยวกับเรื่องน้องคนอวบๆเมื่อคืนนี้น้าาา :)” 

“พูดมากน่าไอ้ว่าน” 

“หึๆ ใช่ชัวร์” 

“ใครวะไอ้ว่าน เมื่อคืนอะไรกัน บอกกูด้วยๆๆๆ” 

“ห้ะ เมื่อคืนทำไมวะ” 

เขาว่าเขาสื่อสารกับไอ้หน้าสวยมันผ่านสายตาแล้วนะว่าให้หุบปากเอาไว้ แต่มันกลับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาก่อนที่จะหันไปจ้อยาวๆกับไอ้สายธารแล้วก็ไอ้โต๋ 

“ก็ผู้หญิงคนเมื่อคืนอ่ะดิว่า คือมันยังงี้เว้ย...บลาๆๆๆ” 

แหมม ร้ายนักนะไอ้ว่าน อย่าให้ถึงทีมึงบ้างนะ กูจะเอาคืนให้น่วมเลย -_- 

ไอหมอกได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างปลงๆเพราะคงห้ามปากเพื่อนให้ไม่พูดไม่ได้ เขาเลยได้แต่ปล่อยให้มันเมาส์กันอย่างสนุกปาก ในขณะที่ใบหน้าอวบๆน่ารักๆของใครบางคนก็ลอยขึ้นมาในความคิดของเขาอีกแล้ว 

ป่านนี้จะทำงานพิเศษเสร็จยังน้า~ 

คิดถึงจัง อยากกลับไปแกล้งซะแล้วสิ :) 

.. 

. 

“อ่ะ อึ่ก...โอ้ย!” 

“แผลแค่นี้อย่ามาสำออย” 

“ก็มันแสบนี่คะคุณเจน” 

“เห๊อะ! เป็นฉันนะฉันจะตบนังพวกนั้นให้รองพื้นหนาๆที่หน้าหลุดออกมาเลย พวกขยะน่ารำคาญ” เจนบ่นออกมาในขณะที่มือก็กดปิดพลาสเตอร์ไปที่แผลสุดท้ายของคนตัวอวบตรงหน้าจนเสร็จ 

“ขอบคุณที่ช่วยทำแผลให้ลิซนะคะ” 

“อืม ก็เห็นเธอทำแบบง่กๆเงิ่นๆแล้วมันรำคาญสายตา!” 

“ยังไงก็ขอบคุณค่ะ ^_^” ลิซยิ้มออกมาอย่างเต็มใบหน้าเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้ยิ้มแบบนี้มานานแล้ว เธอพอจะรู้แล้วว่าคุณเจนนั้นเธอเป็นคนที่ปากร้าย แต่จริงๆแล้วใจดีมาก แล้วก็ลุคภายนอกเจ้าตัวดูแรงๆมันก็เลยไม่น่าเข้าหาไปสักหน่อย 

แต่ความจริงใจดีแบบมากๆเลยล่ะค่ะ! 

“แล้วยัยพวกนั้นเพื่อนร่วมมหา’ลัยเหรอ” เจนหันไปถามคนตัวอวบอีกครั้งในระหว่างที่เธอกำลังเก็บของเข้ากระเป๋าเตรียมตัวออกจากร้าน 

“ค่ะ” 

“แล้วพวกนั้นแกล้งเธอทำไม?” 

“...” ลิซหยุดคิดไปสักนิดก่อนจะตอบออกมาพร้อมรอยยิ้มแหยๆ “คงเพราะลิซอ้วนน่ะค่ะ” 

“อ้วนแล้วไปหนักหัวกระบาลพวกบ้านั่นรึไง น่ารำคาญจริง” เสียงหวานบ่นออกมาอย่างขัดใจอีกครั้ง 

“คงไปขวางหูขวางตาพวกเค้าน่ะค่ะ ลิซตัวใหญ่ แหะๆ” 

“น่าขยะแขยงจริง หัวเราะอะไรของเธอทั้งที่พูดเรื่องแบบนั้นน่ะ” เจนเบะปากออกจนริมฝีปากบางสวยนั้นยู่เป็นรอยยับ “แต่ถ้ามันขวางหูขวางตาจริง งั้นรองพื้นบนหน้าหนาๆของยัยพวกนั้นก็ขวางหูขวางตาฉันเหมือนกันแหละ” 

ลิษาได้แต่ยิ้มแหยๆกับคำพูดเจ็บแสบของรุ่นพี่สาวตรงหน้าก่อนจะหันตัวเตรียมเดินออกจากร้านไปพร้อมรุ่นพี่สาวที่เก็บของเสร็จแล้ว 

“แล้วนี่เธอเรียนมหา’ลัยอะไร” 

“มหา’ลัย S ค่ะ” 

“อ๋อ ไอ้มหา’ลัยที่มันมีการเล่นจัดอันดับบ้าบอนั่นอ่ะนะ” 

“เอ่อ...ค่ะ” 

เธอก็รู้อยู่หรอกว่าไอ้การเล่นแบบนี้ของมหา’ลัยเธอมันดัง แต่ก็ไม่คิดว่าจะดังไปถึงคนที่เรียนมหา’ลัยอื่นแบบนี้เหมือนกัน 

“แต่มันไม่น่าขยะแขยงไปหน่อยรึไง แกล้งคนแรงขนาดนั้น ตอนฉันขึ้นปีหนึ่งใหม่ๆนี่ยังจำคลิปนั่นได้อยู่เลย ดังไปทั่ว” 

“คลิปอะไรเหรอคะ?” ถ้าเป็นตอนที่รุ่นพี่ตรงหน้าเธออยู่ปีหนึ่ง งั้นก็แสดงว่าตอนนั้นเธอเองก็ยังเรียนมัธยมอยู่ เธอคงไม่เคยเห็นคลิปที่ว่านั่นแน่ๆ 

“คลิปผู้หญิงโดนผลักลงสระน้ำอ่ะดิ น่าจะเป็นสระน้ำหลังตึกเกษตรมหา’ลัยเธอ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ว่ายน้ำไม่เป็น คนถ่ายคลิปก็เอาแต่หัวเราะจนสุดท้ายมีคนทนไม่ได้แล้ววิ่งเข้าไปช่วยน่ะ ก็เห็นว่าเกือบตายเหมือนกัน” 

อึก... 

ลิษาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว ให้ตายเถอะ...เธอก็ว่าที่เธอโดนมาทุกวันนี่มันหนักแล้วนะ แต่ก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนโดนหนักกว่านี้อีก 

“เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ในตำแหน่งอะไรนะ...” 

“...” 

“อะไร ซินๆ...” 

“ซินเดอเรลล่ารึเปล่าคะ” ลิซพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ พอคนที่เดินนำหน้าอยู่ได้ยินเลยหยุดเดินแล้วหันกลับมาทำหน้าอ๋อจนใจดวงน้อยของเธอกระตุกด้วยความกลัว 

เธอได้แต่ภาวนาว่าให้มันไม่ใช่เถอะ แล้วก็อย่าเกิดขึ้นกับเธอเลย 

“ใช่! นั่นแหละ” 

“อึก...” 

“คนพวกนั้นน่ะเลวจริงๆเล- เอ้ะ ทำไมเธอหน้าซีดอย่างนั้นล่ะ” เจนที่กำลังเตรียมจะด่าไอ้พวกใจไม้ไส้ระกำพวกนั้นต่อถึงกับชะงักขาที่กำลังจะหันกลับไปเดินต่อเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของรุ่นน้อง 

ใบหน้าอวบในตอนนี้ขาวซีดไปหมดทั้งใบหน้า แถมเหงื่อหยดเล็กหยดน้อยก็ยังคลออยู่ทั่วกรอบหน้าอีก 

“คือ...” ก็เธอในตอนนี้อยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับผู้หญิงที่ถูกผลักตกสระน้ำคนนั้นไง 

แล้วถ้าเกิดประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยล่ะ 

“นี่อย่าบอกนะว่าเธอ...” เจนเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่เธอเองคาดการณ์เอาไว้ในหัว และยิ่งเห็นสีหน้าที่ดูแย่ลงเรื่อยๆของคนเด็กกว่าเธอก็ยิ่งมมั่นใจว่าสิ่งที่เธอคิดน่ะมันถูก “เธอเองก็อยู่ในตำแหน่งนั้น” 

“ค่ะ...” 

เข้ามาเรียนเดือนแรกก็โดนส่งรายชื่อเข้าโหวตในเพจมหา’ลัยที่มีพวกรุ่นพี่คอยดูแล แล้วก็ตามระเบียบเลยคือเธอได้คะแนนโหวตให้ได้ตำแหน่งนี้กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์จากคนทั้งมหา’ลัย 

“พระเจ้า! ให้ตายเถอะ!” 

ลิซได้แต่ยิ้มแหยๆออกมา พูดเรื่องนี้ออกมากี่รอบเธอก็ตลกไม่เคยออกเลยจริงๆ คนที่ไม่ได้เรียนที่เดียวกันกับเธออาจจะมองว่าเป็นการเล่นกันขำๆของนักศึกษา แต่ใครจะรู้ว่าคนในมหา’ลัยนี้นั้นเล่นเอาจริงกันทั้งนั้น อย่างเธอเองก็ถูกแกล้งมาทั้งเบาทั้งหนักสารพัดจนมันชาชินไปแล้ว 

“เห้อ! เอางี้ ขอโทรศัพท์เธอหน่อย” เจนพูดพร้อมกับแบมือมาด้านหน้าทำให้ลิซต้องรีบควักเอาโทรศัพท์เครื่องเก่าเธอมายื่นให้ 

เจนกดพิมพ์เบอร์ของตัวเองลงไปก่อนจะกดโทรเข้าเครื่องตัวเองแล้วตัดสายไป “นี่เบอร์ของฉัน ถ้ามีเรื่องอะไรหรือโดนแกล้งอะไรก็โทรมาได้ ฉันจะพยายามช่วยถ้าช่วยได้ ฉันไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นซ้ำอีก” 

“ขะ ขอบคุณมากเลยนะคะคุณเจน” เสียงหวานเอ่ยขอบคุณพร้อมทั้งยิ้มรับออกมาด้วยความดีใจ 

ก็มันไม่ใช่บ่อยๆนี่นาที่เธอจะได้รับมิตรภาพดีๆแบบนี้ 

“คุณเคินบ้าอะไร เรียกแค่พี่ก็พอแล้วมั้ยยัยบ้า ฉันแก่กว่าเธอแค่ปีสองปี!” 

“ค่ะ พี่เจน ^^” 

ในระหว่างที่สองสาวต่างไซส์พากันเดินออกมานอกร้าน ทั้งสองคนก็ไม่ได้สังเกตว่าในตอนนี้มีกลุ่มผู้หญิงสามคนที่กำลังเดินเข้ามาหา 

“หวัดดีจ้ะยัยหมู” 

“เจอกันอีกแล้วน้านังซิน” 

“ไม่เจอกันแป้บเดียวอ้วนขึ้นรึเปล่าเนี่ย ขวางตาจัง” 

“ฮ่าๆๆๆๆๆ” 

หญิงสาสสามคนที่เดินเข้ามาทักลิซนั้นเจนจำได้ดีว่าคือพวกเดียวกันกับที่ขัดขาเจ้าตัวในร้าน เห็นดังนั้นใบหน้าสวยก็เปลี่ยนเป็นหาเรื่องขึ้นมาทันที 

“คือ...” 

และก่อนที่ลิษาจะได้ตอบอะไรออกไปก็โดนมือเรียวๆของคนด้านข้างยกขึ้นมาทำเหมือนบอกให้เธอเงียบไปก่อนจนเธอต้องเงียบไป 

เจ้าของร่างบางก้าวเดินขึ้นมาด้านหน้าเล็กน้อยก่อนจะใช้สายตาที่เฉี่ยวคมเหมือนสัตว์ป่ากวาดมองไปทั่วตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาวทั้งสามคนตรงหน้า 

“ถ้าการที่รูปร่างของคนๆหนึ่งมันไปขวางตาแกขนาดนั้น ก็ควักลูกตามาทิ้งซะสิ” 

“เอ้ะ! แล้วแกเป็นใครมายุ่งอะไรด้วย!” 

เจนเหลือบตามองคนข้างๆเล็กน้อยก่อนจะหันมาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันเป็นพี่ลิซ” 

“อ้าว มีพี่ด้วยเหรอยัยหมู ไม่เคยรู้มาก่อนเลยแฮะ” 

“แล้วมันใช่ธุระกงการอะไรที่น้องฉันต้องไปบอกเรื่องในชีวิตกับพวกแกทุกเรื่องมั้ย” 

“ยัยนี่! ปากดีเกินไปแล้วนะแก” 

“ตบมั้ยล่ะ!?” เจนถลึงตาใส่ผู้หญิงคนที่ทำท่าจะเข้ามาหาเรื่องเธอพร้อมทั้งเงื้อมมือขึ้นสูงจนฝ่ายตรงข้ามชะงัก ลิซเองก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจพร้อมกับรีบยั้งมือคนข้างๆเอาไว้ 

“พี่เจนคะ ใจเย็นๆค่ะ” 

“จิ๊! ฝากไว้ก่อนเถอะ” หญิงสาวได้แต่ชี้หน้าคนตรงหน้าอย่างคาดโทษ ถามว่าพวกเธอมีกันตั้งสามคนทำไมถึงไม่เข้าไป? ก็เล่นดูสีหน้าของผู้หญิงตรงหน้านี้สิ! คนอะไรทำหน้าหาเรื่องได้น่ากลัวเป็นบ้า แถมท่าทางก็ทะมัดทะแมงจนน่ากลัว 

พวกเธอยังไม่อยากเสี่ยงหน้าบวมไปเรียนหรอกนะ! 

“ยังไงก็รู้จักพี่สาวของยัยหมู เอ้ย! ลิซแล้ว งั้นก็ฝากช่วยดูแลน้องให้ลดน้ำหนักด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องเกะกะ ขวางหูขวางตาคนอื่น” หญิงสาวอีกคนพูดขึ้นมาแทนเพื่อนตัวเองด้วยสีหน้าหยิ่งผยองไม่แพ้กัน 

เจนที่ได้มองจึงเบะปากทำหน้าแขยงใส่อีกฝ่ายไปก่อนที่จะอ้าปากปล่อยถ้อยคำเจ็บแสบออกมา “งั้นก็กลับบ้านไปมองสารรูปตัวเองก่อนนะแล้วค่อยมาว่าคนอื่น คือรูปร่างแก หน้าตาแกมันก็ไม่ได้เพอร์เฟ็คเป๊ะไปทุกส่วนจนแกสามารถมาวิจารณ์และเดือดร้อนแทนรูปร่างคนอื่นอ่ะนะ” 

“อ่ะ กะ แก...” 

“ต้นขาแกนั่นยังเห็นไขมันกระเพื่อมไปกระเพื่อนมาเวลาขยับอยู่เลยน่ะ ต๊ายยย! เซลลูไลต์เป็นชั้นๆ น่องก็ใหญ่ยิ่งกว่าต้นขาอีกมั้งน่ะ ฟาดคอคนทีคอน่าจะหัก” 

“แก!!” 

“ส่วนแกน่ะนะ รู้ตัวรึเปล่าว่านมแกมันใหญ่จนมันดูออกว่าปลอมอ่ะ” คำพูดของเจนทำให้หญิงสาวที่โดนว่าตาโตแล้วรีบก้มลงไปมองหน้าอกของตัวเอง “จมูกก็โด่งเกิ้น ดูยังไงก็รู้ว่าพลาสติกทั้งหน้าทั้งตัวอ่ะนะ รู้จักมั้ยเดินทางสายกลางอ่ะ หัดทำอะไรให้มันพอดีๆบ้าง” 

“กรี้ด!!” 

“อ้อๆๆ ส่วนแกอ่ะนะ อืมมมม...” เจนใช้สายตามองไล่ลงไปทั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาวคนสุดท้ายด้วยสายตาเหยียดก่อนจะกระตุกยิ้มขึ้นมาพร้อมกับพูดต่อ “ปากเหม็นมากเลยอ่ะ รู้ตัวป่ะ? เพื่อไม่บอกบ้างเหรอ!” 

“จริงเหรอแก!!” คนที่ถูกกล่าวหารีบหันไปเอาความกับเพื่อนแต่ก็เจอเพื่อนรีบหันหน้าหนีจนชะงัก 

“อึ๋ยยย” 

“กรี้ดดดดด!! นังบ้าๆๆๆ!” ว่าจบสามสาวก็รีบเดินหนีออกไปจากบริเวณนี้ทันที 

เจนที่พึ่งชนะศึกมาแบบวินๆก็ได้แต่หัวเราะหึอย่างถูกใจกับคำพูดตัวเองก่อนจะหันไปมองคนข้างๆที่ตอนนี้ทำสีหน้าอึ้งค้างไปแล้ว 

“ฉันก็เป็นคนอย่างนี้แหละ” เสียงหวานพูดขึ้นในโทนเสียงปกติพร้อมยกมือขึ้นมาทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก “ถ้าเธอจะไม่คบฉันเป็นพี่ เป็นเพื่อนฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนะ” 

“อ้ะ เปล่าๆๆค่ะ ลิซแค่อึ้งไปหน่อยแค่นั้น ไม่เคยเห็นใครด่าได้...แบบนี้เลย” ด่าคนได้แบบที่โคตรเจ็บแสบจนต้องวิ่งหนีแบบนั้นน่ะ “แต่ความจริงพี่เจนใจดีมากเลยนะคะ” 

“ฮึ เหรอ” 

“ค่ะ ^___^” ลิษาพูดพร้อมกับยิ้มกว้างขึ้นมาจนแก้มยกขึ้นเป็นก้อน 

“หึ ยิ้มแบบนี้ก็น่ารักดีนี่นา ไม่เห็นต้องไปสนใจปากหมาๆของคนอื่นเลย” 

“ฮะๆๆ อย่าพูดยอลิซสิคะ” 

สองสาวต่างไซส์พากันเดินไปคุยกันไปเรื่อยๆในระหว่างที่ต้องเดินไปทางเดียวกันอยู่ มิตรภาพเล็กๆเริ่มก่อตัวขึ้นจนคนที่แทบจะไม่มีเพื่อนอย่างลิษาเองอุ่นในใจขึ้นมา 

.. 

. 

ติ๊ง! 

Ai-mok : เย็นนี้เลิกเรียนกี่โมง 

ข้อความที่เด้งขึ้นมาในยามพักกลางวันที่เปียกโชกของลิซทำให้เจ้าของมืออวบต้องหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะกดตอบไลน์ที่เพิ่มเพื่อนจากหมายเลขโทรศัพท์ไปด้วยความลังเล 

LIS : น่าจะประมาณ 4 โมงค่ะ 

Ai-mok : เดี๋ยวไปรับ 

Ai-mok : อ้อ อย่าคิดหนีล่ะ 

Ai-mok : ไม่งั้นเธอโดนหนักแน่ 

ข้อความดักทางทำให้ความคิดที่จะแอบกลับบ้านก่อนของลิษาเป็นอันต้องจบลงและหายไปอย่างรวดเร็วทันที 

ไม่หนีก็ได้ค่า ฮือ T^T 

Ai-mok : เรียนตึกสถาปัตย์ใช่มั้ย 

LIS : ค่ะ 

Ai-mok : งั้นเดี๋ยวไปรับหน้าตึก รอที่นั่นแหละ 

LIS : ไม่ต้องเข้ามาด้านในก็ได้ค่ะ 

LIS : รอที่ด้านหน้ามหา’ลัยก็ได้ 

Ai-mok : ไม่ 

ปฏิเสธมาขนาดนั้นแล้วลิซค้านอะไรได้มั้ยล่ะคะ? 

ก็ไม่ T_T 

LIS : ก็ได้ค่ะ 

Ai-mok : เด็กดี 

บทสนทนาจบลงแค่นั้น ร่างอวบจึงถอนหายใจออกมาน้อยๆก่อนที่จะลุกขึ้นจากฝาชักโครกที่ตัวเองนั่งอยู่เพื่อเปิดกระเป๋าค้นเอาชุดนักศึกษาสำรองของตัวเองออกมาเปลี่ยน 

ถามว่าเธอไปทำอะไรมาถึงตัวเปียกน่ะเหรอ... 

ก็ระหว่างทางดันมีคนเผลอทำน้ำหกใส่เสื้อเธอน่ะสิ อืม เธอก็พยายามคิดว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตน่ะนะ 

ลิซรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเลือกใช้เส้นทางที่คนใช้น้อยเพื่อเดินกลับไปยังตึกเรียนและรีบเข้าไปจองที่นั่งด้านหน้าสุดของห้อง 

ก็ถ้าเธอนั่งหน้าสุดก็จะไม่ค่อยมีใครแกล้งยังไงล่ะเพราะมันอยู่ใกล้กับครู แต่ถ้าครูหันหลังเมื่อไหร่ล่ะก็...นั่นล่ะ 

การเรียนในวันนี้ก็ผ่านไปอย่างทุกวัน แต่จะต่างก็ตรงที่วันนี้พอเรียนเสร็จแล้วเธอต้องลงมานั่งรอใครบางคนที่หน้าตึกแทนที่จะเป็นการรีบวิ่งออกจากมหา’ลัยแล้วตรงไปที่คาเฟ่ที่เธอทำงานประจำเลย 

ร่างอวบยกนาฬิกาขึ้นมาดูอีกครั้งอย่างลุกลี้ลุกลนเมื่อเกินเวลาเลิกเรียนมาประมาณห้านาทีแล้วก็ยังไม่มีรถคันไหนขับเข้ามา แล้วยิ่งพอเห็นฝูงนักศึกษาที่เริ่มทยอยลงมาจากตึกแล้วใจดวงน้อยยิ่งสั่นระรัว 

มาเร็วๆทีเถอะ ก่อนที่ผู้หญิงพวกนั้นจะมา... 

บรื้นนน 

เสียงเครื่องยนต์ขับเข้ามาใกล้และเมื่อนัยน์ตากลมโตเบนไปมองก็ต้องเผลอยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อเห็นว่าเป็นรถคันเดียวกันกับที่มาส่งเธอที่ร้านอาหารเมื่อเช้า 

ไม่ต้องรอให้คนในรถลงมาหรือเปิดกระจกเรียก ลิซก็รีบเดินเข้าไปเปิดประตูออกและสอดตัวเข้าไปอย่างรวดเร็วทันที เพราะเธอจำรถคันนี้แม่นเลยล่ะและไม่คิดว่าจะจำผิดด้วย 

“หืม ขึ้นมาเร็วผิดคาดแฮะ” 

“เอ่อ ค่ะ” ก็เธอไม่อยากโดนแกล้งนี่นา วันไหนกลับเร็วได้ก็จะพยายามรีบออกมาจากมหา’ลัย 

“แล้วขึ้นมาแล้วนี่ไม่คิดจะทำอะไรก่อนเลยหรอ?” 

คำพูดของไอหมอกทำให้ลิซตาโตก่อนจะรีบหันไปพนมมือไหว้คนข้างๆ “สวัสดีค่ะ พี่...เอ่อ พี่ไอหมอก” 

“อื้ม เด็กดี~ น่ารักจริงๆ~” เสียงทุ้มว่าก่อนที่เจ้าของเสียงจะเอื้อมมือมาดึงยืดก้อนเนื้อนุ่มนิ่มบนใบหน้าของลิษา 

“อ้ะ...” แอบเจ็บกับสัมผัสของคนตรงหน้านิดหน่อย แต่มันก็เขินไปด้วยเพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมาทำกับเธอแบบนี้เลย 

หงับ! 

“O_O! จะ เจ็บนะคะ” ลิซพูดออกมาเสียงสั่นทั้งๆที่แก้มยังถูกคนหน้าหล่องับเอาไว้ในปากอยู่ 

จุ้บ! 

ไอหมอกปล่อยแก้มนุ่มให้เป็นอิสระก่อนจะกดจุ้บลงไปแล้วผละออกมาด้วยใบหน้ายิ้มๆ “อดใจไม่ไหวตลอดเลยแฮะ...น่ากัดไปหมด” เขาย้ำตรงคำสุดท้ายพร้อมทั้งใช้สายตาเจ้าเล่ห์ไล่ไปมองทั่วทั้งเนื้อตัวนุ่มนิ่มจนเจ้าของร่างหน้าแดงฉ่า 

น่ากัด น่ากินไปหมดจริงๆ 

กึก! 

แต่แล้วนัยน์ตาคู่คมเป็นอันต้องชะงักเมื่อเห็นรอยเป็นจ้ำแดงช้ำอยู่ที่หัวเข่าทั้งสองข้างของลิษา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันฉับ อารมณ์ดีๆตอนแรกสลายหายไปอย่างรวดเร็ว 

“ไปโดนอะไรมา” 

“เอ่อ...” ลิซมองตามสายตาของไอหมอกไปก่อนจะหันกลับมาพูดคำโกหกเสียงสั่น “หะ หกล้มค่ะ” 

“ฉันไม่เชื่อ!” 

เฮือก! 

เสียงตะคอกทำคนขวัญอ่อนอย่างลิซสะดุ้งจนเกือบสุดตัวก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอแล้วจำต้องพูดความจริงออกไปเสียงสั่น “ลิซ...ถะ ถูกสะกัดขาเมื่อเช้าตอนทำงานค่ะ” 

“ใครมันทำ” 

“...” 

“ใคร?” 

“...” 

“เฮ้อออ ไม่บอกก็ไม่บอก แล้วนี่ได้ประคบเย็นมั้ย” 

“ไม่ค่ะ...” ลิซตอบกลับไปเสียงอ่อน 

“จิ๊ เมื่อเช้าฉันไม่น่ารีบกลับเลย ไม่งั้นมันคงไม่ได้แกล้งเธอแบบนี้หรอก” 

“...” 

“ทั้งที่บอกจะดูแลแล้วแท้ๆ” ไอหมอกพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง หัวคิ้วเข้มก็ยังคงขมวดเข้าหากันไม่คลายจนคนมองจะขมวดคิ้วตามอยู่แล้ว 

“...” 

“คนที่แกล้งเธอได้น่ะ...มีแค่ฉันคนเดียว” น้ำเสียงหนักแน่นมาพร้อมกับมือหนาที่ลูบไล้ไปตามกรอบหน้าน่ารักของคนอวบที่มองสบตากับคนตรงหน้าด้วยแววตาสั่นไหว 

นี่พี่ไอหมอกคงไม่ได้จริงจังกับเรื่องที่พูดออกมาใช่มั้ย... 

ไหนใครไม่จบ?! ตบกับพี่เเกได้นะบอกเลย! 

ปากร้าย ปากหนักเเต่ใจดีนะจ๊ะ~~~ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว