facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.8 (2/2) [ เจ้าวาฬน้อยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.8 (2/2) [ เจ้าวาฬน้อยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.6k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 18:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.8 (2/2) [ เจ้าวาฬน้อยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

8

เจ้าวาฬน้อยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

​(ต่อจากตอนที่แล้ว)




แปดโมงตรงที่ห้องประชุมใหญ่


วิชา 309101 Marine Ecology นิเวศวิทยาทางทะเล อาจต้องเปลี่ยนชื่อเป็นวิชาบุพเพสันนิวาสศาสตร์ เพราะวิทยาศาสตร์ปีหนึ่งกับศึกษาศาสตร์ปีสี่ ถูกจัดให้เรียนรวมในเซกชันหนึ่ง ที่ห้องประชุมใหญ่ถ่ายทอดสดด้วยกันอย่างไม่น่าเชื่อ


เราสบตากันตอนที่ผมเลือกเดินไปนั่งแถวหลังของเค้า เดือนปีหนึ่งกะพริบตาปริบๆ แล้วรีบหันหน้ากลับไปเพ่งสายตาลงไปที่หน้าตักของตัวเอง


นิสิตยืนขึ้นเคารพธงชาติพร้อมกัน แต่คุณเจ้าวาฬเกิดลืมตัวอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ เพราะเมื่อเพลงจบ เขานั่งลงโดยไม่ดึงเก้าอี้ลงมาเสียก่อน ร่างเล็กเลยร่วงตุ้บลงไปแอ้กกับพื้น ดินสอไม้ของน้องก็กลิ้งมาอยู่ใต้เท้าผม พระจันทร์ก็เลยมีโอกาสได้เห็นวาฬทำสีหน้าเหมือนสำลักน้ำเค็ม ตอนที่หันมาขอดินสอคืน


ผมพยายามแล้วที่จะไม่ยิ้ม แต่มันก็อดจะขำออกมาไม่ได้ อยากจะเข้าไปกอดปลอบเด็กเด๋อแล้วบอกว่าโอ๋ๆ ไม่เจ็บนะครับ วันหลังต้องดึงเก้าอี้พับก่อนนะ ก็กลัวว่าน้องจะอายจนร้องไห้แงออกมา


เจ้าเด๋อเอ๊ย :)


ผมเลือกย้ายไปนั่งข้างๆ น้อง อยากจะแกล้งเล่นนั่นแหละว่าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร สรุปเลยกลายเป็นว่าไปทำให้ปีหนึ่งทั้งแถวเกร็งตามกันไปหมด


“นังเดือน อ่านไลน์กรุ๊ปหรือยัง พี่สมายล์บอกว่าเย็นนี้นัดซ้อมเดือนดาววันแรกที่ห้องประชุมสโมฯ ของคณะเราตอนห้าโมงถึงสองทุ่มนะ”


น้องยิ้มให้เพื่อนแล้วทำท่าชูกำปั้นสู้ๆ ก่อนจะกัดเล็บ ซึ่งมันเป็นอาการของเขาตอนที่หนักใจหรือกำลังใช้ความคิด ผมจ้องหน้าเขาและโชคร้ายนิดหน่อยตรงที่หลบไม่ทันตอนน้องหันมา เราเลยสบตากัน จ้องให้ลึกลงไปถึงข้างใน ก่อนที่สีหน้าของปีหนึ่งจะขึ้นสีเรื่อ แล้วดวงตาก็เริ่มล่องลอย


วิญญาณหลุดออกไปไหนอีกแล้วเนี่ย


ถ้าทุกคนได้มาเห็นก็จะเอ็นดูเขาเหมือนผม หน้ายิ้มๆ เหมือนกับว่าในความคิดน้องคงกำลังมีความสุขมาก มือกำดินสอของผมไว้แน่นจนต้องเรียกกลับมา พอเจ้าตัวรู้ว่าละเมอดึงดินสอของผมไปก็ก้มหน้าแดงๆ นั่นงุดๆ สงสารก็สงสาร คงอายจนอยากจะมุดโต๊ะลงไปเลยสินะ


“เอาแท่งนี้ดีกว่า ลบและเหลาง่ายกว่ากันเยอะ”


ผมก็เลยให้แท่งที่ตัวเองรักมากที่สุดไป หวังว่าจะทำให้น้องดีขึ้น แต่สงสัยอาจจะทำให้เขินหนักเข้าไปกว่าเดิม



Crescent Moon******☽

เอกตะวันช่วยกูหน่อย เย็นวันนี้คณะมึงซ้อมเดือนวันแรกใช่ไหม ดูเจ้าวาฬให้ที สมมติว่าถ้าเครียดก็ให้ลองบอกว่ามาออกกำลังกายนะ อ่านแล้วตอบด้วย

09.48 น.

Read


อ่านเจอในหนังสือที่ซื้อมาบอกว่าแอโรบิกน่ะเยี่ยมที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคนี้เลย


อ้อ...แลกความลับกับน้ำหอม Calvin Klein IN2U ได้ยินมันเคยเปรยๆ ว่าจะซื้อให้แม่


พอออกมาจากห้องหมวดของโรงเรียนสาธิตฯ ช่วงเย็น ข้อความก็เด้งขึ้นมาจากเพื่อน ข้อความที่ทำให้ร้อนรน เพราะเป็นห่วงบุคคลที่สามจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร



- เ อ ก ต ะ วั น-

กูเอาน้ำอุ่นให้น้องตามที่มึงบอกแล้ว น้องดูเครียดมาก กูเลยลองเกริ่นๆ เรื่องออกกำลังกายดู

20.34 น.

ไม่แน่ใจว่าน้องจะไปหรือเปล่า แต่ก็โชคดีละกัน อย่าลืมน้ำหอมด้วย

20.35 น.


เราได้เจอกันอีกครั้งในห้องแอโรบิก เจ้าวาฬตามเข้ามาในห้องนี้เพราะผมจงใจยืนอ่อยเหยื่อในมุมที่น้องมองเห็น พอเต้นจบว่าจะหันมาคุยด้วย ก็ไม่รู้อีกว่าเจ้าตัวน้อยแวบหายไปไหนแล้ว


โชคยังดีที่กระเป๋าของเขาอยู่ในห้องล็อกเกอร์เดียวกัน พรหมลิขิตเลยนำเรามาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง และมันคงเป็นโอกาสที่ดีถ้าหากว่าเราจะได้นั่งฟังเพลงด้วยกันก่อนแยกย้ายไปนอนหลับฝัน ฝันที่คงจะมีใครอีกคนตามเข้าไปด้วย


“ขอโทษนะครับ ถ้าไม่รบกวนช่วยเช็ดหลังให้ทีได้ไหม มือพี่ไม่ถึง”


นี่เรียกว่าสกิลอ่อยระดับเทพ ฝึกมาเยอะกว่าจะทำได้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย


ผมเป็นคนแผ่นหลังกว้าง แต่มันไม่ได้กว้างพอที่จะดึงเวลาไว้ได้ทั้งคืน เสียดายสัมผัสจากมือนุ่มที่วางผ้าเบาๆ บนหลังของผมเหมือนกลัวเจ็บ เลยต้องหาทางประวิงเวลาให้ยืดยาวออกไปอีกนิด


“เช็ดข้างหน้าให้ด้วยได้ไหม เดี๋ยวเล่นกีตาร์ให้ฟัง” รุ่นใหญ่ใจนิ่ง ต้องรู้จักใช้ลูกล่อลูกชน


ผมแก้ปัญหาการที่น้องเช็ดบางจุดไม่ถึงด้วยการขยับเข้าไปใกล้ จริงๆ คือขยับเข้าไปหาคนตัวหอมจนแทบจะสิง ร่างเล็กหลุบตาลงและเอ่ยทำลายบรรยากาศแปลกๆ ของสองเราด้วยการขอให้ผมร้องเพลง แต่ผมจะทำแบบนั้นได้อย่างไรในเมื่อเจ้าวาฬเพิ่งจะถูกสตาฟในคณะดุเรื่องร้องเพลงเพี้ยนกลับมา


 “พี่ชอบเล่นดนตรีนะ เล่นได้แทบทุกอย่าง แต่ร้องเพี้ยนชะมัดเลย” เลยต้องบอกออกไปแบบนั้นให้เขารู้สึกว่าตัวเองก็มีเพื่อน ทั้งที่ผมเคยเป็นแชมป์ร้องเพลงเยาวชนตอนแปดขวบมาก่อน


“อยากลองเล่นดูไหม”


เป็นประโยคบอกเล่าน่ะ ไม่ได้ถาม ผมโน้มหน้าลงไปเพื่อจัดนิ้วของเจ้าวาฬให้เปลี่ยนไปตามคอร์ดของเพลง แต่นิ้วเล็กๆ มันกำลังสั่นจนน่าเอ็นดู น้องถามคำถามทำลายความเงียบออกมาอีกครั้ง แต่มันดันเป็นคำถามที่เปิดทางให้ผมได้แหย่ระเบิดลงไปลูกใหญ่


“ศรัทธาในกำลังใจที่ผมส่งถึงคุณสิที่รัก ก้าวผ่านความเจ็บปวดจากฝันร้าย เงยหน้าขึ้นรับจุมพิตในฤดูหนาวของเรา”


คนฟังดูมีความสุขจนแทบจะสำลักตาย


ปีหนึ่งก้มหน้าลงมองเส้นกีตาร์และลอบยิ้ม ผมจับนิ้วน้องให้เปลี่ยนคอร์ดไปเรื่อยๆ หรือถ้าเสือเหมือนกันก็จะมองออกว่าหลอกจับมือ


ร่างเล็กขอเปลี่ยนตัวเองไปเป็นผู้ฟังแล้วส่งกีตาร์คืนให้กับผม คืนนั้นผมเลยได้มีโอกาสอ่านข้อความอัปเดตใหม่ในกระทู้ คำถามที่ว่าโลกจะเลือกอะไรระหว่างพระอาทิตย์หรือพระจันทร์


คำตอบของใครๆ เป็นไปอย่างที่ธรรมชาติกำหนดไว้ แต่คำตอบของ ว.52 กลับยกให้พระจันทร์สำคัญที่สุดในจักรวาลของเขา


เชื่อไหมว่ามีใครบางคนที่สามารถนอนยิ้มให้กับข้อความนั้นได้จนถึงเช้าจริงๆ


...ผมเอง...












องค์การจัดเวทีล่วงหน้าก่อนวันประกวดจริงสองวัน ให้แต่ละคณะมาซ้อมรอบความสามารถพิเศษในสถานที่จริง เพื่อให้ประเมินความเหมาะสมของโชว์ส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งเพื่อจับเวลาว่าเกินกำหนดหรือไม่


ผมยิ้มแก้มแทบแตก ตอนอ่านใบคอนเซ็ปต์ของคณะวิทยาศาสตร์ เพลงนี้น้องตัวเล็กแต่งเอง แต่คนที่เล่นดนตรีมาทั้งชีวิตอย่างผมฟังไม่กี่นาทีก็รู้แล้วว่าเจ้าวาฬเล่นเร็วกว่าความจริงที่เพลงนี้ควรจะเป็น ถ้าคนนอกฟังมันก็คือเพลงละครเวทีทั่วไปที่สามารถทำออกมาแล้วภาพรวมดูเพอร์เฟกต์จนหาที่ติไม่ได้ แต่หลังจากเรียกตัวเอกตะวันมาซัก ก็ได้ความว่าเจ้าวาฬเล่นเปียโนเร่งจังหวะเกินไปจริงๆ นั่นแหละ


“ช็อกโกแลตเย็นที่มึงฝากกูซื้อนี่เอาไง จะละลายแล้ว”


ช็อกโกแลตที่อ่านเจอมาว่าจะทำให้คนกินอารมณ์ดีขึ้น จะมีประโยชน์อะไรถ้ามันไม่ถูกส่งถึงมือคนที่เราต้องการ


“มึงกินเลย”


เพราะได้ยินต้นข้าวกับตุ้งติ้งคุยกันว่าเป็นห่วงเจ้าวาฬ ไม่รู้ว่าหายไปไหน ผมเลยใช้เวลาเดินหาเจ้าตัวเล็กจนค่ำด้วยความเป็นห่วงที่ทวีคูณมากขึ้นกว่าเดิม แต่กลับพบว่าในตอนนั้นเหมือนกำลังเดินคว้าอากาศ ไม่รู้ว่าเจ้าวาฬน้อยหายตัวไปอยู่ที่ไหน กลัวใจน้องด้วยว่าจะคิดมากจนอาการดิ่งลงไปอีกทั้งที่ดีขึ้นมากแล้ว


ทำไงดีวะ


เดินกลับเข้ามาที่หลังเวที นั่งลงที่หน้าเปียโนตัวเก่ง ไล่ปลายนิ้วไปตามโน้ตบางตัวที่พอจำได้ กดมันลงไปเพื่อซึมซับความไพเราะของดนตรี และมีความหวังอยู่ลึกๆ ว่าหากน้องตัวเล็กได้ยินเสียงนี้ ขอให้เดินกลับมาหาพี่นะ


สัญญาว่าจะกอดเอาไว้แน่นๆ ไม่ให้ไปไหน


พระจันทร์มีแรงดึงดูดมากเท่าไหร่ผมไม่รู้ แต่เจ้าวาฬกลับมาหลังจากที่ผมนั่งเล่นเปียโนไปไม่นาน มันทำให้ใจผมสั่นเหมือนกินเครื่องดื่มชูกำลังมากกว่าวันละสองขวด บนใบหน้าใสมีคราบน้ำตาจางๆ ลังเลว่าจะก้าวเข้ามาหรือไม่ สายตาเค้าจับจ้องที่เปียโนเหมือนอยากจะใช้มันอีกสักครั้ง ผมจึงขยับตัวให้มีที่ว่างมากพอ เชื้อเชิญน้องให้มานั่งข้างกันด้วยดวงตาสีรัตติกาลที่ใครๆ ต่างก็หลงใหลไม่เว้นแม้แต่ตัวผมเอง


“อยากฟังอีก” ประโยคร้องขอจากดวงจันทร์เอื้อนเอ่ยออกไป และหวังว่าท้องทะเลจะเมตตา


ปลายนิ้วเรียวไล่ไปยังโน้ตที่ถูกเรียบเรียงขึ้นมาอย่างตั้งใจ น้องจดจ่ออารมณ์ของตัวเองอยู่กับมัน โยกศีรษะตามบางครั้งที่เผลอระบายรอยยิ้มลงบนใบหน้า ผ่อนคลายคิ้วที่ขมวดหากันลงเมื่อดึงความรู้สึกของตัวเองกลับมาได้เหมือนเดิม ใบหน้าหวานของเขาตอนที่หลับตาลงดำดิ่งลงไปในห้วงแห่งฝัน มันสะกดผมให้ขยับเข้าไปใกล้ กักกอดเขาเอาไว้ด้วยการโอบและดึงตัวเล็กให้เอนลงมาพิงผม มอบบทเพลงใหม่ให้เขาฟัง บทเพลงที่กำลังจะพาเราลอยข้ามฟ้าท่ามกลางแสงดาวมากมายไปด้วยกัน


เจ้าวาฬหลับตาลงตั้งใจฟังและทิ้งน้ำหนักลงมาที่ผมทั้งตัว เหมือนช่วงเวลาในฝัน ที่ในท้ายที่สุดเจ้าชายจะต้องจุมพิตบนหน้าผากของเจ้าหญิง และบังเอิญว่าผมก็เป็นเจ้าชายที่ชอบเล่นตามบท แอบขโมยหอมหน้าผากน้องไปเบาๆ หนึ่งที คนตัวเล็กคงจั๊กจี้เลยเอามือมาปัดหน้าผากตัวเองเหมือนไล่แมลง พอเห็นว่าไม่มีสิ่งใดเป็นอันตรายที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ก็มอบสายตาชื่นชมให้กับผมหลังจากเพลงจบ เชื่อไหมว่ามันทำให้ผมยิ้มจนเผลอปล่อยให้อะไรๆ มันหลุดออกไปให้น้องได้ยิน


“ชอบ”

บางทีก็อยากจะตีตัวเองสักที ปล่อยให้หัวใจอยู่เหนือการควบคุมของร่างกายอีกครั้งหนึ่งจนได้


ผมไปส่งน้องที่คอนโดฯ อีกครั้ง เพราะดึกแล้วเลยไม่อยากให้กลับเอง หลังจากนั้นไม่นานก็ได้อ่านอัปเดตของกระทู้ที่น้องเข้ามาเขียนเพิ่มไว้


มีคนบอกผมว่าเรามักจะมีใครบางคนอยู่ในเพลงบางเพลงที่เราฟัง และเราเองก็เป็นใครบางคนอยู่ในเพลงที่คนอื่นฟังเหมือนกัน ขอบคุณตัวเองวันนี้ที่เลือกจะก้าวผ่านม่านดำนั้นเข้าไป เพื่อให้ได้พบกับเสียงดนตรีที่บรรเลงดังลงมาจนทะลุสู่ใจกลางของท้องทะเลลึกอีกครั้ง มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้

...คุณพระจันทร์ผู้ที่สว่างไสวอยู่บนฟ้า คุณของผม :)

มันเป็นข้อความที่ทำให้ผมได้รู้ว่า ผมไม่ได้เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไปแล้ว


แต่มันกำลังเป็นของคุณ


น้องเจ้าวาฬ :)











เป็นไปตามความคาดหมายว่าเจ้าตัวเล็กจะได้รางวัลป๊อปปูลาร์โหวต จะเป็นเพราะความน่ารักสดใส ความเป็นตัวของตัวเองตอนที่เขาแสดงออกบนเวที หรือเพราะอะไรก็ช่าง มันดีและยอดเยี่ยมที่สุด ประกอบกับโชว์ที่วิทยาศาสตร์ตั้งใจทำออกมาอย่างผิดคาดไปกว่าทุกปี เลยทำให้เจ้าวาฬได้รางวัลขวัญใจเฟรชชี่ และรางวัลป๊อปปูลาร์โหวตจากการซื้อดอกไม้ลงคะแนน เป็นหนึ่งในห้าคนสุดท้ายรอบตอบคำถาม


มันทั้งยินดีทั้งหมั่นไส้แก๊งเด็กวิศวะที่อยู่ข้างหลัง ขนกันมาเชียร์เจ้าวาฬเยอะกว่าเชียร์เพื่อนตัวเองอีก


‘แลกกับดอกไม้ได้ไหมครับ ผมหมายถึง รอบป๊อปฯ โหวต ที่นับคะแนนจากดอกไม้...คือ ขอโทษครับ ผมแค่กลัวว่าจะไม่มีใครซื้อให้’

เอกตะวันกำลังเล่นสงครามประสาทกับผมแน่ๆ ผมสั่งให้มันเอาช่อดอกไลแลคไปให้น้อง แต่มันดันเอาช่อดอกทานตะวันไปให้น้องตัดหน้าก่อน แถมยังยักคิ้วจึ้กๆ ให้ผมอย่างกวนประสาท ได้เลยเพื่อนรัก บอกไว้ตรงนี้เลยว่า กูจะเอาฉี่แมวใส่ลงไปแทนน้ำหอมให้มึง


เจ้าวาฬดูงุนงงที่ได้รับดอกไม้ช่อประหลาด แต่ก็ดูจะถูกใจมันเหมือนกัน เพราะหลังจากประกาศรางวัลแล้ว น้องถือเจ้านั่นติดตัวมาด้วย ดมแล้วดมอีกไม่ห่าง ผมจะทำอะไรได้ นอกจากยิ้มแล้วก็ยิ้ม


ตอนที่น้องตอบคำถามเรื่องเพศที่สาม ถ้าอยู่ใกล้ผมคงดึงเขาเข้ามาหอมหัวสักสองสามที แล้วจูบหน้าผากคนตัวเล็กที่เก่งกว่าใคร แต่ก็ดันมีไอ้ก้อนเมฆที่ตอบคำถามเรื่องสันติภาพได้ดีจนนึกว่าจะต้องหาถ้วยรางวัลโนเบลให้มันแล้ว มันเลยซิวถ้วยเดือนไปครอง ปาดหน้าเจ้าวาฬไปต่อหน้าต่อตา


ฟังผมเรียกไม่ผิดหรอก ไอ้ก้อนเมฆไง ไอ้เดือนหมาดๆ ที่กำลังจีบเจ้าวาฬจนออกนอกหน้า แล้วดูเจ้าตัวเล็กทำเข้า รับพวงมาลัยมันมาทำไม ไม่รู้เหรอว่ามันคือพวงมาลัยเลือกคู่


ฟ้าข้างนอกครึ้ม แต่อาจจะยังครึ้มไม่เท่าใจผม หลังจากส่งข้อความไปหาสายหมอกเพื่อนสนิทที่เป็นประธานสาขาไฟฟ้า ว่าชิงธงวิศวะพรุ่งนี้ช่วยรับน้องเดือนใหม่หนักๆ ให้หน่อย มันกำลังขวางทางหัวใจกู เพื่อนก็ดันตอบกลับมาแค่ 555 แล้วก็หายจ้อย


ผมไม่สนว่าเจ้าวาฬลุกขึ้นไปยืนดูอะไรที่ชั้นหนังสือ แต่ดีใจมากที่น้องลุกแล้วเดินออกจากที่นั่งตรงนั้นได้ ไฟในห้องกะพริบติดๆ ดับๆ เพราะฝนตกหนัก มันทำท่าเหมือนกำลังจะตายลงไปในอีกไม่ช้า เลยกระซิบบอกไอ้บอสว่าให้เอาเดือนวิศวะไฟฟ้าไปดูแผงไฟห้องข้างๆ ที เผื่อดับแล้วจะประชุมลำบากกันหมด


แน่นอน ปลาทูของเราหอม เลยต้องรีบกันแมวตัวอื่นออกไปห่างๆ


“ไอ้ยูมึงเอาโทรศัพท์มาเปิดไฟฉายดิ๊”


“ก็มันมืดแล้วกูจะหาโทรศัพท์เจอได้ไง จ๊าดง่าวอีกแล้วมึงนี่”


“ของกูแบตฯ หมด”


ไฟดับตามที่คาดจริงๆ โชคช่วยชั้นที่หนึ่งคือคนในห้องไม่มีไฟฉาย โชคชั้นที่สองคือผมคุ้นเคยกับห้องนี้เพราะมากินมานอนเตรียมงานกันอยู่เป็นเดือนๆ ต่อให้มืดแค่ไหนก็ไม่มีผล คุ้นชินจนหลับตาเดินก็ทำได้ และผมคาดเดาว่าเจ้าวาฬเองก็คงไม่กล้าเดินออกจากที่เพราะกลัวจะไปชนอะไรเข้า


นักวิทยาศาสตร์อาจจะพิสูจน์อะไรผิดไป โลกต่างหากที่มีแรงดึงดูดและแรงกระทำมหาศาลต่อดวงจันทร์


วันนี้คุณตัวเล็กเนื้อหอมจนน่าหวงไปหมด น่าหวงจนผมทนไม่ไหว เดินเข้าไปดึงแขนเล็กของร่างบางให้ปลิวเข้ามาสู่อ้อมกอดของตัวเองในความมืด กดศีรษะเขาเบาๆ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้จมลงมาในแผงอกกว้าง ไม่อยากจะคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบไหนกันถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้ จะด่าตัวเองว่าโรคจิตก็ไม่กล้า อีกใจนึงก็ปลอบตัวเองว่าเราแค่ทำสัมผัสบำบัดให้น้อง


ขวัญใจเฟรชชี่สะดุ้งตกใจและดันตัวผมออกเบาๆ แต่ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรเขาถึงไม่ร้องก่อนจะเปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง ผมเลยลองปล่อยให้หัวใจนำร่างกายไปหนึ่งก้าวอีกครั้ง จุมพิตลงบนกลุ่มผมนุ่มหอมๆ แผ่วเบาที่หนักแน่น ย้ำชัดในความรู้สึกว่าพระจันทร์กำลังหวงเจ้าวาฬตัวน้อยเหมือนจะตาย


ไม่รู้ว่าหัวใจใครเต้นแรงกว่าใคร แต่ตอนที่ขวัญใจของผมซุกหน้าลงมา ผมสัมผัสได้ว่าหัวใจน้องเต้นแรงมาก เต้นแรงจนต้องหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ลูบแขนน้องเบาๆ เพียงแค่อยากจะปลอบโยนท้องทะเลที่กำลังตื่นเต้นให้สงบลง แต่ก็ดันไปจับโดนผ้าเช็ดหน้าที่น้องกำแน่นเอาไว้ในมือ จำเนื้อผ้าได้ มันคงเป็นผืนของผม ผมเลยแกะมันออกมาจากมือที่กำแน่นและเสียบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่แอบเขียนไว้ก่อนน้องจะมาถึงลงไปในกระเป๋าเสื้อของเขาแทน


จริงๆ ที่ชอบให้นั่นให้นี่กับน้องไว้แล้วปล่อยให้เอามาคืนวันหลัง ก็คืออยากเจอเขาอีก แต่ไม่รู้จะเอาอะไรมาอ้าง


ปกติไฟจะดับไม่เกินห้านาที แล้วจากประมาณการก็คงใกล้เวลาแล้ว


เราต้องยอมรับความทรมานด้วยการขัดใจตัวเองดูสักครั้ง คลายอ้อมกอดคนตัวหอมออกอย่างเสียดาย ถอยหลังกลับมานั่งที่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย พอไฟสว่างถึงได้รู้ว่าใบหน้าน่ารักนุ่มนิ่มนั้นกำลังแดงและแก้มบวมเป่งเหมือนจะระเบิด น้องดูมีความสุขตอนที่หยิบโน้ตในกระเป๋ามาอ่าน สลับกับการนั่งจ้องมองช่อดอกไม้สีม่วงที่จนป่านนี้ก็ยังไม่เลิกดมมันสักที


เจ้าวาฬกลอกตาอย่างใช้ความคิด กัดเล็บโดยไม่รู้สึกตัวเหมือนเคย พอเบนสายตามาที่ผม ตอนแรกเหมือนน้องจะยิ้มให้ แต่แล้วเวรกรรมก็คงมีจริง น้องดันเห็นผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือผมเข้า


ผมกลายเป็นผู้ร้ายที่ต้องยอมจำนนต่อหลักฐานเพราะไม่รู้จะแก้ตัวว่าอะไร อยากจะรู้เหมือนกันว่าน้องจะว่ายังไงเมื่อเรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้ ผลลัพธ์ก็คือเจ้าวาฬทำหน้าช็อกเหมือนปลาทองสำลักอาหารเม็ด มือเล็กยกขึ้นมากุมหัวใจของตนเองแล้วพึมพำอะไรไม่จริงๆ ก็ไม่รู้ออกมา ได้ใครมองเห็นก็คงรู้สึกทั้งตลกทั้งเอ็นดูระคนกันไป


ก้มหน้าลงไปเร็วๆ เข้าขวัญใจเฟรชชี่ อย่าให้ใครเห็นว่ากำลังเขินอยู่


มันทำให้อดคิดไม่ได้เลยว่าคืนนี้ผมจะได้อ่านข้อความแบบไหนในกระทู้ ข้อความแบบที่ชมผม ด่าผม (ว่าโรคจิต) ที่ไปขโมยกอดเขา หรือพร่ำเพ้อว่าโลกหลงรักพระจันทร์มากแค่ไหนอย่างที่ผ่านๆ มา


หรือในกระทู้อาจไม่มีอะไรอัปเดตเลยในคืนนี้ เพราะน้องอาจจะกลับถึงห้องแล้วทิ้งตัวลงนอนกอดช่อดอกไลแลคทั้งคืน


แล้วผมล่ะ ควรทำยังไง ระหว่างไปตั้งกระทู้ตามหาหัวใจที่โดนขโมยไป หรือโคจรเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบบอกคุณของผม ว่าชอบนะครับ


อยากดูแล








TBC.

ตอนหน้าจะมาแจ้งเรื่องหนังสือน้องที่จะออกนะคะ (แอบเอาปกมาให้ดู ฮรึก จ๋วยมาก)


ความคิดเห็น