email-icon Instagram-icon

ปีศาจในร่างเจ้าชายที่เเสนดีพร้อมที่จะขี่ม้าขาวเข้าไปช่วยเจ้าหญิงเเล้วครับ :) :x:กดไลค์เเละคอมเม้นต์เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ:x:

​คลั่งครั้งที่ 3 น่าสมเพช

ชื่อตอน : ​คลั่งครั้งที่ 3 น่าสมเพช

คำค้น : RAVE , ร้าย I คลั่ง I รัก , อวบ , น่ารัก , โหด , หื่น , ไอหมอก , ลิษา , ลิซ , Bad_devil

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.3k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2563 02:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​คลั่งครั้งที่ 3 น่าสมเพช
แบบอักษร

คลั่งครั้งที่ 3 น่าสมเพช 

“ไม่ปิดหน่อยเหรอ รอยน่ะ” เสียงทุ้มที่พูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบภายในรถสปอร์ตคันหรูที่กำลังติดไฟแดงอยู่ทำให้นัยน์ตากลมโตของคนที่นั่งเงียบมาตลอดทางถึงกับเลิ่กลั่กไม่เข้าใจกับสิ่งที่คนด้านข้างพูด 

แต่ลิซก็ไม่ต้องงงนานเมื่อแขนแกร่งของไอหมอกเอื้อมมาทางฝั่งของเธอแล้วจัดการดึงเอาที่บังแดดฝั่งด้านข้างคนขับที่ด้านในจะมีกระจกออกมาแล้วเปิดให้เสร็จสับ 

O_O! 

รอยแดงเป็นจ้ำน่ากลัวกระจายอยู่ทั่วลำคอระหง ลิษารู้ว่านี่มันคือรอยดูด แต่ก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันจะสามารถทำให้เป็นรอยติดๆกันทั่วทั้งคอจนแทบจะไม่มีที่ว่างแบบนี้ได้ ไอ้ตอนที่เข้าห้องน้ำเธอก็รีบอาบจนไม่ทันได้สังเกตซะด้วยสิ 

“แย่แล้ว” เสียงหวานพึมพำออกมากับตัวเอง แล้วคอเธอแดงแจ๋แบบเห็นชัดขนาดนี้แล้วเธอจะไปทำงานยังไงล่ะ 

สัญญาณจราจรที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวทำให้ไอหมอกต้องละสายตาออกจากใบหน้าอวบที่กำลังแสดงสีหน้าเป็นกังวลอย่างนึกเสียดาย 

“ร้านนี้ใช่มั้ย” ขับรถมาได้สักพักจนถึงร้านอาหารขนาดกลางแห่งหนึ่ง ไอหมอกก็หันมาถามคนข้างๆที่ยังไม่เลิกทำสีหน้าเป็นกังวลอยู่ยิ้ม 

“ใช่ค่ะ...” 

“หื้ม ใช่แล้วทำไมไม่ลงไปล่ะ” รู้ทั้งรู้ว่าที่อีกฝ่ายไม่ยอมลงไปมันเป็นเพราะอะไรแต่ก็ยังอยากจะแกล้งอยู่ดี 

“คือ...” 

“หรือเปลี่ยนใจอยากจะไปกับฉันกัน” ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมกับคำพูดที่ลิษาได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธระรัว 

“ปะ เปล่านะคะ” 

ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเรื่อยๆและดูเหมือนคนขี้แกล้งเองก็ไม่คิดจะหยุดจนลิซได้แต่หันหน้าหนีพร้อมกับเบี่ยงตัวไปทางประตูรถอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหลบจมูกโด่งที่กดลงมาที่แก้มตัวเองพร้อมสูดหายใจเข้าฟอดใหญ่ได้อยู่ดี 

“แล้วทำไมไม่ลงล่ะ” ไอหมอกยังคงกระเซ้าไม่เลิก แถมยังคลอเคลียไปมาที่พวงแก้มนุ่มไม่หยุด 

เขาเห็นประโยชน์ของฟิล์มดำรถของตัวเองก็วันนี้ล่ะ แต่ก็ดูเหมือนว่าฟิล์มดำจะไม่ช่วยให้ความอายของคนตัวอวบลดลงไปเลย 

“กะ ก็...” ลิษาจำใจต้องใช้นิ้วของตัวเองจิ้มไปที่ลำคอที่อดีตมันเคยขาวผ่องแต่ตอนนี้กลับถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดงเข้มกระจายอยู่ทั่วทั้งลำคอ 

“โธ่ ฉันก็นึกว่าเธออยากอยู่กับฉันซะอีก” ไอหมอกแสร้งทำเสียงเศร้าพร้อมผละตัวออกไปนั่งประจำที่คนขับดังเดิม “แล้วจะเอายังไงดีล่ะ อีกไม่กี่นาทีก็จะแปดโมงแล้วด้วยสิ~” 

“...” ริมฝีปากอิ่มถูกเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคิดไม่ตก ก่อนจะตัดสินใจช้อนสายตาขึ้นมองสบกับนัยน์ตาคมเข้มที่มองมาอยู่แล้ว “พี่ไอหมอก...พอจะมีอะไรที่มัน เอ่อ...” 

“ไอ้มีน่ะมันอาจจะมีนะ แต่ก็ต้องดูก่อนว่าฉันอยากจะให้รึเปล่า” 

“ให้ลิซเถอะนะคะ ลิซจำเป็นต้องไปทำงานจริงๆ” 

“แล้วเวลาขอของของคนอื่นต้องทำยังไงก่อนล่ะ” 

คนตัวอวบชะงักไปนิดก่อนที่จะยกมืออวบๆทั้งสองข้างขึ้นมาพนมที่หน้าอกจนไอหมอกเองเบิกตาโตขึ้นเล็กน้อย เขาทั้งตกใจ แปลกใจ ประหลาดใจ ความรู้สึกมันผสมปนเปกันไปหมด แต่ที่เห็นชัดๆเลยคงจะเป็นความเอ็นดู :) 

“ลิซ...ลิซขอนะคะ” ถึงแม้จะไม่รู้ว่าสิ่งๆนั้นมันคืออะไร แต่ถ้าอีกฝ่ายบอกว่ามันพอจะช่วยปกปิดรอยได้เธอก็ยินดีจะทำเพื่อให้ได้มันมา 

“ฮะๆๆๆๆ น่ารักจริงๆนะเธอน่ะ” 

แก้มกลมถูกดึงยืดออกด้วยความเอ็นดูของไอหมอกก่อนที่ร่างสูงจะเอนตัวไปทางด้านหลังเพื่อหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองมาเปิดเอาคอลซีลเลอร์ที่แอบไปซื้อมาระหว่างที่ร่างอวบอาบน้ำอยู่ออกมา 

นัยน์ตากลมโตพราวระดับเมื่อเห็นเครื่องสำอางที่คงช่วยในการปกปิดรอยพวกนี้ได้ดีในมือของคนตรงหน้า พอของสิ่งนั้นถูกยื่นมาเธอก็เตรียมจะรับมาถือแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมือหนาที่ถืออยู่นั้นชักกลับไปพร้อมกับยื่นใบหน้ามาแทน 

“ฉันให้เธอเลือก...ว่าจะจูบฉันตรงไหน” 

“...” 

“ถ้าจูบตรงที่ฉันถูกใจ เธอก็จะได้เจ้านี่ไป แต่ถ้าไม่...เธอคงต้องลงไปทำงานในสภาพนั้นล่ะนะ :)” 

“...” 

“ย้ำนะว่าจูบ ไม่ใช่หอม” 

ลมหายใจของลิษาถึงกับกระตุกกับคำพูดของอีกฝ่าย แล้วยิ่งไอหมอกที่หลับตาพริ้มลงเพื่อรอรับสัมผัสจากเธอก็ยิ่งทำให้เธอใจกระตุก นัยน์ตาหวานจึงหวาดสายตาไปทั่วทั้งโครงหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรของคนตรงหน้า 

ไล่ตั้งแต่หน้าผาก คิ้วคมเข้ม เปลือกตา สันจมูกโด่ง แก้ม และริมฝีปาก... 

“รีบเข้าล่ะ มันใกล้แปดโมงเข้าไปทุกทีแล้ว” เสียงเข้มอดที่จะเอ่ยเร่งออกมาไม่ได้ 

ลิซผ่อนลมหายใจออกมายาวๆทีนึงเพื่อลดความประหม่าก่อนที่จะกลั้นใจกดริมฝีปากนุ่มของตนเองลงไปบนเปลือกตาบางที่กำลังปกปิดนัยน์ตาร้ายๆเอาไว้นิ่งแล้วรีบผละออกมา 

ไอหมอกอดที่จะแปลกใจกับที่ๆอีกฝ่ายเลือกที่จะกดจูบลงมาไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นที่ริมฝีปากบางกลับมีรอยยิ้มพึงพอใจปรากฎออกมา 

“รีบๆทาเข้าล่ะ” 

คอลซีลเลอร์ถูกยื่นไปให้ตามสัญญาจนลิซเผลอยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เลือกที่จูบถูก โดยที่ไม่รู้เลยว่าไม่ว่าเธอจะเลือกจูบลงตรงไหนไอหมอกก็คิดไว้ว่าจะให้ของกับเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว 

ครีมสีเนื้อของคอลซีลเลอร์ถูกโปะไปทั่วทั้งลำคอก่อนที่เจ้าของลำคอนั้นจะรีบๆเกลี่ยมันไปมาพอให้ปกปิดรอยได้และไม่เป็นที่สังเกตของคนอื่น โดยที่การกระทำทั้งหมดนั้นของเธอก็ตกอยู่ในสายตาของคนที่มองมาตลอด 

“ทำไมถึงจูบที่เปลือกตาล่ะ” น้ำเสียทุ้มเอ่ยถามออกมาจนมืออวบที่กำลังขยับอยู่ชะงักกึก 

“เอ่อ...” 

“...” ไอหมอกเองก็เงียบรอฟังคำตอบ 

“เพราะตอนนั้นลิซนึกออกแต่แววตาของพี่ไอหมอกนี่คะ” ตอบไปก็เม้มปากไปด้วยความประหม่า เพราะสิ่งที่เธอคงจะนึกถึงเป็นอยางแรกถ้าหากพูดถึงไอหมอกก็คงจะเป็นนัยน์ตาแสนเจ้าเล่ห์คู่นั้น 

“แววตาของฉันมันทำไมเหรอ?” ไอหมอกหันถามยิ้มๆ 

“...” ลิซเองก็ถึงกับชะงักไป เธอไม่ได้คิดเหตุผลที่จะมาตอบเสียด้วยสิ และถ้าตอบไปตามความจริงว่าแววตาของไอหมอกนั้นทั้งดูร้ายกาจแล้วก็เจ้าเล่ห์ไปในเวลาเดียวกัน อีกฝ่ายก็คงต้องลงโทษเธอไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่ๆ 

“งั้นไม่ต้องตอบก็ได้ รีบไปทำงานเถอะ ^^” 

หือ? 

O_O? 

“ทำไมทำหน้างงแบบนั้นล่ะ รีบลงไปได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอก” 

ลิซได้ลงมาจากรถง่ายกว่าที่เธอคิดเอาไว้ ทั้งๆที่เธอเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าจะต้องถูกซักจนกว่าจะได้คำตอบแน่ๆแต่มันกลับไม่ใช่ เพราะเมื่อกี้ไอหมอกกลับปล่อยให้เธอลงจากรถมาโดยง่าย 

อะไรของเค้ากันนะ? 

เจ้าของร่างอวบในชุดนักศึกษาสะบัดหัวไปมาไล่ความคิดที่มันตีกันยุ่งเหยิงก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในร้านอาหารขนาดไม่ใหญ่มานักเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ของตัวเอง 

.. 

. 

ในขณะที่ลิษากำลังทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ ในรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่ด้านหน้าร้านอาหารนั้นก็ยังมีเจ้าของร่างสูงร่างหนึ่งที่นั่งยิ้มอ่อนๆ คอยมองตามทุกการกระทำของคนในร้านผ่านกระจกบานใส 

บางทีลิซอาจจะรีบเข้าไปในร้านจนลืมสังเกตรถของเขาที่ยังไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน :) 

ไอหมอกนั่งเฝ้าลิซทำงานมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว โดยที่ตอนนี้ก็เลยเวลาเข้าเรียนของเขาไปแล้วเหมือนกัน แต่ก็นั่นล่ะ...เขาไม่ได้แคร์มันสักเท่าไหร่ 

Rrrrrrrrrrr 

:x:Saitarn:x: 

ไอ้ธารมันโทรมาทำไมวะ? เขาก็โทรไปฝากมันจดเลกเชอร์แล้วนี่นา 

ติ๊ด! 

“มีไรมึง?” 

[ไอ้หมอก กูว่ามึงควรมามอด่วน] 

ไอหมอกขมวดคิ้วน้อยๆกับคำพูดของเพื่อนสนิทก่อนจะกรอกเสียงกลับลงไป “ทำไมวะ ก็กูบอกวันนี้กูไม่เข้าคาบแรกไง” 

[ไม่เว้ย คือมึง...] 

น้ำเสียงหนักอกหนักใจของสายธารยิ่งทำให้ไอหมอกขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม แต่ก่อนที่จะได้ถามอะไรกลับไปเสียงคึ่กคั่กก็ดังมาจากปลายสายเหมือนเกิดการเปลี่ยนมือกันถือโทรศัพท์ แล้วเสียงที่พูดประโยคต่อมาก็เปลี่ยนไปโดยปริยาย 

[คุณไอศูรย์! กรุณามาเข้าคลาสเรียนด้วยค่ะ! ไม่ทราบว่าคุณอยากจะใช้สิทธิ์ขาดเรียนให้ครบเลยใช่ไหมคะ!] 

เชี่ย! จารย์ป้ามา! 

“อ่ะ เอ่อ แค่ก! แค่กๆๆๆ...ขะ ขอโทษนะครับจารย์ แต่วันนี้ แค่ก! ผมป่วยน่ะครับ ไปเรียนไม่ไหว แค่กๆ!” 

[อย่ามาโกหกนะคะคุณไอศูรย์ มีเพื่อนร่วมคลาสของคุณเห็นรถของคุณจอดอยู่ที่หน้าร้านอาหารไม่ไกลจากมอค่ะ] 

เชี่ยเอ้ยยย แล้วใครมันไปปากโป้งบอกอาจารย์ป้าวะ =_= 

ไอหมอกได้แต่ทึ้งหัวตัวเองเบาๆก่อนจะแสร้งทำเป็นเสียงแหบเสียงแห้งเพื่อคุยกับปลายสายต่อ 

“จำ แค่ก! จำผิดแล้วครับจารย์ ผมยังนอนอยู่ที่ห้องอยู่เลย จะไปอยู่ที่ร้านอาหารได้ยังไง” 

[แต่คนที่ขับรถหรูขนาดนี้ในมหา’ลัยมีไม่กี่คนนะคะ] 

ไม่น่าเกิดมารวยเกินเลยกู! 

“...” 

[เลือกเอานะคะ ว่าจะมาเข้าเรียนภายใน 5 นาทีนี้หรือจะติด F วิชาดิฉัน] 

ติ๊ด! 

สายถูกตัดไปเพียงเท่านั้นพร้อมกับไอหมอกที่นิ่งค้างอยู่กับโทรศัพท์... 

เอาอีกแล้ว ป้าเล่นกูอีกแล้ว! 

ถึงแม้หากขึ้นมหา’ลัยแล้วอาจารย์ที่สอนมักจะไม่ได้เคร่งอะไรกับการเข้าเรียนของนักศึกษา เพราะถ้าหากวิชาไหนมีเช็กชื่อ มาก็คือมีคะแนน ไม่มาก็ไม่มีคะแนน แต่กับวิชานี้มันไม่ใช่! 

อาจารย์ป้าผู้เป็นที่เล่าลือของคณะหมอว่าโหดสุด เหี๊ยบสุด ใครจะขาดวิชาแกจริงๆต้องมีเหตุผลที่เป็นไปได้และน่าเชื่อถือพอ และสำหรับไอหมอกคนนี้ที่ไม่ใช่ลูกรักของอาจารย์ คนที่ใช้สิทธิ์ในการขาดเรียนจนครบทุกครั้งความน่าเชื่อถือย่อมเท่ากับศูนย์ครับ 

“เห้ออออ...” ไอหมอกถอนหายใจออกมายาวๆก่อนจะหันไปมองลิซในชุดทำงานเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับกล่าวอำลาเบาๆในใจแล้วค่อยออกรถมุ่งตรงไปที่มหา’ลัย 

โดยที่ไอหมอกไม่ได้สังเกตเลยว่าพอรถของตัวเองขับออกไปก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินสวนเข้าไปทางร้านพอดี... 

.. 

. 

“อันนี้ของโต๊ะ 6” เจ้าของรืมฝีปากแดงสดเอ่ยปากบอกกับเด็กใหม่ร่างท้วมก่อนที่จะหันไปทำเครื่องดื่มอย่างอื่นต่อ 

“ค่ะ” ลิซพยักหน้ารับคำของรุ่นพี่ผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็นคนทำเครื่องดื่มของร้านอาหารแห่งนี้พร้อมกับรับถาดอาหารเพื่อนำไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า 

“ลาเต้ปั่นเพิ่มวิปครีมค่ะ” เสียงหวานพูดบอกกับลูกค้าที่ใส่ชุดนักศึกษาทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มไมตรี แต่ก่อนที่จะได้เดินออกมาให้พ้นรัศมีของโต๊ะนั้น เสียงของชายสองคนนั้นก็ดังขึ้นมาเสียก่อน 

“อยากให้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์เป็นคนมาเสิร์ฟว่ะ อย่างแจ่ม” 

“เออเหมือนกัน คนเมื่อกี้แบบ...” 

“แหวะว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ” 

ใบหน้าที่ตอนแรกประดับรอยยิ้มไมตรีเอาไว้ค่อยๆหุบยิ้มลงอย่างช้าๆกลายเป็นเพียงรอยยิ้มเจื่อนๆเท่านั้น ไม่ว่าเธอจะไปทำงานที่ไหนก็คงหนีไม่พ้นคำต่อว่าแบบนี้เลยสินะ... 

กริ๊งงงง 

เนื่องจากตอนนี้พนักงานคนอื่นก็กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักขะเหม้นและมีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่ยืนอยู่ใกล้กับประตูทางเข้ามากที่สุด ลิซจึงต้องเป็นคนเอ่ยต้อนรับกลุ่มคนที่พึ่งเดินเข้ามาใหม่ 

“อ้ะ ยินดีต้อนรับค-” แต่ยังไม่ทันที่จะพูดให้จบประโยคดี สายตาของลิซก็สบเข้ากับดวงตาวาวโรจน์ของกลุ่มหญิงสาวสามคนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตา...ไม่สิ รู้จักเป็นอย่างดีเลยต่างหาก 

“ย้ายจากที่เก่ามาทำที่นี่เองหรอจ้ะ ยัยหมูตอน~” 

อึ่ก! 

เธอก็ไม่ได้อยากจะย้ายมาทำที่อื่นหรอก แต่ที่ต้องมาเพราะเธอถูกไล่ออกต่างหาก ส่วนสาเหตุน่ะเหรอ ก็เสิร์ฟอาหารหก เสิร์ฟน้ำก็หก ทำจานแตก ทำแจกันตก ซึ่งเธอไม่ใช่คนซุ่มซ่าม... 

“เอ่อ ชะ เชิญค่ะ” 

หน้าที่ของลิซในร้านอาหารแห่งนี้คือคอยจดออเดอร์ของลูกค้า นำอาหาร นำน้ำมาเสิร์ฟและทำความสะอาดอีกเล็กน้อย ดังนั้นลิซเลยเลี่ยงที่จะไม่ไปยุ่งกับโต๊ะของลูกค้าสามคนที่มาใหม่ไม่ได้ 

โดยที่ท่าทางสั่นกลัวของลิษาและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างสนุกสนานของลูกค้าผู้มาใหม่ทั้งสามคนก็ตกอยู่ในสายตาของ ‘เจน’ บาเทนเดอร์สาวหน้าสวยเจ้าของริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มและนัยน์ตาคู่คมเฉี่ยวที่กำลังเบะปากน้อยๆ 

“หึ พวกเศษสวะ น่ารำคาญจริง” ปากอิ่มพึมพำไปมือก็คอยเช็ดทำความสะอาดแก้วสีใสไปด้วย 

“โกโก้เย็น คาปูชิโน่ แล้วก็น้ำเขียวโซดา โต๊ะ 10 ค่ะ” หลังจากที่โดนแกล้งปั่นประสาทอยู่ซักพัก ลิซก็ได้รายการอาหารกลับมาบอกกับคนที่เคาท์เตอร์โดยที่อีกฝ่ายทำเพียงแค่พยักหน้ารับด้วยสีหน้านิ่งๆเพียงเท่านั้น 

เวลาผ่านไปสักพักอาหารของหญิงสาวทั้งสามที่นั่งกันอยู่ที่โต๊ะ 10 ก็เสร็จเรียบร้อย ทำให้ลิซต้องจำใจเดินกลับไปเสิร์ฟอาหารพร้อมเครื่องดื่มที่โต๊ะนั้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ซึ่งเจนที่มองอยู่ก็รับรู้ได้ 

“อาหารมาเสิร์ฟค่ะ” น่าแปลกที่คราวนี้เหล่าสามสาวนั้นไม่ได้แกล้งอะไรเธออีก พวกเธอเหล่านั้นทำเพียงแค่มองหน้ากันไปก็หัวเราะคิกคักกันไป 

แต่มันก็ดีแล้วนี่... 

ลิษาอดถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้เมื่อการเสิร์ฟอาหารผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่ได้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างเธอเสิร์ฟอาหารหกหรือทำจานแตกแบบร้านที่ผ่านๆมา 

“กาแฟร้อนของโต๊ะ 9” 

“ค่ะ” 

เจ้าของร่างอวบเดินถือถาดที่ด้านบนมีแก้วกาแฟที่ไอร้อนระอุออกมาเดินตรงไปที่โต๊ะหมายเลข 9 ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่มีปัญหา แต่นั่นมันก็แค่ก่อนหน้าที่จะมีขาเรียวยาวภายใต้ชุดนักศึกษาข้างหนึ่งยื่นออกมาขวางทางเดินของลิซในระยะประชิด 

“อ้ะ!!” 

โครม!! 

“ว้าย! รองเท้าฉัน!” 

ให้ตายสิ จนได้สินะ...ลิซได้แต่ร้องไห้อยู่ในใจเมื่อร่างจ้ำม่ำของตัวเองล้มลงไปตามแรงดึงดูดของโลกอย่างแรงจนถาดที่ถือมาตกลงสู่พื้น แก้วกาแฟแตกกระจาย ส่งผลทำให้น้ำกาแฟที่ร้อนจัดสาดกระเซ็นไปทั่ว จนไปเปื้อนเข้ากับรองเท้าคู่หรูของหญิงสาวที่นั่งอยู่โต๊ะ 9 

“นี่เธอ! ทำไมถึงทำอย่างนี้เนี่ย!” 

“คิกๆๆ ดูยัยหมูทำหน้าเข้าสิ” 

เสียงโวยวายที่ดังขึ้นทำให้ลิษาต้องรีบยันตัวเองลุกขึ้นแม้จะรู้สึกเจ็บร้าวที่หัวเข่าทั้งสองข้างและสะโพกด้านซ้ายมากแค่ไหนก็ตาม 

“คือ...คือลิซต้องขอโทษจริงๆค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขอโทษสั่นๆพร้อมทั้งก้มหน้าลงจนคางอูมนั้นชิดติดหน้าอก 

“แล้วเธอจะรับผิดชอบกับรองเท้าคู่เป็นหมื่นของฉันยังไงไม่ทราบ!” 

“ลิซ...” 

“ชิ ดูจากสภาพแล้วคงจะไม่มีปัญญารับผิดชอบสินะ” 

น้ำเสียงดูถูกยิ่งทำให้ลิซต้องก้มหน้าลงให้ต่ำขึ้นไปอีก ตอนนี้แทบจะทุกสายตาในร้านต่างพากันจับจ้องมองมาที่เธอเป็นสายตาเดียวแล้ว 

“ลิซขอโทษจริงๆค่ะ” 

“จิ๊! จะถือว่าทำบุญทำทานก็แล้วกัน ไม่กงไม่กินมันล่ะ” ว่าจบเจ้าของร่างบางในชุดที่ดูหรูหราไปหมดก็ก้าวเดินออกจากร้านไปอย่างอารมณ์เสีย ลูกค้าโต๊ะอื่นๆภายในร้านถึงได้พากันหันกลับไปรับประทานอาหารต่อโดยที่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนมาเป็นเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้สดๆร้อนๆ 

“คิกๆๆ ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะยัยหมูตอน” 

“ทำไมไม่ระวังเลยน้า” 

“จะให้ระวังยังไงไหว ไขมันที่คอมันติดจนก้มลงมาดูพื้นไม่ได้ขนาดนั้นอ่ะ” 

“ฮ่าๆๆๆๆๆ” 

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยยังคงดังกรอกหูของร่างอวบอยู่ในระหว่างที่เธอเองก็ต้องก้มลงเก็บและทำความสะอาดเศษซากแก้วและน้ำกาแฟที่กระจายไปทั่วพื้น โดยที่ลิซก็ได้แต่แอบคิดแอบถอนหายใจอยู่ในใจว่าที่เธอสะดุดล้มก็เป็นเพราะถูกเธอพวกนั้นสะกัดขาไม่ใช่รึไงกัน 

หลังจากทำความสะอาดจนเรียบร้อยพร้อมทั้งแจ้งกับผู้จัดการร้านว่าให้บวกลบค่าแก้วที่แตกเอาจากค่าจ้างอันน้อยนิด ลิซก็กลับมาทำหน้าที่ดังเดิม... 

“ชามะนาวกับน้ำเปล่า โต๊ะ 2 ค่ะ” 

“โง่รึไง ยอมโดนด่าทั้งที่ไม่ได้ทำ” แทนที่จะเป็นการพยักหน้ารับเหมือนกับทุกที แต่คราวนี้เจนกลับเงยหน้าขึ้นสบสายตากับคนตรงหน้าที่ทำตาล่อกแล่กทันทีที่ได้ยินเธอพูด 

“เอ่อคือ...” 

“โดนสะกัดขาขนาดนั้นยังอยู่เฉยนี่ไม่โง่ก็บ้า” 

“...” 

“จะหาว่าฉันเสือกก็ได้นะ แต่มันทนไม่ด่าไม่ได้จริงๆ” 

“ไม่ว่าหรอกค่ะ...ก็ลิซมันโง่จริงๆ” 

เจนทำสีหน้าเหลือเชื่อออกมาพร้อมทั้งขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจคนตรงหน้าที่ปล่อยให้เธอที่พึ่งจะรู้จักกันวันนี้มาด่าได้ปาวๆโดยที่ไม่โกรธอะไรเลย “เธอมันบ้า” 

ระหว่างนั้นเมื่อไม่มีลูกค้าเข้ามาใหม่และไม่มีลูกค้าโต๊ะไหนเรียก ลิษาเลยต้องยืนรอรับน้ำอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์อย่างนั้นจนเจนทำเครื่องดื่มเสร็จแล้วยกใส่ถาดเอามาให้ 

“มือตีนเธอก็มีเหมือนมัน ทีหลังอย่าไปยอมโดนแกล้งแบบไร้ศักดิ์ศรีอีก” 

“...” แค่พูดมันก็ง่ายสิ คนอย่างเธอทำอะไรแบบนั้นไม่ได้หรอก 

“เห็นแล้วมันน่าสมเพช” 

อืม...ข้อนั้นเธอรู้ดี 

เธอมันน่าสมเพช 

 

งุ้ยยยย สงสารน้องใจจิขาด เเต่ไรท์จำเป็นต้องทำ ฮืออออ T^T 

อยากให้ทุกคนเตรียมใจไว้ เพราะหลังจากนี้มีรุนเเรงกว่านี้มากๆค่ะ (ระดับเต็ม Max!) 

นี่ให้อีพี่ไอหมอกมาเป็นพระเอกก็ไม่รู้ว่าคิดผิดรึเปล่าค่ะ เพราะเหมือนจะมาเเกล้งน้องมากกว่ามาช่วยยังไงก็ไม่รู้ 55555 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว