สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 10 : ศพ

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 10 : ศพ

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2562 09:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 10 : ศพ
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 10

ศพ


วิโอเรลประคองตัวลุกขึ้นบาดแผลจากอุ้งเท้าทำให้การเดินเป็นไปอย่างทุลักทุเล แต่ถึงกระนั้น ลูกที่กำลังรอคอยอยู่ได้เป็นตัวผลักดันให้เสือหนุ่มก้าวต่อไป เขากำลังวางแผนใหม่ ในเมื่อเหยื่อถูกแย่งชิงไปแล้ว ทางเดียวที่เจ้าตัวเล็กจะมีอาหารคือเขาต้องล่าสัตว์สักตัว แม้จะต้องฝืนความเจ็บสักหน่อย แต่ถ้าเพื่อให้ลูกอิ่มท้องเขาก็ยอม

     เขาเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านและมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบกว้างใหญ่ ที่ซึ่งเป็นดั่งสวรรค์ของสัตว์ทั้งหลายในฤดูร้อน ทุ่งหญ้าเขียวขจีได้ดึงดูดสัตว์กินพืชให้มารวมตัวกัน ทั้งฝูงกวาง ฝูงหมูป่า ลิง ควายป่า หรือแม้แต่ตัวนาก ทว่าพวกมันก็ดึงดูดเหล่านักล่าอย่างเสือเช่นเขา รวมถึงคู่แข่งนานาชนิดที่เขาต้องต่อกรด้วย

     พวกหมาในมักประสบผลสำเร็จในการล่า พวกมันเป็นทีมเวิร์ค ขณะที่เขาคอยหมอบราบอยู่ในดงหญ้าสูงเพื่อล่าเดี่ยว หมาในกลัวเสือ เพราะเสือแข็งแรงกว่าและฆ่าหมาในได้ ตอนนี้เขากำลังบาดเจ็บที่อุ้งเท้า เขาไม่ต้องการให้มันติดเชื้อ หากเขาใช้ผลประโยชน์จากพวกหมาในก็คงดีไม่น้อย เพียงแค่นอนเฉยๆรอให้พวกมันล่าเสร็จ แล้วจากนั้นก็วิ่งไล่พวกมันเพื่อครองเหยื่อ ทุกอย่างเป็นอันสมบูรณ์ ลูกของเขาก็จะได้อาหารเร็ว หรือเขาจะลองล่าด้วยตัวเองดี แต่มันต้องแลกมาซึ่งความเจ็บปวดและแผลอาจติดเชื้อได้

     นกกระสาเกาะบนหลังกวางที่ว่ายน้ำเล่นในทะเลสาบ มันเป็นกวางตัวเดียวที่แตกจากฝูง นั่นแหละเหยื่อชั้นดี เขาเริ่มเข้าประจำที่ด้วยการย่องเข้าไปใกล้ตลิ่งให้มากที่สุด แต่ดูเหมือนจะมีคนตัดหน้า เขาไม่ได้เป็นคนเดียวที่เล็งกวางตัวนั้น พวกหมาในและจระเข้ก็กำลังเตรียมตัว และคนที่มีโอกาสได้เหยื่อไปครองน่าจะเป็นเจ้าแห่งผืนน้ำอย่างจระเข้ เขาไม่อยากเสี่ยงชีวิต ก็แค่เหยื่อตัวเดียว เขาสามารถหาใหม่ได้ ที่นี่มีสัตว์กินพืชมากมายให้เขาได้เลือก ในตอนนี้เขาไม่แข็งแรงนัก เหยื่อที่เขาต้องการจึงต้องมีลักษณะเล็ก เชื่องช้า และอ่อนแอ  

     เขาหันหน้าไปยังอีกฟากหนึ่ง หมูดีไหม? หรือว่ากวางดี? แต่ที่แน่ๆเขาจะไม่ขอข้องแวะกับควายป่าเด็ดขาด พวกมันมีเขาที่แหลมคมและพร้อมจะขวิดท้องเขาเสมอ ตอนนี้เขาอ่อนแอเกินกว่าจะล่าพวกมันเหมือนอย่างปกติ ควายป่าเป็นเหยื่อที่สู้กลับ ดังนั้นมันคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักที่จะลองเสี่ยง

     หากคุณคิดว่าเสือแข็งแกร่ง เพียงแค่ออกไปเผชิญซึ่งๆหน้าก็ถือว่าจบ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด นักล่าทุกตัวจำเป็นต้องอาศัยการพรางตัว ความเงียบ และกลยุทธ์ในการล่า หากบุ่มบ่ามจะทำให้เหล่าสัตว์แตกตื่น และเมื่อพวกมันวิ่งเมื่อไร นั่นหมายถึงการเสียโอกาส

     เขาหมอบอยู่ภายใต้ดงหญ้าอย่างอดทน เสือเป็นสัตว์ที่แข็งแรงปราดเปรียว แต่ก็ไม่ได้อดทนและรวดเร็วมากนัก ดังนั้นทั้งหมดที่เขาทำได้จึงมีแค่เข้าไปใกล้เหยื่อให้มากๆ หรือไม่ก็เฝ้ารอจนกว่าจะมีเหยื่อขนาดพอเหมาะเข้ามาใกล้ในรัศมีที่กำหนด นั่นไงล่ะ เจ้าหมูป่าเนื้อแน่นเพศเมีย ท่าทางอายุยังน้อย จึงยังไม่มีเขี้ยวยาวพอจะขวิดเขา แต่มันวิ่งเร็วและหูดีเป็นเลิศ จมูกใหญ่ๆของมันรับกลิ่นบนอากาศได้ดี แต่ตอนนี้กระแสลมไม่แรง มันน่าจะได้กลิ่นแต่ผลไม้ที่กำลังตั้งใจกิน นี่แหละคือโอกาส

     วิโอเรลเริ่มเคลื่อนไหวภายในพงหญ้าหนาสูง ลวดลายสีดำช่วยในการพรางตัวเป็นอย่างดี อุ้งเท้าค่อยๆแตะพื้นเบาๆขณะที่ลำตัวแนบราบจนดูยาวเหมือนไส้กรอก กระทั่งเขาอยู่ห่างกับมันเพียงแค่ยี่สิบเมตร แต่ก็ต้องกะเผื่อในตอนที่มันวิ่งหนี เขาจึงต้องเข้าไปใกล้กว่านี้ ใบหญ้าเรียวยาวปัดผ่านตัวเขาจนส่งเสียงแซ่กแผ่วๆ ลมอ่อนที่พัดคลอทำให้หญ้ารอบๆส่งเสียงเดียวกัน หมูป่าสาวจึงไม่นึกเอะใจอะไร เขายังคงหมอบตัวลงต่ำ คอยก้มหัวเก็บหางกับสะโพกของตนไว้ สายตาล่อกแล่กไม่ใช่การแสดงออกถึงความลังเลหรือหวาดกลัว แต่มันคือการคอยระวัง รอบๆนี้อาจมีสัตว์อื่นที่จ้องเล่นงานจากทุกทิศ... เขารู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาล่าสัตว์อีกครั้ง เพราะตั้งแต่ที่แปลงร่างเป็นคนได้ เขาก็ใช้ข้อนี้ในการหลอกล่อพวกมนุษย์เพื่อจับกินแทน จึงไม่ได้ล่าสัตว์เป็นปีแล้ว หวังว่าฝีเท้าจะยังไม่ตก

     เมื่อได้ระยะที่เหมาะสม วิโอเรลจึงปรากฏตัวพร้อมออกตัววิ่ง ทำให้ฝูงสัตว์บริเวณนั้นแตกกระจายไปคนละที่ พวกหมาในก็ไม่ยอมให้โอกาสหลุดลอย ในเมื่อมีเสือเปิดก็ต้องเปิดตาม ส่วนหมูป่าสาวก็วิ่งกระเสือกกระสนรนหนี ขาสั้นๆวิ่งสับแต่รวดเร็วชนิดที่ว่าวิโอเรลยังเริ่มหอบ มันตัวเล็กกว่าจึงใช้ความได้เปรียบนี้วิ่งซิกแซกจนเขาตาลาย แถมตีวงเลี้ยวได้แบบกะทันหัน ขณะที่เขาขายาวกว่า ตัวใหญ่กว่า ทำให้วิ่งแหกโค้งจนฝุ่นตลบ เมื่อสามารถกลับมาตั้งลำได้ เขาจึงรีบวิ่งตามและเพิ่มความเร็วเรื่อยๆ ถึงแม้จะด้อยเรื่องหักเหลี่ยม แต่เขามั่นใจในการวิ่งทางตรง เขาเชื่อว่าไม่นานต้องไล่ตามมันทันแน่

     ทันใดนั้นแผลอุ้งเท้าก็เกิดการฉีกขาด เป็นเหตุให้เขาต้องหยุดวิ่งฉับพลัน เขาหอบตัวโยนพลางยกเท้าหน้าขึ้นมาดู ผลจากการวิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง นอกจากแผลจะเปิดกว้างขึ้น เขายังปล่อยให้เหยื่อวิ่งหายไปอย่างทำอะไรไม่ได้

     แต่ดูเหมือนโชคจะเข้าข้าง เมื่อหันไปที่พุ่มไม้ใกล้ๆ เขาก็เห็นลูกหมูป่าที่พลัดหลงกับแม่กำลังวิ่งวนอย่างงงงัน ไฟแห่งความหวังถูกจุดขึ้นอีกครั้ง เสือโคร่งหนุ่มย่องเงียบไปหาลูกหมูผู้สบสน ในระหว่างที่มันหันหลังให้ เขาได้คลานเข้าไปก่อนพุ่งตัวกัดคอเล็กๆนั้นไว้ ลูกหมูดิ้นเร่าพร้อมตะกุยขาขณะถูกยกขึ้น มันส่งเสียงร้องเรียกแม่ แต่ไม่มีตัวไหนในฝูงคิดเข้าไปช่วย พวกมันยืนดูเขาคาบลูกหมูเหมือนไว้อาลัย เป็นใครก็รักตัวกลัวตาย ใครจะกล้าเข้าไปแหยมกับเสือ นอกจากจะเป็นพวกที่ชอบทำอะไรโง่ๆหรือไม่รักชีวิตตัวเองเท่านั้น

     วิโอเรลพาเหยื่อมายังใต้ต้นไม้เพื่อให้พ้นจากนักล่าที่มีนิสัยขี้ขโมย ลูกหมูยังคงดิ้นพราดสุดกำลัง ถึงแม้จะโดนฝังเขี้ยวจนคอแทบหัก มันกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมาน เขาต้องทำให้มันเงียบก่อนที่จะมีนักล่าตัวอื่นได้ยิน

     “อี๊ด! อี๊ด!” ลูกหมูถูกสะบัดร่างอย่างรุนแรง กระทั่งเสียงร้องแหลมสูงเริ่มเบาลง เหลือแค่การดิ้นขัดขืนที่ไร้ประโยชน์ และยิ่งมันทำอย่างนั้น จุดจบก็ยิ่งคลืบคลานเข้ามาหาเร็วขึ้น มันทำในสิ่งที่ยังพอทำได้ ในลมหายใจเฮือกสุดท้ายนั้น มันใช้ขาหลังตะกุยบนอากาศหนึ่งครั้งและเริ่มตัวกระตุก ก่อนจะนิ่งสงบคาขากรรไกรของเสือหนุ่ม บ่งบอกได้ว่าความตายได้พรากชีวิตมันไปแล้ว

     ถึงจะน่าสงสารไปบ้างเพราะเขาอยู่กับพวกมนุษย์มานาน จิตใจจึงซึมซับความอ่อนโยนและความรู้สึกเวทนา แต่ทั้งหมดนี้ก็ทำเพื่อลูก เขาขอโทษและขอบคุณมันในใจสำหรับเนื้อที่มีค่าชิ้นนี้ หลังจากนั้นเขาก็เดินทางต่อเพื่อกลับคืนสู่เหย้า




     วิโอเรลกลับมาในอาณาเขตของตนได้ทันก่อนช่วงเย็น แถวนี้ป่ารกทึบกว่าที่อื่น เขาคาบเหยื่อไปยังโพรงแห่งหนึ่งซึ่งปากโพรงทำจากซากต้นไม้ที่นอนล้มตาย ส่วนข้างในก็คือหลุมลึกที่ทั้งมืดทั้งเย็น ศพลูกหมูถูกวางอยู่หน้าโพรง เขาส่งเสียงร้องแผ่วๆสั้นๆเพื่อเรียกเจ้าตัวเล็กออกมากินอาหาร

     ไม่นานนัก ลูกตากลมแป๋วก็โผล่ขึ้นจากโพรงมืดพร้อมกับใบหูเล็กๆ เสือโคร่งน้อยตัวเท่าสุนัขชิวาว่าวิ่งปรื๋อมาหาผู้เป็นแม่ วิโอเรลเลียใบหน้าของลูกด้วยความคิดถึง ขณะที่ลูกคลอเคลียแข้งขาจนลามมากัดจมูกอย่างขี้เล่น

     “เป็นเด็กดีตามที่แม่บอกรึเปล่า”

     “ฮะ วิลไม่ดื้อไม่ซน”

     วิโอเรลหัวเราะในใจก่อนเอาปากครอบหัวลูกชายเล่นๆ วิลก็เหมือนลูกเสือตัวอื่นที่ร่าเริงและซุกซนไปวันๆ แต่ลูกชายเขาเป็นเสือโคร่งสีขาว มีดวงตาสีฟ้าใสราวกับลูกแก้ว ลวดลายบนตัวสีจางกว่าจนเกือบออกไปทางน้ำตาล วิลอายุได้เจ็ดเดือนแล้ว ขนปุกปุยจึงหลุดออกแทนที่ด้วยขนสั้นเกรียน แต่ก็ยังน่ารักน่าชังสำหรับวิโอเรลเสมอ

     “ผมหิวจังเลยฮะ” ลูกชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้นทำตาวิบวับ

     “ลองชิมหมูป่าสิ แม่หามาได้ตัวนึงแน่ะ”

     แม่เสือเพยิดหน้าไปยังศพลูกหมูป่า วิลตาลุกวาว วิ่งไปแทะเนื้อด้วยความหิวโหยเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องเกือบอาทิตย์ ส่วนแม่ก็นอนเฝ้าลูกพลางเลียแผลบนอุ้งเท้ากับท้องไปด้วย ตอนนี้เลือดหยุดไหลและน่าจะสมานตัวเร็วๆนี้ โชคดีที่ไม่ได้เป็นแผลทำให้ถึงตาย ถือว่าโบกอมยังคงปรานี เพราะตอนที่เขาเสียหลักล้มหงายเป็นครั้งที่สอง เจ้าตัวกัดคอหอยเขาได้แต่กลับไม่ทำ และถ้าเขาไม่รีบยอมแพ้ ป่านนี้คงไม่มีชีวิตกลับมาหาลูกชายแน่ ต้องขอบคุณในความคิดทันของตัวเอง

     ครึ่งชั่วโมงผ่านไป วิลกินอิ่มและเข้ามาหยอกเล่นกับแม่ เขาเป็นเด็กซุกซนชอบปีนขึ้นมานอนบนหลัง วิโอเรลก็ไม่ปฏิเสธที่จะเล่นด้วย แต่เขาหยอกแรงไม่ได้จึงทำได้แค่กัดและตีคืนเบาๆ พอลูกชายเข้ามานอนกลิ้งอยู่ข้างหน้าก็เลียแต่งขนให้ ทั้งนี้ก็เพื่อความสนิทชิดเชื้อและแสดงถึงความอ่อนโยนที่เขามีต่อลูก เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสำหรับสองแม่ลูกที่ไม่ได้เจอกันบ่อยนัก อาทิตย์หนึ่งเขากลับมาหาลูกชายเพียงสองสามครั้งเท่านั้นเพราะใช้เวลาล่าเหยื่อ โดยเฉพาะเหยื่อที่เป็นมนุษย์

     “แม่ฮะ พ่อไปไหน?”

     เป็นคำถามที่ดูเหมือนจะตอบง่าย แต่นั่นไม่ใช่สำหรับวิโอเรล แววตาสีฟ้าเริ่มหม่นหมองเมื่อนึกถึงพ่อของลูกชายคนนี้ เขาไม่อยากทำลายความสดใสของวิล จึงได้แต่พูดโกหกออกไป

     “เดี๋ยวลูกก็ได้เจอ” เขามองดูลูกชายที่ขึ้นมานอนแผ่บนท้อง

     “ตอนไหนฮะ?”

     “ไม่นานหรอก... สักวัน... แม่จะพาเขามาที่นี่”

     ถ้าเขายอมมา

     น้ำเสียงอ่อนล้าทำให้วิลเป็นกังวลใจ เพราะทุกครั้งที่พูดถึงพ่อ คุณแม่มักจะมีท่าทางเศร้าซึมเสมอ เขาอยากให้แม่กลับมามีความสุข จึงเอาหัวเข้ามาถูแก้มจนอีกคนหันมาเลียตอบ สร้างความดีใจให้กับเสือตัวน้อยที่คุณแม่ร่าเริงอีกครั้ง

     “แม่ต้องไปแล้ว” วิโอเรลลุกขึ้น “ไว้แม่จะมาหาใหม่นะ”

“วันนี้แม่อยู่กับผมไม่ได้เหรอฮะ”

     ลูกชายพูดเสียงอ้อน แต่ผู้เป็นแม่กลับใจแข็ง

     “ไม่ได้หรอก... เพราะยังมีใครบางคนรอแม่อยู่”

     ลูกชายก้มหน้าหงอย “ก็ได้ฮะ...”

     สายตาของวิโอเรลอ่อนลง เขาใช้อุ้งเท้าดันลูกชายเข้ามากอดแน่น

     “แม่รักหนูนะ”

     “หนูก็รักแม่”

     “อย่าลืมว่าต้องเล่นเฉพาะบริเวณรอบๆบ้าน ถ้าได้ยินเสือตัวอื่นก็ให้รีบหลบทันทีนะรู้ไหม”

     “เข้าใจแล้วฮะ วิลจะเป็นเด็กดี”

     ผู้เป็นแม่เลียแก้มให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนหันหลังเดินจากไป ส่วนลูกชายก็นั่งรออย่างคาดหวัง




     ความกังวลที่ร่างบางหายไปนานทำให้จองกุกเล่นเกมส์ตานี้แพ้ เขาผละออกจากโน้ตบุ๊กหลังเช็คแล้วว่าไม่เห็นมีปัญหาเหมือนที่อีกคนบอก ใจหนึ่งก็รู้สึกแย่เพราะเหมือนตัวเองถูกหลอก ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว รีบแทรกตัวออกไปนอกเต็นท์เพื่อตามหาคนที่ตนรัก

     “กิ... ไอ้กิ”

     จองกุกเรียกเพื่อนตัวขาวที่นอนหลับอยู่ในเต็นท์ เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ จึงถือวิสาสะรูดซิปยื่นหน้าเข้าไปข้างใน

     “ไอ้เต่าเผือก!”

     “อือ มึงอย่ามากวนดิ๊” คนถูกเรียกคลุมผ้าห่มโปง “คนจะหลับจะนอน”

     “มึงเห็นวีป่ะ”

     “ไม่เห็นโว้ย ออกไปได้แล้ว กูรำคาญ”

      ร่างสูงขมวดคิ้วงงกับอารมณ์ของอีกฝ่าย แต่ก็ยอมรูดซิปกลับคืนและเดินหนีแต่โดยดี เขาลองหาวิโอเรลในห้องน้ำแล้วแต่ไม่พบ ไปหาในเต็นท์คนอื่นก็ไม่เจอ ทำให้เขาเริ่มเป็นห่วงกลัวว่าเจ้าตัวจะหลงป่า คราวนี้จึงลองเข้าไปตามหาในป่าฝั่งรอยต่อ ความทรงจำครั้งนั้นได้หวนย้อนหาเขาอีกครา ไม่รู้ว่าทำไมพอนึกถึงหน้าของเสือตาฟ้า ขนหลังคอเขาถึงได้ลุกชันอัตโนมัติ ทิวทัศน์เดิมๆบรรยากาศเก่าๆกลับทำให้เขารู้สึกไม่ไว้วางใจทั้งที่มันไม่ได้มีอะไร ทุกอย่างดูปกติ จะมีก็แต่กลิ่นเหม็นเน่าที่ตลบอบอวลไปทั่วผืนป่า และเมื่อเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่ากลิ่นนั้นยิ่งแรงจนต้องเอามือบีบจมูก

     สายตาคู่กลมสะดุดเข้ากับกล้องตัวหนึ่งซึ่งถูกทิ้งให้นอนข้างต้นไม้ เขาตัดสินใจเดินฝ่าความเหม็นเพื่อเก็บมันขึ้นมาดู พลิกไปพลิกมาก็ดูคุ้นๆเหมือนกล้องของนัมจุน เห็นเจ้าตัวบอกว่าจะเอามาถ่ายรูปก็ไม่เห็นทำอย่างที่พูดสักครั้ง

     แมลงวันหัวเขียวบินสากไปมาชวนให้รำคาญใจ เขาถอนมือจากจมูกและปัดไล่แมลงวันด้วยความหงุดหงิด แต่ของเหลวบางอย่างที่หยดใส่ปลายจมูกทำให้เขาต้องเอานิ้วสัมผัส เมื่อเห็นว่ามันมีสีแดงเข้มแปลกๆ จึงเงยหน้าขึ้นมองบนต้นไม้

     “เหี้*!”

     จองกุกล้มพับกับพื้น ตาเบิกโพลงแทบถลน เขารีบคลานหนีจากภาพสะอิดสะเอียนตรงหน้า ฝูงแมลงวันบินออกจากปากแหว่งๆที่อ้าหวอ ตากลวงโบ๋มีเลือดไหลเป็นธารแถมยังมีหนอนแมลงวันคลานยั้วเยี้ย ตามใบหน้ามีรอยข่วนและที่สำคัญคือศพไม่มีจมูก น้ำเหลืองก็ไหลออกมาตามรูหู ลำตัวช่วงบนหายไปเกือบหมด เผยให้เห็นซี่โครงกับลำไส้ยาวๆที่ห้อยพาดบนกิ่งไม้ราวกับของตกแต่ง แต่กลับไม่มีสิ่งที่เรียกว่าศิลปะในประติมากรรมนั้นเลย มันเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมและไร้มนุษยธรรมเท่านั้น

     “อุ๊ก” ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคลื่นเหียน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาเห็นศพในสภาพเละเฟะ สองขารีบโกยอ้าวออกจากที่นั่นโดยเร็วก่อนที่เขาจะหมดสติคาตรงนั้น

     เป็นเพราะมัวแต่ก้มหน้าปิดปาก ทำให้เขาเผลอวิ่งชนเข้ากับบางสิ่งอย่างจัง

     “จองกุก”

     เขาเบิกตากว้างเมื่อคนตรงหน้าคือคนที่เขากำลังตามหา

     “มาทำอะไรตรงนี้...” ร่างบางถามเสียงหวาน แต่กลับดูเย็นเยือกเช่นเดียวกับสายตา และความกลัวทำให้จองกุกมองข้ามสิ่งนั้น

     คนถูกถามสูดหายใจลึกๆตั้งสติ

     “มะ... มีศพ... ผมเห็นศพ...”

     “ศพเหรอ”

     เขาพยักหน้ารัว แต่วิโอเรลไม่มีท่าทีตื่นกลัวตาม

     “โม้รึเปล่า”

     คนไม่เชื่อแค่นยิ้มขำ ปฏิกิริยาตอบสนองไม่ต่างจากหุ่นยนต์ จองกุกฉุดมือพาไปดูให้เห็นกับตา เมื่อมาถึงสถานที่ที่เขาพบศพบนกิ่งไม้ เขาจึงชี้นิ้วขึ้นไปพร้อมหันมาบอกวิโอเรล

     “นั่นไง! ทีนี้เชื่อผมรึยัง”

     ปากสีแดงกระตุกยิ้มสนุก

     “ไม่เห็นมีเลย”

     จองกุกขมวดคิ้วมุ่น “มันจะไม่มีได้ไง!”

     เมื่อเขาหันกลับมา ศพเน่าๆนั้นก็ไม่อยู่แล้ว ราวกับมันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาหรือไม่ก็ภาพหลอน แต่เขามั่นใจว่าตัวเองเห็นจริงๆ!

     เขาขยี้ตา แต่โชคร้ายที่บนต้นไม้ยังคงว่างเปล่า

     วิโอเรลหลุดขำคิกคัก “จองกุกเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ คิดถึงวีจนเพ้อขนาดนั้นเลยเหรอ”

     มันเป็นประโยคที่ควรเขินขวย แต่จองกุกไม่รู้สึกแบบนั้น

     “แต่ผม... เห็นจริงๆนะ” เขามองบนต้นไม้อีกครา ในใจเริ่มสับสนงงงวย แล้วเลือดที่หยดบนปลายจมูกเขาล่ะ มันก็เป็นแค่การคิดไปเองเท่านั้นหรือ แต่ตอนที่สัมผัสของเหลวนั้น มันเปียกชื้นและเหมือนของจริงมากจนไม่เหมือนภาพหลอนสักนิด

     และที่น่าแปลกกว่านั้น เขายังคงได้กลิ่นเหม็นเน่าจากต้นไม้

     “จองกุกเหนื่อยจากการเดินทางใช่ม้า ไปพักสักหน่อยไหม เผื่อทุกอย่างจะดีขึ้น”

     เขาควรโกรธที่วิโอเรลไม่เชื่อ ทว่าเหตุผลที่อีกฝ่ายพูดก็ดูมีเหตุผล การเดินทางเมื่อเช้าอาจทำให้เขาเพลีย แถมตั้งแต่ที่กลับมาก็ยังไม่ได้พักผ่อนเลย

     แต่กลิ่นเหม็นที่ชวนอ้วกนี่ล่ะจะอธิบายว่าอย่างไร

     “ไปกับวีเถอะนะจองกุก...”

     มือเรียวสอดเข้ามาประกบกับมือหนาอย่างอ่อนโยน

     “วีจะทำให้จองกุกมีความสุขเอง”

     คนฟังจ้องเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มพราวระยับ ทันใดนั้นเขาก็เริ่มใจอ่อน ยอมเดินตามอีกคนไปอย่างง่ายดายโดยทิ้งความสงสัยไว้ตรงนั้น เขาเดินถือกล้องที่เก็บมาได้ ส่วนอีกข้างก็จูงจับมือเรียวเคียงคู่กันเหมือนคนรัก ไม่รู้อะไรทำให้เขาไม่คิดหันกลับไปมองต้นไม้นั้นอีก

     และเมื่อพวกเขาเดินจากไป ศพก็ค่อยๆปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงม่านลวงตาที่ใครบางคนสร้างขึ้น




​To be continued

​_______________________________

เขียนไปก็ขนลุกไป ไม่ได้กลัวศพนะ หมายถึงกลัววี5555 แล้วจองกุกได้กล้องมาแบบนี้... ก็ได้แต่หวังว่าอย่าเพิ่งเปิดดูเลยนะ T^T ถ้าเปิดดูแล้ว เจ้าอาจจะรับบ่ดั้ยยยย


ความคิดเห็น