email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

อ่านแบบไม่ต้องการสาระมากครับ ต้องการแค่ความหื่นแต่มีสตอรี่นะ - สามารถติดตามเอ็มได้ในเพจ ไรท์เอ็ม หรือทวิตเตอร์ @heartfilia_emma ได้เลยนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันมาก ๆ เลยะนะครับ

ชื่อตอน : Chapter 22

คำค้น : น้องส้มตำคนกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.3k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2563 15:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 22
แบบอักษร

#Tiger 

‘เฮ้อออ…’ ภาพคนตรงหน้าที่กำลังนั่งกินไอติมไม่ต่างไปจากเด็กเลยแม้แต่น้อย ดูมันกินเอากินเอาจนเปื้อนปากไปหมดละ หิวอะไรขนาดนั้นวะ ทำโทษเสร็จก็งอแง 

แน่นอนว่าผมไม่ได้ฟังมันเลยในตอนแรก ยอมรับว่าหงุดหงิดที่ส้มมันไม่รักษาสัญญา พอมันอธิบายให้ฟังถึงเข้าใจ จะเด๋อก็ไม่ดูสถานการณ์เลยมึงเอ๊ย 

ถึงแม้มันจะทำตัวแบบนี้แต่การกระทำและสีหน้าแววตาของมันก็ทำให้ผมเชื่อว่ามันพูดจริง เพราะจะคิดหรือทำอะไรมันก็พูดออกมาตรง ๆ ตลอดเลยไง อีกอย่างคงเพราะหัวใจมันได้เชื่อส้มตำไปแล้ว 

“อร่อยขนาดนั้นเลย?”  

“อื้ออ… พี่ไทเกอร์ทำไมไม่กินอะ รีบกินเร็ว…” ได้ยินน้ำเสียงและเห็นหน้ามันแบบนี้แล้วอยากจับฟัดเสียจริง ๆ ทำตัวเหมือนเด็กอยู่ได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าน่ารัก 

แม่งเอ๊ย… 

มึงหลงรุ่นน้องเหรอวะไทเกอร์ เขาแม่งเอามันเก็บมาใส่ใจจนได้แต่คิดถึงเกือบจะทุกเวลาเลยว่ะ กลายเป็นติดเมียเลยกู ไม่รู้แหละแต่เพราะชอบอยู่กับมัน รู้สึกมีความสุขตอนมันทำตัวเด๋อ ๆ ด๋า ๆ  

“อร่อยเหมือนเคพี่เลย~”  

“…” ดูเวลาพูด ส้มตำแม่งก็ยังเป็นส้มตำอยู่วันยังค่ำ ดีนะที่นั่งโต๊ะห่างจากชาวบ้าน คุณนายเขาหิวข้าวกับไอติมเลยพามารับประทานในห้างครับ แดกเยอะกว่าคนท้องอีก 

แดกเยอะแล้วยังเสือกไม่อ้วนอีกนะ แม่งไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้ออกสะโพกซึ่งเป็นส่วนที่ผมชอบสัมผัสซะด้วย ตั้งแต่ได้มันเป็นเมียแม่งต้องทำความสะอาดน้องชายให้หอมสะอาดตลอดเลยว่ะ 

พร้อมยัดตลอดเพราะมันทำให้ความหื่นในหัวใจผมตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล ใครใช้ให้สาว ๆ มันไม่ถึงใจวะ ไม่ได้อารมณ์เท่าเมียผมที่นั่งตรงหน้าเลย 

“อร่อยเหมือนพี่ไทเกอร์~”  

“หึ ๆ งั้นกินอีกไหม?”  

“ยังไม่หมดเลย… พี่อะรีบกินได้แล้ว” มันคงหมายถึงไอติมตรงหน้า พอจะคุยอะไรทะลึ่ง ๆ ด้วยก็ตามไม่เคยทันเลยจริง ๆ ไม่ต่างไปจากผมตอนมันบอกหิวไอติม แล้วแม่งพูดตอนกำลังเอากัน 

เฮ้ออ… ช่างเถอะ 

นั่งมองเด็กตรงหน้ากินไปด้วยก็เผลอกระตุกยิ้มส่ายหน้าไปมา มันเหมือนเด็กฉิบหายเลยว่ะ ผมไม่มีน้องชายไง ตอนแรกเลยแบบรู้สึกแปลก ๆ เหมือนว่านี่คือลูกใช่ไหม 

เกิดมาเป็นคนเล็กสุดของครอบครัวเลยไม่ค่อยเข้าใจหัวอกคนเป็นพี่สักเท่าไร น้องรหัสก็ไม่ได้มาจู้จี้จุกจิกแบบนี้ด้วย คงเพราะสายรหัสผมเป็นผู้ชายหมดมั้งครับ 

ส่วนมากจะโดนพวกมันเรียกว่าเฮียเพราะโตสุดในสาย ช่วงแรกอะ ๆ เจอกันบ่อยเพราะนัดแดกเหล้า แต่หลัง ๆ มาผมไม่ค่อยได้เจอพวกมันเพราะยุ่งกับงาน 

เรื่องที่ผมคบกับส้มตำพวกมันก็มีทักมาคุยมาแซวบ้างในแชต ไม่มีใครตกใจเลยว่ะ กลับกันแม่งมีแต่ไอ้พวกทะลึ่ง แม่งหน้าจับแตะเรียงคนจริง ๆ เมียกูเด็ดและกูหวงมากอย่าถามถึงได้ไหม 

‘เด็กร่านเอ๊ย…’  

“ฮัดชิ้ว!”  

“…” สัด… นี่กูด่าในใจเลยก็จามเลยเหรอวะ 

มันทำหน้าเหมือนจะจามอีกรอบแต่ก็ไม่จามในขณะที่ผมยื่นทิชชูไปให้ อย่าบอกนะป่วย ไม่เอานะสัด มึงห้ามป่วยเด็ดขาด แม่งงอแงจริง ๆ อะตอนป่วย 

ตอนบอกให้นอนมันก็นอนอยู่หรอกครับ และไม่เรียกร้องให้มาอยู่ใกล้ ๆ เลยสักนิด แต่ตื่นมาดันมานั่งตัดพ้อทำหน้าเศร้าเหมือนแมวไม่ได้แดกปลาทู เอาแต่บ่นว่าผมทำให้ป่วยแล้วทำไมถึงไม่ดูแลมัน 

ในใจตอนแรกก็คิดไปแล้วว่าเออเด็กมันเลี้ยงง่ายว่ะ บอกอะไรก็ทำตาม เชื่อฟังและไม่ดื้อไม่ซน แต่สักพักกลับเริ่มตัดพ้อ งอแงอยู่คนเดียวจนผมรู้สึกผิดต้องเข้าไปกอด 

ก็ตามสเต็บคุณนายเขา ง้อแป๊บเดียวก็หายงอน… 

แต่ถามว่าผมมีความสุขไหมอยู่กับมันก็มีดิวะ ไม่เคยมีเมียนิสัยแบบนี้มากก่อนเลยว่ะ เออแล้วตอนป่วยมันก็มักจะหิวอะไรไปทั่ว แต่ถามว่าแดกได้เยอะไหมก็ไม่ เสียดายขนมเอคงเอแคลร์ที่ซื้อมาฉิบหาย 

มันกินได้กล่องหนึ่งปากบอกอร่อยแต่กลับไม่แกะกล่องอื่น ๆ กินต่อ พอถามก็เอาแต่เม้มปากแล้วส่ายหน้าไปมา สรุปคือทนกินทั้ง ๆ ที่มันไม่อร่อย แต่ด้วยความที่ปากบอกผมว่าดีอย่างงั้นดีอย่างนี้มันเลยอาย 

เออบันเทิงดีว่ะ เหมือนมันชอบทำตัวงง ๆ อะ เหมือนไม่เต็มแต่ก็เต็ม ไม่รู้จะบอกว่ามันเป็นยังไง แต่สติสัมปชัญญะมันก็ปกติหมด เขาเรียกว่าอะไรวะครับ เหมือนบางครั้งมันเอ๋อ ๆ อะ 

เฮ้อ… 

“ฮัดชิ้ว…”  

“…” ท่าจะไม่ดีละ ผมมองเด็กตรงหน้าที่หยิบทิชชูมาเช็ดจมูก กินไอติมแบบนี้จะโอเคจริงเหรอวะ ของเย็นคงไม่ทำให้มันป่วยง่าย ๆ หรอกใช่ไหม 

“เป็นไร?”  

“ไม่รู้อะ… ปะ เป็นเมียพี่ไทเกอร์…”  

“ไม่อยากมีเมียละ” ได้ยินผมพูดหน้ามันก็แอบชะงักเล็กน้อย 

ตาที่จ้องถ้วยไอศกรีมเปลี่ยนมาเลิกคิ้วมองหน้าผมทันที เห็นแล้วเลยแกล้งทำเป็นหน้านิ่งใส่เหมือนตอนนี้ผมกำลังจริงจัง รอลุ้นว่ามันจะงอแงหรือบ่นอะไรไหม 

“ในที่สุดก็จะเป็นอิสระแล้ว ต่อไปจะเอาไซซ์ฝรั่ง…”  

“สัด…” ของกูยังใหญ่ไม่พออีกเหรอวะ!?  

เริ่มกังวลละ นี่กูอุตส่าห์ภูมิใจที่ชมว่าเคใหญ่ แล้วดูยังทำหน้ากวนตีนใส่อีกนะมึง มันน่าจับจูบให้ปากแตกจริง ๆ รู้ทันตลอดเลยเดี๋ยวนี้ ปกติเห็นต้องหน้างอก่อน เด็กมันตามทันมึงแล้วไทเกอร์ 

“พี่ไทเกอร์รู้ป่ะว่าความหวานมันทำให้เราคลายเครียดได้นะ ยิ่งกับพวกช็อกโกแลตไรงี้อะ”  

“อื้อแล้ว?”  

“ส้มจะไปซื้อช็อกโกแลตเหลวมาไว้ราดใส่ซิกซ์แพ็กพี่ไทเกอร์”  

“…” คิดอะไรกาม ๆ อีกละ 

“จะราดใส่ไทเกอร์น้อยด้วยฮ่า ๆ ๆ จะได้เพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีกไง”  

“พิเรนทร์…” คิดจะทำอะไรบ้า ๆ อีกละ เยกันธรรมดาก็พอแล้วมันยังจะสรรหาแต่อะไรกาม ๆ มาลองอีก เมียผมมันหมกมุ่นเกินไปแล้วนะครับ พอจะดื้อก็ทำให้ผมเหนื่อย 

เลี้ยงง่ายก็จริงเพราะมันก็เออตามผมเกือบทุกอย่าง ดุแป๊บเดียวก็หยุด แต่ถ้างอนหนัก ๆ แล้ววิ่งหนีเหมือนตอนนั้นก็ไม่ไหว ขอแบบอ้อนแป๊บเดียวแล้วหายงอนเหมือนเดิมดีกว่า 

แต่จากที่สังเกตมาตั้งแต่เจอกันในวันแรกสิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือสายตาที่ส้มตำมันมองผม มันเหมือนสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและซื่อสัตย์ เหมือนมันสนใจแค่ผมจริง ๆ  

คงเพราะแอบรักผมมานานแล้วมั้ง ไม่งั้นคงไม่ลงทุนตามแอบมองผมเป็นเดือน ๆ หรอกใช่ไหมล่ะ จำได้ตอนเล่นบาสกับเพื่อนแล้วถอดเสื้อเพราะมันร้อนหันไปมองก็เห็นน้องมันมองมาพอดี 

เชื่อไหมว่าผมเก็บเอาน้องมันมาคิดนะครับ ถึงจะไม่ค่อยได้สนใจแต่ก็ใช่ว่าจะจำหน้าไม่ได้ เอาตรง ๆ ส้มตำมันไม่ได้เซียนเรื่องแอบมองเลยเว้ย ไม่รู้ว่ามันรู้ตัวไหมว่าทำให้ผมสังเกตเห็น แต่มันโคตรกากอะ 

แหม่ทำเป็นนั่งอ่านหนังสือบนอัฒจันทร์ เนียนมากมั้งมึงเอ๊ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนั้นไฟไม่มี มันอ่านหนังสือยังไงของมันวะ ควรซ้อมมาก่อนอะ 

จะว่าไปพอลองคิด ๆ ดูแล้วแม่งเด๋อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วจริง ๆ ด้วยว่ะ… 

ตอนแรกผมเคยคิดว่าจะแค่เอาน้องมันแล้วถอยห่างจริง ๆ เพราะไม่ได้อยากจะสานความสัมพันธ์อะไร ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะผมเจ็บมาเยอะแล้วไง แฟนเก่าชอบทำให้ผมเจ็บว่ะ 

แต่ลองกลับมานึก ๆ ดูแล้วถ้าหากผมจะหลอกน้องมันเพื่อหวังแค่เอาจริง ๆ ก็คงจะทำได้ไม่ยากเลยสักนิด ส้มตำมันใสซื่อและเหมือนจะถูกหลอกได้ง่าย ๆ อะครับ 

จากนั้นผมถึงได้คิดใหม่ ลองกลับไปทบทวนดูอีกครั้งว่าหากผมทำแบบนั้นมันก็ไม่ได้ต่างไปจากตอนที่สาว ๆ ทำกับผมเลยสักนิด ถึงแม้ตอนแรกจะยังก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ระหว่างจะเชื่อหรือไม่เชื่อใจน้องมันดีก็ตาม 

ผมไม่รู้ว่าส้มตำมันจะเสียใจมากแค่ไหนถ้าถูกผมเมินเฉยหรือตัดใจทิ้งมันไปเพราะเบื่อ จนกระทั่งวันที่ผมหงุดหงิดเพราะเห็นมันกอดกับไอ้รุ่นน้องคนนั้น เพราะผมยุ่งและไม่มีอารมณ์จะเถียงด้วยเลยคิดจะลองงอนมันดู 

ลองออกมาห่าง ๆ ปล่อยให้คนที่มันรักผมจริง ๆ เผยอาการออกมาว่าจะเป็นยังไงหากไม่มีผม พอรู้ว่ามันนอนไม่หลับแถมยังป่วยผมถึงได้รู้สึกผิด รู้แล้วว่าถ้าหากผมทิ้งมันจริง ๆ คนตรงหน้าจะเป็นยังไง 

ผมไม่รู้นะว่าผู้ชายคนอื่นเป็นยังไงเรื่องความรัก แต่สำหรับผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ควรคว้าเก็บไว้ให้ได้ว่ะครับ เราโอเคกับนิสัยเขา เรารักเขา สิ่งที่ควรทำคือรักษาเขาไว้ให้ได้ดิวะ 

ผมจะไม่มีทางทิ้งเขาคนนั้นเลยหากไม่ใช่เรื่องนอกใจหรือเขาหมดรักผมจริง ๆ  

“อยากลองทำจริง ๆ นะ เดี๋ยวต้องหาโอกาสล่ะ”  

“เลิกคิดเรื่องกาม ๆ ได้ละ”  

“โอเคเดี๋ยวออกไปนี่จะไปซื้อ”  

“…” เฮ้อ… 

“ยังไม่กอดพี่ไทเกอร์เลยอะ” ได้ยินจึงเลิกคิ้ว มันจะกอดทำไม เออแต่จะว่าไปวันนี้มันยังไม่กอดผมเลย ปกติต้องกอดแล้วเอาหน้ามาถู ๆ ตั้งแต่ไปหอออกมากินข้าวแล้วมานั่งกินไอติม 

“กอดทำไม? กูก็กอดมึงแล้วไงตอนอาบน้ำ”  

“มันไม่เหมือนกัน แต่ส้มแค่อยากกอดอะ ส้มชอบอยู่ใกล้พี่ไทเกอร์นะ… ถึงพี่ไทเกอร์จะชอบรำคาญส้มก็เถอะ”  

“…” เนี่ย… 

ตัดพ้ออะไรของมันอีกวะ… 

แล้วดูทำหน้าเหมือนจะงอแงแต่ตักของกินเข้าปากไม่หยุด ทำไมมึงย้อนแย้งจังวะส้ม แต่ดูแล้วก็นึกเอ็นดู มันเอาอะไรมาคิดว่าผมรำคาญ 

ใช่ที่บางทีผมรำคาญ คบกันมันก็ต้องมีความรู้สึกแบบนี้บ้างดิวะ ผมเชื่อว่ามันก็ต้องมีรำคาญผมบ้างแหละ แต่รำคาญที่ว่าไม่ใช่เพราะอยากลดความสัมพันธ์ แต่เพราะมึงงอแงใส่กูไงส้ม!  

เดี๋ยวก็บ่น เดี๋ยวก็ทำเหมือนงอน บางทีก็หาเรื่องจะอมอยู่ได้ คือวันที่ต้องทำงานจริง ๆ ก็ต้องดุไปจนมันยิ่งงอนแล้วต้องง้ออีกเหมือนเคย แต่มันไม่ใช่เมียที่งี่เง่าอะไรขนาดนั้นหรอก รวม ๆ ก็บอกง่ายดี 

เรื่องเซ็กซ์นี่ไม่อยากพูดถึงเลย มันดีจนผมรู้สึกมีความสุขในการใช้ชีวิต แม่งเกิดมาไม่เคยพอใจเรื่องบนเตียงขนาดนี้มาก่อนเลยว่ะ ส้มตำมันทำให้ผมได้โชว์ประสิทธิภาพในการเอาได้เต็มที่จริง ๆ  

ตอนแรกรับไม่ได้ที่มันดูกาม ๆ แต่ไป ๆ มา ๆ ทำไมรู้สึกผมก็เริ่มจะมองว่าเป็นเรื่องปกติแล้ววะ อีกอย่างคือมันทำให้ผมมีอารมณ์ได้โคตรเร็ว 

เพื่อนมันเคยถามนะครับว่าทำไมผมถึงมองเรือนร่างผู้ชายแล้วมีอารมณ์ได้ เออนั่นดิทำไม เพราะไรไม่รู้ว่ะครับ แต่เอาจริง ๆ เพราะผมรักมันเหมือนมันเป็นแฟนหรือเปล่าวะ มุมมองที่ผมมองมันถึงได้เปลี่ยนไป 

“งอนเก่ง…”  

“ไม่ได้งอนสักหน่อย…” ย่นจมูกเถียงอีกแล้ว ส้มมันน่ารักว่ะครับ คือจะบอกยังไงวะ มันน่าบีบน่าจับไปหมดเลย หรือเพราะผมติดมันก็ไม่รู้ 

“ส้มขอถามพี่ได้ไหม”  

“ว่ามา” อยากฟังมันพูด อยากตอบด้วย 

“ทำไมพี่ไม่ออกอาการเกย์เลยอะ ทำไมยังทำตัวแมน ๆ แล้วปฏิบัติกับส้มเหมือนผู้หญิง เอาจริงพี่ดูเป็นผู้ชายมากอะ”  

“…” ได้ยินผมถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน ทำไมถึงถามคำถามที่กูตอบยากแบบนี้วะ ทำตัวแมน ๆ เหรอ แล้วจะให้ผมตัวแบบไหนวะ คำถามที่ยิงมาทำให้ผมขมวดคิ้วคิดคำตอบอยู่พักใหญ่ ๆ  

“กูไม่ได้ปฏิบัติกับมึงเหมือนผู้หญิง แต่กูปฏิบัติกับมึงเหมือนคนที่กูรัก” ผมจำเป็นต้องทำเหมือนมันเป็นผู้หญิงด้วยเหรอ ยอมรับว่าเรือนร่างมันคล้าย ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมปฏิบัติกับมันเหมือนผู้หญิงอะ 

กูมองมึงเป็นผู้ชายนะเว้ย… 

“แต่พี่ก็คบกับส้มที่เป็นเกย์นะ ทำไมถึงยังทำตัวเหมือนผู้ชายอะ” ทำไมถามแปลก ๆ วะ อีกอย่างทำไมอยู่ดี ๆ มันถึงได้คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้แล้วถามผมด้วยสีหน้าจริงจังแบบนั้นด้วย 

“มอง ๆ กูมึงก็เห็นว่ากูเป็นผู้ชาย ต่อให้คนอื่นจะมองว่ากูเป็นเกย์หรืออะไรยังไงก็ช่างดิ มันไม่ได้ลดค่าความเป็นคนของกูลงเลยส้ม”  

“…”  

หรือต้องถูกเรียกว่าเกย์กูถึงจะรักมึงได้วะ?”  

ไม่เกี่ยวกันเลยเอาจริง ๆ ผมต้องบอกว่าตัวเองเป็นเกย์เหรอถึงจะคบกับมันได้ ใช่ที่ใครจะพูดยังไงก็ได้แต่ผมไม่สนใจว่ะ มันเหมือนเลยจุดนั้นที่ผมต้องโกรธคนที่บอกว่าผมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไปแล้ว 

เห่าหอนไปยังไงก็ไม่รู้ตัวกูดีเท่าตัวกูเองอยู่ดีว่ะ… 

“ส้มแค่ถาม แล้วพี่ไทเกอร์มองส้มแล้วมีอารมณ์ได้ไงอะ” มันถามต่อด้วยใบหน้าเหมือนยังสงสัย แต่แปลกที่ดันเหมือนกับเรื่องที่ผมคิดก่อนหน้าเลย เพื่อนผมมันก็ถามเรื่องนี้ 

“ใครจะมองแฟนตัวเองแล้วไม่มีอารมณ์วะ?”  

“แต่ส้มเป็นผู้ชายนะ เป็นเกย์ด้วย” เอาอีกละ… 

“วันนี้มึงแปลก ๆ นะส้ม มึงเป็นไรทำไมต้องถามกูเรื่องนี้ ไปเห็นในเน็ตเขาเมนต์ด่าว่ากูเป็นเกย์หรือไง”  

“เปล่า... คือแบบถ้าไม่ใช่ส้มพี่จะยังมองผู้ชายแล้วมีอารมณ์ไหม?”  

“...”  

“ต่อให้ไม่ใช่ผู้ชายแบบส้ม เขาคนนั้นอาจเหมือนพี่หรือเหมือนเพื่อนของพี่ก็ได้”  

“ไม่รู้ว่ะ... แต่คิดแล้วแปลก ๆ เหมือนไม่ใช่ คงไม่เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา เพศหรือคำเรียกหรอกส้ม บางทีมันอาจอยู่ที่ใจกูนี่แหละ มึงเคยได้ยินไหมว่าความรู้สึกในใจมันเปลี่ยนมุมมองของใครคนนั้นได้”  

“...”  

“ในความคิดกูจากที่คบกับมึงมาไม่เคยนึกถึงเรื่องเพศเลยว่ะ มองแค่ว่ามึงคือแฟนกู มึงคือคนที่กูรัก ต่อให้เรียกว่าเมียก็ไม่ใช่ว่ากูจะมองมึงเป็นผู้หญิง อาจจะมีคิด ๆ อยู่บ้างว่าคล้าย ๆ แต่ก็ไม่เคยเอามันมาเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้กูรักมึงเลยส้มตำ”  

“พี่ไทเกอร์ดูมีความรู้อะ”  

อ้าวสัด… 

เออแล้วทำไมผมถึงพูดได้วะ โคตรเท่เลยว่ะไอ้ไทเกอร์ อยู่ดี ๆ ความคิดในหัวมันก็ถ่ายทอดออกมาผ่านคำพูดโดยอัตโนมัติ เหมือนอยู่ดี ๆ ก็คิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ เพราะอะไรวะ เพราะผมรักส้มตำจนต้องหาเหตุผลมาบอกเหรอว่าทำไม?  

แต่ช่างเถอะ… 

“ส้มเข้าใจแล้ว”  

“อื้ม… กูจะบอกอะไรบางอย่างส้ม บางครั้งมึงไม่จำเป็นต้องเรียกใครสักคนว่าเกย์เพื่อบอกว่าเขาคนนั้นสามารถคบกับผู้ชายได้นะ มึงไม่จำเป็นต้องคิดแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ”  

“แต่มึงเรียกเขาว่าเกย์เพื่อให้รู้ว่าเขาคนนั้นเปิดใจที่จะรักใครคนหนึ่งจากความรู้สึก ไม่ใช่เพราะรูปร่างหน้าตาหรือเพศสภาพ เรื่องความรักมันอยู่ที่ใจล้วน ๆ ว่ะ แล้วมุมมองต่าง ๆ มันจะเปลี่ยนไปเลยถ้าเรารักใครสักคน”  

“ต่อให้กูที่ไม่เคยอยากเอาผู้ชาย แต่พอมีความรักมันกลับทำให้กูเปลี่ยนมุมมองหรือความคิด แค่นี้มึงก็ถูกกูจับแดกได้แล้วส้ม” จริง ๆ นะเว้ย พร้อมจะรวบหัวรวบหากแล้วแดกเลย 

“…” ตั้งใจฟัง… 

“จริง ๆ แล้วกูอาจไม่ได้สนใจผู้ชายหรอก แต่เพราะกูรักมึงไง…”  

“แล้วหลังจากนั้นต่อให้คนจะมองกูว่าเป็นอะไรยังไงมันก็ไม่ใช่ปัญหาเลยว่ะ แล้วกูก็ยังจะทำตัวเหมือนเดิม เปลี่ยนไปตรงที่กูรักมึงที่เป็นผู้ชายแค่นั้นเอง” พูดจบน้องมันก็เอาแต่มองผมตาไม่กะพริบ 

“…” สักพักส้มตำมันก็ค่อย ๆ เม้มปากพร้อมกับน้ำตาขึ้นคลอเบ้าจนผมส่ายหน้าไปมา จำเป็นต้องซึ้งขนาดนั้นด้วยเหรอวะ 

“อย่าร้องส้ม”  

“แป๊บ… ส้มขออดทนแป๊บหนึ่ง” มันพูดพร้อมกับดึงทิชชูมาเช็ดน้ำตาที่กำลังจะไหล เห็นแล้วอยากดึงเข้ามากอดจริง ๆ แต่เออมันไม่ได้ร้องไห้แบบหนัก ๆ ก็ดีแล้ว ยังมาทำเป็นขำ ๆ ปนเศร้าอีก เด็กน้อยเอ๊ย... 

“ขอบคุณพี่ไทเกอร์นะ”  

“…”  

“ไม่คิดเลยว่าพี่จะพูดแบบนี้ได้ ไม่ใช่ว่าส้มคิดว่าพี่คงไม่มีทางพูดแบบนี้ได้ แต่แค่แบบมันตื้นตันใจอะ พี่พูดแบบนี้แล้วส้มรู้สึกดีขึ้นมากจริง ๆ” มันคลี่ยิ้มให้เห็นแค่นี้ผมก็หายห่วงละครับ 

“ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นหรอก คิดถึงแค่กูเนี่ย” ได้ยินมันยิ่งคลี่ยิ้มเขินมากกว่าเดิม ส้มตำเอ๊ยส้มตำ 

“หล่อไม่พอยังจิตใจยังหล่ออีกอะ แต่พี่ไทเกอร์เป็นญาติกับพระอาทิตย์มากอะในชุดที่กำลังใส่”  

‘ญาติกับพระอาทิตย์มากอะ?’ (ร้อนแรงมากอะ)  

“ติดกระดุมเสื้อเยอะกว่านี้หน่อย เมียอยู่ด้วยทั้งคนยังจะอ่อยสาวอีกเหรอ?” มาหงมาหวงอะไรกูตอนนี้วะเมีย 

ผมมองมันด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนจะทำตามที่คุณนายเขาสั่ง เพราะผมรีบตามคุณไงครับ เอะอะก็จะแดกเอะอะก็จะแดก เดินแทบไม่ทัน เหมือนขามันจะยิ่งก้าวเร็ว ๆ ตามความหิวอะ 

“หวงผัวเหรอ?”  

“กลัวไม่มีใครเอานอกจากส้ม”  

“หึ… เดี๋ยวนี้กล้าโต้ตอบกูขนาดนี้เลย?”  

“ส้มหิวน้ำอะ”  

“…” อะไรของมึงวะ ผมยกแก้วน้ำของตัวเองที่ไม่ได้ดื่มไปให้จนมันยิ้มและเอ่ยขอบคุณเหมือนเด็ก เห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมา 

สักพักก็กินเสร็จ ส้มมันหายเข้าไปซื้อของใช้อะไรของมันสารพัด อ้างว่าจะไปอยู่กับผัวแล้วต้องพร้อม จะจ่ายให้ก็ไม่ได้อีกเดี๋ยวถูกมองว่าซื้อมันกิน หลังรถก็ขนเสื้อผ้ามันมาละ เหลือแต่ของบางส่วนที่อยู่ในลังที่หอมันค่อยขนพรุ่งนี้ 

“อื้อออ… สุภาพบุรุษมาก ๆ เลย”  

“…” เห็นมันหนักก็ถือให้เพราะตัวมันเล็ก ๆ น่าจะถือลำบาก 

ส้มมันเดินไปข้างหน้าแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาเดินถอยหลังถ่ายรูปให้จนผมเผลอยิ้มพลางหันหน้าหนี จะถ่ายทำไมวะ ก่อนจะรีบชะงักเรียกมันไว้เพราะแม่งจะถอยหลังชนเสา 

เฮ้อออ… 

‘แม่งเอ๊ย…’  

“ขอบคุณคับ~” ในที่สุดก็ขึ้นมานั่งบนรถ น้องมันขอบคุณผมด้วยใบหน้าเหมือนอ้อน ๆ  

เออ… เห็นแล้วหายเหนื่อย 

วันนี้ตั้งใจจะพามันไปหากลุ่มเพื่อน ๆ คือคิดไว้นานแล้วแหละว่าจะพาส้มมันไปแนะนำให้เพื่อนในกลุ่มผมรู้จัก แต่พวกมันก็ไม่ค่อยจะพากันว่าง นอกจากติดเมียก็งานเยอะสารพัดสารเพไม่ต่างกันกับผมหรอกครับ 

แต่ต้องรีบทยอยทำให้ได้เยอะที่สุดเพราะอยากอยู่กับคนนั่งข้าง ๆ มันนี่แหละ ส่วนนัดเพื่อนต้องรอตอนเย็นเพราะจะแดกเหล้ากันที่บาร์ของเพื่อน ในระหว่างนี้จะพาส้มมันไปเดินเล่นย่อยอาหารดีกว่า 

“อยากไปเดินเล่นไหม?”  

“เดินเล่นเหรอ แล้วแต่พี่ไทเกอร์เลย”  

“พูดมาส้ม…” ทำไมดูนิ่งแปลก ๆ  

“เอาตรง ๆ พี่ไทเกอร์ไม่รำคาญส้มใช่ไหมอะ คือจริง ๆ ส้มเคยโดนคนคุยเก่าบอกว่าทำตัวน่ารำคาญ เลยแอบกังวลว่าบางทีถ้าสนิทกับพี่ไทเกอร์มาก ๆ แบบนี้แล้วส้มอาจจะแสดงนิสัยที่ทำให้พี่รำคาญก็ได้ ยิ่งจะไปอยู่กับพี่แล้วยิ่งทำให้ส้มกังวลกลัวพี่เบื่อ”  

“…” คิ้วผมขมวดเป็นปมขึ้นทันที หันไปมองเสี้ยวหน้าขาว ๆ ที่หันออกไปมองนอกกระจกสลับกับมองทางข้างหน้า ทำไมพูดแบบนั้นวะ เลยต้องถอนหายใจเบา ๆ ไม่ตอบคำถามมันและเอาแต่มองไปข้างหน้า 

“ส้มชอบพี่ไทเกอร์ แอบชอบอยู่ฝ่ายเดียวจนได้คบกับพี่จริง ๆ มันเลยอาจจะทำให้ส้มรับไม่ได้ถ้าหากคนที่เรารักเบื่อหรือรำคาญ… แต่ส้มจะเป็นเด็กดีนะ!”  

“…”  

“ไปอยู่ด้วยก็จะไม่ทำให้พี่ไทเกอร์กังวลเลยด้วย” มันหันมาทำสีหน้าจริงจังปนกังวล 

ส่วนผมหันไปมองมากไม่ได้เพราะต้องโฟกัสกับการขับรถ มันก็รู้นั่นแหละจึงหันกลับไปมองนอกกระจกต่อ ตอนนี้น้องมันอยู่ในชุดเสื้อคอกลมแขนยาวสีครีมกับกางเกงยีนส์เดฟรัดขาเรียว ๆ ของมัน ขาแม่งสวยนะเว้ยไม่อยากอวดเมีย 

“เลิกคิดมากได้แล้ว”  

“…”  

“ถึงจะมีรำคาญบ้างแต่ขาดไม่ได้เพราะติดมึงไปแล้ว…”  

ขวับ… 

“พะ พี่ไทเกอร์อยากถูกอมใช่ป่ะ?” ทำไมถึงหันมาถามอะไรกาม ๆ แบบนี้กะทันหันเลยวะ ผมขมวดคิ้วมองหน้ามันก่อนจะหันมาขับรถ 

“กูเอาไปแล้วตอนเช้า มึงเลิกเปิดทางให้กูเยสักทีส้ม เออแต่ได้นะ กูเยมึงได้ตลอด แต่อย่ามางอแงใส่ก็แล้วกัน”  

“ก็ส้มดีใจอะ พี่ไทเกอร์ขาดส้มไม่ได้แล้วใช่ไหมล่ะ วะฮ่า ๆ ๆ สมน้ำหน้าคนติดเมีย”  

“…” เฮ้อ… 

“ไปเดินเล่นสวนสุขภาพกันส้มจะวิ่งออกกำลังกาย”  

“มึงจะบ้าเหรอ แดดก็ร้อนแถมเพิ่งกินมา”  

“ก็ส้มจะฟิตแล้วอะ จะลดความอ้วนที่แก้ม พี่เห็นป่ะ ส้มผอมแต่มันมีเนื้อที่แก้ม เออที่ตูดด้วย…” ดูมันดึงแก้มเนียน ๆ นุ่ม ๆ ให้ดู ซ้ำยังบีบสะโพกนุ่ม ๆ ผ่านกางเกง 

“อย่าบีบมากเดี๋ยวช้ำ… กูหวง”  

“คะ คนบ้า!”  

“…” เห็นมันเขินแล้วเผลอหลุดขำตลอดเลยว่ะ บอกอยากออกกำลังกายใช่ไหม จะว่าไปก็สักพักแล้วที่ผมไม่ได้เข้าฟิตเนส ปกติเข้าบ่อยเพราะต้องฟิตและแก้เครียด ไม่ก็เล่นบาสกับเพื่อน แต่งานเยอะฉิบหายช่วงนี้ งั้นกลับคอนโดเลยดีกว่า 

“กลับห้องกูดีกว่า เดี๋ยวพาไปฟิตที่ยิม”  

“งั้นส้มจะให้พี่ไทเกอร์เทรนให้นะ”  

“อื้อ…”  

“เย้! จะเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้!”  

“…” 

 

 

ผ่านไปชั่วโมงนิด ๆ  

“ฮือไม่เอา…”  

“มึงเลิกงอแงได้แล้วส้ม อายคนอื่นบ้างดิวะ…” ยืนกอดอกมองคนตัวเล็กมันงอแง เข้ามาได้แป๊บเดียวก็เหมือนจะพังละการออกกำลังกายในครั้งนี้ ซึ่งผมคิดไว้แล้วว่าต้องไม่รอด 

“ทำไมต้องให้ยกด้วยก็มันหนักอะ ส้มตัวก็เล็ก แรงไม่มีแล้วทำไมต้องแกล้งด้วย…” ดูมันพูด สรุปจะยังไงกันแน่ ให้เริ่มจากการยืดหยุ่นร่างกายเบา ๆ เพื่อย่อยอาหารก็บ่น ให้ลองยกน้ำหนักเล่น ๆ ก็บ่น 

ตอนนี้เราอยู่ในชุดออกกำลังกายแล้วเรียบร้อย แม่งจะใส่ชุดโชว์เอวของผู้หญิง มันไปซื้อเสื้อผู้หญิงมาทำไมวะเยอะแยะ เหมาะกับรูปร่างมันไหมก็เหมาะ แต่มึงจะใส่อ่อยคนอื่นไม่ได้ตอนที่มีกูเป็นผัว ใส่อยู่ในห้องพอ 

“…” ส้มมันนั่งบนเบาะที่พักมองไปยังทางอื่นเหมือนไม่ได้ฟังที่ผมบอก ซ้ำยังให้ความสนใจเป็นพิเศษจนต้องหันไปมองตาม 

“หล่ออะ”  

“…”  

“หุ่นดีมากเลยพี่ไทเกอร์ลองหัน-” มันเงยหน้าขึ้นมาจะบอกก่อนจะชะงัก จะไม่ชะงักได้ยังไงก็เพราะผมจ้องจะฆ่ามันละครับ นี่อยู่กับกูมึงยังกล้ามองผู้ชายคนอื่นที่กำลังถอดเสื้อออกกำลังกายเหรอวะ หุ่นผัวมึงก็ดีสัด 

“ขะ ขอโทษ… ส้มแค่ชมเขา”  

“ถ้ายังคิดจะเล่น ๆ กูจะไม่อ่อนโยนกับมึงแล้วนะส้มตำ”  

“…” เม้มปากอีกละ มันค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วตรงไปยังที่ยกเวทด้วยใบหน้าเหมือนฝืนใจ คำถามคือมึงจะไปยกทำไม แล้วแม่งดูยกไม่ได้ก็ยังสู้ยกสู้ดึงจนลงไปนั่งพับเพียบมือวางบนพื้นเหมือนท้อแท้กับชีวิต 

“เฮ้อ…” ทำไมเมียกูเป็นแบบนี้วะ ทำได้แค่เสยผมก่อนจะเดินตรงไปหามันที่นั่งพับเพียบเม้มปากมองพื้น ดีนะคนไม่เยอะ แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ ไม่งั้นคนที่ซวยคือผมแน่ ๆ อารมณ์เหมือนพาเด็กงอแงมาออกกำลังกาย 

“ลุกขึ้นมาส้ม”  

“ส้มยกไม่ไหวอะ...” มันเงยหน้าขึ้นมาเม้มปากบอกเหมือนจะร้องไห้ นั่นยิ่งทำให้ผมอยากใช้มือต่อยตัวเองแรง ๆ ชีวิตมันเศร้านักหรือไงส้มเอ๊ย 

กูไม่ได้พามึงมายกน้ำหนัก แล้วทำไมต้องพะวงกับมันซะขนาดนั้น แค่ให้ลองยกเล่น ๆ พอยกไม่ได้ก็คิดว่ากูไม่พอใจ? ผมค่อย ๆ ย่อตัวลงไปนั่งยอง ๆ โดยใช้ปลายเท้ารับน้ำหนักมองคนตัวเล็กมันงอแง 

“ทำไมส้มดูไม่มีเรียวมีแรงเลยอะพี่ไทเกอร์”  

“…” ตัดพ้อเข้าไป... 

สักพักผู้หญิงคนหนึ่งตัวเท่า ๆ กันกับคนตรงหน้าที่มันกำลังงอแงก็เดินมาใกล้ ๆ แล้วยกดัมเบลอันใหญ่ที่ส้มมันยกไม่ได้ขึ้นไปถือได้สบาย ๆ พร้อมยิ้มให้ก่อนจะเดินถือไปอีกทาง 

“...”  

“...”  

“ฮึก…”  

“เฮ้อ…”  

หมับ… 

“ส้มเอ๊ย…” มันหันมามองก่อนจะพุ่งเข้ามากอดจนผมต้องล้มลงไปใช้สะโพกนั่งชันเข่ารองรับน้ำหนักคนตัวบาง งอแงเหมือนเด็กไปได้ เอาแต่ซุกหน้างอแงที่ไหล่จนต้องลูบหลังปลอบ มันนั่งคร่อมตักและกอดผมไว้แบบนั้นไม่ยอมปล่อย หรือเพราะผมทำหน้าดุมันถึงใจบางวะ 

“ไม่ได้ให้ฝืนเลย ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำดิวะ…”  

“สะ ส้มอ่อนแอ… ฮือ…”  

“ไม่หรอกเชื่อกู”  

“จะ จริงนะ” ใบหน้าใสผละออกมามองหน้าจนผมต้องยกนิ้วขึ้นมาเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้ นี่กูมาอยู่ในจุดที่ต้องโอ๋เมียในยิมแล้วเหรอวะ 

“เออ… ก็เยดุ ๆ ไปหลายรอบแล้วยังไม่เห็นตายเลย” กระซิบบอกเบา ๆ จนมันเผลอยิ้มแล้วทุบไหล่ ต้องโอ๋ต้องยิ้มให้อะครับถึงจะหยุดร้อง 

ส้มตำมันมีหลายบุคลิกเลยที่หลายคนนอกจากผมไม่ได้เห็น หนึ่งในนั้นคือมุมที่อ่อนไหวต่ออะไรขึ้นมาได้ง่าย ๆ เมื่อถูกตอกย้ำเหมือนเด็กแบบนี้นี่แหละ ไม่รู้ว่าโตมายังไงแต่ผมแคร์มันครับ 

หมับ… 

“…” กลับขึ้นมาบนห้องน้องมันก็กอดแล้วใช้หน้าถูอกผมเหมือนทุกครั้ง 

“บางทีส้มก็แค่อยากอยู่กับคนที่ส้มรัก”  

“ไหนบอกจะเลิกงอแง… ปล่อยก่อน” ได้ยินมันจึงผละออกมามองหน้า เห็นมันเป็นแบบนี้แล้วดุไม่ลงจริง ๆ ค่อย ๆ ก้มลงไปจุ๊บที่หน้าผากเนียนเบา ๆ แล้วผละออกมายิ้มให้ น้องมันจึงยิ้มให้กลับก่อนผมจะเลิกคิ้วเพราะมันค่อย ๆ ยกมือขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่เปลี่ยนไป 

“ทะด๊า!”  

“เชี่ย…”  

“ส้มซื้อช็อกโกแลตเหลวมาด้วย” มันไปเอามาวางไว้ที่ชั้นวางของตั้งแต่ตอนไหน 

“…”  

“เดี๋ยวกลับมาจากดื่มเหล้าเย็นนี้ส้มจะกินไทเกอร์น้อยต่อ~”  

“…” มันบอกด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่ร่าเริงก่อนจะหันหลังตรงเข้าไปยังห้องครัวให้ผมมองตามด้วยใบหน้าเหมือนงงกับชีวิต 

‘สัดเอ๊ย!’  

 

 

ไรท์เอ็ม 

ฝากติดตามไรท์เอ็มด้วยนะครับ 

twitter @heartfilia_emma 

Page ไรท์เอ็ม 

Line Official @rightm (มี@) 

แท็ก #น้องส้มตำคนกาม 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว