สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 9 : หน้าที่ (NC)

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 9 : หน้าที่ (NC)

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 9 : หน้าที่ (NC)
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 9

หน้าที่

 

โฮซอกหน้าซีดเผือด ภายในเต็นท์ใหญ่ไร้วี่แววของนัมจุนและซอกจิน มีเพียงแค่ขยะกับที่นอนซึ่งยังไม่ได้พับเก็บ ไม่มีใครติดต่อพวกเขาได้ ทั้งเบอร์โทร ข้อความ คาทก แมสเซนเจอร์ ทุกอย่างล้วนขึ้นสถานะออฟไลน์ เขาเดินวนไปมาไม่เป็นอันทำอะไร พาลให้คนยืนมองอย่างจีมินตาลาย ส่วนพ่อจอมขี้เซาอย่างยุนกิก็ยืนทำหน้าง่วงเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว เมื่อจองกุกเดินมากับวิโอเรล โฮซอกจึงถลาตัวเข้าไปบีบไหล่บางของเด็กหนุ่มผมทองทันที

“วี วีอยู่ที่นี่ตลอดใช่ไหม?”

“อะ... อืม” วิโอเรลทำหน้าตื่นตกใจ ร่างสูงเองก็ไม่ต่างกัน

“งั้นเห็นนัมจุนกับซอกจินบ้างรึเปล่า” เขารีบถามต่อเพราะกำลังร้อนรน

“ไม่เห็น วีนั่งเล่นอยู่ในเต็นท์ตลอด เลยไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรบ้าง”

“แล้วข้าวล่ะ ซอกจินไม่ได้ทำอาหารให้กินเหรอ”

ร่างบางสั่นหัว “เปล่าครับ เขาไม่เคยมาหาวีเลย”

คำตอบนั้นเป็นดั่งใบสั่งจากนรก โฮซอกกลืนน้ำลายไม่ลงขณะปล่อยไหล่บางให้เป็นอิสระ ตอนนี้เขารู้สึกอยากแทรกแผ่นดินหนีหรือไม่ก็บินออกไปนอกโลกไกลๆ เมื่อสองผู้ร่วมเดินทางหาย ความซวยจะตกไปหาใครได้นอกจากมาอยู่ที่เขา ถ้าพวกนั้นไม่ได้เถลไถล แต่หากหลงทางจริงๆล่ะเขาจะทำอย่างไร จะรับผิดชอบและแบกหน้าไปขอโทษผู้ปกครองของพวกเขาได้หรือไหม ไม่ใช่แค่นั้น ไหนจะพ่อแม่ของเขาอีก พวกท่านไว้วางใจในตัวเขามาก ปืนพกที่คุณพ่อให้มาก็ไม่ได้รับประกันความปลอดภัยของเพื่อนเขาเลย... นี่มันเลวร้ายที่สุด

“เกิดอะไรขึ้น โฮป”  จองกุกถามหลังจากเห็นเพื่อนนิ่งเงียบไปนาน และสีหน้าคร่ำเครียดก็พลอยให้เขารู้สึกไม่ดีตามไปด้วย

โฮซอกค่อยๆช้อนมอง ความวิตกยังคงประจักษ์อยู่ในตาคู่นั้น “ไอ้นัมกับไอ้จินหาย...”

ถึงแม้คำตอบจะแผ่วต่ำราวกับกระซิบ แต่จองกุกและวิโอเรลกลับได้ยิน

“หาย?” จองกุกทวนซ้ำ “หายไปไหน”

จีมินถอนใจ เดินเข้ามาตบบ่าโฮซอกเพื่อไม่ให้เจ้าตัวคิดมาก “คงแค่หลงทางแถวนี้แหละ เดี๋ยวพวกกูออกไปตามหาเอง มึงจะไปด้วยป่ะ?”

จิตใจของจองกุกเอนเอียง ความจริงก็อยากทำตัวให้มีประโยชน์ด้วยการออกไปตามหาเพื่อน จะได้แบ่งเบาภาระสักนิดสักหน่อย แต่อีกใจหนึ่งก็วนเวียนอยากอยู่กับวิโอเรล ขอสารภาพเลยว่าหลังจากได้ลองจูบแล้ว เขาก็ไม่อยากแยกไปไหนจากอีกฝ่าย แถมมีความคิดอีกว่าจะย้ายเต็นท์ออกไปอยู่ไกลๆเพื่อความเป็นส่วนตัว – เขาไม่ได้คิดอะไรจริงๆนะ เผื่อคุยหรือเล่นเกมส์เสียงดังจะได้ไม่รบกวนคนอื่นไง

“ว่าไงล่ะ”

จีมินถามย้ำ เมื่อเขาเผยอปากกำลังจะตอบ แต่แรงกระตุกเสื้อทำให้เขาหันไปมอง ร่างบางชักสีหน้าอ้อนพร้อมทำตาระยับ ดูท่าเจ้าตัวคงคิดเหมือนกัน แบบนี้ก็เข้าทางเขาน่ะสิ

“อ่า ไม่ดีกว่า... โทษทีว่ะจีม คือกูรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย”

จองกุกทำหน้าเสียดายอย่างสุดซึ้ง แต่เพื่อนอีกสองคนรู้ดีว่าเจ้าตัวไม่ได้คิดแบบนั้น ใจของร่างสูงเอาแต่คิดถึงเด็กหนุ่มข้างๆต่างหาก ถึงแม้จะรู้สึกน้อยใจ แต่พวกเขาจะไม่นำมันมาพูดเพื่อสร้างความร้าวฉาน เพราะมันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ และพวกเขาก็ใจกว้างมากพอจึงไม่ถือสาหาความ

“เออๆ งั้นกูกับโฮปออกไปตามหาก่อนนะ ไม่รู้ว่าจะกลับกี่โมง แต่คงไม่เกินเย็นๆหรอก”

คนฟังพยักหน้ารับรู้ “แล้วไม่ชวนไอ้กิไปด้วยเหรอ”

“เฮอะ! คิดว่าคนอย่างมันจะสนเหรอ นอนไปเฉยๆแหละดีแล้ว” เขาพยักยิ้มไปทางคนตัวขาวที่คลานเข้าเต็นท์เตรียมจำศีล “ไปล่ะ ดูแลน้องวีดีๆนะ”

“อืม พวกมึงก็ดูแลตัวเองนะเว้ย หายไปอีกสองคนเดี๋ยวพวกกูซวยพอดี”

“ไม่หายหรอกน่า ก็วนหาอยู่แถวๆนี้แหละ”

จองกุกและวิโอเรลมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่ที่หายลับเข้าป่าฝั่งทางออก  ดวงตากลมฉายความเป็นห่วงครู่หนึ่งก่อนเหล่มองคนข้างกาย ซึ่งตอนนี้เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่คนเดียว

“แล้วเราจะทำอะไรกันดี? ว่าแต่วียังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม” เพราะได้ยินว่าซอกจินไม่ได้สนใจอีกฝ่าย จองกุกจึงถามออกไปแบบนั้น “วีทนได้ไง ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า”

วิโอเรลยิ้มบาง “ก็วีไม่หิว...”

“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย” มือหนายกขึ้นยีผมนุ่มอย่างอ่อนโยน “กินสตรอเบอร์รี่รองท้องก่อนละกัน กว่าจะถึงมื้อเย็นคงอีกนาน”

“อือ... นี่ จองกุก คอมมันเป็นไรไม่รู้อ่ะ ช่วยไปดูให้หน่อยสิ”

“เป็นอะไรอีกล่ะ?”

“ไม่รู้จิ จู่ๆมันก็ค้างเฉยเลย”

“หืม?” ร่างสูงเลิกคิ้วสูง “ไม่ทันไรก็ทำโน้ตบุ๊กผมมีปัญหาแล้วเหรอ ยังงี้วีต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผมนา”

ร่างบางยิ้มเขินเมื่อโดนสายตาอีกคนแทะโลม แต่ใครจะไปรู้ว่าแท้จริงแล้ว มีอย่างอื่นซ่อนอยู่ในรอยยิ้มน่ารักนั้น “เดี๋ยวจะทำให้หรอกน่า”

“เช่นอะไร” จองกุกเผลอเลียปากด้วยความพึงพอใจ

“จองกุกไปรอวีที่เต็นท์ก่อน วีขอเข้าห้องน้ำแป๊บนึงเดี๋ยวจะบอก”

“โอเค ผมจะรอ...” ร่างสูงยอมเดินจากไป แต่มิวายยังหันมากำชับ “ห้ามเบี้ยวนะ”

“ไม่เบี้ยวหรอก” เขาหัวเราะกิ๊กกั๊กขณะมองดูอีกฝ่ายรูดซิปเต็นท์ เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเข้าไปนั่งรอข้างในแล้ว จึงหันรีหันขวางไปรอบๆเพื่อเช็คว่าไม่มีใครอื่นอีก สองเท้ามุ่งหน้าไปยังป่ารกเรื้อ ซึ่งเป็นจุดที่ศพของสองหนุ่มยังคงนอนอืดอยู่ เขามีบางอย่างที่สำคัญต้องทำ จะให้ใครมาตามเกาะไม่ได้แม้คนนั้นจะเป็นจองกุกก็ตาม

วิโอเรลก้าวข้ามชายป่า ตัวเขากลายเป็นเสือโคร่งยามเดินไปยังอีกด้านของต้นสน กระทั่งมาถึงสถานที่เกิดเหตุด้วยอุ้งเท้าสีส้มทั้งสี่ ซากศพของนัมจุนที่ห้อยโหนอยู่บนกิ่งไม้ก็ปรากฏสู่สายตา เขากินอีกฝ่ายไปครึ่งตัวแล้ว ทำให้อวัยวะภายในและลำไส้ไหลปลิ้นจากท้อง กลิ่นเหม็นคาวรุนแรงกระจายทั่วทุกบริเวณ เสือโคร่งวัยหนุ่มปีนขึ้นไปแทะกินนิดหน่อยเพราะยังรู้สึกหิว ส่วนเบื้องล่างนั้น ศพของซอกจินยังคงนอนพิงต้นไม้พร้อมกับกล้อง ผ่านไปไม่นาน ร่างที่เขาฉีกกระชากอยู่ก็เหลือเพียงกระดูก และชิ้นเนื้อบางส่วนที่เขากินไม่ลง หากใครได้มาเห็นศพนี้ก็อาจบอกไม่ได้ว่าเป็นนัมจุน เพราะเขาแทะเล็มจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยจริงๆ

เขาค่อยๆปีนลงจากต้นไม้ด้วยเท้าหน้า ก่อนกระโดดลงสู่พื้นอย่างว่องไวไร้รอยถลอก เขาจะมัวช้าอยู่ไม่ได้ ยังมีอีกหนึ่งปากท้องที่เขาต้องดูแล ใครคนหนึ่งซึ่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตและกำลังรอเขาด้วยความหวัง เหยื่อที่เขาล่ามาได้อย่างซอกจินก็ต้องรีบเอาไปให้โดยเร็วที่สุด

วิโอเรลคาบศพของซอกจินก่อนเร่งรุดไปยังป่าฝั่งอุทยาน เขาหยุดยืนอยู่หลังพุ่มไม้หนาเพื่อรอให้มนุษย์ขับรถผ่านไปก่อน จากนั้นจึงคาบศพพาไปที่ป่าอีกด้าน เขายังจำได้ดี นี่คือสถานที่ที่เขากับจองกุกพบกันเป็นครั้งที่สอง

“แอะ อู้ก!”

ฝูงลิงบนต้นไม้ส่งเสียงร้องสูงๆก้องๆยาวๆ เป็นสัญญาณเตือนถึงภยันตรายอย่างเสือโคร่งหนุ่ม วิโอเรลไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะไล่จับลิง ตะวันบนฟ้าคือสิ่งกระตุ้นให้เขารีบเร่งกลับไปยังอาณาเขตของตัวเอง เขาจากบ้านมานานแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีเสือตัวอื่นแย่งที่ไปหรือยัง

สี่ขาย่ำเดินมาจนถึงลำธารตื้นขอด มีก้อนหินน้อยใหญ่วางพาดอยู่เกลื่อนกลาด วิโอเรลข้ามไปโดยกระโดดบนหินแล้วหินเล่า จนศีรษะที่เกือบขาดแหล่มิขาดแหล่แกว่งไปมาอย่างน่าหวาดเสียว เขากระโจนเข้าป่าด้วยความปลอดภัย และไม่ทันสังเกตเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องเขาอยู่ตลอด

การปรากฏตัวของเสือหนุ่มไม่เป็นที่ต้อนรับของเหล่ากวางผู้สายตาสั้น จ่าฝูงส่งเสียงเตือนแม่กวางและลูกๆให้เริ่มออกตัววิ่ง แต่เมื่อเห็นท่าทีไม่สนใจกันของเสือโคร่งหนุ่ม พวกมันทุกตัวจึงหยุดการเคลื่อนไหว สายตาไล่ตามเสือตัวนั้นอย่างระแวดระวัง เพียงเห็นศพในปากก็รู้แล้วว่าคุณนักล่าไม่ได้อยู่ในอารมณ์หิวจัด เหล่าฝูงกวางจึงเล็มหญ้าต่อแบบสบายใจ ที่วันนี้จะไม่มีการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวเกิดขึ้น

วิโอเรลเดินทางมาไกลพอสมควร แต่ก็ยังไม่ไกลพอจะพ้นสายตาของเจ้าของถิ่น กลิ่นบางอย่างและเสียงร้องต่ำเบาๆชะงักฝีเท้าเขาเอาไว้ ดวงตากลมรีสีฟ้าเบิกลานด้วยความกลัว เมื่อข้างหน้ามีสัตว์สายพันธุ์เดียวกันกำลังเดินตรงมาหาเขา เสือโคร่งตัวผู้ร่างบึกบึน กล้ามเนื้อเป็นมัดซึ่งถ้าชั่งดูคงหนักกว่าทั้งตัวของวิโอเรล ตาคมสีมรกตคู่นั้นเองที่คอยเฝ้าดูเขาตั้งแต่ลำธาร มันคือเจ้าถิ่น เขากำลังรุกล้ำอาณาเขตของเสือตัวผู้จอมเกรี้ยวกราด ตาคมกริบจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง อีกเพียงแค่สิบเมตรมันก็จะเข้าถึงตัว เขามีหนทางไม่มากนักสำหรับสถานการณ์อันตรายนี้ ถึงจะเป็นเสือสมิงก็จริง แต่เขาก็เป็นแค่เสือสมิงรุ่นเล็กผู้ด้อยประสบการณ์ ซึ่งถ้าเทียบกับเสือสมิงตรงหน้าที่เป็นผู้ใหญ่และมากฝีมือแล้ว การจะฆ่าเสือวัยรุ่นอย่างเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น

ศพในปากร่วงลงพื้น วิโอเรลหมอบตัวต่ำเพื่อเตรียมตั้งรับทุกสถานการณ์

“ใครให้แกบุกรุกอาณาเขตของข้า”

ขนยาวเฟื้อยบนหน้าแสดงถึงความอาวุโสกว่า เจ้าถิ่นเริ่มประกาศศึกด้วยเสียงร้องแผ่วต่ำ ไม่มีประกายความเป็นมิตรฉายในตาคู่คม วิโอเรลไม่ได้อยากมีเรื่องด้วย แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ อาจเป็นเพราะความฮึกเหิมหรือกลัวเสียหน้าหรืออะไรก็ตาม เขาเดาได้เลยว่าวันนี้ต้องมีแผลสักจุดเป็นของที่ระลึกก่อนกลับบ้านแน่นอน

“กรร” เขาเองก็ส่งเสียงขู่เช่นกัน แต่ดูจากขนาดตัวก็รู้แล้วว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบ อีกฝ่ายตัวสูงและยาวกว่าเขาเกือบสองเท่า น้ำหนักน่าจะราวๆ 340 กิโลกรัม ขณะที่เขาน้ำหนักเพียง 190 กิโลกรัม เรื่องความแข็งแกร่งคงไม่ต้องตัดสิน ดูแค่ตาเปล่าก็รู้ผลแพ้ชนะแล้ว แต่สัญชาติญาณของเสือสั่งให้เขาหมอบและเตรียมกรงเล็บไว้ เสือตัวไหนที่ถอยหนีก็ไม่นับว่าเป็นเสือ มีแต่ต้องปะทะฟาดฟันกันเท่านั้น เพราะความเป็นนักสู้มันอยู่ในสายเลือดของเสือทุกตัว

“ก๊า! ก๊า!”

ฝูงอีกาบินวนฉวัดเฉวียนเพราะตามกลิ่นเหม็นของศพ แต่เมื่อต้องมาขึ้นสังเวียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นศพซอกจินหรือตัวเขากันแน่ที่กลายเป็นอาหารของพวกมัน

เสือเจ้าถิ่นเริ่มหมอบ ตาจ้องวิโอเรลเป็นมัน ขาหลังดันตัวให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เสือวัยหนุ่มรอตั้งรับ เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาถึงตัวและยืนสองขาเตรียมตะครุบ เขาก็ยืดตัวขึ้นชูอุ้งเท้าเข้าไปตะปบแลกหมัด แต่แรงตบและน้ำหนักตัวที่เยอะกว่า ทำให้เขาเสียหลักล้มลงแต่ก็ยังพอขึ้นมาสู้ต่อได้

“โฮก!”

ไม่มีคำว่าปรานีในสนามดวล เสือทั้งสองที่ขนาดตัวต่างกันสุดกู่กำลังยืนตะปบใส่กันอย่างดุเดือด ไม่มีใครสนเรื่องความแม่นยำ วิโอเรลพยายามเอียงหน้าหนีแต่ก็ไม่พ้นเล็บคมที่ตามมาข่วนหน้า อุ้งเท้าของเขาเองก็โดนอีกคนกัดจนหนังฉีก เลือดไหลซิบแถมเจ็บแสบแทบอยากร้องไห้ ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาแสดงความอ่อนแอ เจ้าถิ่นใช้ความได้เปรียบเรื่องสรีระในการกดตัววิโอเรลไว้ กลับกลายว่าเขาเป็นฝ่ายนอนหงาย เปิดช่องว่างให้คู่ต่อสู้กัดคอหอย แต่เขาใช้ขาหน้าดันหัวเจ้าถิ่น ขาหลังก็ส่งแรงถีบตามสัญชาติญาณเอาชีวิตรอด จนสามารถลุกขึ้นมายืนสี่ขาได้อีกครั้ง

“กรร!”

ฝุ่นคลุ้งกระจายคลุมร่างสองเสือหนุ่ม พวกเขาพุ่งเข้าปะทะกันอีกครั้ง วิโอเรลก็ใช้กำลังทั้งหมดที่มีในการรับน้ำหนักตัวเจ้าถิ่น ไม่เพียงแค่ตะปบหลบหมัด อีกฝ่ายยังใช้อุ้งเท้ากดหัวเขา หางของสองเสือกวัดแกว่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่หัวใจเต้นถี่ อะดรีนาลีนพุ่งพล่านไปทั่วกาย ขาหลังของวิโอเรลเริ่มล้าที่ต้องคอยรับแรงพุ่งและคอยยืนสู้แบบเสียเปรียบ ทำให้เจ้าถิ่นได้โอกาส มันใช้สองอุ้งเท้าสอดใต้แขนวิโอเรล จับเขาทุ่มลงพื้นอย่างง่ายดายราวกับล้มหมอน

เสียงกระดูกสันหลังอัดกระแทกกับพื้นดังกว่าครั้งไหนๆ วิโอเรลครางออกมาด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกเหมือนหลังจะหัก เขาลั่นเสียงร้องเมื่อเสือเจ้าถิ่นงับเข้าที่ท้องเต็มแรง เขารีบตะกุยขาทำทุกวิถีทางให้คมเขี้ยวถอนออก อุ้งเท้าหน้ากางกรงเล็บ ฟาดข่วนหน้าผากกับจมูกอย่างสิ้นหวัง ขาหลังถีบยันร่างหนักอึ้งด้วยแรงทั้งหมด

“โฮก!” วิโอเรลคำรามเสียงกระโชกเมื่อดิ้นหลุดได้สำเร็จ ทั้งสองกลับมายืนดูเชิงกัน แต่สภาพร่อแร่ทำให้ไฟนักสู้มอดดับ วิโอเรลเลือกเป็นผู้แพ้เพราะยังรักชีวิต เขารีบนอนหงายท้องเพื่อแสดงถึงการยอมจำนนก่อนที่เจ้าถิ่นจะทันได้พุ่งเข้ามากัดคอเพื่อจบเกมส์

“ยอมแล้ว ผมยอมแล้ว...”

เสือเจ้าถิ่นร้องหึ มองเสือใต้ร่างที่กวักอุ้งเท้าอย่างขี้เล่นเหมือนลูกแมว เป็นภาพที่น่าพอใจยิ่งสำหรับผู้ชนะอย่างเขา

“เดี๋ยวก่อน แกนี่หน้าคุ้นๆนะ”

เสือรุ่นใหญ่ผละออกมาก่อนเดินวนไปรอบๆวิโอเรล คนถูกทักก็เพ่งพิจารณาอีกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน

“พี่โบกอม?”

“วี?”

ดั่งฟ้าเล่นตลก เสือหนุ่มตัวเล็กรีบลุกขึ้น ค่อยๆถอยหนีทั้งที่สายตายังไม่ถอนจากหน้าคนรู้จัก

โบกอม

หรี่ตาลง ตาสีเขียวมรกตทอประกายอย่างชอบใจ “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน... อยู่กินกับมันเป็นไงบ้างล่ะ”

ความกลัวเริ่มเผยชัดในดวงตาสีฟ้า วิโอเรลก้าวถอยแต่กลับโดนอีกคนพูดขู่

“ถ้าคิดหนี อย่าคิดว่าพี่ไม่กล้าฆ่าทิ้ง”

เพราะเหตุนี้ เขาจึงได้แต่ยืนตัวแข็งให้โบกอมเข้ามาเดินสำรวจ เอาตัวเข้ามาเบียดเสียดเหมือนตัวผู้ที่เรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย

“โตขึ้นเยอะเลยนี่... แต่รสนิยมเอากับมนุษย์ยังไม่เปลี่ยนใช่ไหม”

วิโอเรลเห็นประกายเย้ยหยันในตาคู่นั้น เขาทำอะไรไม่ได้หากยังขลาดกลัวอยู่ แค่การต่อสู้เมื่อกี้ก็ทำให้เขาเข็ดขยาดแล้ว ขืนต่อต้านก็ไม่ต่างจากเรียกโลงศพให้ตัวเองเปล่าๆ

“พี่โบกอม ปล่อยผมไปเถอะนะ ผมต้องเอาอาหารไปให้ลูก...”

“ได้สิ...”

โบกอมเอาหางเข้ามาคลอเคลียลำตัว

“แต่ต้องจ่ายค่าผ่านทางก่อนนะ”

คนฟังลอบกลืนน้ำลาย

“จะยอมไหม... หรือจะอยู่เป็นศพ”

วิโอเรลหลบตา

“แล้วพี่ต้องการอะไรล่ะ”

“อย่างแรก”

โบกอมกระหยิ่มยิ้มย่อง

“ช่วงนี้อาหารมันเริ่มหายาก ตอนนี้พี่เลยหิว... จนอาจกินเสือตัวนึงได้เชียวล่ะ”

เสือหนุ่มขนลุกซู่ รู้ทันทีว่าเสือตัวนั้นคือใคร แต่นี่มันคือการแย่งอาหารกันชัดๆ เขาตรากตรำหามาแทบตาย จะขอกันแบบหน้าด้านๆอย่างนี้เนี่ยนะ

“ไม่เอาน่าพี่โบกอม ทางผมก็ใช่ว่าจะล่าง่ายๆนะ”

เขาพยายามขอความเห็นใจ ทว่าอีกคนหาได้ยี่หระไม่

“งั้นวีคงไม่อยากกลับไปหาลูกสินะ”

เสียงขู่ในลำคอดังขึ้นต่ำๆอย่างน่าเกรงขาม วิโอเรลไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมทิ้งเหยื่อและไปล่าใหม่ หากเขาตายไป เจ้าตัวเล็กที่รออยู่จะฝากความหวังไว้กับใคร นอกจากจะอดตายไปด้วยอีกคน เขาไม่ต้องการให้ความเสียใจกลับมาทำร้ายซ้ำอีกครั้ง และบทเรียนจากอดีตได้สอนเขาให้รักชีวิตตัวเองไว้มากๆ

“ผมยกให้...”

เขาตอบอย่างไม่เต็มใจ

“เด็กดี”

โบกอมเลียลำคอให้ทีหนึ่ง

“และข้อสอง...”

“โอ๊ย

จู่ๆเขาก็ถูกดันให้หมอบลงกับพื้น หนำซ้ำหลังคอยังถูกขากรรไกรงับจนขยับหนีไม่ได้

“อยู่นิ่งๆแล้วยกก้นขึ้นซะ”

“ตะ... แต่ว่า”

“ทำไม ก็เห็นว่าชอบเอากับตัวผู้ด้วยกันก็จะสนองให้ไง”

เจ้าตัวเพิ่มแรงกัดจนขนบนหลังคอหลุดรุ่ยและมีเลือดซึม เป็นอีกครั้งที่วิโอเรลต้องยอมตามใจ

“ผมไม่เคยทำในร่างนี้... ช่วยทำเบาๆด้วยนะ”

“ก็ถ้าไม่ขัดขืน แต่พี่ไม่ขอรับประกันหรอกนะ”

โบกอมปล่อยลำคอของวิโอเรลออกแต่ยังไม่หยุดยืนคร่อมร่างผอมบาง

“นอนหงายซิ”

อีกคนทำตามอย่างว่าง่าย จึงเห็นแววกะลิ้มกะเหลี่ยที่ซ่อนอยู่ในตาสีมรกต ความจริงแล้วโบกอมก็เคยขอเขา แต่เมื่อก่อนเจ้าตัวสุภาพกว่านี้จึงพอปฏิเสธได้ อีกอย่างตอนนั้นเขาก็มีเจ้าของใจอยู่แล้ว

เสือผู้อาวุโสกว่าเริ่มซุกไซ้หน้าไปตามหน้าท้องสีขาว ลิ้นแผ่นใหญ่ลามเลียตั้งแต่รอยแผล ระเรื่อยลงถึงช่องทางรักสีหวาน วิโอเรลใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ สัมผัสและประสบการณ์ใหม่ทำให้เขาลืมความเจ็บใจไปชั่วขณะ ลิ้นชื้นละเลงอยู่บนรูสวาทพักใหญ่กระทั่งมันฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำลาย เสือผู้ถูกกระทำหอบหายใจถี่รัว หากอยู่ในร่างคนคงหน้าแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงสุก

“อ๊ะ...”

เสือหนุ่มครางแผ่วเมื่อแผ่นลิ้นหนาพยายามดันตัวเข้ามา แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่เกินทำให้ไม่สามารถสอดใส่ได้ดั่งใจนึก โบกอมส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ จึงย้ายขึ้นมายังถุงหุ้มสีขาวซึ่งอยู่ถัดจากก้อนกลม วิโอเรลบิดตัวไปตามแรงอารมณ์ ลิ้นสากที่คอยโลมเลียได้กระตุ้นให้แท่งสีแดงเล็กๆยื่นโผล่ออกมาจากถุงหุ้ม ไม่รอช้า คนปลุกเร้าก็ตวัดลิ้นเลียแท่งนั้นราวกับอมยิ้ม

“อือ พอแล้ว... รีบๆทำรีบๆเสร็จสักที”

“อุตส่าห์จะเล้าโลมให้ ถ้าเจ็บมาก็อย่าทำเป็นร้องบ่นละกัน”

อุ้งเท้าทรงพลังพลิกเสือหนุ่มร่างเล็กให้นอนคว่ำ โบกอมเริ่มขบกัดหลังคอเบาๆ ส่วนวิโอเรลก็ยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยพร้อมชูหางอย่างรู้งาน เมื่อสะโพกหนาไต่ลงมาถึงก้นผอมบาง แท่งเรียวงอจึงโผล่จากหนังหุ้ม สิ่งนั้นวนเวียนแถวช่องทางและเฉียดหางเขาไปหลายครั้ง ในที่สุดมันก็ดันตัวเข้ามาอยู่ในร่างเขาสำเร็จ

“กรร...”

วิโอเรลร้องในลำคอด้วยความเจ็บปวด โบกอมเพิ่มแรงกัดพลางโยกเอวเนิบๆเบาๆ ช่องทางที่ยังไม่สมานตัวดีกลับถูกรุกรานอีกครั้งถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่า แต่สิ่งที่ทิ่มอยู่ทั้งแข็งทั้งแห้งผาก เสือหนุ่มจึงได้แต่นอนหมอบกัดฟันระบายความแสบ

“พี่โบกอม... มันเจ็บ...”

“ทนหน่อย ขอแป๊บเดียว”

เสียงครางต่ำดังขึ้นเมื่อเสือด้านบนเร่งความลึกและความเร็ว หางที่คอยชูขึ้นก็สะบัดบนอากาศจนตีหลังเจ้าของแก่นกาย โบกอมจึงเปลี่ยนมางับใบหูกลมหลังรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเริ่มพยศ สะโพกที่แอ่นให้อยู่ดีๆก็หย่อนลง ทำให้เสือรุ่นใหญ่ต้องเสยเอวขึ้นเพื่องัดอีกคนให้กลับมาอยู่ในท่าเดิม

“โอ๊ย!”

แรงโยกทวีขึ้นเป็นกระแทก เขี้ยวคมกริบก็ฝังลึกจนหูเลือดออก วิโอเรลส่งเสียงร้องโหยหวน ขาหลังพยายามตะกุยเพื่อหลุดจากพันธนาการ ส่วนคนข้างบนก็ไม่ยอมผ่อนแรงหรือแม้แต่เลียหลังคอปลอบใจ กระทั่งฝันร้ายจบลงเมื่อแรงกระทุ้งครั้งสุดท้ายอัดใส่สะโพกเขาเต็มเหนี่ยว พร้อมกับน้ำอุ่นๆที่ไหลเข้าร่างจนหมดทุกหยาดหยด

วิโอเรลทิ้งสะโพกลงอย่างอ่อนแรงหลังจากโบกอมยอมผละออก เขาไม่มีอารมณ์เกลือกกลิ้งทำความสะอาดแผลจากรอยกัด เพราะเขาไม่ได้ดีใจหรือมีความสุขกับการร่วมรักครั้งนี้เลย

“ขอบคุณนะวี ถ้าโชคดี... เราคงได้พบกันใหม่”

ไม่ ขอล่ะ อย่าเจออีกเลย

เขานอนมองอาหารที่ถูกเสืออีกตัวคาบไปอย่างไร้สำนึก เมื่อลายขวางบนตัวสีส้มหายเข้าดงไม้ เสือหนุ่มจึงค่อยๆพะยุพยุงกายด้วยขาหน้า ทว่าบาดแผลฉกรรจ์บนหน้าท้องทำให้เขาต้องล้มตัวนอน อีกาที่บินว่อนอยู่ก็หายไปนานแล้ว แต่บางตัวยังคงเกาะกิ่งไม้อย่างเฝ้ารอ เพราะเห็นว่าเขาอ่อนแรงเหมือนสัตว์ที่ใกล้จะสิ้นใจ เสือดาวซึ่งเฝ้าดูสถานการณ์อยู่บนต้นไม้ก็รอใจจดใจจ่อ หวังว่าจะได้กินเนื้อเสือโคร่งหลังจากต้องแขวนท้องรอเกือบชั่วโมง

“โฮก!!!”

วิโอเรลรู้ตัวว่าถูกเฝ้ามอง จึงเงยหน้าคำรามเสียงก้องเพื่อขู่ขวัญ เหล่าสัตว์กินซากศพและเสือดาวจึงถอยกรูด้วยความตกใจ ทิ้งให้เสือหนุ่มเลียแผลใต้ท้องตัวเองอย่างน่าสงสาร โลกของสัตว์นักล่าเฉกเช่นเสือไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความเมตตา ขนาดพวกเดียวกันทั้งยังเคยรู้จักกลับแย่งอาหารไปจากเขา อาหารที่เขาหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงเพื่อเลี้ยงชีวิตน้อยๆที่เฝ้ารอเขาเกือบนับสัปดาห์

​To be continued

​__________________________________

สงสารวี T.T ก็อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้เคะท้องได้ เพราะงั้นไม่ต้องตกใจที่วีมีลูกนะ555 ที่เขาล่าเขาฆ่าก็เพราะทำเพื่อเลี้ยงลูกนั่นแหละจ้า ลูกก็เสือสมิงเหมือนกัน

อ่าน NC ไปก็ต้องทำใจหน่อยนะ เพราะไรท์ไปอ่านการ์ตูนมาแล้วมันก็มีความคิดที่ผุดขึ้นมาแบบว่า... ถ้าลองให้วีทำโดยที่อยู่ในร่างนี้มันจะเป็นไงว้า ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้แหละ

แงงง๊ ไรท์ขอโทษที่คิดอะไรพิเรนทร์ๆ ไรท์มันเป็นคนบาป T[]T

ความคิดเห็น