ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.4k

ความคิดเห็น : 65

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2562 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5
แบบอักษร


ตอนที่ 5


“โอ้! เฟยเอ๋อร์ ไม่ได้เจอเจ้านาน เจ้างดงามขึ้นยิ่งนัก” ถังจงกล่าวขึ้นเมื่อได้ยลโฉมของหวังมู่เฟยซึ่งไม่ได้เห็นมาเป็นเวลานานพอสมควร แม้คราวก่อนหวังมู่เฟยจะงามไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้เปล่งประกายน่าดูชมเท่าตอนนี้ ยามนี้ไม่ต่างจากเกอตระกูลใหญ่แต่อย่างใด ผิวพรรณผุดผ่องนวลตา ท่วงท่ากิริยาเย่อหยิ่งและยังไม่อาจละสายตาได้อีกด้วย หากเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ราคาแพงเกอตรงหน้ายิ่งจะงดงามขึ้นอีกหลายเท่าตัว งดงามขึ้นมากจริงๆ

“นายน้อยถังมาเยือนมีเรื่องอันใดหรือไม่” หวังมู่เฟยไม่สนใจสายตาโลมเลียและคำพูดของถังจง เขากล่าวถามทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลากลับไปอ่านตำราสมุนไพร

“ฮ่าฮ่า เร่งรีบไปใยเฟยเอ๋อร์ ข้ายังยลโฉมเจ้าไม่พอใจเลย” ถังจงหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ คนงามตรงหน้าอีกไม่นานก็ต้องเป็นของมัน

“หากไม่มีอันใดข้าและน้องสาวต้องขอตัวก่อน”

“บังอาจ!” หวังมู่เฟยยังไม่ทันได้เดินกลับเข้าไปในเรือนบ่าวรับใช้คนหนึ่งของถังจงก็ตะโกนใส่เขาเสียงดัง

“มีสิ่งใดอีกหรือ” เมื่อคำถามนี้ของหวังมู่เฟยหลุดออกมาใบหน้ากลมอ้วนของถังจงก็บูดเบี้ยวทันที จากอารมณ์ดีเป็นไม่ชอบใจอย่างยิ่ง ในจวนของมันไม่ว่าผู้ใดก็เอาอกเอาใจมัน แต่เกอชั้นต่ำผู้นี้กลับไม่ไว้หน้ามัน รอก่อนเถิด มันจะทรมานให้เกอตรงหน้าร้องไห้อ้อนวอนมันบนเตียงนอนให้ขาดใจ

“นายน้อยลดตัวมาเยือนแต่กลับเล่นตัวนัก ยังไม่รีบขอโทษอีก”

“ไม่รู้หรือไรว่าตัวเองเป็นใครนายน้อยเป็นใคร”

“ควรจะดีใจมิใช่หรือที่นายน้อยมาหาถึงเรือน”

เสียงกล่าวคำของบ่าวรับใช้ทั้งหลายของถังจงดังขึ้นอย่างไม่มีหยุด หวังมู่เฟยทำหูทวนลมเนื่องจากมันก็เป็นเพียงลมปากของพวกสุนัข หวังเหมยใบหน้าซีดเซียวไม่น้อยแต่ก็ยังสงบปากสงบคำเชื่อในตัวพี่ใหญ่ของนางว่าจะจัดการได้

“หึหึ” ถังจงยืดอกเชิดใบหน้าอ้วนกลมของตัวเองขึ้นเมื่อได้ฟังคำที่บ่าวของตนเองยกยอ มันชมชอบอย่างยิ่ง ยิ่งนานใบหน้ากลมอ้วนยิ่งกระหยิ่มยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

“เอาละ พอได้แล้ว” ถังจงซึ่งพึงพอใจกับคำประจบสอพลออารมณ์เริ่มกลับมาดีขึ้นจึงสั่งให้บ่าวทั้งหกคนของตนเองหุบปากก่อนจะกล่าวเข้าเรื่องราวที่ตนเองมาเยือนวันนี้

“เฟยเอ๋อร์กลับจวนไปกับข้า วันนี้ข้าจะแต่งเจ้าเป็นอนุภรรยา” เมื่อถังจงกล่าวจบบ่าวรับใช้สองคนจึงยกหีบใบเล็กมาวางไว้ด้านหน้าของหวังมู่เฟย เมื่อเปิดหีบออกจึงพบกับเหรียญอีแปะประมาณหนึ่งพันเหรียญหรือก็คือในหีบใบนี้มีเงินอยู่ห้าเหรียญทองแดง

“สิ่งนี้คือ?” หวังมู่เฟยเอ่ยถามออกไปเพื่อต้องการมั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองคิดเป็นเรื่องจริง แม้ตนเองจะทำใจยอมรับการเป็นเกอได้แล้วแต่ค่าสินสอดเพียงห้าเหรียญทองแดงจะไม่น้อยไปหน่อยหรือ เขานี่นะมีราคาเพียงห้าเหรียญทองแดง? เหอะ! แม้หวังมู่เฟยจะไม่แต่งด้วยแน่นอนอยู่แล้วแต่ห้าเหรียญทองแดงกับจอมผลาญเงินในชีวิตก่อนที่ใช้เงินเป็นน้ำเช่นเขาจะยอมรับได้อย่างไร!

“สินสอดอย่างไรเล่า เจ้าได้มากกว่าอนุภรรยาคนอื่นๆเสียอีก” นายน้อยจงกล่าวตอบด้วยท่าทางภาคภูมิใจอย่างเต็มเปี่ยม รวมถึงบ่าวทั้งหกที่ยิ้มประจบประแจงให้กับเจ้านายของตนเอง

หวังมู่เฟยพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อทำให้ตนเองอารมณ์เย็นลงหลังจากแน่ใจแล้วว่าตนเองมีค่าเพียงห้าเหรียญทองแดง เขาจะต้องทำให้ถังจงผู้นี้อยากกินเนื้อหงส์ไม่เจียมตัวให้ได้! มันผู้นี้ต้องขายหน้าไปทั่วเมืองในอนาคตที่ใฝ่ฝันอยากแต่งกับเขา รอดูเถิด!

“ขออภัยนายน้อยถังด้วย ยามนี้ข้ายังไม่อาจออกเรือน หากข้าออกเรือนไปแล้วผู้ใดจะดูแลน้องๆของข้า หากขาดข้าไปสักคนพวกเขาคงอดตายเป็นแน่” หวังมู่เฟยกล่าวด้วยเสียงอ่อนหวาน มารยานำมาใช้อย่างรวดเร็ว ในหัวก็วางแผนเอาไว้มากมายเพื่อจัดการกับถังจงในอนาคต

ใบหน้าอ้วนกลมของนายน้อยถังบูดเบี้ยวอยู่ไม่น้อยเมื่อได้คำตอบที่ไม่ต้องการ แต่เมื่อขบคิดดูแล้วก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้น หากหวังมู่เฟยออกเรือนน้องๆอีกสามคนคงอดตาย แต่เกี่ยวอะไรกับมันเล่า จะให้เลี้ยงดูพวกเหลือขอเพิ่มอีกสามคนหรือ ฝันไปเถิด!

“อีกกี่ปีน้องชายของเจ้าจะเข้าพิธีสวมหมวก” ถังจงเอ่ยถามด้วยความไม่ยินยอมนัก ไม่มีสิ่งใดได้ดั่งใจมันสักอย่าง บ่าวรับใช้หายไปเจ็ดคนแทบไม่เห็นหัว หวังมู่เฟยก็ยังมีภาระอีก คงต้องไปเยือนเรือนแม่นางจูที่มันเพิ่งแต่งเข้ามาเสียแล้ว

“อีกสองปีเท่านั้นนายน้อยถัง” หวังมู่เฟยยิ้มหวานกล่าวตอบจนถังจงตาพร่าจากความงดงามอ่อนหวานดังกล่าว บ่าวรับใช้ทั้งหกเองอ้าปากค้างเหม่อลอยเมื่อได้ยลรอยยิ้มงามเช่นเดียวกัน

บุรุษนั้นจะเป็นผู้ใหญ่เมื่ออายุสิบหกปี ซึ่งในตระกูลมีเงินจะมีพีธีสวมกวาน ส่วนชาวบ้านนั้นผู้ใหญ่บ้านจะจัดงานขึ้นทุกปีเพื่อให้บุรุษที่มีอายุครบสิบหกปีไปร่วมงานสวมหมวกพร้อมกัน สตรีและเกอวัยสิบห้าปีจึงจะเป็นผู้ใหญ่ออกเรือนได้ซึ่งจะมีพิธีปักปิ่น ชาวบ้านนั้นจะเป็นปิ่นไม้เสียส่วนมากเนื่องจากไม่ได้มีเงินทองมากมายอันใด

“เช่นนั้นอีกสองปีข้าจะกลับมาแต่งเจ้า” เมื่อได้ยินถังจงกล่าวเช่นนั้นหวังมู่เฟยก็ยิ่งยิ้มกว้างขวางขึ้น เขาไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธ ให้นายน้อยถังเข้าใจไปเองผู้เดียว อีกสองปีถังจงผู้นี้จะได้กลายเป็นคนไม่เจียมตัวอยากกินเนื้อหงส์อย่างแน่นอน!

            เมื่อคนของตระกูลถังกลับไปหมดแล้วหวังเหมยจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนใบหน้าจะกลับมาซีดเซียวเช่นเดิมเมื่อนึกขึ้นได้ว่าพี่ใหญ่ของตนอีกสองปีจะต้องแต่งให้คนผู้นั้น

            “พี่ใหญ่ อีกสองปี..”

            “เหมยเอ๋อร์คิดว่าพี่ใหญ่ผู้นี้จะแต่งให้มันอย่างนั้นหรือ สิ้นฤดูเก็บเกี่ยวเราจะย้ายไปอยู่ในเมือง”

หวังมู่เฟยกล่าวตัดประโยคของหวังเหมยด้วยความเบิกบาน ดีที่ถังจงผู้นั้นเลือกรอตามแผนการ และหากดึงดันจะนำเขากลับไปด้วยให้ได้คงได้ถูกฝ่ามือตายกันหมดแน่ นายน้อยถังนับว่ายังรักหน้าตาของตนเองอยู่บ้าง หากปล่อยให้เด็กทั้งสามที่ขาดเสาหลักของบ้านตายไปชาวบ้านคงนินทาอีกนาน แต่ผู้ใดก็ต่างทราบว่าถังจงนั้นอำมหิตอยู่แล้ว ไม่คิดหรือว่าชาวบ้านต่างก็ทราบว่ามันมักทรมานสังหารภรรยาตนเอง แม้จะกล่าวว่าภรรยาตนเองป่วยตายก็เถิด สารเลวจริงๆ

            “จริงหรือ? แต่พี่ใหญ่กล่าวว่าจะแต่งให้มัน” หวังเหมยวัยสิบสองปีงงงวยไม่น้อย

            “พี่กล่าวเช่นนั้นยามใด พี่ได้กล่าวได้สัญญาด้วยหรือ ถังจงผู้นั้นเข้าใจไปผู้เดียวทั้งสิ้น”

            “นี่มัน..” หวังเหมยอ้าปากค้างกล่าวสิ่งใดไม่ออกเมื่อได้ยินพี่ใหญ่ของนางกล่าวเช่นนั้น และที่พี่ใหญ่ของนางกล่าวออกมาไม่ผิดแม้ครึ่งคำ อ่า ดียิ่ง

            “อะ! พี่ใหญ่จะพาพวกเราย้ายไปอยู่ในเมืองหรือ” หวังเหมยกล่าวถามอีกเรื่องราวที่เพิ่งจะได้ยินอย่างตื่นเต้นไม่น้อย แม้นางจะรักบ้านหลังนี้แต่หมู่บ้านแห่งนี้นางไม่ชมชอบมันนัก นางอยู่ที่ใดก็ได้ขอเพียงมีพี่ใหญ่ พี่รองและน้องสี่เท่านั้น

            “ใช่ พี่ใหญ่จะไปทำธุรกิจที่นั่น พวกเราจะได้มีเงินทองเยอะๆ”

แม้หวังเหมยจะไม่เข้าใจอันใดนักแต่เมื่อได้ยินคำว่าเงินทองนางก็สนับสนุนตกลงอย่างว่าง่าย นางเชื่อในตัวพี่ใหญ่ของนางอย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่พี่ใหญ่หายไปสองวันแล้วกลับมาดูเหมือนพี่ใหญ่ของนางจะเข้มแข็งขึ้นและไม่เคยร้องไห้อีกเลยสักครั้ง

            สี่เดือนต่อมา

            ตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมานี้ทุกอย่างยังคงสงบเงียบเรียบรื่นไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายอันใดเกิดขึ้น ฤดูร้อนผ่านพ้นไปแล้ว และยามนี้เป็นกลางฤดูใบไม้ร่วงที่ต้องเก็บเกี่ยวผลผลิต หวังจือยุ่งวุ่นวายกับการเก็บเกี่ยวตลอดทั้งวัน แม้ไม่มีปุ๋ยที่ดีแต่มูลของเสี่ยวเฮยก็ช่วยได้มาก ผลผลิตแม้ไม่งามนักแต่ก็ถือได้ว่าน่าจะได้ผลผลิตไม่น้อยเลย หวังมู่เฟยให้หวังหยุนเป็นผู้รับผิดชอบเลี้ยงดูเสี่ยวเฮยซึ่งทั้งสองกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

            ยามนี้เสี่ยวเฮยอายุสี่เดือนขนาดตัวขยายใหญ่ขึ้นไม่น้อยเลยยังเทียบเท่าเลี่ยนชีระดับสองแล้ว มันโตขึ้นเร็วมากซึ่งส่วนหนึ่งมาจากน้ำจากสระธาราสวรรค์ หวังหยุนและหวังเหมยเองก็มาถึงแล้วเลี่ยนชีระดับที่สาม ส่วนหวังจืออยู่ในขั้นเลี่ยนชีระดับที่ห้า ซึ่งเจ้าตัวสามารถร่ำเรียนวิชาหมัดมวยแฝงพลังปราณได้แล้ว

เมื่อมาถึงเลี่ยนชีระดับสี่จะสามารถหน่วงปราณเสริมความแข็งแรงในร่างกายได้ เลี่ยนชีระดับสี่ถึงระดับหกจึงนิยมร่ำเรียนวิชาหมัดมวย ซึ่งวิชาดังกล่าวนั้นยังไม่ใช่เคล็ดวิชาระดับหนึ่งแต่อย่างใด ขั้นเลี่ยนชีระดับเจ็ดขึ้นไปจึงจะมีความสามารถในการร่ำเรียนเคล็ดวิชาระดับหนึ่ง ซึ่งในโลกใบเล็กทั้งหลายร้อยใบนั้นวิชาระดับหนึ่งถือว่าล้ำค่าเป็นอย่างมาก

หวังมู่เฟยเองยามนี้มาถึงแล้วจู้จีระดับสาม กว่าจะผ่านมายังระดับสามได้ยากลำบากอย่างยิ่ง หากไม่มีธาราสวรรค์เขาทราบดีว่าตนเองคงไม่สามารถเพิ่มลมปราณได้เช่นนี้เนื่องจากมีบางสิ่งคอยดูดกลืนลมปราณจากร่างกายของเขาอยู่ตลอด เมื่อเดือนที่แล้วหวังมู่เฟยเพิ่งพบสาเหตุของสิ่งนั้น เช้าวันหนึ่งที่ฝนกำลังตกหนักเขาอาเจียนออกมามากมายอย่างไม่ทราบสาเหตุ แล้วยังชมชอบการกินสมุนไพรปราณและชาปราณที่เก็บเกี่ยวได้แล้ว ชาปราณนับว่าไม่แปลกอันใด แต่สมุนไพรปราณที่ยังไม่ได้หลอมเป็นโอสถนับว่าประหลาดอย่างยิ่ง

สิ่งที่ดื่มกินไปนั้นไปรวมอยู่จุดหนึ่งจุดเดียวเมื่อลองใช้ลมปราณของตนเองตรวจสอบจึงพบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ ยามนั้นหวังมู่เฟยแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ยามนั้นเขาพลิกตำราสมุนไพรและการแพทย์ไปมาเพื่อค้นคว้ากับอาการที่เป็นและทำใจนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ เขาเป็นบุรุษมาทั้งชีวิต แม้จะชมชอบบุรุษด้วยกันแต่เมื่อได้มาเป็นเกอและตั้งครรภ์รวดเร็วเช่นนี้หวังมู่เฟยตั้งรับไม่ทันอยู่บ้าง เรียกว่ายังไม่ได้เตรียมใจเสียมากกว่า ยังดีที่ร่างกายทุกส่วนของเขายังเป็นบุรุษอยู่ นับว่าสวรรค์ยังคงเมตตา

การตั้งครรภ์นั้นมีอยู่ด้วยกันสามแบบ แบบแรกคือการตั้งตั้งครรภ์ของมนุษย์ มารดาจะใช้เวลาตั้งครรภ์เก้าเดือน แบบที่สองคือการตั้งครรภ์ของเทพเซียน เทพปีศาจและเทพอสูร มารดาจะตั้งครรภ์ทั้งหมดสองปี ส่วนแบบที่สามนั้นเป็นการตั้งครรภ์ของสายเลือดพิเศษของเทพเซียน เทพปีศาจและเทพอสูร ซึ่งมารดาใช้เวลาตั้งครรภ์ทั้งสิ้นสามปี

บุตรที่อยู่ในครรภ์ของหวังมู่เฟยยามนี้หากไม่ตั้งครรภ์ในแบบที่หนึ่งก็คงเป็นการตั้งครรภ์ในแบบที่สองเนื่องจากเขาถือเป็นเทพเซียนเช่นกัน แม้ขั้นลมปราณยามนี้จะอ่อนด้อยดั่งเทพเซียนแรกเกิดก็ตาม

เนื้อวัวทมิฬยังเหลืออยู่ประมาณเก้าร้อยจิน แม้จะขึ้นภูเขาเข้าไปในป่าลึกอยู่หลายคราแต่ก็เก็บเพียงสมุนไพรไม่ได้ไปล่าสัตว์วิญญาณ ซึ่งสัตว์วิญญาณเองเมื่อสัมผัสถึงเขาได้ก็พากันหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ระยะหลังมานี้หวังมู่เฟยขึ้นภูเขาสามคราต่อสัปดาห์เท่านั้นเพื่อใช้เวลาที่เหลือศึกษาตำรา ส่วนชาปราณในมิติกว่าร้อยต้นก็ให้ผลผลิตมากมายซึ่งเขาเก็บเกี่ยวทุกๆห้าวัน ซึ่งในมิติแห่งนั้นก็นับว่าเก็บเกี่ยวทุกๆห้าเดือน

หวังมู่เฟยมีชาปราณที่เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จในมิติกว่าหนึ่งหมื่นสามพันสี่ร้อยจิน จากการรวบรวมเก็บทั้งหมดหกปีจากเวลาในมิติ ส่วนสมุนไพรห้าแปลงแรกเริ่มอายุของพวกมันมากถึงสิบเอ็ดปี สมุนไพรอีกกว่ายี่สิบแปลงก็มีอายุลดหลั่นกันไป เงินของบ้านได้มาจากการขายสมุนไพรซึ่งตอนนี้มีเงินเก็บทั้งหมดสี่เดือนอยู่ยี่สิบสามอีแปะ ยังไม่เพียงพอซื้อเกลือเสียด้วยซ้ำไป เกลือหนึ่งจินราคากว่าหนึ่งเหรียญทองแดง ราคาแพงกว่าข้าวสารถึงร้อยเท่า

เรื่องการตั้งครรภ์หวังมู่เฟยยังไม่บอกกล่าวแก่ผู้ใด แม้อายุครรภ์จะสี่เดือนครึ่งแล้วแต่หน้าท้องยังคงแบนราบซึ่งถือเป็นเรื่องดี ไม่ใช่ไม่ไว้ใจน้องๆ แต่หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง หากชาวบ้านทราบว่าเขาตั้งครรภ์โดยไม่มีบิดาของบุตรในครรภ์น้องๆของเขาคงถูกรังเกียจจากค่านิยมโบราณ หากเป็นเช่นนั้นคงได้ย้ายบ้านเร็วกว่าที่วางแผนเอาไว้ หวังจือคงเสียใจที่ไม่ได้เก็บเกี่ยวเมล็ดข้าวที่ตนเองเพาะปลูกเองดูแลเองมาหลายเดือน เมื่อย้ายเข้าไปในเมืองหวังมู่เฟยจึงจะบอกกล่าวเรื่องตั้งครรภ์กับน้องๆทั้งสามคน

เฮ้อ! ได้เรือพ่วงอีกลำมาอีกเสียแล้ว

ไม่ต้องกล่าวถึงบิดาของบุตรในครรภ์แต่อย่างใด แม้จะกระทันหันไปบ้างแต่ก็ไม่ได้โกรธเกลียดบุตรที่กำลังจะถือกำเนิดมาแต่อย่างใด แม้บิดาของบุตรในครรภ์จะยังเป็นปริศนาอยู่ก็ตาม หากไม่มีความผูกพันธ์ร่วมกันด้วยเลยคงจะเป็นไปไม่ได้ สิ่งนี้ยังเป็นการยืนยันตัวตนของเขาในโลกใบเล็กแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

เหลือเวลาอีกประมาณสี่สัปดาห์ก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง ช่วงนี้ครอบครัวหวังทั้งสี่จึงไปยังที่นาเพื่อช่วยกันเก็บเกี่ยว ยังเหลืออีกหลายขั้นตอนกว่าจะได้ข้าวสารออกมา

“ฝากด้วยนะเสี่ยวเฮย” หวังจือลูบหัวเสี่ยวเฮยเบาๆเพื่อใช้มันลากเกวียนเล็กที่เต็มไปด้วยมัดข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จกลับไปไว้ที่ลานบ้านเพื่อรอการตีแยกข้าวเปลือกออกจาลำต้นซึ่งเป็นฟาง

เกวียนเล็กเล่มนี้หวังมู่เฟยให้ช่างในหมู่บ้านทำให้โดยมีหวังจือเป็นผู้หาไม้มาเอง ค่าจ้างทำเกวียนคือยี่สิบอีแปะ เงินเก็บของบ้านจึงหลงเหลือแค่ยี่สิบสามอีแปะดั่งที่เห็น แต่เกวียนก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการขนย้ายสิ่งของจำนวนมากยามย้ายบ้าน เขาจึงกัดฟันยอมจ่ายไปทั้งที่ไม่เคยต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดอดออมเพียงนี้มาก่อน เฮ้อ!

“ง่อ”  เสี่ยวเฮยร้องตอบเสียงเบาแม้น้ำหนักที่มันต้องลากมีมากถึงหนึ่งร้อยจินก็ตาม  ยามนี้จากระดับขั้นของมันมันสามารถลากสิ่งของได้ไม่เกินสี่ร้อยจิน

หวังหยุนปีนขึ้นไปขี่หลังของเสี่ยวเฮยอย่างสนิทสนมก่อนจะหัวเราะร่าเริงพร้อมกับหวังเหมยที่ขึ้นไปนั่งบนเกวียน หนึ่งสัตว์วิญญาณสองมนุษย์พร้อมเกวียนเล็กหนึ่งเล่มจึงค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากทุ่งนาของครอบครัวหวังมุ่งสู่เรือนเล็กซึ่งอยู่ห่างออกหลายลี้ ซึ่งทั้งสองจะต้องกลับไปเตรียมอาหารเย็น ส่วนหวังมู่เฟยและหวังจือจะอยู่เก็บเกี่ยวอีกสักหน่อยเพื่อให้ทุกอย่างแล้วเสร็จ

“ขอบคุณพี่ใหญ่” จู่ๆหวังจือก็กล่าวขึ้นในขณะที่กำลังเก็บเกี่ยวและหวังมู่เฟยยืนอยู่ไม่ไกล ในขณะที่หวังมู่เฟยกำลังจะกล่าวคำถามออกมาหวังจือก็ชิงเอ่ยออกมาก่อน

“ข้าทราบว่าพี่ใหญ่ทำเพื่อพวกเรามามากมาย ข้าเพียงอยากกล่าวคำขอบคุณเท่านั้น ในอนาคตข้าจะปกป้องพี่ใหญ่ ข้าจะตั้งใจฝึกฝน”

“..ดี!”

เมื่อเห็นความมุ่งมั่นอันเปี่ยมล้นของหวังจือแล้วหวังมู่เฟยก็กล่าวอันใดไม่ออกเพียงมีคำว่าดีเพียงคำเดียว ภายในใจของเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างแปลกประหลาด สี่เดือนกว่าที่ผ่านมาดั่งทั้งสามคือน้องชายน้องสาวของเขาจริงๆ แม้แต่จะใช้จ่ายยังต้องคิดคำนวณถึงพวกเขาก่อน แตกต่างจากชีวิตก่อนโดยสิ้นเชิง

ทั้งคู่ลงมือเก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็วเนื่องจากระดับลมปราณที่สูงพอสมควร แม้จะมีเพียงความเงียบแต่ก็ไม่ได้อึดอัด มันกลับอบอวลไปด้วยความสบายอกสบายใจและความไว้วางใจ บางคราหวังจือก็กล่าวเรื่องหวังหยุนและเสี่ยวเฮยขึ้นมาบ้าง เรื่องราวของน้องชายซึ่งชอบเล่นซนแต่ก็น่าเอ็นดู

การเก็บเกี่ยวนั้นทำไม่ยากหากปรับตัวได้และฝึกทำบ่อยๆ ไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะได้มาทำอะไรเช่นนี้ ยอมรับว่าสิ่งต่างๆในโลกใบเล็กแห่งนี้ทำให้หวังมู่เฟยเปลี่ยนไปไม่น้อยเลย แม้จะไม่ได้เที่ยวเล่นผลาญเงินไปเป็นจำนวนมากก็ทำให้เขาสบายใจและมีความสุขเล็กๆได้



**************


มาแล้วจ้าา อาร์ไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอน เรื่องนี้วางโครงเรื่องไว้คราวๆจบแล้ว แต่ขั้นตอนการพิมพ์อัพนี้สิ...5555 

แอบสารภาพว่ามีขี้เกียจพิมพ์บ้าง มีพลอตนิยายใหม่ๆมาทำให้ไขว่แขวบ้าง  ><




ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว