facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.6 (1/2) [ เจ้าวาฬซ่อนใครไว้ในบทเพลงหวาน ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.6 (1/2) [ เจ้าวาฬซ่อนใครไว้ในบทเพลงหวาน ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.1k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2562 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.6 (1/2) [ เจ้าวาฬซ่อนใครไว้ในบทเพลงหวาน ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

6

เจ้าวาฬซ่อนใครไว้ในบทเพลงหวาน


หากต้องการให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าฟังเพลงที่มีคำร้อง ควรระมัดระวังเนื้อหาของเพลงที่จะสามารถชักจูงกรอบความคิดให้กับผู้รับการบำบัดได้ ดังนั้นควรเลือกเพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจ หรือเป็นเพลงบรรเลงที่มีเสียงธรรมชาติต่างๆ เพราะจะให้พลังคลื่นเสียงใกล้เคียงกับคลื่นแอลฟาของสมองมนุษย์ เหมาะที่จะทำให้ผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ดีกว่า

คุณเคยถูกจุมพิตโดยบทเพลงหรือเปล่า

เคยถูกโอบกอดเบาๆ ด้วยข้อความในท่วงทำนองนั้นไหม

ถ้าคุณเคย...ผมอิจฉาคุณจัง

เพราะผมไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะได้รับความรู้สึกแบบนั้น

ตรงกันข้าม ผมเองต่างหากที่เป็นฝ่ายส่งความรู้สึกผ่านบทเพลงเพลงหนึ่งไปถึงเขา

ให้สายลมเป็นผู้นำทาง ให้ดวงดาวที่เปล่งประกายร่วมรับฟัง…คำคำนั้นที่อยู่ในใจ

คำบางคำ...ที่หมายถึงคนบางคน

คนที่เราซ่อนเขาเอาไว้ในบทเพลง :)











พี่หมอ


หลังจากที่เผชิญกับสถานการณ์ที่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโรงเรียนมัธยมปลาย...เป็นเวลาเกือบสองปีแล้วที่เจ้าวาฬกับพี่หมอดาวเสาร์มีนัดกันทุกเดือนหรือทุกสองเดือน


พี่หมอไม่ได้ชื่อดาวเสาร์หรอก แต่เจ้าวาฬตั้งชื่อนี้ให้เพราะพี่หมอมีมวลหนาแน่น รูปร่างป่องออกตามแนวเส้นศูนย์สูตรและชอบใส่สร้อยคอเส้นใหญ่ๆ มองไกลๆ เหมือนโซ่เส้นโตล้อมอยู่ที่คอ เหมือนวงแหวนดาวเสาร์เลย


เจ้าวาฬชอบพี่หมอ เพราะพี่หมอใจดีเสมอ ไม่ใช่แค่รอยยิ้มและขนมแสนอร่อยที่มักจะหยิบยื่นให้กับเขาทุกครั้งที่พบกัน แต่การที่ดาวเสาร์ดวงนั้นโคจรตัวเองเข้ามาทำความรู้จักกับจักรวาลของวาฬ คอยสู้อยู่ข้างๆ และดำน้ำลงมาทำความเข้าใจกับโลกที่ดำมืดใต้ท้องทะเล มันเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าวาฬรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่นอกจากจะมีพระจันทร์สวยให้มองเป็นขวัญใจ ก็ยังมีดาวเสาร์อีกดวงคอยรักษาและถนอมใจไม่ให้มันบอบช้ำหรือบุบสลายไปมากกว่านี้


“ดูสดชื่นผิดหูผิดตาเลยนะเจ้าวาฬ”


ทั้งสองมักจะพบกันที่โรงพยาบาล ในห้องตรวจบรรยากาศสบายๆ นั่งกินขนมไปคุยกันไป และเจ้าวาฬจะคอยเล่าอาการของตัวเองตลอดระยะเวลาในการรักษาให้พี่หมอฟัง ซึ่งทุกครั้งสิ่งที่ได้รับตอบกลับมาเป็นอย่างแรกคือรอยยิ้ม แต่ครั้งนี้รอยยิ้มของพี่หมอกว้างขึ้นกว่าทุกครั้ง เมื่อได้ฟังเรื่องเขาด้วยน้ำเสียงสดใสของผู้เล่า


“คนนี้ใช่ไหม” พี่ชายรำพึงพร้อมกับเอนหลังพิงพนัก


 “ครับ?”


“ที่เล่นกีตาร์ให้ฟังที่ฟิตเนส”


พี่ชายดาวเสาร์เอ่ยถามออกไปพร้อมกับรอฟังคำตอบจากน้องชาย ทันทีที่โดนแหย่ถึง น้องปีหนึ่งก็อ้าปากค้าง ถือขนมคาไว้จนพี่หมอเอ่ยเสียงเรียกชื่อซ้ำๆ เจ้าวาฬครั้งที่หนึ่งก็แล้ว ครั้งที่สองที่สามก็แล้ว พอเอานิ้วไปจิ้มๆ ไหล่ เจ้าตัวเล็กก็เอนตัวเข้าหากำแพงและซุกหน้าเข้าหาผนังไม่ยอมหันกลับมา


“เอาล่ะๆ ไม่แซวแล้ว หันมาเร็วครับ”


เจ้าวาฬเอามือปิดหน้าตัวเอง แต่พอสำนึกได้ว่าทำแบบนี้มันก็มองไม่เห็นอะไรเลยน่ะสิ เลยแหวกนิ้วออกและมองผ่านช่องระหว่างนิ้วไปสบตาคนตรงข้าม พอพี่หมอพยักหน้าถึงได้เบาใจและลดมือลง รับรอยยิ้มเอ็นดูที่พี่ให้มาอย่างขัดเขิน ทำไมน้า คนดีๆ อย่างพี่หมอถึงยังไม่มีแฟน หน้าที่การงานก็ดี ใจดี หรือจะเป็นเพราะพี่หมอตัวอ้วน สาวๆ ก็เลยไม่ชอบ


ก็ไม่น่านี่นา คุณแม่ตัวอ้วนคุณพ่อยังชอบเลย


เจ้าวาฬสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กุมมือตัวเองไว้บนตักและยืดตัวตรง มองหน้าคนตรงข้ามอย่างแน่วแน่ ต่อให้พี่หมอใจดีแค่ไหน แต่บางทีก็มีมุมดุใส่เจ้าวาฬอยู่เหมือนกัน


“ผมดีขึ้นขนาดนี้แล้ว หยุดยาได้หรือยังครับ”


พี่หมอยิ้มและเปิดประวัติการรักษาของเจ้าวาฬขึ้นมาอ่าน วันแรกที่เขาเห็นเจ้าวาฬคือวันที่เขายืนคุยกับพยาบาลอยู่ในร้านกาแฟ เด็กนักเรียนชายในชุดโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังเดินร้องไห้เข้ามาคนเดียว เล่าอาการของตัวเองให้แผนกคัดกรองฟัง สักพักใหญ่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่พาขึ้นไปที่ตึกจิตวิทยาเพื่อประเมินอาการเบื้องต้น ผลปรากฏว่าเจ้าวาฬก็ได้กลายเป็นคนไข้ของเขามาจนถึงวันนี้


เกือบสองปีที่รู้จักกัน เกือบสองปีที่เริ่มรักษาด้วยการใช้ยาและจิตบำบัดตามดุลพินิจของแพทย์และทีมสหวิชาชีพ ความเปลี่ยนแปลงจากวันแรกจนวันนี้ที่หมอเห็นยังทำให้ไม่กล้าคิดว่านี่คือเรื่องจริงใช่หรือไม่ที่น้องดีขึ้นขนาดนี้ เพราะโรคนี้ก็เหมือนความเยือกเย็นของเปลือกพระจันทร์...ดูเหมือนว่าไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด...ดูเหมือนว่าก็เลิกร้องไห้ซะสิ...เท่านั้นปัญหาก็จบ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าการขึ้นไปสัมผัสกับพื้นผิวของดวงจันทร์ที่แท้จริง มันหนาวเหน็บเพียงใด หนาวจนขั้วหัวใจของเขามันแทบขาดสะบั้น


ความเยือกเย็นที่แต่ละคนได้สัมผัสก็ต่างกัน บางคนบางเบา เหมือนลมหนาวสะกิดให้หวั่นไหว รู้สึกตัวได้ทันก็รีบปีนป่ายตัวเองขึ้นไปเพื่อจะเอาชนะ


บางคนบาดลึก รุนแรง สัมผัสเพียงครั้งเดียวก็ถูกกร่อนให้แห้งสลาย ร่วงโรยลงไปสู่พื้นดินในฉากสุดท้าย หลับตาลงและปล่อยให้มัจจุราชจูงมือเราข้ามไปหาโลกใหม่อีกภพ


ทิ้งความเยือกเย็นอย่างโหดร้ายของโลกนี้เอาไว้ข้างหลัง ไม่หันกลับมา


เป็นโชคดีของหมอด้วยเหมือนกันที่เจ้าวาฬยอมรับว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร และให้ความร่วมมือกับการรักษาเป็นอย่างดี ช่วงแรกเขาก็ไม่คิดว่าแค่หมอกับคนไข้จะสามารถผูกพันกันได้ แต่พอรู้จักกันมาสักระยะหนึ่งกลับรู้สึกว่าอยากอยู่ข้างๆ เด็กคนนี้ เจ้าวาฬน้อยผู้น่าสงสาร ทั้งที่เกิดมาต้นทุนสูงกว่าคนอื่นทุกอย่าง มีเงินซื้อผ้าห่มหนาราคาแพงให้ความอบอุ่นแก่ตัวเองแค่ไหนก็ได้ แต่น่าเสียดายที่เงินซื้อผ้าผืนวิเศษที่ให้ความอบอุ่นทางใจแก่เขาไม่ได้


แม้ว่าจะเป็นเด็กที่มีไอคิวสูงก็ไม่ได้แปลว่ากำแพงของเขาจะสูงตาม...และไม่สูงพอที่จะกั้นไม่ให้ใครปีนข้ามเข้ามาทำร้าย ยิ่งเป็นวัยรุ่นที่โดนสังคมในโรงเรียนบูลลี่ หันซ้ายหันขวาก็ไม่มีอ้อมกอดจากใคร มันก็เลยเหมือนการเป่าลมเข้าไปในลูกโป่ง พอถึงจุดที่ยืดหยุ่นอีกไม่ไหว ก็แตกระเบิดเหลือเพียงแค่เศษเสี้ยวของความรู้สึกอันแสนบอบบาง ถ้าไม่ทะนุถนอมรักษา ในท้ายที่สุดมันก็คงเหลือเพียงฝุ่นละอองบางเบาที่พร้อมจะหายไปตามสายลม


“พี่ว่าเราอย่าเพิ่งหยุดยาเลยนะ”


แต่เจ้าวาฬตัวนี้กลับเข้มแข็งและเลือกเข้ารับการรักษากับแพทย์ทันทีที่สงสัยว่าตัวเองกำลังเป็นผู้ฝันร้ายอยู่ในทะเลลึก ปลาน้อยน่ารักในนิทานที่ออกผจญภัยในโลกกว้างอย่างโดดเดี่ยวเพราะหวังจะชิงรางวัลจากเจ้าหญิงงาม ฟังคำปลอบโยนเมื่อถึงจุดวิกฤตของเรื่องก่อนเข้าสู่ช่วงคลี่คลาย ฝันร้ายเหรอเจ้าวาฬน้อย ไม่เป็นไรนะ เราจะส่งอัศวินขี่ม้าขาวไปช่วยเธอเอง


ไม่มี

ไม่มีเจ้าหญิงงามยื่นมืออ่อนโยนมารับเวลาล้ม ไม่มีอัศวินในชีวิตจริง มีแค่เราที่เป็นอัศวินของตัวเราเอง อยากจะหายก็ต้องสู้ อยากจะตื่นก็ต้องปลุกตัวเองขึ้นมาให้ได้


ถ้า 52 Hz สู้ ดาวเสาร์ก็สัญญาว่าจะสู้ไปด้วยกัน


“อยากหยุดยาเพราะกลัวจะติดใช่ไหม ไม่ต้องกลัวหรอก ถึงแม้ว่าจะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม แต่ยาบางตัวต้องค่อยๆ ลดขนาดลง เพื่อให้โอกาสร่างกายปรับตัว พี่จะปรึกษากับทีมเพื่อปรับยาให้เรา รอดูกันอีกสักพักให้พี่มั่นใจแล้วค่อยหยุดยาดีไหมตัวเล็ก”


แม้ในการสำรวจจักรวาล ดาวเสาร์กับโลกจะอยู่ห่างกันแสนไกล แต่ในทะเลลึกแห่งนี้ มีเพียงดาวเสาร์ดวงเดียวเท่านั้นที่สามารถดำน้ำลงมาศึกษาหัวใจของวาฬได้ น้องตัวเล็กจึงเลือกที่จะพยักหน้าวางทั้งหัวใจให้พี่หมออย่างเชื่อใจ เพราะรู้ว่ามือคู่นี้ของพี่จะประคับประคองปกป้องหัวใจจนกว่าจะถึงวันที่เราเงยหน้าขึ้นรับแสงตะวันเหนือผิวน้ำพร้อมกัน


บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน วันซ้อมใหญ่บนเวทีจริงมาถึง ทุกสนามรบย่อมมีแม่ทัพ มีทหารกล้า และมีทหารที่ถูกบังคับให้ออกรบ สายฟ้าฟาดดังเปรี๊ยะเกิดขึ้นระหว่างการสบตาของพี่เลี้ยงคณะตัวเก็งโดยมิได้นัดหมาย ราวกับแต่ละคนมีเมฆดำลอยอยู่บนหัว เสียงคำพูดที่เอื้อนเอ่ยเป็นเหมือนเสียงครืนๆ ของฟ้าที่ขู่คำราม เพราะถูกฉาบเอาไว้ด้วยรอยยิ้มถึงไม่ระแคะระคายว่าทุกน้ำเสียงมีเพียงคำป้อยอหลอกลวง วางธงขาวเรียงรายเอาไว้จนอาจทำให้ชะล่าใจ หลงลืมไปว่านี่คือสงครามที่มากด้วยกลยุทธ์ แม้พลาดเพียงนิดก็ถูกปลิดให้ปลิวได้อย่างง่ายดาย


รอยยิ้มที่ได้รับมีทั้งความหมายที่กรีดแทงหัวใจ ประชดประชัน และรอยยิ้มที่ไม่เต็มใจจะมอบให้ แต่สุดท้ายก็ต้องยิ้มด้วยความจำนนและแววตาอ่อนประกายไร้แสงแห่งความหวัง


ไม่ใช่นักรบจากทุกคณะจะมีหัวใจที่พร้อมฝ่าฟัน ไม่ใช่ทุกคนที่มีเป้าหมายเป็นดวงจันทร์ เพราะบางคนพอใจที่จะเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดามากกว่าอัศวิน


เมื่อเดือนที่แล้วคุณดาวเดือนไปคุยกับเจ๊โกโก้ขอปรับรูปแบบการแสดงใหม่ เพราะเจ้าวาฬคิดว่าคงไม่เหมาะเท่าไหร่ที่ต้องใส่ส้นสูงวิ่งทั้งที่ตัวเองเหมาะกับผ้าใบมากกว่า คุณหญิงกีรติกับนพพร[1] จึงถูกมิเชล[2] กลืนหาย...บทเพลงฟ้าจรดทรายกลายเป็นบทบาทใหม่แทนฉากเต้นรำที่มิตาเกะ เหตุผลหนึ่งเดียวที่เจ้าวาฬยกไปขอร้องรุ่นพี่ คือเวลาเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ เกรงว่าจะฝึกวาฬที่ไม่เคยร้องเพลงให้เปล่งเสียงสดใสแข่งกับฮัมมิ่งเบิร์ดไม่ไหว จากที่พี่ไว้ใจให้เขาเป็นแม่ทัพ ก็อาจกลับกลายเป็นนำความไว้ใจนั้นไปวางทิ้งให้คณะอื่นเหยียบย่ำกลางสนามอย่างน่าเสียดาย


เพราะสายตาวิงวอนปริบๆ ของน้องน้อยผู้เป็นที่รักของทุกคน สตาฟเลยอนุญาตให้เจ้าวาฬกับลิซ่าเล่นเพลงใหม่ให้ฟัง พอประกอบกันออกมาแล้วพี่ขนลุกเกรียวเลยยิ้มออก นั่งฟังคำปรึกษาของรุ่นพี่ที่จะเอาทีมดุริยางค์ของคณะเข้ามารวมกับทีมร้องประสาน ดึงผู้ชมเข้ามาในโลกของเราโดยใช้แค่เสียงเพลง ลิซ่าร้องนำบนหลังม้า เจ้าวาฬเล่นเปียโนอยู่บนสเตจยกพื้นรับแสงสปอตไลต์


เจ้าวาฬเป็นคนแต่งทำนองเพลงนี้ร่วมกับลิซ่าที่เขียนเนื้อ แต่พอมีกรอบคำว่าตัวเก็งมาขีดล้อมกายเอาไว้ กลับกดดันที่จะฝ่าออกไปยืนอยู่หน้าฝูงชนอย่างผ่าเผย กดดันตัวเองด้วยเพลงที่สร้างขึ้นมาเองกับมือ กลัวว่าจะหล่นลงไปในหุบเหวที่ตัวเองพยายามปีนขึ้นมาได้ตั้งสูงแล้ว


ทำไมล่ะ ทำไมจู่ๆ ก็มีความรู้สึกแบบนั้น


“ตื่นเต้นเหรอ”


เจ้าวาฬเอี้ยวตัวกลับมามองแล้วพยักหน้าให้ขณะบีบมือของตัวเองที่วางอยู่บนตัก


“ไม่เป็นไรนะ เราเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน”


“แต่นายดูควบคุมตัวเองได้ดีนะ”


หล่อด้วย ถือกระบองเอาไว้ในมือ อีกข้างถือหัวเจ้าเงาะซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเดี๋ยวมารับพวงมาลัยจากนางรจนาแน่ๆ ต้องเป็นพระสังข์รูปทองที่งามสง่าสมกับที่ใครๆ ก็ว่าวิศวกรรมศาสตร์คือตำนานที่รุ่นต่อรุ่นเล่าขานว่า แค่เห็นชื่อก็ยืนท็อปไฟว์แล้ว

“ชื่อก้อนเมฆใช่ไหม”


“อืม”


“เราเจ้าวาฬ”


เพื่อนใหม่หัวเราะและมองคนที่แนะนำตัวเองด้วยสายตาปนเอ็นดู รุ่นพี่ก็ช่างคิดทำป้ายชื่อให้ห้อยคอเอาไว้ แถมใบใหญ่กว่ากระดาษเอสี่จนเขาอดนึกไม่ได้ว่าถ้าไปยืนอยู่หน้าสนามแล้วมองเข้ามาก็อาจจะอ่านชื่อบนป้ายออกด้วยหรือเปล่า


ก้อนเมฆมองหน้าเจ้าปลาแสนสวยที่เอาแต่ก้มหน้ามองมือตัวเอง บางครั้งก็เผลอกัดเล็บเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนักอยู่ในใจ อดคิดไม่ได้หรอกว่าในใจของเจ้าวาฬน้อยอาจจะกำลังมีฝนตกอย่างหนักอยู่ในนั้น และเขาอยากจะเป็นผู้ที่เอาตุ๊กตาไล่ฝนไปแขวนให้ แต่เพราะไม่ได้สนิทกันจึงไม่กล้ากอดไหล่แล้วเอ่ยถ้อยคำปลอบโยนแผ่วเบาอย่างที่อยากทำ


เสียงประกาศเรียกคณะวิทยาศาสตร์ให้ก้าวขึ้นสู่เวที ใครๆ ต่างก็รอคอยหนึ่งในรายชื่อคณะตัวเก็งที่มาพร้อมฉากอลังการและทีมแสดงกว่าห้าสิบชีวิต หวังจะสร้างตำนานพลิกประวัติศาสตร์ให้เปลี่ยนใหม่ พอก้าวขาขึ้นมาบนเวที ลมเย็นพัดโชยมาต้องใบหน้าจนผมปลิว หนาวเย็นจับใจ เย็นไปถึงขั้วหัวใจเมื่อยิ่งก้าวขึ้นบันไดขั้นสูง


ลิซ่าไม่ได้ขึ้นมาบนเวทีด้วย แต่เธอรับไมค์ลอยและลงไปอยู่กับน้องวิคตอเรียด้านล่าง เสียงฮือฮาเมื่อเธอเหยียบโกลน[3] อย่างมั่นคงและสปริงตัวเองขึ้นไปอยู่บนหลังม้าอย่างสง่างาม ทีนี้ก็เหลือแค่เจ้าวาฬที่จะประกอบโชว์นี้ออกมาให้สมบูรณ์แล้ว


ผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์คือเขา แต่จะพลิกมันขึ้นมาใหม่ได้ยังไง ในเมื่อแค่วันซ้อมใหญ่ก็ยังเหงื่อออกเต็มฝ่ามือ


สายตาของคนที่สนามจับจ้องขึ้นมาบนเวที รอสัญญาณจับเวลาจากองค์การให้เริ่มทำการแสดง เจ้าวาฬหายใจไม่ทั่วท้อง เกลียดตัวเองที่กำลังจะควบคุมอาการแพนิคไม่ได้อีกแล้ว มันไม่ควรเป็นแบบนี้ในตอนนี้ ไม่ควรรู้สึกว่าภาพแห่งฝันดีกำลังจะเป็นแค่สีจางๆ ที่ลวงตา อย่าประมาท อย่าไว้ใจแววตาชื่นชมจากใครจนหลงลืมไปว่าเกมนี้ไม่ง่ายเลย


สายตาเปี่ยมสุขของคนในคณะ สายตาคมกริบของพี่พระจันทร์ยิ้มที่มองตรงมาในฐานะของกรรมการ สายตาของลิซ่าที่ส่งขึ้นมาให้กับเขาอย่างมั่นใจ ขอแค่เราทำได้อย่างที่ซ้อม เปียโนของเจ้าวาฬน่ะสุดยอดที่สุดในโลก มันต้องเยี่ยมมากแน่ๆ

ใช่...มันจะเยี่ยมมากถ้าเราทำได้อย่างเมื่อวาน


ทันทีที่เสียงสัญญาณดังขึ้น ปลายนิ้วจรดลงไปบนเปียโนแสนรัก อุตส่าห์ให้ลุงหมอนยกมาให้จากบ้านเพราะหวังว่าเพื่อนรักตั้งแต่เด็กจะเป็นผู้ร่วมเดินทางที่ดีของเขา แต่ไม่...ความกดดันไม่สามารถเปลี่ยนเป็นแรงผลักดัน เจ้าวาฬเล่นเร็วเกินไปจนคนอื่นๆ ต้องรัวตามกันไปหมด พยายามจะคุมสติแล้วดึงตัวเองกลับมาทางเดิมที่เคยเดิน แต่ยิ่งพยายามจะเลี้ยวกลับมาก็ยิ่งเดินหลงทางไกลออกไป


คนร่างเล็กหลับตาให้อารมณ์พาบทเพลงดำเนินไป เพ่งความรู้สึกเข้าหาจุดหมาย คิดว่ามันอาจจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย โน้ตที่เขาตั้งใจเขียนออกมาให้เป็นเพลงหวาน ตอนนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนเพลงประกอบหนังวิ่งหนีซอมบี้


ความรู้สึกหลังเล่นจบเหมือนกับการโยนเหรียญให้จมหายลงไปในน้ำ เสียใจ...แม้คนนอกจะมองว่านี่คือโชว์ที่ดีที่สุดของวันนี้จนมอบเสียงปรบมือลั่นสนามมาให้ สนั่นหวั่นไหวจนน้ำตาหยดแรกไหลลงมาในวินาทีที่หัวใจเต้นเร็วขึ้นจนน่ากลัว มีเพียงคนในคณะวิทยาศาสตร์ที่เคยเห็นการซ้อมเท่านั้นที่รู้ว่านี่ไม่ใช่ฟ้าจรดทรายเวอร์ชันที่ดีที่สุด แต่กลับเป็นเวอร์ชันที่มีความทรมานเจือปนอยู่ในท่วงทำนองเพลงหวาน เหมือนขี่ม้าแหวกกระแสน้ำ แทนที่จะค่อยๆ เดินปล่อยให้แสงจันทร์อาบไล้ตัวเราอย่างงดงาม...น้องเจ้าวาฬของพี่เป็นอะไรไป

ทุกคนเดินเข้ามาหาร่างเล็กก่อนลิซ่าด้วยซ้ำ เอาแต่ยิ้มและดึงเขาเข้าไปกอด ถ้อยคำปลอบประโลมดุจน้ำหวานที่ราดลงมาบนก้อนหินแห้งแล้ง ‘ไม่เป็นไรนะ ตื่นเต้นใช่ไหม พรุ่งนี้เอาใหม่นะลูก’ แม้แต่พี่โกโก้ที่รบกับเจ้าวาฬทุกวันก็ยังพูดแบบนั้น ดึงเจ้าวาฬให้เดินตามและกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป สงสัยจะเดินใกล้ไปจนพี่ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างหดหู่จากคนข้างหลัง คำตอบฉายชัดอยู่ในแววตา...แววตาแห้งแล้งที่ดันทุรังต่อไปก็มีแต่จะทำร้าย


ร่างเล็กฝืนยิ้มให้กับทุกคน เอ่ยคำว่าผมไม่เป็นไรและขอตัวแยกออกมานั่งคนเดียวในที่เงียบๆ สักที่ ปล่อยให้ความคิดของตัวเองล่องลอยไปตามทางที่มันอยากไป ไม่แม้แต่จะให้ต้นข้าวกับตุ้งติ้งตามมาด้วยเพราะเห็นแล้วว่าสายตาของเพื่อนที่มองมาเป็นกังวลและห่วงเขามากแค่ไหน...พี่โกโก้พูดถูก พรุ่งนี้ก็ยังมีเวลา


ทุกอย่างตอนซ้อมมันราบลื่นเกินไป จนละเลยที่จะกลัวใบมีดที่แฝงเอาไว้ รู้ตัวอีกที ความประมาทก็ทำให้เหลือไว้เพียงซากปรักหักพัง โงนเงน กระทบนิดเดียวอาจทลายลง


ติดตรงที่เจ้าวาฬจะปล่อยให้มันพังไม่ได้ ขอเวลาสักนิด แล้วจะก่อมันกลับขึ้นมาใหม่เอง


พอมือหายสั่น ก็เสียบหูฟังเพื่อเปิดเพลงเดโม่ที่ตัวเองอัดเอาไว้ ซึมซับความรู้สึกสุขล้นในวินาทีแรกที่เริ่มเขียนเพลง เพลงที่เขียนขึ้นมาเพื่อแทนความรู้สึกของผืนทรายที่มีต่อฟากฟ้าอันแสนไกล บอกรักและขอบคุณความอบอุ่นที่มอบให้ พร้อมกับตั้งคำถามว่าอีกไกลแค่ไหนกว่าจะเดินทางไปถึงกลางหัวใจของคนบนนั้น


แม้สักเสี้ยววินาทีบนเวที กลับดึงเอาความรู้สึกแบบนี้ส่งออกไปให้กรรมการเห็นไม่ได้เลย


ผิดหวัง


โน้ตทุกโน้ต มีความหมายถึงใครบางคน ใครที่เป็นตัวแทนของเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ สบสายตากี่ครั้งก็ต้องหลบตา รู้สึกแย่หนักเหมือนเหรียญที่จมลงสู่ก้นสระ ไม่กล้ามองสู้ เพราะไม่ได้นำเอาภาพลักษณ์ดีๆ มาให้พี่เห็น


สำหรับพระจันทร์ ตอนนี้ภาพของทะเลไม่น่ามองเลยใช่ไหม


จมอยู่กับความเงียบงันอย่างเนิ่นนาน มันคงนานพอที่ทุกคณะจะแสดงเสร็จและกลับออกจากสนามไปหมดแล้ว สู้กับตัวเองมานานพอแล้วเจ้าวาฬ ถึงเวลาหรือยังที่จะกระชากหน้ากากความกลัวทิ้งไว้ข้างทาง ทิ้งมันไว้ตรงนั้นพร้อมคราบน้ำตาแล้วอย่าหันกลับไปมองมันอีก


ย่างเท้ากลับเข้ามาในสนามที่เหลือเพียงแสงสลัวของไฟไม่กี่ดวง เป้าหมายคือเปียโนตัวเดิมของตนเองที่ถูกยกไปเก็บหลังเวที จะยังไม่กลับคณะถ้าหัวใจยังไม่ถูกระบายด้วยรอยยิ้มที่เข้มแข็ง


เสียงเปียโนที่ดังขึ้นด้วยโน้ตบางตัวทำให้ร่างเล็กหยุดชะงักและไม่แน่ใจว่าจะมุดผ้าม่านเข้าไปหลังเวทีดีหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าใครกันที่กำลังกดเปียโนของเขาอยู่ มันไม่ได้ต่อเนื่องเป็นเพลง แต่กดโน้ตเป็นบางตัวเหมือนว่าแล้วแต่ใจคนเล่นจะนึกออก ฟังเผินๆ เหมือนเพลงที่เจ้าวาฬแต่งขึ้นมาใช้ประกวดนั่นแหละ คงจะใช่...เพลงเดียวกัน


แต่ถ้าไม่เข้าไป ก็ต้องกลับไปใช้เปียโนของคณะเพื่อซ้อม


พอตัดสินใจแหวกม่านดำเข้ามา ความจริงตรงหน้ายิ่งทำให้ตกใจ เพราะคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือพี่พระจันทร์ยิ้ม...คนเดียวกันกับที่ใจสั่งให้แต่งเพลงนี้ คนที่มอบความปั่นป่วนให้กับใจยามพบเจอทุกครั้ง


พี่เองก็ชะงักเหมือนกันที่คนมาเยือนคือเจ้าวาฬ ต่างคนก็ต่างหยุดนิ่งหยั่งเชิงกันอยู่สักพัก ก่อนที่ร่างสูงจะขยับตัวเพื่อเว้นที่ว่างบนเก้าอี้ตัวยาวพอที่จะมีใครอีกคนมานั่งตรงนี้ด้วยได้


พระจันทร์ในตอนนี้กำลังทอแสงสีนวลเชื้อเชิญแมลงตัวน้อยให้บินเข้าใกล้ บินขึ้นไปทดสอบว่าดวงจันทร์ไม่ใช่ภูผาน้ำแข็งเย็นชืดไร้หัวใจ แกนกลางของมันอาจมีมวลความอบอุ่นที่ยังไม่มีใครได้สำรวจเจอซ่อนอยู่


ร่างเล็กเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ พี่ อยากจะดุหัวใจตัวเองที่ไม่รักดี ถ้าจะเต้นให้เบาลงกว่านี้ก็คงจะไม่ลืมพระคุณ







TBC



ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว