ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กอดครั้งที่6

คำค้น : #วินหมอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2562 14:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่6
แบบอักษร

​เอาน้องมาอ้อน* *




Chapter 06










‘แมวน้อยขอเล่าเรื่อง

โพสเมื่อ5ชั่วโมงที่แล้ว

หวัยตายแล่ววววววววว

เธอเห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม พวกเขาช่างเป็นแบบอย่างความรักที่หวานซึ้งยิ่งนัก น้องหมอกของเราจากนักแสดงนำละครเวทีปีนี้ กับน้องซุงเด็กหนุ่มจากคณะวิทยาศาสตร์ ยืดกอดกันกลมกลางโรงละครที่จะใช้ซ้อมละครเวทีในวันนี้  ฉันรักคู่นี้ฉันเชียร์คู่นี้ #ซุงหมอก

***พร้อมแนบรูปประกอบ

14,586 คนถูกใจ 245 คอมเม้นท์



อยากบอกแอดมินมากว่าระวังเรือล่มด้วย เพราะไอซุงไม่ไม่เอาผมแน่ๆ

“พวกมึงทำเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!!”

โดนบ่นอีกแล้ว ต้องหาอะไรยัดหูไว้แล้วแหละ

“ไปยืนกอดกันกลางโรงละครเนี่ยนะ ใช้สมองหรือส้นตีนคิด”ใยไหมยังคงบ่นต่อ

“กูกอดไอหมอกไม่ได้กอดกัน”ไปซุงพูดแต่ตามันกำลังนั่งจ้องหน้าโทรศัพท์อ่านโพสจากเพจที่เป็นเรื่องของมันกับผม

“ซุง กวนตีน”ใยไหมมองหน้าไอซุงอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันมามองหน้าผมแล้วก็ถอนหายใจออกมา

วันนี้สุดท้ายก็ไม่ได้ซ้อมละครเพราะไอซุงลากผมกลับมาเนื่องจากผมเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดซักที ส่วนใยไหมก็เพิ่งจะกลับมาถึงก็ดันไปเห็นข่าวในเพจก็รีบมาทุบประตูห้องผมจนแทบพัง

“แกเลิกทำหน้าแบบนั้นได้ไหมหมอก ฉันใจไม่ดี”ใยไหมนั่งลงตรงหน้าผมเอื้อมมือมาบีบมือผมที่กำไว้อยู่ที่หน้าตัก

“ปล่อยมันไปเถอะไหม เดี๋ยวมันก็หาย”ไอซุงปิดหน้าจอโทรศัพท์และหันมามองผม

“ฉันซื้อข้าวมาให้ด้วยเดี๋ยวไปหยิบมาให้”พูดจบใยไหมก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกจากห้องผมไป

“มึงจะเอาแต่นั่งทำหน้าเป็นตูดแบบนี้ไม่ได้นะ”ไอซุงขยับเข้ามาโอบไหล่ผม

กูจะหายแล้วซุง ไม่นานหรอก

พูดกับตัวเองในใจ เอนหัวไปพิงกับหัวไหล่ไอซุง

“ให้กูนอนด้วยไหม”ไอซุงถามและลูบหัวผมไปด้วย

ผมส่ายหัวแทนคำตอบจนไอซุงลอบถอนหายใจออกมา

“อย่าลืมทำงานส่งด้วย มึงผลัดมาหลายวันแล้วกูจำได้ บอกให้ทำตั้งแต่เนิ่นๆเป็นไงหล่ะตอนนี้มีกระจิตกระใจจะทำไหม”

แม่ง เป็นการพูดปลอบใจที่โครตจะไม่ได้เรื่อง

ผมหัวเราะคำพูดมันก่อนจะดันตัวเองออกจากตัวมันหันไปมองหน้ามันด้วยสายตานิ่งๆ

“ช่วยกูทำหน่อย...”พูดด้วยเสียงอ้อนๆแบบที่เคยพูดกับมัน

“ไม่ ไม่ ไม่ อย่ามองกูแล้วพูดด้วยเสียงแบบนั้น”มันเอาฝ่ามือมาดันหน้าผมให้หันไปทางอื่น

“ซุง....”จับฝ่ามือมันออกจากหน้ามากุมไว้

“กูไม่มีทางพิศวาสมึงแน่ๆ”ไอซุงพูดและหันไปมองทางอื่น

“ช่วยกูทำงานไม่ได้แปลว่ามึงต้องรู้สึกอะไรอะไรกับกูซะหน่อย”ขยับเข้าไปหาไอซุงอีก

“กูไม่ช่วยเพราะมึงจะติดนิสัย ไม่รู้จักทำอะไรเอง ทุกวันนี้เลยโง่อยู่นี่ไง”เอานิ้วจิ้มหัวผมเป็นท่าทางประกอบ

ใยไหมเดินเข้าห้องมาพร้อมถุงใส่กล่องข้าวสามกล่อง และเดินไปแกะกล่องข้าวใส่จานที่เคาท์เตอร์ครัว

“ไหม ไอซุงด่าว่าหมอกโง่อ่ะ”หันไปฟ้องใยไหมที่กำลังยกจานข้าวมาวางที่โต๊ะ

“ก็โง่จริงๆปะ”หันมามองหน้าผมแปปนึงก็เดินไปหยิบจานข้าวอีกจานมาวางเพิ่ม

“พวกมึงแม่ง”บ่นอย่างหงุดหงิดก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินเข้าห้องนอนไป

“ไปไหน?”ไอซุงหันมาตะโกนเรียก

“อาบน้ำ ร้อน!!!”ผมคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมากินข้าวที่เหลืออยู่แค่จานเดียว ส่วนใยไหมกับไอซุงก็ตั้งหน้าตั้งตาดูหนังที่กำลังฉายอยู่ในทีวี

ไอซุงเป็นพวกชอบดูหนังมาก มันต้องได้ดูหนังอย่างน้อยสัปดาห์ละสามสี่เรื่องไม่อย่างนั้นมันจะนอนไม่หลับ มันบอกแบบนั้นแหละ บางครั้งมันเปิดหนังดูก็จริงแต่ตามันแทบจะไม่ได้ดูหนังเลยก็มี

หลังจากกินข้าวเก็บจานเสร็จเรียบร้อยก็เดินมานั่งแทรกกลางระหว่างใยไหมกับไอซุง พวกมันหันมามองหน้าผมสักพักก็หันไปดูหนังต่อ

“นี่ๆ ซุงมึงดูฉากนี้ดีๆ”ใยไหมชี้ไปที่หน้าจอทีวี

“อย่างเหี้ย”พูดจบไอซุงมันก็หัวเราะออกมา

เออ เหี้ยจริง เป็นการเขียนบทหนังที่ไม่น่าเอามาเป็นแบบอย่างมาก ทำร้ายจิตใจคนดูสุดๆ

ผมนั่งดูหนังไปได้สักพักก็รู้สึกว่าหนังตามันจะเริ่มล้าเต็มทน ก่อนจะค่อยๆปิดเปลือกตาลง ภาพสีดำปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่เสียงของหนังยังได้ยินอยู่ ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบหายไป

.

.

.

.

.

ห้าววววว

โอ๊ย!!! ง่วงจังว้อยยยย

ผมลุกขึ้นบิดขี้เกียจไปมา เดินไปหาของกินในครัวก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องนอน หยิบโน้ตบุ๊คมาวางไว้ที่หน้าขาทิ้งตัวนั่งพิงหัวเตียงเหมือนเดิม หยิบขนมปังไส้ถั่วแดงขึ้นมาแกะกินและพิมพ์งานไปด้วย

วันนี้เป็นวันหยุดสุดท้ายแล้วก่อนที่ผมจะต้องแบกงานที่กำลังรีบทำอยู่ไปส่งพรุ่งนี้ นั่งทำมาตั้งแต่เช้าก็ไม่มีท่าทีว่าจะเสร็จซักที นี่ก็เย็นมากแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเข้ามากวนผมเลยซักคนไม่ว่าจะเป็นไอซุงหรือใยไหม รายนั้นก็คงจะทำงานเหมือนกัน เห็นไอซุงบ่นว่ามีงานนู่นงานนี่เยอะ ส่วนใยไหมก็บอกว่าจะเก็บห้องไม่ให้เข้าไปกวน ผมเลยต้องมานั่งทำงานอยู่คนเดียวแบบนี้

ครืด ครืด!!

ผมเอื้อมมือไปกดรับโทรศัพท์เมื่อเห็นสายที่โทรเข้ามา

‘พี่เรย์’

“สวัสดีครับ”เสียบหูฟังก่อนจะพิมพ์งานต่อ

(ทำอะไรอยู่ครับ พี่กวนหรือเปล่า)

“ทำงานครับ”ตอบออกไปทั้งที่กำลังพิมพ์งานอยู่

(แล้วนี่เป็นยังไงบ้างครับ)

“ยังไม่ตายครับ”ผมพูดออกไป

เหมือนจะได้ยินเสียงสะท้อนของตัวเองดังมาจากปลายสายด้วย นี่พี่มันเปิดลำโพงคุยกับผมหรอ?

(ทำไมพูดแบบนั้นหล่ะครับ พี่เป็นห่วงเรานะ)พี่เรย์ตอบกลับมาหลังจากที่เงียบไปนาน

“ขอบคุณครับ แต่แค่นี้ก่อนได้ไหมผมไม่มีสมาธิจะทำงาน”เอาจริงๆไม่ได้อยากเป็นคนใจร้ายขนาดนี้นะ ถ้างานมันไม่ได้ส่งพรุ่งนี้ แล้วรู้ว่าตัวเองทำไม่ทันแน่ๆถ้ายังต้องนั่งคุยโทรศัพท์ไปด้วย

(โอเคครับ ขอโทษที่รบกวนนะ)

ผมกดตัดสายไปก่อนจะตั่งใจพิมพ์งานต่อ

ว้อยยยยย ชาตินี้มันจะเสร็จไหมเนี่ย

ผมใช้เวลาทำงานต่อจนเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปจนเกือบจะห้าทุ้ม ลุกออกจากห้องมาหาอะไรกินหลังจากเซฟงานเสร็จแล้ว เวลาแบบนี้มาม่าช่วยรองท้องคุณได้ ผมหยิบมาม่าคัพในชั้นเก็บของมาเทน้ำร้อนใส่ นั่งรอได้สักพักก็เดินถือถ้วยออกมากินที่ระเบียง

ติ๊ง!!

หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงมาดูข้อความที่ถูกส่งเข้ามาก็ต้องขมวดคิ้วแน่น

WINN : นอนหรือยัง??

นี่เป็นอีกครั้งที่พี่วินทักมาหาผมก่อน

ผมไม่ได้กดเข้าไปอ่านข้อความและปล่อยให้มันค้างอยู่แบบนั้น กินมาม่าจนหมดก่อนจะเดินไปปิดไฟเพื่อที่จะกลับไปนอน

จะทำยังไงดี อยากคุยกับพี่วินแทบตาย แต่อีกใจก็เจ็บกับคำพูดของเขา

.

.

.

.

.

.

.

.

.

​.

“วันนี้มีซ้อมนะน้องหมอก”เสียงพี่มินไล่หลังมาเมื่อเห็นว่าผมกำลังจะออกจากตึกคณะ

“ผมไปทำธุระแปปนึงเดี๋ยวจะกลับมาครับ”หันไปบอกก่อนจะโบกรถโดยสารมหาลัยที่กำลังจะผ่านมาเพื่อที่จะไปลงหน้า มอ ต่อรถไปยังสถานที่นัดผมของผม

วันนี้ผมนัดพี่ซันพี่ชายของไอซุงไว้ที่ร้านกาแฟในห้างแถวๆมหาลัยเนี่ยแหละ เนื่องจากไอซุงมันไม่ยอมหาข้อมูลพี่ปลายให้ผมก็เลยไปวานให้พี่ซันหาแทน พี่ซันแกเอ็นดูผมมากก็เลยยอมทำให้แต่บอกว่าครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น วันนี้ผมเลยต้องออกไปเจอเพื่อเอาข้อมูลจากปากพี่ซัน

ส่งต่อไม่ได้เด็ดขาดเพราะพี่ซันบอกว่ามันค่อนข้างเป็นความลับ

ชักน่าสนใจพี่ปลายขึ้นมานิดๆล่ะ

ผมเดินไปนั่งในร้านเพื่อรอพี่ซัน พี่ซันยังไม่มาบอกให้ผมรอแปปนึงเพราะหาที่จอดรถยังไม่ได้

ติ๊ง!!

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูข้อความที่ถูกส่งมา

WINN : เลิกเรียนหรือยัง?

เรื่องที่พี่วินรู้จักผมภายใต้ชื่อ KUN-KOM ก็คือผมเรียนอยู่ที่เดียวกันกับพี่วิน ผมเป็นผู้ชาย และผมแค่ชื่นชอบพี่วินในบางเรื่องไม่ได้หมายถึงชอบในทางรักๆใคร่ๆ เพราะถ้าหากผมบอกไปแบบนั้นตอนนั้นผมก็คงไม่มีโอกาสจะได้คุยกับพี่วินมาจนถึงวันนี้แน่ แต่เราไม่เคยนัดเจอกันเพราะผมเลี่ยงมาตลอด บอกปัดไปเรื่อยๆจนพี่วินล้มเลิกการที่จะเจอผมไปแล้ว

กดเปิดข้อความอ่านก่อนจะตอบกลับ

KON-KOM : เลิกแล้วครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ

WINN : จะคุยด้วยต้องมีอะไรด้วยหรอ?

ถ้าพี่ไม่บอกว่าผมนอนอ้าขาให้ผู้ชายผมจะอิ่มเอมใจมากที่พี่กดส่งมาแบบนี้

ผมปิดหน้าจอลงทั้งที่กดอ่านข้อความไปแล้ว เพราะพี่ซันกำลังเดินเข้ามาในร้าน เดินไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาท์เตอร์ก่อนจะเดินมาหาผม

“รอนานไหม?”พี่ซันถามขึ้นพร้อมหย่อนก้นนั่งลงตรงข้ามผม

“ไม่ครับ พี่ซันยังหล่อเหมือนเดิมเลย”ยิ้มตอบกลับไป

“หลงจะตายแล้วครับ เลิกหยอดพี่ซักที”หัวเราะออกมาเบาๆ “จะกินอะไรไหม สั่งเลย”

“ผมต้องไปซ้อมละครเวทีที่ มอ ต่อ”

“งั้นรีบเลยเนอะ”พี่ซันเริ่มเปิดประเด็น

ผมก้มมองดูนาฬิกาข้อมือตัวเองไปด้วย ยังไม่เย็นมากฉะนั้นผมไม่ต้องรีบ

พี่ซันโน้มตัวเข้ามาใกล้ผมก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดที่รู้ให้ฟัง

“เรื่องมันค่อนข้างเป็นความลับมาก ใครรู้อาจมีสิทธิถึงตายได้ ก่อนอื่นต้องบอกว่าชื่อพี่ปลายที่ใช้นามสกุลเดียวกับหมอกนั้นไม่มีอยู่ในทะเบียนราษฎรตามที่หมอกรู้ แต่มีชื่ออื่นที่พี่ปลายใช้ในการทำธุรกิจสีเทา ชื่อนี้ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจมากเพราะเขามีเทคนิคในการติดต่อค้าขายค่อนข้างสูง ทั้งยังมีไหวพริบที่ดี เอาตัวรอดเก่ง เส้นสายก็เยอะ เขาอยู่ภายใต้ชื่อ Ambrose Hill (แอมโบรส ฮิล)”

“โห ชื่อน่ากลัวอ่ะ”ผมหลุดพูดออกมา

“ใช่เวลามาชื่นชมเรื่องชื่อไหมเนี่ย”

ยกมือขึ้นมายีหัวผมอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะพูดต่อ

“เรื่องที่ถามว่าพี่ปลายไปไหน คำตอบคืออังกฤษ เพราะชื่อแอมโบรสเนี่ย ในประวัติบอกว่าเกิดที่อังฤษ”

“เดี๋ยวนะ หมอกถามอะไรหน่อย ถ้าแอมโบรสเกิดที่อังกฤษงั้นก็แสดงว่าหมอกไม่มีพี่ชายอ่ะดิ”ผมถามอย่างนึกสงสัย

“มีดิ แต่พี่จำชื่อไม่ได้ว่ะแต่รู้ว่ามี ถึงจะใช้คนละนามสกุลก็เถอะแต่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกับหมอกแน่ๆ”พี่ซันพูด

พนักงานถือแก้วกาแฟของพี่ซันมาวางที่โต๊ะก่อนจะเดินกลับไป ผมจึงหันไปสนใจพี่ซันต่อ

“พี่ปลายไม่เคยพูดเลยนะ หมอกก็มีพี่ปลายเป็นพี่ชายแค่คนเดียวนี่ พี่แน่ใจหรอว่าชื่อคนๆนั้นไม่ใช่พี่ปลาย”ผมถามต่อ

“ไม่ใช่แน่ๆแค่หน้าก็ไม่ใช้แล้ว นี่พี่นึกว่าเรารู้อยู่แล้วเลยไม่ได้ปริ้นรูปมาด้วย”พี่ซันหยิบแก้วกาแฟเย็นขึ้นมาดูด

ผมไปมีพี่ชายเพิ่มมาอีกคนตั้งแต่ตอนไหนวะ ไม่เห็นมีใครเคยบอกเลย พ่อกับแม่ก็ไม่เคยจะพูดถึงยิ่งพี่ปลายด้วยแล้วก็ไม่มีทางเลยรายนั้นเอาแต่ดูแลปกป้องผม พูดว่าเป็นเป็นน้องต้องรักมากอย่างโน้นอย่างนี้มาตลอด แต่พอวันนี้ดันมารู้ว่าพี่ปลายไม่ใช่พี่ชายเพียงคนเดียวของผมอีกแล้ว

นี่ครอบครัวผมเป็นอะไรทำไมความลับถึงเยอะขนาดนี้

“แต่ไอซุงก็ไม่เคยบอกผมนะ ตอนที่ให้สืบประวัติพี่ปลายให้ตอนแรก”ผมพูดเรื่องที่สงสัยออกมาอีก

“เอาจริงๆพี่กับไอซุงไม่ได้เป็นคนหาข้อมูลหรอก...”พี่ซันพูดต่อ

อ้าว!!! ไหงเป็นงี้วะ

“ไอซุงมันแฮกอะไรไม่เป็นหรอก...”ยังคงพูดต่อขณะที่วางแก้วกาแฟลง

แล้วที่เห็นมันนั่งดูกล้องวงจรปิดคืออะไรวะ ทำไมเรื่องมันเริ่มงงๆแล้วเนี่ย

“ไอซุงมันเด่นเรื่องเขียนโปรแกรม พัฒนาระบบอื่นๆ ส่วนคนที่เป็นแฮกเกอร์ตัวจริงคือ ไอซีน “

“ไอซีนน้องพี่อะนะ”

นั้นเด็กม.5นะเห้ย!!!!

“ใช่ เป็นแฮกเกอร์ไม่จำเป็นต้องเรียนคอมฯอย่างเดียวนะหมอก แค่ขยันฝึกฝนตัวเองพัฒนาตัวเองบ่อยๆก็เป็นได้แล้ว”

พี่พูดเหมือนง่ายอ่ะ แต่ไม่ใช่ว่าใครๆก็แฮกได้นะเห้ย โอ้ยนี่ผมหลุดเข้ามาอยู่ในชมรมเรื่องลี้ลับหรอวะเนี่ยยยยยย

“มีอะไรอยากรู้อีกไหม?”พี่ซุงถามเพราะเห็นผมเอาแต่เงียบ

ก็ต้องเงียบดิ เพราะซ็อคอยู่ ที่รู้ว่าเด็ก ม.5 เป็นแฮกเกอร์ โอ้ยทำไมโลกนี้มีเรื่องลี้ลับเยอะขนาดนี้เนี่ย

“ผมอยากรู้เรื่องธุรกิจของพี่ปลาย แล้วก็อยากเห็นหน้าพี่ชายผมอีกคนด้วย”ผมถามเรื่องที่อยากรู้ไปอีก

“ก็ธุรกิจผิดกฎหมายนั่นแหละ พี่จำไม่หมดหรอกเพราะมันค่อนข้างเยอะ ส่วนหน้าพี่ชายอีกคนเดี๋ยวพี่ไปขอรูปจากไอซีนส่งให้แล้วกัน”พี่ซันพูด

ธุระกิจผิดกฎหมายแถมเยอะจนจำไม่หมด โอ้โหบันเทิงไหมหล่ะมึง นี่ผมเป็นน้องชายแท้ๆคนที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายแถมค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการธุรกิจด้วย เกิดมาเป็นคนธรรมดาไม่ได้หรือไงวะไอหมอก ทำไมต้องเกิดมาในครอบครัวที่ความลับเยอะขนาดนี้เนี่ย

ปึก!!!

หลังจากที่ออกจากร้านกาแฟมาเดินเล่นกับพี่ซันได้ไม่นานผมก็ดันไปเดินชนเข้ากับใครซักคนเพราะเอาแต่เหม่อคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปทั่ว

“ขะ...ขอโทษครับ”เอามือยกมาลูบหน้าผากตัวเองและก้าวถอยหลังออกมาเงยหน้ามองคนที่ผมเดินชนเมื่อครู่ก็ต้องตกใจ

“อ้าว!! วินมาทำอะไร”พี่ซันทักคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม

เดี๋ยวๆ พี่มันรู้จักกันด้วยหรอ

“มาซื้อของครับ”อีกฝ่ายตอบพี่ซันทั้งที่ยังมองหน้าผมอยู่

จะมองกูวทำมายยยยยยย

“อ้อ นี่หมอกเพื่อนน้องชายพี่”พี่ซันแนะนำผมให้พี่วินรู้จัก

จะบอกว่าไม่อยากรู้จักก็กลัวจะโดนฆ่า หมายถึงพี่วินจะฆ่าเพราะที่มองผมอยู่ตอนนี้ก็เหมือนฆ่าผมไปแล้ว

“หมอก นี่วินพอดีพี่ทำธุรกิจร่วมกับพ่อวินหน่ะเลยค่อนข้างสนิทกัน”หันมาแนะนำพี่วินให้ผมรู้จักต่อ

ผมพยักหน้ารับรู้สิ่งที่พี่ซันบอกทั้งๆที่ไม่ได้เงยหน้ามองพี่วินซักนิด พี่มันต้องคิดว่าผมเอาตัวเองมาล่อพี่ซันแน่ๆดูสายตาก็รู้ว่าตอนนี้รังเกียจผมขนาดไหน

“แล้วนี่จะไปไหนต่อ”พี่ซันพูดกับพี่วินต่อโดยไม่ได้สนใจผมที่เดินไปหลบอยู่หลังพี่ซันเรียบร้อยแล้ว ใครมันจะยืนโง่ๆให้ใช้สายตาดูถูกวะ

“จะกลับไปมหาลัยครับ ไอเรย์รออยู่”พี่วินตอบกลับมา

“งั้นพอดีเลย....”

พอดีอาร๊ายยยยย อย่าหันมามองผมแบบนั้นพี่ซัน ไม่อาวววว

“เห็นหมอกบอกว่าจะกลับไปซ้อมละครเวที ฝากหมอกไปด้วยได้ไหม พี่ต้องไปทำธุระต่อ”

ไอพี่ซัน ไม่อาววววว

“ผะ....ผมจะ...”จะกลับเองว้อยยยยย

“ได้สิครับ”พี่วินตอบพี่ซันพร้อมกับยิ้มออกมา เลื่อนสายตามามองหน้าผม

“ไม่เป็นไร ผมจะกลับเอง....”ผมตอบกลับไป ยังไงผมก็ไม่ยอมนั่งรถไปกับไอพี่วินแน่ๆ นั่งไปให้พี่มันดูถูกงั้นหรอ ไม่มีทางซะหรอก

“ไม่ต้องเกรงใจครับ เดี๋ยวจะไปส่งให้ถึงที่”ยังคงพูดด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม

“เอาหน่าหมอก ไหนๆก็ต้องไปที่เดียวกันอยู่แล้วให้วินไปส่งหน่ะดีแล้ว”พี่ซันลูบหัวผมเบาๆ

ไม่อาววววว ใครไปส่งก็ได้ แต่ไม่เอาคนนี้

พี่จะให้ผมนั่งรถไปกับจระเข้ไม่ด้ายยยยยยยยยยย





---------------------------------

#วินหมอก หรือ #ซุงหมอก ดีนะ

มาอัพแล้วนะงับ

ตอนต่อไปอัพอีกทีหลังวันที่17นะงับ เพราะติดสอบ9วิชา

ใจจริงอยากลงรัวๆเหมือนกัน แต่ไม่มีนิยายในสต๊อก

แต่งสดวันนี้อัพวันนี้เลย เค้าขอโทษด้วยนะที่จะหายไปอีกแล้ว

T^T

ความคิดเห็น