สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 7 : ของส่วนรวม (NC)

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 7 : ของส่วนรวม (NC)

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 11:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 7 : ของส่วนรวม (NC)
แบบอักษร

**​คำเตือน เนื้อหาในตอนนี้มีความรุนแรง ใครที่เซนซิทีฟง่ายควรพิจารณาก่อนอ่าน ด้วยความหวังดีจากไรท์ :)

เขี้ยวที่ 7

ของส่วนรวม


    เช้านี้จองกุกรู้สึกหนักใจ นอกจากจะขนลุกกับภาพหลอนที่เห็นเมื่อคืนแล้ว ยังต้องมากังวลอาการดื้อดึงขึ้งขัดผิดเวลาของวิโอเรล เจ้าตัวไม่ยอมแตะอาหารเช้าและเอาแต่นั่งมองเขากินโจ๊กนิ่งๆ พอภาพความทรงจำลอยมาซ้อนทับหน้าร่างบาง ทำเอาเขารู้สึกอึดอัดและระแวงไปหมด

     “กินอะไรบ้างสิครับวี ปล่อยให้ท้องว่างตอนเช้าไม่ดีนะ” เขาบอกด้วยความหวังดี แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือสีหน้าบูดเบี้ยว ไม่ต้องถามก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีวันยอมกินแน่

     “กำหนดการวันนี้มีอะไรบ้างวะโฮป?” จีมินถามขึ้นท่ามกลางวงล้อม ส่วนข้างๆนั้นคือยุนกิที่นั่งถือชามพลางสัปหงกเป็นนกกระเรียน

     “ไปดูสัตว์ที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าไหมล่ะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปดูพระอาทิตย์ขึ้น”

     ซอกจินพยักหน้าเห็นด้วย “ก็ดีนะ แต่กูว่า… กูกับนัมจุนคงไม่ได้ไปว่ะ”

     ทุกคนเลิกคิ้วสงสัย ยกเว้นนัมจุนที่ปรายมองวิโอเรลอย่างมีเลศนัย

     “ทำไมวะ งั้นก็ไม่หนุกดิ”

     “พอดีพวกกูขี้เกียจน่ะ อยากนอนและก็อยู่เล่นเกมส์มากกว่า” นัมจุนทำท่าบิดขี้เกียจก่อนหันไปหาร่างบาง “น้องวีก็ด้วยนี่ เนอะ”

     พอได้ยินแบบนั้น คนถูกเหมารวมก็จ้องมองอย่างพิจารณาครู่หนึ่ง เมื่อได้สบตากับอีกฝ่ายที่เหมือนคาดหวังอะไรสักอย่าง เขาจึงได้เข้าใจและนึกถึงคำพูดที่เคยให้ไว้

     “ใช่ครับ”

     จองกุกขมวดคิ้วมุ่น รีบหันไปกระซิบกับวิโอเรลสองคน

     “จริงเหรอวี?”

     คนถูกถามพยักหน้าหงึกหงัก

     “แต่ผม…” เขาทำหน้าเสียดาย “ผมอยากให้ทริปนี้มีวีด้วยนะ”

     “ไว้โอกาสหน้านะ วันนี้วีจะอยู่เป็นเพื่อนเล่นคุณนัมจุนกับคุณซอกจิน”

     เขารู้สึกแปลกใจตงิดๆอีกแล้ว ทำไมช่วงนี้วิโอเรลถึงได้อยู่กับนัมจุนบ่อยนัก แอบไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหน “งั้นผมก็ไม่ไป”

     “ไม่เอาน่าจองกุก ไปเป็นเพื่อนพวกเจโฮปเขาหน่อยสิ ไม่งั้นจะกร่อยเอานะ”

     “ถึงไม่มีผม ทุกคนก็สนุกได้นี่ วีก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง”

     “ก็เป็นคนดื้อยังงี้ไง” วิโอเรลยิ้มเอ็นดูพร้อมหยิกแก้มอีกคนเบาๆ “ไปเถอะ… วีอยู่ได้ จองกุกไม่ต้องกังวลนะ วีไม่ทำเต้นท์จองกุกรกหรอก”

     “แล้วอาหารล่ะ”

     “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ก็มีคุณนัมจุนกับคุณซอกจินคอยดูแลอยู่นี่”

     ก็นั่นแหละยิ่งทำให้เขากังวลหนัก!

     “ผมอยากอยู่กับวี”

     คนฟังถอนใจอย่างอิดเอือม “จองกุกนี่ดื้อจริงๆเลย”

     “โอเค งั้นพวกกูไปกันสี่คนก็ได้ แต่ไม่ซื้อของฝากมานะเว้ย!” โฮซอกพูดติดหยอกล้อ ซึ่งความจริงก็จะซื้อมาให้อยู่ดีนั่นแหละ

     “อืม แล้วแต่มึงเลย” นัมจุนตอบเสียงเรียบก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ร่างบาง

     วิโอเรลไม่ได้ยิ้มตอบ กลับก้มหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่คนเดียว จึงไม่ทันสังเกตว่าคนข้างๆกำลังเม้มปากแน่นด้วยความขุ่นเคืองปนระแวง จองกุกแค่ไม่ชอบที่นัมจุนส่งยิ้มให้วิโอเรล ส่วนหนึ่งก็มาจากความหึงหวง แต่แท้จริงคือเริ่มไม่ไว้ใจเพื่อนตัวดีต่างหาก เขาอยู่กับนัมจุนมานานตั้งแต่มัธยมต้น ทำไมเขาถึงจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของอีกฝ่าย ดูแวบเดียวก็รู้ว่ารอยยิ้มนั้นต้องมีอะไรแอบแฝง เห็นเขานิ่งๆเงียบๆแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

     นัมจุนกับซอกจินและยุนกิเป็นพวกกระหายเซ็กส์ อยากรู้อยากลองไปเสียหมด พวกนั้นมักจะชวนไปสถานเริงรมย์บ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็เกี่ยวสาวกลับมาด้วย ขณะที่เขากับจีมินและโฮซอกค่อนข้างไม่ถูกกับสถานที่พรรค์นั้น ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยไป แต่แค่ไม่บ่อยเท่าสามคนนั้น พวกเขาไม่ได้เป็นพวกที่อยากเล่นๆกับใคร และไม่ได้อยากมีอะไรกับใครก็ได้ แน่ล่ะพวกเขายังบริสุทธิ์ ก็แค่อยากเก็บมันไว้เพื่อรอให้กับคนที่ใช่จริงๆ อาจจะดูหัวโบราณไปนิด แต่พวกเขาก็หวงความบริสุทธิ์ไม่ต่างจากผู้หญิงเหมือนกัน

     “กินข้าวเสร็จแล้วใช่ไหม เตรียมตัวออกเดินทางกันเถอะ” จีมินลุกขึ้นยืนพลางประกาศบอกเพื่อนพ้อง แต่ไม่มีเสียงขานรับจากผู้ที่จะร่วมเดินทางด้วย

     “ไปเถอะ… จองกุก วีดูแลตัวเองได้” ร่างบางยังคงไม่หยุดรบเร้าเซ้าซี้ให้ชายหนุ่มไปเที่ยวกับเพื่อน โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดของตนได้เผลอทำร้ายจิตใจของคนฟังเข้า

     จองกุกนิ่งเงียบเพราะเริ่มงอน เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกไล่และไม่เป็นที่ต้องการ แถมเขาเป็นพวกที่งอนแล้วจะทำเป็นประชดทันที จึงลุกพรวดเดินไปล้างจานแบบไม่แยแสอีกคน ไม่คิดแม้แต่จะตอบหรือมองหน้า วิโอเรลมองตามออกไป รู้ได้ในทันทีว่าเจ้าตัวน้อยใจเขาเสียแล้ว เฮ้อ งั้นตอนนอนค่อยง้อละกัน  


Viorel’s Part…

    ผมยืนมองพวกมันโบกมือลาตรงหน้ารถจิ๊ป มัวแต่อ้อยอิ่งกันอยู่ได้ น่ารำคาญเสียจริง แต่ผมก็ทำเป็นยืนมองนิ่งๆข้างไอ้เด็กนัมจุนกับซอกจิน ที่ดูก็รู้แล้วว่าเสแสร้งแกล้งทำเป็นเสียดายไปงั้น

     “เห้ยกุก ไม่ลาน้องวีเขาหน่อยเหรอ”

     เด็กคนนั้นเหลียวมองผมตามคำพูดของโฮซอก ผมส่งยิ้มหวานแทนคำล่ำลา แต่จองกุกก็ตีหน้านิ่งไม่สนใจกันแม้แต่น้อย ท่าทางเขาจะงอนผมนะ แบบจริงจังด้วย... ผมว่าจะลองง้อเล่นๆตอนก่อนนอนดู ถ้าหายก็ดี ถ้าไม่หายก็ไม่เป็นไร แค่ลองใหม่ก็เท่านั้น… นี่ถ้าไม่ใช่ผัวกู กูก็ไม่ทำถึงขนาดนี้หรอก ปกติถ้าง้อไม่สำเร็จก็จับกินให้จบๆไป เพราะรำคาญ

     ในที่สุดพวกมนุษย์ทั้งสี่คนก็ขึ้นรถสักที พวกผมสามคนก็ยืนมองไล่หลังอยู่เงียบๆ กระทั่งท้ายรถหายเข้าดงป่า

     “น้องวี…” ไอ้เด็กเหลือขอซอกจินเรียกผมด้วยน้ำเสียงหวานอ้อนๆ “ไหนๆก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว เรามาหาอะไรแก้เบื่อทำกันไหม”

     ผมยิ้มหวานกลับไป แต่ในใจผมกลับยิ้มแสยะ “เอาสิครับ วีเบื่อพอดี”

     คงจะสงสัยว่าทำไมผมถึงอดข้าวเช้า ก็เพราะว่าอาหารของพวกมนุษย์มันไม่ทำให้ผมอิ่มหรอก และวันนี้แหละ กูจะได้ขย้ำพวกมึงสมใจอยากสักที แต่ก่อนจะกิน… กูขอสนุกกับพวกมึงหน่อยเถอะ

     “งั้นไปที่เต้นท์กัน ป่ะ”

     ไอ้ซอกจินเอามือมาโอบหลังผม พาผมไปที่เต้นท์ของมันกับนัมจุน พอมาถึงข้างในเต้นท์รกๆซึ่งไม่ต่างจากกองขยะ ไอ้ซอกจินก็ดันผมให้นั่งลงบนฟูกนอน

     “ถอดเสื้อสิวี เราจะได้สนุกด้วยกันไง”

     หึ สุดท้ายก็ไม่พ้นเรื่องนี้ เห็นกูยอมเข้าหน่อยแม่งก็เรียกพวกมาแจมเลยนะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน

     แต่ผมก็ยอมถอดเสื้อตามที่มันบอก ก็บอกแล้วว่าอยากสนุกกับพวกมันก่อนที่ผมจะลงมือกินอาหารมื้อเด็ด ผมกระหยิ่มยิ้มขณะลงมือถอดกางเกงขาสั้นออก จนสุดท้ายเหลือแค่กางเกงซับใน

     ผมสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงเงยหน้ามองไปที่ไอ้นัมจุน ในมือมันถือกล้องถ่ายรูปไว้และจ่อมาทางผม ไอ้เด็กนี่… คิดจะอัดวิดีโอกูหรือไง

     “เอาสิวี” ไอ้ซอกจินร่นกางเกงและควักลูกชายมันออกมา “ทำให้ผมมีความสุขหน่อยสิ”

     ไม่ว่าเปล่า มันยื่นแท่งนั่นมาจ่อปากผมแบบเร่งเร้า แต่ผมไม่ชอบกล้อง

     “ไม่อัดวิดีโอได้ไหม” ผมขอร้องพวกมันด้วยน้ำเสียงและแววตาน่าสงสาร

     “ไม่เอาน่าวี ทำเป็นไม่สนใจมันซะสิ แล้วก็มาอมให้ผมเร็วๆได้แล้ว หรือจะให้ผมทิ้งความสุภาพแล้วจับกระแทกใส่ปาก หืม?”

     ไอ้พวกเด็กเหี้* กูขอร้องแค่นี้ก็ไม่ให้ แล้วอย่าหวังมากราบตีนอ้อนวอนกูให้ไว้ชีวิตเลย!

     สุดท้ายจึงได้แต่จำใจเอื้อมมือประคองหนอนยักษ์ที่ยังไม่เหยียดแข็งดี ผมจับมันรูดประมาณสองสามครั้งอย่างไร้อารมณ์ ก่อนส่งริมฝีปากตัวเองเลียก้อนกลมสองลูก อมและก็ดูดเม้มตรงหนังหุ้มนิดหน่อย จากนั้นก็ไล้เลียขึ้นไปตามโคนจนถึงหัวหยัก ผมมีประสบการณ์มาเยอะ จึงรู้ว่าตรงไหนเป็นตัวรับสัมผัสและอ่อนไหวที่สุดสำหรับผู้ชาย ผมใช้ลิ้นเลียเส้นเอ็นที่คอยยึดหนังหุ้มปลายและหัวเห็ดเอาไว้ หรือที่เรียกกันว่าเส้นสองสลึง แค่เลียวนกับกดจูบนิดเดียว ไอ้ซอกจินก็ครางซี๊ดเสียงดัง

     “ซี๊ด อย่าเลียตรงนั้นสิวี ผมไม่อยากเสร็จง่าย…”

    เออ กูไม่เลียแล้วก็ได้

     คราวนี้ปากอิ่มของผมครอบหัวลูกชายมันเอาไว้ ค่อยๆรูดรั้งไปตามความยาว ของของมันก็เริ่มพองคับปากจนผมอมได้ถึงครึ่งโคนเท่านั้น

     “เห้ย ถอดกางเกงดิ๊ เห็นแล้วขัดตาว่ะ”

     ไอ้นัมจุนทำเป็นโวยวายขณะอัดวิดีโอไว้ ผมจึงต้องถอดกางเกงตัวเองทั้งที่ยังดูดให้ซอกจินอยู่ ช่วงที่เอาปากรูดสาว ผมก็ใช้ลิ้นช่วยเลียโคนไปด้วย ส่วนมือก็หยอกเล่นกับพวงแฝด ปรนเปรอให้มันอย่างดี

     “ซี๊ด! แม่งดูดโคตรเสียว”

     “หึ ใช้ปากเก่งเชียว อมให้ไอ้กุกบ่อยรึไง”

     ผมเหลือบมองคนถามแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร เพราะขี้เกียจตอบคำถามกวนประสาทของมัน ผมถุยน้ำลายใส่แท่งตรงหน้าก่อนใช้มือรูดเร็วๆ

     “นัม มึงไม่ลองดูเหรอวะ ไม่ลองแล้วจะเสียดายนะเว้ย”

     “เออ กูขอลองดิ๊ เห็นอมเก่งขนาดนั้น”

     ไอ้นัมจุนเดินเข้ามาและงัดลูกชายชี้ใส่หน้า ผมจึงหันมาเลียส่วนปลายและดูดหัวเห็ดให้จนส่งเสียงจ๊วบ มือขวารูดของซอกจิน ส่วนอีกมือก็ชักให้นัมจุนพร้อมเอาลิ้นแหย่รูบนหัวหยักไปด้วย ผมทำแบบไม่ติดขัดเพราะทำบ่อยแล้ว ชีวิตผมเจอคนพวกนี้มาเยอะ

     “ซี๊ด! แม่งเสียวจริงว่ะ” ไอ้นัมจุนมันพูด

     “ผมไม่ไหวแล้ววี ขอยัดเข้าไปเลยนะ”

     ผมเบิกตาโตขณะถูกมันจับให้อยู่ในท่าคลาน เดี๋ยวสิ มึงไม่คิดจะเล้าโลมให้กูเลยหรือไง*!*

     “เดี๋ยว คุณซอกจิน คือวี… อ๊ะ อ้าส์!”

     ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น มันก็สอดลูกชายพรวดเข้ามาในตัวผม ช่องทางของผมแห้งผากไร้ตัวหล่อลื่น เวลาที่แท่งนั่นเสียดสีอยู่ข้างใน ช่องทางผมจึงเจ็บแสบไปหมด ทรมาน… นี่คือคำเดียวที่ผมรู้สึกในตอนนี้ ผ่านมากี่คนต่อกี่คน ไอ้พวกเด็กเปรตนี่แหละที่ทำผมเจ็บสุดแล้ว

     “อ้า! อึ้ก… โอ๊ย! คุณซะ… คุณซอกจิน อื้อ วีเจ็บ” ผมพยายามอ้อนวอนให้น่าสงสารที่สุด แต่กลับได้ผลตรงกันข้าม ไอ้เด็กนี่แม่งเร่งเครื่องใส่ผมยับ จนความเจ็บเริ่มลามถึงสะโพก

     “ซี๊ด… แม่งแน่นกว่าที่คิดอีก ตอดผมเยอะๆสิวี”

     ผมไม่ได้ทำตามที่มันขอ แต่กระเถิบสะโพกหนีเพื่อหวังให้พ้นแรงกระแทกป่าเถื่อน แต่ผมก็แค่ลูกไก่ในกำมือ มันซอยสะโพกตามและกระชากเอวผมไว้ ผมจึงได้แต่นอนครางระบายความเจ็บปวด แต่น้ำตาผมกลับไม่ไหล

     “อมให้กูต่อ อย่าเอาแต่คราง”

     ผมค่อยๆจับแท่งใหญ่โตยัดเข้าปาก ทั้งที่ยังเจ็บแสบช่องทางและต้องคอยรับแรงกระทุ้ง แต่ผมก็ต้องพยายามไม่ให้ฟันขูดโดนของรักของมัน ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนตกอยู่ในนรกทั้งเป็น ก็ดี… เพราะตอนกิน กูจะได้ไม่ต้องสงสารพวกมึงมาก อยากทำอะไรก็ทำตามใจไปเถอะ

     “จิน มึงหลบดิ๊ กูจะต่อ”

     “สัส กูขอแตกก่อนไม่ได้รึไง ซี๊ด…”

     “มึงมาแตกใส่ปาก เดี๋ยวตาหน้ากูให้มึงแตกใน”

     สุดท้ายไอ้ซอกจินก็ยอมถอนตัวตนออก ก่อนสลับที่เปลี่ยนกับนัมจุน ทันทีที่ผมเริ่มเลียให้ซอกจิน แท่งแข็งๆก็พุ่งพรวดเข้ามาในตัวผมมิดด้าม ผมงอตัวด้วยความจุก มันเจ็บทรมานจนร้องครางไม่ออก

     “มึงสวนสะโพกมึงมาดิวี”

     ผมเริ่มทำตามที่มันสั่ง ขยับสะโพกสวนสิ่งที่อยู่ข้างหลังอย่างเนิบช้า ผมไม่รู้สึกอะไรเลย ตอนนี้ความเจ็บหายไปเหลือแต่ความชาด้าน รู้แค่ว่ามีแท่งแข็งขืนอุ่นๆอยู่ข้างในตัว ผมสวนสะโพกไม่กี่ครั้งก็เริ่มมีแรงเด้งกลับมา นัมจุนขยับเอวรับเบาๆก่อนจะเพิ่มความเร็วเรื่อยๆกลายเป็นถี่รัว ผมไม่ร้องครางเพราะไม่รู้สึกอะไร มันชาและเต็มแน่นอยู่ในท้องแค่นั้น

     “มองกล้องหน่อยสิครับวี หน้าวีเซ็กซี่มากเลยนะ นั่นแหละ…”

     ผมเงยมองกล้องพลางดูดหัวหยัก ส่งสายตาหวานเยิ้มอย่างเสแสร้ง ปั้นหน้าว่าตัวเองมีความสุข

     เสียงเนื้อกระทบกันดังขึ้นเมื่อนัมจุนเพิ่มความรุนแรงให้จังหวะ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแตกละเอียดเป็นล้านๆชิ้น แตกละเอียดโดยที่ไร้ความเจ็บและความสุขสม ชั่วขณะหนึ่งที่ผมนึกถึงหน้าของจองกุก เด็กหนุ่มที่อ่อนโยนกับผมที่สุด ไร้เดียงสาที่สุดจนผมรู้สึกอยากทะนุถนอม ผมคิดถึงเขา… คิดถึงรอยยิ้มและเสียงทุ้มใสที่ผมได้รับทุกวัน จู่ๆผมก็รู้สึกเจ็บที่อกซ้าย มันบีบรัดจนผมปวดหนึบ รู้ตัวอีกที ก็มีของเหลวเอ่อคลอบนเบ้าตาผมแล้ว

     “อ้าส์! ซี๊ด…”

     แรงกระแทกสิ้นสุดลง ส่วนซอกจินก็ปล่อยน้ำสีขาวใส่โพรงปากผม รสคาวเฝื่อนฝาดอาบไปทั่วลิ้น ผมเอามือรองเพื่อคายออกมา แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากก็ถูกซอกจินสั่งห้ามไว้

     “กลืนมันลงไป”

     ผมยอมกลืนลงแม้จะรู้สึกสะอิดสะเอียน กลิ่นและรสของมันไม่ได้น่าพิสมัยเลย ผมยอมทำแบบนี้ให้จองกุกยังจะดีเสียกว่า

     “ต่ออีกยกไหม?” นัมจุนถาม

     “อย่าเพิ่ง กูขอพักยกแป๊บ”

     ไอ้ซอกจินหอบฟืดฟาดพร้อมส่งกล้องคืนให้นัมจุน ส่วนผมก็ก้มหน้าหอบ หยาดเหงื่อผุดพราวไปทั่วร่างไม่ต่างจากสองคนนั้น

     นัมจุนเอากล้องไปเช็คดูตรงมุมเต้นท์ขณะที่ซอกจินหันหลังให้ผม ก้มหาทิชชู่มาทำความสะอาดตัวเอง

     ผมหยุดหอบ แววตาอ่อนล้าแปรเปลี่ยนเป็นเลศนัย ปากสีแดงเหยียดยิ้มจนเผยเขี้ยวยาวงุ้ม ตาของผมเรืองแสงสีฟ้าก่อนที่ปากจะเอื้อนเอ่ยคำชวน

     “คุณนัมจุน คุณซอกจินครับ”

     พวกมันหันหน้ามาหาผม

     “ลองเปลี่ยนบรรยากาศ… ไปทำในป่าไหมครับ”

     ที่ผมพูดแบบนั้นเพราะขี้เกียจทำลายหลักฐาน ถ้าเกิดทำในเต้นท์ ตัวผมเองจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยเอาได้ จะกระทำการอะไรจึงต้องรอบคอบหน่อย

     “โห น้องวีชอบแบบข่มขืนเหรอ งั้นเราลองมาสวมบทบาทกันดูไหม น่าจะตื่นเต้นดีนะ” ไอ้ซอกจินพูดอย่างกระตือรือร้น “มึงว่าไงล่ะไอ้นัม?”

     “เออๆ กูยังไงก็ได้ ขอแค่ได้เอาก็พอ”

     แม่งเลวจริงๆ คราวนี้แหละ กูจะทรมานมึงเหมือนที่มึงทำกับกู!

     ผมไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนสองคนนั้น แต่มีอ้อมแขนของซอกจินคอยอุ้มร่างผมอยู่ จึงไม่ต้องลงไปเดินให้เสียแรง จนในที่สุดพวกเราก็เข้ามาในเขตป่า

     เมื่อเข้ามาลึกพอสมควร ซอกจินก็วางร่างผมข้างกับต้นไม้

     “มึงเอากล้องมาป่ะ?”

     “เอามา” นัมจุนชูกล้องให้ดู

     “เรามาต่อกันเลยดีไหมครับน้องวี ให้พวกผมเป็นโจรนะ แล้วน้องวี… ก็เป็นเด็กหลงทางละกัน ตกลงไหม”

     ผมไม่ตอบ กลับเอาแต่ก้มหน้าหันหลัง

     “น้องวี น้องวีได้ยินไหม?”

     เมื่อฝ่ามือของอีกคนแตะไหล่ ผมก็หันใบหน้าที่ตอนนี้กลายเป็นหน้าเสือกลับไปร้องคำราม

     “โฮก!!!”

     “เชี่ย!” ไอ้ซอกจินล้มลงก้นจ้ำเบ้า ดวงตาเบิกลานจนน่าหัวร่อ ร่างกายของผมเริ่มไม่เหลือความเป็นมนุษย์ มีลายสีดำพาดขวางตามตัวกับใบหน้า หนวดสีขาวยาวเฟิ้มและกางออกถึงแก้ม เขี้ยวคมกริบมีน้ำลายไหลย้อย กรงเล็บงุ้มจิกกับพื้นขณะย่องไปหาเหยื่อพร้อมกับหางยาวที่กวัดแกว่งบนอากาศ และดวงตาแห่งสัตว์นักฆ่าที่เรืองแสงสีฟ้าขึ้น

     “ไอ้จิน! มึงรีบออกมา!”

     พอซอกจินตั้งสติได้ก็รีบถอยรนเตรียมลุกขึ้น แต่ผมพุ่งเข้าไปกัดคอมันเพียงชั่วพริบตา มันก็ร้องเสียงโอดครวญเพราะคมเขี้ยวที่ฝังลึกไปตัดเส้นเลือดใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงสภาพคอ ผมกัดจนกระดูกหักและเลือดไหลทะลักเป็นเขื่อนแตก

     “ไอ้นัม! อั่ก… ช่วย… กู…”

     มึงมาช่วยเพื่อนมึงสิไอ้ระยำ!

     นัมจุนค่อยๆถอยหนี หันหลังวิ่งตาลีตาเหลือกไปโดยทิ้งกล้องไว้ ผมสะบัดคอเหยื่อแรงๆจนได้ยินเสียงกึก! ซอกจินก็หมดลมหายใจพร้อมคอที่ห้อยต่องแต่งไม่ยอมขาดจากร่าง ผมทิ้งศพมันอย่างไม่ใยดี เมื่อเริ่มทะยานตัวไปข้างหน้า จากร่างมนุษย์ก็กลายเป็นเสือโคร่งหนุ่มโตเต็มวัย

     ผมได้ยินเสียงฝีเท้าและลมหายใจของเหยื่อที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เพียงแค่เร่งฝีเท้าก็เห็นมันวิ่งกระเสือกกระสนอยู่ข้างหน้า ผมรีบพุ่งกระโดด ตะครุบร่างของมันอย่างแม่นยำ อุ้งเท้าใหญ่กดเหยื่อไว้กับพื้น ผมมองดูมันพยายามคว้ามือออกไปข้างหน้าอย่างนึกสังเวช

     “อ้าก!”

     ผมงับหัวมันด้วยปากอันใหญ่โตและเต็มไปด้วยคราบเลือด คราวนี้ปากของผมเปรอะเปื้อนอีกครั้ง ผมดึงหัวมันขึ้น มันก็ใช้มือบีบกรามผมไว้เพราะหนังศีรษะที่แทบจะหลุด

     “ปล่อยกู! ปล่อย!”

     “กรร…”

     เสียงร้องขรมในลำคอดังขึ้น ผมสะบัดร่างของมันให้กระแทกกับต้นไม้ ก่อนพุ่งเข้าไปตะครุบไว้อีกที

     “กูขอโทษ… ปล่อยกูเถอะ กูยอมแล้วจริงๆ!”

     ผมยิ้มเยาะในใจ มองดูมันค่อยๆยกมือไหว้ขอขมา ผมยิ่งสะใจเมื่อมองเห็นเงาตัวเองในดวงตาหวาดกลัวคู่นั้น

     “ถ้ามึงร้องดังๆ บางทีกูอาจจะไว้ชีวิตมึง”

      “หมายความว่าไง--- อ๊าก!”

     ผมเอาเล็บจิ้มเข้าไปในลูกตามัน เลือดไหลอาบใบหน้าบิดเบี้ยวที่แสดงถึงความเจ็บปวด

     “มึงร้องสิ”

     ผมกดเล็บเข้าไปลึกขึ้น ได้ยินเสียงแฉะของเนื้อที่ถูกบดละเอียด

     “อ๊าก!”

     “ดังกว่านี้!”

     “กูขอโทษ! ไว้ชีวิตกูไปเถอะ!”

     “โทษที… กูแค่โกหกน่ะ”

     ฉวัะ!

     ผมถอนกรงเล็บออกมาข่วนหน้าของมัน ทิ้งรอยขีดสีแดงเหวอะหวะเป็นทางยาว ก่อนผมจะก้มไปกัดหน้าตามทีหลัง แทะกินมันทั้งเป็นเหมือนกับแทะกระดูก มันก็ร้องเสียงโหยหวนออกมาไม่ขาดสาย ทั้งเนื้อแก้ม ลูกตา ปาก และจมูกถูกผมแทะจนมีสภาพเละเฟะไม่เหลือเค้าโครงเดิม

     ผมคายจมูกทิ้งลงพื้นเมื่อเสียงร้องเงียบลง มองดูหนังหน้าเยินๆที่แหว่งเข้าไปเกือบครึ่งเพราะไม่มีจมูก ข้างในเบ้าตากลวงโบ๋ ริมฝีปากฉีกขาดจนเห็นเหงือกและฟัน ผมใช้อุ้งเท้าเหยียบร่างมัน เงยหน้าคำรามสนั่นจนนกแตกรังเพื่อประกาศถึงชัยชนะ

     “โฮก!!!”





​To be continued

​________________________________

ก็... ตามนั้นค่ะ เตือนแล้ว ใครรับได้ก็รับไป ใครรับไม่ได้ก็ทำใจ บอกแล้วว่าเป็นฟิคดาร์ก แต่หลังจากนี้น่าจะไม่ค่อยดาร์ก(?) เพราะเราขจัดมารอย่างนัมจุนกับซอกจินแล้ว ก็น่าจะมีโมเม้นต์หวานๆเพิ่มมากขึ้น ส่วนน้องวี... ที่ไรท์ให้มีพาร์ทวีก็เพราะอยากให้รีดรู้ถึงสิ่งที่นางคิดในใจอ่ะนะ ก็อย่างที่เห็น เสือวีไม่ได้น่ารักเลย5555 ที่เห็นน่ารักๆอ้อนๆก็มารยาร้อยเล่มเกวียนทั้งนั้นค่ะ


ความคิดเห็น