facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

​ตอนที่ 6-1 อ๋อ มันนานมาแล้ว

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 6-1 อ๋อ มันนานมาแล้ว

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 867

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 21:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 6-1 อ๋อ มันนานมาแล้ว
แบบอักษร

6. อ๋อ มันนานมาแล้ว


ซอนอูเพิ่งเคยกินอาหารไม่ตรงเวลาเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา เพราะถึงจะใกล้ตายยังไงก็ต้องกินมื้อเช้าที่แม่เตรียมไว้ให้ก่อนค่อยไปโรงเรียน ถึงจะตายแล้วฟื้นขึ้นมาก็ไม่เคยพลาดมื้อเที่ยงและถึงจะตายไปอีกครั้งหนึ่งก็ต้องกินมื้อเย็น ทว่าวันนี้เขาทำแบบนั้นไม่ได้ ด้วยความที่ไม่มีแรงจะเคี้ยวกลืนอะไรทั้งสิ้นกับความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง ซอนอูจึงซื้อน้ำแอปเปิ้ลจากร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ มาดื่มเพราะไม่ชอบการอดอาหารแต่มันก็ยังเหนื่อยล้าอยู่ดี ให้พูดง่ายๆ ก็คือเขาเหมือนจะตายอยู่แล้ว เมื่อเวลาพักเที่ยงชั่วโมงครึ่งที่มีค่าผ่านไปอย่างรวดเร็วเขาต้องอยู่คนเดียวไปโดยปริยาย อยากจะร้องไห้และระบายความเจ็บปวดในใจออกมา แต่ทว่าทั้งเพื่อนร่วมรุ่นกับพวกเพื่อนๆ มีที่อยู่เยอะแยะกลับไร้ประโยชน์ พวกคนที่เขาติดต่อไปหาก็มีทั้งกำลังเรียนอยู่หรือไม่ก็โดดเรียนไปเดท ความหนาวเย็นในฤดูใบไม้ผลิก็ผ่านไปหมดแล้วแต่ทำไมหัวใจของฉันถึงยังหนาวเหน็บอยู่แบบนี้นะ

ซอนอูที่สติหลุดก็ส่งเสียงประหลาด อาอื้ออูอ๊าาา ก่อนจะเข้ามาซ่อนอยู่ตรงด้านหลังของตึกห้องสมุดที่ว่างเปล่าซึ่งมีกลุ่มหญิงชายกลุ่มเล็กๆ ที่รวมกลุ่มสูบบุหรี่อยู่เหลือบมองซอนอูด้วยสายตาแปลกๆ แต่แน่นอนว่าเจ้าตัวที่เป็นคนได้รับสายตากลับไม่มีเวลาว่างใช้สติสนใจกับบรรยากาศรอบๆ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวอยู่บนความเป็นความตาย

เพราะร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงตอนนี้เลยไม่มีน้ำตาจะไหลออกมาอีกและฟึดฟัดตรงจมูกแทน เขาเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วจิ้มโฟลเดอร์อัลบั้มดูตารางเรียน แต่วันนี้ดันถูกจัดให้เรียนวิชาเดียวกันกับรุ่นน้องโดยอง กลายเป็นวันพุธตึกตักๆ เลิฟๆ วันพฤหัสทัวร์นรกปึงปังไปแล้ว ซอนอูดูดน้ำแอปเปิ้ลที่เหลือนิดเดียวจนหมดก่อนจะหมุนโทรศัพท์ไปมา

ขอร้องอย่าให้มีคลาส อย่ายุ่งเลยนะ

ยังไงก็ตามซอนอูต้องการคนที่จะขี้เกียจไปพร้อมกับเขาอย่างฮันจีซู เพื่อนเพียงคนเดียวในบรรดาเพื่อนที่ไปเที่ยวคลับด้วยกันวันนั้น คนที่รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับลีโดยอง แล้วเขาก็คิดอย่างจริงจังว่าจะต้องทำให้เจ้านั่นมาอยู่ฝ่ายตัวเองให้ได้ จึงต่อสายโทรศัพท์ซ้ำๆ อยู่สองสามครั้ง แต่ก่อนที่สายเกือบจะตัดไปเสียงของจีซูก็ดังขึ้นมา

“ฮัลละ...”

“จีซูยาาาา”

“...ฉันยุ่ง...”

“ไม่ ไม่ๆๆ อย่าวางสายนะ อย่าวาง ฉัน ฉันไม่ได้จะมาขอร้องอะไร...”

ยูซอนอูยังคงนั่งยองๆ อยู่บนพื้นดินพร้อมกับถือโทรศัพท์ด้วยสองมืออย่างสุภาพและจริงจัง ประจวบเหมาะกับเป็นเวลาเลิกเรียนพอดี จีซูเองที่ลังเลว่าจะรับหรือไม่รับสายของซอนอูดีก็ตัดสินใจรับสายที่โทรเข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่น้ำเสียงอีกฝ่ายดูร้อนลนแปลกๆ ส่วนซอนอูก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มพูดจากตรงไหน เขาจับจุดสำคัญไม่ได้เลยทำเพียงส่งเสียงโอดโอยออกมา จนจีซูที่ฟังเสียงเหมือนหมาหอนเป็นนาทีก็เบื่อหน่ายก่อนจะถามว่าอยู่ไหน

จีซูรีบวิ่งพรวดพราดออกไปกับคำพูดของเพื่อนที่บอกว่าอยู่ตรงที่สูบบุหรี่ข้างหลังตึกห้องสมุด น่าเกลียดจริงๆ ซอนอูก็ยังคงนั่งอยู่ในท่านั้นจนกระทั่งจีซูมา นั่งยองๆ ลงอยู่ตรงที่เหมือนโพรงแรคคูน พอจีซูถามว่าทำไมถึงนั่งอยู่แบบนี้ใบหน้าของซอนอูก็เหมือนจะร้องไห้... น้ำหูน้ำตาไหลไปหมด


ในที่สุดเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนรู้จักสักทีในเวลาหลายชั่วโมง ใบหน้าของซอนอูก็ยับยู่ยี่ขึ้นอย่างพิลึก น้ำตาที่อยากให้หยุดลงก็เริ่มไหลออกมาพร้อมกับน้ำมูก ซอนอูยื่นมือออกไปแล้วโน้มตัวไปหาจีซูที่นั่งยองๆ ลงมาเช็กใบหน้าของตัวเขาเอง พอถูกกอดอยู่ในอ้อมอกของเพื่อนก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง

“จีซูยา”

“โอ้ย! นี่ นี่ เช็ดจมูก แม่ง! ทำไมเป็นงี้เนี่ย! เฮ้ย ย้อยหมดแล้ว!”

“ฉันขาอ่อนไปหมดแล้ว”

“แล้วใครสั่งให้นั่งแบบนั้นวะ?!”

เพราะขาที่ไร้เรี่ยวแรงแถมยังนั่งร้องไห้อยู่แบบนั้นก็ยิ่งดูน่าสงสารเข้าไปอีก สีหน้าของพวกนักศึกษาที่สูบบุหรี่อยู่ก็พลอยยับยู่ยี่ไปด้วย


แล้วทั้งสองคนก็เดินออกมาจากตรงนั้นเมื่อขาซอนอูยืนไหวอีกครั้ง จีซูพาซอนอูที่ตาบวมเหมือนถูกบีบเข้าไปในคาเฟ่หน้ามหาวิทยาลัย ก่อนจะวางช็อกโกแลตเย็นที่มีวิปครีมพูนๆ กับขนมปังไว้ตรงหน้าซอนอูแล้วค่อยๆ ถามถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายร้องไห้เมื่อครู่ ใบหน้าของซอนอูที่ใช้หลอดตักวิปครีมสูงราวกับภูเขาก็ยู่ลงอีกครั้ง 'เฮ้ยๆ กินให้เรียบร้อยแล้วก็เล่ามาซะ' เพราะตลอดทางที่มาที่นี่มันเอาแต่พูดย้ำเรื่องที่ตัวเองยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เย็นเมื่อวาน พอสวาปามขนมปังจากนั้นจึงค่อยๆ สงบลง หลังจากที่กินขนมปังจนเรียบซอนอูก็ได้สติพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

จีซูขยับก้นไปมาราวกับตั้งตารอคอยว่าจะมีเรื่องอะไรออกมา ถ้าไม่มีอะไรออกมาจากปากคนที่เขาเพิ่งทำทานซื้ออาหารให้ล่ะก็เขาคิดว่าใช้มือฟาดเข้าให้ที่หัวมันจริงๆ ทว่ากลับมีการสั่นไหวครืดๆ ที่มือ

“เรื่องที่ฉันจะเล่าต่อไปนี้ถึงมันจะเหมือนเรื่องโกหก แต่มันเป็นความจริง นายต้องเชื่อฉันนะ เข้าใจไหม”

“เออๆ ลองเล่ามาก่อนเดี๋ยวตัดสินใจเอง รีบๆ พูดมาเร็วๆ”

“ไม่ได้! สัญญาว่าจะเชื่อสิ! สัญญามาก่อนเดี๋ยวเล่า”

“เฮ้อ ทำไมฉันต้องมาเจอไอ้บ้านี้ด้วย จริงๆ เลย เออ เข้าใจแล้วๆ เชื่อ เชื่อครับ! โอเคยัง เล่ามาเร็วๆ”

หลังจากทวงคำยืนยันเน้นย้ำกับจีซูราวกับให้คำสาบาน หลังจากนั้นซอนอูก็หายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งแล้วหันมองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครที่เหมือนโดยอง เขาดื่มน้ำของตัวเองหมดไปแล้วจึงแย่งน้ำที่เหลืออยู่ของจีซูมาดื่มจนเกลี้ยง เมื่อลำคอชุ่มชื้นปากของซอนอูจึงเปิดขึ้น สุดท้ายปัญหาที่เป็นกังวลอยู่ในใจมาหลายวันก็ได้ระบายออกมา

“ยองงี่ของพวกเราเป็นนักเลงล่ะ”

โต๊ะที่ทั้งสองคนนั่งอยู่นั้นเย็นยะเยือกขึ้น ปกติที่นี่มีคนเยอะตลอดอยู่แล้วมีแต่ความวุ่นวายเจี๊ยวจ๊าว พวกเขาเลยไม่ได้เป็นจุดสนใจของผู้คนแต่ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้น ซอนอูก็ยังตัวสั่นเทากับความหวาดกลัวหันซ้ายหันขวาพลางลอบมองรอบๆ เพราะจินตนาการว่าอาจจะมีลีโดยองหรือคนสนิทแอบฟังเรื่องราวของตัวเองจากที่ไหนสักที่ใกล้ๆ นี้ เขาเลยไม่ได้ใส่ใจใบหน้าของเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามว่าตื่นตระหนกหรือไม่

ส่วนจีซูก็เดาว่าซอนอูคงจะง่วงตอนเล็คเชอร์เลยฝันอะไรแบบนี้ ‘อ่า ไอ้ลูกหมาเพื่อนฉันคงจะแค่ง่วงจิตหลุดแล้วก็ฝันไป ดูท่าจะฝันว่ารุ่นน้องที่ตัวเองแอบรักเป็นนักเลงด้วย นายคงจะรู้สึกผิดที่ไปแกล้งเด็กนั่นไว้เมื่อก่อนสินะ’ จากนั้นก็ค่อยๆ ทยอยเก็บข้าวของ เขาไม่มีเวลามานั่งเล่นกับซอนอูที่ยังละเมอต่อไปอีกแล้ว

“ฉันไปล่ะ ค่อยๆ กินขนมปังแล้วกลับไปซะนะ”

“ตอนนี้นายไม่เชื่อใช่ไหมล่ะ?! นายไม่เชื่อที่ฉันพูดอะ! ดูนี่! คิดไว้แล้วว่าต้องไม่เชื่อ คำสาบานบ้าบออะไรกัน แม่ง!”

“นี่ๆ พูดเบาๆ หน่อยได้ไหม! ที่นี่ไม่ใช่บ้านนายนะ”


และสุดท้ายจีซูก็ไม่สามารถเอาชนะความดื้อรั้นของซอนอูได้จึงนั่งลงอีกครั้ง ซอนอูกินขนมปังอย่างมูมมามก่อนจะกลืนอาหารที่เหลืออยู่ในปากลงไปพร้อมกันหมดแล้วพูดต่อ ถึงบอกว่าจะพูดอย่างใจเย็นแต่ในความคิดของจีซูมันกลับเป็นถ้อยคำที่ฟังแล้วเข้าใจยาก ความจริงก็คือเจ้าของของคลับที่พวกเขาไปกันสองคนเมื่อคราวก่อนคือลีโดยอง และเพื่อนเขาที่เมาเหล้าก็บังเอิญไปเห็นว่าลีโดยองกำลังซ้อมคน ซึ่งจริงๆ แล้วใครจะเชื่อคำบอกเล่าที่ว่าเจ้าเด็กนั่นเป็นทายาทของโลกใต้ดินกัน จีซูส่ายหัวไปมาอย่างหงุดหงิดกับเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล อีกทั้งยังเป็นเนื้อเรื่องที่เหมือนกับนิยายจนไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด จากนั้นจึงสรุปเรื่องเล่าของซอนอูอีกครั้ง

“งั้นตอนนี้นายจะบอกว่า ลีโดยอง...”

“นี่! เบาๆ หน่อย!”

“เอาเถอะ... ก็คือลีโดยองเป็นผู้จัดการของคลับนั้น แล้วนายก็บอกว่าเป็นนักเลง”

“เออๆๆ ใช่ ตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่เลย จริงๆ นะ”

“เลิกโกหกแล้วไปเรียนได้ไป ไอ้ปัญญาอ่อน”

ไปกินเหล้าเมาแล้วเห็นอะไรแปลกๆ จากที่อื่นมาแน่ๆ

สุดท้ายจีซูก็เก็บข้าวของก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่ง ทั้งที่เป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมากขนาดนี้แต่มันก็ยังหันหลังให้เขาเลย ซอนอูรู้สึกเหมือนอยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพังจึงยัดขนมปังที่เหลืออยู่อีกนิดหน่อยเข้าปาก ให้ขนมปังไปอุดคอให้ตายไปเลยก็ดี! เขารู้สึกแบบนั้นแหละ แต่น่าเสียดายที่คนเราไม่ได้ตายง่ายขนาดนั้น

ความคิดเห็น