ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กอดครั้งที่5

คำค้น : #วินหมอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2562 17:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่5
แบบอักษร





Chapter 05









“หมอก”

“ไอหมอก”

โอ้ย!!!! ใครเรียกอะไรนักหนาวะ

“หมอกว้อยยยยย!!!!”

โอ้ย!!!!! คนจะนอน

ห๊ะ!!! นอนหรอ?

เดี๋ยวนะ นี่ฝันอยู่หรอ?

เฮือก!!!!! ผมลุกขึ้นจากที่นอนอย่างรวดเร็วหันไปมองข้างๆก็เจอไอซุงใส่ชุดนักศึกษา ยืนมองหน้าผมอยู่

“กูเกือบจะยกตีนถีบมึงแล้ว ดีนะตื่นก่อน แล้วนี่เป็นอะไรหลับเป็นตายเลย เมื่อคืนหนักหรอ?”

“กูไม่ใช่มึงไอซุง”บ่นไปด้วยและลุกออกจากที่นอนไปด้วย

“ใยไหมรอไปเรียนพร้อมมึงอยู่”ไอซุงบอกและทิ้งตัวลงนั่งบนที่นอนผม

“ไปเรียน?? วันนี้ไม่ใช่วันเสาร์หรอ   วันนี้ต้องไปซ้อมละครเวทีไม่ใช่หรอ”

จำได้ว่าผมไปเรียนมาแล้วไม่ใช่หรอวะ แล้ววันนี้ก็ต้องไปซ้อมละครเวที

“มึงฝันอยู่หรอ ไปซ้อมพรุ่งนี้ว้อย!!!”ยกฝ่ามือมาตบหัวผมเรียกสติ

“ไม่ดิ ก็เมื่อวาน.....”

เมื่อวานผมยังเอาบทไปให้พี่เรย์ที่ตึกคณะอยู่เลย

แถมเจอพี่วินด้วย

แล้วพี่วินก็ขอผมเป็นแฟนด้วย

ใช่ๆแบบนั้นแหละ

เดินไปหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดดูกล่องข้อความของพี่หม่อนที่พอจะยืนยันได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน

แต่....มันไม่มีว้อยยยย!!!!!!!!

นี่กูฝันจริงๆหรอเนี่ย

เป็นฝันที่เหี้ยมาก ไอหมอก!!! ไอคนใจร่าน!!!!  ต้องเป็นคนแบบไหนที่ฝันว่าผู้ชายที่ชอบมาขอเป็นแฟนหลังจากได้เสียกันไปแล้ว

“เมื่อวานทำไม??”ไอซุงถามกลับ

“เปล่า กูไปอาบน้ำล่ะ ช่วงนี้กูฝันบ่อยแยกไม่ออก”ผมพูดก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ

“สติหมอก มีสติบ้าง”ไอซุงเอานิ้วชี้จิ้มหัวให้ผมดู

“เออ”หันมามองหน้ามันพูดเสียงดังๆ

“ให้ช่วยอาบน้ำให้ไหม”ยิ้มยั่วกลับมา

ถึงมึงจะหุ่นดีแล้วหล่อมากนะซุงกูก็ไม่เอามึง

“ขนลุก”พูดจบก็ปิดประตู

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็เดินออกจากห้องไปหาใยไหมที่รออยู่ข้างล่างกับไอซุง

ก่อนจะออกจากห้องก็ต้องหยุดฝีเท้าเพราะตาขวาดันกระตุกแถมเท้าที่ก้าวออกมาข้างนึงยังเป็นเท้าขวา ผมรีบเดินถอยหลังกลับเข้าห้องแล้วก้าวเท้าซ้ายออกมาแทน

ในหัวคิดแต่เรื่องที่คิดว่ามันต้องไม่ใช่ความฝันมันต้องเป็นจริงแน่ๆ

เอ๊ะ! หรือตอนนี้ผมฝันอยู่วะ

นึกแล้วก็ยกมือขึ้นมาหยิกแก้มตัวเอง

“โอ๊ย!! เจ็บชิบหาย”เอาฝ่ามือถูแก้มไปมาเมื่อรู้สึกเจ็บ

ง่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ไม่จริงใช่ม้ายยยยยย

อุตส่าโดนพี่วินขอเป็นแฟนแล้วแท้ๆแต่ดันเป็นแค่ความฝัน ถ้างั้นก็อย่าให้ฝันเลยเถอะ นึกแล้วก็ท้อแท้ไม่มีกระจิตกระใจจะไปเรียนแล้ว

“เป็นบ้าอะไรมึง”ไอซุงเอี้ยวหน้ามามองผมเมื่อได้ยินผมร้องดังลั่น

“กูง่วง ไม่อยากไปเรียนแล้ว ตาขวากูกระตุกรัวๆเลยเนี่ย”

ไอซุงส่ายหัวเมื่อได้คำตอบแสนปัญญาอ่อนจากผม

ไอซุงมาส่งผมกับใยไหมที่ตึกคณะ ส่วนมันก็ขับไปที่ตึกคณะตัวเอง

ผมกับใยไหมเดินไปหาซื้อของกินที่โรงอาหาร ผมเลือกซื้อซาลาเปาไส้หมูมาสองก้อน ได้กินไม่ทันไรก็ต้องรีบวิ่งขึ้นห้องเรียนเพราะอาจารย์นัดส่งงานด้วย

หลังจากเรียนคาบเรียนที่แสนยาวนานจบ แถมยังเลยเวลามาเกือบจะครึ่งชั่วโมงด้วยนั้น ผมก็แบกร่างตัวเองลงมาที่หน้าตึกคณะ หยิบซาลาเปาไส้หมูที่ยัดไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าออกมากินต่อ

เอ๊ะ! ทำไมเหตุการณ์มันคุ้นๆ

“หมอกๆ!!!!”

นั่นไง เสียงพี่ใบหม่อนลอยมาแล้ว

ผมหันไปมองก็เจอพี่ใบหม่อนหอบของพะรุงพะรังอยู่ ทำไมมันเหมือนในความฝันแบบเน้

“แกมีเรียนต่อไหม”

ไม่นะ มันจะเหมือนในฝันแบบนี้ไม่ได้

ผมส่ายหัวแทนคำตอบ ทำให้พี่ใบหม่อนคลี่ยิ้มออกมา

“ดีเลย ฉันจะฝากแกเอาเอกสารนี่ไปให้เรย์ที่ตึกคณะแทนฉันหน่อย พอดีฉันมีเรียนต่อต้องรีบขึ้นไปแล้ว”

พี่ใบหม่อนหยิบเอกสารวางลงตรงหน้าผม

“ขอบใจมากนะแก”พี่ใบหม่อนวิ่งขึ้นตึกไปแล้วทิ้งให้ผมนั่งนิ่งถือก้อนซาลาเปาไส้หมูอยู่ที่เดิม

ถ้าเป็นเหมือนในฝันผมจะโดนพี่วินขอเป็นแฟนใช่ไหม งั้นเสี่ยงไปดูก็ได้

คิดแล้วก็ไปยังตึกคณะบริหารเลือกที่นั่งซักที่ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งพร้อมแก้วชาเขียวปั่นในมือ หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านหลังจากที่ทักไปบอกพี่ใบหม่อนว่าให้บอกพี่เรย์ว่าผมอยู่โรงอาหาร

ช่วงนี้ในโรงอาหารคนค่อนข้างแน่นเพราะเป็นเวลาพักกลางวัน

ครืด ครืด!!!

ผมหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงมากดรับ

“มีอะไร” พูดออกไป

(อยู่ไหน?)

“โรงอาหารคณะบริหาร”

(ไปทำอะไร?)

“เอาบทมาให้พี่เรย์ มีอะไร”

(เดี๋ยวไปหา อยากดูหนัง)

“เออ”

พูดจบไอซุงก็กดตัดสายไป

ผมเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ก็ต้องตกใจ เพราะพี่เรย์ยืนยิ้มมองหน้าผมอยู่ ส่วนข้างๆก็มีพี่วินยืนคิ้วขมวดกดโทรศัพท์อยู่

“ไหนบอกไม่ใช้โทรศัพท์ไงครับ”พี่เรย์เดินมาทิ้งตัวนั่งข้างๆผม

“ตอนนั้นมันพังครับซื้อใหม่แล้ว เพื่อนบอกว่าติดต่อลำบากครับ”เอาโทรศัพท์ให้ดู

ดีนะที่เพิ่งเปลี่ยนเคสใหม่ เลยค่อนข้างน่าเชื่อถือ

“งั้นพี่ขอเบอร์เลยนะ”หยิบโทรศัพท์ของตัวเองมายื่นอยู่ตรงหน้าผม

ผมรับมากดเบอร์ทั้งที่ไม่ได้อยากจะให้เท่าไหร่นัก พี่เรย์รับโทรสัพท์คืนไปหลังจากที่ผมกดเบอร์เสร็จก็ยิ้มออกมาจนตายี

ผมหยิบบทละครเวทีของพี่เรย์ยื่นให้

“กูไปซื้อข้าวนะ”พี่วินเงยหน้าจากโทรศัพท์มาคุยกับพี่เรย์โดยที่ไม่ได้หันมองหน้าผมเลยซักนิด

“ฝากด้วย”พี่เรย์พูดจบพี่วินก็เดินไปซื้อข้าวตามที่บอก

อ่าว!! ถ้าเรื่องมันเป็นแบบนี้ก็แสดงว่าผมไม่ได้อยู่กับพี่วินหน่ะสิ ง่า แล้วงี้จะมาทำเตี่ยอะไรวะเนี่ย

ผมนั่งมึนอยู่กับตัวเองได้ซักพัก ไอซุงก็ไลน์มาบอกว่ารออยู่ข้างนอก ไม่เข้ามาเพราะคนเยอะ ผมเลยบอกลาพี่เรย์ก่อนจะลุกเดินออกมา

ปึก!!

“ขะ...ขอโทษครับ”พูดขอโทษออกไปเพราะผมเอาแต่กดโทรศัพท์จนไม่ได้มองทางเลยเผลอไปชนเข้ากับใครซักคนในโรงอาหาร

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกใจอีกรอบของวันเพราะคนคนนั้นคือพี่วิน

“ขอคุยด้วยหน่อย”ลากผมออกมาข้างนอก เพราะในโรงอาหารคนค่อนข้างเยอะ

“มะ...มีอะไรครับ”ทั้งที่ออกมาตั้งนานแล้วแต่พี่วินก็ไม่พูดอะไรซักที

“เรานอนด้วยกันอาทิตย์ที่แล้วใช่ไหม.....”

“ห๊ะ!!!”

ไอเหี้ย พี่มันชวนคุยเรื่องนี้จริงดิ

“จะให้รับผิดชอบยังไง”

“ระ...รับผิดชอบอะไรครับ”

“ไม่ต้องให้รับผิดชอบหรอกหรอ หรือว่านอนให้คนอื่นเอาอยู่แล้ว?”

เหมือนโดนด่าเลย หน้าผมนี่ชาไปครึ่งซีกเลยครับ

“ผมไม่ใช่คนแบบนั้นนะ”ผมพูดออกมาอย่างหงุดหงิด เริ่มมาเหมือนจะดีทำไมมันมาจบแบบนี้วะ

“จะเอาเท่าไหร่”ควักเงินออกจากกระเป๋าปึกนึงแล้วยื่นให้ผม เงินไม่ใช่น้อยๆอยู่ตรงหน้าผม

ผมมองหน้าพี่วินนิ่งไม่ได้ยื่นมือไปหยิบเงินของเขาที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย นึกแล้วก็น่าน้อยใจ ผมมีค่าแค่แบงค์พันสิบใบเองหรอวะ

“เก็บเงินพี่ไปทำบุญเหอะ”พูดให้เป็นปกติก่อนจะเดินออกมา

ผมรีบเดินไปขึ้นรถไอซุงที่จอดอยู่ไม่ไกล ไอซุงตกใจน้อยๆเมื่อเห็นผมเดินหน้าบูดเข้ามาในรถ

เป็นใครก็ยิ้มไม่ออกปะ คนที่เราแอบชอบมาตั้งนาน นอนด้วยกันมาแล้วดันมาบอกว่าเราขายตัวเนี่ยนะ นี่ผมยอมพี่มันง่ายไปหรอวะ ไม่คิดบ้างหรอว่าที่ยอมเพราะว่าชอบไง ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด

“เป็นไรมึง”ไอซุงเปิดปากพูดหลังจากที่ขับรถออกมาได้ซักพัก

“ไม่มีอะไรหรอก กูแค่หิวเลยโมโห”

นึกแล้วก็อยากกลับเข้าไปอยู่ในฝัน ไปซึมซับช่วงเวลาที่โดนพี่วินขอเป็นแฟน ถึงมันจะเป็นแค่ความฝันก็เถอะ ก็ดีกว่าตื่นขึ้นมาแล้วมาเจอความจริงที่ว่าพี่มันเห็นผมเป็นคนขายตัว

บางทีก็อยากอยู่ในโลกของความฝันจนไม่อยากตื่นขึ้นมา

นึกถึงวันแรกที่ผมเริ่มชอบพี่วิน เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาที่มีเด่นไปเกือบจะหมดทุกด้าน มีคนรักพี่เค้าหลงพี่เค้าก็ตั้งเยอะไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าจะเข้ามาอยู่ในโลกของเค้าได้ ตอนนั้นทำได้แค่เอาขนมที่ทำเองมาใส่ไว้ในล็อคเกอร์ของพี่วิน ตอนที่เห็นพี่เค้าหยิบขนมของผมขึ้นมากินมันโครตรู้สึกดี

ตอนที่ได้อยู่ในโลกของเขาแม้เป็นแค่ห่อขนมโง่ๆห่อนึงมันยังทำให้ผมมีความสุขมากกว่าตอนนี้เลย

นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่วะ

“ไหมดูมันด้วยนะ ช่วงนี้มันเหม่อๆไม่รู้เป็นไร เราจะเข้าห้องล่ะ” ไอซุงมาส่งผมที่หน้าห้องโดยมีใยไหมยืนอยู่ข้างผม

“ไปไหนกันมา”

“ไปดูหนัง แต่มันคงไม่ได้ดูอ่ะ ไม่รู้ใจมันลอยไปไหนแล้ว”ไอซุงพูดจบก็เดินเข้าห้องมันไป

ใยไหมเดินไปเปิดประตูห้องผมก่อนจะเดินมาลากผมเดินเข้าไปในห้อง นั่งมองหน้าผมนิ่ง

“เป็นอะไร”

“พี่วิน....เค้าคิดว่าเราขายตัว”

“ไอหมอกอย่าอำ”มองผมด้วยสายตาจริงจัง

“เค้าถามว่าเราจะเอาค่าเสียหายเท่าไหร่ แล้วก็ยื่นเงินให้เราด้วย”พูดทั้งที่ไม่ได้มองหน้าใยไหม น้ำตามันเริ่มเอ่อขึ้นมาหลังจากที่อั้นไว้นาน

“ทำไมทำแบบนี้วะ ถ้าฉันเป็นแกฉันจะเลิกรักคนแบบเขา ทำไมแกต้องไปตกหลุมรักคนแบบเขาด้วยวะ”ใยไหมลุกขึ้นมานั่งข้างผมโอบไหล่ผมไว้หลวงๆ

**"จะเรียกว่าตกหลุมรักได้ไง ในเมื่อเราตั้งใจลงไปเอง"**ผมพูดออกมาพร้อมเสียงสะอื้น

ใช่เราตั้งใจลงไปรักเขาเอง เขาไม่ได้ผิดซักหน่อย มันผิดที่เรา ผิดที่ไปรักคนแบบเขา

วันนี้มันเป็นวันโชคร้ายของผมจริงๆด้วย ไม่น่าออกไปไหนเลย

ไม่น่าเลยหมอก ไม่น่าไปเจอพี่วินวันนี้เลย

ให้เรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน แล้วตื่นได้แล้วนะหมอก

ฮืออออออออออออออ











ฉันนั่งอยู่ตอนเช้า เช้าที่ดูเหงาๆ

เหมือนกับโลกที่มี filter สีเทา

แม้อากาศจะหนาว แต่พอมีแดดก็ร้อน

ฉันยังคงนั่งมองดูตรงที่เก่า

ฟังดูเหมือนละคร

แต่ว่าภาพที่มอง มันค่อยๆย้อนเรื่องเรา

แม้ความรักพังลงแต่ว่าฉันยังคง

คิดถึงเธอเบาๆเท่านั้น

*** Morning - LAZYLOXY***


เปิดเพลงเศร้าฟังเหมือนเลิกกับแฟนทั้งที่ความจริงไม่ได้เลิกกับใครแต่แค่อกหัก ผมนั่งอยู่ที่ระเบียงห้องตัวเองเปิดเพลงคลอเบาๆ วันนี้ผมต้องไปซ้อมละครเวทีที่มหาลัย เรื่องที่ทำให้ผมรู้ได้ว่ามันไม่ใช่ความฝันก็คือตามผมบวมมาก เพราะเมื่อคืนเอาแต่ร้องไห้

จริงๆผมไม่ได้แค่เอาขนมไปให้พี่วินหรอก ผมคุยกับพี่วินด้วย คุยในโลกออนไลน์ภายใต้ชื่อ

‘KUN-KOM’

จริงๆจะใช้ชื่อว่าคุณหมอก แต่กลัวพี่วินจะรู้เลยกลับหัวกลับหางชื่อตัวเองนิดหน่อย จริงๆเหตุผมที่พี่วินเลิกกับแฟนคนล่าสุดก็เป็นเพราะผม...

ผมดันไปเห็นแฟนพี่วินไปเที่ยวกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้เลยถ่ายรูปส่งไปให้ดู ไม่คิดว่าจะทำให้เขาเลิกกัน

พี่วินคุยกับผมแทบจะทุกวันอยู่แล้วทั้งๆที่ผมก็บอกไปว่าผมเป็นผู้ชาย รวมถึงหลังจากที่ผมนอนกับเขาด้วย เขาเป็นฝ่ายทักมาหาก่อนทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทักมาหาผมเลยด้วยซ้ำ

แต่หลังจากนี้คงไม่มีอีกแล้ว ไม่มี KUN-KOM ที่จะตอบแชทพี่วินอีกแล้ว...

“หมอก ตื่นนานยังทำไมยังไม่แต่งตัวอีก”ใยไหมเดินเปิดประตูเข้ามาและเดินมาหาผมที่นั่งอยู่ตรงระเบียง

“จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จไอซุงก็อาสามาส่งผมที่มหาลัยโดยยืนยันด้วยว่าจะอยู่เฝ้าผมจนกว่าจะซ้อมเสร็จ

มีเพื่อนแบบไอซุงมันก็ดี มันทำให้ผมรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกมันเรื่องพี่วิน ใจจริงก็อยากจะบอกแต่กลัวว่ามันจะโกรธพี่วินมากกว่า นึกแล้วก็ขำตัวเองมาขนาดนี้แล้วยังจะปกป้องเขาอีก

ผมเดินเข้ามาในโรงละครพร้อมกับไอซุง

“น้องหมอกมาแล้ววว”พี่เมย์ดูตื่นเต้นเมื่อเห็นผมเดินเข้ามาจนตะโกนดังลั่นทำให้คนอื่นๆหันมามองผมด้วย

“พี่นึกว่าเราจะไม่มาซ้อมแล้วซะอีก เห็นตอนแรกบอกว่าไม่ยอมเล่น”พี่มินเดินมาเกาะไหล่ผมให้เดินไปนั่งข้างๆพี่เรย์

ผมหันไปมองไอซุงก็เห็นมันกำลังเลือกที่นั่งและหยิบโน๊ตบุ๊คออกมาวางบนตัก คงจะทำงานของมันเหมือนเดิมนั่นแหละ ช่วงนี้มันไม่ค่อยจะว่าง แค่มันสละเวลามาเฝ้าผมก็ดีแล้ว ส่วนใยไหมวันนี้ต้องกลับบ้านไปหาแม่ทำให้มาเฝ้าผมไม่ได้

“เมื่อวานพี่โทรไปหาด้วยนะ แต่หมอกไม่รับโทรศัพท์พี่เลย”พี่เรย์หันมาพูดกับผม

“ไม่ค่อยสบายครับ”ตอบออกไปทั้งที่ไม่ได้หันไปมองหน้าคนพูด

นี่ใจผมมันลอยไปถึงไหนแล้ววะ

“ไหนมาให้พี่ดูหน่อย”วางฝ่ามือลงบนหน้าผากผม “ตัวก็ไม่ร้อนหนิ”

ผมจับมือพี่เรย์ออกจากหัวของตัวเองก่อนจะลุกขึ้น

“น้องหมอกไม่อยากคุยกับพี่หรอ?”พี่เรย์ดึงข้อมือผมไว้

“ปล่อยผมครับ”

ที่ลุกขึ้นนี่คือพี่วินกำลังจะเดินมาทางนี้ ผมไม่อยากเจอหน้าเขาตอนนี้ถึงแม้จะรู้ว่าเขาไม่คิดจะทักทายผมก็เถอะ

หรือผมควรจะกลับไปอยู่ในโลกออนไลน์ เพราะชีวิตจริงตอนนี้มันกำลังจะทำให้ผมร้องไห้

ผมเดินผ่านพี่วินออกมานั่งกับซุง ซุงหันมามองหน้าผมเล็กน้อยก็หันกลับไปรัวแป้นพิมต่อ

“ไม่ซ้อมอ่ะ”ซุงพูดออกมา

“มีเรื่องจะบอก....”

“อะไร?”

ที่ที่ผมนั่งอยู่ค่อนข้างห่างจากคนอื่นๆ เพราะไอซุงมันไม่ค่อยชอบไปสุงสิงกับใครนัก ผมหายใจเข้าออกกับตัวเองเบาๆก่อนจะเอ่ยปาก

“อาทิตย์ที่แล้วที่กูหายไปอ่ะ กูไปนอนกับพี่วินมา...”

นิ้วที่กำลังรัวแป้นพิมอยุดชะงักแทบจะทันทีที่ผมพูดจบ ไอซุงหันหน้ามามองผม

“แล้วยังไงต่อ...กูรู้ว่าไม่ได้มีแค่นี้แน่ๆ”

“เค้าจะเอาเงินให้กูบอกว่าเป็นค่าเสียหาย...”

“ไอหมอกแล้วมึงรับเงินไหม?”

“ไม่...กูบอกว่ากูไม่ได้ขายตัว”ผมตอบและเงยหน้าขึ้นมองไอซุง

มันดูโกรธมาก สายตามันจริงจังมากจนผมเริ่มกลัว

**“มึงจะให้มันทำอะไรมึงก็ได้ แต่มันทำแบบนี้กับมึงไม่ได้”**ไอซุงปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คลงก่อนจะลุกขึ้นยืน

“มึงจะไปไหน”ผมลุกขึ้นยืนขวางทางมัน

“กูจะไปเอาเลือดหัวมันออก!!!”กัดฟันพูดพลางมองหน้าผมไปด้วย

“ไม่เอา....ไอซุง ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ถ้ามึงทำแบบนั้นคนก็จะรู้เยอะ มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบ”

ผมดึงแขนมันไว้แน่น มันหันมามองหน้าผมก่อนจะถอนหายใจออกมา

“มึงก็เป็นแบบนี้อ่ะ มันก็เลยไม่เห็นหัวมึงไง”

“ช่างมันเถอะซุง เดี๋ยวกูก็ลืมเอง”ผมยืนจับชายเสื้อมันแน่น

“ไอหมอกแม่ง!!”มันดึงผมเข้าไปกอดมันไว้แน่นเมื่อเห็นผมกำลังจะร้องไห้ “ถ้าไม่หยุดร้องกูจะพามึงกลับ”

ผมซุกหน้าลงบนเสื้อยืดสีดำของมันพร้อมเสียงสะอื้น

“ไม่มีมึงกูจะทำยังไงวะซุง”พูดเสียงอู้อี้

“ไม่มีกูมึงก็อยู่ได้ แต่กูจะไม่ให้มีวันนั้น เพราะกูจะไม่ทิ้งมึงไปไหน”มันลูบหัวผมเบาๆ

ผมยืนกอดมันแน่นลืมไปแล้วว่าตอนนี้อยู่ในโรงละคร ที่มีรุ่นพี่และคนอื่นๆอยู่ด้วย ผมไม่สนว่าจะเป็นข่าวกับไอซุงและไอซุงมันก็ไม่เคยสนด้วย มันบอกว่ามันจะยอมเป็นข่าวถ้าคนที่เป็นข่าวด้วยนั้นเป็นผม

ซุง....มึงคือเพื่อนที่ดีที่สุดของกูแล้ว








---------------------------------------------

#วินหมอก

ได้แกล้งคนอ่านมีความสุขจังเล๊ยยยยยย 5555

ขอพื้นที่หวีดนักร้องที่ชอบนะคะ

มาอัพแล้วน้าาาาาาาา


ความคิดเห็น