สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 6 : สิ่งตอบแทน

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 6 : สิ่งตอบแทน

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2562 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 6 : สิ่งตอบแทน
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 6

สิ่งตอบแทน


     วิโอเรลเดินกลับมากับนัมจุน เรียกความฉงนสนเท่ห์จากหนุ่มๆทั้งห้าแบบทันใด ภาพนั้นสร้างความกังวลให้กับจองกุก และในตอนนั้นเองที่คำพูดของโฮซอกดังแว่วเข้ามา มันคงไม่ใช่หรอก… เขาอาจจะคิดมากไปเอง สองคนนั้นก็แค่บังเอิญเจอกัน ที่หายไปนานก็อาจเป็นเพราะชวนกันไปเดินเล่น ไม่มีทางเป็นอย่างที่เขาคิดหรอกน่า

     “โอย หายไปนานเลยนะพวกนาย” จีมินทักขึ้นหลังจากที่วิโอเรลกลับมานั่งข้างจองกุก ส่วนนัมจุนเดินอ้อมไปนั่งข้างซอกจินเหมือนเดิม

     จองกุกไล่สำรวจทั่วตัววิโอเรล เมื่อเห็นสภาพเปียกปอนของเจ้าตัวจึงเอ่ยถาม

     “วีไปเล่นน้ำมาเหรอ”

     “ห๊ะ?” คนถูกถามเลิกคิ้ว “อ้อ ใช่”

     “กับนัมจุน?”

     เขาว่าตัวเองถามเสียงเบาแล้ว แต่คนถูกพาดพิงยังเหล่ตามองพวกเขา โชคดีที่ไม่ใช่สายตาแบบหาเรื่อง

     “ใช่ครับ วีเจอคุณนัมจุนพอดี ก็เลยชวนมาเล่นด้วยกัน”

     จองกุกไม่ตอบเพราะยังรู้สึกแคลงใจตงิดๆ เขาทำเป็นยกแก้วดื่มเหล้าต่อ ทว่าสายตาคู่คมกลับพุ่งไปหานัมจุนแบบไม่กะพริบ ในใจก็ได้แต่หวังว่าขอให้ความกังวลทั้งหมดเป็นเพียงความรู้สึกบ้าๆที่ผุดขึ้นมากวนใจเขาเล่นๆ เพราะเขาไม่ได้อยากมีศัตรูหัวใจเป็นเพื่อนตัวเองหรอกนะ

     “จองกุก จองกุก?”

     เขาทำหน้าเหลอหลาเมื่อมือเรียวโบกผ่าน ก่อนจะเลิกคิ้วกับเบิกตาโตๆกลมแป๋วให้ร่างบาง

     “มีอะไรเหรอ?”

     “วีเรียกตั้งนานก็เห็นไม่หือไม่อือ ที่วีพูดไปก็ไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม ฮึ!” คนบ่นพองแก้มป่องพร้อมประชดด้วยการสะบัดหน้า คนเห็นจึงต้องรีบเอาใจ

     “ขอโทษครับ… เมื่อกี้ผมแค่เหม่อนิดหน่อยน่ะ ตกลงวีพูดว่าอะไรนะ?”

     วิโอเรลปรายหางตามองอย่างกระเง้ากระงอด “วีบอกว่าไม่มีชุดใส่ ถ้าจะยืมของจองกุกอีกก็เกรงใจ”

     จองกุกร้องอ๋อ “เรื่องนี้นี่เอง งั้นเดี๋ยวก่อนค่ำผมพาไปซื้อก็ได้” เขาหันไปสะกิดเจโฮปที่ยังหัวเราะสังสรรค์ “เห้ย โฮป ที่นี่มีห้างป่ะ หรือร้านขายเสื้อผ้าก็ไดั”

     “จะไปซื้อเสื้อให้น้องวีเหรอ?”

     “ใช่”

     “มีนะ แต่เป็นตลาดอ่ะ ระยะทางก็ไกลจากที่นี่เอาเรื่องอยู่”

     “ตอนกลับกูขอยืมรถไปซื้อได้ป่ะ”

     “ได้ดิ และก็ฝากซื้อน้ำแข็งด้วยนะ เดี๋ยวของที่แช่ไว้จะบูดเอา”

     “เค แต๊งกิ้วเพื่อน”

     วิโอเรลที่นั่งฟังอย่างเงียบๆก็ตาระยับ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วเพราะความดีใจ

     “งั้นวีขอไปด้วยได้ไหม!”

     “ก็ต้องแหงอยู่แล้ว ผมเลือกไม่ถูกใจวีหรอก อีกอย่างผมก็ไม่รู้เบอร์กางเกงซับในของวี… ด้วยสิ…” ส่วนท้ายของประโยคดูกระพร่องกระแพร่งเสียดื้อๆ เพราะร่างบางพอได้ยินคำว่ากางเกงซับในก็หลุดยิ้มทะเล้น ทำเอาเขารู้สึกขัดเขินตามไปด้วย

     “จองกุกแก้มแดง” วิโอเรลหัวเราะคิกคัก

     “วีก็คิดทะลึ่ง”

     “ทะลึ่งอะไร ร้อนตัวรึเปล่า”

     จองกุกยกยิ้ม เขาเพิ่งรู้ว่านอกจากอีกคนจะน่ารักแล้ว เจ้าตัวยังมีงานถนัดเรื่องยียวนคนอื่นอีกด้วย

     “แล้วทำไมต้องยิ้มล้อตอนที่ผมพูดด้วย”

     ร่างบางหัวเราะเสียงใสอีกครั้ง “ก็แค่กำลังคิดว่าถ้าจองกุกซื้อมาผิดเบอร์ จองกุกจะให้วียืมใส่รึเปล่า”

     ปากหยักบางหลุดยิ้ม เขาเข้าใจผิดไปเอง วิโอเรลก็แค่ยิ้มเพราะขำขัน

     “ผมว่าวีใส่ไม่ได้หรอก”

     “ทำไมจะไม่ได้!”

     “ก็วีตูดใหญ่ ฮ่าๆๆ!”

     คนฟังยู่ปาก ตีป้าบเข้าที่แขนทีหนึ่ง “จองกุกน่า! ล้อเค้าใหญ่เลยนะ”

     ระหว่างที่ทั้งสองหยอกเย้ากัน นัมจุนก็จรดปากกับขอบแก้วขณะเฝ้าดูมาได้พักหนึ่ง ซอกจินหันมาเห็นพอดีจึงเริ่มทัก

     “มึงดูท่าจะสนใจวีนะ”

     เขาเหลือบมองครู่หนึ่งก่อนหมุนแก้วเล่นๆ ขึ้นชื่อว่าเพื่อนสนิท เพียงแค่สายตาก็โดนเจ้าตัวอ่านออก “ก็นิดหน่อย”

     “นิดหน่อยนี่ถึงกับไปเอากับเขาที่น้ำตกเลยเหรอ”

     ฉับพลันแก้วเหล้าก็หยุดกึก ดวงตาคมกริบของนัมจุนช้อนมอง

     “ไม่ต้องมาสงสัย เพราะกูเห็น”

     ความเงียบกลืนกินบรรยากาศเพียงชั่วขณะ นัมจุนก็ยอมสารภาพออกมาเต็มปาก เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องปิดบังเพื่อนทู่ซี้อย่างซอกจิน

     “ใช่ กูได้เขาแล้ว พอใจมึงยัง”

     ซอกจินเขยิบเข้ามาเพื่อให้การสนทนาลับมีแค่พวกเขาสองคน

     “มึงแม่งโชคดีว่ะ ได้เอาเขาฟรีๆ แล้วไม่กลัวไอ้กุกมันรู้เหรอ”

     นัมจุนกระตุกยิ้มก่อนยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

     “แล้วมึงได้ถ่ายคลิปไว้ป่ะ?”

     “เปล่า”

     คิ้วหนาของซอกจินขมวดแน่น “มึงบ้าหรือมึงโง่เนี่ย ไม่แบล็คเมล์ไว้แล้วครั้งต่อไปจะได้เอาเขาเหรอ เมื่อก่อนมึงไม่ได้เดินเกมส์ยังงี้นี่ หรือที่ทำไปเป็นเพราะอยากลองของใหม่?”

     นัมจุนสั่นศีรษะแบบอิดระอา “มึงไม่รู้อะไร จิน เขายอมกูด้วยซ้ำ”

     “เต็มใจรึเปล่า?”

     “ก็เออดิ เห็นอดมานานเลยสนองให้”

     “เชร้ดโด้… แม่งอย่างร่าน” ซอกจินเลียปากด้วยความสนใจ “แล้วมึงจะเก็บไว้แดกคนเดียว?”

     คนถูกถามปรายตามองพลางกระดกเหล้า “ทำไม มึงอยากมีส่วนร่วมว่างั้น?”

     “กูไม่เคยลองแบบนั้นว่ะ แต่ถ้ามึงให้กูก็จะแจมด้วย”

     “ต้องได้อยู่แล้ว ของส่วนรวมมันก็ต้องแบ่งๆกันอยู่แล้วดิ”

     อีกคนลูบปากอย่างชอบใจ “จะเด็ดจริงป่ะว้า… เห็นมึงอดไม่ได้ขนาดนั้น”

     “หึ เดี๋ยวพรุ่งนี้มึงได้รู้แน่ จิน”




     ท้องฟ้ามีสีม่วงคล้ำตามเวลาย่ำค่ำ เสียงฝูงนกบินกลับรังดังข้ามศีรษะหนุ่มทั้งเจ็ดคน ทุกอย่างเริ่มมืดสลัวและถูกปกคลุมด้วยอากาศหนาวเย็น แต่แสงจากกองไฟได้ให้ความสว่างบริเวณจุดตั้งแคมป์ของพวกเขา อีกทั้งยังเรียกแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างแมลงนานาชนิด

     เสียงตบต้นแขนดังขึ้น ก่อนที่เลือดจะแตกจากท้องยุงตัวเป้ง วิโอเรลใช้นิ้วดีดมันออกอย่างไม่สบอารมณ์นิดๆ เพราะหลังจากที่ไปซื้อเสื้อผ้าจากตลาด เขาก็เลือกใส่เสื้อกล้ามเป็นชุดนอน ทำให้ตัวเขากลายเป็นแหล่งอาหารล่อใจของยุงโดยปริยาย

     “ยุงกัดเหรอ? ทายากันยุงไหม ผมมีอยู่ขวดนึงในกระเป๋า” จองกุกบุ้ยปากไปทางเต้นท์ขณะนั่งล้อมวงย่างมาร์ชเมลโล่กับเพื่อนๆ ร่างบางเบ้หน้าพลางบ่นในใจว่าน่าจะบอกกันให้เร็วกว่านี้

     “งั้นวีขอใช้หน่อยนะ”

     วิโอเรลหยัดกายขึ้น แต่กลับถูกอีกคนรั้งข้อมือไว้

     “เดี๋ยวผมไปหยิบเอง จะได้เอาเสื้อกันหนาวให้วีด้วย”

     “ขอบคุณครับ” เขาส่งยิ้มหวานขอบคุณพลางรับไม้ที่เสียบมาร์ชเมลโล่มาถือไว้ หลังจากที่จองกุกสาวเท้าเดินไปยังเต้นท์ เสียงโห่แซวของจีมินก็ดังแทรกขึ้น

     “น้องวีกับจองกุกนี่เร็วจริงๆเลยน้า ขนาดรถไฟฟ้ายังตามไม่ทันเลย นอนเต้นท์เดียวกันก็ระวังโดนหนวดปริศนาล่ะ คืนนี้น้องวีอาจจะไม่ได้นอนก็ได้”

     ทุกคนขำตามคำพูดของจีมิน ยกเว้นวิโอเรลที่ยิ้มเหนียมอายเล็กๆ

     “จีมก็พูดไป หนวดที่ไหนกันล่ะ” เขาก้มหน้า ทำเป็นใจจดใจจ่อกับมาร์ชเมลโล่

     “ไม่ใช่หนวด งั้นเป็นไส้กรอกป่ะ ฮ่าๆๆ!” โฮซอกแซว

     “บ้า! บ้ากันทุกคนเลย!” ร่างบางลุกพรวดหน้าแดงซ่าน ทิ้งไม้มาร์ชเมลโล่ไว้ก่อนเดินกระทืบเท้าออกไป จองกุกที่เดินสวนจึงหยุดยืน ไล่มองตามอีกคนด้วยความงงงวย

     “วีเขาเป็นไรวะ?”

     “เปล่าๆ สงสัยเขินที่พวกกูแซวน่ะ ฮ่าๆ!” จีมินตอบและกลับไปกลั้นขำกับเพื่อน

     “แซวเรื่อง?”

     “อ๋อ แซวว่าถ้าได้นอนกับมึงให้ระวังไว้อ่ะ แหม่... มึงนี่โชคดีจริงจริ๊ง กูนี่อิจเลย” โฮซอกตอบบ้าง

     ส่วนคนฟังก็ยืนหน้าแดงทั้งที่ยังถือเสื้อกันหนาวกับครีมยากันยุง

     “พวกมึงก็ว่าไปนั่น คนอย่างกูไม่รีบร้อนขนาดนั้นหรอก” ปากว่า แต่สายตากลับแสดงออกตรงกันข้าม และซอกจินกับนัมจุนก็ดูออก

     “อะไรมันก็เกิดขึ้นได้เพื่อน โดยเฉพาะคนเงียบๆอย่างมึงอาจจะหื่นกว่าพวกกูก็ได้” ซอกจินออกความคิดเห็น

     “พอ พวกมึงพอเลย” จองกุกเข้ามาดึงมาร์ชเมลโล่ของตนออกจากไม้ เมื่อเห็นท่าทางจะเดินกลับเต้นท์ของเจ้าตัวก็มีเสียงแซวไล่หลัง

     “จะกลับไปปลอบน้องวีเหรอ เบาๆหน่อยนะเว้ยเดี๋ยวพวกกูแดกไม่ลง ฮ่าๆๆ!”

     ร่างสูงคาบมาร์ชเมลโล่ชิ้นอุ่นไว้ก่อนหันมาชูนิ้วกลางให้สหาย

     เสียงรูดซิปดังขึ้น เรียกความสนใจจากร่างบางที่กำลังนอนกลิ้งอย่างเบื่อหน่ายเพราะไม่มีอะไรทำ

     “จะนอนแล้วเหรอ?” จองกุกมุดตัวเข้ามานั่งข้างๆ เก็บเสื้อกันหนาวและยากันยุงไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิม

     “ใช่ ก็มันไม่มีอะไรทำอ่ะ” วิโอเรลเป่าลมใส่ผมหน้าม้าตัวเองแบบเบื่อๆ

     “งั้นดูหนังไหม เดี๋ยวเปิดให้ดูในคอมฯ”

     “วีอยากดูดาว…”

     คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มหันมามอง พลางคิดว่านิสัยของวิโอเรลช่างอ่อนโยนและผูกติดกับธรรมชาติมากกว่ามานั่งจ้องจออย่างเขา

     “คืนนี้ฟ้าปิด ไว้โอกาสหน้าจะพาไปดูนะ”

     อีกฝ่ายไม่ตอบเพราะเอาแต่จ้องมอง เมื่อเขากัดมาร์ชเมลโล่อีกคำ ร่างบางก็คลานมาหาช้าๆพร้อมกับสายตาเยิ้มยั่ว ทำเอาก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นรัวอย่างลุ้นระทึก เขาไม่เคยเห็นอีกคนในมุมนี้มาก่อน

     วิโอเรลหยุดอยู่ตรงหน้าเขา มือเริ่มก่ายมาวางบนตักแกร่ง ทำให้สายตาพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกัน มาร์ชเมลโล่ที่เขาคาบไว้เกือบตกพื้นเมื่อใบหน้าสวยเคลื่อนเข้ามาอย่างเชื่องช้า ปากอิ่มสีแดงกัดงับมาร์ชเมลโล่คำเล็กๆขณะที่สายตายังคงประสานกัน พออยู่ในท่านี้แล้วมันเหมือนพวกเขากำลังจูบกันจริงๆ และเขาว่าตัวเองเห็นดวงตาของวิโอเรลเปลี่ยนเป็นสีฟ้าจางๆวูบหนึ่ง

     “อร่อยเนอะ” ร่างบางเอ่ยเสียงแผ่วทั้งที่ยังค้างใบหน้าอยู่ที่เดิม

     จองกุกหายใจติดขัด ความรู้สึกบางอย่างตามสัญชาตญาณเริ่มก่อตัวขึ้น เขาอยากจะจับกดคนตรงหน้าแล้วทำให้วิโอเรลเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว แต่ก็รู้ดีว่ามันยังไม่ถึงเวลา เขากับอีกฝ่ายยังไม่ได้เป็นอะไรกัน

     เขาดันร่างบางออกเบาๆอย่างสุภาพ

     “เอาอีกไหมล่ะ ผมไปหยิบให้อีกได้นะ”

     วิโอเรลมองสีหน้าเปื้อนยิ้มนั้นด้วยสายตาน่ากลัว

     “ไม่เอาหรอก วีอยากกินจองกุกมากกว่า...”

     จองกุกเบิกตากว้าง มาร์ชเมลโล่ที่เคี้ยวอยู่กลับหนืดเหนียวจนกลืนไม่ลง แก้มของเขาเห่อร้อนกว่าเดิมเมื่ออีกคนขยับยิ้มหวาน

     “ล้อเล่น… ใครจะไปกินจองกุกลงกันล่ะ”

     เขารู้สึกแปลกๆกับคำว่ากินของร่างบาง มันเหมือนมีอย่างอื่นเคลือบแฝง แต่สุดท้ายก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าอีกฝ่ายคงหมายถึงอยากมีอะไรด้วย

     “จองกุกกลัวเหรอ?” วิโอเรลเอียงคอใสซื่อเพราะเห็นว่าร่างสูงเงียบไปนาน

     “ไม่ครับ ก็แค่…”

     อีกคนตั้งใจฟัง

     “แค่เขินนิดหน่อย… ที่วีรุกผมหนักขนาดนี้”

     วิโอเรลหลุดขำ ส่วนจองกุกก็ได้แต่มองแบบยิ้มๆ

     “ขอโทษนะ… ฮ่าๆ วีแค่หยอกเล่นๆน่ะ”

     จองกุกคิดว่าอีกคนกำลังแก้ตัว จึงเลือกไม่เชื่อในคำพูดนั้น

     “สำหรับผมมันเร็วเกินไป... แต่ถ้าวีอยากมีก็บอกผมนะ ผมอาจจะทำให้”

     ร่างบางหยุดขำหลังรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเข้าใจคนละอย่าง ซึ่งก็เป็นเรื่องดี… เขาผละออกมานั่งนิ่งอย่างสงบเสงี่ยม แต่ยังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับบนดวงหน้า

     “ถ้าจองกุกพูดแบบนั้น วีก็โอเค… และก็ขอโทษด้วยนะที่พูดจาอะไรยังงั้น เพราะบางที…”

     มันก็เริ่มหิว

     ร่างสูงย่นคิ้วเมื่อคนพูดตัดจบดื้อๆ แต่เขาก็ไม่อยากบังคับเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่พูดยาก เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดี

     “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ” เขายิ้มปลอบ ยื่นมือไปจัดผมม้าให้เข้าทรงเหมือนเดิม ความเอาใจใส่ของเขาทำให้ร่างบางเผลอนึกถึงใครบางคน

     “แล้วจองกุกคิดได้ยังว่าอยากให้วีตอบแทนด้วยอะไร”

     เขาลืมเรื่องนี้เสียสนิทตั้งแต่ที่ได้สารภาพความในใจกับอีกฝ่าย ยอมรับว่าเขายังคิดไม่ออกด้วยซ้ำ

     จองกุกนั่งมองหน้าสวยอย่างครุ่นคิด “งั้นเอาเป็น… วีต้องให้ผมนอนกอดทุกคืน ตกลงไหม”

     “แค่นั้นเหรอ?”

     เขาพยักหน้ายืนกราน

     คนอะไรหวังน้อยชะมัด “ตกลง”

     ร่างสูงมองตามอีกคนที่ล้มตัวลงนอนหนุนหมอน ท่าทางจะดูเพลียจากการเล่นน้ำจึงเข้านอนไวไปนิด เห็นดังนั้นแล้วเขาจึงคลุมผ้าห่มผืนหนาให้ วิโอเรลยิ้มให้เขาและจับมือไว้หลวมๆ

     “นอนกับวีหน่อยสิ”

     สายตาออดอ้อนดั่งลูกแมวทำให้เขาใจอ่อน จึงยอมลงไปนอนข้างเจ้าตัว ความจริงตอนนี้เขายังไม่นอนหรอก แค่ตั้งใจว่าจะงีบสักหน่อยแล้วค่อยไปดื่มกับเพื่อนต่อ

     วิโอเรลหลับตามาได้สักพัก จองกุกนอนตะแคงโดยเอามือรองศีรษะ เฝ้าดูใบหน้ายามหลับของร่างบางอย่างเงียบๆ พอพิศดูใบหน้านั้นดีๆแล้วก็รู้สึกเอ็นดู เปลือกตาที่ปิดลงกับแพขนตาแนบแก้มก็ให้ความรู้สึกน่าทะนุถนอม ปกติเจ้าตัวจะมีสายตาที่คอยยั่วตลอด แต่พอได้มาเห็นในมุมนี้ก็เหมือนเป็นคนละคน กลายเป็นเด็กหนุ่มที่ไร้พิษสงและน่าปกป้องคนหนึ่ง

     เขาเริ่มทำตามในสิ่งที่ขอไว้ด้วยการดึงอีกฝ่ายมากอด ร่างบางก็หลับปุ๋ย ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าตอนนี้ได้มาอยู่ในอ้อมอกของชายหนุ่ม วิโอเรลตัวนิ่มกว่าที่เขาคิดแถมผอมบางจนน่าใจหาย ช่วงที่หลงอยู่ในป่าคงไม่มีอะไรกิน ต้องระเหเร่ร่อนไปเรื่อยโดยไร้ความช่วยเหลือ หากโชคไม่ช่วยให้เขาได้มาเจอกับวิโอเรล ภายในไม่กี่สัปดาห์เจ้าตัวต้องอดตายอยู่ที่นั่นแน่ แค่คิดก็สงสารจับหัวใจ

     พอคิดถึงเรื่องของร่างบางจนเพลิน เขาก็ผล็อยหลับไปตอนไหนไม่รู้ แต่ก็ยังพอรู้สึกได้ว่ามีสัมผัสหยุ่นนุ่มประทับบนแก้มอย่างอ่อนโยน เขาปรือตาขึ้นในตอนที่เกือบเข้าสู่นิทรา รอยยิ้มสีแดงของวิโอเรลคือสิ่งแรกที่เขาเห็น

     “อันนี้วีแถมให้… สำหรับคนน่ารักอย่างจองกุก”

     ภาพตรงหน้าดูเลือนรางเพราะความง่วงเข้าจู่โจม แต่เขาพอเดาออกว่าอีกคนกำลังเท้าคางแบบเฝ้ามอง ริมฝีปากแดงเหยียดยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นเขี้ยวที่ยาวผิดปกติ บนดวงหน้างามมีลายสีดำรกเรี้ยววาดผ่าน และสุดท้ายที่เขาไม่ค่อยมั่นใจ คือแสงสีฟ้าที่ทอประกายจากดวงตาคู่สวย ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบเมื่อเปลือกตาปิดลง




​To be continued

​_______________________________

นุ้งวีจะกินจองกุกเหรอ ไม่ได้นะวี นั่นผัวเธอ5555 ตอนต่อไปจะเริ่มเข้าสู่ช่วงสยองขวัญแล้วนะคะ แล้วนัมจุนกับซอกจินตั้งใจจะทำอะไรกันน้า อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะคะ ไม่แน่ทุกคนอาจจะได้เห็นฉาก2รุม1ก็ได้ หึๆ -.,-

ไรท์เขียนตามใจนักอ่านไม่ได้นะ เพราะไรท์กำหนดโครงเรื่องให้เป็นแบบนี้ ถ้าจากนี้ไปไรท์เขียนไม่ถูกใจรีด ก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ... บอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ฟิคสดใส แต่จะพยายามเติมโมเม้นต์หวานๆลงไปนะ

ความคิดเห็น