facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 5 สิ่งที่หายไป

ชื่อตอน : บทที่ 5 สิ่งที่หายไป

คำค้น : กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, ใต้มนตร์อินทรา, มิสิ้นใยรัก, กรุ่นรักสลักทรวง, กรุ่นกลิ่นสิเน่หา, กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2562 21:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 สิ่งที่หายไป
แบบอักษร

เมื่อไปถึงมหาวิทยาลัย ธัศวรางค์จอดรถในที่ว่างที่เจอเป็นล็อกแรก รศิยาเปิดประตูลงมา รถชอปเปอร์ของภัศวัฒน์ก็มาหยุดตรงล็อกข้างๆ ที่ว่างอยู่ พราวประดับลงมาแล้วก็ถอดหมวกกันน็อค

“อุ๊ย ถอดยากจริงๆ ค่ะพี่แพท”

พราวประดับพูดแล้วขยับไปยืนใกล้ภัศวัฒน์ที่นั่งควบรถอยู่ เขาไม่ได้พูดอะไร จ้องมองรศิยาที่เดินเลี่ยงไม่ยอมมองหน้าเขา ภัศวัฒน์ถอดหมวกกันน็อคออกให้พราวประดับเสร็จก็เอาเก็บในกระเป๋าท้ายรถ

“ไปทานข้าวกับพราวนะคะพี่แพท พราวเลี้ยงเองค่ะ เป็นการขอบคุณที่พี่แพทอุตส่าห์ไปรับพราวแต่เช้าไงคะ”

เสียงสดใสของพราวประดับเอ่ยขึ้น เวลานี้หลายคนที่เดินขวักไขว่อยู่แถวนั้นต่างก็ลอบมอง พราวประดับกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าอีกไม่นานภายในวันนี้ จะต้องได้เป็นข่าวกับภัศวัฒน์บนเว็บไซต์แน่ โก้จะตายไป ใครๆ ก็ต้องอิจฉาผู้หญิงที่ได้ควงชายหนุ่มสุดหล่อและเพอร์เฟ็กต์อย่างพี่แพท

“พี่แพท ไปกินข้าวกับพวกธัศไหม นี่มีสอบแปดโมงครึ่ง มีเวลาถมเถเลย พี่แพทสอบกี่โมงคะ”

ธัศวรางค์ตะโกนถามภัศวัฒน์หลังจากกดรีโมตล็อกรถเสร็จ เดินไปสมทบกับรศิยาที่ยืนรออยู่ห่างออกไป

“พี่เริ่มแปดโมงครึ่งเหมือนกัน ไปสิ”

ภัศวัฒน์เอ่ย จากนั้นก็ขับรถไปจอดตรงที่จอดประจำ รศิยาซ่อนสีหน้าไม่ถูกใจเพื่อนเอาไว้ ไม่รู้ว่าธัศวรางค์จะชวนเขาทำไมกัน ร้อยวันพันปีไม่เคยมี นี่วันสอบวันแรกด้วย รศิยาต้องการเริ่มต้นวันด้วยจิตใจที่ผ่องใสและเป็นสมาธิพร้อมจะต่อสู้กับข้อสอบวิชาแรกของเทอมสุดท้ายของชีวิตนักศึกษา

พราวประดับเดินเคียงกับร่างสูงของภัศวัฒน์ด้วยใบหน้ายิ้มหวาน รศิยาเร่งฝีเท้าเดินเร็วอยู่ข้างหน้า

“เดินอย่างกับควายหายนะหญิงแฟง จะรีบไปไหนฟะ” ธัศวรางค์ตะโกนไล่หลังมา รศิยาหันมามองเพื่อน

“ต้องรีบกิน เพราะแฟงอยากมีเวลาทบทวนอีกหน่อย”

รศิยาตอบเสร็จก็หันหน้ากลับไปเดินต่อ แต่จังหวะมันไม่ให้ ร่างนักศึกษาคนหนึ่งเดินก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เดินตรงมาพอดี สองร่างจึงประสานงาชนกันอย่างจัง รศิยาร่างเซถลาไปข้างหลังหนังสือที่หอบในมือหล่นกระจายไปบนฟุตบาท หญิงสาวเซเกือบจะหงายหลังล้มทั้งยืน หากไม่เป็นเพราะมีคนเข้ามาช่วยรับไว้ได้ทันพอดี รศิยาคิดว่าเป็นธัศวรางค์

“เจ็บหรือเปล่า”

เสียงห้าวที่เอ่ยถามใกล้หูทำให้รศิยาสะดุ้ง หันขวับไปมองทำตาโต คนที่จับไหล่ทั้งสองข้างช่วยพยุงอยู่ข้างหลังหาใช่ธัศวรางค์ไม่ แต่เป็นเขา!

หญิงสาวรีบผละร่างออกห่างทันควัน ธัศวรางค์รีบวิ่งไปเก็บหนังสือให้รศิยา หญิงสาวไม่ทันวิ่งมารับเพราะไม่ทันคนที่ขายาวกว่า เขาคงจะกำลังมองรศิยาอยู่พอดีจึงขยับพุ่งไปรับไว้ได้ทันท่วงที ราวกับเป็นซูเปอร์แมนแบบนั้น

“ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก” รศิยาเอ่ยกับเขา แล้วหันไปมองคนที่เดินชน เขาซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นน้อง

“ขอโทษครับพี่ ผมซุ่มซ่ามเอง เจ็บมั้ยฮะ”

นักศึกษาชายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน เขามีท่าทางกลัวจนคอหดเพราะชนกับพี่ใหญ่ในคณะ ที่สำคัญร่างสูงใหญ่ของคนที่เป็น ขาใหญ่ ของคณะก็กำลังส่งสายตาเข้มงวดมาให้อย่างเงียบๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ คราวหลังระวังหน่อยก็แล้วกัน”

รศิยาเอ่ยกับรุ่นน้อง ซึ่งก็รีบขอโทษขอโพยอีกครั้งก่อนจะรีบเดินเลี่ยงไป รศิยารับหนังสือจากธัศวรางค์มาหอบเหมือนเดิม สายตาหลายคู่ที่มองมาอย่างสนใจทำให้หญิงสาวรีบเดินเข้าไปในโรงอาหารทันที เอาหนังสือไปวางที่โต๊ะตัวที่ว่าง จากนั้นก็เดินไปซื้ออาหารและน้ำดื่ม

ภัศวัฒน์เข้าไปในโรงอาหาร เพื่อนแก๊งเดียวกันก็ยกไม้ยกมือให้ทันที

“เฮ้ย แพท ทางนี้โว้ย”

เสียงเขตต์ดังขึ้น ภัศวัฒน์จึงเดินเข้าไปหา พราวประดับก็เดินเคียงข้างไปด้วย ธัศวรางค์เอาหนังสือไปวางที่โต๊ะตัวเดียวกับรศิยาแล้วก็เดินตามเพื่อไปซื้อข้าวราดแกงร้านประจำ

ภัศวัฒน์มองหา เห็นร่างบางถือจานข้าวราดแกงกับน้ำดื่มไปนั่งที่โต๊ะตัวริม

“หวัดคร้าบน้องพราว ทานข้าวด้วยกันสิครับ”

เขตต์ทำเป็นทักพราวประดับสายตาเจ้าชู้ พราวประดับรู้สึกมีความสุขมากเช้านี้ ที่ได้รับความสนใจและเป็นจุดเด่นในสายตาของนักศึกษาที่เป็นแฟนคลับของภัศวัฒน์

“ขอบคุณค่ะพี่เขตต์ พราวมากับพี่แพท ไม่ทราบว่าพี่แพทจะทานอะไรคะ เราไปเดินดูด้วยกันมั้ย”

พราวประดับเอ่ย ภัศวัฒน์พยักหน้า

“คุณเดินล่วงหน้าไปก่อนเลย เดี๋ยวผมจะตามไป ขอคุยกับพวกนี้เดี๋ยว”

เสียงห้าวเอ่ยบอกพราวประดับ ซึ่งก็ยิ้มหวานและพยักหน้ารับ พราวประดับเดินไปซื้ออาหาร ภัศวัฒน์หันไปมองโต๊ะที่มีนักศึกษาสาวสองคนนั่งอยู่

“มึงจะมองเขาอีกนานแค่ไหนวะไอ้แพท กล้าๆ หน่อย สามปีจนจะจบกันแล้วนะโว้ย”

เขตต์เอ่ยกับเพื่อนสนิทเป็นผลให้คนอื่นๆ ต่างก็ทำเสียงหวิดหวิวแซวภัศวัฒน์ พราวประดับหันไปมองและยิ้มหวานมากขึ้น คิดว่าพวกผู้ชายเท่ๆ กลุ่มนั้นกำลังพูดถึงตัวเองอยู่

“พูดบ้าอะไรของมึงไอ้เขตต์ กูมองใคร” ภัศวัฒน์พูดเสียงเข้มกับเพื่อน

“เวรเอ๊ย ยังจะทำไขสืออีก...มึงมองใครอยู่ก็คนนั้นแหละ กลัวไรวะ ผู้หญิงก็คือผู้หญิงวันยันค่ำ รายไหนรายนั้น”

เขตต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงคึกคะนองปนหยอกเยาะเพื่อนเล่น ยกกาแฟเย็นขึ้นดูดและยักคิ้วแผล็บให้ภัศวัฒน์

“หุบปากหมาๆ ของมึงเลยไอ้เขตต์ กูไม่ได้มองใครทั้งนั้น”

ภัศวัฒน์เอ่ยเสียงห้วน ชายหนุ่มเดินไปยังด้านหน้าที่เป็นร้านขายอาหารเรียงรายเป็นล็อกๆ อาหารสะอาดและราคาถูก เขาถนัดอาหารทุกประเภท

ภัศวัฒน์เป็นคนกินอยู่ง่ายตามที่ถูกเลี้ยงดูจากบิดาชาวอังกฤษที่เป็นช่างภาพและคอลัมนิสต์ เขาจำได้ว่าต้องตระเวนไปกับพ่อตามสถานที่ต่างๆ เวลาที่โรงเรียนปิดเทอมตรงกับที่พ่อจะต้องออกหาข้อมูลนอกเมือง รู้สึกชอบและสนุกกับการได้เดินทางแบบนั้น

“พราวทานสลัดค่ะ อาหารคลีน พี่แพทล่ะคะ” พราวประดับเดินเข้ามายืนข้างๆ มีจานอาหารอยู่ในมือ

“คงเป็นเจ้านั่นล่ะ”

ภัศวัฒน์ชี้แล้วก็บอกแม่ค้าเจ้าประจำที่คุ้นเคยกันดี ภัศวัฒน์ถือจานอาหารเดินไปยังโต๊ะที่ธัศวรางค์นั่งอยู่

รศิยานั่งหันหลังให้จึงไม่เห็นเขา หญิงสาวหันขวับไปมองเมื่อมีคนมานั่งข้างๆ พราวประดับทำหน้าไม่ค่อยชอบใจนัก แต่ก็เดินไปนั่งฝั่งของธัศวรางค์ตรงกันข้ามกับภัศวัฒน์

พราวประดับทราบว่าธัศวรางค์มาจากครอบครัวมีฐานะและสนิทกับภัศวัฒน์ ถึงแม้จะเรียนห้องเดียวกัน แต่อยู่กันคนละกลุ่มตามสไตล์การใช้ชีวิต พราวประดับใช้ชีวิตกับกลุ่มเพื่อนๆ ที่รักสวยรักงาม สนใจพวกแฟชั่นทั่วโลก เป็นผู้นำเทรนด์ แต่ธัศวรางค์กับรศิยาจะเป็นพวกติดดินและง่ายๆ

“ฮั่นแน่มีคนใจตรงกัน”

ธัศวรางค์เอ่ยทักขึ้นเมื่อมองจานข้าวของภัศวัฒน์ที่เป็นผัดขิงไก่กับไข่ดาว เหมือนกับรศิยาเด๊ะเลย ภัศวัฒน์เลิกคิ้ว มองเห็นคนที่นั่งข้างๆ ทำคอแข็ง ไม่พูดจา เจ้าหล่อนรีบตักทาน

ภัศวัฒน์จุดยิ้มขำ ไม่เข้าใจท่าทางที่แอนตี้เขาอย่างเงียบๆ ของรศิยา แต่เขาไม่ได้สนใจอะไรนัก คนเรานั้น มีอะไรมากมายอยู่ในหัวของแต่ละคน เขาไม่อาจจะไปห้ามความคิดใครได้หรอก ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปทำอะไรให้คนข้างๆ เกลียด ถึงได้ทำท่าเย็นชาหน้าเชิดใส่เขาเป็นประจำอย่างที่เห็น

พราวประดับยิ้มเพราะคิดว่าธัศวรางค์พูดถึงตัวเองกับภัศวัฒน์ที่ดื่มกาแฟเย็นเหมือนกัน รศิยาเป็นน้ำชามะนาวและธัศวรางค์เป็นน้ำโอเลี้ยงยกล้อสีข้นคลั่ก

รศิยารีบทานจนหมด ความจริงอยากจะลุกไปเลยตั้งแต่เขามานั่งด้วยแล้ว แต่รศิยาเป็นคนมีหลักการในเรื่องการไม่กินทิ้งกินขว้าง หญิงสาวต้องทานข้าวหมดจานเสมอ เพราะรู้ว่าข้าวแต่ละเม็ดที่มันมาอยู่บนจานตรงหน้านี้ มันมีกำเนิดและการเดินทางที่ยากลำบากเพียงใดกว่าจะมาถึงผู้บริโภคอย่างเธอ รศิยาจึงไม่กินอย่างคนสิ้นคิด คือกินอย่างไม่นึกถึงบุญคุณของชาวนา

รศิยาอิ่มแล้วก็ยกน้ำขึ้นดื่ม ธัศวรางค์เองก็อิ่มเช่นกัน ภัศวัฒน์ก็กินหมดจานและยกน้ำขึ้นดื่ม

“ผมลืมของไว้ที่รถ ขอโทษนะพราว แล้วเจอกันนะ”

เสียงห้าวเอ่ยขึ้นแล้วก็ลุกขึ้นจากโต๊ะก่อนใคร ร่างสูงเดินออกจากโรงอาหารไปทันที รศิยาถอนหายใจโล่งอก จากนั้นก็ขอตัวลุกขึ้นบ้าง

“ไปก่อนนะพราว”

ธัศวรางค์เอ่ยกับพราวประดับ ซึ่งมีสีหน้าไม่สู้พอใจนักที่ถูกทุกคนทิ้งให้นั่งกินคนเดียว

ธัศวรางค์เดินคู่มากับรศิยา เพื่อจะขึ้นตึก

“เฮ้ย ธัศ ทางนี้” เสียงคนเรียกธัศวรางค์ผู้แสนป๊อปปูล่า ทำให้หญิงสาวชะงักเท้าหันไปมอง

“อ้าว ปาว เฮ้ย หญิงแฟง ตัวขึ้นตึกไปก่อนนะ เราขอคุยกับไอ้ปาวมันแป๊บนึง”

ธัศวรางค์เอ่ยกับรศิยา หญิงสาวจึงพยักหน้าง่ายๆ เพราะมองนาฬิกาแล้วยังมีเวลาเหลือตั้งสี่สิบนาทีที่จะทบทวนบทเรียน รศิยาเดินตรงไปยังม้าหินอ่อนซึ่งอยู่ข้างตึกนี่เอง มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเป็นทิวแถว ม้าหินอ่อนถูกวางเป็นจุดๆ ให้นักศึกษาใช้เป็นที่นั่งพักผ่อน

รศิยาหยิบหนังสือวิชาที่จะสอบวิชาแรกมาเปิดอ่านตรงที่ได้ไฮไลต์เอาไว้

“สอบเสร็จกี่โมง”

เสียงห้าวถามดังขึ้น ทำให้รศิยาเงยหน้าขวับขึ้นมอง ร่างสูงยืนกอดอกพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ตรงนั้น

“สามโมง” เอ่ยบอกเขาแล้วก็ก้มอ่านหนังสือต่อ

“มอเตอร์ไซค์คุณอยู่ร้านซ่อม มีคนโทรหาหรือยัง” เขาพูดต่อทำให้รศิยาเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้ง

“ยังค่ะ ขอบคุณนะที่จัดการให้”

รศิยาเอ่ย ถึงแม้จะไม่ชอบหน้าเขา แต่รศิยาก็ไม่ใช่คนไร้มารยาทไม่รู้จักบุญคุณคน ธัศวรางค์บอกรศิยาแล้วเมื่อคืนนี้ว่าเขาเป็นคนเรียกอู่ซ่อมรถมาจัดการให้

“ไม่เป็นไร โชคดีนะ”

เขาพูดแล้วก็เอาอะไรบางอย่างมาวางบนหนังสือของรศิยา หญิงสาวก้มมองทันที ปรากฏว่ามันเป็นปากกาไฮไลต์ที่รศิยาทำหายนั่นเอง... กระดาษกาวที่เขียนชื่อตัวเองเอาไว้ทำให้รู้ว่ามันเป็นเจ้าด้ามนั้นที่หาย รศิยาขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าเขาไปหาเจอได้ยังไง... หญิงสาวมองตามร่างสูงที่เดินหลังตรงผึ่งผายก้าวหายลับไปตรงมุมตึกข้างหน้า

ความคิดเห็น