ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 19:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9
แบบอักษร

9



ป่าทึบๆที่ต้นไม่สูงชะลูดแผ่กิ่งก้านบังปิดทาง ให้แสงแดดเล็ดลอดลงมาบนพื้นดินที่ไม่ค่อยมีหญ้าหรือต้นไม้เล็กเพราะขาดแสงแดดซึ่งเป็นแหล่งอาหาร เหล่ากลุ่มนักเดินทางเดินตามหลังพรานป่ามือฉมังซึ่งกำลังเดินนำหน้า ใช้มีดเล่มใหญ่ตัดกิ่งก้านต้นไม้ที่ปิดทางเดินออก

"ป่านี้พิลึกกว่านี้ฉันคิดไว้เยอะเลยแฮะ" เจฟเอ่ยพรางเงยหน้าขึ้นมองแมกไม้เหนือศีรษะ  "ไม่ยักกะคิดว่าประเทศเรามีอะไรแบบนี้ด้วย"

"ก็เพราะที่นี่คือป่าต้องสาปไงละ" น้ำเสียงแหบแห้งของพรานป่ามือฉมังเอ่ยขึ้นไม่ดังนัก เรียกสายตาของหมอหนุ่มให้หันไปมอง "ที่นี่คือป่าปีศาจ หลายคนคิดว่ามันเป็นแค่นิทาน  เป็นแค่ตำนานเก่าๆที่ไร้ความจริงอะไร  แต่ถ้าหากใครได้เข้ามาแล้วก็มักจะเข้าใจ จนบางคนก็เป็นบ้าไปเลยด้วยซ้ำ" พรานป่ากล่าวขณะใช้มีดฟันกิ่งของต้นไม้ต้นใหญ่ที่แผ่มาปิดทาง เจฟกรอกตาไปมาอย่างอ่อนใจ

"มันก็แค่เรื่องเล่าเท่านั้นล่ะครับพราน" เจฟกล่าวอย่างไม่ยีระ ซึ่งพรานแก่มากประสบการณ์ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพราะเข้าใจดีว่าเรื่องแบบนี้ถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่มีใครเชื่อง่ายๆอยู่แล้ว ทางด้านเจฟพอคู่สนทนาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ชายหนุ่มก็เงียบไปพลันเสียงเรียกเข้ามือถือก็ดังขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

"มีสัญญาณด้วยแฮะ" เจฟเลิกคิ้วขึ้นมองมือถือเครื่องเก่งที่ตนพึ่งถอยมาเมื่ออาทิตย์ก่อนอย่างแปลกใจแล้วกดรับสาย "ว่าไงครับคุณประธานบริษัท" เจฟอมยิ้มๆน้อยเมื่อปลายสายเงียบไป

'...มีประชุมด่วน เสร็จงานแล้วจะรีบตามไป' ปลายสายกล่าวเสียงเย็นก่อนจะตัดสายไป

"ฮะ?...เฮ้ย!เดี๋ยวดิ ฮัลโหล!ฮัลโหล!เฮ่!" เจฟกอกเสียงลงไปในโทรศัพท์รัวเร็ว แต่เสียงที่ตอบกลับมาคือเสียงสายที่พึ่งวางไป

ตู๊ด ตู๊ด

"เฮ้อ!ให้มันได้อย่างนี้สิ!" ชายหนุ่มเอาโทรศัพท์มือถือออกจากหูแล้วลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นโชว์ว่าสิ้นสุดการสนทนาแล้วและระยะการสนทนานั้นไม่ถึง 10 วินาทีด้วยซ้ำ "เชื่อเค้าเลย" เจฟพึมพำในลำคอการที่จะละสายตาออกจากมือที่กำลังสอดโทรศัพท์มือถือเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อตามเดิม ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปสบกับพรานแก่มากความสามารถที่มองตนอยู่ก่อนแล้ว

"?"

"หากจะใช้มือถือก็รีบใช้ เพราะเมื่อผ่านจากป่านี่ไป ไม่ว่าสัญญาณเครือข่ายและโทรศัพท์ของพวกคุณจะดีแค่ไหนมันก็จะไร้ประโยชน์" ว่าจบพรานเฒ่าก็เดินต่อทันที เจฟมองตามแผ่นหลังบางที่งองุ้มเล็กน้อยของอีกฝ่ายก่อนจะพึมพำออกมาเสียงเบา

"...นี่ก็อีกคน" แล้วออกเดินตามเจ้าของร่างนั้นไปติดๆ โดยมีเหล่าลูกน้องมือฉมังที่ตนเองเลือกมาเดินรั้งท้ายแถวนับสิบคน


……………………………………………….……………………..


วันนี้เป็นวันที่อากาศดีมากอีกวันหนึ่งและมันเป็นวันที่ข้าจะได้พาลูกๆตัวน้อยๆของข้า(และคุณสามี)ออกมาวิ่งเล่นนอกโพลงเป็นครั้งแรก หลังจากอุดอู้อยู่แต่ในโพลงทั้งๆที่ผ่านช่วงฤดูหนาวไปหลายวันแล้ว หิมะขาวๆที่ปกคลุมทั่วทุ่งตอนนี้หายไปหมดแถมหญ้าสีเขียวขจีก็ขึ้นมาแทนที่ตามเดิมเรียบร้อยแล้วด้วย ผีเสื้อตัวน้อยๆโผลบินเต็มทุ่งจนข้าอดที่จะวิ่งไปกระโดดงับแบบห้ามตัวเองไม่อยู่ จนเหล่าผีเสื้อบินหนีกันอลหม่าน

กรร

คล้ายได้ยินคุณสามีร้องเรียกเสียงดุ ข้าจึงเลิกเล่นและหันไปหาอีกฝ่ายตามคำร้องเรียกแล้วก็พบว่า คุณสามีที่ยืนอย่างสง่างามอยู่บนหญ้าสีเขียวขจีกำลังถูกบรรดาเด็กๆตัวน้อยยืนเบียดด้วยความหวาดกลัวจนขนลู่ ข้าเบิกตากว้างอย่างตกใจปนแปลกใจก่อนจะวิ่งเข้าไปหา

หงิงหงิง

พวกเด็กๆเมื่อเห็นข้าวิ่งไปใกล้ก็พุ่งเข้ามาซุกไซ้ข้า พรางส่งเสียงร้องหงิงๆทันที ข้าก้มลงคลอเคลียพวกเค้าน้อยๆก่อนจะหันไปเอ่ยกับคุณสามีที่จ้องเด็กๆตาเขียว

"เกิดอะไรขึ้น!" ข้าเอ่ยถาม

"พวกมันกลัว" คุณสามีตอบเสียงแข็งอย่างขบเขี้ยวฟัน

...หะ!กลัว?กลัวอะไร?...

กรร

คุณสามีคล้ายเห็นท่าทีงุนงงไม่เข้าใจของข้า เจ้าตัวเลยขู่คำรามในลำคอออกมาอย่างขัดใจ เล่นเอาข้าแอบสะดุ้งโหยง

เฮือก

"ผีเสื้อ!"

"หา?" ข้าเอียงคอ

"พวกมันกลัวผีเสื้อ!" คุณสามีตะคอกพรางเหลือบตาลงมองตรงแถวๆข้างตัวข้าข้างหนึ่งก่อนจะเหลือบกลับมามองสบตาข้า ข้าย่นคิ้วน้อยๆก่อนจะเหลือบตาลงมองตามสายตานั้นของคุณสามีแล้วก็พบกับลูกขนสีน้ำตาลเปลือกไม้ของข้าที่กำลังยืนตัวสั่นน้ำตาคลอ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่ปลายจมูกของตัวเองซึ่งกำลังมีบางสิ่งเกาะจับอยู่

...อู้!เป็นผีเสื้อที่สวยจัง...

เอ๋งเอ๋งเอ๋ง

ชั่วอึดใจนั้นเองลูกตัวโตที่สุดของข้าก็แหกปากร้องลั่นทุ่ง ขาเล็กๆสั้นๆที่แต่เดิมเดินส่ายไปส่ายมาบัดนี้กับออกตัววิ่งเร็วจี๋ ส่วนข้าก็สะดุ้งตกใจกับเสียงเล็กแหลมนั้นจนหัวหมุน พอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งตามร่างเล็กๆนั้นไปทันที วิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่ข้าก็ต้องรีบหันกลับไปมองลูกน้อยอีกสองตัวด้วยความห่วงใยทั้งที่ขายังวิ่ง ก่อนจะรู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่งเมื่อเห็นคุณสามีคาบลูกขนสีน้ำตาลอ่อน(ที่กำลังดิ้นแด่วๆ)เอาไว้ในปาก กับอุ้งเท้าอันใหญ่ที่กำลังกดหางของลูกน้อยอีกตัวเอาไว้ ข้าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะตอนนี้ก็เหลือลูกข้าอีกแค่ตัวเดียวที่กำลังวิ่งหนีแบบไม่ลืมหูลืมตา ทั้งๆที่เจ้าผีเสื้อแสนสวย(เจ้าปัญหา)มันบินหนีไปตั้งแต่เจ้าตัวแสบแหกปากร้องแล้วแท้ๆ

เอ๋งเอ๋ง

ร่างเล็กๆนั่นวิ่งไปร้องไป มีบ้างที่ขาสั้นๆอ่อนแรงจนล้มลงแต่ก็รีบลุกแล้วออกตัววิ่งต่อทันที นี่กลัวเกินไปรึเปล่าเนี่ย!

โบ๋ว

"หยุดนะ!" ข้าร้องบอกเสียงดัง แต่ดูเหมือนหูเล็กๆของเจ้าลูกชายจะได้ยินแค่เสียงเห่าของตัวเอง ขาเล็กๆนั้นจึงไม่ได้หยุดลงเสียที "แม่บอกให้หยุด!"

เอ๋งเอ๋ง

แม้ว่าข้าจะร้องบอกสักเท่าไหร่แต่เจ้าตัวเล็กก็ไม่ยักจะรู้ตัว จนข้าเริ่มโมโห รีบออกแรงควบเท้าทั้งสี่ให้เร็วขึ้นๆจนใกล้เจ้าตัวแสบขึ้นเรื่อยๆแต่ในจังหวะที่ข้าคิดว่าข้าสามารถใช้ปากคาบอีกฝ่ายได้ เจ้าลูกขนสีน้ำตาลเปลือกไม้ของข้าก็ทรุดฮวบ หน้าทิ่มลงพื้นหญ้าแต่ด้วยที่ตรงจุดนั้นมันเป็นเนินดินร่างของลูกหมาตัวกลมจึงกลิ้งหลุนๆลงเนินไป ข้านี่ตกใจจนแหกปากร้องลั่น

"ว๊ากกกกกกกกกกก~"

ตูม!!!!!


..……………………………………………….……………………..


เปียก!พูดได้คำเดียวว่าเปียก เปียกตั้งแต่หัวยันหาง(?) ข้าสะบัดน้ำตามขน(อันน้อยนิดของข้า)และลำตัวออกเบาๆเป็นรอบสุดท้ายก่อนจะหันไปหาเจ้าลูกตัวแสบที่เห่าให้ข้าเสียงใส ลิ้นห้อย ห่างส่าย ดวงตาระริกระรี้

โฮ่งโฮ่ง

"ไม่ต้องมาเห่าเลย!" ข้าเอ็ดเสียงแข็งพรางถึกตาใส่เจ้าตัวแสบไปที

หงิง

เจ้าตัวเล็กหูลู่ลงทันทีพรางส่งสายตากลมโตใสแจ๋วมองสบตาข้าอย่างออดอ้อน พวงหางสั้นๆส่ายเบาๆไปมา ข้าพยายามทำใจแข็งแต่ครั้นพอสบตากับเจ้าดวงตากลมโตใสนั้นหัวใจข้าก็อ่อนยวบยาบ แล้วก็เป็นข้าที่เดินเข้าไปเลียใบหน้าเจ้าตัวแสบนั้นอย่างรักใคร่ ก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณเจ้าของอุ้งปากใหญ่ที่กำลังใช้ปากคาบหลังคอเจ้าลูกตัวสีน้ำตาลเปลือกไม้ของข้าเอาไว้ได้ทันก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะกลิ้งลงแอ่งน้ำด้านล่างเนินดินที่เจ้าตัวกลิ้งลงมาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเป็นข้าเองที่หยุดขาตัวเองไม่ทันหน้าทิ่ม(?)ลงแอ่งน้ำไปเต็มๆ

"ขอบคุณนะพี่เกร์ย" ข้าคลี่ยิ้มบาง

กรร

พี่ใหญ่ของข้าครางรับในลำคอก่อนจะก้มลงวางเจ้าตัวเล็กลงบนพื้นหญ้าตรงหน้าข้า ทันทีที่ขาเล็กๆของเจ้าตัวแสบแตะถึงพื้น ลูกหมาขนสีน้ำตาลเปลือกไม้ก็รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาคลอเคลียข้าอย่างอารมณ์ดีราวกับว่าเหตุการณ์ชวนวิ่งทุ่งราบเมื่อครู่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นเสียอย่างนั้น

"ข้ากำลังจะไปหาเจ้าพอดี แต่เห็นเจ้าวิ่งตามเจ้าลูกหมานี่มาเสียก่อนพี่จึงตามมา" พี่เกร์ยกล่าวนิ่งๆตามปกติ ดวงตาคมจับจ้องไปที่เจ้าตัวแสบเขม็งอย่างสงสัยใคร่รู้ จนข้าอดขนลุกขึ้นมาแปลกๆไม่ได้ "มันมีกลิ่นเจ้ากับคู่ครองเจ้าแรงมาก..."

"..." ถ้าข้ามีใบหูตั้งๆบนหัวเหมือนคุณสามี พี่ๆและคุณแม่หมาป่า ป่านนี้มันคงลู่ไปด้านหลังด้วยความกังวลไปแล้ว

"มาก...มากเกินกว่าจะเป็นลูกหมาที่เจ้าพยายามจะช่วยเฉยๆ" พี่เกร์ยเหลือบตาลงมองเจ้าตัวเล็กที่นั่งส่ายห่างมองท่านพี่ตาแป๋ว ก่อนที่ท่านพี่จะเหลือบตาขึ้นมามองสบตาข้าอย่างกดดัน

...ตายแหง๋มๆ...

"เหมือนว่าเราจะมีเรื่องที่ต้องคุยกันนะ...บิท"

"แหะแหะ" ข้าไม่รู้จะทำยังไงเลยได้แต่ส่งยิ้มแหยะๆกลับไปให้ท่านพี่ซึ่งยิ้มตอบกลับมา แต่รอยยิ้มของท่านพี่มันดันเป็นรอยยิ้มที่เล่นเอาข้าอยากจะร้องไห้แบบสุดๆนี่สิ

...ฮือฮือ คุณสามีช่วยข้าด้วยยยยยยยย~...


.……………………………………………….……………………..

"...แล้วเจ้าก็เอาพวกมันมาเลี้ยงซะเอง โดยที่ไม่ฟังคำติติงของคู่ครอง" เกรย์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความกดดันหลังจากฟังคำสารภาพของน้องเล็กที่กำลังนั่งก้มหน้างุน

"ครับ" บิทขานรับเสียงอ่อน ด้านเกรย์ที่เป็นพี่ใหญ่ของคอกพอได้ยินดังนั้นก็ครางในลำคอออกมาอย่างอ่อนใจ โดยมีมารดาหรือคุณแม่หมาป่านั่งส่ายหน้าอย่างอ่อนใจไม่ต่างกันอยู่ข้าง ๆ

"ข้าขอโทษ..." บิทพึมพำออกมาเสียงเบา พรางก้มหน้าลงต่ำยิ่งกว่าเดิมลำตัวหมอบลู่กลับพื้นอย่างยอมจำนนและรู้สึกผิด ยิ่งความเงียบที่เริ่มเข้ามาปกคลุมในโพรงก็ยิ่งทำให้บิทกลัวความผิดมากยิ่งขึ้น แม้จะรู้ว่าตัวเองผิดและยอมรับผิดแต่เจ้าตัวก็ยังมีความกลัวอยู่ดี แต่จนแล้วจนรอดบิทที่หมอบครู่รอคำดุด่าก็ไม่ยักจะได้คำดุด่าที่คิดว่าจะได้เสียที ดวงตากลมโตของเด็กหนุ่มจึงค่อยๆเหลือบขึ้นมองพี่ชายและมารดาตัวเองน้อยๆก่อนจะหลุบลงเร็วๆเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเห็น ซึ่งถึงแม้ว่าบิทจะรีบหลุบสายตาหนีเร็วแค่ไหนแต่ด้วยสัญชาตญาณที่รวดเร็วฉับไวและแม่นยำของหมาป่าการกระทำของเด็กหนุ่มมันก็ไม่สามารถเล็ดรอดหนีสายตาอันแหลมคมนั้นไปได้ เกรย์ที่เห็นท่าทีเช่นนั้นของน้องชายประหลาดของตน หมาป่าหนุ่มก็อดทีจะใจอ่อนไม่ได้จนต้องถอนหายใจออกมา

"..." แต่เสียงถอนหายใจของพี่ชายมันดันทำให้คนมีความผิดแอบกลัวจนตัวสั่น จนต้องหลับตาปี๋

"มองข้า" เกรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนลง

"..." แม้พี่ชายจะเอ่ยบอกแต่บิทก็ยังไม่กล้าเงยหน้าอยู่ดี สุดท้ายก็เลยโดนดุเสียงแข็ง

"พี่พูดไม่ได้ยินหรือ!" สิ้นคำบิทก็รีบเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายในทันที แต่ก็แค่วูบเดียวเท่านั้นก่อนจะหลุบสายตามองต่ำ เกรย์ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หมาป่าหนุ่มคิดว่าแสนอ่อนโยน "คิดว่าพี่จะดุเจ้าใช้มั้ย?"

"..." บิทพยักหน้าตอบแรงๆ

"พี่จะดุเจ้าทำไม..."

"ก็...ก็ข้าเอาลูกของหมาป่าตัวอื่นมาเลี้ยง" บิทกล่าวเสียงอ้อมแอ้มพรางเหลือบตาขึ้นมองพี่ชายไวๆ

"แล้วยังไงอีก" เกรย์เอ่ยถามต่อ

"หมาป่าตัวอื่นเค้าไม่ทำกัน..."

"..."

"คะ...คุณสามีเองก็ห้ามข้าแล้วแต่ข้าไม่ฟัง คุณแม่หมาป่าบอกว่าภรรยาที่ดีต้องเชื่อฟังคุณสามี..."

"คู่ครองเจ้าชั่งหัวมันเถอะ!" เกรย์ขู่ในลำคอออกมาเสียงแข็งเล่นเอาบิทสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ แต่ครั้นพอฟังและประมวลคำพูดของพี่ชายสี่ขาดีๆแล้วเด็กหนุ่มก็เอียงคอทำหน้างง

กรร

กราเซียที่นอนเอาคางเกยขาหน้าอยู่ภายในโพลงด้านหลังบิทผงกหัวขึ้นมาขู่ในลำคอตอบเกรย์อย่างพร้อมรับท่ารบ

"เกรย์" นางหมาป่าหนึ่งเดียวในโพลงเอ่ยปรามลูกชายเบาๆ

"ชิ!" หมาป่าหนุ่มสบทออกมา

"บิท" นางหมาป่าเอ่ยเรียกลูกน้อยของนางเบาๆในขณะที่ย่างกายเข้ามาคลอเคลียบุตร ซึ่งบิทก็คลอเคลียนางตอบ "เจ้ารู้ใช่ไหมว่าตนเองทำอะไรผิด"

"ครับ..." บิทขานรับเสียงอ่อน

"เจ้ารู้ใช่ไหมว่าทำไมมันผิด" นางหมาป่าเอ่ยถามอีกครั้ง

"..." บิทเงียบไปครู่หนึ่งเพราะขนาดตัวของเด็กหนุ่มเองก็ยังไม่รู้ว่าทำไมสิ่งที่ตนทำมันถึงผิด และผิดเพราะอะไรสุดท้ายก็ได้แต่ตอบงึมงำในลำคอไปแบบงุนงงสงสัย "...ครับ"

น้ำเสียงอ้อมแอ้มของบุตรตัวสุดท้ายในคอกทำให้นางหมาป่าอดส่ายหน้าเบาๆอย่างจนใจปนเอ็นดูไม่ได้ นางเลี้ยงเด็กหนุ่มมาทำไมนางจะเดาใจอีกฝ่ายไม่ออกละ นางรู้ดีว่าป่านนี้ในหัวน้อยๆคงจะกำลังเต็มไปด้วยคำถามว่าทำไมๆอยู่เป็นแน่ ซึ่งบ้างครั้งนางเอกก็ไม่เข้าใจนักหรอกแต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกนางเช่นนั้น นางคลี่ยิ้มอย่างอ่อนใจออกมาบางๆก่อนจะเอ่ยสั่ง "มองข้า"

"..." เมื่อได้คำสั่งบิทก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาแต่เพียงแว๊บเดียวก็รีบหลุบตาไปทางอื่น จนนางหมาป่าต้องเอ่ยเรียกอีกครั้ง

"บิท"

"ครับ" เจ้าของชื่อขานรับเสียงอ่อน ดวงตากลมโตมองสบตานางหมาป่าตรงหน้าหง๋อยๆ

"เจ้ารู้ไหมว่าเราเหมือนกันตรงไหน?" นางเอ่ยถาม บิทชะงักไปก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มและเศร้าสร้อย

"...ไม่เหมือนสักนิด"

"บิท" เกรย์ครางเรียกชื่อน้องชายตัวสุดท้ายเสียงเศร้า เพราะไม่อยากให้ความแต่งต่างของร่างกายเป็นตัวชี้ว่าพวกเค้าไม่ใช่ฝูงเดียวกัน

"ทำไมจะไม่เหมือน? เจ้าลองมองข้าดีๆอีกครั้งสิ" นางหมาป่าเอ่ยเสียงอ่อนในขณะที่เดินเข้าไปคลอเคลียบุตรของนางอย่างรักใคร่

"..." บิทเงยหน้ามองมารดาตนเองน้อยๆก่อนจะส่ายหน้า "ข้ากับท่านไม่เหมือนกันสักนิด"

"เหมือนสิ" นางหมาป่าเอ่ย บิทเงยหน้ามองสบตามารดาตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

"..."

"ตรงนี้ไงที่เหมือน" นางหมาป่าใช้จมูกดุนๆที่ยอดอกสีหวานของบุตรนางเบาๆ

"เหมือนตรงไหนกัน! ของท่านมีหัวนมตั้งหกอัน ข้ามีแค่สองอันเอง" บิทเถียงเสียงแข็งก่อนจะก้มลงมองที่ยอดอกตัวเองแล้วทำหน้าหยี "แถมยัง...น่าเกลียดอีก..."

"หมาโง่" นางหมาป่าเอ็ดพรางใช้ปากของนางขบที่ใบหูเล็กเบาๆเป็นการลงโทษ

"เอ๋ง!" บิทเผลอร้องออกมาพรางหดคอหนี กราเซียที่นอนมองอยู่ไม่ไกลผงกหัวขึ้นมองคู่ครองและนางหมาป่าเขม็ง

"ข้าไม่ได้หมายถึงหัวนม! แต่ข้าหมายถึงความเป็นแม่ต่างหากเจ้าลูกหมาโง่!" นางหมาป่าเอ็ด

"ความเป็นแม่อะไรกันเล่า ข้าเป็นตัวผู้ไม่ใช่ตัวเมียซะหน่อย" บิทกล่าวเสียงเบา

"ถ้าเจ้าไม่มีความเป็นแม่ เจ้าจะเก็บพวกมันมามั้ย?" ว่าพรางหันหน้าไปทางมุมหนึ่งของโพลงดินซึ่งมีร่างของลูกหมาสามตัวนอนกลางวันกองกันอยู่อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว "สิ่งนั้นเค้าเรียกกันว่าสัญชาตญาณความเป็นแม่"

…เจ้ายังดีที่เก็บลูกหมาป่าทั่วไปมาเลี้ยง แต่ข้านี่สิ!ดันเก็บหมาประหลาดมาเลี้ยงซะงั้น...

นางลอบคิดกับตัวเองในใจ นางยังจำภาพในวันนั้นได้ดีเชียวละ ภาพของสิ่งมีชีวิตประหลาดที่นอนซบอยู่ริมตลิ่ง เนื้อตัวมอมแมมและสั่นเทา ถ้าไม่ใช่เพราะกลิ่นอันคุ้นเคยที่ติดกายมาจางๆนางก็คงจะจับเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดนี่กินไปแล้ว

"…ความเป็นแม่อะไรเล่า!" บิททำหน้ายู่ บ่นงึมงำในลำคอ

"หึ!เจ้าเด็กน้อยเอ้ย!" นางหมาป่าคลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูก่อนจะจับหมาประหลาดของนางฟัดอย่างหมั่นเขี้ยว

"อะไรกันเล่า!" บิมบ่นอุบ เพราะถึงจะรู้ดีว่าตัวเองนั้นประหลาดแต่ก็ใช่ว่าเด็กหนุ่มจะชอบให้ใครมาซ้ำเติมเสียหน่อย

…แถมยังโดนหาว่าเด็กอีก ข้ามีสามีแล้วนะ!...

"ข้าไม่ได้อยากจะซ้ำเติมเจ้านะบิท แต่นั้นมันคือสิ่งที่ข้ากับเจ้าคล้ายกัน การที่เจ้าเก็บพวกมันมาเลี้ยงนั่นคือความจริง"

"แต่มันผิด..." บิทกล่าวแย้งพรางเหลือบสายตาไปมองคู่ครองที่นอนผงกหัวขึ้นมามองตนเล็กๆ

"ก็ใช่!สำหรับหมาป่าตัวอื่นมันอาจจะผิด แต่สำหรับข้ามันไม่"

"...ยังไงครับ"

"เจ้ารู้ใช่ไหมว่าเราไม่เหมือนกันเลยสักนิด" นางกล่าว

"ครับ" บิทพยักหน้ารับเบาๆเศร้าสร้อย

"เจ้าคงจะสงสัยแต่มันคือความจริง เจ้าและข้าเราแตกต่างกัน แต่ข้าไม่เคยรังเกียจและดูถูกเจ้าสักครั้งใช่รึไม่"

"..." เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ

"นั่นเพราะข้ารักเจ้า"

"ทั้งที่ข้า...แปลกนะหรือ"

"ใช่" นางรับเสียงหนักแน่น ก่อนจะเอ่ยต่อ "ตอนแรกที่ข้าเจอเจ้าที่ลำธารยอมรับว่าข้าแปลกใจมาก ถ้าในตอนนั้นข้าไม่ได้กลิ่นที่เหมือนกันกับข้าจากเจ้า ตอนนี้เจ้าก็คงกลายเป็นหมาหนอนไชไปแล้ว เจอหมาป่าที่ประหลาดอย่างเจ้าเล่นเอาชีวิตข้าวุ่นวายพอดูเชียว"  นางหมาป่าพูดติดตลก

"คุณแม่!" บิทจ้องมารดาสี่ขาอย่างเคืองๆ แล้วบ่นอุบ "ข้าไม่ได้อยากประหลาดซะหน่อย..."

"..."

"ข้าอยากเหมือนพวกท่าน!" บิทเงยหน้าจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางหมาป่า "ข้าอยากเหมือนพวกท่าน! ข้าอยากมีหูที่สามารถได้ยินเสียงจากที่ไกลๆเหมือนท่าน ข้าอยากมีหางยาวๆไว้วิ่งงับเล่นยามเหงาเหมือนท่าน ข้าอยากมีขาทั้งสี่ที่เท่ากันไม่เก้งก้างแบบอย่างที่ข้ามี ข้าอยากมีขนที่สามารถปกป้องข้าจากความหนาว ข้าอยากมี!แต่ข้าไม่มี!" บิทเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา หมาป่าทุกตัวชะงักไปก่อนจะยันกายเข้าไปคลอเคลียเด็กหนุ่มเพื่อปลอบประโลม

กรร

"ถึงเจ้าไม่มี ข้าก็รักเจ้า" กราเซียคลอเคลียคู่ครองตัวน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์แต่น้ำเสียงนั้นมันกับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและรักใคร่อย่างไม่ปิดบัง

"งื้อ~คุณสามี" บิทครางเสียงอ่อนก่อนจะใช้ลิ้นเลียตามใบหน้าของคู่ครองเป็นการขอบคุณ

"ถึงยังไงเจ้าก็เป็นน้องข้า" เกรย์กล่าว

"เจ้าหมาโง่เอ้ย!ขนาดคู่ครองกับพี่ของเจ้ายังพูดถึงขนาดนี้แล้วเจ้าจะคิดมากทำไม" นางหมาป่าใช้ลิ้นไล้เลียใบหน้าของบุตรชายอย่างอ่อนโยน เอ่ยเย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความขัน

"คุณแม่" บิทบ่นอุบ แต่ถึงกระนั้นความเศร้าในใจก็ถูกลดทอนลงไปจนเด็กหนุ่มสามารถยิ้มได้

"เลิกคิดมากได้แล้ว" นางหมาป่ากล่าว

"อือ" บิทพยักหน้างึกงัก คลี่ยิ้มแฉ่ง "ว่าแต่..." บิทเหลือบตามองคู่ชีวิตตัวเองที่ยังคงคลอเคลียไม่เลิกนิดๆอย่างระแวดระวัง เพราะสัญชาตญาณอันน้อยนิดในตัวเด็กหนุ่มมันเริ่มกูร้องเตือนถึงบางสิ่งแล้ว ราวกับว่าพี่ใหญ่ของคอกจะล่วงรู้ความคิดนั้น

กรรรรรรร~

"แล้วเจ้าจะคลอเคลียบิทไปถึงไหน!" เกรย์ขู่คำรามออกมาจนลั่นโพรง



....................................................................................................................................................................................................................16 มี.ค 62

ดีจ้ามาแล้วๆ

พอดีทำนู่นทำนี้อยู่เลยมาช้าไปนี้ดดดดดด 

ไรท์ติดสอบนะคะทุกคนอาจจะหายไปซักอาทิตย์เน้อ


3 มี.ค 62

ดีจ้า

นั่งทำงานใช้คอมเหงาๆนึกคึกเลยอัพนิยายซะงั้น

คิดถึงกันรึเปล่าเน้อ

บุคคลปริศนา No.2เริ่มมีบทบาทแล้วนะเออ ลองทายๆกันดู

เมนท์ติชมแสดงความคิดเห็นได้นะคะ

แล้วเจอกันค่ะ

:)

ความคิดเห็น