facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Dwight + Moon -Chapter7.-Rewrite 05/12/2018

ชื่อตอน : Dwight + Moon -Chapter7.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.3k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Dwight + Moon -Chapter7.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

Dwight + Moon

(Chapter7.)

หลังจากเดม่อนกินข้าวเสร็จและวิ่งเล่นในห้องได้สักพักก็หลับไป เป็นเด็กก็ดีแบบนี้เอง ไม่มีอะไรให้คิดให้ทำเหมือนผู้ใหญ่ มูนคิดพลางก้มลงจูบไปที่หน้าผากของเดม่อนแผ่วเบา

“แด๊ดดี้รักเดม่อนนะครับ” มูนพูดเหมือนทุกวันยามที่เขาส่งเดม่อนเข้านอน

มูนออกมาจากห้องนอนและเดินลงมาด้านล่าง และเดินมาหยุดที่ซุ้มกลางสวนหลังบ้าน ต้นสนที่ถูกปลูกไว้เป็นแถวเรียงรายภายในพื้นที่บ้านหลายไร่

“เขาเป็นยังไงบ้าง” ไมเคิลถามขึ้น

“หลับไปแล้วละครับ” มูนพูดบอกเพราะรู้ดีว่าพ่อเขาหมายถึงใคร

“ลำบากมากไหม ไปอยู่แบบนั้น” ไมเคิลถามออกมาอีก

“ไม่เลยครับ ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากที่นั่นครับ” มูนพูดยิ้มๆ

ทั้งสองนั่งคุยกันไป จิบน้ำชายามบ่ายกันไปอย่างเพลิดเพลินจนเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง…

ดไวท์เดินออกมาจากห้องตัวเองก็บังเอิญเจอกับเด็กน้อยเดินออกมาจากห้องของมูนพอดี เขายืนมองนิ่งๆ มือเล็กยกขึ้นขยี้ตาตัวเองไปมาอย่างน่ารัก

“แด๊ดดี้” เสียงแหบพร่าเรียกหามูนเพราะเพิ่งตื่นนอน

“เฮ้!!!” ดไวท์เรียกเสียงทุ้ม เดม่อนสะดุ้งนิดๆ และหันมาตามเสียง

“อุ้มๆ” เดม่อนชูแขนให้ดไวท์เป็นเพื่ออ้อนให้อุ้ม ดไวท์ขมวดคิ้วนิดๆ และเดินทำหน้านิ่งมาหาเด็กน้อยช้าๆ

หมับ!!!

“อุ้มเดม่อน” เดม่อนเกาะไปที่ขาของดไวท์และพูดบอกพลางซุกใบหน้ากับขากางเกงเขาไปมาอย่างอ้อนๆ ดไวท์ย่อตัวและยกเดม่อนขึ้นอุ้ม

ท่าทางของเขาดูเก้ๆ กังๆ ถึงแม้เขาจะเคยอุ้มเด็กน้อยมาหลายครั้งแต่ก็ยังรู้สึกขัดเขินไม่น้อย เด็กน้อยซบเข้ากับไหล่แกร่งและใช้สองแขนโอบไปรอบคอของดไวท์หลวมๆ

“หิวหรือเปล่า” ดไวท์ถามออกมา เดม่อนพยักหน้าทั้งที่ยังหลับตาซบไหล่อยู่แบบนั้น

“หม่ำๆ แด๊ดดี้ จ๊วบๆ” เดม่อนพูดและทำท่าดูดนมไปด้วย ดไวท์เบนหน้าหันไปมองมองถึงกับหลุดยิ้มออกมา เดม่อนหลับลงไปอีกเพราะยังไม่ชินกับเวลาเมืองไทย

“หลับง่ายชะมัด” ดไวท์พาเดม่อนกลับเข้าห้องของมูน

เขานั่งลงบนเตียงและให้เดม่อนนอนลงบนตัวเขา มือหนาลูบไปที่ผมนุ่มของเด็กน้อยแผ่วเบา ดไวท์เองก็เพลียจากการเดินทางไม่น้อย ไม่นานทั้งสองก็หลับไปทั้งที่อยู่ในท่านั้น

แกร๊กๆ

มูนเปิดประตูเข้ามาภายในห้องก็ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นภาพบนเตียงที่มี ดไวท์หลับอยู่ในห้องของเขาแถมบนตัวของดไวท์ยังมีเดม่อนนอนกอดหลับปุ๋ยอยู่บนอกแกร่ง

“นี่คุณ” มูนแตะไปที่แขนแกร่งของดไวท์แผ่วเบา

“อืม” เสียงทุ้มครางในลำคอ เขาค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ

“มานอนทำไมที่นี่ กลับไปนอนห้องคุณสิ” มูนพูดบอกและทำท่าจะยก    เดม่อนออกจากอกของดไวท์

“อ๊ะ!!!” มูนร้องออกมาเสียงไม่ดังมากนักเมื่อจู่ๆ ดไวท์ก็จับแขนทั้งสองข้างของมูนแล้วรั้งเขาไว้ไม่แรงมากนัก

“ทำบ้าอะไร เดี๋ยวลูกตื่น” มูนดุออกมาเสียงลอดไรฟัน

“ฮะๆ หอมแก้มหน่อยสิครับ” ดไวท์พูดขอออกมา

“จะบ้าหรือไง” มูนเบิกตากว้างและรีบผละตัวออกจากดไวท์ทันที

“…” ดไวท์หุบยิ้มและนิ่งเงียบไปนิด เขายกเดม่อนออกจากอกตัวเองและจัดท่าทางให้เดม่อนได้นอนสบายขึ้น

ดไวท์ลุกออกจากเตียงและเดินสวนมูนเพื่อออกจากห้อง

“ขอร้องอย่าเข้าใกล้เขาอีก” มูนพูดออกมาเสียงเรียบ

“หึ” ดไวท์พ่นลมหายใจออกมาจากลำคอและเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร…

เวลาผ่านไปเกือบสองสัปดาห์ ดไวท์กลับมาบ้านในช่วงกลางดึกทุกคืนและเขาก็ออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง

“มูน"

“ครับป๋า” มูนชะงักเท้าไปนิดและรีบหันกลับมาตามเสียงเรียกของพ่อตนเอง

“มาคุยกันหน่อย” ไมเคิลพูดเสียงเรียบ

“ครับ”

“มีอะไรกันหรือเปล่า” ไมเคิลถามออกมา

“มีอะไรครับ” มูนถามขึ้น ใบหน้าหวานเลิกคิ้วมองพ่อตัวเองนิดๆ

“ไม่ได้คุยกันเลยใช่ไหมกับดไวท์” ไมเคิลถามออกมา

“…” มูนนิ่งเงียบ

“ช่วงนี้ป๋างานยุ่งหรือเปล่าครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ” มูนเลี่ยงตอบคำถามพ่อตนเอง

“เปลี่ยนเรื่องเก่งจริงนะเรา” ไมเคิลส่ายหน้าไปมา

“…” มูนไม่พูดอะไร ได้แต่ส่งยิ้มอ่อนๆ ให้พ่อตนเอง

“พรุ่งนี้เข้าบริษัทไปช่วยงานป๋าที่นั่น เอาไว้ป๋าจะจัดการเรื่องเลขาส่วนตัวให้ เราจะได้รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง” ไมเคิลพูดบอก

“ครับ” มูนและไมเคิลนั่งคุยกันเรื่องงานไปเรื่อย

“แด๊ดดี้!!!” เดม่อนตื่นขึ้นมาพอดีเมื่อมูนขึ้นมาบนห้องหลังากคุยงานเสร็จ

“ว่าไงครับ”

“เดม่อนอยากไปโรงเรียน” เดม่อนพูดบอกเสียงน่ารัก

“ครับ” มูนสวมกอดลูกชายตนเองและอุ้มขึ้นแนบอก

มูนทำสีหน้าครุ่นคิดนิดๆ เพราะเงินที่มีก็อยู่ในบัญชี แถมตอนนี้เอกสารทุกอย่างของเขาก็อยู่กับดไวท์ และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือตอนนี้ดไวท์หลบหน้าเขามาเกือบสองสัปดาห์แล้วตั้งแต่วันนั้น…

มูนตัดสินใจมารอดไวท์ภายในห้องทำงาน เสียงรถขับเข้ามาจอดภายในบ้าน มูนมองนาฬิกาที่ติดอยู่บนฝาผนังเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ แล้ว

“…” มูนถอนหายใจออกมายาวพรืด

“เข้ามาทำอะไรในนี้” ดไวท์ถามเสียงเครียด

“หลบหน้าใช่ไหม จะเอาแบบนี้ใช่หรือเปล่า” มูนถามเสียงเรียบ นี่เป็นครั้งแรกในรอบสองสัปดาห์ที่เขาได้คุยกับดไวท์

“ทำไมถึงคิดว่าพี่หลบหน้า” ดไวท์ถามนิ่งๆ มือหนาคลายเนกไทออกช้าๆ และถอดมันวางไว้บนโต๊ะทำงาน

“ถ้าคุณอึดอัดผมจะออกไปอยู่ข้างนอก” มูนพูดบอก

“มูนมีสิทธิ์ทำแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” ดไวท์ถามออกมา เขาก้าวเท้าเพื่อเดินเข้าไปหามูนช้าๆ

“ไม่ต้องรอให้ใครมาสั่ง” มูนพูดเสียงแข็ง ทำไมเขาต้องรู้สึกหงุดหงิดเวลา ดไวท์ทำเป็นหลบเขาแบบนี้ด้วยนะ

“หงุดหงิดอะไรพี่อีกล่ะครับ หืม” ดไวท์ถามออกมา หลังมือหนาถูไปที่แก้มใสเบาๆ

“…” มูนนิ่งไปนิดเมื่อดไวท์ราวกับอ่านใจเขาออก

ร่างบางทำท่าจะเดินออกไปจากห้องแต่กลับเป็นดไวท์ที่คว้าเอวคอดไว้ได้ทัน

“อยู่ด้วยกันคืนนี้นะครับ” ดไวท์กระซิบที่ข้างใบหูเล็ก กลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากผมของมูนทำให้อารมณ์บางอย่างภายในตัวเขาตื่นตัว

“ไม่!!!” มูนปฏิเสธออกมาแทบจะทันที ดไวท์ยกตัวมูนลอยขึ้นเพื่อให้นั่ง บนโต๊ะทำงานของเขา

พรึบ!!! กองเอกสารร่วงหล่นลงกองพื้นเกือบหมด แต่ดไวท์ก็ไม่คิดที่จะสนใจ

“ไม่หยุดคิดสักหน่อยเลยเหรอครับ ที่รัก” ดไวท์ถามออกมายิ้มๆ

“ไม่ก็คือไม่ ถอยไป ผมจะกลับห้อง” มูนใช้มือบางผลักไปที่อกแกร่ง ดไวท์จับรวบข้อมือทั้งสองข้างของมูนด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียวและผลักมูนให้นอนราบไปกับโต๊ะทำงาน ร่างหนาแทรกตัวไปที่กลางระหว่างขาของมูนอย่างรวดเร็ว

“จะทำอะไร ปล่อยเดี๋ยวนี้นะดไวท์” มูนสั่งออกมาเสียงเรียบ

“ทำน้องให้เดม่อนอีกสักคนดีไหมครับ” ดไวท์พูดบอกและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ทำเอามูนถึงกับเบิกตากว้าง สองมือบางยันอกแกร่งไว้ให้ออกห่างจากตัวเอง

“อย่านะดไวท์ อื้อ…” มูนร้องห้ามจังหวะเดียวกับที่ดไวท์จูบไปที่ปากบาง สีสดย้ำๆ

“นิ่มจัง” ดไวท์พูดชิดริมฝีปากบางของมูน และไม่วายกดจูบลงไปอีกรอบ

“หยุดก่อน” มูนพูดห้ามออกมา

“…” ดไวท์หยุดมองนิ่งๆ

“ผมขอเอกสารและสมุดบัญชีผมคืน” มูนพูดบอก

“จะเอาไปทำอะไร” ดไวท์ถามเสียงเข้ม

“ผมจะเอาไปทำอะไรมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ” มูนพูดบอกเสียงแข็ง ใบหน้าหวานหันข้างหลบไปอีกทางเพราะไม่อยากจะสบตากับผู้ชายเจ้าเล่ห์ตรงหน้า

“พี่ถามว่าจะเอาไปทำอะไรครับ” ดไวท์ถามซ้ำ มือหนาจับไปที่ปลายคางของมูนเพื่อให้ใบหน้าหวานหันมามองเขา

“ผมต้องใช้มัน เดม่อนต้องเข้าโรงเรียน” มูนพูดออกมา

“อย่างนั้นเอง เดี๋ยวพี่จัดการให้เองครับ” ดไวท์จับมูนให้ลุกนั่งดีๆ

“ไม่ต้อง!!!” มูนรีบปฏิเสธออกมา

“อย่าดื้อเลยนะ คิดหรือไงว่าเงินแค่นั้นจะเอาไปทำอะไรได้” ดไวท์พูดอย่างไม่ได้ใส่ใจ เขาหยิบสมุดบัญชีและพาสปอร์ตส่งให้มูน

“ไปเลือกมาว่าอยากให้เขาเรียนที่ไหนแล้วมาบอกพี่” ดไวท์พูดขึ้น

“แล้วนี่ เอาไปจัดการเรื่องของใช้ส่วนตัวซะ พรุ่งนี้เราต้องเข้าบริษัทกับพี่ อีกอย่างมูนต้องกลับไปเรียนให้จบ” ดไวท์พูดบอกเสียงเรียบพร้อมกับส่งบัตรเครดิตให้มูน

“คุณทำแบบนี้ทำไม” มูนถามขึ้นในที่สุด

“ทำไมมูนชอบถามคำถามที่ตัวเองก็รู้คำตอบอยู่แล้วล่ะครับ” ดไวท์พูดกับมูนเสียงสบายๆ

“…” มูนนิ่งเงียบ

“หรือต้องให้พี่ย้ำว่าเราเป็นอะไรกันครับ” ดไวท์รั้งแขนมูนและก้มลงกระซิบไปที่ข้างใบหูเล็ก

“อย่ามาทำอะไรบ้าๆ นะ” มูนพูดเสียงลอดไรฟัน ดไวท์ยกยิ้มมุมปากนิดๆ เขาจ้องมองแมวแสนพยศที่กำลังขู่ฟ่อใส่เขาขำๆ

“ทำไมครับ กลัวอะไรพี่ หืม” ดไวท์ถามออกมาเสียงพร่า

“ผมเปล่ากลัวคุณ” มูนพูดออกมาเสียงแข็ง ดไวท์ดันมูนให้นอนราบลงบนโต๊ะอีกครั้ง ร่างบางพยายามเบี่ยงตัวหลบ

“คุณจะทำอะไร” มูนถามออกมาเสียงสั่น

“พี่บอกไปแล้วไงครับว่าจะทำน้องให้เดม่อนอีกคน”

แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับพื้นโต๊ะ สองมือบางยันอกแกร่งให้ออกห่าง รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ของดไวท์ทำเอามูนถึงกับหน้างอทันที

“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิครับ พี่กำลังจะทำให้รู้สึกดี ไม่ได้พาไปฆ่าไปแกงสักหน่อย” ดไวท์พูดออกมาเสียงเรียบ

“ผมไม่ได้ต้องการรับรู้ความรู้สึกบ้าๆ แบบนั้นสักหน่อย ปล่อย!!!” มูนพูดออกมาเสียงแข็ง

“หึ อย่างนั้นเหรอครับ” ดไวท์พูดเสียงเย็น เขาดึงมูนให้เข้าใกล้และบีบไปที่ปลายคางเบาๆ

“แต่พี่อยากให้มูนรู้สึก”

ดไวท์ก้มลงบดจูบไปที่ปากบางสีสดอย่างนุ่มนวล มูนขมวดคิ้วนิดๆ เพราะคิดไว้ว่าคนตรงหน้าจะทำรุนแรงกับเขาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มูนพยายาม หันหน้าหนี

“อื้อ แฮ่กๆ หยุดนะ อื้อ” มูนพูดห้ามได้เพียงไม่กี่คำดไวท์กลับใช้ปลายนิ้วบังคับใบหน้าหวานให้หันมารับจูบเขาอีกครั้ง ลิ้นหนาค่อยๆ สอดเข้าไปใน  โพรงปากอุ่นแสนหวาน ฟันซี่สวยกระทบกันดังกึกกึก

เขาต้อนลิ้นหนาไปทั่วเพื่อเกี่ยวดุนดันลิ้นเล็กอย่างหยอกล้อ ปลายลิ้นชอนไชไปทั่วโพรงปากของมูนอย่างจนมุม ลิ้นเล็กเผลอเกี่ยวรัดลิ้นหนาอย่างลืมตัว

ดไวท์ถอนจูบออกและมองใบหน้าของมูนนิ่งๆ สองแก้มใสแดงจัดจนลามไปถึงใบหูเล็ก

“พี่ไม่อยากทำให้มูนเจ็บ” ดไวท์พูดบอกปลายเสียงสั่นไหวนิดๆ

“คุณก็รู้ว่าคุณทำไม่ได้” มูนพูดเสียงราบเรียบ เขารู้ว่าถึงจะขัดขืนไปดไวท์ก็ต้องทำร้ายจิตใจเขาจนได้ แต่มูนเองก็ไม่โทษร่างหนาฝ่ายเดียวเพราะเขาเองก็เผลอปล่อยตัวตามอารมณ์ไปเมื่อสักครู่

“ใจอ่อนให้พี่สักครั้งไม่ได้เหรอครับ” ดไวท์กระซิบติดริมฝีปากบาง

“เพื่ออะไร” มูนหันใบหน้าหลบและถามออกมา

“เพื่ออะไรพี่ไม่รู้ แต่อยากให้มูนรู้ไว้ว่าพี่รักมูนมากก็พอ” ดไวท์พูดออกมาเสียงนิ่ง

มูนหันกลับมามองใบหน้าคมหล่อเหลาของดไวท์ไม่วางตา การที่ ดไวท์ทำเรื่องเลวร้ายกับเขาหลายปีก่อนทำให้มูนยังรู้สึกกลัว เขากลัวว่าตัวเองจะถลำลึกลงไป

แต่แล้วกลายเป็นดไวท์ที่กลับทำให้ทุกอย่างพังครืน ทั้งความรู้สึกที่เคยรักเหมือนพี่น้อง รักแบบคนในครอบครัวได้หายไป เหลือไว้เพียงแค่คืนเดียวในวันหมั้นของดไวท์กับมีนา

“ถ้าจะเอาความรู้สึกดีของผมกลับมา คุณก็เลิกทำแบบนี้กับผมสักที เลิกทำเหมือนผมเป็นเพียงแค่ที่ระบายความใคร่ของคุณ” มูนพูดจบก็หันหลังทำท่าจะเดินออกจากห้อง

ดไวท์คว้าเอวของมูนไว้และสวมกอดจากด้านหลัง

“รู้อะไรไหม ถ้าพี่เห็นมูนเป็นแบบนั้น พี่คงไม่มายืนง้อขอคืนดีกับมูนแบบนี้หรอก”

“คนโกหก”

“ใครกันแน่ที่โกหกตัวเอง” ดไวท์พูดจบก็หยิบสิ่งของบางอย่างออกจากกระเป๋า

“เขียนไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ในมือถือรูปภาพสมัยวัยเด็กของเขาที่ยืนคู่กับมูน ในสถานที่ที่มูนจากมา

“เอามาจากไหน” มูนดูตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นภาพนั้น

“ไม่ต้องสนใจว่าพี่จะเอามาจากไหน รักพี่แล้วทำไมไม่บอก” ดไวท์ถามออกมาตรงๆ เพราะเขาไม่อยากเสียเวลาอ้อมค้อมอีกแล้ว

“มันก็แค่ช่วงเวลาของเด็กโง่ๆ คนหนึ่ง อย่าสนใจเลย” มูนพูดบอก น้ำเสียงสั่นไหวตามแรงอารมณ์จนดไวท์รู้สึกได้

“กลัวว่าพี่จะรู้ความจริงว่ามูนเองก็ไม่ได้รักพี่แบบพี่น้องเหรอครับ”

ดไวท์ถามออกมาในที่สุด เขาก็เพิ่งจะรู้ว่ามูนแอบรักเขาแบบที่เขารักมูนมาตลอด แต่ระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันทั้งสองถูกเลี้ยงมาแบบพี่น้อง

มูนถูกสั่งสอนมาอย่างดี ให้รู้จักมารยาทและการวางตัวในสังคม บางครั้งครอบครัวเขาเองยังแปลกใจว่าทำไมมูนถึงดูดีและสอนง่ายขนาดนี้ มูนเรียนเก่งยิ่งกว่าเด็กมีเงินบางคนเสียอีก ตลอดจนหน้าตาดูดี เรือนผมยาวดำขลับรับกับใบหน้ารูปไข่ราวหญิงสาว

มูนแย่งรูปมาไว้ในมือ ดไวท์สอดมือเข้าไปลูบหน้าท้องเนียน

“รักพี่แบบคนรักมันไม่ได้ผิดอะไร พี่อนุญาต” ดไวท์พูดทึกทักเอาเองว่ามูนจะเต็มใจ

“คนเห็นแก่ตัว ฮึก” มูนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขารักดไวท์มาตลอด แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเขาเป็นผู้ชายแถมยังเป็นน้องชายถึงจะต่างพ่อแม่กันก็เถอะ

มูนเห็นดไวท์ควงสาวไม่ซ้ำหน้ามาตลอดระยะเวลาที่อยู่ในบ้านหลังนี้ บางครั้งเขายังเคยเห็นดไวท์ยืนจูบกับเด็กหนุ่มอยู่ในรถที่หน้าบ้านด้วยซ้ำ

จนมาวันที่ดไวท์ถูกจับให้หมั้นกับมีนา ลูกสาวคู่ค้าของพ่อ แต่ในคืนนั้นเองดไวท์กลับทำเรื่องเลวร้ายกับเขาทั้งที่เขาไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น

ดไวท์ทำร้ายเขาทั้งที่ทุกคนอยู่ในบ้านและยังทำก่อนหน้าที่ตัวเองจะเข้าพิธีหมั้น ทุกอย่างพังครืนลงมาราวกับกำแพงถล่ม ความรู้สึกดีๆ ของมูนที่มีให้ดไวท์ได้จบลงไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว

“มูน” ดไวท์ครางเรียกชื่อคนที่เขาเฝ้ารอแผ่วเบา

“…” มูนนิ่งเงียบ

“พี่รักมูน ขอโทษที่ทำร้ายทั้งความรู้สึกแล้วก็ร่างกาย สัญญาว่าจะไม่ทำให้เจ็บอีก" ดไวท์พูดออกมาเสียงหนักแน่น

“ปล่อย ดไวท์” มูนปฏิเสธทั้งที่หัวใจวูบไหวเต็มกลืน เขาไม่มีวันยอมให้ผู้ชายคนนี้กลับเข้ามาทำร้ายหัวใจเขาได้อีก แต่กลับกันเขาจะหลอกความรู้สึกตัวเองที่มีต่อผู้ชายคนนี้ได้อีกนานแค่ไหน

“พี่ไม่มีทางปล่อยมูนไปไหนอีก มูนเองก็รู้ดี” ดไวท์พูดเสียงเข้ม

“…” มูนนิ่งเงียบและหลุบตาต่ำลงเพราะไม่อยากให้ดไวท์เห็นว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร

“ได้ไหมครับ”

“ได้อะไร” มูนถามออกมาเสียงแผ่ว ดวงตากลมใสช้อนตามองคนตรงหน้า

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ บ้าจริง” ดไวท์หลบหันหน้าไปด้านข้าง

// ผู้ชายคนนี้กำลังเขินเหรอ //  มูนคิดในใจ

“มูน” ดไวท์เรียกชื่อคนในอ้อมกอด

“อะไร” มูนถามออกมาเสียงแข็ง ดไวท์ก้มลงมองปากบางสีสด

“อื้อ” ดไวท์ก้มลงจูบไปที่ปากบาง ลิ้นหนาค่อยๆ แทรกกลีบปาก มูนหลับตาลงช้าๆ หมดกันความรู้สึกขัดขืนมันกำลังจะขาดผึง

“อึก อื้อ” มูนใช้มือตีไปที่อกแกร่งอย่างห้ามปรามและเบนหลบ

“อย่าเอาแต่ได้สิ แฮ่กๆ” มูนพูดออกมาเสียงหอบ

“พี่แสดงออกแบบนั้นหรือไง”

“ใช่!!!” มูนว่าออกมาเสียงเขียว

“ฮะๆๆ” ดไวท์อดที่จะขำออกมาไม่ได้ มูนมองอย่างเคืองๆ

“ขำอะไร”

“โอเคๆ พี่ยอมเราทุกอย่าง” ดไวท์ยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้

“แต่อย่าให้พี่รอนานมากนักละ เพราะความอดทนของพี่มันต่ำชะมัด” ดไวท์พูดบอกเสียงเรียบ เขาก้มลงใช้ลิ้นเลียไปที่ริมใบหูเล็ก

“อ๊ะ อย่า”

“พี่รักมูนครับ” ดไวท์พูดจบก็กดจูบย้ำๆ ไปที่ปากนิ่มอีกรอบอย่างเอาแต่ใจ มูนออกจากห้องทำงานของดไวท์อย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วแตะไปที่ริมฝีปากของตัวเองแผ่วเบา

“เราจะทนได้อีกนานแค่ไหนกันนะ”


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว