ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ep.1 ไร่ภูเพียงดิน

ชื่อตอน : ep.1 ไร่ภูเพียงดิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 18:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ep.1 ไร่ภูเพียงดิน
แบบอักษร


ไร่ภูเพียงดิน.


เช้าวันนี้ที่แสนสดใสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยป่าเขา จังหวัดลำปางมีไร่กาแฟชื่อภูเพียงดินที่โด่งดัง เรามีรีสอทร์ น้ำตก ไวน์ส่งออกขายต่างประเทศ จะมีใครสงสัยไหมว่าผมชื่ออะไร ผมชื่อนักรบ เป็นลูกของพ่อชนะศึก และมีแม่เลี้ยงชื่อละอองฝน มีพี่สาวหนึ่งคนและน้องสาวอีกหนึ่งคน ผมอายุ34 ปีแล้ว ตั้งใจลงหลักปักฐานที่นี่

“พ่อเลี้ยงครับคุณนายปุณญามาแล้วครับ”

“ให้รอที่ห้องรับแขก”

ผมวางถ้วยกาแฟและลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเตรียมออกไปพบแขกคนสำคัญ

“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง”

“เชิญนั่งครับ”

ผมโค้งหัวให้เธอ เธอแก่กว่าผมมากแต่ด้วยอำนาจแล้วเธอย่อมก้มหัวให้ผม

“ที่นี่อากาศดีมากเลยนะคะ”

“เข้าเรื่องเลยครับผมมีเวลาไม่มาก”

ผมรีบตัดบทผู้หญิงคนนี้เพราะดูท่าจะอยากคุยกับผมนาน

“ได้ค่ะ เรื่องงานที่บ้านเด็กกำพร้า เราจะจัดขึ้นในวันเสาร์นี้ ทางจังหวัดอยากให้พ่อเลี้ยงไปร่วมงานและร่วมเป็นเจ้าภาพค่ะ”

“เป็นเจ้าภาพร่วมกันได้ครับ แต่ร่วมงานผมคงต้องให้เลขาไปแทน”

งานแบบนี้จะเข้ามาหาผมประจำอยู่แล้ว และเลี่ยงไม่ค่อยได้ด้วย ใครๆก็รู้ว่าผมไม่ค่อยชอบออกงานสังคมแต่ก็ยังพยายามมาหา

“งานนี้มีแขกจากต่างชาติเยอะมาก ถ้าพ่อเลี้ยงไปคนคงรู้จักไร่ภูเพียงดินเยอะขึ้นนะคะ”

“ไว้ผมจะลองคิดดูอีกที”

ผมลุกขึ้นแล้วส่งสายตาให้ไอ้สิงห์เลขาผมส่งแขก หมดเวลาสำหรับคุยงานนี้แล้ว ผมต้องไปดูงานในไร่ต่อ เรามีพื้นที่สำหรับปลูกชาเพิ่ม ผมไม่มีเวลามานั่งเล่นทั้งวันหรอกนะ

“พ่อเลี้ยงน่าจะลองไปดูนะครับ”

“บ้านเด็กกำพร้าจะมีอะไรดี คงมีแต่เด็กวิ่งไปมา มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบเด็ก”

“แต่ถ้าพ่อเลี้ยงไปเอง เราคงได้ลูกค้าเพิ่มนะครับ แถมเรามีไวน์ออกใหม่แบบนี้ ผมว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด”

“ตกลงมึงเป็นลูกน้องหรือเป็นพ่อกูอีกคน”

“ขอโทษครับ”

“เอ้อ! ไปก็ไป”

แค่ไปไม่กี่นาทีคงไม่เสียเวลาอะไรมากหรอก ถ้าเด็กเยอะก็กลับ

“สวัสดีครับ/ค่ะ พ่อเลี้ยงนักรบ”

“สวัสดีครับ”

“เชิญด้านในงานเลยค่ะ”

“รอขับรถกลับด้วยไม่ใช่เจอสาวเยอะแล้วหายนะมึง”

ผมแอบกระซิบบอกลูกน้องตัวดีที่เวลามางานแบบนี้แล้วมันชอบหนีกลับก่อนเพราะแอบไปเอาสาว

“ครับพ่อเลี้ยง”

“มึงๆ ใช่พ่อเลี้ยงจากไร่ภูเพียงดินไหมอะ”

“ใช่/ใช่”

“โครตหล่ออะ”

“มึงดูกล้ามเขาสิ มีรอยสักที่ต้นคอด้วย”

“เห็นแล้วอยากได้จังเลย”

พรึ่บ!

“ขอโทษค่ะ”

“เดินระวังด้วยนะครับ ตรงนี้มันพื้นต่างระดับ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย”

ฉันรีบหยิบกระเป๋าแล้ววิ่งหนีจากบริเวณนั้นโดยเร็ว เมื่อกี้ฉันเดินชนไอ้กล้ามปูคนหนึ่ง เกือบหมวกหล่นแล้วเชียว ฉันชื่ออิงดาว เป็นเด็กกำพร้าที่นี่เอง วันนี้ฉันตั้งใจจะหนีออกจากที่นี่ ฉันไม่อยากอยู่ในที่ๆมีแต่คนใจร้าย ฉันไม่รู้จะไปที่ไหน ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยได้ออกไปไหนเลย ได้ยินเขาคุยกันว่าถ้าจะขึ้นรถให้ไปที่บขส.ใช่รึเปล่านะ

“จอดก่อน จอด!”

ฉันโบกมือให้รถที่ผ่านไปผ่านมาแต่ไม่มีใครจอด พึ่งจะหนึ่งทุ่มเองนะแค่จะรับฉันเข้าเมืองด้วยก็ไม่ได้หรอ

แตร่ๆ ๆ ๆ

“มึงทำอะไรไอ้สิงห์”

ผมกำลังนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างก็ต้องตัวโยกเพราะลูกน้องทั้งบีบแตรทั้งเบรกรถ มึงจะเหยียดใครตายวะ

“จะไปไหนสาวน้อย”

“ไป เอ่อ ไป ที่บขส.”

ฉันตอบผู้ชายที่ฉันเดินชนเขาในงาน ตอนนี้เหงือท่วมตัวฉันแล้ว ดูเหมือนเขาจะมากับเจ้านายนะ

“55555, เดินไปหรอจากนี่ไปก็50กิโลเลยนะ ขึ้นรถเถอะเดี๋ยวพี่ไปส่งเอง”

“จริงหรอค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ”

ฉันรีบวิ่งไปขึ้นรถฝั่งข้างคนขับ ดีใจมากๆเลยที่จะมีคนไปส่งฉันแล้ว ฉันนั่งรถอย่างเงียบๆไม่กล้าหันไปข้างหลังเพราะมีเจ้านายเขานั่งอยู่

“ใคร”

ไอ้ห่านี่ กูเป็นเจ้านายมึงไม่ถามกูไปเอาเด็กกะโปโลที่ไหนมาขึ้นรถวะ

“เธอขอติดรถไปในเมืองครับ เดี๋ยวผมไปส่งพ่อเลี้ยงก่อนแล้วจะไปส่งเธอ”

“ให้มันได้ยังงี้!! รถกูนี่มันจะรับใครก็ได้ใช่ไหม!!!!!”

จะไปส่งเด็กนี่ มึงจะลอกเขาไปเอาก็บอกกูเถอะ ผมตะโกนลั่นรถจนเด็กนี่สะดุ้ง

“.........”

ฉันนั่งก้มหน้าไว้เพราะกลัว ฉันกลัวเวลาโดนดุเพราะที่บ้านเด็กกำพร้าก็โดนประจำ เวลาทำผิดเราทุกคนจะโดนด่า บางคนถูกขังเลยนะ

“ถึงแล้วครับพ่อเลี้ยง”

“เอ้อ!”

ผมลงรถอย่างอารมณ์เสีย ไอ้สิงห์พาเด็กนั่นลงจากรถด้วยเพราะต้องใช้รถอีกคันไปส่งเธอแทน

“เดี๋ยว”

ผมพูดเสียงดังจนสองคนนั้นหันมา ที่ผมเรียกเพราะอยากรู้ว่าทำไมเธอใช้กระเป๋าที่มีตราของบ้านเด็กกำพร้านั่น

“มีอะไรครับพ่อเลี้ยง”

“ฝนกำลังจะตกมึงไปนอนไปพรุ่งนี้ค่อยไปส่งเธอ ส่วนเธอเข้าไปคุยกับฉันในบ้าน”

“คะ ค่ะ”

ฉันก้มหน้าตอบเขา พี่คนนั้นส่งสายตาให้ฉันเดินตามเขาไปในบ้าน บ้านหลังใหญ่ยังกับวัง โซฟาก็สวยมากๆเลย เข้านั่งลงที่โซฟาตัวสวยๆ ส่วนฉันก็นั่งลงที่พื้น

“ชื่ออะไร? อายุเท่าไหร่? แล้วจะไปทำอะไรในเมือง?”

ผมนั่งมองหน้าเด็กที่เอาแต่ก้มหน้า พอนั่งดูดีๆแบบนี้เธอก็ใช้ได้นะ แต่ตัวเล็กไปหน่อย แถมดูมอมแมม

“ชะ ชื่ออิงดาว อายุ18ปี”

ฉันตอบคำถามเขาแต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองเพราะกลัว ยิ่งได้ยินเสียงดังๆแล้วฉันสติหลุดทุกทีเลย

“คุยกับผู้ใหญ่ให้สบตา เงยหน้าขึ้นมา!”

ผมสั่งเธอเสียงดังเพราะเริ่มจับพิรุจเด็กนี่ได้แล้ว ผมถามไปสามคำถามแต่ตอบแค่สอง คิดจะหนีจากที่นั่นสินะ เด็ก18เป็นเด็กกำพร้าจะหนีไปได้ไกลแค่ไหน

“คะ ค่ะ”

ฉันดีดตัวเงยหน้าขึ้นมาจ่องมองใบหน้าของผู้ชายคนนี้ เขาดูมีอายุแล้ว ดูหล่อและมีเสน่ห์ทั้งที่ไม่ยิ้ม

“เธอเป็นเด็กในบ้านเด็กกำพร้าใช่ไหมอิงดาว”

ผู้หญิงตรงหน้าผมเธอชั่งมีใบหน้าที่มีเสนห์ยิ่งนัก แต่ดูโทรมมากๆ ปากเรียวเล็กสีชมพู ช่างเข้ากับใบหน้ารูปไข่เหลือเกิน

“คุณอย่าจับหนูให้เขาเลยนะ หนูจะหนีไปให้ไกลๆ จะไม่บอกใครว่ามาที่นี่”

ฉันรีบยกมือปฏิเสธเพราะกลัวเขาให้คนพาฉันกลับไปส่งที้นั่น ฉันจะรีบหนีไปให้ไกลเมื่อเขาบอกให้ไป ฉันจะไม่บอกใครเลยว่าเคยเจอเขา

“เงียบ!”

ผมสั่งคำเดียวก็หยุดเสียงตีโพยตีพายเมื่อกี้ได้

“จะหนีไปอยู่ไหน รู้หรอว่าโลกข้างนอกเป็นยังไง”

เชื่อเถอะ! ออกจากไร่ไปก็โดนพวกคนจรลากไปเอาแล้วสภาพนี้ ขนาดเมื่อกี้ไอ้สิงห์เรียกขึ้นรถยังยอมมาง่ายๆ

“มะ ไม่รู้ค่ะ”

ฉันคงหนีไปตายเอาดาบหน้า ไปใช้ชีวิตที่ต้องกัดฟันสู้ เพื่อตัวเอง ฉันเคยเห็นทุกอย่างในทีวีแต่ไม่เคยเจอกับตัว แต่ฉันก็พร้อมจะสู้ ถึงจะไม่ค่อยรู้อะไรเลยก็ตาม

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว