สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 4 : น้ำตก

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 4 : น้ำตก

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2562 01:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 4 : น้ำตก
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 4

น้ำตก



     จะทำให้ทุกอย่างจริงๆเหรอ จองกุกกำลังนั่งเหม่อถึงคำพูดของวิโอเรลที่ให้ไว้เมื่อชั่วโมงก่อน พูดตามตรง เขาค่อนข้างคาดหวังทีเดียว หากเขาขอได้ทุกอย่าง วิโอเรลก็จะทำเรื่องแบบนั้นให้เหรอ เขาไม่ได้ตั้งใจหยาบคาย แต่รูปประโยคของอีกฝ่ายมันชวนให้คิดไปทางนั้นจริงๆ หมายถึง… เรื่องอย่างว่าน่ะ… ประเดี๋ยวก่อน เขายอมรับว่าชอบวิโอเรลก็จริง แต่ไม่ได้คิดอยากเร่งความสัมพันธ์เลย ให้มันค่อยๆเป็นค่อยๆไปน่าจะดีกว่า ใช่ ไม่จำเป็นต้องรีบหรอก เพราะอย่างไรเพื่อนๆก็เปิดทางให้แล้วนี่นา

     และเขาก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองนั่งยิ้มคนเดียวขณะดูร่างบางเล่นน้ำเป็นนาทีแล้ว ถ้าจีมินที่เล่นน้ำอยู่ไม่เตือนโฮซอกให้ดีดนิ้วเรียกสติ ก็ไม่รู้ว่าตอนไหนถึงจะยอมหุบยิ้ม

     “มึงเป็นบ้าป่ะกุก นั่งยิ้มคนเดียว มึงเมากัญชาเหรอ?”

     จองกุกไม่ตอบ แต่ทำหน้าไม่พอใจและหันไปดูวิโอเรลเล่นน้ำต่อ ทำให้เพื่อนหน้าม้าพอเดาออก

     “จะว่าไปเมื่อก่อนไม่ค่อยเห็นมึงยิ้มเลยนี่ แต่พอมีน้องวีเข้ามา ก็เห็นมึงเอาแต่หนีไปยิ้มคนเดียวตลอด”

     “แล้วไง” เขาถามเสียงเรียบ

     “ฮั่นนั่นแน่… ทำมาเป็นซึน มึงจะเริ่มตอนไหนวะ มีโอกาสขนาดนี้ทำไมไม่เข้าไป”

     “เสือก”

     “โหย พูดแทงใจ” เจโฮปปั้นหน้าเจ็บพลางเอามือบีบอก “กูรู้ว่ามึงไม่รีบ แต่มึงก็อย่าเพิ่งชะล่าใจนะเว้ย มึงเห็นสายตาไอ้นัมกับไอ้จินป่ะ”

     จองกุกยอมหันมาสบตา

     “ดูก็รู้ ว่าสองคนนั้นจ้องจะงาบน้องเขา---”

     “ไร้สาระแล้วมึงอ่ะ”

     โฮซอกไหวไหล่ “ก็แล้วแต่ ระวังโดนคาบไปแดกก่อนละกัน นี่ถือว่ากูเตือนแล้วนะ”

     คนฟังหายใจแรงด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน ดวงตาจับจ้องไปที่ร่างบางกลางวงซึ่งกำลังโดนสาดน้ำ โดยมีซอกจินคอยกอดเอวให้หลบออกมาจากแรงสาดของนัมจุนและจีมิน ส่วนพ่อคนขี้เซาอย่างยุนกิก็หามุมเงียบๆเพื่อนอนกลางวันตั้งแต่มาถึง บรรยากาศเหมือนจะปกติดี แต่ก็รู้สึกแปลกๆในความธรรมดานั้น เขาได้แต่ภาวนาขอให้สิ่งที่โฮซอกพูดเป็นเพียงเรื่องกุขึ้นมา

     “นั่นไง นางฟ้ามึงมาแล้ว” เจ้าตัวเพยิดหน้าให้เขาเมื่อวิโอเรลเดินตรงมาหา

     “จองกุก! ไปเล่นน้ำกัน!”

     พอเห็นรอยยิ้มแฉ่งของคนตรงหน้า ความร้อนใจที่มีก็พลันเลือนหายแถมเขายังเผลอยิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว เจโฮปที่เห็นก็แซวเล็กแซวน้อยให้เพื่อนเขิน

     “นั่นน่ะ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มเข้าไป… ยิ้มจนเหงือกออกเชียะ”

     จองกุกส่งสายตาค้อน “เรื่องของกู”

     “จองกุกเป็นไรเหรอ หน้าดุเชียว” วิโอเรลเดินลูบหน้าเปียกๆเข้ามาหาสองหนุ่ม แต่ก็ต้องเก็บความร่าเริงเพราะสีหน้าอีกคนไม่ได้ยิ้มตามแล้ว

     “อ๋อ ไม่มีไรหรอกน้องวี พอดีเพื่อนพี่โดนความรักกระแทกเข้าตา…”

     ปากของโฮซอกถูกมือหนาอุดไว้ ร่างบางจึงหัวเราะคิกคักเสียงหวานก่อนยกมือขึ้นเสยผม แวบหนึ่งสายตาที่มองลงมาดูยั่วผิดปกติ ทำเอาจองกุกใจเต้นตึกตักกับเสน่ห์ที่ไม่ได้ตั้งใจโปรยของอีกคน

     “จองกุกโอเครึเปล่า?” วิโอเรลก้มตัวเอามือจับเข่าเพื่อเช็คอาการ แต่คอเสื้อกว้างๆที่เปียกน้ำดันทิ้งตัวลงต่ำเกิน เผยให้เห็นแผ่นอกเนียนสีน้ำผึ้งแบบไม่ต้องเสียแรงชะโงกคอแต่อย่างใด จนโฮซอกที่ตอนแรกรู้สึกเฉยๆยังเริ่มหน้าแดง

     เขารีบหลุบตาเพื่อหักห้ามใจตัวเอง ท่องไว้นี่ของเพื่อน

     “อะ… เอ่อ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” จองกุกเลื่อนสายตาไปสนใจใบหน้า แต่ก็แอบชำเลืองมองเมื่อมีโอกาส

     วิโอเรลยิ้มกรุ้มกริ่ม

     “ใจเย็น วีถามว่าจองกุกโอเครึเปล่าตะหาก”

     ร่างบางเปลี่ยนมานั่งยอง และความเขินเป็นต้องเด้งคูณสองเมื่อชายกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋ร่นลงถึงขาอ่อน สายตาอันไม่รักดีของจองกุกโฟกัสตรงหว่างขา โดยเฉพาะเนื้ออวบที่ถูกชายกางเกงรัดจนนูนเด่น กระทั่งลามมาถึงซอกหลืบตรงกลางอย่างเป้ากางเกง ในตอนนั้นเองที่แววตาของวิโอเรลเริ่มเปลี่ยนไป เหมือนกับกำลังพึงพอใจในอะไรสักอย่าง

     โฮซอกที่ทำเป็นชมนกชมไม้ก็หันกลับมามอง พอเห็นว่าร่างบางนั่งยองก็หน้าแดงอีกครั้ง เขารีบโพล่งขึ้นเสียงดัง “เอ้อ! จองกุก มึงก็ยังไม่ได้เล่นน้ำเลยนี่ ลงไปเล่นเลยไป”

     เพื่อนหน้าม้าใช้เท้าดันเพื่อไล่จองกุก แต่คนโดนไล่กลับชักสีหน้าไม่พอใจเพราะเขาไม่อยากเล่น

     “ไม่เอาเว้ย มึงมีสิทธิอะไรมาไล่กู”

     “เอาเหอะ ถือว่าเป็นกำลังใจให้คนขับรถ อุตส่าห์ขับออกมาตั้งไกลนะมึง ลงไปเล่นให้กูชื่นใจหน่อยเร็ว”

     “เออๆ เลิกใช้เท้าเขี่ยกูสักที กูไม่ใช่หมามึง”

     วิโอเรลรีบลุกขึ้นทำหน้าดีใจ ก่อนคว้ามือของจองกุกพร้อมออกแรงจูง

     “เย้! ไปเล่นน้ำกันๆ”

     “ครับๆ โฮป กูฝากมึงดูกล้องด้วยนะ”

     “เออ เดี๋ยวกูดูให้”

     เจโฮปถอนหายใจนึกโล่งอกเมื่อทั้งคู่เดินไปเล่นน้ำกับคนอื่น แต่มันก็น่าตกใจจริงแหละ เพราะเมื่อก่อนจองกุกไม่เคยพูดเยอะและยิ้มบ่อยเท่านี้มาก่อน ไม่แน่ว่าหนุ่มน้อยแปลกหน้าคนนี้อาจเป็นรักที่เจ้าตัวตามหามาตลอดจริงๆก็ได้ เขาทั้งยินดีทั้งรู้สึกสงสาร คนที่ต้องการวิโอเรลไม่ได้มีแค่จองกุก พวกนัมจุนก็สนใจในตัวเด็กหนุ่มคนนั้นไม่แพ้กัน เขาได้แต่หวังว่าทริปนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีและไม่มีเหตุการณ์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเจ็บตัว




     หลังจากที่เล่นน้ำมาเป็นชั่วโมงก็ถึงเวลาทานอาหารเที่ยง ซอกจินและโฮซอกกำลังเตรียมกับข้าว จีมินก็คุยเล่นกับนัมจุนขณะรออาหาร ส่วนยุนกิกำลังนอนเล่นโทรศัพท์บนเปล ทำตัวเป็นสลอธอย่างเคย

     วิโอเรลอยากเล่นน้ำต่อ แต่ไม่มีใครว่างเล่นด้วย เขาเปลี่ยนมานั่งเล่นบนโขดหินสูง จองกุกที่เห็นจึงเดินมานั่งเป็นเพื่อนหลังจากไปหยิบกล้องตัวโปรด

     แชะ

     จองกุกลดกล้องมาดูรูปหลังจากแอบถ่ายอีกคนจากมุมด้านข้าง มันเป็นภาพที่สวยมากสำหรับเขา เพราะแสงสะท้อนบนผิวน้ำขับให้ใบหน้างามเปล่งประกาย ดวงตาที่มองข้างล่างทำให้รูปออกมาดูเป็นธรรมชาติ

     “แอบถ่ายตอนเผลอเหรอ!”

     “ทำไมอ่ะ ก็ดูสวยออก” เขายื่นกล้องให้ดู แต่ร่างบางเบ้ปากเง้างอน

     “ไม่เอา… ถ่ายใหม่เลย เอาให้สวยกว่านี้นะ”

     “คร้าบ น้องวี”

     จองกุกสั่นส่ายหัวทว่าปากกลับยิ้ม เขาเดินลงไปยังโขดหินข้างล่างเพื่อถ่ายวิโอเรลจากมุมต่ำ พอร่างบางโพสต์ท่าก็กดชัตเตอร์สองครั้ง เผื่ออีกคนไม่พอใจ

     เขาก้มลงมองรูปที่ถ่าย ในความคิดเขา ภาพนี้ดูสวยกว่าภาพแรกเป็นกอง แสงอาทิตย์อ่อนๆจากข้างหลังที่ส่องผ่านต้นไม้ทำให้มีแสงเปล่งจากตัววิโอเรล แล้วยิ่งมีดอกไผ่ฟูๆลอยคลออยู่รอบกาย คนในรูปก็ยิ่งเหมือนนางฟ้านางสวรรค์ผู้มีผมสีทอง เขาว่าวิโอเรลดูงดงามกว่าเทพีเฟรย่า*เสียอีก

(*เฟรย่า เทพีในปกรณัมนอร์สผู้มีผมทอง ตามความเชื่อชาวยุโรปเหนือ เฟรย่าคือเทพีแห่งความงาม ความรัก ความอุดมสมบูรณ์ ความตาย สงคราม และความมั่งมี เป็นผู้ปกครองดินแดนหลังความตายโฟล์กแวงเกอร์ และยังครอบครองสร้อยไบรซิงกาเมน)

     “ไหน ขอดูหน่อย”

     ร่างสูงเดินกลับขึ้นไปนั่งที่เดิมเพื่อยื่นกล้องให้ดู

     พอร่างบางเห็นรูปก็ส่งยิ้มให้คนถ่าย “จองกุกถ่ายรูปสวยจัง”

     “ขอบคุณครับ”

     “ทั้งหล่อและก็ถ่ายรูปเก่งแบบนี้ต้องมีหญิงตรึมแน่เลย”

     รอยยิ้มของจองกุกค่อยๆจางลง ก็ถูกอย่างที่อีกฝ่ายพูด เขามีสาวมาชอบเยอะแต่ไม่มีคนไหนที่เขาชอบกลับสักคน พวกหล่อนดูเหมือนๆกันหมด

     “ก็ไม่เชิง…”

     ร่างบางที่ได้ยินก็ยิ้มร่า ก้มลงไปดูรูปต่อ

     “แต่ผม… ยังไม่มีแฟน”

     กล่าวจบ จองกุกก็รอคอยปฏิกิริยาจากอีกฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อ แต่น่าเศร้าที่ร่างบางไม่แม้แต่จะหันมามอง

     เขาถอนหายใจเบาๆด้วยความเสียดาย ช่างเถอะ ดูเหมือนจะไม่รู้ตัว

     วิโอเรลดูรูปเงียบๆก่อนอมยิ้มและชี้กระจุกขนสีขาวที่ลอยผ่านกล้อง “วีชอบเรียกไอ้ขนปุยๆนี่ว่าขนนางฟ้าแหละ”

     “นั่นเรียกว่าดอกไผ่ครับ เขาว่าเวลาไผ่ออกดอกคือตอนที่มันกำลังจะตาย”

     ร่างบางทำหน้าเศร้าพลางเงยมองดอกไผ่ซึ่งลอยเคว้งคว้างตามอากาศ นึกสงสารต้นไผ่ที่เป็นเจ้าของดอกเหล่านี้ หวังว่าพวกมันจะหาสถานที่ซึ่งเป็นบ้านใหม่ได้ เขาลดสายตาลงกลับมามองจองกุก ก็เห็นเจ้าตัวแอบมองและอมยิ้มเล็กๆให้เขา รอยยิ้มของอีกคนพาลให้นึกถึงคำพูดของจีมินที่พูดให้ฟังตอนเล่นน้ำ

     “จีมบอกว่าจองกุกเป็นคนไม่ค่อยยิ้ม แต่วีเห็นจองกุกยิ้มตลอดเลย ตกลงคือจีมแค่โกหกเหรอ?”

     คนฟังหลุดขำเบาๆ “ไม่หรอก เจ้านั่นน่ะพูดถูกแล้ว”

     “หือ?” วิโอเรลเอียงคอ “แล้วทำไมช่วงนี้จองกุกถึงยิ้มบ่อยนักล่ะ?”

     คำถามนั้นทำให้จองกุกนิ่งคิด นั่นสินะ ทำไมช่วงนี้เขาถึงได้ยิ้มบ่อยทั้งๆที่เมื่อก่อนเขาเป็นคนยิ้มยาก… ทว่าตั้งแต่ที่ได้พบกับวิโอเรล เจ้าตัวก็เป็นคนคอยสร้างสีสันให้เขาอยู่ตลอด ทั้งเสียงหัวเราะ ทั้งแววตา ทั้งรอยยิ้ม ทุกอย่างของวิโอเรลล้วนทำให้ทุกช่วงเวลามีแต่ความสุข จนเขาต้องหลุดยิ้มบ่อยๆแบบนี้ไง

     “ไม่รู้สิ”

     ร่างบางตั้งใจฟังเพราะอีกฝ่ายเงียบมานาน

     “อาจจะฟังดูเลี่ยนนะ แต่สำหรับผม… วีคือเหตุผลที่ทำให้ผมยิ้ม

     คนฟังเบิกตาโต ปากอิ่มค่อยๆยกยิ้ม

     “ไม่รู้ตัวเลยเหรอ”

     “?”

     “ผมกำลังจีบวีอยู่นะ”

     วิโอเรลอายม้วน แก้มเริ่มแดงแจ๋ เขาไม่นึกว่าจะมีคนพูดตรงๆใส่แบบนี้ พอเห็นท่าทางเอียงอายของร่างบาง จองกุกจึงเริ่มมีความหวัง

     เขาเอามือถูหน้าขาเพื่อลดความประหม่า แต่หูและแก้มกลับแดงเถือก ก็แน่ละ นี่มันครั้งแรกในชีวิตที่เขาสารภาพรักนี่นา

     “คือ… ถ้าวียังไม่มีใคร…”

     ร่างบางยิ้ม ก้มหน้ารอฟัง

     “ผมขอ… จีบวีนะครับ”

     ปากอิ่มยิ้มกว้างขึ้น เขาพยักหน้า “ครับ…”

     จองกุกนิ่งอึ้ง แก้มที่ว่าร้อนผ่าวกลับยิ่งร้อนขึ้นไปอีก เขาหัวเราะแห้งกลบเกลื่อนความเขินตัวเอง ทำเอาวิโอเรลพลอยประหม่าไปด้วย

     ทั้งคู่ได้แต่ก้มหน้าเงียบใส่กันโดยที่ความรู้สึกยังโลดแล่น เหมือนมีใครสักคนมาจุดพลุอยู่ในอก จังหวะนั้นเองที่ต่างฝ่ายต่างเหลือบมอง ก่อนจะหลุดขำให้กับความใจตรงกัน จองกุกทำเป็นดูกล้องเพื่อไม่ให้ตัวเองเขินไปมากกว่านี้ ต่างจากวิโอเรลที่ยังไม่ละสายตา เฝ้ามองชายหนุ่มข้างๆด้วยความรู้สึกเอ็นดู

     “บางที… วีอาจจะอายุมากกว่าจองกุกก็ได้นะ”

     ร่างสูงหันมาเลิกคิ้วแปลกใจ “จริงเหรอ?”

     วิโอเรลยักไหล่ “แต่ช่างมันเถอะ วีไม่สนหรอก ก็คนที่จะมาเป็นแฟนกันเขาไม่แคร์เรื่องอายุนี่ จริงมะ”

     จองกุกหน้าร้อนฉ่า วางกล้องลงกับตัก “อืม… จริงด้วย”

     “นี่”

     “หืม?” เขาครางรับในลำคอ

     “ถ้าตอนไหนที่จองกุกเศร้า… วีจะเป็นรอยยิ้มให้จองกุกเองนะ”

     ร่างบางเอานิ้วชี้ทั้งสองจิ้มแก้มพร้อมทำท่ายิ้ม ทำเอาจองกุกเผลอหัวเราะด้วยความเขินระคนดีใจ

     ตกลง… ใครจีบใครกันแน่?

     “กุก! น้องวี! อาหารเสร็จแล้วนะ ลงมากินเร็ว”

     “โอเคครับ” ร่างบางขานรับจีมิน ระหว่างที่เขาผุดลุกพร้อมปัดดอกไผ่ที่ลอยมาติดเสื้อ จองกุกก็เดินลงไปยังโขดหินข้างล่างก่อนยื่นมือขึ้นมา

     วิโอเรลยิ้มบาง ค่อยๆส่งมือไปวางไว้บนฝ่ามืออุ่นและก้าวลงไปยืนข้างๆ ทั้งสองเดินจับมือกันโดยมีสายตาของนัมจุนคอยมองตามตลอด

     “หึ ไก่อ่อน… ถ้ามึงไม่เอา เดี๋ยวกูจัดเอง”




​To be continued

​______________________________

ทำไมพาร์ทนี้วีดูขี้อ่อยจัง5555 จองกุกก็ดูซื่อๆเนอะ แล้วตกลงใครจีบใครกันแน่หว่า555 ฟิคนี้ไม่ใสนาจาาา


ความคิดเห็น