ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่7 สีเทา...

คำค้น : บทที่7, สีเทา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 537

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2562 19:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่7 สีเทา...
แบบอักษร

บทที่7 สีเทา...

จากเมื่อวานที่เกิดเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกมา รุ่งเช้าที่สดใสของวันนี้ก็ถึงเสียที    เฟินฉางได้รับข่าวดีตั้งแต่หัวรุ่งว่าวันนี้ ท่านพ่อของเขาไม่มีงานหรือกิจใดในวันนี้ จึงว่างมากพอที่จะฝึกวรยุทธ์ให้ข้าแล้ว 

เฟินฉางตื่นเต้นมาก รีบจัดการตัวเองโดยเร็วไว         คราแรกนั้นเฟินฉางกล่าวแก่หลิงหลิงว่า วันนี้ขอใส่ชุดที่ดูทะมัดทะแมง แต่ชุดที่นางใส่ให้ข้า หาได้ทะมัดทะแมงไม่! ข้าจึงเดินไปค้นหีบผ้าที่ตั้งเรียงอยู่ 

พบว่าชุดของข้านั้น มีแต่รูปแบบเดียวกัน เพียงแต่คละสีเท่านั้น ด้วยเพราะยังไม่เคยฝึกวรยุทธ์ เสื้อผ้าของข้าจึงถูกตัดแบบผู้คนไม่มีวรยุทธ์  ชุดนั้นมีชายผ้าที่ยาว ดูพริ้วไหว แต่อีกนัยหนึ่งมันคือ เกะ-กะ......    

เฟินฉางถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหยิบชุดสีฟ้ามาชุดหนึ่ง อย่างน้อยก็ดูรุ่มร่ามน้อยกว่าชุดอื่นล่ะนะ!    ชุดเป็นสีฟ้ามีลายหิมะที่ชายผ้า พอเห็นหิมะแล้วก็นึกถึงเจ้านั่น เย็นยะเยือกซะไม่มี!    

ข้ารีบก้าวเดินรีบไปที่นัดพบ สถานที่นั้นอยู่หลังไปลี้หนึ่งเห็นจะได้ เป็นสวนจู๋หลิน* (ป่าไผ่เจ้าค่ะ) ตรงกลางมีลานฝึกวิชา รอบๆนั้นจะมีสถานที่ฝึกปรืออาวุธต่างๆมากมาย แต่ที่ข้าอยากฝึกมากๆเห็นจะเป็นยิงธนูกับมีดสั้น กระบี่น่ะหรอ.... เหอะ! ไม่เอาอะ ข้าไม่ชอบ!   

ระหว่างคิดอะไรเพลินๆ ท่านพ่อก็มาถึงตรงที่ข้าอยู่แล้ว ข้ารีบทำความเคารพทันทีเมื่อเป็นเช่นนั้น   

"คารวะขอรับท่านพ่อ... "    

"ตามข้ามาทางนี้ก่อนเถิด..."  

ท่านพ่อพยักหน้าให้ตามไปก่อนจะเดินนำหน้าไป ข้าจึงบอกให้หลิงหลิงไปทำงานอื่นระหว่างที่ข้าฝึก แล้วข้าก็รีบเดินตามท่านพ่อไป      


ขุนนางลู่เดินนำเฟินฉางเข้าไปในป่าลึก รอบด้านเงียบสงบไม่มีเสียงนกร้องดังคราแรก จนไปถึงที่ที่เฟินฉางคาดว่าน่าจะเป็นที่ฝึกของเขา เป็นลานกว้างที่ว่างเปล่า 

ข้ามองไปรอบๆป่า    ทำไมต้องเดินเข้ามาลึกให้เมื่อยด้วยนะ ที่เมื่อกี้ก็ดูดีอยู่นี่นา.......    

ขุนนางลู่หยุดเดินและหันกลับไปมองเฟินฉางที่กำลังมองไปรอบๆอย่างสังเกต   

"เฟินฉาง....  ไม่สิ เจ้าเป็นใครกันแน่ มาอยู่ในร่างเฟินฉางได้อย่างไร..."       

เฟินฉางหันมามองผู้เป็นบิดา เมื่อได้ยินดังนั้นร่างกายก็กระตุก หัวใจเต้นรัว มือชื้นไปด้วยเหงื่อ เฟินฉางเอามือทั้งสองข้างมากุมกันแน่น หลุบตาลงพลางเอ่ยออกไป      

"ทะ..ท่านพ่อกำลังเอ่ยสิ่งใดกัน ข้าไม่เข้าใจขอรับ... "       

"เมื่อวานข้าเรียกองครักษ์เงาของเจ้ากลับมา และให้ตามไปดูเจ้า ทั้งวิถีเจรจา อุปนิสัยของเจ้า  เปลี่ยนไปราวกับคนละคน เจ้าความจำเสื่อมก็เสื่อมเพียงความทรงจำ มิใช่นิสัยของเจ้าจะต้องสูญสิ้นไป ข้าเป็นพ่อเจ้านะ! ข้าจะจำกระทั่งนิสัยใจคอลูกของข้าไม่ได้เลยหรือ...."      

ข้าก้มหน้ามองมือที่เหนียวเหงื่อไปหมด ไม่อาจจะแย้งหรือขัดสิ่งใดที่บิดาเอ่ยมาได้สักเพียงน้อย      

"........"       

"ลูกข้าตายไปแล้วใช่หรือไม่..."           

เฟินฉางเงยขึ้นมองหน้าบิดาทันที หลังจากเงียบไปนาน ปากสั่นๆก็พยายามเอ่ยออกมา       

"ขะ...ขอรับ...  ข้าก็ไม่รู้ว่าข้ามาที่นี่ทำไม แต่ข้าทราบดี....ว่าเฟินฉางไม่อาจกลับคืนมาได้แล้วขอรับ...."         

ขุนนางลู่ก้มหน้าลง ซ่อนสีหน้าอมทุกข์เอาไว้ ก่อนจะเงยหน้ามองไปทางเฟินฉาง       

"มันคงเป็นลิขิตสวรรค์ ลูกข้ามีวาสนาเพียงเท่านี้ ข้าคงไม่อาจฝืนได้...... เจ้าก็อย่าได้กังวลไปเลย ข้าไม่ได้โกรธเกลียดเจ้า แล้วข้าก็จะยังคงเลี้ยงดูเจ้าดังลูกในไส้... เพราะข้ามิเหลืออะไรที่ได้รับมาจากแม่เจ้าแล้ว..." 

ลู่ อวิ้นป๋าเงยหน้ามากขึ้นเพื้อขับไล่น้ำสีใสที่กำลังรื้นขึ้นมาที่ดวงตาของตน            

"ข้าก็เช่นกัน..... ข้าก็มิเหลือสิ่งใดอีกแล้ว...   ข้าก็จะนับถือท่านดั่งบิดาแท้ๆของข้า ขอบคุณท่านมากขอรับ... ท่านพ่อ..."  

เฟินฉางก้มลงคำนับ อวิ้นป๋าพยักหน้าขึ้นลง ก่อนจะพูดถึงการฝึกวันนี้      

"เฟินฉาง...  วรยุธ์ในด้านกระบวนท่าและอาวุธนั้น ข้าจะสอนให้เจ้าอย่างแน่นอน...  แต่มีสิ่งสำคัญที่เจ้าได้รับมา และสมควรใช้เป็น ณ ตอนนี้นั่นคือ "วิชาประจำตระกูล"...... ตระกูลของข้าและแม่เจ้าต่างมีเช่นกัน ข้าไม่อาจรู้ว่าเจ้าได้ของใคร...เช่นนั้น ข้าจึงมาทดสอบให้รู้แจ้งเสียเดี๋ยวนี้.....  ก่อนอื่น... เจ้าจงนั่งลงขัดสมาธิเถิด..." 

    "อ๋อ... เอ่อ....  ขอรับ"  ข้านั่งลงขัดสมาธิด้วยความงงงวย    

"ควบคุมสติและสมาธิของเจ้าให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ.... แล้วแบมือทั้งสองของเจ้ามาที่ข้า.... แล้วจดจำสีปราณในหัวเจ้าไว้ดีๆ..."  

ห้ะ! เดี๋ยวๆ เดี๋ยวนะ ปราณอะไร ข้าจะไปรู้มั้ยอะ เอ้า.. เอ่อ...... ทำไปก่อนละกัน อืมๆ ข้าจะลองทำดู อาจจะรู้ก็ได้.... มั้ง(?)     

เฟินฉางถอนหายใจหนึ่งครั้งเพื่อระงับความฟุ้งซ่าน ตั้งสมาธิจนได้ยินสิ่งรอบตัว 

คราแรกเฟินฉางคิดว่าบริเวณนี้ช่างเงียบสงบ แต่บัดนี้ ได้ยินเสียงนก... เสียงใบไม้.... เสียงลมพัดผ่าน.... กระทั่ง เสียงของแมลงตัวเล็กที่กำลังเดินอยู่...     

เมื่อข้ารู้สึกนิ่ง และเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ข้าก็ยื่นมือทั้งสองของข้าออกไป.....       

แล้วข้าก็รู้สึกได้ถึงมือของท่านพ่อที่เข้ามาจับ ก่อนที่มือข้าจะรู้สึกอุ่นร้อน เหมือนมีอะไรไหลเข้ามาที่ฝ่ามือ ความร้อนรุ่มนั้นไล่ขึ้นมาตามแขน ผ่านลำคอขึ้นมาที่ดวงตา     

ในความมืดมิดที่เฟินฉางหลับตาอยู่นั้นปรากฏคลื่นอะไรบางอย่างจะเหมือนก้อนน้ำก็ไม่ใช่ซะทีเดียว 

สิ่งนั้นมันดูเป็นสีเทา หมุนวนไปมา ก่อนจะค่อยๆแยกออกจากกันเป็นสองก้อนขาวและสีดำ เจ้าสองก้อนนี้ดูจะไม่เข้ากัน มันดุนดันกันไปมาสักพัก ก่อนที่มันจะหยุดแล้วอยู่ดีๆก็พุ่งเข้ามาที่ตาข้า 

จนข้าสะดุ้งลืมตาหลุดออกจากสมาธิ ท่านพ่อก็รู้สึกได้จึงปล่อยมือ แล้วรีบถามข้าทันที    

"เป็นเช่นไรบ้างเฟินฉาง..."      

"ในคราแรกมันเป็นสีเทานะขอรับ... แล้วมันก็แยกเป็นขาวกับดำขอรับ...." ข้าพูดพลันนึกไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้น   

  "เป็นไปไม่ได้!!!!!!!!!!!!!!"



#-#

มาแล้ววววววววว 555555

ความคิดเห็น