ภาคสองนี้เราจะพยายามแต่งให้ดีกว่าเดิมนะคะ ขอคำชี้แนะด้วยนะ ><

ชื่อตอน : บทที่ 18 ตามหา

คำค้น : BTS , kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2562 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 ตามหา
แบบอักษร

XVIII

ตามหา



     ทุกอย่างมืดสนิทไปหมด จองกุกค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นก่อนกะพริบไล่ความสลัวมัวซัว ตัวเขาติดแหงกอยู่กับที่เพราะถุงลมนิรภัย เขาเงยหน้าขึ้นจากถุงลมสีขาวเย็นๆ พอลองขยับตัวก็รู้สึกปวดไปตามแขนขา แต่เพราะเขาไม่ใช่มนุษย์ทำให้ร่างกายสมานตัวเองจากความเจ็บได้อย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่กี่วินาทีเขาก็กลับมาปกติดีอีกครั้ง

     ดวงตากลมกวาดมองรอบๆ ก่อนเพิ่งรู้ว่าแทฮยองไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้

     “แท…”

     จองกุกเริ่มใจเสีย เขาหันหลังไปดูว่าเด็กๆยังปลอดภัยดีหรือไม่ และก็ต้องถอนหายใจโล่งอกเมื่อแทยุนกับเจคแค่นั่งสลบ

     เขาปลดสายคาดเข็มขัด เปิดประตูเดินออกไปนอกรถ สภาพรถไม่ถึงกับพังยับเยินมาก ไฟหน้ามีรอยร้าวและฝากระโปรงรถดันขึ้นเล็กน้อยจากการกระแทกกับรั้วกั้นถนน แต่ก็คงขับต่อไปไม่ไหว มีอยู่ทางเดียวคือต้องซ่อมเท่านั้น

     “แทยุน เจค”

     มือหนาเขย่าตัวเรียกลูกทั้งสองเบาๆ ไม่นานเด็กๆก็งัวเงียตื่นจากอาการสลบ

     “พ่อคะ! ฮือ”

     แทยุนโผเข้ากอดผู้เป็นพ่อพร้อมปล่อยสะอื้น จองกุกยื่นมือไปลูบหัวปลอบขวัญเจคที่นั่งทำหน้าตื่นกลัวอยู่ฝั่งตรงข้าม และเขาก็เพิ่งสังเกตว่าตะกร้าไข่หายไป

     “น้องกับแม่อยู่ไหน?” เจคถามเสียงแผ่วหลังจากสอดส่องไปทั่วรถ

     “คือ…”

     จองกุกไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะเขาไม่อยากพูดทำร้ายจิตใจลูก

     “พวกเขาอยู่ไหน!”

     ลูกชายขึ้นเสียงถาม แต่ภายในใจยังคงไม่ยอมรับความจริงถึงแม้จะรู้คำตอบ

     “แม่กับน้องหายไป…” เขาลดมือลงมาเช็ดน้ำตาให้ลูกชาย “พ่อขอโทษ เป็นความผิดของพ่อเอง”

     “ฮึก” เด็กๆสะอื้นไห้ทำให้เขาต้องรวบทั้งสองมากอดปลอบ

     “พวกเราจะไปตามหาแม่กับน้องกัน ตกลงนะ”

     ทั้งคู่พยักหน้า

     “จุ๊บ จุ๊บ” จองกุกจูบหน้าผากของลูกก่อนลูบสองแผ่นหลังเบาๆ ในใจก็นึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง มีคนคนหนึ่งเดินตัดหน้ารถทำให้เขาต้องเบรคกะทันหัน เขาเหลียวมองไปทางถนนเพื่อหาศพของคนในชุดคลุม แต่ภาพตรงหน้ากลับไร้ร่างหรือแม้แต่รอยเลือด ยืนยันได้ว่าเจ้าตัวรอดชีวิต ที่น่าสงสัยคือทำไมพลเมืองคนนั้นถึงไม่มาดูสภาพครอบครัวของเขา ไม่ยินดียินร้ายหนำซ้ำยังไม่โทรเรียกรถพยาบาลให้ รู้แบบนี้ชนตั้งแต่แรกเสียก็ดี

     หรือทุกอย่างเกิดจากความตั้งใจกันนะ

     จองกุกรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีว่ามันจะเป็นดั่งคาด เขาผละออกมาจากเด็กๆก่อนเดินตระเวนหาร่างของภรรยา

     “แท!” เสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ ได้แต่หวังว่าร่างบางอาจหลงทางอยู่แถวนี้ไม่ก็นอนสลบที่ไหนสักที่ แต่ก็เป็นไปได้ยากเหลือเกิน

     “แม่คะ!”

     “แม่ฮะ!”

     สองพี่น้องเดินตะโกนป้องปากเพื่อช่วยอีกแรง เมื่อไม่เห็นวี่แววและเสียงตอบรับ ความหวังก็เริ่มริบหรี่ลงทุกที จองกุกสบถกับตัวเองก่อนลูบหน้าผากด้วยความกระวนกระวาย เขาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อโทรรายงานสถานการณ์ให้กับนัมจุน

     “ฮัลโหลครับคุณจองกุก” เป็นซอกจินที่รับสายแทนเพราะนัมจุนขับรถอยู่

     “คุณซอกจิน” ร่างสูงพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “ถ้าคุณได้ฟังแล้วอย่าเพิ่งตกใจนะครับ”

     “มีอะไรรึเปล่าครับ?”

     “คือ…” เขาทำใจอยู่หลายวินาที “เมื่อกี้เราประสบอุบัติเหตุ แทฮยองก็เลย… หายตัวไป…”

     “คุณว่าอะไรนะ!”

     เขาได้ยินเสียงนัมจุนแทรกขึ้นมา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ซอกจินจึงเล่าให้ฟัง ไม่นานนักคนในสายก็พูดต่อ ทว่าครั้งนี้เป็นเสียงของนัมจุน

     “คุณจองกุก ช่วยเล่าให้ละเอียดได้ไหมครับว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง” อีกฝ่ายถามอย่างใจเย็น

     จองกุกสูดหายใจลึกๆก่อนเล่าแบบใจเย็นบ้าง “มีคนในชุดคลุมเดินตัดหน้ารถ รถของเราเสียหลักอยู่ข้างทาง คนนั้นรอดชีวิต แต่แทฮยองกับตะกร้าไข่หายไปครับ”

     “คนในชุดคลุมเหรอ?”

     “ใช่ครับ” เขายกมือลูบหลังปลอบเด็กๆที่เดินมากอดเอว “เสื้อคลุมมีฮู้ต”

     “สีอะไร”

     “สีดำครับ”

     นัมจุนเงียบไปครู่หนึ่ง “เวรละ”

     “คุณโอเครึเปล่าคุณนัมจุน?”

     “ผมเกรงว่าเรื่องทั้งหมดจะไม่ใช่ความบังเอิญ”

     จองกุกตกใจที่มันเป็นไปตามที่คิด “คุณหมายความว่าไง”

     “เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง คุณรออยู่ตรงนั้นก่อน ผมขอใช้เวลากลับรถสักครึ่งชั่วโมง”

     เขากลัวว่าจะทนรอไม่ไหวเพราะความใจร้อนของตัวเอง แต่ก็ยอมรับปาก

     “โอเคครับ”

     “ผมจะรีบไปให้เร็วที่สุด”

     อีกฝ่ายวางสาย ส่วนเขาก็ได้แต่ฉงนงงงวยว่าคนในชุดคลุมเป็นใคร ทำไมนัมจุนถึงพูดเหมือนรู้จักคนคนนั้น

     “จองกุก…”

     “ยูคยอม!?” เขารีบแกะแขนของลูกเพื่อวิ่งไปดูอาการของงูเห่าที่เลื้อยออกมาจากท้องรถ สภาพถือว่าสาหัสสากรรจ์ ตามลำตัวของอีกคนมีรอยขีดข่วน ตรงหน้าท้องก็มีแผลฉีกกว้างๆจนเลือดสีแดงไหลทะลัก

     “เจ็บชะมัด ข้าไม่ได้รู้สึกเจ็บขนาดนี้มานานเท่าไรแล้วนะ” งูเห่าป่าบ่นขณะถูกอุ้มโดยเพื่อนสนิท

     จองกุกมองบาดแผลที่สมานตัวกันอย่างช้าๆ แบบช้ามากๆ แถมเลือดยังไหลออกมาไม่หยุด และมันจะเป็นผลเสียต่อยูคยอม เพราะถ้าแผลหายช้าแบบนี้จะทำให้เจ้าตัวเสียเลือดมากจนต้องใช้เวลานอนพักถึงสองชั่วโมง

     “คุณน้า!”

     สองพี่น้องทำหน้าตื่นเมื่อเห็นบาดแผลของคุณน้ายูคยอม จึงวิ่งกรูเข้ามาขอดูอาการด้วยอีกคน

     “ว่าไงสองแสบ ดีใจที่เห็นพวกเธอปลอดภัยนะ”

     แทยุนเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ ส่วนเจคก็เงยหน้าถามคุณพ่อ

     “น้าเขาจะเป็นอะไรไหมครับ?”

     “ไม่หรอก… ใช้เวลาสักพักเดี๋ยวแผลก็หาย”

     “แล้วแทฮยองล่ะ”

     จองกุกนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ทำให้งูเห่าป่าพอจะเดาออก

     “คุณแม่หายไปค่ะ… ฮึก น้องด้วย”

     “อย่าร้องไปเลยสาวน้อย ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย น้าเชื่อยังงั้น” ยูคยอมหันมาหาเพื่อนสนิท “พ่อของเธอต้องตามหาคุณแม่กับน้องๆเจอแน่”

     ร่างสูงยิ้มบาง “ใช่ครับแทยุน เดี๋ยวพ่อไปตามหาคุณแม่กับน้องให้นะครับ”

     “จริงนะคะ?”

     “จริงสิ” เขายีศีรษะทุยของลูกสาวเบาๆหวังปลอบโยน แต่ในใจก็แอบกังวลไม่น้อยเพราะการตามหาคนหายไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น

     จองกุกวางร่างงูเห่าป่าบนเบาะรถ ปล่อยให้เด็กๆเข้าไปคุยเล่นและเฝ้าดูอาการแทนเขา มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของเพื่อนตัวขาว ถือสายรออยู่หลายวินาทีกว่าอีกคนจะรับ

     “ฮัลโหล ว่าไงกุก”

     “กูมีเรื่องจะขอร้อง” เขาเดินปลีกออกมายืนคุยคนเดียว

     “เอาไว้ก่อนได้ป่ะ กูจัดกระเป๋าอยู่”

     “นี่เรื่องใหญ่ พักเรื่องย้ายบ้านของมึงก่อน” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นเพื่อบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังจริงจัง

     ยุนกิถอนใจ “ว่ามา”

     “เมียกูหาย มึงช่วยกูตามหาหน่อย”

     “หาย?” อีกคนทำเสียงสูง “หายได้ไง”

     “พวกเราเจอคนตัดหน้ารถ คนนั้นรอดแต่แทกับตะกร้าหายไป”

     “เป็นเรื่องแล้ว…”

     “เลยว่าจะขอแรงมึงหน่อย”

     “ได้ ให้กูออกไปรับมึงไหม หรือไง?”

     จองกุกครุ่นคิด นัมจุนบอกว่าให้รออยู่ตรงนี้แต่เขาทนรอไม่ไหวแล้ว เขาอยากรีบออกไปตามหาภรรยากับลูก งั้นค่อยโทรบอกอีกคนทีหลังละกัน

     “เออ ออกมารับกูด้วย และก็เตรียมยาให้ยูคยอมมันหน่อย”

     “มันเป็นอะไรอีกล่ะ”

     “มันนอนอยู่ในท้องรถ แผลตรงท้องเลยฉีกแหว่งเกือบครึ่งตัว”

     “แล้วมึงก็ปล่อยให้เพื่อนอยู่ในท้องรถเนี่ยนะ…”

     คนถูกค่อนแคะเหลือบมองงูเห่า “มันไม่อยากให้พวกคุณนัมจุนเห็น”

     “เออๆ เดี๋ยวกูเตรียมยาไว้ให้ รออยู่ตรงนั้นนะ สัก 10 นาทีจะออกไปรับ”

     “ขอบใจ…”




     สิ่งแรกที่อยู่ในการรับรู้คืออากาศหนาวเหน็บและพื้นเย็นเฉียบ แทฮยองกะพริบตาถี่ๆพร้อมดันตัวลุกขึ้นนั่งภายในสถานที่แปลกตา เขาหันรีหันขวางสำรวจภายในคุก นอกลูกกรงนั้นมีแสงวูบวาบจากคบเพลิงบนผนัง ตรงข้ามห้องขังของเขาคือห้องที่มีประตูลูกกรงเหมือนกัน ห้องถัดๆไปก็มีลักษณะเดียวกันแถมพวกมันยังทอดยาวออกไปไกลหลายเมตร เขาคลานเข้ามาจับซี่เหล็กเย็นๆไว้ สอดสายตาออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ข้างนอกนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิต เกรงว่าสถานที่แห่งนี้จะเหลือเพียงเขาคนเดียว

     ที่นี่คือที่ไหน แล้วพี่กุกล่ะ แล้วลูกล่ะ… เขาถามตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตัวเองเริ่มจะบ้าจริงๆ ตอนนี้เขาทั้งหวาดกลัว ทั้งหิว ทั้งงุนงง ทั้งคิดถึงครอบครัวอันเป็นที่รัก แต่พอตั้งสติได้ก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อควานหาโทรศัพท์ แต่ข้างในมันกลับว่างเปล่า ของมีค่าทั้งหมดของเขาถูกขโมย ต้องเป็นโจรที่ลักพาตัวเขามาแน่ที่ขโมยไป!

     “อ๊าก!”

     เขาเงยหน้ามองเพดานเมื่อเสียงร้องโหยหวนดังลงมาถึงชั้นล่าง ที่นี่ช่างน่ากลัวอะไรอย่างนี้ ขอร้องเถอะ พี่กุกหรือใครก็ได้… มาช่วยเขาออกไปจากที่นี่ที

     เสียงร้องทรมานดังระงมไปทั่วห้องขัง มีใครบางคนกำลังทำเรื่องโหดร้ายภายในสถานที่ประหลาดแห่งนี้ แทฮยองได้แต่ถอยรนไปชิดกับผนังห้อง ใช้แขนกอดร่างอันสั่นเทิ้มของตัวเองไว้ พลันความรู้สึกโหยหาในอ้อมกอดอุ่นๆจากสามีก็ผุดขึ้น เจ้าตัวมักจะกอดปลอบในตอนที่เขากลัวเสมอ แต่ตอนนี้มันกลับไม่มีแล้ว… เขาอยู่ตัวคนเดียว อยู่ภายในห้องขังเหม็นหืนสกปรกๆซึ่งไม่ต่างจากรังหนู

     เวลาล่วงเลยไปอย่างเชื่องช้า จากนาทีก็กลายเป็นชั่วโมง จากชั่วโมงก็เป็นครึ่งวัน ความหวังอันน้อยนิดค่อยๆมอดดับโดยที่ท้องยังหิวโซ

     “ฮึก… ใครก็ได้ ช่วยผมด้วย…”




​To be continued

​_____________________________

ฮือ สงสารแทแท พี่กุกมาช่วยแทเร็วๆน้า T T


ความคิดเห็น