facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.1 (2/2) [ เจ้าวาฬเดียวดาย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.1 (2/2) [ เจ้าวาฬเดียวดาย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2562 20:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.1 (2/2) [ เจ้าวาฬเดียวดาย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

1

เจ้าวาฬเดียวดาย

(ต่อจากตอนที่ 1/2)






ระหว่างที่ทำกิจกรรมกับฐานของคณะอื่นๆ เจ้าวาฬก็ได้เพื่อนใหม่มาอีกหนึ่งคน ชื่อตุ้งติ้ง สาวร่างอวบ ค่อนไปทางอ้วนที่แต่งหน้าเปรี้ยวจี๊ดเป็นที่ถูกอกถูกใจต้นข้าวยิ่งนัก เพราะสีลิปสติกของเธอช่างแสบถึงทรวงในชนิดที่ต้นข้าวรื้อลิปสติกในกระเป๋าของตัวเองทุกแท่งออกมาเทียบแล้วก็ยังไม่เท่า


ทุกคนมีเวลาพักทานข้าวเย็นหนึ่งชั่วโมงก่อนจะต้องเปลี่ยนเป็นเสื้อของคณะและเตรียมตัวเข้าร่วมงานบายศรีฯ รวมของเด็กปีหนึ่งที่สนามกีฬากลางของมหาวิทยาลัย เด็กปีหนึ่งของทุกคณะจะมารวมตัวกันที่นั่นเพื่อกล่าวปฏิญาณตน ผูกข้อไม้ข้อมือ และดูคอนเสิร์ต


ซึ่งตามคำบอกเล่าของรุ่นพี่ก็คือ ตอนทำบายศรีฯ ฝนจะแค่ครึ้มๆ แต่พอคอนเสิร์ตเล่นทีไรมันจะเทลงมาเหมือนฟ้ารั่วทุกปี


เจ้าวาฬเอากล่องข้าวไปทิ้งแล้วให้ต้นข้าวพาตุ้งติ้งไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องน้ำหญิง ส่วนเขาปลีกตัวมานั่งที่ม้าหินคนเดียวเงียบๆ เพื่อเขียนเรื่องราวดีๆ ในวันนี้ลงไดอารี่เล่มโปรดที่เขามักจะเก็บไว้อ่านเวลาต้องการกำลังใจ และเอาไว้กันลืมเพื่อไปเล่าลงกระทู้ แต่ให้ตายสิ...คิ้วสวยเริ่มขมวดเล็กๆ เมื่อรื้อกระเป๋าแล้วก็ไม่เห็นว่าสมุดสีดำปกเลื่อมติดกระดุมที่หน้าปกมันหายไปอยู่ซอกไหน


ไม่มีทางที่จะลืมเอามาจากคอนโดฯ แน่ๆ เพราะเขาพกสมุดเล่มนั้นติดตัวไปด้วยทุกที่


“หายไปไหนนะ”


ยิ่งรื้อของในกระเป๋าก็ยิ่งรก แต่มันต้องแย่แน่ๆ ถ้าเจ้าไดอารี่ที่รักนั่นหายไป มันเหมือนเป็นเพื่อนคนเดียวตลอดชีวิตม.ปลายของเขาเลย แล้วถ้าคนอื่นเก็บได้ก็ต้องรู้แน่ๆ ว่าเขากำลังเผชิญกับฝันร้ายที่แย่ที่สุดชนิดที่ไม่มีใครจะอยากเจอ แย่จริง ไม่อยากให้ใครรู้เลย หายไปไหนนะเจ้าเพื่อนรัก


“นังวาฬ” เสียงของต้นข้าวดังขึ้นจากพื้นที่ไกลๆ แต่ก็ดังมากพอที่จะทำให้เจ้าวาฬหยุดค้นหาและหันมาฉีกยิ้มให้เพื่อนตามปกติ ครึ่งวันก็อัปเลเวลจากเจ้าวาฬเป็นนังวาฬ จากหนูตุ้งติ้งเป็นนังติ้ง


“พี่เค้าให้ปีหนึ่งเอาเป้ไปเก็บในห้องโถงรวมของคณะ แล้วก็ไปเข้าแถวรอเข้าสนามกีฬากลางได้แล้ว เอกไหนช้าจะปล่อยกลับหอช้า”


“อ๋อ โอเคๆ” ร่างบางพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเดินตามหลังเพื่อนอย่างหงอยๆ ถ้าหาไม่เจอคืนนี้เขาต้องนอนไม่หลับทั้งคืนแน่ๆ


แค่คิดก็น้ำตารื้นขึ้นมาแล้ว


คณะวิทยาศาสตร์จับฉลากได้ที่นั่งหน้าเวทีกลางพอดี คนตัวเล็กซึ่งอยู่หน้าแถวจึงไม่จำเป็นต้องชะเง้อมองก็สามารถเห็นวิวทุกอย่างได้สะดวก ความคิดในหัวเริ่มกลับมาตีกันวุ่นวายหลังจากที่พี่สตาฟให้นั่งอยู่เฉยๆ เพื่อรองานเริ่ม เอาแต่คิดวนไปวนมาว่าสมุดปกหนังสีน้ำตาลเล่มสำคัญหายไปไหน


มันอยู่กับเขามาตั้งแต่ช่วงแรกของการรักษาโรคซึมเศร้า...แม้มองผิวเผินจะเป็นแค่สมุดเล่มหนึ่งที่กระดาษด้านในมีรอยยับย่นไปตามกาล แต่ทุกบรรทัดในแต่ละหน้ามีความหมายต่อเจ้าของตัวอักษรยิ่งนัก เพราะล้วนถูกถ่ายทอดจากเรื่องราวที่ควรค่าแก่การจดจำ...บางเรื่องแค่ข้ามวันใหม่เราก็อาจลืมมันได้ง่ายๆ เจ้าวาฬจึงมักจะจดบันทึกมันไว้เพื่อให้คงอยู่ในบริบทหรือบรรยากาศเดิมตลอดเวลา


แต่ไดอารี่เล่มนั้นไม่ได้เป็นเพียงตัวประมวลเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเท่านั้น มันยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่ทำให้เจ้าวาฬได้คอยสังเกตและเข้าใจความคิดของตัวเอง หลายครั้งที่เขากลับไปอ่านตะกอนความคิดของตัวเองในวันเก่าๆ แล้วทำให้ยิ้มได้ เพราะทุกสตอรี่ที่ร้อยเรียงลงไป เกิดจากความเอาใจใส่และเต็มไปด้วยคุณค่า


เจ้าวาฬพยายามทบทวนเหตุการณ์แต่ก็ยังจำไม่ได้ว่ามันหายไปตอนไหน ความรู้สึกของเขาถูกฉุดให้ดิ่งลึกลงไปทุกขณะโดยที่ไม่สามารถข่มใจหรือสลัดเรื่องนี้ออกจากหัวได้เลย สุดท้ายจึงจบลงด้วยการกอดเข่าร้องไห้...


แม้จะพยายามบังคับตัวเองให้หยุดแต่ว่าน้ำตาเจ้ากรรมกลับยิ่งไหลออกมาเหมือนเปิดก๊อก เขาสะอื้นจนตัวสั่น น้ำตาและน้ำมูกเปรอะเปื้อนทั่วใบหน้าจนสภาพดูแทบไม่ได้ ตุ้งติ้งกับต้นข้าวช่วยกันปลอบเขาและถามไถ่อย่างตกใจ...แต่เขาก็ทำเพียงนั่งก้มหน้ากลั้นสะอื้น ไม่ตอบเพื่อน


พอเริ่มจะตั้งสติได้ก็พยายามจะบอกกับเพื่อนว่าทำของหาย แต่เสียงสะอื้นที่ปนกับเสียงพูดกลับทำให้ไม่มีใครฟังเขารู้เรื่อง ทั้งตุ้งติ้งและต้นข้าวทำหน้าเหมือนมีอะไรติดคอ เอาทิชชูมาซับน้ำตาให้เขาใหญ่ นี่แหละคือสิ่งที่เจ้าวาฬกังวล ถ้าคนอื่นรู้ว่าเขาเป็นอะไรก็อาจจะปฏิบัติกับเขาเปลี่ยนไป อย่างตอนนี้ที่เพื่อนทั้งสองพากันมาปลอบเขาซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ...เจ้าวาฬอยากสู้กับโรคนี้ให้หาย เป็นคนที่เข้มแข็งในสายตาเพื่อนๆ ไม่ใช่คนที่ทำสมุดหายแล้วร้องไห้เหมือนฟ้าจะถล่มแบบนี้


“เจ้าวาฬ ฮึบนะ ฮึบ เราจะร้องด้วยแล้ว” ต้นข้าวเบะปากคว่ำแบบพี่กิ๊ก สุวัจนี แทนที่มันจะเศร้าแต่กลับตลกจนร่างเล็กเผลอหลุดยิ้มออกมา ส่วนตุ้งติ้งก็เอาแป้งตลับราคาหลายพันมาตบซับบนแก้มให้เขาใหญ่เลย บอกว่าเดี๋ยวหมดสวย


เขายิ้ม แม้จะเป็นการยิ้มที่ดูฝาดเฝื่อนเต็มทนเพราะใบหน้ายังนองไปด้วยน้ำตา แต่ก็ยังฝืนทำแบบนั้นออกไปให้เพื่อนสบายใจ...แต่สุดท้ายเขาก็ดูไม่จืดอยู่ดี เมื่อปล่อยให้เสียงสะอื้นระบายความเสียใจออกมาต่อหน้าเพื่อนทั้งสอง ไหล่บางลู่ลงตอนที่ปลดปล่อยความรู้สึกภายในใจออกมา


ใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าที่น้ำตาจะหยุดไหล และกว่าที่พิธีกรจะเริ่มพูดเปิดงาน สายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ คณะอื่นเข้ามาเกือบครบแล้ว ข้างซ้ายเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่สาวๆ ทั่วทั้งมหา’ลัยต่างกรี๊ดกร๊าดและจับจองแฟนในมโนของตัวเองเอาเหมือนเลือกเสื้อผ้าจากแคตตาล็อก ส่วนทางขวาเป็นคณะศึกษาศาสตร์ เหล่าคุณครูผู้มีอุดมการณ์ ว่าที่แม่พิมพ์ของชาติที่นั่งเรียบร้อย คุยกันบ้างเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ค่อนไปทางเรียบร้อยและสง่างาม ออร่าของคนมีความรู้มันจับอะ เหมือนพี่คนนั้นเลย


พี่คนที่มองเห็นทีไรก็ใจเต้นแรงทุกที เขากำลังเดินแจกน้ำเปล่าให้กับน้องๆ ในคณะของเขา ชั่วแวบหนึ่งที่สายตาเบนเส้นทางมาสบตากัน เจ้าวาฬรู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางหัว สมองตื้อไปหมด โลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ เพราะไอ้การยิ้มกว้างโปรยเสน่ห์ตอนที่สบตากับเขาพอดีนั่นน่ะ มันก็ชวนให้แข้งขาอ่อนปวกเปียกอยู่ไม่น้อยไม่ใช่หรือไง


เหมือนจะเป็นแค่ความบังเอิญ เพราะเพียงไม่กี่วินาทีต่อมาพี่พระจันทร์ยิ้มก็หันไปยิ้มให้น้องคนอื่นต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พี่เขาอาจจะจำหน้าเจ้าวาฬไม่ได้ด้วยซ้ำ แค่บังเอิญมองผ่านมาทางนี้เท่านั้นเอง คิดอะไรเพ้อเจ้อแบบนี้นะเจ้าตัวดี


“เด็กๆ มีใครลืมของไหมจ๊ะ”


เสียงสตาฟของคณะวิทยาศาสตร์พูดผ่านโทรโข่งพร้อมกับชูสมุดสีดำปกเลื่อมมีกระดุมขึ้นมากลางอากาศ ร่างบางเบิกตาโพลงและลุกพรวดขึ้นมาวิ่งผ่ากลางแถวไปหยุดยืนตรงหน้ารุ่นพี่ก่อนจะเอ่ยขอบคุณอย่างละล่ำละลัก แทบจะก้มลงขอบคุณจนหัวติดดินเลยด้วยซ้ำ และพอดีใจ...น้ำตาก็พานจะไหลลงมาอีกแล้ว


“ของน้องเจ้าวาฬเหรอ”


“ครับ ของผมเอง พี่หนูมาลีมีลูกแมวเหมียวเก็บได้เหรอครับ ขอบคุณมากๆ เลยนะพี่...”


“เปล่าๆ มีรุ่นพี่อีกคนนึงเค้าเก็บได้ เค้าเอามาฝากพี่ไว้ เอ...เมื่อกี้ยังเห็นเดินอยู่แถวนี้อยู่เลย ไม่รู้ไปไหนแล้ว”


พี่หนูมาลีมีลูกแมวเหมียวมองไปรอบๆ เหมือนจะหาพลเมืองดีให้น้องไปขอบคุณได้ถูกคนแต่ก็ไม่เจอ เจ้าวาฬพลอยกวาดสายตามองหาไปด้วยทั้งๆ ที่ก็รู้ว่ามองไปก็ไม่รู้หรอกว่าคนไหน แต่ก็เผลอมองไปทางนั้นอีกแล้วนี่นะ


“นั่นสิครับ ไม่รู้ไปไหนแล้ว”


“อะไรนะจ๊ะ”


“อ่อ เปล่าครับ”


“งั้นกลับเข้าไปนั่งในแถวเถอะ วันหลังอย่าลืมอีกล่ะ หืม”


รุ่นพี่สาวสวยยิ้มและหยิกแก้มเขาเล่น เรียกเสียงโห่แซวจากรุ่นพี่ผู้ชายจนเจ้าวาฬต้องเกาหัวเขินๆ และเดินก้มหน้างุดๆ กลับมานั่งที่ด้วยสีหน้าเบิกบานเหมือนดอกไม้ยามเช้า


“ของที่พลัดพรากจากกันไปสองร้อยปีก็ได้กลับคืนสู่อ้อมอกของปู่โสมเฝ้าทรัพย์แล้วนะคะตอนนี้”


“กอดไว้แน่นๆ เลยนะมึง สมุดเล่มเดียวทิชชูกูหมดห่อเลย”


เจ้าวาฬยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนพร้อมกับเกี่ยวก้อยสัญญากับต้นข้าวว่า พรุ่งนี้เขาจะซื้อทิชชูแห้งและเปียกอย่างละสิบห่อมาคืนให้เพื่อนตั้งแต่คาบแรก








TBC.

น้องเจ้าวาฬกำลังจะมีโลกใบใหม่แล้ว :)

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว